Category: ท่องเที่ยว

  • “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    กากันมาลิก พระเอกอินเดียชื่อดัง โพสต์ขอโทษคนไทยหากทำให้เจ็บช้ำ! โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพของตนเองถือธงไทยพร้อมข้อความว่า “นะโม พุทธายะ   ผมขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อแฟน ๆ ชาวไทยทุกท่าน หากการเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุดของผมก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม และผมเคารพประเทศนี้อย่างสุดซึ้ง

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    ต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ และด้วยความเคารพต่อประเทศไทย ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการและขอถอนตัวจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 

    การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุดและชัดเจนอย่างยิ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมพาคณะเดินทางมาเที่ยวกัมพูชาเป็นเวลาสามวัน และตามมาด้วยอีกห้าวันในประเทศไทย ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ใคร ๆ รู้สึกไม่สบายใจ

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ผมทำงานในโครงการต่าง ๆ มากมายในประเทศไทยเพื่อช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์

     นอกจากนี้ ผมยังกำลังสร้างวัดในอินเดียที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการยกย่องความรักและความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทยประเทศไทยจะอยู่ในความทรงจำอันล้ำค่าของผมตลอดไป ผมขออภัยอย่างสุดซึ้งอีกครั้งสำหรับความเจ็บปวดใด ๆ ที่เกิดขึ้น และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังให้มากขึ้นในอนาคต ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะเข้าใจฉันมากขึ้น และฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่สวยงามแห่งนี้ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนของคุณตลอดไป“

    “กากัน มาลิก” พระเอกดังอินเดีย ขอโทษคนไทย ประกาศยุตติบทบาททูตในเขมร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/foreign-entertainment/607953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OatuPuN7-8EvPJlnVHp5N

  • “กากัน มาลิก” พระเอกหนังดังชาวอินเดีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีกัมพูชาแล้ว

    “กากัน มาลิก” พระเอกหนังดังชาวอินเดีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีกัมพูชาแล้ว

    การเมือง

    “กากัน มาลิก” พระเอกหนังดังชาวอินเดีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีกัมพูชาแล้ว

    วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจทางการของกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา (Ministry of Tourism of Cambodia) รายงานเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568ว่า กากัน มาลิก (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เคยรับบท “พระพุทธเจ้า” ในภาพยนตร์และซีรีส์นานาชาติ เดินทางถึง สนามบินเตโช (Techo International Airport) กรุงพนมเปญ เพื่อร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมเชิญชวนชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนกัมพูชา

    กากันกล่าวชื่นชมกัมพูชาว่าเป็น “ดินแดนที่งดงามและปลอดภัย” โดยเฉพาะนครวัดที่ถือเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของผู้คนทั่วโลก อีกทั้งยังยกย่องสนามบินเตโชว่ามีความสวยงามทันสมัยและสะท้อนเอกลักษณ์พุทธศาสนาได้อย่างโดดเด่น

    อย่างไรก็ตาม กระแสกลับพลิก เมื่อกากันออกมาโพสต์ประกาศ ลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา โดยระบุเหตุผลว่า “ ..ผมขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อแฟน ๆ ชาวไทยทุกท่าน หากการเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุดของผมก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม และผมเคารพประเทศนี้อย่างสุดซึ้ง ต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ และด้วยความเคารพต่อประเทศไทย  ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการและขอถอนตัวจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุดและชัดเจนอย่างยิ่ง..” และย้ำว่า “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สอง”

    โพสต์ดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมในกัมพูชาอย่างรุนแรง ชาวกัมพูชาจำนวนมาก รวมถึงบุคคลระดับผู้ใหญ่ ออกมาแสดงความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์กากันอย่างหนัก จนเจ้าตัวต้องปิดช่องคอมเมนต์ในโซเชียลเพื่อหลีกเลี่ยงกระแสดราม่า
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/448263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vmF_qCveEY7cyf9P-ehvr

  • ขนลุกทั้งโซเชียล! พบหินคล้าย “งูยักษ์” ริมลำน้ำเข็ก เชื่ออาจเป็นพญานาคราช

    ขนลุกทั้งโซเชียล! พบหินคล้าย “งูยักษ์” ริมลำน้ำเข็ก เชื่ออาจเป็นพญานาคราช

    พบหินคล้าย “งูยักษ์” ริมลำน้ำเข็ก ขนลุกทั้งโซเชียล เชื่ออาจเป็นพญานาคราช ชาวบ้านแนะควรพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ TikTok ชื่อ “night141414 Good night” และเฟซบุ๊ก “กู๊ดไนท์ สาวม้งไทย” ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยภาพก้อนหินรูปร่างประหลาด ลักษณะคล้าย “งูยักษ์” ที่ ลำน้ำเข็ก ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์

    โดยเฉพาะใน TikTok ที่มียอดเข้าชมทะลุ 22 ล้านครั้ง พร้อมคอมเมนต์หลั่งไหลจำนวนมากหลายคนต่างแสดงความเชื่อและความศรัทธา เช่น

    • “เหมือนงูยักษ์มาก เห็นครั้งแรกถึงกับขนลุก เชื่อเต็มร้อยว่านี่คือพญานาค”
    • “ช่วงหน้าแล้งน่าจะเห็นชัด อยากให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว”
    • “หัวหินดำขลับเหมือนงูจริง ๆ ยาวทอดไปตามลำน้ำ ขนลุกมากค่ะ”
    • “น่าจะเกี่ยวกับตำนานพญานาคราช ถูกสาปให้กลายเป็นหิน”

    ตรวจสอบพื้นที่จริง พบหินดำคล้ายหัวงู

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดดังกล่าวอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาค้อ พื้นที่รอยต่อระหว่างเพชรบูรณ์กับพิษณุโลก ต้องเดินเท้าริมลำน้ำเข็กประมาณ 1.2 กิโลเมตร ก่อนถึงจะเจอเวิ้งน้ำลักษณะคล้ายน้ำวนแปลกตา

    เมื่อมองไปฝั่งตรงข้าม พบก้อนหินมีผิวคล้ายเกล็ดสีดำมันวาว ดูเหมือน “หัวงูขนาดใหญ่” ก้มหัวลงไปในน้ำ และยังมีแนวหินทอดยาวคล้ายลำตัวงูไปตามลำน้ำ

    ความเชื่อชาวบ้าน

    นายเชาวลิต ไชยแก้ว อายุ 28 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เผยว่า ตนศรัทธาในองค์พญานาคมาก และเคยไปเยือนถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ มาแล้ว พอเห็นภาพในโซเชียลจึงรีบเดินทางมาดู และเมื่อเห็นกับตาถึงกับขนลุก เชื่อว่านี่คือร่างของพญานาคอย่างแน่นอน โดยรอบยังมีวังน้ำวน ยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่าบริเวณนี้คือที่สถิตขององค์พญานาค

    เตือนนักท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม เส้นทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะช่วงฝนตกทำให้ทางเดินลื่นเละ ระหว่างถ่ายทำผู้สื่อข่าวยังพบว่าน้ำในลำน้ำเข็กมีสีขุ่นเข้มและเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว คาดว่าเป็นน้ำป่าจากอำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก ทำให้ต้องรีบออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

    ทั้งนี้ ชาวบ้านแนะนำว่า หากใครอยากไปชมควรสอบถามคนในพื้นที่ก่อน และเหมาะสมที่สุดคือเดินทางในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูแล้งที่ปลอดภัยกว่า

    เรื่องราวหินปริศนาริมลำน้ำเข็กที่เพชรบูรณ์นี้ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียล หลายคนเชื่อว่าเป็น “พญานาคราช” และอาจกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9848038/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZlF1mJE7tV22fKxD1-jFx

  • รมว.ท่องเที่ยว ปลื้ม IndiGo สายการบินยักษ์ใหญ่อินเดีย สนใจขยายบินตรงมาไทยเพิ่ม

    รมว.ท่องเที่ยว ปลื้ม IndiGo สายการบินยักษ์ใหญ่อินเดีย สนใจขยายบินตรงมาไทยเพิ่ม

    “รมว. อรรถกร” ปลื้ม IndiGo ยักษ์ใหญ่การบินอินเดีย สนใจเปิดบินตรงเพิ่มสู่ไทย ทั้งเมืองหลัก–เมืองรอง ดันนักท่องเที่ยวอินเดียทะลุ 2 ล้านต่อปี กระจายรายได้ท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค หนุนเศรษฐกิจฐานรากเติบโตยั่งยืน

    วันที่ 28 ก.ย. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การหารือระหว่าง พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กับผู้บริหารระดับสูงของสายการบิน IndiGo ได้แก่ Mr. R. K. Singh ผู้อำนวยการพิเศษ (Special Director) และ Mr. Rajan Malhotra รองประธานฝ่าย Aeropolitical and Industry Affairs ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสมัชชาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ครั้งที่ 42 (42nd Session of the ICAO Assembly) นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า สายการบิน IndiGo เป็นสายการบินเอกชนรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย มีฝูงบินมากกว่า 400 ลำ และเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั้งภายในและต่างประเทศ โดยได้แสดงความสนใจที่จะขยายเส้นทางบินตรงมายังประเทศไทยเพิ่มเติม จากเดิมที่ให้บริการในเส้นทางหลัก เช่น กรุงเทพฯ และภูเก็ต ไปยังเมืองรองและเมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อาทิ อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี, หาดใหญ่ และเชียงราย รวมถึงสนามบินในภูมิภาคอื่น ๆ ของไทย

    นายอรรถกร ยังกล่าวต่อว่า การเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดียในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว ลดความหนาแน่นในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น

    “ในฐานะที่ผมกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมต้องขอขอบคุณ พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ที่ได้สร้างความร่วมมือกับสายการบิน IndiGo ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทย ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก” นายอรรถกร กล่าว

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า รัฐบาลโดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มุ่งผลักดันความร่วมมือด้านการบินพาณิชย์กับสายการบินต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง

    ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาเยือนประมาณ 2 ล้านคนต่อปี ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มเส้นทางบินตรงจากสายการบิน IndiGo จะช่วยผลักดันให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากอินเดียเพิ่มขึ้นได้อีกหลายแสนคนต่อปี ส่งผลบวกโดยตรงต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางท่องเที่ยว และการค้าปลีกในท้องถิ่น

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2885645&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21-YDUCKFVrUikAr9zeTja

  • สายการบิน IndiGo เจรจาเปิดบินเมืองรอง ดันนักท่องเที่ยวอินเดีย 2 ล้านคนเที่ยวไทย

    สายการบิน IndiGo เจรจาเปิดบินเมืองรอง ดันนักท่องเที่ยวอินเดีย 2 ล้านคนเที่ยวไทย

    พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เผยว่าในระหว่างการประชุมสมัชชาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ครั้งที่ 42 (42ndSession of the ICAO Assembly) ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ICAO เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ผู้บริหารของสายการบิน IndiGo ได้เข้าพบหารือ

    โดย สายการบิน IndiGo ได้แจ้งถึงความประสงค์ ที่จะขยายเส้นทางบินมายังประเทศไทยเพิ่มเติม เช่น อุดรธานี สุราษฏร์ธานี หาดใหญ่ เชียงราย และสนามบินอื่น ๆ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณ CAAT ที่อำนวยความสะดวกในการทำการบินมายังประเทศไทยด้วยดีเสมอมา 

    ในปัจจุบัน สายการบิน IndiGo มีเครื่องบินมากกว่า 400 ลำ ซึ่งการขยายเส้นทางการบินดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไปยังเมืองหลักและเมืองรองของประเทศไทย เพิ่มเติมจากเส้นทางหลักที่ได้มีการทำการบินอยู่ในปัจจุบัน

    สายการบิน IndiGo หารือ CAAT ขยายเส้นทางบินเมืองรอง

     อีกทั้งยังเป็นส่งเสริมการการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย โดยในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากอินเดียได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี

    ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การหารือระหว่าง พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กับผู้บริหารระดับสูงของสายการบิน IndiGo ได้แก่ Mr. R. K. Singh ผู้อำนวยการพิเศษ (Special Director) และ Mr. Rajan Malhotra รองประธานฝ่าย Aeropolitical and Industry Affairs ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสมัชชาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ครั้งที่ 42 (42nd Session of the ICAO Assembly) นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย

    สายการบิน IndiGo เป็นสายการบินเอกชนรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย มีฝูงบินมากกว่า 400 ลำ และเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั้งภายในและต่างประเทศ โดยได้แสดงความสนใจที่จะขยายเส้นทางบินตรงมายังประเทศไทยเพิ่มเติม จากเดิมที่ให้บริการในเส้นทางหลัก เช่น กรุงเทพฯ และภูเก็ต ไปยังเมืองรองและเมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อาทิ อุดรธานีสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และเชียงราย รวมถึงสนามบินในภูมิภาคอื่น ๆ ของไทย

    การเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวอินเดียในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว ลดความหนาแน่นในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    “ในฐานะที่ผมกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมต้องขอขอบคุณ พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ที่ได้สร้างความร่วมมือกับสายการบิน IndiGo ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทย ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก” นายอรรถกร กล่าว

    รัฐบาลโดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มุ่งผลักดันความร่วมมือด้านการบินพาณิชย์กับสายการบินต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง 

    ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้ามาเยือนประมาณ 2 ล้านคนต่อปี ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    โดยการเพิ่มเส้นทางบินตรงจากสายการบิน IndiGo จะช่วยผลักดันให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากอินเดียเพิ่มขึ้นได้อีกหลายแสนคนต่อปี ส่งผลบวกโดยตรงต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางท่องเที่ยว และการค้าปลีกในท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640033&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CZ3TVeb4GjUyK57x5NAiY

  • กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

                กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ จากละคร พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก โพสต์ภาพถือธงไทย ยันไทยคือบ้านหลังที่ 2 ขอถอนตัวจากทูตการท่องเที่ยวกัมพูชา 

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Gagan Malik

               เป็นนักแสดงชาวอินเดียที่ชาวไทยคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี สำหรับ กากัน มาลิค (Gagan Malik) ผู้รับบท เจ้าชายสิทธัตถะ จากละคร พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ซึ่งเป็นละครที่โด่งดังมากในประเทศไทย อีกทั้งต่อมา กากัน มาลิค ยังบินมาบวชถึงวัดที่ประเทศไทยด้วย 

               ล่าสุด (27 กันยายน 2568) กากัน มาลิค โพสต์เฟซบุ๊กแสดงภาพขณะถือธงชาติไทย พร้อมข้อความ ระบุว่า….

                “นะโม พุทธายะ ผมขออภัยจากใจต่อแฟนชาวไทยทุกท่าน หากการเยือนกัมพูชาเมื่อเร็ว ๆ นี้ของผมทำให้ใครต้องเจ็บปวด ประเทศไทยคือบ้านหลังที่ 2 ของผม และผมเคารพประเทศนี้อย่างสุดซึ้ง

               เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ อย่างไรก็ตาม จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้และด้วยความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ลาออกจากบทบาทดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และถอนตัวออกจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุด และทำอย่างชัดเจนสมบูรณ์แล้ว

               นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพาคณะไปเยือนกัมพูชาเป็นเวลา 3 วัน หลังอยู่ที่ประเทศไทย 5 วัน ผมไม่เคยตั้งใจที่จะสร้างความไม่พอใจใด ๆ

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Gagan Malik

                สำหรับ 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ร่วมงานกับโปรเจกต์มากมายในประเทศไทย เพื่อช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจบริสุทธิ์ ผมยังสร้างวัดในอินเดียโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะของไทย เพื่อแสดงความรักและเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

                ประเทศไทยจะมีพื้นที่พิเศษในใจผมเสมอ ผมขออภัยจากใจจริงอีกครั้งหากทำให้ใครต้องเจ็บปวด และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากขึ้นในอนาคต ผมหวังอย่างแท้จริงว่าชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำเต็มที่เพื่อให้เกียรติประเทศที่สวยงามนี้ต่อไป 

                ผมซาบซึ้งในความรักและการสนับสนุนของพวกคุณเสมอมา”

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Gagan Malik

    กากัน มาลิค เจ้าของบท เจ้าชายสิทธัตถะ ถือธงไทย ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีเขมร

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Gagan Malik

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view295314.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RkomteGaz1SDaMt3c2gBp

  • ชะตากรรมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นอย่างไร เมื่อรัฐบาลอียิปต์ผลักดันเมกะโปรเจกต์ ระดมสร้างรีสอร์ตหรูประชิด – BBC News ไทย

    ชะตากรรมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นอย่างไร เมื่อรัฐบาลอียิปต์ผลักดันเมกะโปรเจกต์ ระดมสร้างรีสอร์ตหรูประชิด – BBC News ไทย

    ชะตากรรมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นอย่างไร เมื่อรัฐบาลอียิปต์ผลักดันเมกะโปรเจกต์ ระดมสร้างรีสอร์ตหรูประชิด

    The St Catherine's Monastery as seen from the outside. It is a walled structure with several buildings inside, with the monastery's gardens attached to one side, which are green with some trees inside. The surrounding area is rocky with the ground sloping up behind the monastery at the foot of a mountain

    ที่มาของภาพ, Universal Images Group via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, อารามนักบุญแคทเธอรีนแห่งศตวรรษที่ 6 เป็นอารามคริสต์ที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมายาวนานที่สุดในโลก
      • Author, โยลันเด เนลล์
      • Role, บีบีซีนิวส์ นครเยรูซาเล็ม

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจะเดินทางขึ้นภูเขาซีนายพร้อมกับไกด์ชาวเบดูอิน เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูมิประเทศหินอันบริสุทธิ์ หรือออกเดินป่ากับไกด์ชาวเบดูอินในเส้นทางอื่น ๆ

    ทว่าในตอนนี้ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอียิปต์ซึ่งได้รับความเคารพจากชาวยิว คริสต์ และมุสลิม กลับตกอยู่ในข้อพิพาทครั้งใหญ่เมื่อแผนการเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเมกะโปรเจกต์ด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ปรากฎขึ้นมา

    ภูเขาซีนายหรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า จามัล บูซา เป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่าโมเสสได้รับบัญญัติ 10 ประการ และหลายคนยังเชื่อว่านี่คือสถานที่ที่พระเจ้าตรัสกับศาสดาผ่านพุ่มไหม้ที่กำลังลุกไหม้ ตามที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลและอัลกุรอาน

    อารามนักบุญแคทเธอรีนสร้างขึ้นตั้งศตวรรษที่ 6 ตั้งอยู่ที่นั่นเช่นกัน ปัจจุบันดำเนินการโดยคริสตจักรกรีกออร์โธดอกซ์ และดูเหมือนว่านักบวชจะยังคงได้อยู่ต่อไปหลังจากมีแรงกดดันจากกรีซไปยังรัฐบาลอียิปตน์จนทางการอียิปต์ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีแผนการปิดอารามแห่งนี้แต่อย่างใด

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการแสดงความกังวลอยู่ลึก ๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกแห่งนี้ เดิมเหล่าอารามโบราณ เมืองเก่า และภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่กลางทะเลทรายที่เคยเงียบสงบมาอย่างยาวนาน ทว่า ปัจจุบันมีการก่อสร้างโรงแรมหรู วิลล่า และตลาดสินค้าในบริเวณนี้จนอาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • Grey skull with a large brain case on a black cloth. Some teeth are still in place. It has large eye sockets and nasal holes

    • ผู้หญิงนั่งอยู่บนพื้นห้องนอนของเธอและกำลังจัดเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า

    • A woman with sunglasses on sitting on a chair

    • Wasu matan da ake shari'a da su bisa tuhumar kisan mazansu ta hanyar amfani da guba.

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    Ariel view of Mount Sinai pictured before transformation as a long-isolated desert location and pictured mid-transformation with hotels, villas etc under construction.

    คำบรรยายภาพ, ภาพมุมสูงของภูเขาซีนายก่อนการเปลี่ยนแปลง (ซ้าย) และภาพระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่มีการก่อสร้างโรงแรม วิลลา และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อยู่ในพื้นที่

    ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งชุมชนดั้งเดิมของชนเผ่าเจเบเลยาซึ่งเป็นชาวเบดูอิน พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์อารามนักบุญแคทเธอรีน ปัจจุบัน บ้านเรือนและแคมป์ท่องเที่ยงเชิงนิเวศน์ของพวกเขาถูกทำลายโดยได้รับค่าชดเชยเพียงน้อยนิด หรือบางรายแทบไม่ได้รับเงินส่วนนี้เลย นอกจากนี้ พวกเขายังถูกบังคับให้ขุดย้ายศพจากสุสานของชุมชน เพื่อเปิดทางให้กับการสร้างลานจอดรถแห่งใหม่

    เบน ฮอฟเฟลอร์ นักเขียนด้านการท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ทำงานใกล้ชิดกับชนเผ่าในภูเขาซีนาย บอกว่า แม้โครงการนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จำเป็นอย่างยิ่งและจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่มันก็เป็นโครงการที่ถูกยัดเยียดให้กับชาวเบดูอินซึ่งไม่ได้ต้องการสิ่งนี้

    “นี่ไม่ใช่การพัฒนาในแบบที่ชาวเจเบเลยาต้องการหรือร้องขอ แต่มันเป็นการพัฒนาที่ถูกกำหนดมาจากเบื้องบนลงมา เพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของคนนอกมากกว่าคนในชุมชนท้องถิ่น” เขาบอกกับบีบีซี

    “โลกแบบเมืองสมัยใหม่กำลังถูกสร้างขึ้นล้อมรอบชาวเบดูอินที่มีมรดกเป็นวิถีชีวิตแบบเร่ร่อน” เขากล่าวเสริม “มันเป็นโลกที่พวกเขาเลือกจะอยู่ห่างมาโดยตลอด มันถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับความยินยอม และนั่นจะเปลี่ยนแผ่นดินเกิดของพวกเขาไปตลอดกาล”

    อย่างไรก็ตาม ชาวท้องถิ่นราว 4,000 คน ไม่เต็มใจที่จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยตรง

    A view of one of the developments, still under construction Plain of el-Raha. The sun is behind the surrounding mountains, while the development site is in the foreground, with roads connecting different buildings

    ที่มาของภาพ, Ben Hoffler

    คำบรรยายภาพ, การก่อสร้างในพื้นที่ราบเอล-ราฮา เมื่อปี 2024

    จนถึงขณะนี้ กรีซเป็นประเทศที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับแผนการของอียิปต์อย่างชัดเจนมากที่สุด เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับอารามนักบุญแคทเธอรีนโดยตรง

    ความตึงเครียดระหว่างเอเธนส์และไคโรปะทุขึ้น หลังศาลของอียิปต์มีคำตัดสินเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า อารามคริสต์ที่มีการใช้งานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของรัฐ

    ข้อพิพาทดังกล่าวยืดเยื้อมาหลายสิบปี และผู้พิพากษาได้ตัดสินแล้วว่าอารามมีสิทธิ “ใช้” ที่ดินที่ตัวอารามตั้งอยู่ รวมถึงโบราณสถานทางศาสนาที่กระจายอยู่รอบ ๆ เท่านั้น

    อาร์คบิชอปเอียโรนิมอสที่ 2 แห่งกรุงเอเธนส์ ผู้นำสูงสุดของคริสตจักรกรีซ ออกมาประณามคำตัดสินของศาลอียิปต์อย่างรวดเร็ว

    “ทรัพย์สินของอารามกำลังถูกยึดและเวนคืน นี่คือแสงสว่างทางจิตวิญญาณของศาสนาคริสต์ออร์โธดอกซ์และความเป็นกรีก ที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่” เขากล่าวในแถลงการณ์

    อาร์คบิชอปดาเมียนอส ผู้นำอารามนักบุญแคทเธอรีน ซึ่งปกติแล้วหาโอกาสสัมภาษณ์ได้ยากยิ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อกรีซโดยกล่าวว่าคำตัดสินของศาลเป็น “การโจมตีอย่างรุนแรงต่อพวกเรา…และเป็นความอัปยศ” การจัดการข้อพิพาทเรื่องนี้ของเขาทำให้นักบวชในอารามเกิดความขัดแย้งจนทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้

    ขณะเดียวกัน พระสังฆราชแห่งศาสนจักรออร์โธดอกซ์กรีกในนครเยรูซาเล็มซึ่งมีอำนาจคุ้มครองพื้นที่นี้กล่าวว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เคยได้รับจดหมายคุ้มครองจากศาสดามูฮัมหมัดในอดีต

    จดหมายดังกล่าวระบุว่า อารามไบแซนไทน์แห่งนี้ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ภายในยังมีมัสยิดขนาดเล็กที่สร้างขึ้นในยุคฟาติมิด เป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพระหว่างชาวคริสต์และมุสลิม และเป็นที่พึ่งแห่งความหวังสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง”

    แม้คำพิพากษาของศาลอียิปต์จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก แต่มันก็ยังคงมีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย ทว่าจากผลการดำเนินงานทางการทูตอย่างเข้มข้นระหว่างกรีซกับอียิปต์ในภายหลัง ได้นำไปสู่การประกาศร่วมกันระหว่างสองประเทศ เพื่อรับรองการคุ้มครองอารามนักบุญแคทเธอรีนซึ่งเป็นอัตลักษณ์แบบกรีกออร์โธดอกซ์ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม

    The peak of Mount Sinai at dusk in 2024. The light catches the top of the rocky mountain, which is standing higher than another mountain in the foreground

    ที่มาของภาพ, Ben Hoffler

    คำบรรยายภาพ, ภูเขาซีนาย ซึ่งในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “จาบัล มูซา” (Jabal Musa) เป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่าโมเสสได้รับบัญญัติ 10 ประการจากพระเจ้า

    “ของขวัญสุดพิเศษ” หรือการแทรกแซงที่ไม่ใส่ใจ ?

    ในปี 2021 อียิปต์เริ่มดำเนินการสิ่งที่เรียกว่า โครงการพลิกโฉมอันยิ่งใหญ่ (Great Transfiguration Project) โดยได้รับงบสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว

    โครงการดังกล่าวประกอบด้วย การเปิดโรงแรมและบ้านพักเชิงนิเวศ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ขยายสนามบินขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เคียงกัน และสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูเขาโมเสส

    รัฐบาลอียิปต์ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ว่าเป็น “ของขวัญจากอียิปต์สู่โลกทั้งใบและทุกศาสนา”

    เมื่อปีที่แล้ว เชอรีฟ เอล-เชอร์บินี รมว.การเคหะของอียิปต์ กล่าวว่า “โครงการนี้จะให้บริการด้านการท่องเที่ยวและสันทนาการแก่ผู้มาเยือน มันจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมืองของอารามนักบุญแคทเธอรีน รวมถึงพื้นที่รอบ ๆ โดยที่ยังคงรักษาสภาพแวดล้อม ทัศนียภาพ และมรดกทางวัฒธรรมของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ไว้ รวมถึงช่วยจัดหาที่พักสำหรับผู้ทำงานในโครงการต่าง ๆ ของอารามนักบุญแคทเธอรีน”

    แม้การก่อสร้างจะหยุดชะงักไปชั่วคราว เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ แต่ที่ราบเอล-ราฮา ซึ่งสามารถมองเห็นอารามนักบุญแคทเธอรีนได้ กลับถูกเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศไปแล้วอย่างสิ้นเชิง และยังคงมีการก่อสร้างถนนสายใหม่

    เชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นสถานที่ที่ผู้ติดตามโมเสสต่างรอคอยระหว่างที่ชายอิสราเอลผู้นี้อยู่บนภูเขาซีนาย ทว่า นักวิจารณ์กล่าวว่าธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ดังกล่าวกำลังถูกทำลายลง

    องค์การยูเนสโกได้อธิบายถึงคุณค่าโดดเด่นสากลของพื้นที่นี้ โดยระบุว่า “ภูมิประเทศภูเขาที่ขรุขระรอบ ๆ เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับอารามแห่งนี้”

    องค์การดังกล่าวยังกล่าวด้วยว่า “การตั้งอารามในพื้นที่นี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างความงามของธรรมชาติและความห่างไกลในด้านหนึ่ง กับความมุ่งมั่นทางจิตวิญญาณของมนุษย์ในอีกด้านหนึ่ง”

    The mountains at dusk, from Jebel el Ahmar in 2024. Light hits the top of a rocky mountain range, which stretches into the distance

    ที่มาของภาพ, Ben Hoffler

    คำบรรยายภาพ, พื้นที่นี้มีชื่อเสียงในเรื่องความงามตามธรรมชาติและภูมิประเทศภูเขาที่ขรุขระ

    ย้อนกลับไปในปี 2023 ยูเนสโกออกมาแสดงความกังวลและเรียกร้องให้อียิปต์ยุติโครงการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อแผนการจัดทำพื้นที่อนุรักษ์

    ทว่าความพยายามเหล่านั้นไม่เป็นผล

    ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา องค์กรเวิลด์ เฮอริเทจ วอทช์ (World Heritage Watch) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก เพื่อเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนพื้นที่อารามนักบุญแคทเธอรีนไว้ในบัญชีแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย

    นักเคลื่อนไหวได้ติดต่อไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่สามแห่งสหราชอาณาจักร ในฐานะองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิอารามนักบุญแคทเธอรีน (St Catherine Foundation) ซึ่งระดมทุนเพื่อช่วยเหลืองานด้านการอนุรักษ์และศึกษามรดกของอาราม รวมถึงชุดสะสมต้นฉบับพระคัมภีร์คริสเตียนแบบโบราณอันล้ำค่า

    สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่สามทรงเคยตรัสถึงสถานที่แห่งนี้ว่าเป็น “ขุมทรัพย์ทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ ที่ควรได้รับการดูแลรักษาไว้สำหรับคนรุ่นหลัง”

    โครงการขนาดมหึมาไม่ใช่โครงการแรกในอียิปต์ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ แต่รัฐบาลกลับมองว่าแผนการอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา

    ภาคการท่องเที่ยวของอียิปต์ซึ่งเคยรุ่งเรือง เริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ก่อนจะถูกกระทบอีกครั้งจากสงครามอันโหดร้ายในฉนวนกาซาและความไม่มั่นคงในภูมิภาคระลอกใหม่

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ประกาศเป้าหมายว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ 30 ล้านคนภายในปี 2028

    ภายใต้รัฐบาลอียิปต์หลายยุคที่ผ่านมา การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ซีนายดำเนินไปโดยไม่ได้ปรึกษาชุมชนเบดูอินพื้นเมือง

    คาบสมุทรแห่งนี้เคยถูกอิสราเอลยึดครองในช่วงสงครามตะวันออกกลางปี 1967 และเพิ่งถูกส่งคืนให้อียิปต์หลังจากที่ทั้งสองประเทศลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพเมื่อปี 1979 นับแต่นั้นมา ชาวเบดูอินได้ร้องเรียนว่าพวกเขาถูกปฏิบัติราวกับเป็นพลเมืองชั้นสอง

    การก่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมริมทะเลแดงของอียิปต์ รวมถึงเมืองชาร์ม เอล-ชีค เริ่มขึ้นในซีนายใต้ช่วงทศวรรษ 1980 หลายคนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองของอารามนักบุญแคทเธอรีนตอนนี้มีความคล้ายคลึงกัน

    “ชาวเบดูอินคือผู้คนดั้งเดิมของภูมิภาคนี้ พวกเขาทำงานเป็นไกด์หรือคนนำทาง เป็นแรงงาน และผู้เช่าที่พัก” โมฮันนาด ซาบรี นักข่าวชาวอียิปต์ กล่าว

    “แต่เมื่อการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมเข้ามา พวกเขาก็ถูกผลักไสออกไป ไม่ใช่แค่ถูกผลักออกจากธุรกิจนี้เท่านั้น แต่ยังถูกผลักไสให้ออกจากพื้นที่ที่พวกเขาเคยมีบทบาทสำคัญ และถูกลดบทบาทให้เป็นเพียงฉากหลัง”

    The hotel building still appears to be mostly a shell, and around four storeys high. Smaller buildings, also in the valley and still under construction, can be seen in the background, with the surrounding mountains in the background

    ที่มาของภาพ, Ben Hoffler

    คำบรรยายภาพ, โรงแรมแห่งหนึ่งที่กำลังก่อสร้างในที่ราบเอล-ราฮาในปี 2024

    เช่นเดียวกับพื้นที่ริมทะเลแดง คาดว่าชาวอียิปต์จากภูมิภาคอื่นจะถูกนำเข้ามาทำงานในโครงการพัฒนาเมืองอารามนักบุญแคทเธอรีนแห่งใหม่

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลระบุว่ากำลัง “ยกระดับ” พื้นที่อยู่อาศัยของชาวเบดูอินด้วย

    อารามนักบุญแคทเธอรีนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงหลายพันปีกว่าที่ผ่านมา โดยเมื่อนักบวชที่มีอาวุโสสูงสุดในอาราม ณ ขณะนี้ย้ายมาอยู่ที่นี่ครั้งแรก ขณะนั้นอารามก็ยังคงเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนอันห่างไกล

    สถานะเช่นนั้นเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเกิดการขยายตัวของรีสอร์ตริมทะเลแดง ซึ่งทำให้มีผู้แสวงบุญนับพันคนมาเยือนอารามแห่งนี้แบบไปเช้าเย็นกลับในช่วงเวลาคับคั่ง

    ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มักเห็นฝูงชนจำนวนมากเดินผ่านสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นเศษซากของพุ่มไม้ที่ลุกไหม้ หรือเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงหน้าต้นฉบับโคเด็กซ์ ซีนายติกัส (Codex Sinaiticus) ซึ่งเป็นต้นฉบับคัดลายมือของพันธสัญญาใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงหลงเหลืออยู่เกือบครบถ้วน

    ปัจจุบัน แม้อารามและความศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอันลึกซึ้งของสถานที่จะยังคงอยู่ แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษ ดูเหมือนจะกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่อาจย้อนกลับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c3drzr022g7o&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s0ykxWErgJruZuY8P3ukl

  • เลือกข้างแล้ว! นักแสดงอินเดีย ขอลาออกจากทูตเขมร ลั่น ไทยคือบ้านหลังที่ 2

    เลือกข้างแล้ว! นักแสดงอินเดีย ขอลาออกจากทูตเขมร ลั่น ไทยคือบ้านหลังที่ 2

    กากัน มาลิค ลาออกจากทูตท่องเที่ยวเขมร-ขอโทษคนไทย

    เกิดอะไรขึ้น? ‘กากัน มาลิค’ ขอลาออกจากทูตท่องเที่ยวกัมพูชา เพื่อให้เกียรติ ลั่น ประเทศไทยคือบ้านหลังที่ 2 ขอโทษจากใจจริง เผย 10 ปีที่ผ่านมา เคยช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจบริสุทธิ์

    เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กากัน มาลิค (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เป็นที่รักจากบทบาทเจ้าชายสิทธัตถะ ออกมาแถลงการณ์ขอโทษแฟน ๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา เพื่อแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนที่กำลังตึงเครียด

    กากัน มาลิค ได้เริ่มต้นแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก Gagan Malik เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า ‘นโม พุทธาย’ ก่อนจะเอ่ยขอโทษแฟนๆ ชาวไทยอย่างจริงใจ ระบุว่า “ผมต้องขออภัยอย่างจริงใจต่อแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน หากการเดินทางเยือนกัมพูชาของผมเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้สร้างความเจ็บปวดใด ๆ ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม และผมมีความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อประเทศนี้”

    พร้อมทั้งชี้แจงเพิ่มเติมว่า การเดินทางไปยังกัมพูชาก่อนหน้านี้เป็นการนำกลุ่มทัวร์ไปเยือนเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดการเดินทางไปกัมพูชา 3 วัน และประเทศไทย 5 วัน ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างความไม่สบายใจใด ๆ

    “เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาโดยไม่มีค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุด และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และได้ก้าวออกมาจากความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว การตัดสินใจของผมถือเป็นที่สิ้นสุดและเกิดขึ้นด้วยความชัดเจนอย่างที่สุด”

    เพื่อตอกย้ำถึงความรักและความผูกพันที่เขามีต่อประเทศไทย นักแสดงหนุ่มได้กล่าวถึงสิ่งที่เขาได้ทำเพื่อประเทศไทยตลอดมา เผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เขาได้ทำงานในโครงการมากมายในประเทศไทยเพื่อช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ ปัจจุบันเขากำลังสร้างวัดในประเทศอินเดียที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงความรักและความเคารพต่อประเทศไทย

    กากัน มาลิค ขอโทษคนไทย
    ภาพจาก Facebook : Gagan Malik
    กากัน มาลิค
    ภาพจาก Facebook : Gagan Malik
    กากัน มาลิค - 2
    ภาพจาก Facebook : Gagan Malik

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1463699/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OujuPhXSbKIcGNDgbBACC

  • “กากัน มาลิค”ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา ขออภัยคนไทยที่ทำให้เจ็บปวด ชี้ไทยคือบ้านหลังที่ 2

    “กากัน มาลิค”ประกาศลาออกทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา ขออภัยคนไทยที่ทำให้เจ็บปวด ชี้ไทยคือบ้านหลังที่ 2

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    กากัน มาลิค นักแสดงอินเดีย ผู้เคยรับบท ‘สิทธัตถะ’ ในซีรีส์ พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก’ โพสต์ภาพตนเองถือธงไทย พร้อมระบุว่า นะโม พุทธายะ

    “ผมขอกราบขอโทษอย่างจริงใจต่อแฟนๆ ชาวไทยทุกท่าน หากการเดินทางไปกัมพูชาล่าสุดของผม ได้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ

    ประเทศไทยถือเป็นบ้านหลังที่สองของผม และผมมีความเคารพต่อประเทศนี้อย่างลึกซึ้งที่สุด

    เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อประเทศไทย ผมได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ และยุติบทบาทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การตัดสินใจครั้งนี้เป็นที่สุด และทำด้วยจิตใจที่ชัดเจน

    การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมนำคณะไปเยือนกัมพูชา 3 วัน และต่อด้วยประเทศไทยอีก 5 วัน ผมไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้ใครไม่สบายใจเลย

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำงานในหลายโครงการที่ประเทศไทยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจที่บริสุทธิ์ทั้งหมดของผม อีกทั้งผมยังได้สร้างวัดที่ประเทศอินเดียโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความรักและความเคารพที่ผมมีต่อประเทศไทย

    ประเทศไทยจะเป็นสถานที่พิเศษในใจของผมเสมอ ผมขออภัยอีกครั้งอย่างสุดซึ้งหากได้สร้างความไม่สบายใจ และผมสัญญาว่าจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนชาวไทยจะเข้าใจผมมากขึ้น และผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศที่งดงามแห่งนี้

    ผมซาบซึ้งในความรักและการสนับสนุนของทุกท่านเสมอ 🙏”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000092749&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HtdqIXrocotzDUllpoPCg

  • กากัน มาลิค ผู้รับบท สิทธัตถะ ประกาศลาออกจากทูตท่องเที่ยวกัมพูชา

    กากัน มาลิค ผู้รับบท สิทธัตถะ ประกาศลาออกจากทูตท่องเที่ยวกัมพูชา

    กากัน มาลิค

    ด่วน! “กากัน มาลิค” ผู้รับบท “สิทธัตถะ” ประกาศลาออกจากทูตท่องเที่ยวกัมพูชา “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม” พร้อมถือธงชาติไทย

    กลายเป็นที่จับตามองในโลกโซเชียลทันที เมื่อ กากัน มาลิค (Gagan Malik) นักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย ผู้เป็นที่รู้จักจากบท “เจ้าชายสิทธัตถะ” ในภาพยนตร์ พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ประกาศ ลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา อย่างเป็นทางการ พร้อมถือธงชาติไทยในภาพประกอบ และยืนยันหัวใจชัดเจนว่า

    “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม”

    โดยกากัน มาลิค เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า เขารู้สึกเสียใจหากการเดินทางไปกัมพูชาล่าสุด ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมระบุว่า ตำแหน่งทูตดังกล่าวที่ได้รับจากรัฐบาลกัมพูชาเมื่อต้นปี 2568 เป็น ตำแหน่งกิตติมศักดิ์โดยไม่มีค่าตอบแทน แต่เพื่อแสดงความเคารพต่อประเทศไทย เขาตัดสินใจ ยุติบทบาททั้งหมดในทันที

    “การตัดสินใจครั้งนี้เป็นที่สุด และทำด้วยจิตใจที่ชัดเจน”

    ขออภัยแฟน ๆ ชาวไทย – ย้ำความรักและความผูกพันลึกซึ้ง

    ในถ้อยแถลงของกากัน เขาได้ขอ ขมาลาโทษอย่างจริงใจ ต่อคนไทยทุกคน พร้อมทบทวนบทบาทของตัวเองที่ผ่านมาในฐานะผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยระบุว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เขาเคยทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับธรรมะในไทยหลายครั้ง และยังได้สร้างวัดในอินเดียที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทยอีกด้วย

    “ผมไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้ใครไม่สบายใจเลย ผมรักประเทศไทย และจะระมัดระวังให้มากขึ้นในอนาคต”

    การแสดงออกในครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟน ๆ ชาวไทยจำนวนมาก ที่รู้สึกประทับใจในท่าทีและความเคารพของนักแสดงหนุ่มแดนภารตะคนนี้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่คนไทยโดยสายเลือด แต่กลับยืนหยัดเพื่อรักษาน้ำใจของคนไทยด้วยจิตใจที่งดงาม

    ขอบคุณข้อมูลจาก : Gagan Malik

    กากัน มาลิค

    ด่วน! “กากัน มาลิค” ผู้รับบท “สิทธัตถะ” ประกาศลาออกจากทูตท่องเที่ยวกัมพูชา “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของผม” พร้อมถือธงชาติไทย กลายเป็นที่จับตามองในโล […]

    แม่ทัพภาค2

    แม่ทัพภาคที่ 2 ทำพิธีเชิญธงชาติและร่วมร้องเพลงชาติกับทหารกล้ายอดภูมะเขือ ก่อนเกษียณอายุราชการอีก 2 วัน

    ทหารไทยปะทะเขมร

    เปิด คลิปเต็ม ทหารกองกำลังสุรนารี – ตํารวจตระเวนชายแดน 22 ร่วมกันปกป้องอธิปไตยไทย ปะทะทหารเขมรอย่างดุเดือด

    Miss Asia Pacific International

    ดราม่าข้ามประเทศ! คนไทยเดือด “เขมร ลอกชุด พระแม่ธรณี” บนเวที Miss Asia Pacific International – เทียบชัดเคยเป็นของ “แอนโทเนีย” รองอันดับ 1 […]

    เจ๊เกียวเสียชีวิตรถทัวร์

    เจ๊เกียว สุจินดา เชิดชัย เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย เสียชีวิตแล้ว วัย 88 ปี พบเป็นหญิงแกร่งประวัติไม่ธรรมดา

    เบบี๋ สุพรรณี

    “เบบี๋ สุพรรณี” สะเทือนเวที! ใส่ชุดเปิดอกสุดแซ่บ โชว์เรือนร่างเซ็กซี่กลางงานโชว์ตัว – แฟนคลับแห่ชมเพียบ กลับมาเป็นกระแสร้อนอีกครั้ง สำหรับ […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.brighttv.co.th/entertain/gagan-malik&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gMiohIvcA-vfZjCdlhyM1