Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยว ‘จีน’ บูม จ่อทำเงิน 42,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยหนุนเศรษฐกิจ

    ท่องเที่ยว ‘จีน’ บูม จ่อทำเงิน 42,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยหนุนเศรษฐกิจ

    ต่างประเทศ

    04 ก.ย. 2025 เวลา 12:00 น.

    ท่องเที่ยวจีนบูม หลังเปิดฟรีวีซ่า คนจีนเที่ยวจีน อาจทำเงิน 42,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางการบริโภคที่ซบเซา

    บลูมเบิร์กรายงานว่า “จีน” อาจสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศและจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากถึง 42,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.3 ล้านล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาการบริโภคที่ซบเซา

    รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวในประเทศและการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่กำลังพยายามฟื้นตัว

    ชาวจีนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ และหันมาท่องเที่ยวในประเทศแทน ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเศรษฐกิจของจีน เพราะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเป็นแหล่งรายได้สำคัญในขณะที่เศรษฐกิจกำลังพยายามฟื้นตัว

    การวิเคราะห์ของ Bloomberg Intelligence ชี้ว่า มีเม็ดเงินถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกเปลี่ยนจากแผนการเดินทางไปต่างประเทศมาเป็นการใช้จ่ายภายในประเทศแทน นอกจากนี้ ยังมีรายได้อีก 15,000 ล้านดอลลาร์ ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจีนผ่านโครงการยกเว้นวีซ่า

    ตลาดค้าปลีกซบเซา

    ยอดขายค้าปลีกในปี 2568 มีแนวโน้มที่น่าผิดหวัง โดยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 4.1% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยคาดไว้ 

    ท่องเที่ยว ‘จีน’ บูม จ่อทำเงิน 42,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยหนุนเศรษฐกิจ

    รัฐบาลจีนกำลังเผชิญกับความท้าทายในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่

    • แรงกดดันจากสหรัฐ: ภาษีศุลกากรจากสหรัฐกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ
    • ปัญหาภายในประเทศ: จีนกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด, การลงทุนที่ชะลอตัว, ข้อจำกัดในการกู้ยืมของรัฐบาลท้องถิ่น, และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา
    • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มลดประสิทธิภาพ: โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเปลี่ยนรถเก่าเป็นเงินสดเริ่มมีผลกระทบน้อยลง สะท้อนให้เห็นถึง “ความเหนื่อยล้าจากการอุดหนุน” ของผู้บริโภค ซึ่งทำให้ยอดขายปลีกเติบโตช้าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปี

    นักวิเคราะห์คนนำโดย แคทเธอรีน ลิม, ชาง ชูและเอริก จู ระบุในรายงานว่า “แม้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงสำหรับสินค้าอื่นๆ จะเริ่มมีข้อจำกัด แต่ภาคการท่องเที่ยวกลับกลายเป็นตัวเร่งที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการบริโภค เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวมากขึ้น ถือเป็นแรงหนุนที่น่าเชื่อถือและยั่งยืนกว่า”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1197287&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1l5jfjLI4tX1AqLJ37XNJn

  • เชียงใหม่ ขานรับทำ city promotion ทั้งเมือง พร้อมขับเคลื่อน 12 เดือน 12 เทศกาล

    เชียงใหม่ ขานรับทำ city promotion ทั้งเมือง พร้อมขับเคลื่อน 12 เดือน 12 เทศกาล

    เชียงใหม่ ขานรับทำ city promotion ทั้งเมือง พร้อมขับเคลื่อน 12 เดือน 12 เทศกาล เชียงใหม่เที่ยวได้ทั้งปี คาดสร้างเงินหมุนเวียนกว่า หมื่นล้านบาท ในปี 69

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยนางวาสนา ทองสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ผนึกกำลังหารือ ปัญหาด้านการท่องเที่ยว ทุกภาคส่วน ขานรับทำ City Promotion เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมจัดทำแผนขับเคลื่อน เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล ให้เกิดการท่องเที่ยวกระจายสู่ทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ ให้เชียงใหม่ให้เที่ยวได้ทั้งปี คาดการเงินสะพัดสู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่กว่าหมื่นล้านในปี 2569

    เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 โดยมีนายวีระพงษ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีนางวาสนา ทองสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายไพศาลสุขเจริญ รองประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันประชุมระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางฟื้นฟู และแก้วิกฤตท่องเที่ยวเชียงใหม่ ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

    โดยกิจกรรมในงาน ประกอบด้วย 1.นโยบายและแผนงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ โดยคุณภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก ททท.
    2.แผนงานและเป้าหมายของ สสปน. Competitive Tendering งานระดับประเทศและระดับนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ โดย คุณนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสำนักงกงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
    3.แนวทางของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการร่วมแก้ปัญหาวิกฤตภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดย ผศ.ดร.ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    4.ประกาศเรื่องเตรียมแผนงานเมือง Chiangmai World Class Wellness Cityโดย คุณชวนัสถ์ สินธุเขียว นายกสมาคมสมาพันธ์การค้าสปาแอนด์เวลเนสไทย
    5.แผน Chiangmai City promotion package โดยฝ่ายยุทธศาสตร์ สทท.ชม

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3761003/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ehevvbl0XHn8C3q3jgttB

  • น้ำตกทีลอซู 2568 เปิดแล้ว เที่ยวผืนป่าอุ้มผาง ชมม่านน้ำสุดยิ่งใหญ่แห่งตาก

    น้ำตกทีลอซู 2568 เปิดแล้ว เที่ยวผืนป่าอุ้มผาง ชมม่านน้ำสุดยิ่งใหญ่แห่งตาก

              น้ำตกทีลอซู 2568 เปิดการท่องเที่ยว เตรียมตัวออกเดินทางสัมผัสสายน้ำยิ่งใหญ่กลางผืนป่าอุ้มผาง พร้อมบรรยากาศธรรมชาติสุดอลังการที่รอให้ไปเช็กอิน

              หากกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติ สุดยิ่งใหญ่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว 2568 นี้ น้ำตกทีลอซู คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ความอลังการของผืนป่าและสายน้ำใสที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขา จะพาคุณออกไปสัมผัสบรรยากาศสดชื่น ผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ของธรรมชาติที่แท้จริง ใครที่กำลังวางแผนทริปผจญภัย เตรียมตัวไว้ได้เลย

    น้ำตกทีลอซู 2568
    เปิดการท่องเที่ยว

    น้ำตกทีลอซู

    น้ำตกทีลอซู 2568 เปิดท่องเที่ยว

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง – Umphang Wildlife Sanctuary แจ้งประกาศน้ำตกทีลอซู 2568 เปิดการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป หลังจากปิดในช่วงฤดูฝนเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ

    น้ำตกทีลอซู ที่เที่ยวน้ำตกยอดนิยม

              น้ำตกทีลอซูถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยิ่งใหญ่ของผาม่านน้ำสูงกว่า 300 เมตร ไหลลดหลั่นกลางผืนป่าอุ้มผางที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้บรรยากาศอลังการและมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน

    น้ำตกทีลอซู

    น้ำตกทีลอซู การเข้าชม

              การเข้าชมน้ำตกทีลอซู กรณีไป-กลับ ต้องเดินทางเข้าก่อนเวลา 14.00 น. กรณีไปพักค้างแรมต้องเดินทางเข้าก่อนเวลา 16.30 น. บริเวณลานกางเต็นท์ทีลอซู มีร้านอาหารแบบจานเดียวและกาแฟทีลอซูให้บริการ หากนักท่องเที่ยวไม่ทันตามเวลาที่กำหนดสามารถพักแรมกางเต็นท์ที่บริเวณจุดจำหน่ายบัตร พร้อมลานจอดรถให้บริการ ทั้งนี้ ควรศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางให้ดี เพื่อความราบรื่นในการเดินทาง

    น้ำตกทีลอซู กิจกรรมท่องเที่ยว

              นอกจากการชมน้ำตก นักท่องเที่ยวยังนิยมทำกิจกรรมล่องเรือยางตามแม่น้ำแม่กลอง เพื่อสัมผัสธรรมชาติสองฝั่งลำน้ำ และชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถกางเต็นท์พักค้างคืนเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศป่าเขาและฟังเสียงธรรมชาติยามค่ำคืน

    น้ำตกทีลอซู กิจกรรมท่องเที่ยว

    ภาพจาก : Chirawan Thaiprasansap / shutterstock.com

    น้ำตกทีลอซู วิธีเดินทาง

              นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เส้นทางจากแม่สอดสู่อุ้มผางมีชื่อว่า “ทางสาย 1090” หรือถนนลอยฟ้า ที่มีโค้งกว่า 1,200 โค้ง ระหว่างทางจะได้ชมวิวภูเขาสวย ๆ จากนั้นเดินทางต่อไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง แล้วจึงเข้าชมตัวน้ำตก

              น้ำตกทีลอซู 2568 เปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความงดงามแห่งสายน้ำและผืนป่าอีกครั้ง ใครกำลังหาที่เที่ยวธรรมชาติสุดอลังการในปีนี้ ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 5550 8780, 06 5002 7637 หรือเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง – Umphang Wildlife Sanctuary ^ ^
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวน้ำตกหน้าฝน ที่เที่ยวหน้าฝน 2568 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294740.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28akNhIfMZg7fPp185HT07

  • ดัชนี SET ต้นภาคเช้าบวก 10 จุด รับแรงเก็งกำไรกลุ่มท่องเที่ยว-ไฟแนนซ์หนุน

    ดัชนี SET ต้นภาคเช้าบวก 10 จุด รับแรงเก็งกำไรกลุ่มท่องเที่ยว-ไฟแนนซ์หนุน

    ดัชนี SET ต้นภาคเช้าบวก 10 จุด รับแรงเก็งกำไรกลุ่มท่องเที่ยว-ไฟแนนซ์หนุน

    ตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้าปรับขึ้นไป 10 จุด มีแรงเก็งกำไรกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มไฟแนนซ์ อาทิ THAI AOT CPALL MTC KTC SAWAD เป็นต้น หลังจากภาพการเมืองในประเทศชัดเจน โดยพรุ่งนี้จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

    เมื่อเวลา 10.30 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,269.50 จุด เพิ่มขึ้น 10.19 จุด (+0.81%)

    นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับขึ้นตอบรับภาพการเมืองชัดเจน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะได้รับการเสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย.) จึงมีแรงเก็งกำไรกลุ่มไฟแนนซ์ Domestic play กลุ่มท่องเที่ยว

    แม้ว่ารัฐบาลใหม่ถึงแม้จะมีระยะเวลาสั้น ๆ แต่คาดหวังจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะมีงบประมาณลงไปกระตุ้นฐานราก ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีนโยบายกระตุ้นท่องเที่ยวให้ดีกว่านี้ด้วย

    พร้อมให้แนวต้านแรกที่ 1,275 จุด แนวต้านถัดไป 1,281 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิม ส่วนแนวรับ 1,263-1,260 จุด


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12744832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05z-O_Ezh0nmK3fPDo16lo

  • อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐาน ยกระดับการท่องเที่ยวเชียงรายสู่เมืองสุขภาพ

    เชียงราย,3 กันยายน 2568 –  องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ได้จัดการประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันโครงการพัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐานระดับจังหวัด การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุม อบจ.เชียงราย โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักช่าง อบจ.เชียงรายเข้าร่วม

    การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยวได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” โดยมุ่งสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ที่มีคุณภาพด้านสุขภาพและการพักผ่อน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    สอดคล้องกับนโยบาย 7 เรือธงของ อบจ.เชียงราย

    การพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ นโยบายเรือธงที่ 5 คือ “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี” ซึ่งเน้นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในทุกอำเภอให้มีเอกลักษณ์ สร้างความหลากหลาย และรองรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การดำเนินโครงการนี้จึงเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นจริงในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

    การวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตขึ้นเฉลี่ย 7-8% ต่อปี และมีมูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต

    น้ำพุร้อนป่าตึงเป็นจุดเด่นทางธรรมชาติที่เหมาะสมกับกระแสนี้ เพราะนอกจากจะมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใช้เพื่อการบำบัดแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนารีสอร์ท สปา และโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม

    ผลกระทบทางเศรษฐกิจและชุมชน

    อบจ.เชียงรายคาดว่าการพัฒนาครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญหลายด้าน ได้แก่

    • การสร้างงานและรายได้: คาดว่าจะเกิดการจ้างงานในพื้นที่กว่า 200 อัตรา ทั้งด้านก่อสร้าง การให้บริการ และธุรกิจชุมชน
    • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: รายได้จากนักท่องเที่ยวจะหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจย่อยในตำบลป่าตึง
    • ยกระดับสิ่งแวดล้อม: การปรับภูมิทัศน์ให้ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและเพิ่มความน่าอยู่ของพื้นที่

    การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

    ความร่วมมือระหว่างกองการท่องเที่ยวและกีฬา กับสำนักช่าง อบจ.เชียงราย เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้ กองการท่องเที่ยวจะกำหนดแนวทางและวางแผนเชิงกลยุทธ์ ขณะที่สำนักช่างจะรับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบภูมิทัศน์

    การทำงานแบบบูรณาการจะช่วยให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน

    ความเห็นจากผู้บริหาร

    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า

    “การพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสถานที่ แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต เรามุ่งหวังให้น้ำพุร้อนป่าตึงกลายเป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืนของเชียงราย”

    มุมมองต่ออนาคต

    เมื่อโครงการแล้วเสร็จ น้ำพุร้อนป่าตึงจะกลายเป็นจุดหมายสำคัญที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนเชิงสุขภาพแบบองค์รวม โดยคาดว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 50,000 คนต่อปี

    นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายในการสร้างกิจกรรมชุมชน เช่น ตลาดสุขภาพ การแสดงวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่

    การ Kick Off โครงการพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงของ อบจ.เชียงราย เป็นการก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับจังหวัดเชียงรายให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-pao-develops-pa-tueng-hot-spring/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xawFIxoN0A–4KcppdqOr

  • เปิดแล้ว 5 ก.ย.นี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ ขึ้นแท่น No.1 ศูนย์การค้าฯ

    เปิดแล้ว 5 ก.ย.นี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ ขึ้นแท่น No.1 ศูนย์การค้าฯ

    ข่าวท่องเที่ยว Wednesday September 3, 2025 17:15 —ThaiPR.net

    เปิดแล้ว 5 ก.ย.นี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ ขึ้นแท่น No.1 ศูนย์การค้าฯ แห่งไลฟ์สไตล์ครบที่สุดของสระบุรี

    ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยโฉม โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ No.1 แห่งไลฟ์สไตล์ครบที่สุดของสระบุรี ด้วยคอนเซปต์ “ปลุกพลังเมืองสระบุรี Energize the Heart of Saraburi” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการช้อป กิน เที่ยว ครบวงจร มุ่งเป็น “The Landmark of Your City” ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่ยกระดับศูนย์การค้าทุกสาขาให้เป็นหัวใจของเศรษฐกิจเมือง สร้างงาน สร้างรายได้ และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านการสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการรายย่อย และกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกๆ พื้นที่ที่เข้าไปดำเนินการ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

    เปิดแล้ว 5 ก.ย.นี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ ขึ้นแท่น No.1 ศูนย์การค้าฯ แห่งไลฟ์สไตล์ครบที่สุดของสระบุรี

    1. nergize the Space: เสริมความแข็งแกร่งศูนย์การค้าฯ ด้วยการปรับโซนนิ่งและรีโนเวตใหม่ มีจำนวนร้านค้าที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้นกว่า 50% อาทิ

    • ยกขบวนความอร่อยมาไว้ใน Food Haven โฉมใหม่ ที่อำนวยความสะดวกลูกค้าด้วยการคัดสรรร้านเด็ดประจำท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียว ได้แก่ ยศพลข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่เจ้าดังสระบุรี, ราดหน้าเจ้าเก่าหลังห้อยเทียนเหลา (นายอ้วน) เชลล์ชวนชิม, ลูกชิ้นแม่ประณาม ลูกชิ้นน้ำจิ้มภูเขาไฟต้นตำรับจากสระบุรี, ร้านเนื้อแท้ Wok นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารแบรนด์ดังที่ห้ามพลาด เช่น Bonus Suki ซึ่งเปิดสาขาแรกของประเทศที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี และยังมีนี้ยังมี Tops Supermarket, Chester’s, Starbucks Coffee, Shabushi, MK Restaurants, Shinkanzen Sushi, Yayoi, The Pizza Company, KFC, S&P, BonChon, Sukishi Korean Charcoal Grill, Hachiban Ramen, แหลมเจริญ ซีฟู้ด, Tumour, Yamazaki, Olino Crepe & Tea, Bonjour, Chew Lounge Bun, Fuku Matcha, Potato Corner, Boost Juice Bars, Swensen’s, Sizzler, Fuji, Bar B Q Plaza, Cafe Amazon, Bonus Suki, Cola Tea, Yoguruto, Wagashi, Black Dragon, Sushi Ryujin และ Mixue
    • อัปเดตกองทัพอุปกรณ์ไอที เทคโนโลยีไฮเทคครบครัน อาทิ Power Buy, B2S, iCare, TG Fone, AIS, Advice computer, BNN, Samsung, Pay by P.A. Phone, J.I.B., IT City, OPPO, Studio 7, True Shop, Remax, Wise by IT City, BB Beyond, D-BOX, infinix, iGadget, Honor, Big Camera, Huawei, Jaymart, Mi, Vivo, Focus, Samsung, Hi-Shield, Energy และ MFour
    • เพลิดเพลินไปกับพื้นที่ช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น ความงามและไลฟ์สไตล์ ภายใต้บรรยากาศสนุกสนาน กับแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ดังในพื้นที่ที่คัดสรรพิเศษ อาทิ Sunday Playland, Robinson Department Store, Montipa, Montip, Numsha brand, Dollar Boutique, Day Denim, Motta, Top Charoen, Hair @ Nail, Boots, Nitipon Clinic, L-plus Dental Clinic, Watsons, หอแว่น, Taywin, BATA, The Klinique, Moshi Moshi, Mc Class Music, ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ,Aurora, M Gold, ห้างทองทองเซ่งเฮง, ห้างทองรุ่งทรัพย์, Tharnn, With.it Group, Penna, Zelyn Fashion Accessories, K Nine Cosmetic, Miss Sis และ Coway
    • ครบวงจรด้านบริการการเงิน ครอบคลุมทุกความต้องการ ทั้งการทำธุรกรรม ชำระค่าสินค้าและบริการ, จัดการบัญชี, ขอสินเชื่อ, หรือธุรกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ครบจบในที่เดียว ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, AEON, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารออมสิน, UOB Xpress, เงินติดล้อ, Krungsri First Choice, Umay Plus และสินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส

    โดยการปรับโซนนิ่งภายในศูนย์การค้าฯ ใหม่นี้ ยังมีการบริการออโต้เซอร์วิสและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ B-Quik, Pro Clean ที่จอดรถพร้อมจุดชาร์จรถไฟฟ้า EV Station Pluz และ EA Anywhere สร้างบรรยากาศแห่งความสุขที่ชวนให้ลูกค้าใช้เวลาและเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น

    2.Energize the Experience: เติมเต็มความสุขความสนุกไปกับ กับแคมเปญฉลองใหญ่ ทั้ง แจกฟรี 7,000 รางวัล จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Power Buy, Food Haven, KFC, Potato Corner, Mister Donut, Auntie Anne’s, The Pizza Company, Bonjour, Olino Crepe & Tea, BEAUTRIUM และ Aurora พร้อม ดูหนังฟรี 1,000 ที่นั่ง จาก Major Cineplex และดูหนังรอบพิเศษฟรี ถึง 2 รอบ เฉพาะวันที่ 5 ก.ย. 68 เท่านั้น เสิร์ฟดีลคุ้มบุฟเฟ่ต์ราคาเดียว 299 บาท จาก Sukishi Korean Charcoal Grill และ Shabushi โดยเดินหน้าจัดกิจกรรมและความบันเทิงพิเศษไปจนถึงสิ้นปี ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าและทุกเจเนอเรชัน

    3.Energize the People: ภายใต้แนวทางการบริหารโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่เน้น 3 หัวใจหลัก คือ “ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม” โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี โฉมใหม่ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและแบรนด์ท้องถิ่น ด้วยการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานราชการ ภาครัฐ หอการค้าจังหวัด พันธมิตรทางการค้า และผู้ประกอบการรายใหญ่ ดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ อาทิ การจัดจำหน่ายสินค้า OTOP และตลาดชุมชน การบริจาคเลือด งานแสดงศิลปะและโชว์ผลงานจากโรงเรียนในพื้นที่ และกิจกรรมกีฬา เพื่อเชิญชวนลูกค้าให้มาใช้บริการทั้งจากในและนอกจังหวัด ซึ่งทางศูนย์การค้าฯ ได้จัดร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมของดีจังหวัดสระบุรี รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมโดยร่วมกับ Central Tham เช่น กิจกรรมรวมพลังทำดี บริจาคโลหิต เป็นต้น

    การปรับโฉมศูนย์การค้าฯ ในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งโรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี เตรียมต่อยอดความสำเร็จด้วยแคมเปญการตลาด กิจกรรม และสิทธิพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อให้โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี เป็นเป้าหมายหลักของทุกครอบครัวอย่างแท้จริง ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัส โฉมใหม่ No.1 แห่งไลฟ์สไตล์ครบที่สุดของสระบุรี ปลุกพลังเมืองสระบุรี Energize the Heart of Saraburi ได้แล้ววันนี้


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744697&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lO_a-QG5-7R9VuJK21157

  • ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    ธุรกิจโรงแรมปี 2568: ภาพรวมที่น่ากังวลและแนวทางปรับตัว

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักจะหดตัวลง 4.5% จากปี 2567 ซึ่งถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี การลดลงนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 
     

    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ

    จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง: คาดว่าในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยจะลดลง 9% จากปีที่ผ่านมา เหลือประมาณ 32.2 ล้านคน นอกจากนี้ วันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลงด้วย 

    อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่ลดลง: ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 อัตราการเข้าพักทั่วประเทศอยู่ที่ 71.66% ซึ่งลดลง 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 69.83% หรือลดลง 2.3% ส่วนราคาห้องพักเฉลี่ยก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดย 7 เดือนแรกของปี ดัชนีราคาห้องพักเฉลี่ยลดลง 5% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะลดลง 4% 

    รายได้จากบริการอื่น ๆ ที่หดตัว: รายได้จากการจัดงานประชุมและสัมมนาลดลง เนื่องจากมีการจัดงานระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การจัดงานประชุมและสัมมนาทั้งในและต่างประเทศลดลงถึง 13% 

    ความท้าทายจากต้นทุน: ธุรกิจโรงแรมเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าแรงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไม่สามารถผลักภาระต้นทุนนี้ไปที่ลูกค้าได้เต็มที่ เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวและการแข่งขันที่รุนแรง 

    กลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวัง

    สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแตกต่างกันไป  โดยกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

    • โรงแรมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติสูง: โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก ที่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และเชียงใหม่ ซึ่งมีการแข่งขันสูงเนื่องจากจำนวนห้องพักในพื้นที่มีมาก 
       
    • โรงแรมในพื้นที่ชายแดน: เช่น จังหวัดสระแก้วและอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

    ในทางตรงกันข้าม บางจังหวัดที่คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ส่วนใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย เช่น กาญจนบุรี พังงา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา และนครพนม 

    แนวโน้มและความเสี่ยงในอนาคต
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ธุรกิจโรงแรมยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง โดยมีความเสี่ยงที่จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินต่อรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่ากังวล 

    ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    จากความท้าทายทั้งหมดนี้ การปรับตัวสู่การเป็น 

    “โรงแรมยั่งยืน” จึงมีความจำเป็นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/729825&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28bSHH1fJKFJurhhlo5EgJ

  • กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กรุงเทพมหานครกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อคลองสามเสน หนึ่งในสายน้ำเก่าแก่ที่ผูกพันกับชีวิตคนเมืองหลวงมายาวนาน โดยมีแผนพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองตลอดเส้นทางกว่า 4.3 กิโลเมตร ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับโครงการสกายวอล์กราชวิถีที่กำลังก่อสร้าง เพื่อสร้างโครงข่ายทางสัญจรที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและคุณภาพชีวิตคนกรุง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    “คลองสามเสน” จากเส้นทางประวัติศาสตร์สู่การฟื้นฟูในเมืองสมัยใหม่

    คลองสามเสนถือกำเนิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นคลองสายสำคัญสำหรับขนส่งสินค้าและใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำเข้าสู่กรุงเทพฯ หลังจากสร้างพระนครใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 คลองสามเสนยังคงมีความสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การค้า และการอยู่อาศัย ย่านริมคลองเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ มีวัดและศาสนสถานหลายแห่ง เช่น วัดโบสถ์ (สามเสน) ที่เป็นศูนย์รวมชุมชนมาแต่โบราณ

    ในช่วงเวลาต่อมา คลองสามเสนกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งตลาดสด บ้านเรือนริมน้ำ และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังย่านการค้าและราชการ แต่ด้วยการขยายตัวของเมืองและระบบคมนาคมทางบก ความสำคัญของคลองค่อย ๆ ลดลง กลายเป็นพื้นที่ถูกละเลยในบางช่วงเวลา โครงการฟื้นฟูในปัจจุบันจึงมีเป้าหมายชัดเจน คือ “ปลุกชีวิตคลองสามเสน” ให้กลับมาเป็นเส้นเลือดสำคัญของเมืองอีกครั้ง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองสามเสน ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ กรุงเทพฯ ระยะทาง 4.3 กม. พร้อมเชื่อมกับโครงการสกายวอล์กราชวิถี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้โดยเปิดเผย

    แผนแม่บทการพัฒนา 4 โครงการนำร่อง

    การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองสามเสนครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฟื้นฟูคลองสามเสน ขยายฐานประวัติศาสตร์สู่โอกาสการเดินทางและการท่องเที่ยว สร้างระบบนิเวศคลองต้นแบบ” ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โครงการนำร่อง ได้แก่

    1. พัฒนาพื้นที่ปากคลองสามเสน – เสริมสร้างประตูสู่คลองและแม่น้ำเจ้าพระยา

    2. ปรับปรุงภูมิทัศน์และลานกิจกรรมวัดโบสถ์ (สามเสน) – คืนพื้นที่สาธารณะให้ชุมชนและวัฒนธรรม

    3. ก่อสร้างทางเดินเท้าและสะพานเชื่อมสวนพญาไทภิรมย์และพระราชวังพญาไท – เปิดเส้นทางใหม่ด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อน

    4. ปรับปรุงพื้นที่ริมคลองบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – จุดเชื่อมต่อกับโครงการสกายวอล์กราชวิถี เพิ่มความสะดวกด้านการเดินทาง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    “สกายวอล์กราชวิถี”โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมเมือง

    สกายวอล์กราชวิถีเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีเป้าหมายเชื่อมโยงพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมหลักของเมือง เข้ากับโรงพยาบาล สถานศึกษา และย่านการค้าสำคัญตลอดเส้นราชวิถี โครงข่ายทางเดินลอยฟ้านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ และส่งเสริมการเดินเท้าและระบบขนส่งสาธารณะ เมื่อผนวกเข้ากับโครงการฟื้นฟูคลองสามเสน จึงเกิดการเชื่อมต่อทั้งทางบกและทางน้ำในเชิงบูรณาการ

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    เมืองที่คนมีส่วนร่วม การออกแบบเพื่อทุกคน

    สิ่งที่โดดเด่นของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการและจ้างที่ปรึกษาสำรวจ-ออกแบบโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอแนวคิด ปัญหา และความต้องการ เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตจริงของคนเมือง การออกแบบที่ได้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมเชิงกายภาพ แต่ยังเป็นการออกแบบเมืองที่ตอบสนองต่อหัวใจของผู้คนที่มีความหลากหลาย

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    ก้าวต่อไปของคลองสามเสน

    การฟื้นฟูคลองสามเสนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่เป็นก้าวสำคัญในการคืนชีวิตให้กับสายน้ำประวัติศาสตร์ สร้างพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของเมืองที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ผ่านการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการเดินทางที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ

    คลองสามเสนในวันข้างหน้า จึงไม่ได้เป็นเพียงสายน้ำเก่าแก่ แต่จะกลับมาเป็น “คลองต้นแบบ” ที่มีชีวิตชีวาอีกครั้งในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/729827&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YIUB365_W_HqrDDEc8l4M

  • ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ โดยคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) คว้าอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางชนบทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยเขาใหญ่ (ไทย) และปุนจัก (อินโดนีเซีย) ในอันดับสองและสามตามลำดับ

    3 ก.ค. 2568 – อโกด้า ระบุว่า จุดหมายปลายทางในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและเนินเขา กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ จุดหมายปลายทางเหล่านี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สบายตาและวิถีเรียบง่ายแบบชนบท เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่

    ข้อมูลของอโกด้า จัดอันดับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 สิงหาคม 2568 พบว่า เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้) ต่างติดอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชียในปีนี้ด้วย ไม่ว่าเป็นผืนป่าเขียวขจีของคาเมรอน ไฮแลนด์ ในมาเลเซีย ไปจนถึงความงดงามของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะในญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของชนบทรอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส

    คาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) เป็นเมืองชนบทใจกลางมาเลเซีย มีความโดดเด่นด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีไร่ชาที่สวยงามตระการตา นักเดินทางสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์เขียวขจี เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้สีสันสดใส ลิ้มรสผลไม้สดใหม่จากฟาร์มท้องถิ่น และยังสามารถออกเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

    เขาใหญ่ (ไทย) เขาใหญ่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่ และสัตว์ป่านานาชนิด นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าชมธรรมชาติ ซาฟารีส่องสัตว์ และชมวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับการผจญภัยไว้อย่างลงตัว

    ปุนจัก (อินโดนีเซีย) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาอันงดงามและไร่ชาที่เรียงรายอย่างสวยงามตามแนวเนินเขา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี นักเดินทางสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเดินป่า กีฬาร่มร่อน และเดินเล่นชมตลาดท้องถิ่น ปุนจักจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่มองหาการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จากเมืองใหญ่

    ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น) เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ มอบทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็น ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ชมสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และร่วมกิจกรรมเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ ความใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ

    เขิ่นติง (ไต้หวัน) เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามริมชายฝั่งที่นักเดินทางยังไม่ค่อยรู้จัก ขึ้นชื่อด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีสันสดใส นักเดินทางสามารถสนุกกับกีฬาทางน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนบนชายหาดอย่างสบายใจ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ยังมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการการผจญภัย

    ซาปา (เวียดนาม) เป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาที่โด่งดังด้วยนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชาวพื้นเมือง นักเดินทางสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาฮวงเหลียงซาน เสน่ห์เฉพาะตัวของซาปาทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักการผจญภัย

    มุนนาร์ (อินเดีย) เป็นเมืองบนเนินเขาในรัฐเกรละของอินเดีย ขึ้นชื่อด้วยไร่ชาเขียวขจีและขุนเขาที่โอบล้อมด้วยสายหมอก นักเดินทางสามารถเดินชมทิวเขาอันเขียวชอุ่ม แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชา และสำรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่มอบความเงียบสงบให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    พย็องชัง (เกาหลีใต้) เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2561 นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือสนุกไปกับลานหิมะต่าง ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้พย็องชังเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับสายผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งปี

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาใหญ่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย เขาใหญ่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวไทยมายาวนาน และตอนนี้นักเดินทางจากทั่วทั้งเอเชียก็เริ่มค้นพบเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อโกด้ามุ่งมั่นในการทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน และเราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยให้นักเดินทางได้ออกไปสัมผัสจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งอย่างเขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้น ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในระยะยาว”

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/855079/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XkqFgzNYXl1RYaEGMJCEf