Category: ท่องเที่ยว

  • “ซาบีดา” หนุนยกระดับ “แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก” หลังพบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี

    “ซาบีดา” หนุนยกระดับ “แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก” หลังพบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี

    “รมว.ซาบีดา” ลงพื้นที่ จ.นครพนม รับมอบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี ที่ค้นพบจากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม หนุนยกระดับ ”แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก“ สู่แหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดฉิม บ้านกุดฉิม ตำบลกุดฉิม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 

    นางสาวซาบีดา ยังเป็นประธานในพิธีรับมอบโบราณวัตถุอายุ  3,000 – 2,300 ปี ซึ่งขุดค้นเมื่อปี 2553 จากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม อาทิ ภาชนะดินเผาก้นกลม ภาชนะดินเผาเนื้อดินและเศษภาชนะดินเผา ตราประทับดินเผา ชิ้นส่วนเครื่องมือเหล็ก เครื่องประดับสำริด ลูกปัดแก้ว ก่อนส่งมอบโบราณวัตถุดังกล่าวให้องค์การบริหารส่วนตำบลกุดฉิม เพื่อเก็บรักษาและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม 

    นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ส่งมอบโบราณวัตถุ จำนวน 18 ราย ซึ่งมอบโบราณวัตถุให้เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑ์บ้านกุดฉิม เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมต่อไป

    นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างประเทศไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าสูง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมงานด้านโบราณคดี ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนรากฐานประวัติศาสตร์ของชาติ และเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญ ในการต่อยอดสู่ความมั่นคงของชุมชนและประเทศ แนวทางดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งสร้างสังคมเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวัฒนธรรม พร้อมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ อย่างยั่งยืน 

    วธ. และจังหวัดนครพนม พร้อมจะร่วมมือพัฒนาแหล่งโบราณคดีนาหนองจอก ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย ส่วนการรับมอบโบราณวัตถุอายุ 3,000 – 2,300 ปีจากแหล่งโบราณคดีกุดฉิมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชนให้ประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของพื้นที่

    “ขอชื่นชมพี่น้องชาวตำบลกุดฉิม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ร่วมกันอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีนาหนองจอกและมุ่งพัฒนายกระดับ

    ในระดับสากล และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเผยแพร่ “UNSEEN ไท ไทย” ให้สังคม ได้เห็นคุณค่า ตลอดจนการรวบรวมโบราณวัตถุ อันเป็นสมบัติของชาติ มอบเก็บรักษา ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาและชื่นชมต่อไป” รมว.วธ. กล่าว

    นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังได้ตรวจเยี่ยมและติดตามแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ วัดพระธาตุเรณู ลานวัฒนธรรม และโรงละครเมืองเรณูนคร อำเภอเรณูนคร ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเยี่ยมชมถนนสายวัฒนธรรมเมืองพนม อำเภอธาตุพนม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าไทย ผลิตภัณฑ์ชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก

    นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะเดินหน้าต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเน้นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ศาสนสถาน ถนนสายวัฒนธรรม สินค้าชุมชน และวิถีชีวิตท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้นครพนมเป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2930157&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zAYA_43RFWlIrM-2KHei8

  • หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเกาะช้าง รถติดยาว 7 กม.

    หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเกาะช้าง รถติดยาว 7 กม.

    หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเข้าเกาะช้าง รถติดยาวทะลุถึงถนนสายหลักยาว ถึง 7 กม. ผจก.ท่าเรือยืนยันลงได้ทุกคัน คาด 3-4 ชม. ต่ำสุด ระบุไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้ นทท.บ่นและเปลี่ยนใจไม่ไปเกาะช้าง ขณะจราจรจัดระเบียบวุ่น

    1 พฤษภาคม 2569 – อ.แหลมงอบ จ.ตราดบรรยากาศการท่องเที่ยวที่จ.ตราดช่วงวันหยุดยาว 4 วัน เนื่องในวันแรงงาน (วันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569) ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างจังหวัดตราดเนื่องแน่น โดยในเวลา 10.00 น.ที่บริเวณท่าเรือเฟอร์รี่“เกาะช้างเฟอร์รี่”บ้านธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ปรากฏว่า มีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวจอดรอลงเรือเฟอร์รี่เต็มทั้งหมดในลานจอดกว่า 350 คัน แต่ไม่เพียงพอเนื่องจากเรือเฟอร์รี่ 4 ลำสามารถระบายรถยนต์ได้เพียง 150-200 คัน/ชม.เท่านั้น แม้จะใช้การตีเรือเปล่าจากฝั่งอ.เกาะช้างมารับที่ฝั่ง อ.แหลมงอบ ก็ตาม ทำให้รถยนต์จอดติดสะสมเลยออกมานอกลาน และออกมาถึงนอกถนนทางเข้าท่าเรือ และเพียง 1 ชม.รถยนต์ทะลักออกมาถึงถนนสายแหลมงอบ-แสนตุ้ง มีระยะทางยาวกว่า 4 กม.

    นายภาณุพงศ์ เมตตา ผู้จัดการท่าเรือเฟอร์รี่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือทุกคนรวมทั้งช่างเครื่องออกจากท่าเรือมาอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ให่กับนักท่องเที่ยวให้เกิดความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมทั้งนายภานุวัฒน์ เมตตา ก็ต้องออกมาโบกรถยนต์ด้วยตัวเอง พร้อมประสานของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.แหลมงอบมาช่วยเนื่องจากรถยนต์ทะลักออกมานอกถนนและติดต่อเนื่องยาวไปทางอำเภอแหลมงอบกว่า 1 กม.และยังต้องเลี้ยวกลับมาต่อคิว และสวนกับรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางไปยังเกาะช้างทำให้เกิดติดขัดขึ้นมาอีก

    นายภานุวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เคยทีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และไม่ได้คาดคิดว่าช่วงวันหยุดแรงงานจะมีนักท่องเที่ยวมากเช่นนี้ เพราะทุกครั้งจะเป็นช่วงวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์มากกว่า อย่างไรก็ตาม ระยะทางที่ติดรวมกันมีมากถึง 4-5 กม.แต่ทางบริษัทฯมีเรือเฟอร์รี่ที่ใช้ได้ทั้งหมด 4 ลำมาวิ่งรับตามรถยนต์ และไม่มีปัญหาเรื่องน้ำลง รวมทั้งได้ตีเรือเปล่าจากฝั่งเกาะช้างมารับทันทีที่ส่งรถยนต์ไปถึงเกาะช้าง น่าจะระบายรถยนต์ได้รวดเร็วขึ้นและขอยืนยันว่ารถยนต์ทุกคันที่มาที่ท่าเรือเฟอร์รี่จะได้ลงเรือไปเกาะช้างทุกคัน แม้จะเป็นเวลาค่ำคืนก็ตาม

    พ.ต.ท.สมชาย อมรอรช รองผกก.ป.สภ.แหลมงอบ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแหลมงอบได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทุกคนเข้ามาอำนววความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังอำเภอเกาะช้างได้อย่างปลอดภัย และไม่ให้ปัญหาแย่งคิวกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเข้าห้องน้ำและหิวน้ำ หรือเจ็บป่วยสามารถแจ้งมาให้ช่วยเหลือได้ โดยจะมีรถยนต์สายตรวจช่วยเหลือทันที

    ด้านนายประวัชธนพล สอนเวช นักท่องเที่ยวจากจ.นครนายกที่มีพร้อมภรรยา กล่าวว่า ตกใจที่เห็นรถยนต์ต่อคิวยาวออกมาถึงนอกถนน ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเดินทางมาถึงในช่วงสาย แต่มาถึงก็รถยนต์ต่อคิว ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นได้แล้วเพราะได้จองห้องพักมาด้วย และวางแผนการเดินทางมา 1 เดือน และรู้ว่า การเดินทางมาเกาะช้างจะมีปัญหาช่วงลงเรือเฟอร์รี่ที่ต้องรอนาน แต่ก็คิดว่าคงไม่เท่าไร แต่พอมาถึงก็เห็นยาว จึงต้องยอมรับสภาพดังนั้นจึงต้องเดินทางลงเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้าง แม้อาจจะต้องรอนานหลายชั่วโมง

    ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนที่มาส่ง ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ต้องไปส่งถึงท่าเรือเฟอร์รี่แต่ทางตำรวจได้นำส่งไปให้ที่ท่าเรือเนื่องจากหากเข้าไปเองจะต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งเพื่อนสาวที่พามาส่งกล่าวว่า เพื่อนชาวต่างชาติและญาติมาเที่ยวเกาะช้างอีกครั้ง และมาส่งให้ที่ท่าเรือ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ยาวมาก จึงยังไม่เข้าไปที่ท่าเรือ และรออยู่ข้างถนนทางเข้าและได้รับการอำนวยความสะดวกจากตำรวจแหลมงอบ ต้องขอบคุณมาก สำหรับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

    ส่วนกู้ภัยอาสาชุดแหลมงอบที่อำนวยความสะดวกการจราจรที่หน้าซอยบ้านธรรมชาติบอกว่า ไม่เคยเห็นรถยนต์ติดสะสมยาวมาถึงหน้าบ้านแบบนี้มาก่อน จึงออกมาช่วยตำรวจระบายรถยนต์ เพื่อให้สามารถเดินทางไปเกาะช้างได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

    บรรยากาศล่าสุดในเวลา 14.00 น.พบว่ารถยนต์ได้ติดติดสะสมยาวไปทางถนนสายแหลมงอบ-แสนตุ้งมีระยะทางยาวกว่า 7 กม.แล้วขณะนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการระบายรถยนต์เพื่อลงเกาะช้างได้ในเวลา 4-5 ชม. ซึ่งเที่ยวสุดท้ายน่าจะสามารถเดินทางได้ไม่เกิน 20.00 น. วันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/989123/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2X_7Lsxc5RSU4NHim33d76

  • ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว


    1/05/2569 | 3 |

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรี – วันที่ 1 พ.ค. 2569 นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด “งานประกวดบอนไซ ประจำปี 2569” และ “โครงการส่งเสริมอาชีพไม้ดัดบอนไซ ตำบลเขาแร้ง” ที่บริเวณวัดเขาถ้ำกรวย ต.เขาแร้ง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ซึ่งชมรมบอนไซตำบลเขาแร้ง ร่วมกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งส่งเสริมอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกระตุ้นการท่องเที่ยวระดับชุมชน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาแร้ง ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายสุชาติ อ่อนคำ รองประธานชมรมบอนไซตำบลเขาแร้ง เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพการทำบอนไซและไม้ดัดให้อยู่คู่ชุมชน เนื่องจากประชาชนในตำบลเขาแร้งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจัดสวน เพาะเลี้ยงต้นไม้ ทำไม้ดัดบอนไซ และจัดทำภูเขาน้ำตกจำลองเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมมานานกว่า 30 ปี จนเกิดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ การจัดงานนี้ยังมุ่งหวังให้เป็นช่องทางส่งเสริมการตลาด ให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อได้พบปะกันโดยตรง รวมถึงผลักดันให้ตำบลเขาแร้งและจังหวัดราชบุรีเป็นที่รู้จักแพร่หลายในด้านการท่องเที่ยว

    ด้าน นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานพร้อมเน้นย้ำว่า “บอนไซ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรกหรือศิลปะเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการและชุมชนได้จริง ปัจจุบันบอนไซได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ การที่ตำบลเขาแร้งสามารถสืบทอดองค์ความรู้และทักษะเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ถือเป็นการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ บอนไซ ไม้ดัด และน้ำตกจำลองรูปแบบต่างๆ รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และเทคนิคการเพาะเลี้ยงระหว่างกลุ่มผู้ผลิตและผู้ที่สนใจ ซึ่งถือเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ฐานราก และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดราชบุรีให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00kIhpvYO3dUGAAHfzDTlZ

  • รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


    1/05/2569 | 3 |

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    ราชบุรี- วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดอมรญาติสมาคม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้มีพิธีเปิดงาน “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางการต้อนรับจากหัวหน้าส่วนราชการและบุคคลสำคัญในพื้นที่ อาทิ นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 5, นายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา ปลัดจังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

    การจัดงาน “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกมีความอุดมสมบูรณ์และประกอบไปด้วยลำคลองเป็นจำนวนมาก จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักและเป็นที่ยอมรับในด้านรสชาติและคุณภาพ โดยเฉพาะ “มะพร้าวน้ำหอม และองุ่น”

    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ วัดอมรญาติสมาคม โดยมีเป้าหมายสำคัญ ดังนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรของชาวอำเภอดำเนินสะดวกให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแก่บุคคลทั่วไป และเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอ โดยเฉพาะ “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    งานเทศกาลนี้ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญและได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 37 แล้ว ทั้งนี้ เดิมทีงานดังกล่าวใช้ชื่อว่า “งานเทศกาลองุ่นหวาน” แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกองุ่นมาเป็นมะพร้าวน้ำหอมมากขึ้น ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อนี้เป็นปีที่ 4

    ทางด้าน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานในพิธี ได้กล่าวชื่นชมถึงความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นพัฒนาความอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวดำเนินสะดวก และกล่าวเสริมว่า พื้นที่นี้มีผลไม้คุณภาพที่สร้างชื่อเสียงอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวน้ำหอม องุ่น ฝรั่งกิมจู ชมพู่ และมะม่วง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามะพร้าวน้ำหอมของที่นี่สามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับทั้งจังหวัดราชบุรีและในระดับประเทศได้เป็นอย่างมาก

    ในช่วงท้าย ประธานในพิธีได้แสดงความมั่นใจว่าการจัดงานจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรและตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำท้องถิ่น และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน ยังได้จัดประกวดธิดาดำเนิน และการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลไม้สดๆ จากสวน สินค้าโอทอป คาราวานสินค้า และทุกคืนบนเวทีกลางจัดการแสดงตลอดการจัดงาน ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค. 69 นี้ ที่ วัดอมรญาติสมาคม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499614&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Xko_83Z9YjFipCPMAa3np

  • ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145032&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vRLNCxI_MKuKHtJ9Lmkhp

  • คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    เกาะช้าง นักท่องเที่ยวทะลัก แห่เที่ยวช่วงหยุดยาว รถต่อคิวขึ้นเรือเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม. คาดทะลุ 2,500 คัน ชาวบ้านเผยรถต่อคิวมากที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันแรงงานที่จังหวัดตราด โดยเฉพาะเส้นทางไปท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมารอข้ามฟาก ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนัก รถต่อคิวสะสมยาวไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตร

    ขณะเดียวกัน ยังมีรถที่พยายามสวนเลนเพื่อเข้าคิวเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้ภาพรวมการจราจรหนาแน่นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแหลมงอบต้องเร่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

    นางสาวดาน่า นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เมื่อมาถึงตราดต้องรอต่อคิวแล้วกว่า 2 ชั่วโมง และยังห่างจากท่าเรือประมาณ 5 กิโลเมตร ยอมรับว่า แม้จะคาดการณ์ว่าคนจะเยอะในช่วงวันหยุดยาว แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตามมองในแง่ดีว่าเป็นโอกาสได้พักผ่อนและใช้เวลาพูดคุยกันมากขึ้น

    ด้านนายชาญ พรศรีรัตนรักษ์ เจ้าของร้านกาแฟบริเวณปากทางท่าเรือ เผยว่า ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่เปิดร้าน ไม่เคยเห็นรถติดยาวขนาดนี้มาก่อน ถือว่าหนักที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่เกาะช้าง โดยนักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านค้าขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม ต้องสั่งน้ำแข็งเพิ่มหลายรอบ พร้อมแนะนำให้นักท่องเที่ยวพิจารณาฝากรถไว้ฝั่งแผ่นดิน แล้วใช้บริการรถโดยสารบนเกาะ เพื่อลดปัญหาการจราจรทั้งขาไปและขากลับ

    ขณะที่ นายจีระ ช่วยทุกข์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตราด ระบุว่า ท่าเรือเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีนักท่องเที่ยวมาต่อคิวตั้งแต่เช้า ปัจจุบันมีรถสะสมไม่ต่ำกว่า 7-8 กิโลเมตร คาดว่าตลอดทั้งวันจะมีรถใช้บริการมากกว่า 2,500 คัน โดยมีเรือเฟอร์รี่ให้บริการ 4 ลำ วิ่งรับส่งต่อเนื่อง ใช้เวลารอบละประมาณ 20 นาที และคาดว่าจะสามารถระบายรถคันสุดท้ายได้ไม่ต่ำกว่าเวลา 21.00 น.

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากถึงนักท่องเที่ยวให้เตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอ เนื่องจากระยะเวลารอคิวอาจยาวนานถึง 2-3 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143834/%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B6%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2-8-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A1&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Df8AX1G6jzg_HHq2PSQX2

  • “ยกหัวใจบูรพาไว้กลางกรุง” เปิดงานใหญ่ “เบญจบูรพา 2569” รวมของดี 5 จังหวัด ดันท่องเที่ยวสายกินตามแนวคิด BCG 12-17 พ.ค. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต

    “ยกหัวใจบูรพาไว้กลางกรุง” เปิดงานใหญ่ “เบญจบูรพา 2569” รวมของดี 5 จังหวัด ดันท่องเที่ยวสายกินตามแนวคิด BCG 12-17 พ.ค. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี​ พร้อมด้วย นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว​, นายธราพงษ์ รักขนาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี​, นางสาวจุฑามาส กุลรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด, นางปองทิพย์ วิวัฒนสิเนศวร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก, นายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม​ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 ภายใต้แนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) พร้อมประกาศจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2” หรือ “เบญจบูรพา 2569” ระหว่างวันที่ 12-17 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

    การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นของ 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว มาต่อยอดเป็น Soft Power ด้านอาหารและวัฒนธรรมในรูปแบบร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Boutique of the East” ที่คัดสรรของดีระดับพรีเมียมจากแหล่งผลิตจริงมานำเสนอในเมือง

    ภายในงานตลอด 6 วัน อัดแน่นด้วยร้านค้าชุมชนและสินค้า OTOP มากกว่า 50 บูธ พร้อมแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ Zone A เวทีกลางสำหรับพิธีเปิดและการแสดง Zone B พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร Zone C โซนจำหน่ายสินค้า และ Zone D โซนอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างครบครัน

    ไฮไลต์สำคัญของงานคือการรวมสุดยอดวัตถุดิบ GI จากทั้ง 5 จังหวัด อาทิ เส้นจันท์และพริกไทย จากจังหวัดจันทบุรี สับปะรดสีทอง จากจังหวัดตราด มะยงชิด หน่อไม้ไผ่ตง จากนครนายกและปราจีนบุรี รวมถึงแคนตาลูป จากจังหวัดสระแก้ว ที่ถูกยกระดับสู่การนำเสนอแบบพรีเมียม นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟชื่อดัง “เชฟอาร์” ที่นำวัตถุดิบพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นเมนูร่วมสมัยในรูปแบบ “East-to-Table” รวมถึงกิจกรรมประกวดเมนูจากวัตถุดิบ GI เพื่อเฟ้นหาความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่

    ด้านความบันเทิง ภายในงานจัดเต็มด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ “วิจิตรตระการสีสันตะวันออก” ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมกับแสง สี เสียงสมัยใหม่ และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง ปราง ปรางทิพย์ และ เต๋า ภูศิลป์ ที่จะมาสร้างสีสันตลอดการจัดงาน

    นางคณิตา ระบุว่า งาน “เบญจบูรพา 2569” ไม่ใช่เพียงการออกร้านจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการนำ “ขุมทรัพย์แห่งบูรพา” มาถ่ายทอดในรูปแบบไลฟ์สไตล์ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสประสบการณ์รสชาติและวัฒนธรรมจากภาคตะวันออกได้ในงานดังกล่าว โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 17.00 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/293184&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rZrGXwVOrSXosJbePNcSd

  • สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. เปิดตัวสินเชื่อ SME วงเงิน 1,200 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 1% นาน 5 ปี หนุนกลุ่มเปลี่ยนผ่านธุรกิจ เสริมแกร่ง และท่องเที่ยว ลงทะเบียนพร้อมกัน 5 พ.ค. 69 นี้

    สสว. ทุ่มงบกว่า 1,200 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ไทย โครงการนี้มุ่งเน้นการเพิ่มสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 นี้

    ​กลุ่มแรกคือ Transformation SME ที่ต้องการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ กลุ่มนี้สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท โดยมีธนาคาร EXIM BANK เป็นผู้ร่วมพิจารณาอนุมัติ

    ​กลุ่มที่สอง Enhancement SME เน้นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพพร้อมเติบโตและแข่งขันในตลาด โดยแบ่งวงเงินกู้ตามขนาดธุรกิจคือ ขนาดย่อม (S) ไม่เกิน 10 ล้านบาท และขนาดกลาง (M) ไม่เกิน 15 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อโดย SME D BANK

    ​กลุ่มสุดท้ายมุ่งเป้าไปที่ ธุรกิจท่องเที่ยวและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อช่วยเติมเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง กลุ่มนี้สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 2 ล้านบาท โดยมี SME D BANK เป็นผู้ร่วมพิจารณาเช่นเดียวกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/741783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iRHE-PKlpbOX5e2zpmZdD

  • ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    ภูมิภาค

    ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.38 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่  1 พ.ค.69 ที่ลานกิจกรรมหน้าโรงหนังเมเจอร์ซินิเพ็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นางกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.ธนศร ดอกเดื่อ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นางวันดี เผื่อนอุดม ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง น.ส.พุทธินารถ เนมียะวงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านเพ และนายสุวัฒน์ บุญลา รองนายกเทศมนตรีตำบลพลา ร่วมแถลงข่าวการจัดงานกระตุ้นท่องเที่ยว “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล ประจำปีงบประมาณ 2569” ซึ่งจะจัดขึ้นใน 2 อำเภอ โดยในวันที่ 8-9 พ.ค.นี้ จะจัดงานชื่อ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล ต่อยหอย@บ้านเพ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ ต.เพ อ.เมืองระยอง และอีกงานจะจัดขึ้นในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้ ใช้ชื่องานว่า “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล มนต์เสน่ห์บ้านฉาง@หาดพลา ที่บริเวณชายหาดพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
        
    ทั้งนี้ภายในงานจะมีร้านค้าอาหารทะเลสดๆ จากชุมชนมาเปิดจำหน่ายจำนวนมาก มีการแข่งขันต่อยหอย การแข่งขันตกหมึก ส่งเสริมการขายมีนาทีทองและมีศิลปินชื่อดังมาเปิดคอนเสิร์ตให้รับชมฟรีด้วย
       
    นายกัฬชัย  เทพวรชัย  รอง ผวจ.ระยองกล่าวถึงวัตถุประสงค์จัดงาน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวงาน และชมความงามแหล่งท่องเที่ยว เลือกซื้ออาหารทะเล อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตพื้นถิ่น วิถีชาวประมงระยอง ทั้งยังสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน วิถีชีวิตชาวประมง อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เที่ยวชมอย่างหลากหลายด้วย ทั้งทางทะเล ป่าเขา น้ำตก เป็นต้น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้เกิดรายได้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอีกด้วย.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474644&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rP_F4B_hLoSGkn5GPfBDi

  • ย้อนชมคลิป

    ย้อนชมคลิป

    ย้อนชมคลิป ‘สายเชีย’ อวดอาณาจักรพันล้าน ก่อนบุกกองปราบสารภาพ ผมแค่พรีเซนเตอร์

    วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

    จำได้ไหม ? สายเชีย วงศ์วิโรจน์ นักแสดงที่คุ้นหน้ากันดีจากโฆษณา “จน เครียด กินเหล้า” กับโปรเจกต์ “หาดทรายขาว นครปฐม” แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนชื่อดังในจังหวัดนครปฐม หากย้อนไปดูในหลายรายการ สายเชีย มักกล่าวด้วยความภูมิใจถึงสถานที่แห่งนี้ว่าตั้งใจพัฒนาเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นที่สร้างอาชีพและสรางความสุขให้กับคนในชุมชน จนเปรียบเสมือนเป็น “อาณาจักร” ที่เขาสร้างเองกับมือ

    หากย้อนไปในรายการ “สะแตกแดกตับ” เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2566 “สายเชีย วงศ์วิโรจน์” เล่าที่มาที่ไปว่า ที่นี่คือ “ทะเลที่ทำมาจากฝีมือมนุษย์” โดยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตที่ห้ามมีการรวมตัวกัน (COVID) โดยได้บอกว่ามอบหมายให้อีกท่านหนึ่งเป็นผู้ออกแบบทะเล ส่วนตัวเองเป็นเจ้าของทะเล แรกเริ่มจากการทำเซอร์ไพรส์วันเกิดกันขึ้น โดยใช้เวลาสร้างทะเลนี้ 20 กว่าวัน หลังจากนั้นมาที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่ทั้งหมดมีประมาณ 500 ไร่ โดยส่วนที่เป็นทะเล (บ่อน้ำและหาดทราย) มีขนาดประมาณ 100 กว่าไร่ มูลค่าพันล้าน

    ล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายสายเชีย วงศ์วิโรจน์ พร้อมทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อชี้แจงความจริงกรณีข่าวอว่าเป็นเศรษฐีที่ดินร้อยล้านเจ้าของโครงการหาดทรายขาว จ.นครปฐม โดยมีประเด็นสำคัญ ยืนยันไม่ใช่เจ้าของโครงการ เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ที่ถูกจ้างมาสร้างภาพลักษณ์ให้โครงการเมื่อ 10 ปีก่อน โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือนเพียง 15,000 บาท เจ้าตัวเปิดใจว่า ภาพลักษณ์เศรษฐีทำพิษจนไม่มีงานแสดง ล่าสุดชีวิตวิกฤต หนี้สินรุมเร้าจนถูกไฟแนนซ์ยึดรถ ส่วนสาเหตุที่ต้องมาลงบันทึกประจำวัน เพราะโครงการเริ่มมีปัญหาเรื่องแรงงาน จึงเกรงว่าตนที่มีชื่อเป็น “หน้าฉาก” จะได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมาย เบื้องต้นยังลงบันทึกประจำวันไม่ได้ เนื่องจากตำรวจพบชื่อสายเชียร่วมอยู่ในโฉนดที่ดินบางแปลง จึงแนะนำให้ไปจัดการสัดส่วนทางนิตินัยให้ชัดเจนก่อน

    ขอบคุณ : “สะแตกแดกตับ”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/961948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ik6jr90CHrfXRtyeiUkyK