Category: ท่องเที่ยว

  • กรมพัฒน์ ไล่เช็กบิลธุรกิจนอมินี 853 ราย เสียหาย 1.5 หมื่นล้าน ท่องเที่ยว อสังหาเจอเยอะสุด | เดลินิวส์

    กรมพัฒน์ ไล่เช็กบิลธุรกิจนอมินี 853 ราย เสียหาย 1.5 หมื่นล้าน ท่องเที่ยว อสังหาเจอเยอะสุด | เดลินิวส์

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการดำเนินคดีผู้ประกอบการต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีจัดตั้งธุรกิจตั้งแต่เดือนก.ย.67- 31 ก.ค.68 ได้ดำเนินคดีไปแล้ว 873 ราย สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ 15,587 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง110 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 252 ราย ธุรกิจอีคอมมเมิร์ช 11 ราย ธุรกิจก่อสร้าง 25 ราย และธุรกิจอื่นๆ475 ราย เช่น เหมืองแร่

    “ปี 68 กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดเป้าหมายการตรวจสอบกลุ่มธุรกิจเสี่ยงที่เข้าข่ายการเป็นนอมินี ซึ่งมีชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นสัดส่วนตั้งแต่ 0.01% ขึ้นไป จำนวน 46,918 รายทั่วประเทศ โดยล่าสุดในเดือนก.ค.68 ได้รับแจ้งดำเนินคดีนอมินีในกลุ่มอสังหาฯ และก่อสร้างเพิ่มเติมแล้ว โดยหลายจังหวัดก็ตรวจสอบธุรกิจเสร็จแล้วและไม่พบการกระทำผิด เช่น อ่างทอง”

    สำหรับเป้าหมายการตรวจสอบต่อเนื่องในปีนี้ จะโฟกัสไป 6 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ 3.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขนส่ง และคลังสินค้า 4.ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท 5.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6.ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป

    นอกจากนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ ยังได้ทำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ชุดใหม่ หลังคณะกรรมการชุดเดิม มีองค์ประกอบของคณะกรรมการเปลี่ยนไป ซึ่งหลังจากนี้หากนายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งก็จะเริ่มนัดประชุมได้ทันทีในเดือนก.ย.68 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการแก้ปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพอย่างเร่งด่วน พร้อมกับจะมีการพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับเอสเอ็มอีไทย และแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ 2. คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว

    นางอรมน กล่าวว่า สถิติจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ใน 7 เดือนของปี 68 (ม.ค.-ก.ค.68) มีจำนวน 51,548 ราย ลดลงจากปีก่อน 2,672 ราย หรือ 4.93% ขณะที่ทุนจดทะเบียน 171,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน2,375 ล้านบาท หรือ 1.41% โดยธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 4,107 ราย 2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3,259 ราย และ 3.ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร 2,118 ราย ส่วนการจัดตั้งธุรกิจใหม่เฉพาะเดือนก.ค.68 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,710 ราย เพิ่มขึ้น 9.78% ทุนจดทะเบียนรวม 22,018 ล้านบาท

    ส่วนธุรกิจเลิกกิจการช่วง 7 เดือนปี 68 มีจำนวน 8,069 ราย เพิ่มขึ้น 140 ราย ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 50,700 ล้านบาท ลดลง 34,880 ล้านบาท หรือ 40.76 โดยธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 707 ราย 2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 412 ราย และ 3.ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร 352 ราย ส่วนธุรกิจเลิกกิจการเฉพาะเดือนก.ค.68 มีจำนวน 1,825 ราย เพิ่มขึ้น 357 ราย หรือ 24.32% และมีทุนจดทะเบียนเลิก 20,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,753 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2.01 ล้านราย ทุนจดทะเบียนรวม 31.02 ล้านล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5054840/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FdM8J_aDlJwxnN-BVyw3R

  • ครม.ไฟเขียวงบกลาง 2,000 ล้าน เดินหน้าจัด ‘ทูมอโรว์แลนด์’

    ครม.ไฟเขียวงบกลาง 2,000 ล้าน เดินหน้าจัด ‘ทูมอโรว์แลนด์’

    เศรษฐกิจ

    26 ส.ค. 2025 เวลา 11:44 น.

    ครม.ไฟเขียวงบกลาง 2,000 ล้าน ให้กระทรวงท่องเที่ยว เดินหน้าจัด ‘ทูมอโรว์แลนด์’ในประเทศไทย 5 ปี 2569 – 2573 หรือเฉลี่ยใช้งบประมาณปีละ 400 ล้านบาท

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (26 ส.ค.68) เห็นชอบตามที่กระทรวงท่องเที่ยวฯเสนอของบกลางวงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อให้กระทรวงท่องเที่ยวเดินหน้าจัดมหกรรมเทศกาลดนตรี Tomorrowland ในประเทศไทย เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2569-2573 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ข้อสรุปของรายละเอียดการจัดงานกับบริษัทที่ Tomorrowland International ที่จะร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยการจัดงานจะจัดในพื้นที่ Wisdom Valley (วิสดอม วิลเลจ) จ.ชลบุรี ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอ

    นายสรวงศ์ ระบุด้วยว่าการขอจัดสรรงบประมาณคิดเป็นปีละประมาณ 10,000,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินประมาณ 400 ล้านบาท  จากนั้นปีที่ 2 – ปีที่ 5 ขอตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีต่อไปจะจัดทำแผนปฏิบัติงานแผนการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนปีละ 10,000,000 ยูโรหรือ 400 ล้านบาทต่อปีเช่นกัน

    โดยก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม. (29 ก.ค.2568) ได้มีมติเห็นชอบการจัดงานเทศกาลดนตรี Tomorrowland โดยมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับบริษัท Tomorrowland International (TLI) หรือบริษัท วี อาร์ วัน.เวิลด์ (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นบริษัทที่ Tomorrowland International ร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศไทย

    นายสรวงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า งานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ระดับโลกนี้จะสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยตลอด 5 ปี รวม 12,053 ล้านบาท โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 922,500 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ 369,000 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 553,500 คน รายได้หลักจะมาจากการขายบัตรเข้างานกว่า 5,200 ล้านบาท รายได้จากสปอนเซอร์ 3,500 ล้านบาท และรายได้จากการขายอาหาร-เครื่องดื่ม 1,900 ล้านบาท โดยคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงานจะเพิ่มขึ้นจาก 50,000 คนในปีแรก เป็น 75,000 คนในปีสุดท้าย

    อย่างไรก็ดี จัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ประกาศให้ปี 2568 เป็นปี “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านกลยุทธ์วัฒนธรรมด้านดนตรี และศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ  

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1195874&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2obac7N8FaSq8M1jztrxGm

  • ททท. ปั้น ESG Tourism เชื่อมตลาดทุน ดันชุมชนไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ททท. ปั้น ESG Tourism เชื่อมตลาดทุน ดันชุมชนไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ททท. ชูความสำเร็จ โครงการ “Village to the World” เดินหน้าโครงการ 2 เดือน ดันชุมชนรายได้เพิ่ม 20 % จำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 30,000 คน/ครั้ง ใน 5 จังหวัดต้นแบบ พิษณุโลก ชลบุรี เชียงใหม่ น่าน ลำปาง   สะท้อนการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG Tourism ได้จริง บทพิสูจน์ ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ เป็นเวที ESG ที่มีชีวิต เชื่อมตลาดทุน ธุรกิจ และวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และองค์กรเอกชนชั้นนำ ประกาศความสำเร็จของโครงการ Village to the World #SustainableAgenda” ซีซันล่าสุด จุดประกายพลังให้ชุมชนไทยด้วยโมเดล “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ที่ยกระดับจากกิจกรรม CSR ไปสู่การเป็น กลไก ESG Tourism ที่วัดผลได้จริง โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาของชุมชนเข้ากับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม ทั้งในมิติการเติบโตของชุมชน การสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเอกชน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนในภาพรวมจาก CSR สู่ระบบ ESG ที่ขับเคลื่อนจริง ผ่าน Co-Creation และการทำงานจริงกับลูกค้าองค์กรรายใหญ่ ผ่านฝึกอบรมเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการ การตลาด การสื่อสาร และการพัฒนาทักษะบริการ ควบคู่กับโอกาสในการทำงานจริงกับบริษัทจดทะเบียนฯ

    “Village to the World #SustainableAgenda” ภายใต้แนวคิด “ESG Partnership for Impact – พันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยการสร้างกลไกการทำงานรูปแบบใหม่  คือบทพิสูจน์ว่า ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ สามารถเป็นเวที ESG ที่มีชีวิต เชื่อมโยงตลาดทุน ธุรกิจ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชน แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและมาตรฐานใหม่ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อสร้าง Moment แห่งความสุข ภายใต้แนวคิด ‘Change Unknown to Unforgettable’ ที่เปลี่ยนสิ่งไม่คุ้นเคยให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/26/572614/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MKdt4UlfEWfq59XhqaqA7

  • แฝด3 นักยิมนาสติกญี่ปุ่น ทำคลิปวิดีโอตีลังกาที่หาดชะอำ เพื่อโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวให้เมืองไทย | TOPNEWS

    แฝด3 นักยิมนาสติกญี่ปุ่น ทำคลิปวิดีโอตีลังกาที่หาดชะอำ เพื่อโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวให้เมืองไทย | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 26/08/2025 16:42

    วันที่ 26 สค.68 นายชาญยุทธ พรรณกมลกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วย เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมให้การต้อนรับ คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำโตเกียวประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นักยิมนาสติกจากประเทศญี่ปุ่น แฝด3 จากตระกูลซาโตะ ที่เป็นข่าวโด่งดัง ได้แก่ นายอายาโตะ นายฮายาโตะ และนายโยชิโตะ หรือ Satotriplets แฝด3นักยิมนาสติก ในตระกูลซาโตะ จากญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยและได้ถ่ายทำคลิปการตีลังกาอันน่าทึ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้เกิดเป็นกระแสไวรัลและได้รับการชื่นชมจากชาวเน็ตไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นการโปรโมทประเทศไทยในมุมมองที่สดใหม่และน่าสนใจ เป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทยและได้ผลดีเยี่ยม

    โดยวันนี้ได้เดินทางมาที่ จุดชมววิวชายหาดชะอำแหล่งท่องเทียวขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี และได้มาถ่ายทำคลิปการตีลังกาอย่างพร้อมเพร้องกัน ที่จุดชมวิวหาดชะอำ ขี่ม้าชายหาด และตีลังการิมชายหาดชะอำที่สวยงาม และเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี และความงามของประเทศไทยอีกด้วย

    นายชาญยุทธ พรรณกมลกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี กล่าว่า วันนี้
    ได้รับการประสานจาก ททท.สำนักงานโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ได้เล็งเห็นถึงศิลปินกลุ่มนี้ ที่มีความนิยมมากในกลุ่มวัยรุ่น และตลาดญี่ปุ่น ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์ คือ แฝด3 มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก จึงเดินทางมาทำContent และมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย โดยเดินทางมาที่จุดชมวิวหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อมาทำContent การตีลังกากระโดดอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมียูทูปเบอร์ชื่อดังของญี่ปุ่นมาถ่ายทำ ก่อนจะทำการตัดต่อและลงโปรโมท ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่หาดชะอำมีจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมาก จึงเชิญชวนให้แฝดทั้ง3คนมาทำ Content ที่บริเวณจุดชมวิวจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี และแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศไทยให้ชาวโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น
    บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ต

    CHINA-JIANGXI-TCM-SMART DEVELOPMENT (CN)

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) นักวิจัยจีนพบ ‘พะยูน’ ใกล้แนวปะการังในทะเลจีนใต้

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) น้ำลายสอ! ‘เชฟหุ่นยนต์’ ประชันฝีมือปรุงอาหารในปักกิ่ง

    รองผู้ว่าเมืองคอน ลงพื้นที่เตรียมจัดแถลงข่าวงานใหญ่ประจำปี

    ปกครองบางละมุง วางแผนล่อซื้อ รวบผู้ค้า 2 ราย พร้อมของกลางหลายร้อย

    สมน้ำหน้ากัมพูชา “สวีเดน” ไม่แคร์คำ “ฮุน เซน” ตอบชัดเหตุขาย “กริพเพน E/F” ให้ไทย

    ผวจ.เพชรบุรี คนใหม่ เดินทางถึงเพชรบุรี เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1289312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TKHhmZL1Zxx6NhndmMKzU

  • เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 24 ต.ค. 68 มิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด พร้อมแบรนด์ดังครบครัน

    เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 24 ต.ค. 68 มิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด พร้อมแบรนด์ดังครบครัน

    เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ อย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ปักหมุดมิกซ์ยูสแห่งแรกใจกลางกระบี่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า บ้าน คอนโดมิเนียม และโรงแรม มากกว่าการเป็นศูนย์การค้า แต่ร่วมขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวกระบี่ และเป็น The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre ที่จะเป็นส่วนร่วมในการยกระดับจังหวัดกระบี่สู่จุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นศูนย์กลางประสบการณ์ Sustainable Tourism ที่เชื่อมโยงผู้คน ธรรมชาติ และชุมชนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน 

    แรงบันดาลใจจาก “ทุกความเป็นกระบี่” สู่ศูนย์การค้าที่ออกแบบเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง

    26 ส.ค. 2568 – เซ็นทรัล กระบี่ ผสานอัตลักษณ์ของชุมชน วัฒนธรรม และธรรมชาติของจังหวัดกระบี่เข้าไว้ในทุกมิติของศูนย์การค้า ผ่าน 5 โซนหลัก ได้แก่ Krabi Bay, Beachwalk, Palm Square, Fisherman’s Village, และ Andaman Market ที่เชื่อมโยงกับภาพจำของท้องถิ่น สะท้อนแนวคิดการเป็นพื้นที่ของชุมชนอย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่แค่แหล่งช้อปปิ้ง แต่คือศูนย์กลางของความภูมิใจร่วมกัน  

    ต้นแบบศูนย์การค้า “ยั่งยืน” อย่างแท้จริง

    ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เซ็นทรัล กระบี่ ได้ออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ อาทิ โดยเซ็นทรัลกระบี่ เป็นศูนย์การค้าแรกในไทยที่จะขอรับรอง EDGE certification – Zero level อีกทั้งยังมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนพื้นที่กว่า 14,400 ตารางเมตร การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) การบริหารจัดการขยะด้วยแนวคิด Upcycling ที่หมุนเวียนนำขยะและวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเป็นวัสดุในการก่อสร้างอาคารและถนน รวมไปของที่ระลึก ตลอดจนการสร้างสรรค์โครงการ CSV ร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับพื้นที่ พร้อมร่วมมือกับร้านค้าในโครงการ Green Partnership ผลักดันแนวคิด Green Collaboration อย่างเป็นรูปธรรม

    รวมแบรนด์ดังครบทุกไลฟ์สไตล์

    นำทัพโดย Adidas, Bearhouse, Beautrium, Bonchon, Crocs, Fuji, Gaga, Good Goods, HarborLand, Insoul Halal, iStudio, Jian Cha, Jetts Fitness, Jim Thompson, KKV, Lush, Mandarin Suki, Miniso, Much & Mellow, Nuh, Potato Corner, Prime Burger, Shabushi, Souri, Starbucks และอีกกว่า 300 แบรนด์ร้านค้าชั้นนำ สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ครบครันในที่เดียว

    พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัว “บ้านนินญา กระบี่” โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีใจกลางเมือง ชูจุดเด่นด้านทำเลที่มอบประสบการณ์การพักผ่อน ในวิลล่าสุดหรูสไตล์รีสอร์ท ท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขา พร้อม Grand Clubhouse สระว่ายน้ำ Infinity Edge และฟิตเนสครบครัน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย 7 ระดับจากเซ็นทรัลพัฒนา พิเศษสุด! เปิดให้เข้าชมโครงการแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในวันที่ 30-31 สิงหาคมนี้

    ศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่ พร้อมเปิดให้บริการ 24 ตุลาคมนี้ เป็นแรงบันดาลใจแห่งการท่องเที่ยวยั่งยืน ยกระดับกระบี่สู่จุดหมายปลายทางเชิงอนุรักษ์ระดับโลก และเป็นศูนย์กลางประสบการณ์ Sustainable Tourism ที่เชื่อมผู้คน ธรรมชาติ และชุมชนท้องถิ่นอย่างกลมกลืน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/850192/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UPRqWu7qt3GmNG6e-psR5

  • ครม.คุมเข้มรถใช้แล้ว เปิดทางเฉพาะ ‘รถโบราณ’

    ครม.คุมเข้มรถใช้แล้ว เปิดทางเฉพาะ ‘รถโบราณ’

    ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้ ‘รถยนต์ใช้แล้ว’ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตนำเข้าในประเทศไทย โดยร่างฉบับใหม่นี้เป็นการปรับปรุงจากกฎปี 2562

    จุดสำคัญคือ เปิดทางให้นำเข้ารถยนต์โบราณ (Classic Cars)อายุเกิน 100 ปี และรถแข่ง ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนด เพื่อสอดคล้องกับมติ ครม. เดิม ที่ต้องการส่งเสริมศิลปะและการอนุรักษ์ยานยนต์โบราณ

    ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ พบว่ามีประชาชนแสดงความคิดเห็น 433 ราย โดยกว่า 87% เห็นด้วย

    ผลทางเศรษฐกิจ – การอนุญาตให้นำเข้ารถโบราณจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการจัดกิจกรรม Classic Car กระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงหนุนธุรกิจรีสโตร์และอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้อง

    ผลทางสังคม – ถือเป็นการปลูกฝังค่านิยมการอนุรักษ์ มองรถโบราณเป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่สามารถต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ และดึงดูดให้ไทยเป็นศูนย์กลาง Classic Car ของภูมิภาค

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังย้ำ ร่างประกาศฉบับนี้จะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cabinet-classic-cars-tourism-restore-economy&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gRISZagCfX3Wx4cbJ3038

  • สะเก็ดล้านนา : 26 สิงหาคม 2568

    สะเก็ดล้านนา : 26 สิงหาคม 2568

    วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    สะเก็ดล้านนา : 26 สิงหาคม 2568

    *** ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “First Aid ปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว” เสริมทักษะปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่พระสงฆ์และสามเณร โดยมี นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม และได้รับความเมตตาจาก พระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด และเจ้าคณะตำบลสุเทพ เขต 2 ร่วมพิธีเปิดพร้อมทั้งให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมีทีมวิทยากร ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์จากฝ่ายอำนวยการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)

    *** กระชับสัมพันธ์ เชียงใหม่-เมืองคังวอน…คิม ดงจุน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการท่องเที่ยวจังหวัดคังวอน สาธารณรัฐเกาหลี และคณะ เดินทางมาเข้าพบผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ โอกาสนี้ วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ โดยได้หารือแนวทางความร่วมมือรวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันของทั้งสองเมือง และในโอกาสอันดีนี้ ทางผู้อำนวยการสำนักนโยบายการท่องเที่ยว จังหวัดคังวอน ได้เรียนเชิญทางจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมาคม EATOF ซึ่งเป็น องค์กรความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หลังจากจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์เมื่อในอดีต

    *** สร้างความเชื่อมั่นท่องเที่ยวเชียงใหม่ปลอดภัย…จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย อิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปยังถนนคนเดินท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเก็บข้อมูลและรับฟังปัญหาอุปสรรคจากผู้ประกอบการที่ขายของในพื้นที่ถนนคนเดินท่าแพ ขณะเดียวกันเป็นการสำรวจความคึกคักของการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่และถนนคนเดินแห่งนี้

    ศุภรักษ์ จิรกิจญาดา

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/909480&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Fpanra0m-HSRrGIuWBF15

  • อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    ประกาศอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เรื่อง ปิดการท่องเที่ยว พักแรมและการนันทนาการ ในอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามปกติ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จังหวัดเชียงใหม่หมายเลขโทรศัพท์ 0 5200 0870

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000081227&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mw6o2_u2J4YsGJKNHcjPz

  • ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ธุรกิจ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    อุตสาหกรรม “ท่องเที่ยวไทย” เผชิญความท้าทายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากการชะลอตัวของจำนวน “นักท่องเที่ยวจีน” ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และ “การแข่งขัน” จากประเทศคู่แข่งที่สูงขึ้น

    โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปรับลดเป้าหมายจำนวน “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2568 ให้เท่ากับปี 2567 ที่จำนวน 35.5 ล้านคน อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยบวกจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ในช่วงโลว์ซีซัน

    “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ปรับเป้ารายได้ปี 68 โต 3-5%

    อภิญญา งามอภิชน รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย บริษัทฯปรับประมาณการเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมทั้งปี 2568 เป็น 3-5% จากเป้าหมายล่าสุดที่ 6-8% โดยกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวจนถึงระดับประหยัด เติบโตในระดับเดียวกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดจากเป้าหมายล่าสุดที่ 3-5% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทปรับเป้าหมายจาก 23% เป็น 20% เมื่อเทียบกับปี 2567

    แม้ว่าจะมีความท้าทายดังกล่าว บริษัทฯยังคงดำเนินกลยุทธ์ผ่านการมุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว ระดับกลาง ระดับประหยัด และระดับบัดเจ็ท (ฮ็อปอินน์) และการขยายโรงแรมไปยังต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติในแต่ละประเทศ รวมถึงกลยุทธ์การปรับราคาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแบบเชิงรุก การขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโต ได้แก่ กลุ่มประเทศยุโรป อินเดียและตะวันออกกลาง เป็นต้น และการควบคุมต้นทุนจากการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด

    ลุยลงทุนโรงแรมบัดเจ็ท หนุนโตระยะยาว

    บริษัทฯดำเนินการพัฒนาและขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนระยะยาวที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการลงทุนทั้งในโรงแรมระดับกลาง ผ่านแผนพัฒนาโรงแรมบริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพร้อมพงษ์ที่บริษัทฯได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว และการปรับปรุงโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่มีอยู่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดอย่างต่อเนื่อง

    “นอกจากนี้ยังลงทุนในโรงแรมระดับบัดเจ็ทเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทฯมีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยจำนวน 10 แห่ง”

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ครึ่งปีหลังปัจจัยน่ากังวลอื้อ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ยังคงมีปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เช่น อัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ปัญหาพิพาทระหว่างชายแดนไทยและกัมพูชา และปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ จากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ “ความต้องการเดินทาง” ปรับตัวลดลง รวมถึงปัจจัย “ความผันผวนของค่าเงิน” และ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” บริษัทฯได้ติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยคำนึงสถานะทางการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯเป็นสำคัญ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    “ไมเนอร์” เตรียมพร้อมโรงแรมในยุโรป-เอเชียรับไฮซีซัน

    ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานต่อ ตลท.ว่า สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2568 ด้วยแผนงานชัดเจนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ความแข็งแกร่งของงบดุล และความคล่องตัวเชิงกลยุทธ์ บริษัทฯ จึงพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง

    เฉพาะ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” เมื่อเข้าสู่ช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 กลุ่มโรงแรมของบริษัทในยุโรปและเอเชียอยู่ในสถานะที่พร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 3-4 ปี 2568 โดยมียอดการจองห้องพักล่วงหน้าที่แข็งแกร่งรองรับไว้แล้ว

    ในภูมิภาค “ยุโรป” ความต้องการเดินทางยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง กลุ่มลูกค้าธุรกิจมีอัตราการเติบโตเร็วกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ข้อมูลการจองล่วงหน้าชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ในช่วง 6 เดือนหลังปี 2568 เทียบกับปีก่อนหน้าในระดับเลขหลักเดียวช่วงต่ำถึงกลาง โดยประมาณ 3 ใน 4 ของการเติบโตดังกล่าวมาจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 เทียบกับไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สะท้อนฐานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมและงานอีเวนต์จำนวนมาก ด้านผลการดำเนินงานตามภูมิภาค ทั้งกลุ่มลูกค้าเพื่อการพักผ่อนและกลุ่มลูกค้าธุรกิจต่างมีส่วนช่วยส่งเสริมผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับโรงแรมในสเปน และกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ ส่วนในอิตาลี ผลประกอบการโรงแรมยังคงพึ่งพาความต้องการจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจเป็นหลัก

    ส่วนจุดหมายปลายทางอื่นๆ เช่น “มัลดีฟส์” ยังแสดงให้เห็นถึงยอดการจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ระดับพรีเมียม นอกเหนือจากรายได้จากห้องพักแล้ว รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงรายได้อื่นๆ ของโรงแรมยังมีส่วนช่วยส่งเสริมมุมมองเชิงบวกจากการนำเสนอประสบการณ์พิเศษเฉพาะของไมเนอร์ โฮเทลส์ สำหรับ “ประเทศไทย” การปรับปรุงโรงแรมหลักของบริษัทให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ไฮซีซัน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนอัตราค่าห้องเฉลี่ยที่สูงขึ้นได้ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจะชะลอตัวลงก็ตาม

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    “แอสเสท เวิรด์” เตรียมเปิด “ลานนาทีค กาแล”

    วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เดินหน้า “ขยายพอร์ตโฟลิโอ” สร้างความโดดเด่นให้การท่องเที่ยวของไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเตรียมเปิดตัวโครงการคุณภาพ ได้แก่ “ลานนาทีค กาแล” (Lannatique Kalare) จุดหมายปลายทางแห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนารูปแบบใหม่ใจกลาง “เชียงใหม่” ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างแข็งแกร่ง และการควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย โดยคงความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมรักษาวินัยทางการเงินในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยง เสริมความยืดหยุ่นในการลงทุน และรองรับการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคง

    ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนเชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ “เที่ยวไทย คนละครึ่ง” ซึ่งช่วยกระตุ้นดีมานด์ของนักท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะโรงแรมในหัวหินและพัทยาที่ได้รับความนิยมสูงสุด

    ขณะเดียวกันความร่วมมือกับ “พันธมิตรระดับโลก” ที่มีเครือข่ายนักท่องเที่ยวคุณภาพกว่า 710 ล้านคนทั่วโลก ยังช่วยเพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) สูงถึง 70% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับยอดจองของโรงแรมในเครือ AWC โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ สมุย กระบี่ และพัทยา ที่มียอดจองล่วงหน้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1195811&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GZ4JOSQOltfsGFg6nV1wc

  • กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรม Kick Off “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568” – กรมการพัฒนาชุมชน

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกิจกรรม Kick Off “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568” – กรมการพัฒนาชุมชน

    วันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 06.00 น. ณ บริเวณถนนอัษฎางค์ ด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย นายเอกจิต ไชยวงศ์ เลขานุการกรม พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม Kick Off โครงการ “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568” ส่งเสริมสุขภาพ และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

    โดยสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้จัดทำโครงการ “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568” เพื่อสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพดี ผ่านการออกกำลังกาย ด้วยกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ อีกทั้งได้นำรายได้จากการดำเนินโครงการฯ หลังหักค่าใช้จ่ายส่งมอบเป็นทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ที่มีความประพฤติดี มีผลการเรียนดี แต่มีฐานะยากจน ให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ผ่านโครงการทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมถึงการดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด โดยจัดกิจกรรมวิ่งไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักผ่าน Social Media กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ก่อให้เกิดรายได้ในระดับครัวเรือนและชุมชน

    #Kick_off
    #วิ่งไปเที่ยวไป
    #แม่บ้านมหาดไทย
    #กรมการพัฒนาชุมชน
    #กระทรวงมหาดไทย

    (Visited 1 times, 1 visits today)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/content/25082025-001&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KWKBmQKban17xEaTAHf1E