Category: ท่องเที่ยว

  • รีวิวเที่ยวโบสถ์ร้อยปี วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง

    รีวิวเที่ยวโบสถ์ร้อยปี วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/lAJo0B1GneYy&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U-TaSc9xdFFuwFOaNNu14

  • เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น ‘ชาร์จพลัง’ เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น ‘ชาร์จพลัง’ เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น 'ชาร์จพลัง' เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น ‘ชาร์จพลัง’ เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    Agoda Travel Outlook 2026 เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจของนักเดินทางกลุ่ม Gen Z ชาวไทย ในปีพ.ศ. 2569 ที่กำลังกลายเป็นผู้นำเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนจากการ “เที่ยวตามเทศกาล” มาเป็นการ “เที่ยวเพื่อรีชาร์จ” ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทำบ่อยขึ้น เพื่อรักษาสมดุลสุขภาพจิตและหลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลระบุว่า 62% ของ Gen Z ไทย วางแผนเดินทางอย่างน้อย 1-3 ทริปในปีนี้ โดยกว่า 65% เจาะจงเลือกทริประยะสั้นเพียง 1–3 วันต่อทริปเท่านั้น เพื่อให้สอดรับกับตารางเรียนและตารางงานที่รัดตัว สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวถูกย่อยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ปกติ ไม่ต้องรอวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ออกเดินทางได้ทันที

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น 'ชาร์จพลัง' เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    “สุขภาพจิต” นำ “งบประมาณ” ตามเหตุผลหลักที่ทำให้อยากแพ็กกระเป๋ามาจากความต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง

    • 77% เที่ยวเพื่อ “พักผ่อนเพียงอย่างเดียว” หวังรีชาร์จพลังงานที่เหนื่อยล้า
    • 72% ยอมรับว่า “งบประมาณ” คือปัจจัยชี้ขาดในการเลือกจุดหมายปลายทาง
    • 44% นิยมควง “คนรักหรือคู่สมรส” ไปร่วมแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น 'ชาร์จพลัง' เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    เทรนด์ใหม่: ยอมไป Unseen เพื่อเซฟเงิน

    ที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Gen Z เริ่มมองข้ามเมืองท่องเที่ยวหลักหากมีราคาสูง โดย 34% เลือกที่จะไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ (Unseen) หรือจุดหมายที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก หากสถานที่นั้นช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ นอกจากนี้ 57% ยังให้ความสำคัญกับ “ราคาที่พัก” เป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือที่พักเช่ารายวัน ต้องคุ้มค่าและไม่เกินงบที่ตั้งไว้ ทางด้านอโกด้า ระบุว่าพฤติกรรมนี้สะท้อนถึงการเป็นนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายชัดเจน (Purposeful Travel) คือต้องได้ทั้งความสบายใจและความสบายกระเป๋า ซึ่งแพลตฟอร์มพร้อมขยายตัวเลือกทั้งเที่ยวบินและที่พักให้ครอบคลุมทุกระดับราคา เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Gen Z ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวในขณะนี้

    เผยผลสำรวจ Gen Z ไทยแห่เที่ยวสั้น 'ชาร์จพลัง' เมินทริปยาว เน้นบ่อย-คุ้มค่า-ไม่บานปลาย!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/616135&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20y0tsj0-UFrobCzAuackP

  • อุทยานฯ เอราวัณ ประกาศปิดท่องเที่ยว-พักแรมชั่วคราว เหตุไฟป่า-ฝุ่น PM2.5

    อุทยานฯ เอราวัณ ประกาศปิดท่องเที่ยว-พักแรมชั่วคราว เหตุไฟป่า-ฝุ่น PM2.5

    วันนี้ (21 เม.ย.2569) นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ลงนามในประกาศเรื่องปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน โดยระบุว่า

    ขณะนี้ในพื้นที่กำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เฉลี่ยรอบ 24 ชั่วโมง สูง 42.9 มคก.ต่อ ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 20 และมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ออกประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานดับไฟป่าและเฝ้าระวังสถานการณ์ รวมถึงเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาสมบูรณ์และปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวอีกครั้ง

    อ่านข่าว :

    “อรรษิษฐ์” กำชับผู้ว่าฯ 4 จังหวัดชายแดน เฝ้าระวังสถานการณ์การสู้รบเมียนมา

    เลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่” อาจเลื่อนไป ส.ค.นี้

    อิหร่านประกาศ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามทุกแบบจากสหรัฐฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504913&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bDv9zvZ_iFPJfv8H_O_K_

  • ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569

    ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

    จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินหน้าสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรม “คัดเลือกมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล” ประจำปี 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของจังหวัดในการประกอบพิธีตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความเชื่อและอัตลักษณ์ของชาวลับแล ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญในพิธีสรงน้ำ “พระเจ้าลับแลง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
    การจัดงานในปีนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่มิติทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Dr.J Clinic ร่วมสนับสนุนรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณี อันเป็นการต่อยอด “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่

    นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ร้านอาหารบลูอิเลฟเฟ่น ร่วมสนับสนุนรางวัล , องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ธนาคารออมสิน ร้านอาหารโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา และ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก ธนพล ศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจพี วันคอนซัลแทนท์ จำกัด และ นายสันต์ชัย มานิมนต์ รองอันดับ 1 Mr. Rainbow Sky 2025 ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล ประจำปี 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายตั้งปณิธาร นาก้อนทอง รองชนะเลิศอันดับ 1 นายนราวิชญ์ บุญเกิด รองชนะเลิศอันดับ 2 นายฐิติวัฒน์ ออนตะไคร้ รองชนะเลิศอันดับ 3 นายพุฒิพงศ์ หลิน รองชนะเลิศอันดับ 4 นายเซดดริก สันดำ

    การประกวดมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล เทพบุตรอุตรดิตถ์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองลับแล” อย่างใกล้ชิด

    งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/959700&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K_0qBqiQnvjr_2l45tjmr

  • “เพชรบูรณ์เตรียมโชว์ศักยภาพ 11 ชาติพันธุ์!” แถลงความพร้อมมหกรรมวัฒนธรรมกลางขุนเขา ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวเต็มสูบ | TOPNEWS

    “เพชรบูรณ์เตรียมโชว์ศักยภาพ 11 ชาติพันธุ์!” แถลงความพร้อมมหกรรมวัฒนธรรมกลางขุนเขา ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวเต็มสูบ | TOPNEWS

    เพชรบูรณ์ประกาศความพร้อมจัดงาน “สืบสานวิถีถิ่นชาติพันธุ์ อากาศ ขุนเขา และเรื่องเล่าเพชบุระ” รวบรวมกลุ่มชาติพันธุ์มากถึง 11 กลุ่ม มาไว้กลางขุนเขาเขาค้อ หวังโชว์ศักยภาพ “ทุนทางวัฒนธรรม” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569ที่ จอลลี่แลนด์ เขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “สืบสานวิถีถิ่นชาติพันธุ์ อากาศ ขุนเขา และเรื่องเล่าเพชบุระ” พร้อมด้วย พัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และ ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมแถลงข่าว โดยมีสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคึกคัก

    งาน “สืบสานวิถีถิ่นชาติพันธุ์ อากาศ ขุนเขา และเรื่องเล่าเพชบุระ”จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 เมษายน 2569 เวลา 15.00–22.00 น. ณ จอลลี่แลนด์ เขาค้อ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างใกล้ชิด

    นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า งานนี้เป็นการนำ “อัตลักษณ์ชาติพันธุ์” มาผสานกับ “ประสบการณ์ท่องเที่ยว”ที่ไม่ใช่เพียงการจัดแสดง แต่เป็นการมีส่วนร่วมจริงของผู้เข้าชม ผ่านกิจกรรมวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมผลักดัน “ทุนทางวัฒนธรรม” ของเพชรบูรณ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

    ด้าน ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ระบุว่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของจังหวัดเพชรบูรณ์” มีความหลากหลาย ทั้งนี้ เพราะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งอยู่ศูนย์กลางของประเทศและเป็นรอยต่อของภาคเหนือ กับภาคอีสาน และภาคกลาง จึงมีกลุ่มผู้คนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ผสมผสานกันหลากหลายได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มคนดั้งเดิม ได้แก่ ไทหล่ม คนเพชรบูรณ์ คนไทยเบิ้งวิเชียรบุรีศรีเทพ กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้โยกย้ายอพยพเข้ามาอยู่ ได้แก่ คนจีน คนอีสาน คนเหนือ คนภาคกลาง กลุ่มที่ 3 กลุ่มชนเผ่า ม้ง เย้า ลีซู ถิ่น ไตดำ ชาวบน กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เปรียบเสมือนดอกไม้หลากสีสันที่ประดับเมืองเพชรบูรณ์ให้สวยงาม และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งภายในงานได้รวบรวมกลุ่มชาติพันธุ์ในเพชรบูรณ์มากถึง 11 กลุ่ม มานำเสนอผ่านขบวนพาเหรด การแสดง และนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน

    ขณะที่ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวเสริมว่า ภายในงานมีการจัดนิทรรศการชาติพันธุ์อย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบสื่อวิดีโอและการจำลองหมู่บ้าน 5 ชาติพันธุ์ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศจริง พร้อมจัดโซนถ่ายภาพกว่า 3 จุด และกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตแบบใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีโซนตลาดวัฒนธรรม “ของดีบ้านฉัน 11 ชาติพันธุ์” กว่า 80 ร้านค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมการจัดนิทรรศการและมอบรางวัลการประกวดภาพนิ่ง และการประกวดคลิปวิดีโอ ภายใต้กิจกรรมสืบสานวิถีถิ่นชาติพันธุ์ “อากาศ ขุนเขา และเรื่องเล่าเพชบุระ” และกิจกรรมพิเศษในแต่ละวัน

    โดยวันที่ 25 เมษายน พบขบวนพาเหรด “เพชรบูรณ์บ้านฉัน” และพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ วันที่ 26 เมษายน ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีท้องถิ่น และวันที่ 27 เมษายน ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจาก ครูเต้ย อภิวัฒน์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 15.00–21.00 น. ตลอดทั้ง 3 วัน ณ จอลลี่แลนด์ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์คาดหวังว่า การจัดงานครั้งนี้จะช่วยสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ สร้างรายได้ให้ชุมชน และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไปในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1553597&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0genbtUpGKK5otyrut1xnT

  • อุทยานฯ เอราวัณ ปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว จากผลกระทบไฟป่า-หมอกควัน

    อุทยานฯ เอราวัณ ปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว จากผลกระทบไฟป่า-หมอกควัน

    อุทยานฯ เอราวัณ ปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว จากผลกระทบไฟป่า-หมอกควัน

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราว จากผลกระทบไฟป่า-หมอกควัน เริ่มปิด 21 เม.ย. เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ข้อความว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ไฟป่า และสภาพอากาศปัจจุบันที่มีฝุ่นละอองสะสมจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำให้ค่าฝุ่นละออง (PM 2.5) ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง 92.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

    เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
    ประกาศอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพของนักท่องเที่ยว ทำให้มีความจำเป็นต้องปิดแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากไฟป่า

    จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควันฝุ่นละออง (PM 2.5)

    โดยกำหนดปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ไฟป่าจะคลี่คลาย

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นปกติ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-574-222 หรือ Facebook อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

    จึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/273766&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k2ngR5ZQfDl29PgYiVrpn

  • “เพชรบุรี” ฮอตแรง แซงขึ้นแท่นจังหวัดคนอยากซื้อ-เช่าบ้านอันดับ 1

    “เพชรบุรี” ฮอตแรง แซงขึ้นแท่นจังหวัดคนอยากซื้อ-เช่าบ้านอันดับ 1

    ผลสำรวจ 5 จังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้าน ช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 “เพชรบุรี” มาแรง ครองตลาดซื้อ-เช่า สูงที่สุด ปัจจัยอะไรดันดีมานด์พุ่ง

    ตอนนี้ความต้องการหาบ้าน-ที่อยู่อาศัย ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพฯ อีกแล้ว เพราะตอนนี้คนเริ่มขยับขยายออกไปหาทำเลใหม่ ๆ ตามเมืองท่องเที่ยวหลัก หรือรอบกรุงเทพมากขึ้น ที่น่าสนใจคือในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพชรบุรี ติดอันดับ 1 จังหวัดที่ดีมานด์เช่า-ซื้อ สูงที่สุด ตามข้อมูลของ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ของไทย

    ทำไมเพชรบุรีมาแรง? 

    จากข้อมูลพบว่าหัวเมืองท่องเที่ยวกลับมาได้รับความนิยมอย่างเห็นได้ชัด โดย “เพชรบุรี” ครองความนิยมเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจซื้อ/เช่าทั่วประเทศมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ด้วยอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยว 

    ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ส่งผลให้เพชรบุรีกลายเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจทั้งจากผู้ซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ และนักลงทุน โดยมีจุดเด่นที่ราคาอสังหาฯ ย่อมเยากว่าหัวเมืองท่องเที่ยวอื่น และเดินทางไม่ไกลจากเมืองหลวง

    “เพชรบุรี” ฮอตแรง แซงขึ้นแท่นจังหวัดคนอยากซื้อ-เช่าบ้านอันดับ 1

    5 จังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้าน “เพชรบุรี” มาแรงครองตลาดซื้อ-เช่า 

    โดย 5 จังหวัดที่มีความต้องการซื้อเติบโตมากที่สุดในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้แก่ 

    • อันดับ 1 เพชรบุรี เพิ่มขึ้น 61% QoQ
    • อันดับ 2 ระยอง เพิ่มขึ้น 34% QoQ
    • อันดับ 3 ภูเก็ต เพิ่มขึ้น 32% QoQ
    • อันดับ 4 ประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มขึ้น 29% QoQ
    • อันดับ 5 พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 9% QoQ

    สำหรับ 5 จังหวัดที่มีความต้องการเช่าเติบโตมากที่สุดในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้แก่ 

    • อันดับ 1 เพชรบุรี เพิ่มขึ้น 113% QoQ
    • อันดับ 2 ระยอง เพิ่มขึ้น 82% QoQ
    • อันดับ 3 ปทุมธานี เพิ่มขึ้น 75% QoQ
    • อันดับ 4 นนทบุรี เพิ่มขึ้น 16% QoQ
    • อันดับ 5 นครราชสีมา เพิ่มขึ้น 11% QoQ

    “เพชรบุรี” ฮอตแรง แซงขึ้นแท่นจังหวัดคนอยากซื้อ-เช่าบ้านอันดับ 1

    ภาพรวมตลาดอสังหาฯ คอนโดโต แต่บ้านยังไม่ฟื้น

    ทั้งนี้ เมื่อดูภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคทั่วประเทศในไตรมาสที่ผ่านมาชะลอตัว 6% มีเพียงคอนโดมิเนียมที่ยังเติบโตท่ามกลางที่อยู่อาศัยแนวราบที่ยังไม่ฟื้นตัว สวนทางความต้องการเช่าที่เติบโตอย่างน่าสนใจ เพิ่มขึ้น 4% ทั่วประเทศ และเพิ่มขึ้นถึง 9% ในกรุงเทพฯ 

    สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ผู้บริโภคต้องปรับตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ เทรนด์การเช่าจึงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนหาบ้านที่เผชิญความท้าทายทางการเงินในเวลานี้ 

    ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.DDproperty.com ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 เผยภาพรวมความต้องการซื้อที่อาศัยทั่วประเทศยังคงมีทิศทางชะลอตัว โดยลดลง 6% จากไตรมาสก่อน (QoQ) มีเพียงคอนโดฯ เท่านั้นที่ความต้องการซื้อเติบโต 4% QoQ 

    สวนทางกับที่อยู่อาศัยแนวราบอย่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่ความต้องการซื้อลดลง 17% QoQ และ 16% QoQ ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเติบโตของที่อยู่อาศัยแนวดิ่งที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ด้วยจุดเด่นที่มีราคาไม่สูงมาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองหรือเริ่มต้นสร้างครอบครัวภายใต้งบประมาณที่ควบคุมได้ 

    เมื่อพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัยพบว่า ความต้องการซื้อคอนโดฯ ยังครองตลาดซื้อเช่นกัน โดยมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 57% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดทั่วประเทศ รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 25% และทาวน์เฮ้าส์ 18%

    “เพชรบุรี” ฮอตแรง แซงขึ้นแท่นจังหวัดคนอยากซื้อ-เช่าบ้านอันดับ 1

    ขณะที่ระดับราคาที่อยู่อาศัยที่ผู้ซื้อให้ความสนใจมากที่สุดในไตรมาสที่ผ่านมา ได้แก่ ระดับราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเหมาะกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 44% 

    ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าผู้พัฒนาอสังหาฯ หันมาให้ความสนใจตลาดนี้มากขึ้น แต่ความท้าทายทางการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างไม่สามารถดูดซับอุปทานเหล่านี้ได้ รองลงมาคือ ระดับราคา 3-5 ล้านบาท และ 5-10 ล้านบาท ในสัดส่วนไล่เลี่ยกันที่ 19% และ 17% ตามลำดับ  

    ตลาดเช่าคอนโดฯ – ทาวน์เฮ้าส์มาแรง ค่าเช่าต่ำหมื่นครองใจผู้เช่า

    ภาพรวมความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยทั่วประเทศยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างน่าสนใจ เพิ่มขึ้น 4% QoQ โดยคอนโดฯ มีความสนใจเช่าเพิ่มขึ้นมากที่สุด 5% QoQ ตามมาด้วยทาวน์เฮ้าส์ 3% QoQ สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Generation Rent ที่ตอบโจทย์คนหาบ้านทั้งในเรื่องความยืดหยุ่นในการโยกย้ายและช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้ มีเพียงบ้านเดี่ยวเท่านั้นที่ความต้องการเช่ายังคงทรงตัวในไตรมาสที่ผ่านมา 

    เมื่อพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัยพบว่า คอนโดฯ ยังคงครองตลาดเช่ามากที่สุดด้วยสัดส่วนถึง 85% ของที่อยู่อาศัยเพื่อเช่าทั้งหมดทั่วประเทศ ด้วยจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาความสะดวกสบายในการเดินทางและเน้นความคล่องตัว จึงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการยังคงให้ความสนใจ รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 9% และทาวน์เฮ้าส์ 6% 

    ขณะที่ระดับค่าเช่าไม่เกิน 10,000 บาท/เดือน มีการเติบโตมากที่สุด 11% QoQ สะท้อนให้เห็นว่าที่อยู่อาศัยให้เช่าที่มีราคาย่อมเยาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในเวลานี้

    ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมระดับค่าเช่าพบว่า ความต้องการเช่าในระดับค่าเช่า 10,000-20,000 บาท/เดือน มีสัดส่วนมากที่สุด 36% รองลงมาคือระดับค่าเช่ามากกว่า 30,000 บาท/เดือน อยู่ที่ 29% และ 20,000-30,000 บาท/เดือน อยู่ที่ 21% 

    สะท้อนให้เห็นว่าผู้เช่าบางส่วนยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการอยู่อาศัยในโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกอย่างแนวรถไฟฟ้าหรือย่านธุรกิจ 

    นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป Think of Living และ ตลาดมาร์เก็ตเพลสประเทศไทย (ฝั่งดีเวลลอปเปอร์) ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตามอง ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์กำลังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรง

    แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคไม่ได้หยุดฝันถึงบ้าน แต่กำลังคิดใหม่ว่า ‘เส้นทางสู่บ้าน’ ควรเป็นอย่างไรในยุคที่ความยืดหยุ่นทางการเงินมีคุณค่าไม่แพ้การเป็นเจ้าของ เทรนด์ Generation Rent จึงไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ แต่คือการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดบนพื้นฐานของความเป็นจริง

    “สำหรับผู้ประกอบการ นี่คือโอกาสในการทบทวนและออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ทั้งในแง่ของราคา รูปแบบสินค้า และประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อเปลี่ยนดีมานด์ให้กลายเป็นยอดขายจริง ส่วนผู้บริโภคเองก็ควรวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ และเลือกระดับราคาที่สอดคล้องกับศักยภาพในการผ่อนชำระจริง ขณะเดียวกัน มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเปิดประตูให้กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) เข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เพราะตลาดที่แข็งแกร่งในระยะยาวต้องสร้างบนฐานของความยั่งยืน ไม่ใช่แค่แรงกระตุ้นระยะสั้น” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/741255&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ECpQ01VCxx99Eql_vYz0o

  • ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    วันที่ 21 เมษายน 2569 พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อเร่งขับเคลื่อนมาตรการยกระดับความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

                               พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการ “รับฟังปัญหาจริงจากพื้นที่” โดยเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการสะท้อนสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ หลังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้เที่ยวบินจากกลุ่มประเทศดังกล่าว เดิมเฉลี่ย 8-14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถูกยกเลิกจำนวนมาก กระทบโดยตรงต่อจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และ สภาพคล่องของธุรกิจในพื้นที่ 

    ในที่ประชุมมีตัวแทนผู้ประกอบการเข้าร่วมอย่างครบถ้วน ทั้งธุรกิจนำเที่ยว เรือสปีดโบ๊ต เรือหางยาว รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร และ สถานบันเทิง โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านความปลอดภัย การบริการนักท่องเที่ยว และปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ

                          ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    ด้านตำรวจท่องเที่ยวได้เสนอแนวทางยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวในหลายมิติ อาทิ การเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การเร่งรัดระบบช่วยเหลือฉุกเฉินให้ตอบสนองรวดเร็ว รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อเสริมความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

    บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่แสดงความเชื่อมั่นต่อบทบาทของตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะ “กลไกหลัก” ที่จะช่วยประสานและยกระดับมาตรฐานการดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่

                         ตำรวจท่องเที่ยวลุยกระบี่ ยกระดับความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น

    ก่อนหน้านี้ รอง ผบช.ทท. ได้เข้าหารือร่วมกับผู้บริหาร ท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสนามบิน รวมถึงเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยระหว่างประเทศ

    นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่พบปะนักท่องเที่ยวภายในสนามบิน พร้อมประชาสัมพันธ์การใช้งานแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือ แจ้งเหตุ และติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวใน จังหวัดกระบี่ ที่มุ่งเน้นทั้ง “ความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และคุณภาพการท่องเที่ยว” เพื่อผลักดันให้พื้นที่กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/657159&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iRfRGRo4pgJ1NEy6mxOFM

  • รีวิว เที่ยวสุพรรณบุรี 1 วัน พิกัดสุดเพลิน ที่เที่ยวลับๆ2026

    รีวิว เที่ยวสุพรรณบุรี 1 วัน พิกัดสุดเพลิน ที่เที่ยวลับๆ2026

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/bvGxrl5mP4xO&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iDxtbn-Nij6fUCO6fb4er

  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รับฟังปัญหาโดยตรงจากผู้ประกอบการ และร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เที่ยวบินจากกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งเดิมมีประมาณ 8–14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถูกยกเลิกไปจำนวนมาก กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่

    ในการประชุม ได้เชิญตัวแทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการทัวร์ เรือสปีดโบ๊ต เรือหางยาว รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหา โดยตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมกำหนดแนวทาง เพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาเยือน

    ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความร่วมมืออย่างดี โดยผู้ประกอบการให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวในการเป็น “กลไกสำคัญ” ในการดูแลนักท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เข้าหารือกับนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในสนามบิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่พบปะนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสนับสนุนให้จังหวัดกระบี่กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในด้าน “ปริมาณและคุณภาพ” อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/290980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D3dlVFHTUVb90Hskz8INs