Category: ท่องเที่ยว

  • “Quick Win” รัฐบาลอนุทิน ตัวช่วยประคองเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี?

    “Quick Win” รัฐบาลอนุทิน ตัวช่วยประคองเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี?

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์การแถลงนโยบายของรัฐบาล 29-30 ก.ย. 68 มาตรการ Quick Win ช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568

    รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 – 30 ก.ย. 2568 โดยนโยบาย 1 ใน 5 ด้านคือนโยบายเศรษฐกิจซึ่งในระยะสั้นเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อ แก้ปัญหาหนี้ ฟื้นภาคการท่องเที่ยว ดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และดูแลผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ขณะที่ในระยะปานกลางถึงยาวเน้นการรักษาวินัยทางการคลัง ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม (Reinvent Thailand)

    นโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น (Quick Win) ของรัฐบาลคาดว่าจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้นและประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยโครงการคนละครึ่งพลัส คาดว่าจะใช้ได้ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2568 จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในไตรมาสสุดท้ายของปีได้บ้าง โดยในเบื้องต้นหากวงเงินอยู่ที่ราว 6 หมื่นล้านบาท (รวมการให้เงินประชาชนทั่วไปในโครงการคนละครึ่ง 20 ล้านคน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน)

    คาดว่าจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายเพิ่มเติมคิดเป็นราว 0.15% ของ GDP ท่ามกลาง Marginal propensity to consume (MPC) ที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง

    อย่างไรก็ดี ยังคงต้องรอความชัดเจนเรื่องงบประมาณ เงื่อนไขการใช้จ่าย และสิทธิประโยชน์ที่กำหนด ขณะที่แรงหนุนเพิ่มเติมต่อ GDP ในปีนี้อาจมีไม่มากนัก เนื่องจากวงเงินดังกล่าวถูกจัดสรรไว้ในงบประมาณเดิมอยู่แล้ว

    สำหรับ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว รัฐบาลอาจพิจารณาออกมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งต้องรอรายละเอียดที่จะออกมา โดยผลต่อเศรษฐกิจคงขึ้นอยู่กับวงเงิน ช่วงเวลา พื้นที่และเงื่อนในการใช้จ่าย โดยการออกมาตรการในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอาจช่วยหนุนการเข้าร่วมโครงการได้ดีกว่าในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอาจกระทบการพิจารณาเดินทางท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวในประเทศยังเผชิญปัจจัยกดดันจากการการชะลอตัวของเศรษฐกิจและรายได้ รวมถึงแนวโน้มการเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยที่ปัจจุบันมีความสะดวกและคุ้มค่ามากขึ้นจากการทำตลาดของบริษัทนำเที่ยว ขณะที่ การฟื้นความเชื่อมั่นและเพิ่มการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความจำเป็น แต่อาจเผชิญความท้าทายท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

    สำหรับในระยะถัดไป ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) รวมถึงข้อกังวลสถานะการคลังจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) การดำเนินนโยบายทางการคลังต้องเน้นประสิทธิภาพทั้งฝั่งรายได้และรายจ่าย อีกทั้ง ต้องเข้มงวดกับกรอบวินัยทางการคลังมากขึ้น โดยมีแผนเพิ่มศักยภาพทางการคลัง (Fiscal Consolidation Plan) ที่ชัดเจนในการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มฐานการจัดเก็บรายได้ภาษี และการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลยังมีความท้าทายจากกรอบเวลาบริหารราชการในระยะสั้นๆ ที่ต้องให้ยุบสภาภายใน 4 เดือนนับจากวันที่ 1 ต.ค. 2568 อีกทั้ง การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจส่งผลต่อการผลักดันนโยบายหลัก และการเบิกจ่ายงบประมาณตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งรัฐบาลและช่วงรัฐบาลรักษาการซึ่งคาดว่าจะมีระยะเวลาทั้งสิ้นราว 8 เดือน

    และภายใต้กรอบเวลาสั้นๆ รัฐบาลมีอีกเครื่องมือในการประคองเศรษฐกิจโดยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะงบลงทุน โดยการเบิกจ่ายในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2568 (เดือนมิ.ย. – ก.ย.) ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเกิดจากช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

    ส่งผลให้ ณ วันที่ 26 ก.ย. 2568 การเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 60% ต่ำกว่าปีงบประมาณ 2567 ซึ่งอยู่ที่ 65% ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 มีแนวโน้มจะต่ำกว่าปีก่อนจากปัจจัยฐานสูงจากความต่อเนื่องของการเร่งรัดการเบิกจ่ายหลังงบประมาณปี 2567 อนุมัติล่าช้า 

    ที่มา : ศูนย์วิจัยสกิกรไทย

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/258238/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KTNpuvIKspUkHAr5VAeYN

  • ปลายฝนต้นหนาว! ภูกระดึงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติกว่า 6 เดือน

    ปลายฝนต้นหนาว! ภูกระดึงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติกว่า 6 เดือน

    ภูมิภาค

    ปลายฝนต้นหนาว! ภูกระดึงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาติกว่า 6 เดือน

    วันพุธ ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานเปิดฤดูท่องเที่ยวภูกระดึง ประจำปี 2569 โดยมีนักท่องเที่ยว เปิดภูวันแรกร่วม 200 คน และมีนักวิ่งร่วมซ้อมวิ่งก่อนการแข่งขั้นในช่วงวันที่ 6 ตุลาคนนี้ อีกประมาณ 100 คน

    นายภูวนัย มูลแวง   หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง  กล่าวว่า ก่อนจะเปิดภูกระดึงทางอุทยานฯ ภูกระดึงหลายวัน เราได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และปรับปรุงที่พัก ร้านอาหาร ทางเดินตามซำต่างๆ หลังปิดมากว่า 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้กลับฟื้นฟู สวยงาม หลังจากเกิดไฟไหม้ใหญ่บนภูกระดึงหลายปีที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียไปกว่า 3,400 ไร่ ธรรมชาติได้กลับมาฟื้นฟู ทุ่งหญ้า ป่าไม้กลับมาเขียวขจี รอรับนักท่องเที่ยวเปิดให้พักในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ทางอุทยานฯ ได้ปรับปรุงร้านค้าบนอุทยานฯภูกระดึงให้มีสภาพเรียบร้อย สะอาดเป็นระเบียบ กลมกลืนกับธรรมชาติ และสะอาดถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าปีนี้จะเดินทางมาพักผ่อนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าอากาศนี้จะหนาวและหนาวนาน

    ในขณะนี้เราได้เตรียมความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งมีการซักซ้อมการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ และได้มีการประชุมผู้ประกอบร้านค้าที่มีจำนวน 100 กว่าคน เพื่อให้เขาได้จัดเตรียมของให้เพียงพอ จัดทีมรักษาความปลอดภัยลูกหาย ให้พร้อมรองรับ จำนวนนักท่องเที่ยวทุกวัน ซึ่งในปีนี้เราจะเน้นในเรื่องให้นักท่องเที่ยวช่วยรักษาความสะอาด และให้นักท่องเที่ยวได้เข้าโครงการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และการนำถุงพลาสติกเข้ามา เราก็จะมีถุงผ้าให้เปลี่ยน เราก็ยังมีนำขยะลงมาจากยอดภูและมีใบประกาศให้เช่นเดิมเหมือนทุกปี

    ทางอุทยานฯมีมาตรการในการปฏิบัติงาน และมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการแพทย์ฉุกเฉินและก่อนนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปบนเขาจะมีการอบรมเพื่อความรู้ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตการท่องเที่ยวบนภูกระดึงและได้มีการจัดตั้งโครงการของหายได้คืน lost and found โดยในปีที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้จัดทำกิจกรรมดีๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นการส่งของที่ตกหล่น/หล่นหายในระหว่างเส้นทางท่องเที่ยว และในบริเวณต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คืนให้แก่เจ้าของ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีและได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ในช่วงนี้เป็นช่วง เปิดภูเขาแรกๆ ธรรมชาติจะสวยงาม มีทะเลหมอกตามผาต่างๆ เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวภูกระดึงกันเยอะๆ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจอุทยานแห่งชาติภูกระดึง – Phu Kradueng National Park หรือ โทร. 042-810833, 042-810834

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448699&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0l2NrLlYDT9bnfO-uqzu6x

  • ด่วน! แจ้งปิดการท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติออบขาน จ.เชียงใหม่ชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

    ด่วน! แจ้งปิดการท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติออบขาน จ.เชียงใหม่ชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

    สถานการณ์น้ำแม่ขาน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบขาน เวลา 7:10 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2568  เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตกหนัก ส่งผลให้ขณะนี้น้ำในอุทยานมีระดับสูงขึ้น ทางอุทยานฯ จะอัปเดตสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

    แจ้งเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงสถานการณ์น้ำท่าของลำน้ำขาน  พื้นที่ท้ายน้ำลำน้ำขานในพื้นที่อำเภอสันปาตอง เฝ้าระวังระดับน้ำต่อไป

    ปริมาณน้ำฝน
    ที่ทำการอุทยานฯ 13  มม.
    หน่วยพิทักษ์ที่ 1 แม่สาบ 33 มม. 
    หน่วยพิทักษ์ที่ 2 ทุ่งเริง 19 มม.
    หน่วยพิทักษ์ที่ 3 ห้วยหยวก 23  มม.
    หน่วยพิทักษ์ที่ 4 ห้วยตาด 20  มม.

    ขอบคุณข้อมูลจาก : เสพข่าวเชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/58239&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I8OF5nnZanGuVQLH55ITg

  • เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว Green Tourism ‘ชุมชนบ้านทุ่งเพล’ | เดลินิวส์

    เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว Green Tourism ‘ชุมชนบ้านทุ่งเพล’ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจันทบุรี ได้เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว Green Tourism “ชุมชนบ้านทุ่งเพล” อ.มะขาม จ.จันทบุรี สนองตอบนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ชวนหยุดเวลา ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ซึมซับพลังธรรมชาติไปกับเสน่ห์แห่งผืนป่า สายน้ำ และวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ยังคงความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

    default

    “บ้านทุ่งเพล” คือชุมชนเล็กๆ กลางผืนป่าใหญ่และสวนผลไม้พื้นถิ่นที่ร่มรื่น และสงบเงียบ และเป็นจุดหมายใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผู้ต้องการแสวงหาประสบการณ์การเข้าถึงธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยมลพิษ หรือความเร่งรีบของเมืองใหญ่ ได้ซึมซับประสบการณ์ Slow Life – Slow Travel ได้เต็มที่ ตั้งแต่เสียงน้ำไหลจากต้นน้ำเขาคิชกูฎผ่านเกาะแก่ง ลำธารใส และโขดหิน ความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์ ไปจนถึงเสียงนกป่าและสายลมที่ขับกล่อมอย่างเป็นธรรมชาติ

    ทุ่งเพลจึงโดดเด่นในฐานะ “Unseen Green Route” ที่ยังคงความบริสุทธิ์ ปราศจากมลพิษและความเร่งรีบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเปรียบเสมือนได้หยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ฟังเสียงธรรมชาติของป่าเขา ลำธาร และสายลมที่พัดผ่าน และใช้ชีวิตเวลาในวันพักผ่อนอย่างเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม

    ความงามของทุ่งเพลไม่ได้หยุดอยู่แค่ธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและยั่งยืนของผู้คนในชุมชน ที่รู้จักพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า ถ่ายทอดภูมิปัญญาเกษตรกรรมที่ผสานเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว จนกลายเป็น ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ

    สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ได้แก่ การเดินป่าชมความอุดมสมบูรณ์และสัมผัส “ต้นไม้ยักษ์ Unseen” กลางป่าใหญ่ แช่น้ำใสในลำธารธรรมชาติ ชิมผลไม้สดตามฤดูกาลจากสวนอินทรีย์ ลิ้มรสอาหารพื้นบ้านแท้ ๆ จากวัตถุดิบท้องถิ่น ตลอดจนทำบุญ “ตักบาตรใบไม้” อีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยลดการใช้พลาสติก พร้อมเรียนรู้แนวทางการเจริญสติ ณ วัดเขาบรรจบ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนรักษ์โลก ของฝากและสินค้าแปรรูปจากเกษตรอินทรีย์

    นายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี กล่าวว่า ทุ่งเพลคือแหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนพลังสีเขียวของจันทบุรีอย่างแท้จริง ทั้งความร่มรื่นของป่าใหญ่ สายน้ำใส และน้ำตกที่ชุ่มชื่น ล้วนสร้างเสน่ห์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ทั้งความสุข ความสงบ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ถือเป็นโมเดลการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

    “ทุ่งเพลยังเป็นจุดหมายที่เดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่แสวงหาทางเลือกใหม่เพื่อการพักผ่อนแบบ Digital Detox ปล่อยวางจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน มาหยุดเวลาและซึมซับพลังธรรมชาติ ก่อนกลับไปใช้ชีวิตและทำงานต่ออย่างสดชื่น ด้วยบรรยากาศเรียบง่าย สงบ และอากาศบริสุทธิ์แท้จริง” ผอ.ททท.สำนักงานจันทบุรี กล่าว

    ทั้งนี้ เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียวบ้านทุ่งเพล จึงถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “จันทบุรี เมืองท่องเที่ยวสีเขียว” ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ให้ได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติควบคู่กับวิถีชีวิตชุมชนอย่างลงตัว ซึ่งใครอยากสัมผัสธรรมชาติงดงาม แบบสโลว์ไลฟ์ เรียบง่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานจันทบุรี โทร. 0-3948-0220

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5162391/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HNHog5YLKm7BFJvp1JDIF

  • อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดฯประจำปี 2568 | เดลินิวส์

    อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดฯประจำปี 2568 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 1  ต.ค. ที่ลานกิจกรรมอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปี พ.ศ.2568 มีนายโกวิท แสนสุข ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย นางสาวจุฑามาศ จิเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย  นายธรรมนูญ ภาคธูป  ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย นางสาวรุจาภา วีสเพ็ญ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย  นายครรชิต พันสนิท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน ผู้แทนส่วนราชการ  และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเปิด มีนักท่องเที่ยวกว่า 200 คน ลงทะเบียนขึ้นวันแรก

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ของประเทศไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพื้นที่รับผิดชอบ 217,576.25 ไร่ เป็นภูเขาหินทรายสูงใหญ่โดดเด่น และมีส่วนยอดตัด เป็นพื้นที่ราบบนยอดเขาอันกว้างใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 37,500 ไร่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ประกอบด้วยหน้าผา น้ำตก ทุ่งหญ้า ป่าสน ไม้ดอกนานาพันธุ์ และสัตว์ป่านานาชนิด จากความ สวยงามที่กล่าวมานี้ สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งทั้งชาวไทย

    และชาวต่างประเทศ ได้เดินทางมาท่องเที่ยวภูกระดึง เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและพักแรม เป็นจำนวนมาก ซึ่งในทุก ๆ ปี อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะเปิดการท่องเที่ยว และพักแรมบนยอดภูกระดึงเป็นเวลา 8 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึงเดือน พฤษภาคม และปิดการท่องเที่ยวเป็นเวลา 4 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงเดือน กันยายน ของทุกปี

    ในวันนี้ ฤดูกาลท่องเที่ยวได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง สำนักบริหารพื้นที่นุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) จัดงานพิธีเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย อันจะส่งผลให้เกิดการขยายตัว ทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยได้มีการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่พัก ร้านอาหาร การบริการหาบสัมภาระของลูกหาบ และด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวพร้อมให้ความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความสะอาด โดยขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการงดใช้โฟมและพลาสติก ในเขตอุทยานแห่งชาติ

    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงยังกล่าวอีกด้วยว่า ขอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ขอให้เดินกันเป็นกลุ่มอย่าไปคนเดียว ดังที่เคยเกิดเหตุช้างป่าทำร้ายนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปคนเดียว โดยเฉพาะพื้นที่หวงห้ามที่ไม่เข้าไปท่องเทียว เนื่องจากมักเกิดอันตราย เช่นที่ผานกแอ่น ดูพระอาทิตย์ขึ้น โดยทางอุทยานจะมีเจ้าหน้าที่นำนักท่องเที่ยว และก่อนออกไปจะมีเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งบินโดรน สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่จะไปว่าปลอดภัยหรือไม่ พอดูเสร็จจะมีเจ้าหน้าที่พากลับ ส่วนสถานที่น้ำตกที่มีอยู่หลายแห่ง แต่จะเปิดน้ำตกถ้ำใหญ่ให้เข้าไปเที่ยวได้เพียงแห่งเดียว เนื่องจากเป็นที่ที่ช้างมักเข้าไปบ่อย ทางอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอที่จะไปดูแลได้ทั่วถึง  โดยวันนี้มีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอุบลฯ ชื่อยายแจ๋ว อายุ 77 ปี เดินทางมาขึ้นภูกระดึงครั้งที่ 30 เดินทางมาเปิดการท่องเที่ยวภูกระดึงทุกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5162434/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1X-YQmZxew1jBULbPnpyk0

  • เริ่มแล้ว! เปิดพิชิตยอดภูกระดึง ฤดูกาลท่องที่ยวใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68- 31 พ.ค. 69

    เริ่มแล้ว! เปิดพิชิตยอดภูกระดึง ฤดูกาลท่องที่ยวใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68- 31 พ.ค. 69

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 07.00 น. ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย มีพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง อย่างเป็นทางการ โดยมี นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดเลย มีพื้นที่รับผิดชอบกว่า 217,000 ไร่ ลักษณะภูเขาหินทรายสูงใหญ่ มียอดราบกว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยความงดงามของหน้าผา น้ำตก ทุ่งหญ้า ป่าสน และพันธุ์ไม้ดอกหลากหลายชนิด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในทุกปี โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นพักแรมบนยอดเขา 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนพฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน

    โดยพิธีเปิด นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง ได้เป็นประธาน พร้อมลั่นฆ้องเปิดอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวเปิดงานว่า ภูกระดึงถือเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด งดใช้โฟมและพลาสติก เพื่อให้ภูกระดึงคงความสมบูรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนตลอดไป

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้เตรียมความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการลูกหาบ ร้านค้า ที่พัก และมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจ และเพลิดเพลินกับธรรมชาติในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้อย่างเต็มที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/448767&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1toGOwG-hQ1gOKykXtdkxl

  • พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ.  คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ. คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ. คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภทความยั่งยืน

    วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 09.58 น.

    Tag :

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารีฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ดร.พรรณี สอาดฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฯ เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ประเภท “รางวัลแห่งความยั่งยืน” (Thailand Tourism Sustainability Awards) จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน พระราชทานรางวัลแก่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้จัดการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ขึ้นตั้งแต่ปี 2539 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาคุณภาพ และรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีความเป็นเลิศ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รางวัลนี้จึงเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่หน่วยงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยรับรองการส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าและน่าประทับใจ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีความโดดเด่น ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันและยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก

    รางวัลกินรี ถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการบริการ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “รางวัลแห่งเกียรติยศ มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืน” นับเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำเร็จในการพัฒนาของพิพิธภัณฑ์ฯ ม.อ. เพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของชาวพิพิธภัณฑ์ฯ ม.อ. ตลอดระยะเวลา 17 ปี เรายังคงมุ่งมั่น สร้างสรรค์ ไม่หยุดยั้งการพัฒนาด้านธรรมชาติวิทยา เชื่อมโยงฐานข้อมูลทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์ และให้ความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาของคาบสมุทรไทย แก่เยาวชนและสาธารณชนทั่วไป อีกทั้งเรายังเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่เชื่อมโยงระหว่างนักวิชาการและสาธารณชนที่มีปัญหาหรือข้อสงสัยทางธรรมชาติวิทยาอีกด้วย พร้อมยังมีกิจกรรมดี ๆ ที่จะมอบให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการและผู้ที่สนใจกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/917966&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GYU5p5i7T2XIpOnBqvCCS

  • 7

    7

    7-Eleven จับมือ AirAsia เปิดแคมเปญ “แสตมป์บินได้” แลกตั๋วเครื่องบินฟรี! บินได้ทั้งครอบครัว หนุนท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวทั่วไทย กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค

    ปลายปีคือช่วงเวลาแห่งการเดินทางที่หลายคนรอคอย อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะสำหรับการจัดทริปทั้งครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ฤดูกาลที่เมืองไทยเต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะขึ้นเหนือสัมผัสสายหมอกและอากาศหนาว ชมดอกไม้เมืองหนาวที่ผลิบานสะพรั่งทั่วดอย เที่ยวใต้ทะเลสวยน้ำใส ฟ้าโปร่งตลอดฤดูกาล หรือจะเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอบอุ่นและรสชาติอาหารอีสานที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

    7-Eleven ร่วมกับสายการบิน AirAsia เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ “แสตมป์บินได้” มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก ALL member เพียงใช้ M-Stamp มูลค่า 777.- แลกรับตั๋วเครื่องบินฟรี เพียงเป็นสมาชิก ALL member ทั้งบ้าน บินฟรีทั้งครอบครัว กับเส้นทางภายในประเทศยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–ภูเก็ต และกรุงเทพฯ–ขอนแก่น สิทธิ์มีจำนวนจำกัดเพียง 10,000 สิทธิ์ (1 สิทธิ์ / 1 เที่ยวบิน / 1 สมาชิก)

    เสน่ห์ 3 เส้นทางยอดนิยม

    • เชียงใหม่ : สัมผัสอากาศหนาว ชมดอย ดอกไม้ และวัฒนธรรมล้านนา
    • ภูเก็ต : ดื่มด่ำบรรยากาศทะเลใต้ ฟ้าสวย น้ำใส อาหารทะเลสดอร่อย
    • ขอนแก่น : ค้นพบวิถีชีวิตอบอุ่น อาหารพื้นบ้าน และบรรยากาศชุมชนอีสานแท้ ๆ

    สมาชิก ALL member สามารถใช้ M-stamp แลกสิทธิ์ได้ผ่าน 7-Eleven App ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อนำ code ไปใช้ที่ Website www.airasia.com หรือ Application AirAsia Move

    • ระยะเวลาจองตั๋ว: 10 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
    • ระยะเวลาเดินทาง: 26 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

    โปรโมชันนี้ครอบคลุมเฉพาะค่าโดยสาร (ไม่รวมภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ) โดยที่นั่งอาจไม่มีให้บริการในบางช่วงวันหยุดยาว

    นอกจากการเดินทางจะช่วยเติมเต็มความสุขและสร้างความทรงจำที่งดงามแล้ว โปรโมชันยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปีจึงไม่เพียงสร้างรอยยิ้มให้กับนักเดินทาง แต่ยังช่วยแบ่งปันโอกาสทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนให้กับชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของไทย

    การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ จึงไม่เพียงมอบความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษแก่สมาชิก ALL member เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับบรรยากาศแห่ง ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ที่คนไทยนิยมใช้เวลาเดินทางพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมกันนี้ยังเป็นการร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคให้กลับมาคึกคักอย่างยั่งยืนอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 7App

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141654/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YS4DK9iz38v6tQT0e7LU9

  • ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีลำพูน อัตลักษณ์ชาติพันธุ์สู่ท่องเที่ยวสร้างสรรค์”

    เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้โครงการลำพูนเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์วิถีสู่เศรษฐกิจสรรสร้าง กิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 15 ชุมชน ในจำนวน 5 เส้นทาง ที่ผ่านกระบวนการลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ผ่านกระบวนการประชุมคัดเลือกเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และกระบวนการอบรมพัฒนาเส้นทาง พัฒนากิจกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย

    1. เส้นทาง “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” (พื้นที่อำเภอบ้านธิ – อำเภอแม่ทา)
    2. เส้นทาง “สายไหม 106 วิถีแห่งศรัทธา” (พื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง – อำเภอลี้)
    3. เส้นทาง “หัตถศิลป์ – ดิน – ฝ้าย – ไหม” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอเวียงหนองล่อง)
    4. เส้นทาง “วิถีชีวิตคนเมืองหล่ายดอย” (พื้นที่อำเภอแม่ทา – อำเภอทุ่งหัวช้าง)
    5. เส้นทาง “เที่ยวดีวิถีคนเมือง 106 ลำพูน ป่าซาง บ้านโฮ่ง” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอบ้านโฮ่ง)

    นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการจัดพิธีเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมทัวร์ชุมชน (Fam trip) เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เส้นทางที่ 1 “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” พื้นที่อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา และอำเภอบ้านธิ ในลักษณะทัวร์ท่องเที่ยว มีองค์กรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และสื่อมวลชน รวมจำนวน 70 คน  ร่วมทดลองท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวฯ และเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ในวงกว้างแก่ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่อไป

    นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1337298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XfT0l51ijPCDMU8hdlGE7

  • สุดยอด! 3อุทยานไทย ติด 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกปี 2025 | เดลินิวส์

    สุดยอด! 3อุทยานไทย ติด 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกปี 2025 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “กรมอุทยานฯ ภูมิใจ อุทยานฯ 3 แห่ง ติดอันดับ 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลก ปี 2025

    ​30 กันยายน 2568 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 100 (Green Destinations Top 100​ Stories)​ แหล่งท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลก ประจำปี 2025 ในงานประกาศผลรางวัล Green Destinations Top 100 Awards ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองมงเปอลิเย (Montpellier) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568​ ที่ผ่านมา​ มีผู้เข้าร่วมงาน​ 361 คนจาก​ 44 ประเทศทั่วโลก​ โดยมีนายเนรมิต สงแสง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง​ นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา​ เป็นผู้แทนกรมอุทยานฯ เข้ารับรางวัล​

    การได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกรมอุทยานฯ ในการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้เป็นไปตามหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งคำนึงถึงทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รางวัล Green Destinations Top 100​Stories เป็นขั้นแรกก่อนเข้าชิงรางวัล​ Green Destinations Top 100 Awards ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีเป้าหมายเพื่อยกย่องแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทั่วโลก​ ตามกำหนดของคณะกรรมการต่อไป

    ​นายอรรถพล​ เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่อุทยานแห่งชาติของไทยได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก การได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จของกรมฯ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราเดินหน้าพัฒนาและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดี เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกสามารถนำไปปรับใช้ได้”

    สำหรับ​ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดดเด่นในเรื่องการจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าและกระทิง ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน

    รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องเชิดชูความสำเร็จ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าอุทยานแห่งชาติของไทยเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้นในการเข้าชิงรางวัลสร้างสรรค์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป”

    ขอบคุณข้อมูล – ภาพ เพจ “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5161927/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H_wG3frkpDq6fAn3JhVxP