Category: ท่องเที่ยว

  • OR ฤดูกาลท่องเที่ยว ดันรายได้Q3ฟื้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    OR ฤดูกาลท่องเที่ยว ดันรายได้Q3ฟื้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – OR หรือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก โดย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับลง แนวโน้มกําไร Q3/68 คาดฟื้นตัวได้จากฤดูกาลท่องเที่ยว ดันความต้องการใช้น้ำมันตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น

    รวมทั้งการขยายสาขา Café Amazon และร้านสะดวกซื้อยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ประเมินราคาเป้าหมายระยะสั้นไว้ที่ 14.50 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/02/583065/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Zz9m-_IccBzkZSDnxudiy

  • สลด! คู่รักจีนลงเล่นน้ำ คลื่นซัดจมหายต่อหน้าต่อตา ที่หาดในหาน – ข่าวภูเก็ต

    สลด! คู่รักจีนลงเล่นน้ำ คลื่นซัดจมหายต่อหน้าต่อตา ที่หาดในหาน – ข่าวภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2594-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B3-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599-13539.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gqMKBnyNZAwxgbrA-WwyP

  • งานพระสมุทรเจดีย์ 2568 เที่ยวงานเจดีย์ปากน้ำ สมุทรปราการ สนุก อิ่มบุญ

    งานพระสมุทรเจดีย์ 2568 เที่ยวงานเจดีย์ปากน้ำ สมุทรปราการ สนุก อิ่มบุญ

    งานพระสมุทรเจดีย์ 2568 หรืองานเจดีย์สมุทรปราการเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นสืบต่อกันมานานให้ชาวสมุทรปราการ นักท่องเที่ยวที่สนใจ หรือผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้เดินทางไปชมขบวนแห่เจดีย์กลางน้ำ สนุกไปกับกิจกรรมและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ รวมถึงทำบุญเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งงานพระสมุทรเจดีย์ 2568 จัดที่ไหน กี่วัน เช็กไฮไลต์กิจกรรม และตารางคอนเสิร์ตที่นี่

    งานพระสมุทรเจดีย์ 2568 จัดวันไหน ที่ไหน

    งานพระสมุทรเจดีย์ปี 68 จัดขึ้นในวันที่ 12-23 ตุลาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 12 คืน 12 วัน โดยงานจะจัดบริเวณอำเภอเมืองสมุทรปราการและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ สามารถเดินทางไปร่วมงานกันได้

    ไฮไลต์กิจกรรม พร้อมตารางงานพระสมุทรเจดีย์ 2568

    งานพระสมุทรเจดีย์ปากน้ำมาพร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ เช่น

    • วันที่ 11 ตุลาคม 2568 ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงาน
    • วันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. มีพิธีเปิดงาน และเวลา 14.00 น. พิธีห่มผ้าองค์พระสมุทรเจดีย์
    • วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ประกอบพิธีเวียนเทียนสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์
    • ขบวนแห่เจดีย์กลางน้ำ ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
    • การทำบุญสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์เสริมสิริมงคล
    • เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน และคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง
    • เวทีการประกวด การแข่งขันกีฬา และกิจกรรมสำหรับเด็กๆ
    • ร้านค้าสตรีทฟู้ด ร้านอาหารชื่อดัง ทั้งของกินและของใช้

    ตารางคอนเสิร์ตงานพระสมุทรเจดีย์ 2568 มีใครมาบ้าง

    หนึ่งในไฮไลต์เด็ดของกิจกรรมในงานเจดีย์ปากน้ําสมุทรปราการ คือ การชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยมีตารางแสดง ดังนี้

    • วันที่ 12 ตุลาคม 2568 : โจอี้ ภูวศิษฐ์
    • วันที่ 13 ตุลาคม 2568 : ONLY MONDAY
    • วันที่ 14 ตุลาคม 2568 : Wanmai
    • วันที่ 15 ตุลาคม 2568 :  โป่ง หิน เหล็ก ไฟ
    • วันที่ 16 ตุลาคม 2568 : SPRITE
    • วันที่ 17 ตุลาคม 2568 : Fiixd, 1Mill, SNB, 4Bang และ Birdman
    • วันที่ 18 ตุลาคม 2568 : RACHYO
    • วันที่ 19 ตุลาคม 2568 : เสือ ธนพล
    • วันที่ 20 ตุลาคม 2568 : Younggu, Diamond และ Gunner
    • วันที่ 21 ตุลาคม 2568 : ก้านตอง ทุ่งเงิน
    • วันที่ 22 ตุลาคม 2568 : มนต์แคน แก่นคูณ
    • วันที่ 23 ตุลาคม 2568 : น้าหมู พงษ์เทพ

    วิธีการเดินทางไปงานพระสมุทรเจดีย์ 2568 ทำอย่างไรได้บ้าง

    การเดินทางมาร่วมงานงานเจดีย์ปากน้ํา 2568 สมุทรปราการ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

    • รถไฟฟ้า BTS : ลงที่สถานีปากน้ำ ทางออก 6
    • เรือข้ามฟาก : หากมาจากฝั่งอำเภอเมืองสมุทรปราการให้ขึ้นเรือจากท่าเรือบริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ แต่หากมาฝั่งพระสมุทรเจดีย์ให้ลงเรือที่ท่าเรือพระสมุทรเจดีย์  
    • รถโดยสาร : รถสองแถวและรถประจำทาง สามารถขึ้นจากตัวเมืองสมุทรปราการไปยังพระสมุทรเจดีย์ได้
    • รถยนต์ส่วนตัว : ปักหมุดอำเภอพระสมุทรเจดีย์ โดยจอดรถบริเวณใกล้เคียง

    อย่างไรก็ดี ช่วงที่มีการจัดงานพระสมุทรเจดีย์ 2568 อาจส่งผลให้การจราจรบริเวณใกล้เคียงติดขัด หากใครสัญจรในเส้นทางดังกล่าว หรือขับรถยนต์ส่วนตัวมา แนะนำให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2886405&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pERR-BnyykSF-g_4Ws1jx

  • กกร.จี้เบิกจ่ายงบ กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

    กกร.จี้เบิกจ่ายงบ กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

    กกร.จี้เบิกจ่ายงบ กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

    วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กกร.ประจำเดือนตุลาคม 2568 ว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับภาคเอกชน ผ่านการประชุมกับทั้ง 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

    ทั้งนี้หลายข้อเสนอของภาคเอกชนได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาลแล้ว กกร.จึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านโยบายเหล่านี้จะได้รับการผลักดันให้เกิดผลอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคงต่อไป โดย กกร.พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ในช่วงระยะเวลาก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้มาตรการด้านเศรษฐกิจไม่สะดุด และสามารถสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน โดย กกร.ได้เสนอร่างพิมพ์เขียว เวที “Reinvent Thailand” เพื่อเป็นกรอบการทำงานที่รวดเร็วและคล่องตัว เหมาะสมกับบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

    ในช่วงที่ผ่านมาการเร่งส่งออกที่หนุนเศรษฐกิจโลกเริ่มแผ่วลง เศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นี้และในปี 2569 มีทิศทางชะลอตัว โดย OECD ประเมิน GDP โลกปี 2568 เติบโต 3.3% แต่ปัจจัยลบจากการขึ้นภาษี ซึ่งกระทบการใช้จ่ายและการจ้างงาน จะกดดันเศรษฐกิจโลกปี 2569 ให้ชะลอลงเหลือเติบโต 2.9% ทั้งนี้การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯจะหดตัว ภูมิภาคอาเซียนจะหดตัว 9.7% ส่วนไทยจะหดตัว 12.7% ตามการประเมินของ UNDP สะท้อนความเปราะบางของการค้าโลก

    อย่างไรก็ตามปัจจุบันค่าเงินบาทยังแข็งค่า และมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ยังขาดข้อมูลเชิงลึกเพื่ออธิบายผลกระทบจากธุรกรรมทองคำและคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบ ซึ่งทำให้ตัวเลขดุลการชำระเงินส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในหมวด “Errors & Omissions” โดยไม่สามารถจำแนกได้ชัดเจน กกร.จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูล เร่งแยกแยะและวิเคราะห์ผลกระทบของธุรกรรมเหล่านี้ต่อภาคเศรษฐกิจจริง(Real Sector) พร้อมทั้งพิจารณามาตรการเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างสมดุลในระยะยาว ที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า อาทิ การจัดตั้งกองทุน Sovereign Wealth Fund เพื่อเป็นกลไกเพิ่มเติมตอบโจทย์กับกิจกรรมการเคลื่อนย้ายเงินทุน ไม่ยึดติดกับผลิตภัณฑ์เดิม รองรับและบริหารความผันผวนอย่างเป็นระบบ

    ทั้งนี้ กกร.ยังคงประมาณการส่งออกปี 2568 นี้เติบโต 2-3% โดยค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยและการท่องเที่ยว แต่หากมีการดูแลเสถียรภาพและทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวเลขการส่งออกปรับตัวสูงขึ้นได้ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ดังนั้น กกร.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทบทวนประมาณการการส่งออกอีกครั้งในการประชุมเดือนหน้า

    นอกจากนี้ไทยต้องเร่งยกระดับ Regional Value Content (RVC) เนื่องจากหากไม่สามารถรักษาระดับที่เหมาะสมได้ อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ และส่งผลต่อแรงงานราว 4 แสนคนที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาการใช้วัตถุดิบในประเทศ และเสริมสร้างอุตสาหกรรมต้นน้ำให้แข็งแรง โดยมี RVC ที่เหมาะสมอยู่ที่ 40% ซึ่งจะเป็นเกณฑ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงในตลาดโลก

    “คาดปี 2568 นี้ทั้งปีเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ที่ 1.8-2.2% ตามที่ประเมินไว้เดิม แต่หากสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ให้ได้ 1 ใน 3 ของงบประมาณภายในสิ้นปี 2568 นี้ กระตุ้นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ไปถึง 34 ล้านคน ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส สนับสนุน SMEs และ Made In Thailand ตามแนวทาง Quick Big Win ของรัฐบาล จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ให้เติบโตได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่เติบโต 2.5%”นายพจน์ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม กกร.มีความกังวลเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เนื่องจากมีบางมาตราที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และเพิ่มภาระต้นทุนในการจ้างงานให้กับนายจ้าง นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ.ยังขาดการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบและรอบด้าน ดังนั้น กกร.จึงขอให้มีการทบทวนร่าง พ.ร.บ. และขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมาธิการในการพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อสะท้อนความเห็นและมุมมองต่อการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง รวมทั้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและภาพรวมเศรษฐกิจไทย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/918141&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MfsJ3wsjUBCNFharRurmW

  • รีวิว “หนึ่งเดียวในโลก อุ้มพระดำน้ำ เพชรบูรณ์”

    รีวิว “หนึ่งเดียวในโลก อุ้มพระดำน้ำ เพชรบูรณ์”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/PO8xMJ9k2M7O&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MA5p078bSPd8PYvxH4tqG

  • วัดถาวรชัยศิริ วัดสวยสไตล์ขอม จังหวัดชัยภูมิ ที่สุดอันซีน

    วัดถาวรชัยศิริ วัดสวยสไตล์ขอม จังหวัดชัยภูมิ ที่สุดอันซีน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/KoOW0prGWOOo&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jhhRofwNOBghHpBd3_IQz

  • รีวิว “ดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น พิจิตร”

    รีวิว “ดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น พิจิตร”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/5ZKv9OemqY1x&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k5u5IbnHw5Asumv1Dvy_J

  • เตรียมปักหมุดเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟนครพนม” เทศกาลแสงไฟแห่งศรัทธา ที่ต้องชมสักครั้งในชีวิต

    เตรียมปักหมุดเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟนครพนม” เทศกาลแสงไฟแห่งศรัทธา ที่ต้องชมสักครั้งในชีวิต

    เตรียมปักหมุดเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟนครพนม” เทศกาลแสงไฟแห่งศรัทธา ที่ต้องชมสักครั้งในชีวิต

    เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์สุดมหัศจรรย์ริมฝั่งโขง กับงาน “มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568” ที่จะเนรมิตท้องน้ำให้สว่างไสวด้วยแสงไฟแห่งศรัทธา ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดและถนนสุนทรวิจิตร เลียบแม่น้ำโขง เมืองนครพนม

    งานเทศกาลนี้ไม่ธรรมดา เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ผสานความเชื่อ ศิลปะ และวิถีชีวิตของผู้คนลุ่มน้ำโขงไว้เป็นหนึ่งเดียว ชวนนักเดินทางสายไลฟ์สไตล์ และนักชิมมาสัมผัสเสน่ห์แห่งอีสานที่ไม่เหมือนใคร

    ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย คือ ความตระการตาของ “เรือไฟยักษ์” ศิลปะบนผืนน้ำ ภาพขบวนเรือไฟขนาดยักษ์ที่ประดับประดาด้วยตะเกียงไฟนับหมื่นดวง เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ บนลำน้ำโขงยามค่ำคืน เกิดเป็นภาพสะท้อนบนผืนน้ำที่งดงามราวกับความฝัน ท่ามกลางการแสดงแสง สี เสียงสุดอลังการ พลุรักษ์โลก และโดรนแปรอักษรสุดล้ำสมัย สร้างความประทับใจชนิดที่ว่าต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

    ตลอด 12 วัน 12 คืน บรรยากาศริมโขงจะคึกคักมีชีวิตชีวาไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ครบเครื่องเรื่อง กิน-เที่ยว-วัฒนธรรม เช่น

    • สายวัฒนธรรม: ห้ามพลาด พิธีรำบูชาพระธาตุพนม อันศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่เรือไฟบกที่งดงามจากนานาชาติในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (ไทย จีน เวียดนาม ลาว)
    • สายช้อป-ชิม: เดินเพลินใน ตลาดโบราณ ลิ้มลองอาหารพื้นบ้านรสเด็ด และเลือกซื้อสินค้า OTOP คุณภาพจากชุมชน พร้อมลุ้นโชคกับร้านมัจฉากาชาด
    • สายชิล: ดื่มด่ำกับ “มหกรรมไม้ไผ่ จากลำไม้สู่เรือไฟ” ที่รวมผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่กว่า 40 ร้าน และเพลิดเพลินกับ “ดนตรีไม้ไผ่” นวัตกรรมทางวัฒนธรรมที่ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล
    • สายสปอร์ต: ส่งเสียงเชียร์สุดมันส์กับการ แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว สานสัมพันธ์สองฝั่งโขง

    ไฮไลต์งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ประจำปี 2568

    • การประกวดเรือไฟชิงถ้วยพระราชทาน ชมความวิจิตรของเรือไฟ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความเป็นหนึ่ง
    • โชว์ม่านน้ำ “แสงไฟแห่งศรัทธา” การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมสุดยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในโลก
    • พลุรักษ์โลกและโชว์โดรน เทคโนโลยีล้ำสมัยที่มาสร้างสีสันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

    งานไหลเรือไฟนครพนมไม่ได้เป็นเพียงความสวยงามของแสงไฟ แต่คือจิตวิญญาณและพลังแห่งศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างผู้คนกับสายน้ำโขง เตรียมแพ็คกระเป๋าแล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษนี้ เพื่อให้ “แสงไฟแห่งศรัทธา” ส่องสว่างในความทรงจำของคุณ

    ข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2886373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0omsxIrrV3D_zOFVfjbBpR

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรง “กรุงเทพฯ – โซล” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรง “กรุงเทพฯ – โซล” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมให้บริการเที่ยวบินตรงทุกวัน ด้วยเส้นทางบินใหม่ระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – โซล (อินชอน) อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และเพิ่มศักยภาพการเดินทางระหว่างเกาหลีใต้และประเทศไทยให้คล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและเกาหลีใต้สามารถเดินทางถึงจุดหมายได้สะดวกรวดเร็ว รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา และการลงทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ที่พร้อมมอบบริการคุ้มค่า และสะดวกสบาย

    พิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เที่ยวบินที่ VZ851 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1ตุลาคม 2568 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน โดยมีผู้บริหารจากหลายหน่วยงานที่มาร่วมแสดงความยินดีในการเปิดตัวในครั้งนี้ ได้แก่ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐเกาหลี, นายหลวง ทรุง อัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์, นายชิน ดง อิก ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน, นายพัฒนพงศ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ กรุงโซล ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากไทยและเกาหลีใต้ที่ให้เกียรติมาร่วมพิธีตัดริบบิ้นเพื่อเปิดตัวเที่ยวบินปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้มีการมอบของที่ระลึกพิเศษให้แก่ผู้โดยสารเที่ยวบินแรก โดยเป็นการตอกย้ำความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างเกาหลีใต้และประเทศไทย

    นายหลวง ทรุง อัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์กล่าวว่า “เวียตเจ็ทไทยแลนด์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในวันนี้ ที่เปิดตัวเส้นทางบินปฐมฤกษ์เชื่อมระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยการบินระหว่างกรุงเทพฯและกรุงโซล บินตรงทุกวัน เส้นทางใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกและประสบการณ์ในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมถึงสนับสนุนโอกาสทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศร่วมกัน

    ในโอกาสนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้โดยสารทุกท่านที่มีส่วนทำให้ก้าวสำคัญครั้งนี้เกิดขึ้นได้ และเราหวังว่าจะได้สานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง”

    สำหรับเที่ยวบิน VZ850 ในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่วันนี้ – 25 ต.ค.2568 จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 01.45 น. และถึงกรุงโซล (อินชอน) เวลา 09.20 น. ขณะที่เที่ยวบินขากลับ VZ851 จะออกจากกรุงโซล เวลา 11.55 น. และเดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 15.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

    ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 – 28 มีนาคม 2569 จะปรับใช้ตารางบินฤดูหนาว โดยเที่ยวบิน VZ850 จะออกจากกรุงเทพฯ เวลา 07.20 น. และเดินทางถึงกรุงโซล เวลา 14.45 น. ส่วนเที่ยวบินขากลับ VZ851 จะออกจากกรุงโซล เวลา 15.45 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.55 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

    ด้วยเส้นทางบินใหม่ระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – โซล (อินชอน)  เวียตเจ็ทไทยแลนด์ จะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีสามารถเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์และประสบการณ์ท่องเที่ยวประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบาย และโซลก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ผสานเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังเคียงบกกุง หมู่บ้านฮันอกแบบเกาหลีดั้งเดิม แฟชั่นเกาหลีทันสมัย วัฒนธรรมเคป็อป (K-pop) และอาหารสตรีทฟู้ดแสนอร่อยที่ไม่ควรพลาด

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบการเดินทางที่เข้าถึงได้และเต็มไปด้วยความสุข โดยล่าสุดได้รับรางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2025” (Best Low-Cost Airline Brand, Thailand 2025) จาก Global Brand Awards และรางวัล “สายการบินที่มีพนักงานต้อนรับบนเครื่องเป็นมิตรต่อผู้โดยสารมากที่สุด ปี 2025” (Most Passenger-Friendly Cabin Crew – 2025) จาก International Finance Magazine พร้อมเดินหน้ายึดมั่นในคุณค่าด้านความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดคุ้มของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล https://www.facebook.com/VietJetThailand หรือ TikTok https://www.tiktok.com/@thaivietjet เพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดพร้อมสำรองที่นั่งบัตรโดยสารราคาพิเศษได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ www.vietjetair.com

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/01/583039/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F0yYJiwFGyD4EG2ptmIzV

  • ฟิทช์ เรทติ้งส์ ห่วงสถานะการคลังไทยด้อยลง แม้ยังจัดหาเงินต้นทุนต่ำช่วยชดเชยขาดดุล

    ฟิทช์ เรทติ้งส์ ห่วงสถานะการคลังไทยด้อยลง แม้ยังจัดหาเงินต้นทุนต่ำช่วยชดเชยขาดดุล

    ฟิทช์ เรทติ้งส์ เผย ประเทศไทยเผชิญ แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ การปรับตัวลดลง ของฟิทช์ เรทติ้งส์ เผย ประเทศไทยเผชิญ แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ การปรับตัวลดลง ของความสามารถในการรองรับความเสี่ยงทางการคลัง (fiscal buffer) และภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

    งานสัมมนาของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) หัวข้อ “Global Risks and Regional Economics & Bank Outlook โธมัส รูคมาเคอร์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มจัดอันดับเครดิต ประเทศในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ฮ่องกง) บรรยายถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยคาดว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.4% ในปี 2568 จาก 2.9% ในปี 2567 จากภาวะการชะลอตัว ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่มีมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสำหรับประเทศในเอเชีย

    โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่การส่งออกของประเทศจีนยังคงทรงตัวได้ โดยบางส่วนเป็นการเปลี่ยน เป้าหมายการส่งออกไปยังประเทศปลายทางอื่น ส่วนการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลง ก็ส่งผลให้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง (fiscal consolidation) มีความล่าช้า เนื่องจากความไม่พอใจของประชาชนในประเทศ นำไปสู่การประท้วงด้านธรรมาภิบาล หรืออัตราค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

    ทั้งนี้ สถานะทางการคลังของประเทศไทยได้ปรับตัวด้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลจะยังสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ด้วยต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน ในขณะที่สถานะหนี้สินต่างประเทศ (external finance) ยังคงเป็นจุดแข็งที่สำคัญ

    ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลที่ ‘BBB+ ’ของประเทศไทย เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อฐานะการคลังของประเทศ จากความไม่แน่นอน ด้านนโยบายที่ยืดเยื้อ ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ล่าช้า และการลดระดับหนี้ ของภาคครัวเรือน (household deleveraging)

    ด้านแนวโน้มการดำเนินงานของภาคธนาคาร โดย พาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่ากำไรและคุณภาพสินทรัพย์ ของภาคธนาคารไทยมีแนวโน้มถดถอยลง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ มีแนวโน้ม ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ SME ฟิทช์ คาดว่าแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 จะยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ การเติบโตของสินเชื่อ ในระดับต่ำและอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวลดลง

    แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรองรับความเสี่ยง (loss absorption buffers) เช่น อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ และฐานะเงินกองทุน (core capital) ของภาคธนาคารยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับธนาคารในภูมิภาค และเกณฑ์มาตรฐานของฟิทช์ อีกทั้งยังเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนโครงสร้างเครดิต ที่พิจารณาจากฐานะการเงินของตัวธนาคารเอง (standalone credit profile) แม้ว่าอันดับเครดิตสากลของประเทศไทย จะมี “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ”
    ความสามารถในการรองรับความเสี่ยงทางการคลัง (fiscal buffer) และภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ 

    งานสัมมนาของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) หัวข้อ “Global Risks and Regional Economics & Bank Outlook โธมัส รูคมาเคอร์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มจัดอันดับเครดิต ประเทศในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ฮ่องกง) บรรยายถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยคาดว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.4% ในปี 2568 จาก 2.9% ในปี 2567 จากภาวะการชะลอตัว ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่มีมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสำหรับประเทศในเอเชีย 

    โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่การส่งออกของประเทศจีนยังคงทรงตัวได้ โดยบางส่วนเป็นการเปลี่ยน เป้าหมายการส่งออกไปยังประเทศปลายทางอื่น ส่วนการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลง ก็ส่งผลให้มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง (fiscal consolidation) มีความล่าช้า เนื่องจากความไม่พอใจของประชาชนในประเทศ นำไปสู่การประท้วงด้านธรรมาภิบาล หรืออัตราค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น 

    ทั้งนี้ สถานะทางการคลังของประเทศไทยได้ปรับตัวด้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลจะยังสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ด้วยต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน ในขณะที่สถานะหนี้สินต่างประเทศ (external finance) ยังคงเป็นจุดแข็งที่สำคัญ 

    ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลที่ ‘BBB+ ’ของประเทศไทย เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อฐานะการคลังของประเทศ จากความไม่แน่นอน ด้านนโยบายที่ยืดเยื้อ ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ล่าช้า และการลดระดับหนี้ ของภาคครัวเรือน (household deleveraging) 

    ด้านแนวโน้มการดำเนินงานของภาคธนาคาร โดย พาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่ากำไรและคุณภาพสินทรัพย์ ของภาคธนาคารไทยมีแนวโน้มถดถอยลง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ มีแนวโน้ม ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ SME ฟิทช์ คาดว่าแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2569 จะยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ การเติบโตของสินเชื่อ ในระดับต่ำและอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวลดลง 

    แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรองรับความเสี่ยง (loss absorption buffers) เช่น อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ และฐานะเงินกองทุน (core capital) ของภาคธนาคารยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับธนาคารในภูมิภาค และเกณฑ์มาตรฐานของฟิทช์ อีกทั้งยังเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนโครงสร้างเครดิต ที่พิจารณาจากฐานะการเงินของตัวธนาคารเอง (standalone credit profile) แม้ว่าอันดับเครดิตสากลของประเทศไทย จะมี “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ”

    ABOUT THE AUTHOR

    โมจัง ลีลา

    Content Creator สำนักข่าว THE STANDARD WEALTH ผู้เชื่อมั่นว่าความมั่งคั่งที่ยั่งยืนสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/fitch-ratings-thailand-fiscal-concern/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw093L3uBxcb884Iz3jCQcQQ