Category: ท่องเที่ยว

  • เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    ปลายปี 2568 ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน ความท้าทายครั้งใหม่ที่ “ภูกระดึง” กำลังรอคอยนักเดินทางได้เริ่มต้นอีกครั้งแล้ว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักค้างแรมบนยอดภู ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 – 31 พ.ค. 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาตินาน 4 เดือนเต็ม เพื่อให้ป่าไม้ น้ำตก และสรรพชีวิตบนภูได้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

    นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเดินทางขึ้นยอดเขาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. ของทุกวัน เตรียมพบกับเสน่ห์แห่งผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ทะเลหมอกยามเช้า และวิวทิวทัศน์ตระการตาที่ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในความงดงามที่สุดของเมืองไทย  

    ภูกระดึงไม่ใช่แค่การเดินป่า แต่เป็นการเดินทางเพื่อพิสูจน์หัวใจ “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” คำกล่าวนี้ดังก้องในใจนักเดินทางทุกคนที่ก้าวผ่านเส้นทาง 5.5 กม. สู่ยอดเขา และต่อด้วยอีก 3.5 กม. สู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ที่นี่คือสนามทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่มีทั้งน้ำตก ผาหิน และลานสนกว้างใหญ่ 

    ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจแตะ 0-10 องศาเซลเซียส พร้อมหมอกหนาที่ยอดภูกระดึง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนสีเป็นแดงเพลิง สร้างภาพที่น่าตื่นตา ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อถ่ายรูปเช็กอินที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือเดินสำรวจสระอโนดาต ภูกระดึงก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืม 

    เตรียมร่างกายให้พร้อม ตรวจสอบสภาพอากาศ จองเต็นท์ล่วงหน้า และอย่าลืมระวังสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า ที่อาจปรากฏตัว ภูกระดึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่คือตำนานแห่งการผจญภัยที่รอให้คุณมาเขียนเรื่องราวของตัวเอง กล้าพิชิตหรือยัง 

    เส้นทางที่เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้เส้นทาง ในปี 2568

    • เส้นทางขึ้นเขา-เส้นทางหลังแป-โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ผานกแอ่น (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-อ่างเก็บน้ำไพรัตน์ ธารไชย

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกถ้ำใหญ่ (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางเลียบหน้าผา-ผาเมษา-ผาหมากดูก-ผาจำศีล-ผานาน้อย-ผาเหยียบเมฆ-ผาแดง-ผาหล่มสัก

    จุดท่องเที่ยว – ระบบรักษาความปลอดภัย

    • จุดท่องเที่ยวผานกแอ่น มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 05.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวน้ำตกถ้ำใหญ่ มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 10.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อ่างเก็บน้ำไพรัตน์-ธารไชย , ลานองค์พระพุทธเมตตา , เส้นทางเรียบหน้าผา ผาเมษา , ผาหมากดูก , ผาจำศีล , ผานาน้อย , ผาเหยียบเมฆ , ผาแดง และผาหล่มสัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้เอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนเส้นทาง และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

    “ภูกระดึง” เที่ยวเลย หน้าหนาว ธรรมชาติสวย

    หนึ่งในลิสต์ เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ภูกระดึง เส้นทางในฝันของนักเดินป่า ที่ใครหลายคนอยากพิชิตให้ได้ สักครั้ง

    ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย อุทยานแห่งชาติอันดับ 2 ของประเทศไทย (ประกาศเมื่อ 23 พ.ย. 2505) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 348 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยผืนป่า ทุ่งหญ้า หน้าผา ลำธาร น้ำตก และเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำพอง สายน้ำสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เสน่ห์ของภูกระดึง คือบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส ทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายยอดฮิต ทั้งกลุ่มเพื่อน คู่รัก ครอบครัว ไปจนถึงนักเดินป่ามือใหม่ที่อยากท้าทายทั้งแรงกายและหัวใจ

    นอกจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่เป็นภาพจำของการพิชิตภูกระดึงก็คือ “ลูกหาบ” ฮีโร่เบื้องหลังการเดินทาง ที่คอยแบกสัมภาระหนักอึ้งขึ้นยอดเขา อาชีพนี้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่ผูกพันกับภูเขาแห่งนี้ ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

    เส้นทางขึ้นภูกระดึงจึงไม่ใช่แค่ “การเดิน” แต่คือ บททดสอบความอดทน ผ่านซำต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ จนถึง หลังแป จุดสุดท้ายที่ขึ้นไปถึงยอด ซึ่งถือว่าโหดที่สุด เพราะต้องปีนป่ายโขดหินทีละก้าว แต่ก็มีจุดพักให้แวะเติมพลัง ดื่มน้ำ กินข้าว ก่อนออกเดินหน้าต่อ

    และเมื่อถึงยอดภูกระดึง ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดเส้นทางจะถูกแทนที่ด้วย ความภูมิใจและความสุข ที่ได้พิชิตหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่สวยที่สุดในไทย

    อ่านข่าว : เปลี่ยนเส้นทางบินไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Flight Plan ที่รัดกุม

    เจาะลึก Bombardier Global 7500 เจ็ตส่วนตัวสุดล้ำพา “ทักษิณ” สู่ดูไบ

    ไทม์ไลน์ “ทักษิณ” แจ้งไปสิงคโปร์ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางลงจอดดูไบใช้เวลาบิน 7.21 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356209&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qKAm5N8WQCII0ODJzMek5

  • T

    T

    Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เปิดตัว “Taste of China” ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษในรูปแบบ Immersive Dining Experience ที่ผสมผสานอาหารรสเลิศ วัฒนธรรมจีน และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการรับประทานอาหารหรือการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่แปลกใหม่ในการเรียนรู้เรื่องราวของจีน ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Trip.com Group ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้การท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    นายเจมส์ เลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group กล่าวว่า “เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยทำให้การเดินทางน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กิจกรรม Immersive Dining Experience สะท้อนให้เห็นว่า หากเราออกแบบประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้เดินทาง ก็จะช่วยเพิ่มทั้งความเพลิดเพลิน การเรียนรู้ และแรงบันดาลใจได้มากขึ้น”

    เที่ยวชิมอาหารผ่าน 7 ภูมิภาค

    ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษ “Taste of China” ใช้ฉากหลังการเดินเรื่องเป็น Bund City Hall Plaza ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ โดยมี “เฉิง เป่าเป่า” แพนด้าเชฟ พาผู้ชมสัมผัสอาหารที่เป็นรสชาติแห่งดินแดนมังกร ซึ่งประกอบด้วยอาหาร 7 คอร์ส จาก 7 ภูมิภาคของจีน โดยมีความยาวทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีเมนูเด็ดในแต่ละท้องถิ่น ได้แก่

    • ภาคเหนือ: เป็ดปักกิ่งกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมชาดอกมะลิ
    • ภาคใต้: ปลาต้มซุปเปรี้ยว เข้าคู่กับชาผู่เอ๋อร์รสชาติเข้มข้น
    • ภาคกลาง: เมนูหม้อไฟสมุนไพรบำรุงร่างกาย ใส่เนื้อลายหินอ่อน เป๋าฮื้อ และเห็ดป่าหายาก
    • ภาคตะวันตก: เต้าหู้เผ็ดสูตรพิเศษ ใส่วากิวและล็อบสเตอร์

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของการเสิร์ฟอาหารในแต่ละช่วง เช่น เชฟเสฉวนที่ยืนยันใช้เต้าเจี้ยวหมัก 3 ปี หรือชาวประมงกุ้ยหลินที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการหยุดจับปลาเป็นช่วงเวลา สะท้อนคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในอาหารแต่ละภูมิภาค

    ศิลปะการแสดงและเทคโนโลยีเสริมประสบการณ์

    ตลอดการนำเสนอ Immersive Dining Experience ในเมนูอาหารแต่ละจาน จะมีการแสดงประกอบสุดอลังการที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมจีน อาทิ การแสดงเต้นชุดฮั่นฝู (เสื้อผ้าจีนโบราณ)ท่ามกลางสวนที่สวยงามของซูโจว ศิลปะการต่อสู้เส้าหลินที่ตื่นเต้นเร้าใจ เกมตกปลาจำลองบนโต๊ะระหว่างเล่าเรื่องฤดูตกปลาที่กุ้ยหลิน ปิดท้ายด้วยการแสดง โอเปร่าเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยอย่างน่าตื่นตา

    ก้าวเข้าสู่ประเพณีและแต่งกายให้เข้าธีม

    นอกจากนี้ เพื่อให้เข้าถึงวัฒนธรรมจีนได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้าร่วมชมการแสดงยังสามารถได้แต่งกายตามยุคสมัยต่างๆ ของจีน เพื่อให้รู้สึกการมีส่วนร่วมและเข้าถึงวัฒนธรรมอาหารของจีน โดยมีบริการชุดจีนโบราณ เช่น ฮั่นฝูสมัยซ่ง กี่เพ้าสมัยชิง หรือชุดพื้นเมืองจากกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมบริการแต่งหน้าโดยมืออาชีพ อีกทั้งยังมีฉากถ่ายภาพ 3D สำหรับเก็บภาพและแชร์บนโซเชียล

    อาหาร: ประตูสู่การท่องเที่ยว

    ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com Group พบว่า ในครึ่งแรกของปี 2025 การจองทริปท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมี ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก มาดริด และมิลาน เป็นเมืองอาหารยอดนิยมระดับโลก

    ในประเทศจีน เมืองที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว เฉิงตู และฉางชา โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งที่มียอดการจองร้านอาหารสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “Taste of China” ในการยกระดับเซี่ยงไฮ้ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและอาหาร

    ทุกเมนูในงานยังมาพร้อม QR Code ที่เชื่อมต่อไปยังข้อมูลท่องเที่ยวของแต่ละมณฑล เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มารับประทานอาหารสามารถวางแผนการเดินทางต่อได้จริง รวมถึงยังมีบริการ Trip.Gourmet ลิสต์คู่มือการท่องเที่ยวเชิงอาหารครบเครื่องบนแอปพลิเคชัน Trip.com ที่ที่รวบรวมรีวิวและคู่มือด้านอาหารทั่วโลก และยังมีมีการจัดอันดับร้านอาหาร เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และระบบจองโต๊ะในร้านอาหารยอดนิยมอีกด้วย

    ภาพจากซ้ายไปขวา: หม้อไฟสมุนไพร เป็ดปักกิ่ง และเต้าหู้เผ็ด

    แรงบันดาลใจสู่นวัตกรรมท่องเที่ยว

    “Taste of China” ไม่ได้เป็นเพียงดินเนอร์โชว์แบบ Immersive Dining Experience เท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Trip.com Group ในการทำให้การเข้าถึงวัฒนธรรมง่ายขึ้น โดยออกแบบมาให้เข้ากับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่อยากได้ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้คนอยากเที่ยวและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในระดับโลกมากขึ้น

    บริษัทได้ริเริ่มโครงการ Tourism Innovation Awards เพื่อค้นหาและสนับสนุนนวัตกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยวจีนที่เป็นที่นิยมมากขึ้น และมีนโยบายยกเว้นวีซ่าแวะพัก ทำให้บริษัทใช้การเล่าเรื่องแบบสร้างสรรค์เปลี่ยนการแวะพักเพื่อต่อเครื่องให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ รวมถึงมีโปรแกรม Shanghai Express และ Beijing Express ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางที่แวะพักเพื่อต่อเครื่องในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ได้สัมผัสประสบการณ์ทัวร์เมืองฟรีในระหว่างการแวะพัก พร้อมนำเสนอจุดเด่นทางวัฒนธรรม รวมถึงยังมีเส้นทางทัวร์แบบกลุ่มและทัวร์ส่วนตัวกว่า 1,500 รายการทั่วจีน ตั้งแต่แพ็กเกจที่มีไกด์ ไปจนถึงทริปที่ออกแบบโดยพาะให้เข้ากับความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่ม

    ในอนาคต Trip.com Group มีแผนที่จะพัฒนา “Taste of China” ให้มีการปรับเมนูตามฤดูกาล จัดงานในต่างประเทศ และทำโชว์เคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อนำเรื่องเล่าใหม่ๆ และรสชาติใหม่ๆ ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก

    ข้อมูลการเยี่ยมชม
    • การจอง: Taste of China เปิดให้จองแล้วบนแพลตฟอร์ม Trip.com
    • สถานที่: เลขที่ 215 ถนนเจียงซีกลาง เขตหวงผู เซี่ยงไฮ้
    • รอบการแสดง: 12.00 – 14.00 น. และ 19.00 – 21.00 น.
    • หมายเหตุด้านอาหาร: ทุกเมนูปลอดหมูและน้ำมันหมู รองรับแขกมุสลิม พร้อมตัวเลือกมังสวิรัติ
    • สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง: The Bund สวนยู่หยวน และพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เหมาะสำหรับการเที่ยวก่อนรับประทานอาหารค่ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141273/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dUYvi-vYk4HKD4RuaIn_0

  • ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | TOPNEWS

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | TOPNEWS

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    • เผยแพร่ : 05/09/2025 14:23

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    5 กันยายน 2568 – กรุงเทพฯ , โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดตาก โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชรผู้นำสายมูชื่อดัง นำสื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และผู้แทนจากหลายองค์กร เดินทางเสริมสิริมงคล พร้อมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
    คณะได้รับเกียรติจากผู้บริหารและ พันธมิตรหลายภาคส่วนมาร่วมในพิธีต้อนรับและกิจกรรมเปิดทริป อาทิ คุณศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Max Solution Service จำกัด (PTG Group), คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND, คุณวรดนู นิมมิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND, และคุณชุตินันท์ รวมพลังเอก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ CP LAND พร้อมด้วยพันธมิตรจาก Sixt, X Peng และคณะสื่อมวลชน
    การเดินทางครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะผู้บริหารจังหวัด มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มต้นเส้นทางแห่งศรัทธาที่พาไปสักการะสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก พร้อมพิธีห่มผ้าพระธาตุ เสริมสิริมงคลแก่ผู้ที่เกิดปีมะเมีย, การสวดบารมี 30 ทัศน์ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม และการกราบนมัสการ “พระพุทธมหามุนีจำลอง” ที่ วัดไทยวัฒนาราม วัดเก่าแก่ซึ่งสะท้อนศิลปะพม่าที่งดงามตระการตา
    นอกจากนี้ คณะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ณ บ้านแม่กาษา ผ่านโครงการ “ฮักนะแม่กาษา” ทั้งพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ กิจกรรมพื้นบ้าน การทำขนมโบราณ และการชมงานหัตถกรรมทอผ้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน
    ทริปบุญครั้งนี้ไม่เพียงมอบพลังศรัทธาและพลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความงดงามของจังหวัดตากในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยพลังบวก โดยมีเสียงสะท้อนร่วมกันว่า “เมืองตาก…คือสถานที่ที่อยากกลับมารับพลังบวกซ้ำแล้วซ้ำอีก”

    #CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #โรงแรมในเครือฟอร์จูน #โรงแรมฟอร์จูน #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    21

    2

    อ่วม “โขงเจียม” อุบลฯ ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยวทำท่าเทียบเรือสลิงขาด

    จากครัวถึงมือผู้ประสบภัย…พลังใจที่ส่งต่อจากซีพี–ซีพีเอฟ

    “ชัยชนะ” โวยแหลก 4 สส.ประชาธิปัตย์ แหกมติงดออกเสียง ลงคะแนนเลือก “อนุทิน” นั่งนายกฯ

    พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร จับมือพันธมิตรด้านสถาปัตยกรรมและด้านการออกแบบระดับประเทศ

    เปิดการแข่งขันกีฬาลุ่มน้ำท่าแซะเกมส์ ครั้งที่ 19

    เปิดเบื้องหลัง “ม็อบเขมร” ป่วนทหารไทย พื้นที่บ้านหนองจาน ปลุกปั่น ยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1301643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NLqDugHowUw5XAUgktOow

  • ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว อธิบายแนวคิด ทิศทาง ภาพรวม และศักยภาพของ ระนองมหานครน้ำแร่ และ Ranong Wellness Tourism

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5083696/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QI91ja6sF_HZcacmDt9od

  • เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจต้องมีภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือทั้งในด้านวิชาชีพ และ แนวทางการบริหารเชิงนโยบายทั้งในและต่างประเทศ 

    สำหรับงาน 3 เรื่องเร่งด่วนในช่วงรัฐบาล 4 เดือน ที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ 1.งานสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 2. นโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  3.นโยบายการปราบปรามคดีอาชญากรรม และมาตรการความปลอดภัยทั้งประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม

    ขณะที่ความคาดหวังของเอกชน คือ อยากได้รัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ  ความเป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ  มาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และการดูแลค่าเงินบาทให้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และส่งออก 

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ในส่วนของ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการ คนที่มีประสบการณ์และไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้งาน ขอเสนอเป็น ท่าน นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่มา 4 ปี  ทั้งรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรมว.กระทรวงแรงงาน ซึ่งรัฐบาลนี้มีเวลาเพียง 4 เดือนในการทำงาน ดังนั้นต้องการให้คนที่มีประสบการณ์ และ เข้าใจกลไกที่ดีมาทำงานได้ทันที 

    การท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากได้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบริหารงานได้เลย  และเป็นพรรคเดียวกับนายกมนตรี ก็จะทำให้การทำงานกันได้ง่ายขึ้น และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จะต้องมีความเป็นเอกภาพกับรมว.คลัง ทีมรัฐบาลจะต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ขับเคชื่อนนโยบายไปต่อได้ 

    ขณะเดียวกันโจทย์ท้าทายที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ และรมว.คลัง จะต้องเร่งแก้คือเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อ

    วันนี้สิ่งรัฐบาลไทยอ่อนแอคือ เพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสมัยท่าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตอนนั้น ทำไว้ได้ดี และเมื่อปรับ ครม. เปรียบ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่เป็นท่าน มาริษ เสงี่ยมพงษ์ บทบาทในเวทีต่างประเทศของไทยก็ดรอปลง ทำให้ไทยเสียเปรียบในช่วงของการมีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา เพราะกัมพูชาเขาเดินทางไปคุยกับนานาชาติในเวทีใหญ่ ขณะที่ไทยเป็นรองเขา 

    ดังนั้นสิ่งนี้ถึงเวลาที่ไทยต้องกลับมาวางแผนให้ดี และเลือกคนที่จะมานั่ง รมว.ต่างประเทศ ที่เก่งและมีความรู้มีประสบการณ์ก็จะมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีนัยยะสำคัญ

    อย่างไรก็ดี หากได้รัฐบาล รัฐมนตรี ที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เข้ามาไม่ต้องตั้งหลักสามารถทำงานได้เลย เชื่อว่า 4 เดือนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางโครงสร้างเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังยุบสภารัฐบาลก็ต้องบริหารงานต่ออีก 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่ ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คดีอาชญากรรม และยาเสพติดให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น 

    อีกทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อเวทีโลก รวมถึงพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ที่จีนจัดขึ้น 

    เพราะในงานนั้นหลายประเทศได้มีโอกาสในการแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือกับจีน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซี เป็นต้น แม้จะใช้เวลาไม่นานแต่มีคนจีนดูหลักพันล้านคน ซึ่งเป็นโออาสที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ไม่มีตัวแทนรัฐบาลไทยไปปรากฏตัวในเวทีนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L2pJhJi_leqQ7PUZmSnVb

  • เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลชื่อดัง Agoda ได้ประกาศผลการจัดอันดับ“จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย” ซึ่ง ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทย คว้าอันดับ 2 รองจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายเมืองใหญ่ เพื่อสัมผัสธรรมชาติและวิถีชนบท

    การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์ม ระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 โดยพิจารณาจากจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คน จาก 8 ประเทศในเอเชีย รายชื่อยังรวมถึง ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

    “เขาใหญ่มีทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตก และกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและผจญภัย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

    — ศศิกานต์ กล่าว

    รัฐบาลยังย้ำเป้าหมายการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    การที่เขาใหญ่ติดอันดับครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นชัยชนะของแหล่งท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ชูภาพลักษณ์ “ไทยแลนด์…ดินแดนธรรมชาติและวัฒนธรรมระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/khao-yai-nakhon-ratchasima-wins-2nd-place-asia-tourist-attractions&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iHcXAXQBj4hRUni2JyHRp

  • เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายเครือข่ายจุดให้บริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยเริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ได้แก่ บางขุนเทียน บนถนนพระราม 2 เส้นทางเศรษฐกิจหลักเชื่อมกรุงเทพฯ–ภาคใต้ และ ทวีวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ การขยายเครือข่ายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจและตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในทำเลสำคัญ

    คุณกัญพัชญ์ โสทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารลูกค้าและพันธมิตร  เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดจุดให้บริการรับส่งพัสดุภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการขยายเครือข่ายเพื่อยกระดับการให้บริการ ครอบคลุมทั้งในเมืองและชานเมือง จุดบริการในทำเลสำคัญที่เชื่อมต่อผู้เดินทางและชุมชน ช่วยให้ลูกค้าส่งพัสดุได้สะดวกขึ้นระหว่างเดินทาง เติมน้ำมัน หรือใช้บริการอื่น ๆ ของสถานี อีกทั้งยังส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจด้วยการผสานบริการโลจิสติกส์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    คุณยศธร อรัญนารถ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ได้พัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ทั้งให้บริการพลังงานคุณภาพสูง การเป็นจุดนัดพบ จุดศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด Greenovative Destination ดังนั้นจึงมีความยินดีที่ได้สนับสนุนพื้นที่สำหรับเป็นส่วนหนึ่งของบริการธุรกิจ E-Commerce ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ Non-Oil ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ทั้งนี้ จุดบริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ยังเปิดให้บริการครบวงจร อาทิ J&T Super J&T Bulky J&T Fruit Parcel และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า VIP เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859632&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Jdq3uMFMxjtWaSyp7P0v1

  • ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เร่งถก ททท.หาทางฟื้นวิกฤต ดัน 12 เดือน 12 เทศกาล กระตุ้นตัวเลขนักเที่ยวต่างชาติ

    ตัวเลขการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ลดลงอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากประเทศแถบเอเชียและอาเซียน โดยไตรมาส 2 หรือในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีนี้ มีตัวเลขต่างชาติเที่ยวเชียงใหม่เพียง 724,981 คน จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 761,843 แม้จะดูไม่ห่างกันมาก แต่ก็พบว่าตลาดหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

    นักท่องเที่ยวที่หายไปกระทบกับภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนส่งผลต่อโรงแรมที่พัก 3 ดาวลงไป รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกที่รายได้หดหาย มีเพียงโรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไปที่ยังไม่กระทบมากนักในช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ที่ชื่นชอบฤดูฝนของจังหวัดเชียงใหม่จองมาล่วงหน้า

    วิกฤตการท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้จะไปถึง 16 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6 แสนล้านบาท ตามที่จังหวัดตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่

    ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีองค์กรด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการกว่า 250 คน ร่วมถกหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งในระยะสั้นในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะยาว

    นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ มีอยู่ราว 6.7 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ 4.8 ล้านคน ซึ่งมีอัตราเติบโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 1.8 ล้านคน มีอัตราลดลงที่สอดคล้องกับตัวเลขการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งประเทศ

    ตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่านักท่องเที่ยวไทย มีอัตราเติบโตค่อนข้างดี แต่จากหลายปัจจัยภายนอกและภายในที่เกิดขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในแถบเอเชียและอาเซียนที่ลดลง ที่ลดลงมากที่สุดคือนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ทั้ง ภาพลักษณ์ ความปลอดภัย เศรษฐกิจต้นทางและปลายทาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

    สำหรับแนวทางแก้ปัญหาการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ ที่จะนำมาใช้กับจังหวัดเชียงใหม่คือการมุ่งปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไปสู่การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นแต่นักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นไปพร้อมกัน เป็นการสร้างความสมดุลในเชิงจำนวนกับรายได้

    นอกจากนี้ จะมีหาแนวทางเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซั่นเพื่อให้เที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี และต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้ง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กีฬา งานศิลปะ และที่สำคัญคือการท่องเที่ยวเที่ยวที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    นางสาวภัทรอนงค์ บอกว่า ตอนนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมาก เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT มากขึ้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงต้องพัฒนาช่องทางในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าถึงตัวนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะทำในช่องทางของตัวเองหรือผ่านหน่วยงานด่านการท่องเที่ยว และ ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ไปพร้อมกัน

    ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยนางวาสนา ทองสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ขานรับทำ City Promotion เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมจัดทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล ให้เกิดการท่องเที่ยวกระจายสู่ทุกภาคส่วนและทุกพื้นที่ ให้เชียงใหม่ให้เที่ยวได้ทั้งปีและทำให้เชียงใหม่กลับมามีความเชื่อมั่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้กลับมาอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3761609/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jcBKLO12abHDi1lxG6C5X

  • หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/e7gNJNlkQlVK&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nMst5bQaz81eHE4BCDcA-

  • ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แท็กทีมผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน International Travel Expo Ho Chi Minh City 2025 (ITE HCMC 2025) มหกรรมท่องเที่ยวครั้งใหญ่ที่สุดของเวียดนามและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ในวันที่ 4 – 6 กันยายน 2568 ณ Saigon Exhibition & Convention Center (SECC) นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาฐานตลาดเดิม และการส่งเสริมการเดินทางแบบ Two-Way Travel ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมรุกตลาดเวียดนามอย่างต่อเนื่องด้วยแคมเปญ “Thái Lan, càng hiểu càng yêu -ไทยแลนด์ ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ” ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม 900,000 คนภายในปี 2569

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. เปิดเผยว่า ททท. เข้าร่วมงาน International Travel Expo Ho Chi Minh City 2025 (ITE HCMC 2025) งานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวและเวทีเจรจาธุรกิจ ที่สำคัญของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 4 – 6 กันยายน 2568 ณ Saigon Exhibition & Convention Center (SECC) นครโฮจิมินห์ โดยการเข้าร่วมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม รวมทั้งรักษาฐานตลาดเดิม และส่งเสริมการเดินทางแบบ Two-Way Travel ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน โดยงาน ITE HCMC 2025 เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ และเป็นเวทีส่งเสริมให้ภาคเอกชนได้พบปะกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีหน่วยงานภายใต้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมมากกว่า 520 แห่ง และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 28,000 คน ตลอดการจัดงาน

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    พิธีเปิดงาน ITE HCMC 2025 ได้รับเกียรติจากนาย Mai Van Chinh รองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นประธานในการเปิดงาน โดยมี นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย นางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เข้าร่วมและร่วมงานสัมมนา High Level Tourism Forum ภายใต้หัวข้อ Shaping the Future of Tourism: Embracing Digital and Green Transformation” พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงจากนานาประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศอาเซียน ในโอกาสนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ยังได้ร่วมหารือกับนาย Phyo Zaw Soe รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยการเข้าร่วมงาน ITE HCMC 2025 ครั้งนี้ ททท. ได้เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยจำนวน 6 ราย ครอบคลุมทั้งบริษัทนำเที่ยว โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว Fun & Entertainment ได้แก่ MAPLE HOTEL กรุงเทพฯ, Urbana Langsuan Hotel กรุงเทพฯ, Lark Holidays Co.,Ltd. กรุงเทพฯ, Chiang Mai Night Safari เชียงใหม่, Phuket Jet Tour Co., Ltd. ภูเก็ต และ SAii Hotels & Resorts Thailand and Santiburi Koh Samui Hotels & Resorts สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมเจรจาธุรกิจแบบ Business to Business (B2B) รวมถึงนำเสนอขายตรงสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบ Business to Consumer (B2C) นอกจากนี้ ททท. ยังเตรียมกิจกรรมถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสใกล้ชิด อาทิ การสาธิตงานศิลป์จากผ้าลายอย่างเมืองเพชรบุรี ได้แก่ การเขียนลายทองด้วยยางมะเดื่อและปิดทองคำเปลวแท้ รวมถึงกิจกรรม DIY ประดิษฐ์ดอกกุหลาบตูมจากผ้าลายอย่าง พร้อมมุมแต่งชุดไทยเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดระยะจัดงาน

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ตลาดนักท่องเที่ยวเวียดนามนับเป็นตลาดระยะใกล้ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเวียดนามแล้วกว่า 473,645 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มศักยภาพ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว, กลุ่มมิลเลนเนียล และกลุ่มไมซ์ ซึ่งมีพฤติกรรมนิยมเดินทางมาประเทศไทยปีละ 3–4 ครั้ง อีกทั้งยังมีทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยวไทย โดยนิยมเดินทางช่วงมิถุนายน -สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียน และเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ขณะเดียวกันยังมีการกระจายการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา (เขาใหญ่) และพังงา เพิ่มมากขึ้น  โดยในปี 2568 ตลาดเวียดนามยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากหลายปัจจัยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น ทั้งศักยภาพของเส้นทางบินตรง 5 เส้นทางจาก 6 เมืองในเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ ฮานอย ดานัง นาตรัง ฟูก๊วก และไฮฟอง เชื่อมเข้าสู่ 3 เมืองหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยมีจำนวนเที่ยวบินตลอดปี 2568 จำนวน 13,417 เที่ยวบิน เฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,128 เที่ยวบิน/เดือน นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อสูงขึ้น รวมทั้งมุมมองที่ดีของนักท่องเที่ยวเวียดนามที่เห็นประเทศไทยเป็น LGBT-Friendly Destination รวมถึงจุดแข็งเดิมของไทย ทั้งการเดินทางสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ระบบขนส่งในกรุงเทพฯ ที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวด้วยตนเอง ความหลากหลายของการชอปปิงและไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืน ตลอดจนมิตรไมตรีของคนไทย

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. ร่วมงาน ITE HCMC 2025 โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย รุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ

    ททท. เดินหน้าส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ผ่านกลยุทธ์ 5 Must Do in Thailand นำเสนอวิธีการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถ ราง หรือเรือ การอำนวยความสะดวกต่อการเปิดเส้นทางการบินใหม่ร่วมมือกับพันธมิตร อาทิ สายการบินแอร์เอเชีย เส้นทางกรุงเทพฯ – ไฮฟอง เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์)  อีกทั้งการจัดกิจกรรม “Thái Lan, càng hiểu càng yêu – ไทยแลนด์ ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ” เพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทย ควบคู่ไปกับการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ในปี 2569 เพื่อมอบสิทธิพิเศษสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวไทยแก่นักท่องเที่ยวเวียดนาม 500 คน จากปัจจัยเหล่านี้ ททท. คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยได้ไม่น้อยกว่า 900,000 คน ในปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638019&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Wqag_F1E2lPw848_B3yE