Category: ท่องเที่ยว

  • ยูเออีโชว์ความแข็งแกร่งเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

    ยูเออีโชว์ความแข็งแกร่งเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

    จากรายงาน Oil Market Report (MOMR) ล่าสุดของ The Organisation of the Petroleum Exporting Countries (OPEC)  สำหรับเดือนกันยายน 2568 เปิดเผยว่า เศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (non-oil) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออียังคงแข็งแกร่งและสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอน ในภูมิภาคและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในโครงสร้างเศรษฐกิจของ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตและความมั่นคงของยูเออีในระยะยาว

    หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนอกกลุ่มน้ำมันคือการปรับตัวของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(Purchasing Managers’ Index : PMI) ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ฟื้นตัวขึ้นเป็น 53.3 จากเดือนกรกฎาคมที่ลดลงมาเป็น 52.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ ปี สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจในประเทศสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงซึ่งส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก   

    นอกจากนี้ การยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของยูเออีโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก  Fitch Ratings ที่ให้ระดับ “AA-” พร้อมแนวโน้มเสถียรภาพ ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ยูเออีมีฐานะทางการเงินและสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ

    ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศของยูเออีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 นั้น ขยายตัวขึ้นถึง 24% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก เมื่อเทียบกับการเติบโตของการค้าระดับโลกที่อยู่ที่ประมาณ 1.8% เท่านั้น การเติบโตของการค้าส่งออกและนำเข้าสินค้านอกกลุ่มน้ำมันนี้ทำให้ยูเออีสามารถเสริมสร้างบทบาทในฐานะศูนย์กลางการค้าระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทางเทคโนโลยีและสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงด้านพึ่งพาน้ำมัน

    นอกจากการค้าระหว่างประเทศที่เติบโตแล้ว ภาคการท่องเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของยูเออี โดยเฉพาะในดูไบ ซึ่งในช่วงหกเดือนแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเกือบ 10 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมและความน่าดึงดูดของยูเออีในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ผลการดำเนินงานนี้สอดคล้องกับแผนเศรษฐกิจ “D33” ของดูไบ ซึ่งมุ่งหวังให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน

    ในส่วนของตลาดน้ำมันโลกรายงานระบุว่าความต้องการใช้น้ำมันในปี 2568 คงที่อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการใช้น้ำมันไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานในอนาคต แต่ในระยะสั้น ภาคขนส่ง เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และดีเซล ยังคงเป็นแรงผลักดันหลักของความต้องการน้ำมันในทั้งสองปีต่อเนื่องกัน รวมถึง LPG และนาฟธาที่ใช้ใน ภาคปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนรายได้จากการส่งออกน้ำมันและสร้างความสมดุลในตลาดพลังงานโลก

    ผลดีต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของยูเออีในภาพรวม คือ การเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและพันธมิตรทางการค้า ทำให้ประเทศสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ยูเออีเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนระดับโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจนอกกลุ่มน้ำมันและภาคการท่องเที่ยว ยังช่วยสร้างรายได้และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศอีกด้วย

    ความเห็นของ สคต.ดูไบ

    จากบริบทที่เศรษฐกิจนอกจากน้ำมันและการขยายตัวทางการค้าดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลดีและผลเสียต่อการนำเข้าจากไทย พอสรุปได้ดังนี้

    ผลดีต่อการนำเข้าจากไทย :

    • ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้น:ยูเออีที่มุ่งเน้นพัฒนาภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าจากไทย เช่น ผลไม้ สินค้าอาหารแปรรูป เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวและประชากรในประเทศ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าไปยังยูเออีมากขึ้น

    • โอกาสทางการค้าและการลงทุน:การเติบโตของยูเออีในฐานะศูนย์กลางการค้าระดับโลก ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น เนื่องจากยูเออีเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในเส้นทางการค้าระหว่างเอเชียและยุโรป ซึ่งเปิดโอกาสให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคและตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

    • ความสัมพันธ์ทางการค้าแนบแน่นมากขึ้น:การเติบโตของเศรษฐกิจยูเออีที่ไม่พึ่งพาน้ำมันอย่างเดียว ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยและยูเออีในหลายด้านมากขึ้น รวมถึงการจับคู่ธุรกิจและการสร้างเครือข่ายการค้า ซึ่งเป็นผลดีต่อการนำเข้าสินค้าจากไทย

    ผลเสียต่อการนำเข้าจากไทย:

    • การแข่งขันจากคู่ค้ารายอื่นที่เพิ่มขึ้น:เนื่องจากยูเออีเป็นศูนย์กลางการค้าระดับโลกและมีการขยายตัวของภาคการผลิตและการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่น เช่น จีน อินเดีย และกลุ่มอาเซียนอื่น ๆ ก็อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดในยูเออีมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดนำเข้าไทยมีความท้าทายในการแข่งขัน

    • ความเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานและต้นทุน: การขยายตัวของภาคการผลิตในยูเออีอาจทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานและเส้นทางการขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าจากไทยและความสามารถในการแข่งขันในตลาด

    • แนวโน้มการปรับเปลี่ยนความต้องการของตลาด:หากยูเออีเน้นพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีที่ผลิตในประเทศมากขึ้น หรือมีการสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศตนเองอาจทำให้ความต้องการสินค้านำเข้าจากไทยลดลงในบางกลุ่มสินค้า เช่น สินค้าอุตสาหกรรม หรือเทคโนโลยีบางประเภท

      สรุป:

    ภาพรวมแล้วเศรษฐกิจยูเออีที่เติบโตนอกกลุ่มน้ำมันและขยายตัวทางการค้า เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ส่งออกไทยในการขยายตลาดและเพิ่มการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องการแข่งขันและการปรับตัวด้านต้นทุนและความต้องการของตลาด ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องเตรียมความพร้อมและสร้างความร่วมมือทางการค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

            ————————————————————————— 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/l2hzy9dofdl1gydq0gt5ucih&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yB-far2mU8Pjrvm-SuKdu

  • ชวนชิมช้อปงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก ชมเมนูอาหารของดีจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ณ เซ็นทรัลพระราม 9

    ชวนชิมช้อปงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก ชมเมนูอาหารของดีจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ณ เซ็นทรัลพระราม 9

    ประชาสัมพันธ์

    ชวนชิมช้อปงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก ชมเมนูอาหารของดีจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ณ เซ็นทรัลพระราม 9

    วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.27 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 19 กันยายน 2568  นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  เป็นประธานเปิดกิจกรรม เทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Gastronomy Tourism)ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด  ณ ลาน Work & Play ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง  กรุงเทพมหานคร  โดยมี นางพรจิตร สุขสมบูรณ์   รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นางวิไลวรรณ บุดาสา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายคุณากร คชหิรัญ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  ส่วนราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน)  ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 

    นายเสริฐ ไชยยานันตา  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย  กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กำหนดจัดงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Gastronomy Tourism) ในชื่องาน “ตามรอยเส้นทางรสล้านนาตะวันออก”  ซึ่งเป็นกิจกรรมกายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมหลักจัดงานโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางการท่องเที่ยวและกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 

    สำหรับการจัดงานในวันนี้ เป็นการจัดงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออกนอกกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ในชื่องาน “ตามรอยเส้นทางรสล้านนาตะวันออก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19  –  21 กันยายน 2568  ณ ลาน Work & Play ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

    ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มากกว่า 40  ผลิตภัณฑ์ มีการนำเสนอเมนูอาหารของดีจาก 4 จังหวัด โดยเชพตัวแทนจากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2  การสาธิตการทำอาหารพื้นถิ่นและเครื่องปรุงล้านนาอีกทั้งมีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารล้านนาตะวันออก รวมถึงมีการแสดงวัฒนธรรมล้านนาการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกวันและมีการแจกของรางวัลให้กับผู้มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมสนุกและมีส่วนร่วมในกิจกรรมมากมาย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/relation/447123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GBgwrCGQjj-yrd4zw83AR

  • เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    วันที่ 19 ก.ย. 2568 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยแต่งตั้งให้ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล มีชื่อเล่นว่า “ก้อย” เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เป็นบุตรสาวของ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล หรือ “โกหงวน” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่หลายสมัยจนถึงปัจจุบัน

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    การศึกษา:

    ปริญญาตรี Louisiana State University , Louisiana , USA.สาขา B.S. International Trade and Finance

    ปริญญาโท University of LA Verne , California , USA. สาขา MBA. In Supply Chain Management

    ประสบการณ์การทำงาน:

    นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่

    ประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    กรรมการวิทยาเขตผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่

    เลขานุการนายกสมาคมแม่บ้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่

    กรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดกระบี่

    เปิดประวัติ “ก้อย- ศศิธร กิตติธรกุล” รมช.มหาดไทยป้ายแดง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/607620&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20AAmGPJtOONo3-Soq7PRe

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ครม. อนุทิน” 36 คน 40 ตำแหน่ง

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ครม. อนุทิน” 36 คน 40 ตำแหน่ง

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ครม.” 36 คน 40 ตำแหน่ง “อนุทิน” นั่งนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ จับตา “รุทธพล” คุมยุติธรรม ด้าน “ไชยชนก” รมต.ป้ายแดง คุมดีอี

    วันนี้ (19 ก.ย.2568) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดความว่า

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 7 ก.ย.2568 แล้ว นั้น

    บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฐัมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

    • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
    • นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
    • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี
    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
    • ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    • นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    • นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • นายสันติ ปิยะทัต เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
    • พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
    • นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
    • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
    • นายอัครา พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    • นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
    • นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    • นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
    • นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
    • นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
    • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง
    • นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    • นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    • นางสาวศศิธร กิตติธรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    • พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
    • นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
    • นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
    • นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
    • นายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
    • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
    • นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
    • นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
    • จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 ก.ย.2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน
    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

    อ่านข่าว : โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 

    โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.งบประมาณ 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มีผล 1 ต.ค. 

    สมดุลย์-วิโรจน์ ร้องกรมการปกครอง สอบ “ส่วยสัญชาติ” ทั่วประเทศ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356700&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19r0LwxoDrZ7hGc4cPD-sq

  • เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

    เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

    เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

    ร่วมทริปพิเศษไปกับอาเล็ก-ธีรเดช สัมผัสอากาศเย็นสบาย ชิมหม้อไฟแสนอร่อย ผ่อนคลายกับออนเซ็น และฟินกับงานแฟนมีตครั้งประวัติศาสตร์ในไทเป

    เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปสุดพิเศษที่จะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของไต้หวันในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เมื่อสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ได้จับมือกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ จัดแพ็กเกจพิเศษ “ทริปแฟนมีตอาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยมาหนีอากาศร้อนอบอ้าวในบ้านเรา
     

    เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

    ทริปนี้ไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสกับอากาศเย็นสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทองที่จะได้เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในต่างประเทศของ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวันของประเทศไทย ประจำปี 2025 ณ กรุงไทเป ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการแสดงสดร้องเพลงภาษาจีนเป็นครั้งแรกของอาเล็กบนเวทีภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ที่จะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าไม่รู้ลืม

    สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์และอาหารอบอุ่นในไต้หวัน

    ช่วงเวลาจัดแฟนมีตติ้งถือเป็นช่วงเวลาทองที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสัมผัสเสน่ห์ของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความร้อนจากประเทศไทย

    กิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่แนะนำในช่วงฤดูนี้ ได้แก่

    • ผ่อนคลายด้วยน้ำพุร้อน: เพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนชื่อดังอย่าง เป่ยโถว และ อูไหล

    • ปั่นจักรยานรับลมเย็น: สัมผัสธรรมชาติพร้อมปั่นจักรยานรับลมเย็นสบาย

    • ลิ้มลองเมนูอุ่นร่างกาย: ลองเมนูอาหารฤดูหนาวแบบไต้หวันหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเมนูหม้อไฟเพื่อสุขภาพ อย่าง ซุปยาจีนเนื้อแพะบำรุงร่างกาย หรือ เป็ดต้มซุปขิงแสนอร่อย ซึ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายท่ามกลางอากาศเย็น
    ไต้หวันเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนไทยอยู่แล้ว แต่การมาเที่ยวครั้งนี้จะพิเศษกว่าที่เคย และยังถือเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมในการสร้างความทรงจำที่ไม่เหมือนใครกับการมาไต้หวันครั้งแรกของใครหลายคนด้วย เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

     4 วิธีง่ายๆ คว้าสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตฟรี!

    การเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็ก ธีรเดช สามารถทำได้ฟรี เพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวไต้หวันผ่านช่องทางที่กำหนด มีให้เลือกถึง 4 ตัวเลือก ตามสไตล์การเที่ยวของคุณ

    1. แพ็กเกจทัวร์เต็มรูปแบบ: จองแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันกับ 7 บริษัทพันธมิตร ได้แก่ Formosa Journey Land Group, Best International Tour, Rak Yim Tours, Quality Express, NS Travel & Tour, CHECK IN GROUP และ Thaiphum Skylights

    2. ทัวร์กลุ่มเล็กเที่ยวแบบเจาะลึก: ซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวอิสระสำหรับ 2 หรือ 4 คน ผ่าน Nichapat Tour

        ◦ แพ็คเกจสำหรับ 2 คน: จะรวมที่พักโรงแรม 2 คืน พร้อมบริการรับส่งสนามบิน และอื่น ๆ
        ◦ แพ็คเกจสำหรับ 4 คน: จะประกอบด้วยทัวร์เต็มวันพร้อมไกด์และรถรับส่ง และสามารถเลือกทริปหลากหลาย เช่น ทริปเมืองไถจง, ทริปปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือทริปน้ำพุร้อนและอาหารท้องถิ่นในภาคเหนือของไต้หวัน

    3. ช้อปปิ้งผ่าน KKDay: เลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการท่องเที่ยวไต้หวันใดๆ บนแพลตฟอร์ม KKDay ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร บัตรโดยสาร หรือบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จากนั้นสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ฟรี

    4. บินตรงกับ STARLUX Airlines: เพียงซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ไทเปกับสายการบิน STARLUX Airlines ก็สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ฟรี เดินทางสะดวกด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

    ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดต่อสอบถามได้โดยตรงกับบริษัทผู้จำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ หรือดูข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ https://ttath.visionthai.net/tw-fan-meeting เที่ยวไต้หวันใบไม้ร่วง-หนาว กับอาเล็กในทริปสุดโรแมนติก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/730682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W6tE8RAFoha_c8-WX_9Gf

  • คาดเงินสะพัด 60 ล้านทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช

    คาดเงินสะพัด 60 ล้านทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช

    ภูมิภาค

    คาดเงินสะพัด 60 ล้านทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช

    วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กองทัพนักกีฬาจาก อปท.ภาคอีสาน 1.8หมื่นคน เตรียมบุกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแข่งขันกีฬา” นักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโมโคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะพ่อเมืองโคราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬานักเรียน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือก  ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 ว่า จังหวัด นครราชสีมา เรามีความพร้อมมาก ในการรองรับนักกีฬากว่า 1.8หมื่นคน ที่จะเดินทางมา 20 จังหวัด ภาคอีสาน เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน  อปท.ถาคอีสานในครั้งนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเรามีห้องพักเพียงพอรองรับ มีห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ ถึง 3 ห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่บริการมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว 3 มรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง สถานที่ท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จุดเช็คอิน เขายายเที่ยง กังหันลมยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย จ.นครราชสีมา เรามีความพร้อมอย่างมาก ในการต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดี จึงขอเรียนเชิญ ทัพนักกีฬา อปท.ทั้ง 20 จังหวัด เดินทางมาอย่าง สะดวกสะบาย ไม่ต้องกังวลถึงการ เป็นเจ้าบ้าน ของโคราช ในครั้งนี้

    ด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าบ้านเตรียมต้อนรับ ทั้งสนามการแข่งขัน พิธีเปิดและดูแลผู้ที่ร่วมเดินทางมาร่วมการแข่งขัน กีฬา อปท.ภาคอีสาน 20 จังหวัดในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท เอาไว้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ อีกทั้งเตรียมสนามการแข่งขัน ที่มีมาตรฐานกว่า 20 สนาม รองรับ 16 ชนิดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ และการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้าน เปิดเมือง เพื่อต้อนรับ บรรดานักกีฬา พร้อมผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่น คนที่จะเข้ามา กิน เที่ยว และ พัก กว่า 10 วัน  ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 ตุลาคม คาดว่าเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท พร้อมเตรียมไฮไลท์ พิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ดร.ยลดา กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447124&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BgF4AykxsN5CPnsK9zBih

  • สนง.ขนส่งจังหวัดน่าน เดินหน้านำร่อง ‘โครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่ปลอดภัยใส่ใจผู้เดินทาง’

    สนง.ขนส่งจังหวัดน่าน เดินหน้านำร่อง ‘โครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่ปลอดภัยใส่ใจผู้เดินทาง’

    สนง.ขนส่งจังหวัดน่าน เดินหน้านำร่อง ‘โครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่ปลอดภัยใส่ใจผู้เดินทาง’

    วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.30 น.

    สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน ร่วมกับจังหวัดน่าน เปิดตัวโครงการนำร่อง “ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่ปลอดภัยใส่ใจผู้เดินทาง” เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้ใช้บริการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และสนับสนุนให้ประชาชนกลับมานิยมใช้บริการรถโดยสารมากขึ้น พร้อมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์บนตัวรถโดยสารในรูปแบบ ลวดลายอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน เพื่อสื่อสารความปลอดภัยและสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่น

    ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จังหวัดน่านมีปริมาณยานพาหนะเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งจากประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ส่งผลต่อปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุทางถนน โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย สะดวกสบาย โดยดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเดินรถหมวด 1 และหมวด 4 ที่เน้นรับส่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำ พิพิธพันธ์สถานแห่งชาติน่าน วัดมิ่งเมือง วัดศรีพันต้น วัดกู่คำ และวัดสวนตาล

    นอกจากการปรับปรุงบริการเดินรถแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเปิดตัวเพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาใช้บริการรถโดยสารประจำทางมากขึ้น โดยมุ่งหวังให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาการจราจร ลดการใช้รถส่วนบุคคล และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนถนน โดยเฉพาะในเส้นทางที่ลาดชันหรือไม่คุ้นเคย ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจขับขี่ด้วยตนเองอย่างไม่ปลอดภัย

    รัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยมีการตรวจสภาพความพร้อมของรถ คนขับมีความชำนาญเส้นทาง และการออกแบบลวดลายบนรถที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างทั้งความปลอดภัย ความมั่นใจ และความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ รวมทั้งช่วยรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางอย่างปลอดภัย เพิ่มทางเลือกการเดินทางที่มีคุณภาพ รองรับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำ วัดมิ่งเมือง และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน เชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะช่วยลดความแออัดของการจราจร ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติของจังหวัดน่านให้เติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังเป็นสื่อรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้าง “ถนนปลอดภัย ผู้ขับขี่มีวินัย และสังคมไทยปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน” ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/915475&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dX4iXHp4TajTUf1P-HmZ_

  • การท่องเที่ยวสีเขียว! ประกาศปิด ‘เขาใหญ่’ เดิน-วิ่ง-ปั่น-ดูดาว-ลดคาร์บอน | เดลินิวส์

    การท่องเที่ยวสีเขียว! ประกาศปิด ‘เขาใหญ่’ เดิน-วิ่ง-ปั่น-ดูดาว-ลดคาร์บอน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2568 ที่สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ นครราชสีมา น.ส.พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดเผยถึง ในเช้าวันจันทร์ที่ 22 กันยายนนี้ ซึ่งทุกปีตรงกับ วันปลอดรถโลก (World Car Free Day) เป็นวันรณรงค์ให้ผู้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วหันมาใช้พลังงานสะอาดหรือระบบขนส่งสาธารณะแทน เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือรถขนส่งมวลชน เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง การใช้น้ำมัน และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุจราจร

    ในส่วนของ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ได้ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม เขาใหญ่คาร์ฟรีเดย์ 2025 KhaoYai Car Free Day 2025 เป็นประจำทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจาก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปิดเส้นทางจราจรถนนธนะรัชต์ ตั้งแต่เวลา 06:00-10:00 น. ทั้งสองฝั่งด่านเก็บเงินอุทยานฯ ปากช่อง จ.นครราชสีมา และเนินหอม จ.ปราจีนบุรี

    โดยในปีนี้ ทางสมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) จังหวัดนครราชสีมา และพิเศษคือความร่วมมือระหว่าง โคราชจีโอปาร์คโลก สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมมือจัดกิจกรรมเชื่อมโยงวิ่งเส้นทางสามมรดกโลกยูเนสโกโคราช

    สำหรับ กิจกรรมสมาคมฯ ได้จัดรวมกัน 3 วัน คือ วันที่ 20-21 กันยายน กิจกรรมดูดาว บริเวณลานเขาร่ม อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมดาราศาสตร์ปากช่อง และสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่

    ส่วนในเช้าวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เป็นกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน โดยผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของเขาใหญ่ โดยไม่รถวิ่ง ท่านสามารถทำเช่นนี้ ได้เพียงปีละครั้งในวันคาร์ฟรีเดย์โลก 22 กันยายน เท่านั้น

    สำหรับกิจกรรมทุกครั้งเราจะเก็บสถิติข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ คาร์บอนไดออกไซด์ ว่าลดลงเท่าไหร่ และพิเศษสำหรับเสื้อยืด Khao Yai Car Free Day ที่นักวิ่งสมัครลงทะเบียน จะทำจากวัสดุ Recycle เส้นใยขวดพลาสติก เหรียญรางวัลจากฝาขวดน้ำวัสดุรีไซเคิล สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จะชูธงการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศไร้มลภาวะเป็นพิษ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5128359/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27YxB92okrv92dIylqnL-o

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ มอง F1 กับ MotoGP เป็นเรื่องความคุ้มค่า ยืนยัน ไม่ปัด MOU F1 ทิ้ง แต่ต้องโฟกัสซีเกมส์ก่อน

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ มอง F1 กับ MotoGP เป็นเรื่องความคุ้มค่า ยืนยัน ไม่ปัด MOU F1 ทิ้ง แต่ต้องโฟกัสซีเกมส์ก่อน

    โดย เจษฎา บุญประสม

    เขียนเมื่อ 19/09/2025 15:58 | อัพเดทล่าสุด 19/09/2025 15:58 81

    ทันทีที่คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย เผยโฉมอย่างเป็นทางการ หนึ่งในประเด็นที่แฟนกีฬาหยิบมาพูดถึง คงหนีไม่พ้น “F1” หรือ “MotoGP” ?

    การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ F1 และการต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ที่จะหมดในปี 2026 เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง และปฏิเสธไม่ได้ว่า ถือเป็นหนึ่งในภาพแทนของการเมืองคนละขั้ว ที่นำมาซึ่งเหตุการณ์มากมายในระยะหลังมานี้

    เรื่องดังกล่าว “รมต.เบนซ์” อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ Main Stand ไว้ดังนี้

    การต่อสัญญาจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ?

    “ผมมองว่า อิเวนต์ต่าง ๆ ก็ต้องดูเรื่องความคุ้มค่า จะสร้างชื่อเสียง จะสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศได้อย่างไร ซึ่งบางครั้ง การสร้างภาพลักษณ์ ก็ไม่สามารถแปลออกมาเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจได้ ผมมองว่า ในเรื่องนี้คงต้องคุยกัน แต่ถ้ามีโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ผมก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ประเทศไทย จะได้จัดอิเวนต์ที่มันมีมาตรฐาน และได้รับการยอมรับจากสากล ให้ไทยเป็นหนึ่งใน Destination ด้านกีฬาและการท่องเที่ยวไปในคราวเดียวกัน”

    โมโตจีพี และ F1 คนมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง คนละฝั่ง คนละฝ่าย ?

    “ก็ให้คนอื่นมองไป ผมมองว่าเป็นเรื่องของความคุ้มค่า และเป็นเรื่องของความพร้อมของประเทศ ถ้าวันหนึ่ง มันเกิดมีขึ้น แล้วเราจัดได้ดี มันก็เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ในสายตาของชาวโลก”

    ดังนั้น ท่านจะเข้ามาดูเรื่องที่ไทย เคยทำ MOU กับทาง F1 ใช่หรือไม่ ?

     “คงต้องเข้าไปดูนะครับ ถ้าบอกว่า ไม่เข้าไปดูเลย ก็คงไม่ได้ใช่ไหม”

    ยืนกราน วันแรก คงไม่ปัดเรื่อง F1 ทิ้ง ?

    “ไม่ครับ ก็อย่างที่ทราบว่า รัฐบาลนี้ เราก็คงจะมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ฉะนั้น ผมคงต้องเลือกภารกิจที่เร่งด่วนก่อน ส่วนเรื่องการปูพื้นฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปูพื้นฐานให้กับนักกีฬา ให้เขามีโอกาสมากกว่านี้ หรือว่าให้ Facility ต่าง ๆ มีความพร้อม ผมคงทำไปในคราวเดียวกัน แต่ว่าเรื่องเร่งด่วน ก็อย่างที่ทราบกันนะครับ เรื่องแรก ผมก็คงยังไม่โฟกัสอย่างอื่น โฟกัสเรื่องซีเกมส์ ก่อน ส่วนอย่างอื่น ก็ทำไปเรื่อย ๆ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/index.php/th/news/6/article/22851&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ewm7BKZrQ-rODZDOr0av8

  • ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง แสดงความยินกับ ‘ศศิธร กิตติธรกุล’ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น รมช.มหาดไทย | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง แสดงความยินกับ ‘ศศิธร กิตติธรกุล’ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น รมช.มหาดไทย | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง แสดงความยินกับ ‘ศศิธร กิตติธรกุล’ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น รมช.มหาดไทย

    นายสมโชค วงศ์ภิวัฒนา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง / นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระนอง แสดงความยินดีกับ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล หลังได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย

    เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายสมโชค วงศ์ภิวัฒนา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระนอง แสดงความยินดีกับ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล เนื่องในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5127928/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-LDRRcHEAKlEwE9C-QoOV