Category: ท่องเที่ยว

  • เมืองสุขภาพหรือเมืองฝุ่น? เชียงใหม่เร่งแก้เกม ต่างชาติเริ่มลังเลอยู่ระยะยาว

    เมืองสุขภาพหรือเมืองฝุ่น? เชียงใหม่เร่งแก้เกม ต่างชาติเริ่มลังเลอยู่ระยะยาว

    เชียงใหม่เผชิญความท้าทายหนัก หลังปัญหาฝุ่นควันและไฟป่ายังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเป็น “เมืองสุขภาพ” และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติที่พำนักระยะยาวหรือวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณ

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo01.jpg

    แม้จังหวัดจะมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ระบบสาธารณสุข และวิถีชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาวะ แต่ปัญหามลพิษทางอากาศกลับสวนทางกับแนวคิด “เมืองสุขภาพ” อย่างชัดเจน

    สีหเดช เจียเจษฎารองประธานสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย(ภาคเหนือ) ระบุว่า แนวคิดการพัฒนาเชียงใหม่สู่เมืองสุขภาพมีศักยภาพสูง และสามารถต่อยอดผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น น้ำพุร้อนสันกำแพง ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่รอบข้าง สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างไรก็ตาม ปัญหาไฟป่าและหมอกควันยังคงเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    “ถ้ายังแก้ปัญหานี้ไม่ได้อย่างยั่งยืน การผลักดันเมืองสุขภาพจะเดินหน้าได้ยาก และภาพลักษณ์ก็จะถูกตั้งคำถาม”

    สีหเดช ยังระบุอีกว่า ผลกระทบชัดเจนที่สุดอยู่ที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะยาว และผู้ที่วางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo02.jpg

    “ถ้ายังมีปัญหาฝุ่นแบบนี้ คนกลุ่มนี้จะไม่เลือกเชียงใหม่”

    นอกจากนี้ ยังเสนอว่าการแก้ปัญหาต้องทำควบคู่กันทั้งการควบคุมไฟป่าและการสร้างอาชีพให้ชุมชน โดยเฉพาะคนที่อยู่กับป่า ให้เปลี่ยนบทบาทจากผู้เผาป่าเป็นผู้ดูแลป่า เช่น การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (trekking) ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังติดปัญหาเรื่องหน่วยงานเจ้าภาพและงบประมาณ

    ด้าน วัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ยอมรับว่า ช่วงต้นปีที่เกิดปัญหาฝุ่นควันส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเชียงใหม่ในช่วงที่เหลือของปี

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo V02.jpg

    “ช่วงอากาศดี เชียงใหม่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์สูง เราจึงเน้นโปรโมทช่วงไฮซีซั่น ขณะที่ช่วงฝุ่นควัน ผู้ประกอบการอาจใช้เป็นช่วงพักและปรับปรุงคุณภาพบริการ”

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พร้อมระบุว่า การท่องเที่ยวสามารถปรับตัวได้ โดยหันไปนำเสนอจุดขายอื่น เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการที่มีการดูแลคุณภาพอากาศภายใน 

    ขณะที่ภาครัฐเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดย อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการอย่างเต็มที่ตามบริบทพื้นที่

    economic-business-thai-dust-chiang-mai-SPACEBAR-Photo04.jpg

    “รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรที่เกิดจากการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน”

    หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “ป่าเปียก” ตามศาสตร์พระราชา ซึ่งเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าเพื่อลดความเสี่ยงไฟป่า โดยพื้นที่รอบวัดพระธาตุดอยสะเก็ดดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี และยังไม่พบการเกิดไฟป่า ถือเป็นต้นแบบที่มีแนวโน้มขยายผลได้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนยังคงมีความเห็นตรงกันว่า “หัวใจสำคัญ” ไม่ใช่เพียงการทำตลาดหรือประชาสัมพันธ์ แต่คือการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และทำให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพได้อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-dust-chiang-mai&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ldOLH2BXjnMmnvgkVZHF4

  • ร้อนนี้ไม่เหงา ไปชาร์จพลังที่ “หาดฟรีดอม” ทะเลสวยระดับโลก น้ำใส ใจได้พัก

    ร้อนนี้ไม่เหงา ไปชาร์จพลังที่ “หาดฟรีดอม” ทะเลสวยระดับโลก น้ำใส ใจได้พัก

    อากาศร้อนแบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ออกไปสัมผัสทะเลสวย ๆ ท่ามกลางแสงแดดอุ่น ลมทะเลเย็นสบาย หนึ่งในจุดหมายที่ยังคงครองใจนักเดินทางเสมอก็คือ จังหวัดภูเก็ต ไข่มุกอันดามันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย ทั้งความคึกคักและมุมสงบที่ซ่อนตัวรอให้เราไปค้นพบ 

    หาดลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาบนเส้นทางท่องเที่ยวภูเก็ต “หาดฟรีดอม” (Freedom Beach) หรือ “หาดไม้ง้าว” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า ‘ไม้งาม’  

    มีเวิ้งอ่าวโค้งสวยยาวกว่า 300 เมตร ติดอันดับ 18 จาก 100 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ปี 2566 โดย World Beach Guide ของประเทศอังกฤษ

    โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม ตัดกับน้ำทะเลสีมรกตใสสะกดตา โอบล้อมด้วยโขดหินน้อยใหญ่และร่มเงาไม้เขียวขจี ให้ฟีลสงบ เป็นส่วนตัว เหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง

    แม้พื้นที่ชายหาดจะไม่ได้กว้างใหญ่ แต่กลับให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการนอนอาบแดดแบบชิลล์ ๆ หยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่าน หรือจะปูผ้านั่งปิกนิกฟังเสียงคลื่นเบา ๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่มีคุณค่าอย่างมาก

    ไฮไลต์และสิ่งที่รอคุณอยู่

    ไฮไลต์ของหาดฟรีดอม อยู่ที่เวิ้งเล็ก ๆ ซ่อนตัวบริเวณโขดหิน เหมาะสำหรับนอนอาบแดด ดำน้ำตื้นชมปะการัง หรือเพียงแค่นั่งฟังเสียงคลื่นเบา ๆ ของทะเล ก็เหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

    • ดำน้ำตื้นชมปะการัง  น้ำใสทัศนวิสัยดีเยี่ยม

    • นอนอาบแดดริมหาด ทรายขาวละเอียดนุ่มสบาย

    • เดินสำรวจป่านาคเกิด พื้นที่ป่าริมหาดที่ยังคงความธรรมชาติ

    • อ่านหนังสือฟังเสียงคลื่น ความสุขเรียบง่ายที่หาไม่ได้ทุกที่

    • รีเซ็ตตัวเอง – เหมาะทั้งสายเดี่ยวและพาครอบครัว

    หากคุณเป็นสายลุย เที่ยวคนเดียว หาดแห่งนี้คือพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการรีเซ็ตตัวเอง ปล่อยใจให้ได้อยู่กับธรรมชาติแบบเต็มที่ ได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้นในความเงียบสงบ แต่ถ้าอยากชวนครอบครัวหรือคนรักมาพักผ่อน ที่นี่ก็ยังตอบโจทย์ด้วยบรรยากาศที่ปลอดภัย เงียบ และเป็นส่วนตัว

    เลือกการเดินทางที่ใช่ จะ “นั่งเรือ” หรือ “เดินป่า”

    การเข้าถึง หาดฟรีดอม สามารถทำได้ 2 รูปแบบหลัก ตามความสะดวกและความชื่นชอบของแต่ละบุคคล

    1. ทางเรือ (สะดวกที่สุด)

    วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการนั่งเรือหางยาว จากหาดป่าตองฝั่งทิศใต้ (แถวโรงแรม Amari) สัมผัสลมทะเลและวิวมุมกว้างของชายฝั่งตลอดเส้นทาง

    • จุดขึ้นเรือ: หาดป่าตองฝั่งทิศใต้ (แถวโรงแรม Amari)

    • ราคาเหมาไป-กลับ: ประมาณ 1,200 – 1,500 บาท (ขึ้นอยู่กับการต่อรองและจำนวนผู้โดยสาร)

    2. ทางบก / เดินป่า (สายลุย)

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย สามารถใช้เส้นทางเดินป่าจากถนนด้านบนลงสู่ชายหาด เริ่มต้นที่บริเวณ Lek Sand Beach Bar ทางเดินมีความลาดชันพอสมควร แต่คุ้มค่าเมื่อถึงจุดหมาย

    • จุดเริ่มต้น: Lek Sand Beach Bar

    • ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 15 – 20 นาที

    • ค่าธรรมเนียม: 200 บาท / คน (สำหรับผู้ที่เลือกเดินเท้าเข้ามา)

    เติมเต็มทริปภูเก็ตให้สมบูรณ์ กับบางกอกแอร์เวย์ส

    จุดเริ่มต้นของการเดินทางคือประสบการณ์ที่น่าประทับใจ สำหรับใครที่วางแผนเดินทางไปภูเก็ต สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีเที่ยวบินตรงให้เลือกอย่างสะดวกสบาย

    • กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) → ภูเก็ต (ไป-กลับ)

    • สมุย → ภูเก็ต (ไป-กลับ)

    • หาดใหญ่ → ภูเก็ต (ไป-กลับ)

    • อู่ตะเภา → ภูเก็ต (ไป-กลับ)

    • เชียงใหม่ → ภูเก็ต (เที่ยวบินขาไปเท่านั้น)

    บางกอกแอร์เวย์สช่วยทำให้การเดินทางของคุณเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น กับการบริการแบบฟูลเซอร์วิสในแบบฉบับ ASIA’S BOUTIQUE AIRLINE ที่ผู้โดยสารทุกท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ

    • น้ำหนักกระเป๋าฟรี: 20 กก. สำหรับผู้โดยสารทุกคน

    • Boutique Lounge: สำหรับผู้โดยสารทุกคน พร้อมบริการของว่างและเครื่องดื่ม

    • อาหารบนเครื่อง: รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพ

    • FlyerBonus: โปรแกรมสะสมไมล์ รับส่วนลดเที่ยวบิน ที่พัก และข้อเสนอจากพันธมิตรชั้นนำ

    หน้าร้อนนี้…. ลองเปิดใจให้กับมุมสงบของหาดฟรีดอม แล้วคุณอาจพบว่า “การพักผ่อนที่ดีที่สุด” ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเสมอไป แค่มีทะเลสวย ๆ และเวลาของตัวเอง ก็เพียงพอแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/273690&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HjGCqckLiY7r_XhF4e_VM

  • C

    C

    โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน เติมเต็มวันพักผ่อนของคุณด้วยแพ็กเกจ Coastal Cave Escape สายท่องเที่ยวชอบผจญภัยที่ต้องการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกับทริปถ้ำพระยานคร(พร้อมชุดอาหารกลางวัน รวมถึงอภินันทนาการของว่างและเครื่องดื่มสำหรับ Day Tour) ดื่มด่ำกับความหรูหราของห้องพักส่วนตัวสไตล์พูลวิลล่า ที่มีขนาดกว้างขวางทั้ง 3 สไตล์อาทิ สกายพูลสวีต ดีลักซ์สกายพูลสวีต และการ์เด้นพูลสวีต พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ในบรรยากาศที่หรูหราผ่อนคลาย พร้อมเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,596 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน *โดยต้องเข้าพักจำนวน 2 คืนขึ้นไป (ราคาขึ้นอยู่กับประเภทห้องพักที่เลือกและช่วงเวลาการเข้าพัก) สามารถจองห้องพักและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569

    Coastal Cave Escape Package ท่องเที่ยวถ้ำสวย พร้อมพักผ่อนในพูลสวีตสุดหรู ริมทะเลหัวหิน ณ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน

    สิทธิพิเศษและเงื่อนไข Coastal Cave Escape Package ท่องเที่ยวถ้ำสวย พร้อมพักผ่อนในพูลสวีตสุดหรู ริมทะเลหัวหิน ณ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน

    • เพลิดเพลินกับทริปถ้ำพระยานครพร้อมชุดอาหารกลางวัน สำหรับ 2 ท่าน
    • อภินันทนาการของว่างและเครื่องดื่มสำหรับ Day Tour
    • อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน
    • อภินันทนาการเครื่องดื่มต้อนรับและผ้าเย็น
    • อภินันทนาการผลไม้ตามฤดูกาลในห้องพักเมื่อเดินทางมาถึง
    • เช็คอินก่อนเวลา 10:00 น. (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง)
    • เช็คเอาท์ล่วงเวลาได้จนถึง 00 น. (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง)
    • อภินันทนาการบริการเรือคายัคสำหรับกิจกรรมริมชายหาด
    • เข้าพักในช่วงวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัส รับส่วนลด 20% สำหรับเคปสปา (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • เข้าพักในช่วงวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัส รับส่วนลด 10% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เฉพาะรับประทานในร้านอาหารสำหรับอาลาคาร์ทเมนูเท่านั้น (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • ฟรีอินเทอร์เน็ต
    • แพ็กเกจนี้สำหรับเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน สำหรับผู้เข้าพัก 2 ท่าน
    • กรุณาสำรองห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนวันเข้าพัก
    • การจองเป็นแบบชำระเงินล่วงหน้าและไม่สามารถยกเลิก แก้ไข หรือขอคืนเงินได้
    • ราคานี้รวมภาษีและค่าบริการทั้งหมดแล้ว
    • โรงแรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด และเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร.032-516-600 หรือ https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?propertyId=571&onlineId=4&pid=MDc1Njg2NA%3D%3D

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobs2rl812x5w3j9g1o92y6qale5b7z&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kmHoDju_xRad-eBjVZ_NM

  • ‘สงคราม’ กดดัน ‘โรงแรมไทย’  ทุบซ้ำราคาห้องพักโลว์ซีซัน Q2/69

    ‘สงคราม’ กดดัน ‘โรงแรมไทย’ ทุบซ้ำราคาห้องพักโลว์ซีซัน Q2/69

    ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน มี.ค. 2569 จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-31 มี.ค. มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 138 แห่ง ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2 ปี 2569 หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือน มี.ค. ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมในทุกระดับดาวเกือบ 50% ประเมินว่าราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกลุ่มสัดส่วน 14% มองว่า ADR น่าจะลดลงมากกว่า 10% ส่วนอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 16% คาดว่า ADR จะลดลง 6-10% และกลุ่มที่มีสัดส่วน 12% คาดลดลง 3-5%

    ขณะที่ธุรกิจโรงแรมราว 32% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก ประเมินว่า ADR ยังมีแนวโน้มทรงตัว และอีกกว่า 20% คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่ม ADR ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5% ซึ่งส่วนมากเป็นโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวที่รับลูกค้าหลายสัญชาติ เช่น รัสเซีย และเอเชีย

    “ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ระบุถึงคาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือน เม.ย. 2569 ด้วยว่าน่าจะอยู่ที่ 60% ต่ำกว่าปีก่อน จากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากผลกระทบของความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งมีส่วนทำให้ ADR ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้มีโรงแรมเพียงบางส่วนที่คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5%”

    โดยสมาคมฯ หวังว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงเดือน เม.ย. จะดีขึ้นจากการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่ช่วยสร้างสีสันบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความคึกคักและช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น

    ยอดลูกค้าคนไทย Q2/69 เข้าพักหดตัว

    นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมกว่า 53% ในทุกระดับดาวประเมินว่า ภาพรวมจำนวนลูกค้าคนไทยในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งในกลุ่มที่มีสัดส่วน 19% ประเมินว่าลูกค้าคนไทยจะลดลงมากกว่า 20% ขณะที่กลุ่มสัดส่วน 17% คาดการณ์ว่าจะลดลง 11-20% และอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 17% เช่นกัน คาดลดลงน้อยกว่า 10%

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรม 34% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยยังมีแนวโน้มทรงตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และธุรกิจโรงแรมอีกราว 10% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยอาจเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 10% ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป

    ส่องอัตราเข้าพัก มี.ค. ทั่วประเทศเฉลี่ย 69%

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังระบุถึงอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือน มี.ค. อยู่ที่ 69% ลดลงจากเดือนก่อนตามปัจจัยการเข้าสู่โลว์ซีซัน แต่ยังสูงกว่าปีที่แล้ว สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดเดือน มี.ค. ที่มีจำนวน 2.77 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

    เมื่อเจาะเป็นรายภูมิภาค พบว่าในเดือน มี.ค. ภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 76% ลดลงจาก 90% ในเดือน ก.พ. ส่วนภาคกลางมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 75% ลดลงจาก 80% ขณะที่ภาคตะวันออกมี 66% ลดลงจาก 80% และภาคเหนือมี 44% ลดลงจาก 67%

    “ภาพรวมท่องเที่ยวเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) เริ่มชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรคจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง สายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน ลดจำนวนเที่ยวบินและยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนเพื่อควบคุมต้นทุน กระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสารและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล”

    จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมต่างๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่เต็มเหมือนทุกครั้ง สำหรับโรงแรมที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ยังคาดหวังว่าคนไทยอาจจะตัดสินใจเดินทางในระยะกระชั้นชิด (Last Minute) ขณะที่โรงแรมในเมืองรองประสบภาวะลำบากมากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวเน้นประหยัดค่าใช้จ่ายและเลือกเที่ยวระยะใกล้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับกลยุทธ์ดึงตลาดระยะใกล้ (Short-haul) รวมทั้งเดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงัก

    ชงรัฐเร่งกระตุ้นดีมานด์-อุ้มซัพพลาย

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องการจากภาครัฐ ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ กระจายการจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ หรือจัดให้มีงานเจรจาธุรกิจ (Business Matching) มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และควบคุมราคาตั๋วเครื่องบินไม่ให้สูงเกินไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียหรือกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

    2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพทั่วไป รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน 3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) สำหรับปรับปรุงโรงแรม หรือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน

    4.มาตรการด้านแรงงาน เพิ่มจำนวนแรงงานมีทักษะในภาคบริการ และ 5.มาตรการอื่นๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึง จัดการปัญหาจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต หรือการตรวจสอบต่างๆ เช่น การตรวจสอบอาคาร

    ต่างชาติเที่ยวไทย 1 ม.ค.-12 เม.ย. ยอดลด 2.6%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 เม.ย. 2569 มีจำนวนสะสม 10,363,660 คน ลดลง 2.65% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,659,777 คน มาเลเซีย 1,093,636 คน รัสเซีย 792,629 คน อินเดีย 712,913 คน และเกาหลีใต้ 439,277 คน

    เฉพาะเดือน มี.ค.2569 หลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย จำนวน 819,016 คน ลดลง 4.2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ถ้านับรวมตลอดไตรมาส 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. มีนักท่องเที่ยวยุโรปจำนวน 3,050,711 คน เพิ่มขึ้น 3.9% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

    ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิสราเอล) เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 12,485 คน ลดลง 33.26% ส่วนภาพรวมในไตรมาส 1 ของปีนี้ มีจำนวน 81,346 คน ลดลง 19.76% ด้านนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 148,421 คน ลดลง 2.05% และในไตรมาส 1 ปีนี้มีจำนวน 485,051 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.16%

    ด้านรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เดิมปี 2569 ตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีที่แล้ว แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดว่าในกรณี Base Case เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1-3 เดือน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม ซึ่งมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1230359&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uI89dPpNVRLIvBuECz9CZ

  • โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    ด้วยข้อเสนอพิเศษ ‘Thai Resident Rate’ รีสอร์ทระดับรางวัลแห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดของภาคเหนือให้แก่ผู้เข้าพัก

    เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ของนักเดินทางชาวไทยคืออะไร? คำตอบเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือความต้องการเดินทางระยะสั้นที่สะดวกสบาย และมองหาช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจุบันการหลีกหนีความวุ่นวายไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นการให้คุณค่ากับประสบการณ์ใกล้ตัวมากขึ้น และทริปสั้น ๆ ก็สามารถเติมเต็มได้ไม่แพ้การเดินทางไกล

    เมื่อเทรนด์การท่องเที่ยวมุ่งสู่ประสบการณ์ที่มีความหมายและใกล้บ้านมากขึ้น นักเดินทางชาวไทยจึงเริ่มมองหาจุดหมายใหม่ ๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ มอบจังหวะชีวิตที่แตกต่าง ผสานความสงบของธรรมชาติเข้ากับการค้นพบวัฒนธรรม “รีสอร์ทแห่งนี้คือการหลีกหนีสู่ธรรมชาติของภาคเหนืออย่างง่ายดาย ที่ซึ่งผู้เข้าพักสามารถชะลอเวลา กลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง และเพลิดเพลินกับการพักผ่อนที่ทั้งเรียบง่ายและเปี่ยมคุณค่า” กล่าวโดยคุณฌอน โมเชอร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ และ โฟร์ซีซั่นส์ เต็นท์แคมป์ สามเหลี่ยมทองคำ

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่เรียกประเทศไทยว่าบ้าน รีสอร์ทนำเสนอข้อเสนอ ‘Thai Resident Rate’ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2569 สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง โดยข้อเสนอนี้เปิดโอกาสให้เข้าถึงประสบการณ์การเข้าพักได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา เหมาะสำหรับการวางแผนพักผ่อนระยะสั้น หรือรีทรีตท่ามกลางธรรมชาติs

    พักผ่อนท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ ห้องพักแบบพาวิลเลียนวิวทุ่งนาของรีสอร์ท มอบการเข้าถึงภูมิทัศน์โดยรอบอย่างใกล้ชิด ตั้งอยู่เหนือผืนนาที่ใช้งานจริง ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและยังคงสัมผัสวิถีชีวิตชนบทได้อย่างแท้จริง

    ความสุขเรียบง่าย กับประสบการณ์ที่ใส่ใจในรายละเอียด ผู้เข้าพักสามารถออกแบบช่วงเวลาพักผ่อนของตนเองได้อย่างลงตัว ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย:

    • Afternoon Tea ตามฤดูกาล: ณ KHAO by Four Seasons เพลิดเพลินกับ Afternoon Tea ที่พร้อมเสิร์ฟในทุกวัน เติมเต็มช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย
    • แอคทีฟในจังหวะของคุณเอง: สนามเทนนิสของรีสอร์ทรองรับทั้งการเล่นแบบสบาย ๆ และการเรียนแบบส่วนตัว ท่ามกลางวิวภูเขา
    • รสชาติแห่งท้องถิ่นและนานาชาติ: ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สะท้อนทั้งเอกลักษณ์ของภาคเหนือจากวัตถุดิบท้องถิ่น และความหลากหลายด้วยอาหารนานาชาติ
    • ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู: Wara Cheewa Spa มอบประสบการณ์ไฮโดรเธอร์มอลควบคู่กับการบำบัดแบบไทยดั้งเดิม เพื่อการผ่อนคลายอย่างสมดุลและเต็มที่

    วางแผนง่าย พักผ่อนสบาย ด้วยเงื่อนไขการจองที่ยืดหยุ่น ไม่มีขั้นต่ำในการเข้าพัก และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกห่างไกลจากความวุ่นวาย ข้อเสนอพิเศษระยะเวลาจำกัดนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับทริปแบบเร่งรีบ รวมถึงทริปที่มีการวางแผนพักผ่อนล่วงหน้า

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อ [email protected]


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12807710&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gz6cfbLYj3kfcrL8_vv16

  • ไปอเมริกาด้วยราคา 21K !! กับฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ Ep.1

    ไปอเมริกาด้วยราคา 21K !! กับฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ Ep.1

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/nKAvRYo8kgPM&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32yvYxNtuWfgw0wOfOlcNM

  • สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5

    สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5

    หัวใจคนปลูกกาแฟเชียงราย ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นแดงและควันไฟป่า ยันคุณภาพเมล็ดไม่หายไปกับควัน

    เชียงราย 20 เมษายน 2569 – พงศกร อารีศิริไพศาล เจ้าของ ร้าน LOCAL Coffee และกรรมการสมาคมกาแฟพิเศษไทย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ในช่วงที่ฝุ่นควันยังลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดดอย เขาเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่นว่าปีนี้เป็นปีที่เกษตรกรต้องทำงานท่ามกลางความไม่แน่นอนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

    เรื่องราวของเชียงรายในเดือนเมษายนจึงไม่ได้มีเพียงกลิ่นควันไฟหรือเสียงน้ำสงกรานต์ที่ถนนสันโค้งเท่านั้น แต่ยังมีความกังวลที่ซ้อนทับกันระหว่างสุขภาพของคนปลูกกาแฟ คุณภาพของแม่น้ำสายหลัก และความหวังของเมืองที่กำลังต้องเลือกเส้นทางใหม่ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน

    ควันไฟบนดอยกับกาแฟที่ยังต้องยืนหยัด

    พงศกรประเมินว่าผลผลิตกาแฟของเชียงรายในปีนี้อาจได้รับผลกระทบบางส่วน ผลผลิตอาจน้อยลงบ้างในพื้นที่ที่เจอไฟป่าเผาไหม้หรือต้นกาแฟอายุน้อยที่โดนความร้อนโดยตรง แต่คุณภาพของกาแฟเชียงรายยังคงมีมาตรฐานเหมือนเดิม เขาย้ำว่าคุณภาพไม่ได้หายไปพร้อมกับควัน

    สิ่งที่น่าห่วงกว่าปริมาณเมล็ดกาแฟคือคนทำงานบนไร่ เขาบอกว่าชาวเกษตรกรต้องสูดดมควันและฝุ่น PM 2.5 เกือบตลอดทั้งวันบนดอยสูง ในระยะยาวไม่เป็นผลดีแน่ ยิ่งเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น เกษตรกรบนที่สูงก็เสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

    ข้อมูลคุณภาพอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสะท้อนความจริงนั้น วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. สถานีตรวจวัดในจังหวัดเชียงรายหลายแห่งรายงานค่า PM 2.5 ระดับสูง เช่น รพ.สต.บ้านดงมะตื๋น ต.ผางาม อ.เวียงชัย วัดได้ 263 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ รพ.สต.บ้านทุ่งงิ้ว อ.เชียงของ วัดได้ 243 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเลขเหล่านี้สูงเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกหลายเท่า และเป็นสิ่งที่คนบนดอยต้องเผชิญทุกเช้า 

    พงศกรไม่ได้เรียกร้องความสงสาร แต่เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม เขาบอกว่าแม้หน้าร้านจะเงียบ คนไม่มาเที่ยว แต่กาแฟยังมีเรื่องเล่าได้ ถ้ามีเรื่องเล่า ก็ขายออนไลน์ได้ รายได้ยังหมุนได้แม้สถานการณ์ท่องเที่ยวไม่เอื้อ คำแนะนำนี้ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ แต่มาจากประสบการณ์ของเจ้าของ LOCAL Coffee ที่เห็นลูกค้าต่างจังหวัดสั่งเมล็ดคั่วผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในช่วงที่ฝุ่นหนา

    ตัวเลขท่องเที่ยวที่ดูดีกับความจริงที่ถนนสงกรานต์

    ภาพของเชียงรายในช่วงต้นปีดูเหมือนจะไปได้ดี ตัวเลขจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 เชียงรายมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 1,661,706 คน ติดอันดับ 10 ของประเทศเมื่อไม่นับกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    ในขณะเดียวกัน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของเชียงรายในช่วงสามเดือนแรกอยู่ที่ 79.74 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 7 ในกลุ่ม 20 จังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ตามการจัดอันดับของเพจ The Rankings ที่อ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ตัวเลขนี้ทำให้เชียงรายดูเหมือนจุดหมายที่ยังได้รับความนิยม

    แต่เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน ภาพกลับต่างออกไป ผู้ประกอบการในพื้นที่รายงานว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการจองห้องพักจากห้องพักประมาณ 28,000 ห้องทั่วจังหวัด อยู่ที่เพียงร้อยละ 15 ถึง 20 เท่านั้น ถนนสันโค้ง ถนนหนองบัว และงานมหาสงกรานต์ที่อำเภอเชียงแสนยังคงคึกคัก แต่คนที่เดินส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่และคนที่กลับบ้าน ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นหรือชาวต่างชาติ

    ความย้อนแย้งของตัวเลขนี้อธิบายได้จากปัจจัยที่ซ้อนกัน ช่วงต้นปีอากาศยังพอรับได้และมีงานเทศกาลดอกไม้ งานกาแฟ ดึงคนไทยเดินทางระยะสั้น แต่พอเข้าสู่มีนาคมถึงเมษายน ฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านรวมกับความกดอากาศสูงจากจีนที่แผ่ปกคลุมนาน ทำให้หมอกควันไม่ระบาย ภาพถ่ายดาวเทียมและการรายงานของหน่วยงานสิ่งแวดล้อมชี้ว่าเชียงรายอยู่ในแอ่งกระทะ ควันจึงค้างนานกว่าจังหวัดอื่น

    น้ำที่ขุ่นมากกว่าควัน

    ผู้ประกอบการหลายคนบอกว่าปัญหาไม่ได้มีแค่ฝุ่น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา มีรายงานเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ปี 2569 สถานการณ์ยิ่งถูกจับตามองเพราะกระทบทั้งการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

    ในเวทีวิชาการเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่สถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาพูดอย่างตรงไปตรงมา งานเสวนาหัวข้อ จากสายลมเหนือถึงสายน้ำโขง จัดโดยสำนักวิชานวัตกรรมสังคม ภายใต้รายวิชา Conflict Security and Border มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกว่า 80 คน

    ดร.ธนิกุล จันทรา คณบดีกล่าวเปิดงาน ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ ร่วมดำเนินรายการ และ ดร.นิชานท์ สิงหพุทธางกูร เป็นผู้จัดหลัก งานนี้ร่วมมือกับ Asian Research Center for International Development หรือ ARCID, Area-based Social Innovation Research Center หรือ Ab-SIRC และ The Center for Humanitarian Dialogue หรือ HD

    เวทีใช้รูปแบบ Single Panel Two Layers ชั้นแรกวางฐานข้อมูลเชิงวิชาการ ชั้นที่สองเปิดพื้นที่ให้เสียงของคนที่ได้รับผลกระทบจริง

    สี่เสียงจากเวทีที่ทำให้เห็นภาพใหญ่

    ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ จากคณะอนุกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด พูดถึง PM 2.5 ว่าเป็นปัญหาโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การเผาในพื้นที่เชียงราย แต่เป็นหมอกควันข้ามแดนที่ต้องใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาค

    อาจารย์เฉลิมพันธ์ แก้วกันทะ จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำเสนอข้อมูลการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ชี้ว่าคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อพืชผักริมตลิ่งและสัตว์น้ำที่เป็นแหล่งโปรตีนของชุมชน

    นางสาวศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้บริหารไร่รื่นรมย์ และพงศกร อารีศิริไพศาล จาก LOCAL Coffee พูดในประเด็นระบบอาหารและทรัพยากรท้องถิ่น ทั้งคู่ย้ำว่ากาแฟและพืชอาหารไม่ได้แยกจากน้ำและอากาศ ถ้าน้ำมีสารปนเปื้อน ดินก็เปลี่ยน จุลินทรีย์ในดินก็เปลี่ยน รสชาติกาแฟในระยะยาวย่อมเปลี่ยนตาม

    นายศรัทธา อุดมฤทธิ์ จากชมรมนักศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าถึงผลกระทบต่อคนและชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีหน้ากากกรองอากาศดีๆ ไม่มีห้องปลอดฝุ่น และต้องทำงานกลางแจ้ง

    ภายในงานยังมีการฉายสารคดีสั้นชื่อ เงาปนเปื้อนบนสายน้ำกก เหนือชีวิตเกษตรกร บันทึกเสียงจริงของเกษตรกรที่ใช้น้ำกกทำนาและเลี้ยงปลา ภาพในสารคดีทำให้ผู้ชมเห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตสิ่งแวดล้อมกับความมั่นคงทางอาหารอย่างชัดเจน

    เมืองที่ต้องเลือก Wellness หรือ Sport

    คำถามที่เกิดขึ้นหลังเวทีคือ เชียงรายจะเดินไปทางไหน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมที่แก้ได้ยากในระยะสั้น หลายเสียงเสนอว่าเชียงรายต้องเลือกให้ชัดว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism หรือเมืองกีฬา Sport City เพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนเดินตามได้ถูกทาง

    แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางระดับประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กำลังเร่งเกม Wellness อย่างจริงจัง โดยเตรียมจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet 2026 ในวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่โรงแรม Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok 

    งานนี้เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศ 74 ราย พบผู้ประกอบการไทย 68 ราย ครอบคลุมธุรกิจสปา การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก และรีสอร์ตสุขภาพ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย High Value and Sustainable Tourism มุ่งดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูง

    เหตุผลที่ ททท. ผลักดันเรื่องนี้เพราะตลาดโลกกำลังโต ข้อมูลจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกประเมินว่าการเดินทางเพื่อสุขภาพจะแตะ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านมาตรฐานบริการ บุคลากรทางการแพทย์ การนวดไทย สมุนไพร และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 

    สำหรับเชียงรายที่มีอากาศบริสุทธิ์ในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีแหล่งน้ำพุร้อน มีชาและกาแฟออร์แกนิก มีภูมิปัญญาชาติพันธุ์เรื่องสมุนไพร การเป็น Wellness Destination จึงไม่ใช่ความฝันไกลตัว แต่โจทย์คือจะทำอย่างไรในช่วงที่ฝุ่นควันยังเป็นปัญหา 4 ถึง 5 เดือนต่อปี

    สงครามที่ไกลแต่กระทบใกล้

    ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงรายยังพูดถึงอีกปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คือสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางในปีนี้ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นการเดินทางระยะไกลของนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลาง ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น เส้นทางบินเปลี่ยน นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงจึงเลือกจุดหมายที่เดินทางง่ายและมีความเสี่ยงต่ำกว่า

    เมื่อรวมกับภาพข่าวเรื่องมลพิษในแม่น้ำสายหลักของภาคเหนือที่ปรากฏในสื่อต่างประเทศตั้งแต่ปีก่อน ภาพลักษณ์ของเชียงรายจึงถูกท้าทายสองด้านพร้อมกัน คืออากาศและน้ำ

    จากตัวเลขถึงชีวิตจริง

    ถ้ามองย้อนกลับไปที่ตัวเลข 1,661,706 คน และการเข้าพัก 79.74 เปอร์เซ็นต์ในช่วงไตรมาสแรก ต้องเข้าใจว่านั่นคือแรงส่งจากคนไทยที่เดินทางด้วยรถยนต์ ระยะทางไม่ไกล และตัดสินใจเร็ว เมื่อเจอฝุ่น พวกเขายกเลิกหรือเลื่อนได้ทันที ต่างจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องจองล่วงหน้านาน

    ช่วงสงกรานต์ที่อัตราการเข้าพักเหลือเพียง 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ เพราะสงกรานต์ปกติเป็นช่วงพีคของภาคเหนือ การที่ห้องพักกว่า 22,000 ห้องจากทั้งหมดประมาณ 28,000 ห้องว่างในคืนที่ควรเต็ม สะท้อนว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจจริง

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไตรมาสแรกยังบอกอีกด้านหนึ่งว่าเชียงรายยังมีฐานคนรักเมืองนี้อยู่ คนที่มาเพราะอยากดื่มกาแฟบนดอยช้าง ดอยตุง อยากเดินป่าช่วงปลายหนาว อยากกินอาหารชาติพันธุ์ คนกลุ่มนี้คือทุนทางสังคมที่สำคัญ

    กาแฟที่มีเรื่องเล่า

    พงศกรกลับมาที่ประเด็นเดิมอีกครั้งในเวทีที่แม่ฟ้าหลวง เขาบอกว่าระบบอาหารท้องถิ่นต้องเชื่อมกับเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ขายเมล็ดกาแฟ แต่ขายที่มาของเมล็ด ขายวิธีที่เกษตรกรสู้กับไฟป่า ขายวิธีที่ชุมชนทำแนวกันไฟ ขายวิธีที่คนหนุ่มสาวกลับบ้านมาทำโปรเซสกาแฟแบบใหม่

    ศิริวิมลจากไร่รื่นรมย์เสริมว่าเกษตรกรรุ่นใหม่เริ่มบันทึกข้อมูลดิน น้ำ อากาศ ด้วยเครื่องมือราคาถูก แล้วเอาข้อมูลนั้นมาเล่าให้ลูกค้าฟัง ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพยินดีจ่ายเพิ่มเมื่อรู้ว่ากาแฟถ้วยนั้นมาจากไร่ที่ตรวจวัด PM 2.5 ทุกวันและมีมาตรการปกป้องคนเก็บ

    นี่คือจุดที่แนวคิด Wellness ของ ททท. มาเจอกับกาแฟเชียงราย ไม่ใช่แค่สปาหรูในกรุงเทพ แต่คือ wellness ที่เริ่มจากต้นน้ำ คือคนปลูกที่สุขภาพดี ดินดี น้ำดี

    ความมั่นคงรูปแบบใหม่

    เวทีที่แม่ฟ้าหลวงสรุปตรงกันว่าปัญหาของเชียงรายวันนี้คือความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ความมั่นคงทางทหาร แต่เป็นความมั่นคงทางอากาศ น้ำ อาหาร และสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดข้ามพรมแดน

    เขื่อนต้นน้ำในจีนทำให้กระแสน้ำโขงแปรปรวน ตะกอนดินหายไป ปลาวางไข่ยากขึ้น การทำเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสายทำให้สารโลหะหนักไหลลงมา การเผาในที่โล่งในเมียนมาและลาวทำให้ควันลอยข้ามมา ทุกอย่างเชื่อมกันเป็นระบบเดียว

    ดร.บัณฑูรย้ำว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาดของไทยจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้องมีกลไกเจรจาระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้วย มิฉะนั้นเชียงรายจะทำดีแค่ไหนก็ยังต้องรับควันจากที่อื่น

    ทางรอดระยะสั้นและระยะยาว

    จากการฟังเสียงทั้งหมด มีทางออกสามระดับที่ถูกพูดถึงบ่อย

    ระดับแรกคือการปกป้องคนทำงานทันที หน้ากากที่ได้มาตรฐาน ห้องปลอดฝุ่นในชุมชนบนดอย การแจ้งเตือน PM 2.5 แบบรายชั่วโมงที่เข้าถึงง่าย และการปรับเวลาทำงานเกษตรให้หลีกเลี่ยงช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงสุด

    ระดับสองคือการปรับธุรกิจ ผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งเริ่มทำแพ็กเกจ staycation สำหรับคนไทย เน้นอาหารสุขภาพ ชา กาแฟ สมุนไพรท้องถิ่น และกิจกรรมในร่มช่วงฝุ่นหนัก ร้านกาแฟหันมาขายออนไลน์มากขึ้น ทำ subscription ส่งเมล็ดคั่วรายเดือน พร้อมการ์ดเล่าเรื่องเกษตรกร

    ระดับสามคือการวางตำแหน่งเมืองระยะยาว ถ้าเชียงรายจะไปทาง Wellness ต้องลงทุนในข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใส ต้องมีระบบตรวจวัดน้ำกก น้ำสายแบบเรียลไทม์ ต้องมีมาตรฐานฟาร์มที่ดูแลสุขภาพคนงาน ต้องมีเส้นทางท่องเที่ยวที่คำนึงถึงฤดูกาลฝุ่น ไม่ใช่โปรโมทเหมือนเดิมทั้งปี

    ถ้าจะไปทาง Sport City ก็ต้องคิดเรื่องสนามในร่ม การจัดการคุณภาพอากาศสำหรับนักกีฬา และการสื่อสารความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา

    เสียงจากดอยที่อยากให้ได้ยิน

    ก่อนจบการสัมภาษณ์ พงศกรทิ้งท้ายไว้สั้นๆ ว่าเขาไม่ได้ขอให้ฟ้าฝนเป็นใจตลอดปี เขาแค่ขอให้คนเมืองเข้าใจว่าคนบนดอยทำงานท่ามกลางควันทุกวัน และกาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพของใครบางคน

    คำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่สารคดีในงานแม่ฟ้าหลวงพยายามบอก ภาพของเกษตรกรที่ล้างผักริมน้ำกกด้วยมือเปล่า ทั้งที่รู้ว่าน้ำอาจไม่เหมือนเดิม แต่ไม่มีทางเลือกอื่น

    เชียงรายในวันนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างตัวเลขที่ยังสวยในไตรมาสแรกกับความจริงที่ถนนสงกรานต์ว่างกว่าที่ควร ระหว่างคุณภาพกาแฟที่ยังรักษาไว้ได้กับสุขภาพคนปลูกที่กำลังถูกท้าทาย ระหว่างความหวังจะเป็นฮับสุขภาพโลกกับฝุ่นควันที่ลอยข้ามพรมแดนทุกปี

    คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือกข้างระหว่าง Wellness หรือ Sport เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงว่าสิ่งแวดล้อมคือต้นทุนหลักของทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำหนึ่งแก้วไปจนถึงกาแฟหนึ่งถ้วย และตั้งแต่นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไปจนถึงอนาคตของเมืองทั้งเมือง

    ถ้าเชียงรายสามารถทำให้ข้อมูลเรื่องอากาศและน้ำเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย ตรวจสอบได้ และใช้ประกอบการตัดสินใจของทั้งนักท่องเที่ยว เกษตรกร และนักลงทุนได้จริง เมืองนี้จะมีเรื่องเล่าที่แข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องเล่าเกี่ยวกับวิวสวยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองที่กล้าเผชิญหน้ากับควันและน้ำขุ่น แล้วหาทางอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

    นั่นอาจเป็นเหตุผลที่แม้ห้องพักจะว่างในช่วงสงกรานต์ แต่ชื่อของเชียงรายยังคงติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยสูงสุด และยังคงมีอัตราการเข้าพักเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี เพราะลึกๆ แล้วคนยังเชื่อในศักยภาพของเมืองนี้ และรอวันที่จะกลับมาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอากาศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-coffee-haze-wellness-strategy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jc6olemvp9CGO18tJMRK3

  • B

    B

    BC ประกาศก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงการโรงแรมยั่งยืนภายใต้มาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสากล หลังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) โดยเป็น 1 ใน 7 กลุ่มผู้ประกอบการ และ 1 ใน 9 โครงการโรงแรมทั่วประเทศที่ได้รับอนุมัติวงเงินในครั้งนี้ สะท้อนศักยภาพของ BC ในการพัฒนาโครงการคุณภาพ และการยกระดับพอร์ตโฟลิโอโรงแรมสู่มาตรฐานระดับโลก รองรับเมกะเทรนด์โรงแรมที่ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน (ESG) รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    BC เดินหน้าวางเป้าต้นแบบโรงแรมยั่งยืน (Green Hotel) ระดับลักชัวรี่ โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสีเขียวจากไทยพาณิชย์

    นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เปิดเผยว่า ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการโรงแรมภายใต้โมเดล Build-Operate-Sale (BOS) ยังคงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจโรงแรมตามแนวโน้มด้านความยั่งยืน หลังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว จากธนาคารไทยพาณิชย์ โดย BC เป็น 1 ใน 7 กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม และเป็น 1 ใน 9 โครงการโรงแรมทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือกและอนุมัติวงเงินกรีนไฟแนนซ์ (Green Finance) มูลค่ารวม 17,575 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโครงการ Luxury Hotel ภายใต้มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล การได้รับกรีนไฟแนนซ์ (Green Finance) สะท้อนถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญของบริษัทในการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนา การบริหารจัดการ ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดการต้นทุน รวมถึงบริหารช่วงเวลาในการขายสินทรัพย์เมื่อโครงการสร้างผลตอบแทนได้ดีและเหมาะสม ส่งผลให้บริษัทสามารถหมุนเวียนเงินลงทุนและต่อยอดโครงการใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบัน BC มีพอร์ตธุรกิจโรงแรมที่ครอบคลุมทุกระดับ บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยบริษัทมีจุดแข็งด้านการคัดเลือกทำเล การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ ตลอดจนการบริหารสินทรัพย์ให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขยายสู่ธุรกิจ Third-Party Operator (TPO) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม การพัฒนาแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว

    “การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของ BC และตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโรงแรมคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เราเชื่อว่า Green Hotel จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ที่จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน พันธมิตรธุรกิจ และนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดย BC พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทุกภาคส่วนในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobc6pjjmyr2ynhbhtlldb67punvo42&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lIAymZQP9WzxZyANjJGtQ

  • ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    ภูมิภาค

    ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 จังหวัดปทุมธานีเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “โครงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี” ภายใต้แนวคิด “Cultural and River” มุ่งใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและสายน้ำเจ้าพระยาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์จริง กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม ธัญบุรี บอลลูม โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมผนึกกำลังอย่างคับคั่ง ได้แก่ นางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอเมืองปทุมธานี นางสาวบุษราภรณ์ ปานคง นายอำเภอสามโคก นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

    โดย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ขยายความถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาว่า การทำให้ปทุมธานีเป็น “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ไม่ใช่เพียงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ แต่คือการหยิบยกต้นทุนเดิมที่มีอยู่มหาศาลอย่าง “สายน้ำเจ้าพระยา” มาปัดฝุ่นใหม่ผ่านกระบวนการร้อยเรียงอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพียงเพื่อดู แต่มาเพื่อ “สัมผัส” และ “เรียนรู้” วิถีชีวิตที่แท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ยาวนานขึ้นและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนโดยตรง

    ด้าน นางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ให้รายละเอียดถึงกลยุทธ์ Soft Power สายน้ำ ว่าหัวใจสำคัญคือการทำ Storytelling หรือการเล่าเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของปทุมธานีผ่าน 3 มิติหลัก คือ Spirit of the River นำเสนอความผูกพันของศาสนาและสายน้ำ ผ่านเส้นทางล่องเรือไหว้พระวัดสำคัญริมน้ำ Living Heritage การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างเป็นกิจกรรม Workshop เช่น การทำอาหารมอญ-ไทยโบราณ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรม “กินได้และขายได้ Host Management ยกระดับคนในชุมชนให้เป็น “นักเล่าเรื่องท้องถิ่น” ที่มีความภาคภูมิใจในรากเหง้า พร้อมรับบทบาทเจ้าบ้านที่ดีตามมาตรฐานสากล

    นายอารุช เอมโอฐ (นายอำเภอเมืองปทุมธานี) เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมด้าน Connectivity หรือการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ ทั้งท่าเรือที่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบขนส่งมวลชนที่รองรับการเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ

    นางสาวบุษราภรณ์ ปานคง (นายอำเภอสามโคก) มุ่งเน้นการชูอัตลักษณ์ “มอญสามโคก” ที่แข็งแกร่ง โดยผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่เน้นความ “จริงใจและเรียบง่าย” (Authenticity) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่แสวงหาความสงบและคุณค่าทางจิตใจ

    โครงการนี้ยังครอบคลุมไปถึงการสร้าง “ตลาดวัฒนธรรมมีชีวิต” ซึ่งจะไม่ใช่เพียงที่ซื้อขายของ แต่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสาธิตงานฝีมือและการแสดงพื้นบ้าน ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะทำให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของปทุมธานีเข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จังหวัดปทุมธานีจึงมั่นใจว่าโครงการ “Cultural and River” จะไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง “สายน้ำ วิถีชีวิต และชุมชน” ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนในระดับสากล

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473232&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FEfbR6DvJ4xwKMqfZyDsp

  • รีวิว “สกายวอล์คเชียงคาน”

    รีวิว “สกายวอล์คเชียงคาน”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/8QEXk9ydgw4l&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EueAmOEp76AQ4ro13d5u3