Category: ท่องเที่ยว

  • 4

    4

    บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด
    อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
    แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

    บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    www.theoneenterprise.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/news/detail/78973&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BvQjYOKom_v0ZNOuv7elI

  • ระยองเปิดงาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล 2569” ดันเสน่ห์ชุมชนชายฝั่ง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น | TOPNEWS

    ระยองเปิดงาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล 2569” ดันเสน่ห์ชุมชนชายฝั่ง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น | TOPNEWS

    จังหวัดระยอง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล จังหวัดระยอง ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนชายฝั่งทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง

    โดยได้รับเกียรติจาก นายกัพชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายธนศร ดอกเดือ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, นางสาววันดี เผือนอุดม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นางสิริญทิพญ์ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ และ นายพงษ์ชัย เหลือลิ้น นายกเทศมนตรีตำบลพลา เข้าร่วมงาน

    การจัดงานในครั้งนี้ เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคชุมชน และเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) โดยมุ่งเน้นการนำเสนออัตลักษณ์ “วิถีชาวเล” ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดระยอง อันสะท้อนถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาชีพประมงพื้นบ้าน ตลอดจนวัฒนธรรมการกินอยู่ที่มีความโดดเด่นเฉพาะถิ่น

    จังหวัดระยองนับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชายหาดที่สวยงาม หมู่เกาะที่มีชื่อเสียง อาหารทะเลที่มีคุณภาพ รวมถึงชุมชนชายฝั่งที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะชุมชนชาวเลในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับการจัดงาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล จังหวัดระยอง ประจำปี 2569” ในครั้งนี้ ได้กำหนดจัดกิจกรรมใน 2 พื้นที่สำคัญของจังหวัด เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประชาสัมพันธ์เชิงพื้นที่ ได้แก่

    🔹 ครั้งที่ 1 งาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล ต่อยหอยบ้านเพ”
    กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
    ณ ลานกิจกรรมเทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

    ซึ่งพื้นที่บ้านเพถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล และเป็นประตูสู่การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตชาวประมงและอาหารทะเลสดที่มีชื่อเสียง โดยการใช้ชื่อ “ต่อยหอยบ้านเพ” เป็นการสื่อสารอัตลักษณ์ของพื้นที่ และสร้างการจดจำทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง

    🔹 ครั้งที่ 2 งาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล มนต์เสน่ห์บ้านฉาง @ หาดพลา”
    กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
    ณ ชายหาดพลา ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

    ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีทัศนียภาพชายทะเลที่งดงาม และมีชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ได้อย่างมีคุณภาพ

    ภายในงานทั้งสองพื้นที่ ได้กำหนดให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น มหกรรมอาหารพื้นถิ่นและอาหารทะเล กิจกรรมส่งเสริมการขาย “สินค้านาทีทอง” กิจกรรมการแข่งขันที่สะท้อนอัตลักษณ์วิถีชาวเล เช่น การแข่งขันต่อยหอย และการแข่งขันตกหมึก การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชุมชน ตลอดจนการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มแรงดึงดูดทางการตลาด

    ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนชายฝั่งทะเล กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มอาชีพ และผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดระยองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย มีอัตลักษณ์ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

    จังหวัดระยองจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ “วิถีชาวเล” และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน ในงาน “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล จังหวัดระยอง ประจำปี 2569” ณ ทั้งสองพื้นที่ดังกล่าว

    ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ระยอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1562675&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_XP1FhMhJC16JZqqe9AwK

  • พิธีมอบรางวัลโครงการประกวดจัดทำวิดีโอคลิป เยาวชนไทยสื่อสารภาพลักษณ์สังคมพหุวัฒนธรรม ชูศักยภาพการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจสู่สายตาโลก ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    พิธีมอบรางวัลโครงการประกวดจัดทำวิดีโอคลิป เยาวชนไทยสื่อสารภาพลักษณ์สังคมพหุวัฒนธรรม ชูศักยภาพการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจสู่สายตาโลก ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    พิธีมอบรางวัลโครงการประกวดจัดทำวิดีโอคลิป เยาวชนไทยสื่อสารภาพลักษณ์สังคมพหุวัฒนธรรม ชูศักยภาพการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจสู่สายตาโลก ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่

    พิธีมอบรางวัลโครงการประกวดจัดทำวิดีโอคลิป เยาวชนไทยสื่อสารภาพลักษณ์สังคมพหุวัฒนธรรม ชูศักยภาพการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจสู่สายตาโลก ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่

    วันที่นำเข้าข้อมูล 30 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 เม.ย. 2569

    | 32 view

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสารนิเทศ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดจัดทำวิดีโอคลิปเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์สังคมพหุวัฒนธรรมของไทยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสารนิเทศ ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 15-22 ปี ทั้งในรูปแบบบุคคลและกลุ่ม ส่งผลงานวิดีโอคลิปภายใต้หัวข้อ “ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim-Friendly Destination)” โดยเน้นสะท้อนความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวฮาลาล ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมฮาลาลของไทย

    รายชื่อผู้ชนะการประกวด มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวฟะฮมีย์ สะนิ นางสาวภุตตรี มั่นอารีย์ และนางสาวอัสมา หะยีดาโอ๊ะ (รายกลุ่ม) จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้รับเงินรางวัล จำนวน 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสาวกิตติยา นราสันติกุล นางสาวสิรินทร์ยา ยูเละ นายอิกรอม เจ๊ะดือราแม นายอัมนาน สาเม๊าะ และนายอัลยัส เวาะมะ (รายกลุ่ม) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้รับเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นายนิฟัลดี หะยีซำสูดิง
    จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับโอกาสให้มีส่วนร่วมในวิดีโอคลิปที่ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (อินฟลูเอนเซอร์) จะจัดทำในการดำเนินโครงการระยะต่อไปเพื่อขยายการสื่อสารสู่สาธารณชนระดับโลกในวงกว้างยิ่งขึ้น

    โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของกระทรวงการต่างประเทศในการส่งเสริมความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประชาชนจากหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ พร้อมทั้งสนับสนุนบทบาทของเยาวชนในการถ่ายทอดเรื่องราวเชิงบวกของประเทศไทยสู่สากล ตลอดจนสื่อสารศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม และโอกาสทางเศรษฐกิจในสาขาการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งสอดรับกับการขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจของกระทรวงการต่างประเทศอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/thai-youth-video-clip-competition-2026-th%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683d&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ai35ALeHySloYrop8j8nv

  • รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

    รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

    รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570


    1/05/2569 | 71 |

    วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและจุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และนายกรณินทร์ กาญจโนมัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พร้อมคณะ เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบาย “10 พลัส” โดยเฉพาะ “พลัสที่ 3 : ชุมชนพลัส” ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนให้มีอัตลักษณ์และมูลค่าสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สำหรับการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 นี้ กระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-based) การสร้างมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Value over Volume) และตอบสนองความต้องการของตลาด (Demand-driven)

        ในมิติด้านการท่องเที่ยว กระทรวงฯ มีแนวทางขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังนี้
    • ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน (Destination Thailand) และผลักดันให้ทุกเมืองเป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศ
    • สนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความยั่งยืน
    • ส่งเสริมการจัดงานเทศกาลและกิจกรรมระดับโลก รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้ในระดับสากล
    • บูรณาการเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดี

        ในมิติด้านกีฬา กระทรวงฯ มุ่งเน้นการใช้กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ดังนี้
    • ส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย รวมถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
    • พัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงอาชีพ โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามายกระดับศักยภาพ
    • ส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬานานาชาติ และกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
    • พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ

    ในช่วงท้าย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า การท่องเที่ยวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่กีฬาจะเป็นโอกาสนำประเทศสู่สากลและสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชาติ 

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/163589


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/499356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kjQFgiqnpOjt3d55_lS7O

  • “ภักดี” กางแผนปี 69 i-Store จ่อรุก 4 แลนด์มาร์คท่องเที่ยวไทย ดันรายได้โต 200%

    “ภักดี” กางแผนปี 69 i-Store จ่อรุก 4 แลนด์มาร์คท่องเที่ยวไทย ดันรายได้โต 200%

    นายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจให้บริการห้องเก็บของหรือเก็บทรัพย์สินส่วนตัว (Self Storage) ภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์ i-Store เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ “Supply Drives Demand” สร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า ผ่านการเพิ่มพื้นที่ให้บริการบนทำเลที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล

    ขณะเดียวกันก็เดินหน้าโมเดลธุรกิจ Storage Management พัฒนา ออกแบบ และบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บให้กับกลุ่มเจ้าของที่ดิน (Landlord) หรือนักลงทุนที่มีพื้นที่แต่ไม่ต้องการบริหารจัดการเอง ซึ่งโมเดลนี้จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายเครือข่ายภายใต้แบรนด์ i-Store ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

    นอกจากนี้ บริษัทวางแผนขยายสาขาผ่านการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรชั้นนำ โดยในปี 2569 เตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 7 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 18 แห่ง และมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 18,000 ตารางเมตร หรือเติบโตขึ้นกว่า 91% จากปีก่อน ปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 11 สาขา ได้แก่ สาขาสีลม , สุขุมวิท 24 , สุขุมวิท 71 , สาทร วัน , หัวลำโพง , อุดมสุข , อ่อนนุช , จตุจักร , เพลินจิต-นานา , ทองหล่อ 9 และสาขาสุรวงศ์-สีลม

    ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายปรับสัดส่วนผู้ใช้บริการกลุ่มลูกค้าผู้พักอาศัย นักท่องเที่ยว นักสะสม 60% และนิติบุคคลเป็น 40% เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและสมดุล (Stable Revenue) โดยเน้นพัฒนาบริการตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจ SME และ E-commerce ที่ต้องการพื้นที่ Micro-fulfillment ในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตขึ้นประมาณ 200%

    พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายฐานลูกค้าสู่หัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จังหวัดภูเก็ต คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2570 และมีแผนขยายต่อเนื่องไปยังจังหวัดเชียงใหม่ พัทยา และพื้นที่หัวหิน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expat) 

    ภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด (มหาชน)

    นายภักดี กล่าวเสริมว่า ตลาด Self Storage ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ชั้นใน  ไปสู่ปริมณฑลและหัวเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการจุดพักสินค้า (Micro-fulfillment) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองว่า Self Storage คือส่วนต่อขยายของพื้นที่อยู่อาศัยที่เล็กลงในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ i-Store ที่มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ของการจัดเก็บสิ่งของที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน 

    พร้อมกันนี้ i-Store ยังมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด ESG ผ่านโครงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และการ Upcycle ขวดพลาสติกเป็นเสื้อสะท้อนแสงให้พนักงาน กทม. เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/658013&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XLnQ-IXqpXyiqdhTljANe

  • ระยองจัดใหญ่! “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยว 2 อำเภอ ชิมซีฟู้ด-ฟรีคอนเสิร์ต

    ระยองจัดใหญ่! “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยว 2 อำเภอ ชิมซีฟู้ด-ฟรีคอนเสิร์ต

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/144823&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iJ5RjBmU-qQ5ltgRVbsvf

  • คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยช่วงหยุดยาว “วันแรงงานแห่งชาติ” ต่อเนื่อง “วันฉัตรมงคล” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ค. มีแนวโน้มชะลอตัวจากวิกฤติราคาน้ำมันกดดันค่าครองชีพพุ่ง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากแรงกดดันราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว คำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น ประกอบกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ททท.จึงประเมินว่าช่วงหยุดยาววันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลปีนี้จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 64% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไทย 39%

    ภูมิภาคที่มี “จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” เดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง ส่วน ภูมิภาคที่มี “รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” มากที่สุด 3 อันดับแรก คือภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท

    สำหรับ “จุดหมายปลายทาง” ที่ได้รับความนิยมในช่วงหยุดยาวนี้ พบว่า 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี กรุงเทพฯ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่ 5 อันดับเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย

    “พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนก่อนเปิดภาคเรียน เน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง”

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    สอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจของภาคเอกชน อาทิ ผลการสำรวจ “แผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 1/2569” ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พบว่าคนไทย 16-28% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติต่อเนื่องวันฉัตรมงคลปี 2569 ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้าง 12-20% และท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงมีการพักค้างคืน 2-6% ขณะที่การเดินทางข้ามภาคมีเพียง 2%

    ด้านข้อมูลจาก “อโกด้า” (Agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า ช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. 2569 คนไทยให้ความสนใจค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สามารถขับรถได้จากกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เช่น ระยอง 44%, พัทยา 40%, ชลบุรี 29%, เกาะเสม็ด 22% และหัวหิน-ชะอำ 19%

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    สำหรับ “ปัจจัยสนับสนุน” มาจาก 1.เป็นวันหยุดต่อเนื่อง เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางจากช่วงสงกรานต์ และกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการหาที่พักผ่อนคลายร้อน

    และ 2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งที่จัดโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ

    • เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา @วัดนางวัง จ.สมุทรสงคราม (1-3 พ.ค.)
    • งานเทศกาลผลไม้และของดี อำเภอเขาชะเมา จ.ระยอง (1-5 พ.ค.)
    • เทศกาลเล่นว่าวนานาชาติประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา (1-3 พ.ค.)
    • Koh Chang Tai Charity Trail 2026 จ.ตราด (1-3 พ.ค.)
    • Ramayana Run 2026 จ.ชลบุรี (3 พ.ค.)
    • Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 (3 พ.ค.)
    • งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย จ.ลำพูน (25 เม.ย.-1 พ.ค.)
    • ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปี 2 จ.นครสวรรค์ (1-3 พ.ค.)
    • เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026 จ.พังงา (2 พ.ค.)
    • Spotlight Koh Tao จ.สุราษฎร์ธานี 2026 (1-3 พ.ค.)
    • งานอาหารสองทะเล จ.สงขลา (24 เม.ย.-8 พ.ค.)
    • งานสีสันเมืองเลย หรือ The Colors of LOEI (1-4 พ.ค.)

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ส่วน “ปัจจัยอุปสรรค” มาจาก 1.ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนได้จากข้อมูลผลการสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือน มี.ค. 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในเดือน มี.ค. เริ่มกลับมาลดลง และอยู่ในระดับต่ำที่ 77.0 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว

    2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ในช่วงวันหยุดยาวนี้คาดว่ายังคงมีการเดินทางต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่วางแผนการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออาจเลือกเดินทางระยะใกล้ขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลอโกด้า พบว่าในช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคลนี้ “โฮจิมินห์” มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 134% รองลงมาคือดานัง 58% และฮ่องกง 2% ตามลำดับ

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    และ 3.สภาพอากาศร้อนจัดและอาจเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ไม่เอื้อต่อการต่อการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพอาจหลีกเลี่ยงการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231804&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fMixyxGySBHfR2CB63Hit

  • กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    โดย เจษฎา บุญประสม

    เขียนเมื่อ 30/04/2026 17:10 | อัพเดทล่าสุด 30/04/2026 17:10 148

    เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” ประจำปี 2569  โดยมีพลตรีสายน้ำ พินิจอักษร อนุกรรมการด้านการส่งเสริมการเล่นกีฬาฯ ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพลศึกษา และผู้บริหารของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมงาน

    กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” มีการออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ และออนไลน์ทั่วประเทศ  นำร่องรณรงค์ออกกำลังกายแบบ ไลน์แดนซ์ (Line Dance) ที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความสนุกสนานจากดนตรีผสมผสานการเต้นจังหวะที่มีแรงกระแทกน้อย เหมาะกับผู้คนทั่วไป ช่วยพัฒนาร่างกายจิตใจควบคู่ทุกระบบ 

    กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องรณรงค์ เนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเต้นตามได้ง่าย ลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ เป็นการเต้นประกอบดนตรีช่วยพัฒนาการทรงตัว สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ควบคู่กับด้านจิตใจ ช่วยลดความเครียด และด้านสังคมกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มชมรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ จำนวนกว่า 1,000 คน รวมถึงยังมีการร่วมกิจกรรมของประชาชนจาก 76 จังหวัด ทั่วประเทศ ที่ร่วมเต้นไลน์แดนซ์และทำกิจกรรมไปพร้อมกันด้วย

    ทั้งนี้ กรมพลศึกษาได้จัดให้มีการประกวดไลน์แดนซ์ ประจำปี 2569 ประเภททีมประชาชนทั่วไป อายุ 25 ปี ขึ้นไป รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 25,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 รับโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท และรางวัลชมเชย เกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 

    กิจกรรมประกวดไลน์แดนซ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน 4 ภาค รับสมัคร ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประกาศผลตัวแทนภาคละ 5 ทีม ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะของแต่ละภาคประกวดวันที่ 23 และ 24 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร กรมพลศึกษา

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กิจกรรมนี้มุ่งเป้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน และประชาชนทุกเพศทุกวัยมีนิสัยรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างสังคมที่เข้มแข็ง สุขภาพดี ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข คาดหวังว่าวัน KICK OFF MOVE TOGETHER จะเป็นการจุดประกายสร้าง “กิจกรรมเชิงรณรงค์” ไปสู่ “ระบบการมีส่วนร่วมในชุมชน” สามารถสร้างความแข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย  ป้องกันและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดค่ารักษาค่าใช้จ่ายของประเทศโดยรวมได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัยด้วยการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) คาดหวังความสำเร็จขับเคลื่อนนโยบายที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

    นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษาร่วมสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยทุกกลุ่มวัยออกกำลังกาย เล่นกีฬาและนันทนาการอย่างสม่ำเสมอจนเป็นวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยสร้างช่องทางให้มีการออกกำลังกายร่วมกันในชุมชนที่สนุกสนานเสริมสร้างความสัมพันธ์ทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในระดับพื้นที่ได้ ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานทั้งการพัฒนา “จิตอาสากีฬา” แล้ว 5 รุ่น รวมกว่า 700 คน จัดตั้งชมรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาระดับหมู่บ้านรองรับเป็นเครือข่ายนำรองแล้วรวมกว่า 2,600 ชมรม รวมทั้งการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินงานระดับพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/9/article/25084&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VvofkVRE5EgiAmBWRMTZQ

  • หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ วันฉัตรมงคล ททท.คาดท่องเที่ยว สะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 เมืองยอดฮิต

    หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ วันฉัตรมงคล ททท.คาดท่องเที่ยว สะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 เมืองยอดฮิต

    หยุดยาว 'วันแรงงาน' วันฉัตรมงคล ททท.คาดท่องเที่ยว สะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 เมืองยอดฮิต

    วันนี้(วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) นางสาว ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ต่อเนื่อง วันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 คาดว่า มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากแรงกดดันจากราคาพลังงาน และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

    ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น กอปรกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์

    ททท.คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาทและมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรม อยู่ที่ 64 % แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 39 %

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก

    • อันดับ 1 ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง
    • อันดับ 2  ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง
    • อันดับ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง

    ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย มากที่สุด 3 อันดับแรก

    • อันดับ 1 ภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท
    • อันดับ 2 ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท 
    • อันดับ 3 ภาคใต้ 1,690 ล้านบาท

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดยาวนี้

    5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด 

    • อันดับ 1 กาญจนบุรี
    • อันดับ 2 ชลบุรี
    • อันดับ 3  กรุงเทพมหานครอันดับ 4 นครราชสีมา 
    • อันดับ 5 ฉะเชิงเทรา

    5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด 

    1. อันดับ 1 สุพรรณบุรี
    2. อันดับ 2  อุดรธานี
    3. อันดับ 3 จันทบุรี 
    4. อันดับ 4 ราชบุรี 
    5. อันดับ 5 เชียงราย

    ส่วนพฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุด ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อน ก่อนเปิดภาคเรียน โดยเน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจดังนี้

    ผลการสำรวจแผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 1/2569 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) พบว่า คนไทย 16-28 % มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ
    ต่อเนื่องวันฉัตรมงคล ปี 2569 

    ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้าง 12-20%และท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงมีการพักค้างคืน 2-6%  ขณะที่การเดินทางข้ามภาคมีเพียง 2 % 

    ขณะที่ข้อมูลอโกด้า ระบุว่า ช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 คนไทยให้ความสนใจค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สามารถขับรถได้จากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น อาทิ ระยอง (44%) พัทยา (40%) ชลบุรี(29%) เกาะเสม็ด (22%) และหัวหิน/ ชะอำ (19%)

    สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติต่อเนื่องวันฉัตรมงคล
    ปี 2569

    ปัจจัยสนับสนุน

    1. เป็นวันหยุดต่อเนื่อง เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางจากช่วงสงกรานต์และกลุ่มวัยทำงาน 
    ที่ต้องการหาที่พักผ่อนคลายร้อน

    2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งที่จัดโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อาทิ เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา @วัดนางวัง จ.สมุทรสงคราม (1-3 พ.ค.69) งานเทศกาลผลไม้ และของดี อำเภอเขาชะเมา จ.ระยอง (1-5 พ.ค.69) เทศกาลเล่นว่าวนานาชาติประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา
    Koh Chang Tai Charity Trail 2026 จ.ตราด (1-3 พ.ค.69) Ramayana Run 2026 จ.ชลบุรี (3 พ.ค.69) 

    Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 (3 พ.ค.69) งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย จ.ลำพูน (25 เม.ย.–1 พ.ค.69) ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปี 2 จ.นครสวรรค์ (1-3 พ.ค.69) เทศกาลท่องเที่ยว

    เสม็ดนางชีชมวิถีอ่าวพังงา 2026 จ.พังงา (2 พ.ค.69) Spotlight Koh Tao จ.สุราษฎร์ธานี 2026 (1-3 พ.ค.69) งานอาหารสองทะเล จ.สงขลา (24 เม.ย.-8 พ.ค.69) งานสีสันเมืองเลย (The Colors of LOEI) (1–4 พ.ค.69) 

    ปัจจัยอุปสรรค

    1. ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนได้ จากข้อมูลผลการสำรวจภาวการณ์ใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือนมีนาคม 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ในเดือน มี.ค.2569
    เริ่มกลับมาลดลง และอยู่ในระดับต่ำที่ 77.0 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยว

    2. การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในช่วงวันหยุดนี้ คาดว่ายังคงมีการเดินทางต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่วางแผนการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออาจเลือกเดินทางระยะใกล้ขึ้น 

    ทั้งนี้ จากข้อมูลอโกด้า พบว่า ในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคลนี้โฮจิมินห์มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุด
    ที่ 134% รองลงมาคือดานัง 58% และฮ่องกง 2% ตามลำดับ

    3. สภาพอากาศร้อนจัด และอาจเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ไม่เอื้อต่อการต่อการท่องเที่ยว/ทำกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพ อาจหลีกเลี่ยงการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/658000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3trMg8_UJhIuMbR32mkM38

  • สว.ประทุม ลงพื้นที่เกาะล้าน ติดตามปัญหาขยะสะสม 1.5 แสนตัน

    สว.ประทุม ลงพื้นที่เกาะล้าน ติดตามปัญหาขยะสะสม 1.5 แสนตัน

    ภูมิภาค

    สว.ประทุม ลงพื้นที่เกาะล้าน ติดตามปัญหาขยะสะสม 1.5 แสนตัน

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.14 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 30 เมษายน 2569 คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก นำโดย นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วย นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง, นายธนกร ถาวรชินโชติ, นายโชติชัย บัวดิษ, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ และพลตำรวจตรี อังกูร คล้ายคลึง ลงพื้นที่ติดตามปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดชลบุรี ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก

    โดยคณะเดินทางจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ไปยังเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาบ่อขยะบนเกาะล้าน ซึ่งมีขยะตกค้างสะสมเป็นจำนวนมาก ประมาณ 150,000 ตัน กองสูงราว 15 เมตร และมีส่วนที่ฝังลึกลงใต้ดินประมาณ 7 เมตร ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน รวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเกาะล้าน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา
               
    การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา เสนอแนะเชิงนโยบาย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพื้นที่อย่างยั่งยืน จากนั้นช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยังจังหวัดระยอง เพื่อลงพื้นที่สถานีตรวจวัดมลพิษในชุมชน บริเวณวัดหนองแฟบ ตำบลมาบตาพุด เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474586&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NdW5eZ4NHWHoDztYX-ucr