Category: ท่องเที่ยว

  • งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย หลังออกพรรษา สัมผัสวิถีศรัทธาและวัฒนธรรมอีสาน

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย หลังออกพรรษา สัมผัสวิถีศรัทธาและวัฒนธรรมอีสาน

              งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย สัมผัสปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ พร้อมชมขบวนแห่และกิจกรรมพื้นบ้านสนุก ๆ ของชาวลุ่มแม่น้ำโขง

              ถ้าอยากสัมผัสปรากฏการณ์ธรรมชาติที่งดงามและเต็มไปด้วยศรัทธา งานบั้งไฟพญานาค 2568 ที่หนองคาย หลังวันออกพรรษา คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด งานนี้ถือเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมบรรยากาศสนุกสนาน เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตท้องถิ่น และซึมซับเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน รายละเอียดและกำหนดการต่าง ๆ จะมีอะไรบ้างนั้น มาเช็กไปพร้อมกันเลย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 
    หนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย แจ้งกำหนดการจัดงานสืบสานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก จังหวัดหนองคาย ประจำปี 2568 ณ จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก จังหวัดหนองคาย

              *** สำหรับใครที่ชมบั้งไฟพญานาค แนะนำให้มาวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่อำเภอรัตนวาปี หรืออำเภอโพนพิสัย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย กิจกรรม

              ชวนเที่ยวงานเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2568 Miracle of NAGA : The essence of Nongkhai 2025 ซึ่งจังหวัดหนองคายได้จัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณีออกพรรษาและความบันเทิงมากมาย ระหว่างวันที่ 4-8 ตุลาคม 2568 ทุกอำเภอตามลำน้ำโขง ประกอบไปด้วย อำเภอเมืองหนองคาย, อำเภอโพนพิสัย, อำเภอศรีเชียงใหม่, อำเภอสังคม, อำเภอรัตนวาปี และอำเภอท่าบ่อ รวม 6 อำเภอ โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่

    • รับชมขบวนแห่เครื่องสักการะองค์พญานาคและขบวนวัฒนธรรม

    • การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การลอยกระทงกาบกล้วย/ลอยกะโป๋ไฟ และไหลเรือไฟ

    • การแสดงแสง สี เสียง เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค

    • การแห่ปราสาทผึ้งทางน้ำแบบโบราณ

    • พิธีรำบวงสรวงองค์พญานาคราช และพิธีเปิดงานพร้อมกันทั้ง 4 อำเภอ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น.

              *** วันที่ 8 ตุลาคม พิธีตักบาตรเทโวโรหณะ ณ พุทธอุทยาน อำเภอโพนพิสัย มีดาราศิลปินคนดัง พิ้งค์กี้ – สาวิกา ไชยเดช และเดนิส เจลีลชา คัปปุน ร่วมรำบวงสรวงในปีนี้ด้วย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย จัดที่ไหนบ้าง

              งานสืบสานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก จังหวัดหนองคาย ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นในหลายอำเภอที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งแต่ละแห่งมีกิจกรรมดังนี้ 

    • วันที่ 4-10 ตุลาคม 2568 บริเวณลานวัฒนธรรมหน้าวัดลำดวน ตลอดแนวริมโขง เทศบาลเมืองหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เทศบาลเมืองหนองคาย

    • วันที่ 6-15 ตุลาคม 2568 ณ ลานนาคาเบิกฟ้า อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    • วันที่ 6-8 ตุลาคม 2568 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    • วันที่ 4-5 ตุลาคม 2568 ณ ลานวัฒนธรรมเทศบาลเมืองท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    • วันที่ 3-4 ตุลาคม 2568 ณ ลานเบิ่งเวียง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    • วันที่ 3-5 ตุลาคม 2568 ณ หน้าที่ว่าการอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย

    จุดชมบั้งไฟพญานาค 2568

              บั้งไฟพญานาคสามารถชมได้ริมแม่น้ำโขง ที่อำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ปรากฏการณ์ 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ซึ่งมีจุดชมบั้งไฟพญานาค ได้แก่

    งานบั้งไฟพญานาค หนองคาย

    ภาพจาก : wan-in view / shutterstock.com

    • อำเภอโพนพิสัย ได้แก่ ริมโขงวัดไทย, ริมโขง อบต.จุมพล อำเภอโพนพิสัย, ริมโขงบ้านหนองกุ้งเหนือ, ริมโขงบ้านหนองกุ้งใต้ 

    • อำเภอรัตนวาปี ได้แก่ ริมโขงพุทธอุทยานบ้านน้ำเป, ริมโขงบ้านน้ำเป, ริมโขงบ้านท่าม่วง, ริมโขงบ้านตาลชุม, ริมโขงบ้านหนองแก้ว, ริมโขงบ้านโพนแพง, ริมโขงวัดราชโพนเงิน, ริมโขงบ้านอาญา, ริมโขงบ้านเปงจาน, ริมโขงบ้านต้อนน้อย-บ้านต้อนใหญ่

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย จุดจอดรถ

              จุดจอดรถเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก จังหวัดหนองคาย ประจำปี 2568 ได้แก่

    จุดจอดรถ (ฟรี)

         1. เทศบาลเมืองหนองคาย ประมาณ 50 คัน

         2. โรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา ประมาณ 80 คัน

         3. สถานีขนส่งเทศบาลเมืองหนองคาย ประมาณ 50 คัน

         4. วัดโพธิ์ชัย ประมาณ 100 คัน

         5. โรงเรียนเทศบาล 3 ยุวบูรณ์บำรุง ประมาณ 30 คัน

    จุดจอดรถ (มีค่าจอดรถ)

         6. วัดยอดแก้ว ประมาณ 50 คัน

         7. วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ (วัดหอก่อง) ประมาณ 20 คัน

         8. วัดศรีสุมังคล์ ประมาณ 30 คัน

         9. พื้นที่เอกชนซอยวัดลำดวน ถนนมีชัย ประมาณ 50 คัน

         10. วัดศรีคุณเมือง ประมาณ 50 คัน

              *** สามารถดูรายละเอียดการจัดงานต่าง ๆ จุดจัดงานทั้ง 6 อำเภอ พร้อมข้อมูลร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวต่อเนื่อง ข้อมูลความปลอดภัย สถานีตำรวจ โรงพยาบาล จุดบริการต่าง ๆ ฯลฯ ได้ที่เว็บไซต์ mapmuang.com

    งานบั้งไฟพญานาค 2568 หนองคาย ที่พัก

              ถ้าใครตั้งใจไปงานบั้งไฟพญานาค 2568 ที่หนองคาย แล้วกำลังหาที่พัก ไม่ต้องห่วงเลย เพราะมีตัวเลือกเยอะมาก ทั้งแบบโรงแรม รีสอร์ต หรือเกสต์เฮ้าส์เล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขง ที่สะดวกเดินไปชมบั้งไฟ

    • อำเภอเมืองหนองคาย จะมีโรงแรมใหญ่ ๆ หลายแห่ง ใกล้ถนนคนเดินและริมแม่น้ำ เดินไปชมบั้งไฟได้สบาย

    • อำเภอโพนพิสัย / ศรีเชียงใหม่ / รัตนวาปี จะเน้นรีสอร์ตหรือโฮมสเตย์แบบบ้าน ๆ สไตล์พื้นบ้าน เหมาะกับคนชอบบรรยากาศชิล ๆ ริมน้ำ

              ทั้งนี้ ราคาที่พักช่วงงานอาจสูงขึ้นนิดหน่อย เพราะคนไปเที่ยวเยอะ แนะนำจองล่วงหน้า หรือเลือกพักใกล้ตัวเมืองหนองคาย แล้วนั่งรถไปอำเภออื่นก็ได้

              อย่าพลาดงานบั้งไฟพญานาค 2568 ที่หนองคาย มาสัมผัสปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ชมขบวนแห่และกิจกรรมพื้นบ้าน เพลิดเพลินกับบรรยากาศสนุกสนาน พร้อมซึมซับวิถีวัฒนธรรมอีสานกัน ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ วันออกพรรษา งานออกพรรษา 2568 เที่ยวหนองคาย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295429.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hk67FxcvQuNffRyH_M6Jy

  • กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมลงนาม MOU หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างเสถียรภาพราคายาง

    กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมลงนาม MOU หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างเสถียรภาพราคายาง

    กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมลงนาม MOU หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างเสถียรภาพราคายาง


    2/10/2568 | 107 |

    วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางพาราในภาครัฐ โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายเพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร กล่าวว่า การเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่พร้อมสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติของการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งสามารถนำผลิตภัณฑ์จากยางพารามาประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว สนามกีฬา และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

    “ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางพารา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากกับภาคการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    ทั้งนี้ ความร่วมมือของ 4 กระทรวงและการยางแห่งประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้การใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราในภาครัฐเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมให้ยางพาราไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/428573&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IVBgm9p7ALmtTo5Ry-GHy

  • ไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขยายต่อสาขาใหม่ ลุยปักหมุดเมืองรองภาคกลาง-ตะวันออก เปิด “ไทวัสดุ สาขานครนายก” สาขาที่ 89 ของประเทศ กระตุ้นตลาดอสังหาฯและท่องเที่ยวโต – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขยายต่อสาขาใหม่ ลุยปักหมุดเมืองรองภาคกลาง-ตะวันออก เปิด “ไทวัสดุ สาขานครนายก” สาขาที่ 89 ของประเทศ กระตุ้นตลาดอสังหาฯและท่องเที่ยวโต – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าเต็มกำลังในไตรมาสสุดท้ายปี 68 เปิดตัว “ไทวัสดุ สาขานครนายก” เป็นสาขาที่ 89 ของประเทศและแห่งแรกของจังหวัดนครนายก เพื่อตอบรับความต้องการวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่เมืองรองที่มีศักยภาพสูง ด้วยงบลงทุน 310 ล้านบาท เนื้อที่ขนาด 24 ไร่ บนพื้นที่อาคาร 16,000  ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลสำคัญ บนถนนช้างใจดี แยกบุ่งกระเบา เชื่อมต่อกับจังหวัดปทุมธานี สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา โดย “ไทวัสดุ สาขานครนายก” เป็นโมเดิร์นเทรดทันสมัยที่รวมวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า ระบบประปา เครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าเพื่อบ้านครบวงจรกว่า 40,000 รายการ การเปิดสาขาใหม่ครั้งนี้ ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก ทั้งนี้ในพิธีเปิดงาน “ไทวัสดุ สาขานครนายก” ได้รับเกียรติจาก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมแสดงความยินดี

    นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า นครนายกเป็นหนึ่งในจังหวัดเมืองรองที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ด้วยทำเลที่ใกล้กรุงเทพฯ เชื่อมโยงด้วยเส้นทางคมนาคมสำคัญหลากหลายสาย และยังเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตผลไม้เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงของประเทศ เช่น มะยงชิด และมะปรางหวาน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการเกษตร แต่ยังทำให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีสอร์ต และที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์และระบบสาธารณูปโภคของจังหวัดที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยและการลงทุน จึงทำให้มั่นใจว่า “ไทวัสดุ สาขานครนายก” พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในทุกมิติของการสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้าน ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่โดดเด่นดังนี้

    1. ปักหมุดสาขาแรกในนครนายก ครองที่หนึ่งในใจเรื่องวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน

    การเปิดตัว “ไทวัสดุ สาขานครนายก” ถือเป็นสาขาแรกของจังหวัด และเป็นแลนด์มาร์กค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่หนึ่งในใจของผู้บริโภค ด้วยการเป็น ศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านครบวงจร กว่า 40,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง ปูนซีเมนต์ เหล็ก กระเบื้อง สีทาอาคาร ไปจนถึงสินค้าสำหรับงานซ่อมแซมและการตกแต่งบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเพื่อบ้านอย่างครบครัน มีจุดเด่นสำคัญคือ Construction Showroom ที่จัดแสดงสินค้าตัวอย่างกว่า 5,000 รายการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นและสัมผัสสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและการเลือกใช้

    นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยบริการ Omni-channel ที่ให้ชาวนครนายกเลือกช้อปได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วทั้งที่หน้าร้าน หรือทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.thaiwatsadu.com แอปพลิเคชัน Thaiwatsadu รวมถึงบริการ Chat & Shop และ Call Center 1308 รวมทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการสร้างบ้าน ซ่อมแซม และตกแต่งที่อยู่อาศัยสำหรับชาวนครนายกอีกด้วย

    1. ทำเลศักยภาพ “Gateway of Central-East” เชื่อมทุกโอกาสการเติบโต

    ไทวัสดุ สาขานครนายก ตั้งอยู่บนถนนช้างใจดี แยกบุ่งกระเบา ในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ และจังหวัดรอบข้าง ได้แก่ สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และปทุมธานี ทำให้สามารถเข้าถึงทั้งเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา ไปจนถึงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก อีกทั้งนครนายกยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองธรรมชาติใกล้กรุง ที่มีชื่อเสียงด้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำตกสาริกา เขื่อนขุนด่านปราการชล และเขาช่องลม รวมถึงเป็นแหล่งผลไม้เศรษฐกิจสำคัญอย่าง มะยงชิด และมะปรางหวาน ปัจจัยเหล่านี้ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุน โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีผู้มาเยี่ยมเยือนจ.นครนายก กว่า 213,720 คน  สะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัย โรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไทวัสดุพร้อมก้าวสู่การเป็นจุดเชื่อมต่อการพัฒนาเมืองในภาคกลาง-ตะวันออก ด้วยสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทั้งการก่อสร้าง การซ่อมแซม และการตกแต่ง ช่วยหนุนทุกการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

    1. เสริมแกร่งเศรษฐกิจท้องถิ่น–ยั่งยืน หนุนแผนพัฒนาจังหวัดเมืองรอง

    “ไทวัสดุ สาขานครนายก” ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งซ่อมแซมที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครนายก พ.ศ. 2566–2570 “เมืองน่าอยู่ สู่หมุดหมายท่องเที่ยวที่หลากหลาย และการพัฒนาเป็นแหล่งเกษตรมูลค่าสูง” โดยพบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดนครนายก (GPP) ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้น 2.64% หรือประมาณ 33,478 ล้านบาท  และมูลค่าผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP Per Capita) เพิ่มขึ้น 2.15% หรือประมาณ 126,440 บาท/คน/ปี  สำหรับการเปิดไทวัสดุ สาขาแรกของนครนายก จะช่วยยกระดับตลาดก่อสร้างที่อยู่อาศัย ธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างการจ้างงานกว่า 200 อัตรา กระจายรายได้สู่ชุมชน และผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง

    “การเปิดสาขานครนายกในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทวัสดุในการยึดหลักปรัชญา CRC Care ของเซ็นทรัล รีเทล โดยเฉพาะด้าน Care for the Economy ที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองรอง นครนายกถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ทั้งจากภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างและการพัฒนาโครงการในอนาคต แต่ยังสร้างการจ้างงานกว่า 200 อัตรา เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และโอกาสที่มั่นคงแก่คนในพื้นที่พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต นอกจากนี้ ไทวัสดุ ยังให้ความสำคัญในเรื่องการอยู่เคียงข้างสังคม  โดยร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าสนับสนุนเงินบริจาคแก่ โรงพยาบาลนครนายก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้สาขา ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านสาธารณสุขของคนในชุมชนต่อไป” นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/02/583353/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kgl2_o-JZfDMuA2lCzYDp

  • รมว.ท่องเที่ยวฯมอบนโยบายททท.4เดือนดึงจีนเที่ยวไทย2-3ล้านคน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ

    รมว.ท่องเที่ยวฯมอบนโยบายททท.4เดือนดึงจีนเที่ยวไทย2-3ล้านคน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ

    วันนี้, 17:20น.

              รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งปั๊มท่องเที่ยวไทย มอบนโยบาย Big Impact Act Fast ให้ ททท. เร่งดำเนินการ หวังให้ท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สั่ง ททท. โฟกัส 7 ตลาดประสิทธิภาพสูง พร้อมออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ตั้งเป้า 4 เดือนดึงจีนเที่ยวไทย 2-3 ล้านคน ควบคู่กระตุ้นตลาดภายในประเทศ หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ

              นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนโยบายสำคัญ Big Impact Act Fast

              ประกอบด้วย 1.เน้นย้ำการขับเคลื่อนและส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ด้วยการตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายให้ท้าทายยิ่งขึ้นภายในเวลา 4 เดือน โดยให้ความสำคัญกับ 7 ตลาดที่มีประสิทธิภาพเป็นลำดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

               2.Travel Safe, Worry Free เสริมความมั่นใจ ปลอดภัยทั่วไทย ด้วยศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง และแอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษารัสเซีย

               3.Smart Safety, Smart Tourism ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย โดยใช้ระบบ AI Detect ช่วยตรวจสอบและสแกนใบหน้า เชื่อมโยงข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์พื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนไทย

               4.Thailand Together บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อพร้อมให้การต้อนรับและรองรับการท่องเที่ยวสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยมอบหมาย ททท. เข้าสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่ต่าง ๆ  ตลอดจนขอให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าบ้านและเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

              มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว เสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

              อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการท่องเที่ยวในปีนี้อาจซบเซาลงบ้าง จึงวางแผนในการปรับเปลี่ยนจากการทำการตลาดแบบภาพรวมกลุ่มประเทศมาเน้นการเจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงเป็นหลัก โดยได้มอบโจทย์ให้ ททท.ทำการบ้านและวางกลยุทธ์แบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน

              ‘วันนี้เราต้องปรับมายด์เซ็ตของตัวเอง เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ยังมีประเทศอื่นที่พัฒนาขึ้นมา ซึ่งอาจตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ดีกว่าในบางด้าน จึงต้องใช้คำว่าเรียนเชิญเข้ามาท่องเที่ยว ไม่ได้ทำเพียงแค่การเชิญชวน ซึ่งทำกันอยู่แล้วอีกต่อไป’

              สำหรับในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้าหมายในการดึงตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเที่ยวไทยให้ได้ประมาณ 2-3 ล้านคน โดยเบื้องต้นได้กระตุ้นไปที่ ททท.ว่าต้องการให้ทำให้ได้  แม้จะเป็นตัวเลขที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือของภาครัฐที่ต้องช่วยกันมากขึ้น โดยหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้จ่ายและช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อไป 

              นายอรรถกรกล่าวด้วยว่าตามกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาล ที่ประกาศอย่างชัดเจนของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะอยู่ในช่วง 4 เดือน ทำให้ตัวเองมีเวลาในการทำงานระยะสั้น จึงจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มประเทศเป้าหมาย (destination) ทั้งการเข้ามาเที่ยวซ้ำและมาเที่ยวเป็นครั้งแรก ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศก็ไม่ได้ทิ้ง จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองควบคู่กันไปด้วย

     #มาตรการดึงจีนเที่ยวไทย

    Cr:ข่าวสารท่องเที่ยวททท.

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/155164&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zLr3do6zm4SUcwClIXb9O

  • ครบจบที่เดียว งานนวราตรี 2568 เริ่มขบวนแห่วันนี้ 2 ต.ค. วัดแขก สีลม ปิดถนน-การเดินทาง-ของไหว้

    ครบจบที่เดียว งานนวราตรี 2568 เริ่มขบวนแห่วันนี้ 2 ต.ค. วัดแขก สีลม ปิดถนน-การเดินทาง-ของไหว้

    เที่ยวงานนวราตรี 2568 วัดแขก สีลม เริ่ม 2 ต.ค. 2568 ขบวนแห่ วันวิชัยทัสมิ เวลา19:30 น. ปิดถนนหลักตั้งแต่เย็น—แนะนั่งรถไฟฟ้าไปจะง่ายสุด
    ภาพจาก : FB/Belt Tiracharoensakul

    เที่ยวงานนวราตรี 2568 วัดแขก สีลม เริ่ม 2 ต.ค. 2568 ขบวนแห่ วันวิชัยทัสมิ เวลา19:30 น. ปิดถนนหลักตั้งแต่เย็น—แนะนั่งรถไฟฟ้าไปจะง่ายสุด

    เมื่อสายลมปลายฝนเริ่มพัดผ่านกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณว่าหนึ่งในเทศกาลฮินดูที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เทศกาลนวราตรี ประจำปี 2568 ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่เรารู้จักกันในนาม “วัดแขก สีลม” ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม สำหรับใครที่วางแผนจะไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังศรัทธอันยิ่งใหญ่นี้ The Thaiger ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาเป็นคู่มือนำทางให้คุณแล้ว

    หัวใจของเทศกาลนวราตรีอยู่ที่ค่ำคืนสุดท้าย นั่นคือ วันวิชัยทัสมิ ซึ่งในปีนี้ตรงกับ คืนวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม ค่ำคืนนี้คือการเฉลิมฉลองชัยชนะขององค์พระแม่ที่มีต่ออสูรร้าย

    ขบวนแห่เทวรูปองค์ประธานจะเริ่มเคลื่อนออกจากวัดในเวลาประมาณ 19:30 น. เป็นต้นไป เคลื่อนผ่านย่านสีลมที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟและผู้คนเรือนแสน

    เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับขบวนแห่และผู้ศรัทธา การจราจรโดยรอบจะเริ่มปิดตั้งแต่ช่วงเย็น โดยถนนสายหลักอย่าง ถนนสีลม บริเวณหน้าวัดจะเริ่มปิดตั้งแต่เวลา 16:00 น. ไปจนถึงรุ่งสาง

    เช่นเดียวกับ ถนนสุรศักดิ์ ส่วน ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (ฝั่งขาเข้า) จะปิดตั้งแต่ 17:00 น. และ ถนนสาทรเหนือ จะเริ่มปิดในช่วง 19:00 น.

    การเดินทางสู่ งานนวราตรี ใจกลางศรัทธา

    คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับค่ำคืนนี้คือการทิ้งรถยนต์ส่วนตัวไว้ที่บ้าน แล้วใช้บริการขนส่งสาธารณะ การเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือ รถไฟฟ้า BTS โดยสามารถลงที่ สถานีช่องนนทรี หรือ สถานีสุรศักดิ์ แล้วเดินเท้าต่ออีกเพียง 5-10 นาทีก็จะถึงบริเวณงาน

    หากเลือกใช้ รถไฟฟ้า MRT ให้ลงที่ สถานีสามย่าน หรือ สถานีสีลม แล้วอาจจะต้องเดินหรือต่อรถสาธารณะอีกเล็กน้อย แต่ควรเผื่อเวลาให้มากเป็นพิเศษ

    สำหรับใครที่จำเป็นต้องนำรถมาจริงๆ บริเวณใกล้เคียงมีที่จอดรถเอกชนให้บริการ เช่น อาคารวรวัฒน์, อาคารจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ (JTC) หรือ เซ็นทรัล สีลม ทาวเวอร์ แต่ต้องเตรียมใจกับอัตราค่าบริการและจำนวนที่จอดที่อาจเต็มอย่างรวดเร็ว

    เครื่องสักการะและการสื่อสารกับองค์เทพ

    เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณวัด คุณจะพบกับร้านรวงที่จำหน่ายเครื่องสักการะละลานตา สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือของไหว้ที่เหมาะสมสำหรับวัดแขกนั้นจะเน้นของบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เช่น ผลไม้มงคล (มะพร้าว, กล้วย, อ้อย), นมสด, น้ำผึ้ง, ขนมอินเดียที่ไม่มีส่วนผสมของไข่ และดอกไม้สด โดยทางวัดไม่อนุญาตให้นำของคาว เนื้อสัตว์ และไข่ทุกชนิดเข้ามาในบริเวณโดยเด็ดขาด

    • หากคุณมีคำอธิษฐานในใจ ลองสื่อสารกับองค์เทพแต่ละพระองค์ตามความปรารถนา
    • พระแม่อุมาเทวี (องค์ประธาน): ขอพรเรื่องความรักที่มั่นคง ครอบครัวที่อบอุ่น และการปกป้องคุ้มครอง
    • พระพิฆเนศ: อธิษฐานขอพรเรื่องการเริ่มต้นใหม่ๆ การงาน การเรียน หรือขอให้อุปสรรคทั้งหลายคลี่คลาย
    • พระแม่ลักษมี: ขอพรด้านการเงิน โชคลาภ และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์
    • พระแม่ทุรคา/กาลี: ขอพรให้มีชัยชนะเหนือศัตรูและปัญหาที่ยากจะผ่านพ้นไปได้

    เลือกเวลาไหว้ให้เหมาะสม ส่งเสิรมผลบุญ

    หากคุณปรารถนาความสงบ ต้องการสวดมนต์และขอพรอย่างตั้งใจ การมาเยือนในช่วงเช้าตรู่ตั้งแต่ 06:00 – 08:30 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่หากคุณต้องการสัมผัสพลังแห่งศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม ดื่มด่ำกับบรรยากาศพิธีกรรมและเสียงสวดมนต์ การมาในช่วงเย็นตั้งแต่ 17:30 น. เป็นต้นไป หรือรอชมความงดงามของขบวนแห่ในคืนวันที่ 2 ตุลาคม คือคำตอบที่คุณมองหา

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Thosapol

    Thosapol

    นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1465890/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yXIO0-hCwEa4gHLvnjp7p

  • BLS มอง SET ยังไม่เข้าตาต่างชาติแม้ได้รัฐบาลใหม่ Q4/68 จับหุ้นท่องเที่ยว-รับคนละครึ่ง-โรงไฟฟ้า : อินโฟเควสท์

    BLS มอง SET ยังไม่เข้าตาต่างชาติแม้ได้รัฐบาลใหม่ Q4/68 จับหุ้นท่องเที่ยว-รับคนละครึ่ง-โรงไฟฟ้า : อินโฟเควสท์

    นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง (BLS) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้อยู่ในโฟกัสของนักลงทุนต่างชาติ แม้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แล้ว แต่ต่างชาติน่าจะยังรอดูความชัดเจนของนโยบายต่าง ๆ และอีกอย่างคือรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชั่วคราวด้วย

    ขณะเดียวกัน Valuation ของ SET ไม่ได้ถูก ระดับ P/E 14.4 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นในอาเซียนที่อยู่ในะดับเฉลี่ย 12.4 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นอื่นน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นไทย โดยต่างชาติขายสุทธิไปแล้วกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขายสุทธิประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ตลาดลดลงมาที่ 8 เท่า จาก 15 เท่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

    นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง สายงานวิจัย (นักกลยุทธ์การลงทุน) กล่าวว่า รัฐบาลใหม่มีงบประมาณอยู่ 7.3 หมื่นล้านบาท นำไปใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส 6.6 หมื่นล้านบาท เหลืออีกเพียง 6-7 พันล้านบาท คาดหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจคงไม่เพียงพอ ดังนั้น ควรจะเร่งกระตุ้นให้โครงการที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รีบลงทุน

    ตลาดหุ้นไทยสิ้นปีนี้ บล.บัวหลวง ให้เป้าหมายดัชนี SET อยู่ที่ 1,280-1,300 จุด เนื่องจากการส่งออกของไทยยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ โดยคาดว่าไตรมาส 3 การส่งออกจะชะลอลง และจะติดลบในไตรมาส 4 ส่วนในปี 69 มองดัชนี SET ที่ 1,440 จุด ครึ่งปีแรกก็ยังได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากการส่งออก แต่จะมีการลงทุนภาคเอกชนช่วยประคองไว้ จากยอดขอ BOI จะเริ่มทยอยลงทุนจริง โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ที่มียอดขอส่งเสริมการลงทุนมากตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

    สำหรับธีมการลงทุนในไตรมาส 4/68 แนะนำธีมท่องเที่ยว กลุ่มหุ้นรับประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง อาทิ CPAXT ได้ประโยชน์โดยตรง CPALL ได้ประโยชน์ทางอ้อม ICHI งบดีและได้ประโยชน์โดยตรง ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าน่าสนใจจากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ WHAUP, GULF , BGRIM

    นางสาววัชราภรณ์ กันทะพะเยา ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง สายงานวิจัย (นักเศรษฐศาสตร์) กล่าวว่า บล.บัวหลวง ปรับคาดการณ์ GDP ปี 68 เป็น 1.8% จาก 1.4% จากยอดส่งออก 7 เดือนแรกเติบโต 14% ที่มีการเร่งการส่งออก และในช่วงครึ่งปีหลังเห็นส่งออกได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐ โดยคาดว่าปีนี้ยอดส่งออกจะเติบโตเพียง 5% และคาดว่าปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนธ.ค. ในอัตรา 0.25%

    ส่วนปี 69 คาดการณ์ GDP จะเติบโตชะลอลงเหลือ 1.6% จากยอดส่งออกโตเพียง 0.4-0.5% แต่จะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อสต๊อกสินค้าที่เร่งนำเข้าไปหมดลง ก็คาดว่าจะมียอดสั่งซื้อเข้ามาใหม่ ขณะที่การลงทุนเอกชนจะเติบโต โดยเฉพาะจากโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งคาดว่าภาคอิเล็กทรอนิกส์ขะเข้ามาไทยมากขึ้นจากผู้ผลิตไต้หวันที่ย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน ซึ่งไทยมีความพร้อมเรื่องซัพพลายเชนที่แข็งแรงกว่าประเทศอื่น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/534148&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZZfIQldgUsObQ96hcg7md

  • คนแห่พิชิต “ภูกระดึง” เปิดวันแรก มีนักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสธรรมชาติเกือบ 300 คน

    คนแห่พิชิต “ภูกระดึง” เปิดวันแรก มีนักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสธรรมชาติเกือบ 300 คน

    คนแห่พิชิต “ภูกระดึง” จ.เลย เปิดฤดูกาลท่องเที่ยววันแรก มีนักท่องเที่ยวขึ้นสัมผัสธรรมชาติเกือบ 300 คน พบคุณยายวัย 77 ปี เผยมาแล้ว 29 ครั้ง

    หลังจาก อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ได้ทำพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นพักแรมบนยอดเขา 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤษภาคม และปิดฟื้นฟูธรรมชาติ 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน นั้น

    ล่าสุด เมื่อเวลา 8.00 น. ของวันนี้ (2 ตุลาคม 2568) นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า ปีนี้แม้ยังมีฝนตกลงมา แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับนักท่องเที่ยว วันแรก มีนักท่องเที่ยวมากัน 284 คน จากทุกภูมิภาคของประเทศไทย เห็นได้จากคุณยาย อายุ 77 ปี เดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานี มาปีนภูกระดึงแล้ว 29 ครั้ง มาเกือบทุกปี ด้วยความรักธรรมชาติของภูกระดึง

    อช.ภูกระดึง เปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง เป็นเวลา 8 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤษภาคม และปิดการท่องเที่ยวเป็นเวลา 4 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ของทุกปี ส่วนลูกหาบนั้นชายหาบได้ประมาณ 60 กก. หญิง 30 กก. /เที่ยว ขณะนี้มีลูกหาบ 175 คน เปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม ก็จะปิดรับสมัคร ค่าบริการ 30 บาทต่อกิโล ส่วนเสลี่ยงหามนักท่องเที่ยว น้ำหนักไม่เกิน 70 กก. เที่ยวละ 4,000 บาท น้ำหนักเกินนั้น 5,000 บาท น้ำหนักเกิน 90 กก. ไม่รับบริการ

    ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในความสะดวกและความปลอดภัย เพราะแต่ละจุดท่องเที่ยวจะมี เจ้าหน้าที่บินโดรนสำรวจ ก่อนถึงจะนำ นทท.ไป-กลับ เราบล็อกจุดเสี่ยงกับช้างป่า ดูแลตลอดเส้นทางไม่ให้ นทท.ไปกันเอง ส่วนน้ำตกเปิดเฉพาะน้ำตกถ้ำใหญ่เท่านั้นในช่วงนี้ และจำกัดน้ำตกอื่น ๆ ที่เป็นจุดเสี่ยงกับช้างป่าและความลื่นจากฝนที่ตก ก่อนจะเดินทางท่องเที่ยวจะมีการบินโดรนสำรวจพื้นที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว 

    อีกทั้งยังจัดร้านอาหาร สินค้าที่ระลึก เต็นท์พักแรม ห้องน้ำ ห้องสุขาพร้อมตลอดจนน้ำใช้น้ำดื่มไม่ขาดแคลน หน่วยพยาบาลในเบื้องต้น จนท.รักษาความปลอดภัย รถเคลื่อนที่เร็ว อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2886543&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WjXuXk74UNplXhDp-WmMt

  • พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ.คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ.คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษาฯ ม.อ.คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

    รองผู้อำนวยการฯ เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ประเภท “รางวัลแห่งความยั่งยืน” (Thailand Tourism Sustainability Awards) จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5167293/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qkxM1LGHLRTm3S0qBd5s8

  • ข่าวดี! อบรมฟรี 9 หลักสูตร พัฒนาทักษะแรงงานท่องเที่ยวพังงา

    ข่าวดี! อบรมฟรี 9 หลักสูตร พัฒนาทักษะแรงงานท่องเที่ยวพังงา

    กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา ร่วมกับจังหวัดพังงา และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา จัดโครงการ “พัฒนาศักยภาพแรงงานอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวคุณภาพตามมาตรฐาน” เปิดรับสมัครแรงงานในภาคการท่องเที่ยวเข้าร่วมการฝึกอบรม ฟรี รวม 9 หลักสูตร เพื่อยกระดับทักษะ เพิ่มโอกาส และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับแรงงานในพื้นที่

    นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า จังหวัดพังงามีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทำให้มีชาวต่างชาติไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ประกอบกับรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานแรงงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างบริการที่มีคุณภาพและยั่งยืน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา จึงร่วมกับจังหวัดพังงา และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา จัดทำโครงการ “พัฒนาศักยภาพแรงงานอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวคุณภาพตามมาตรฐาน” เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านการพัฒนาคน สร้างแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมั่นคง ซึ่งโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้แรงงานภาคการท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้าร่วมการฝึกอบรม ฟรี รวม 9 หลักสูตร เน้นการเรียนรู้แบบ “ลอง–เรียน–รู้” ด้วยภาคปฏิบัติจริง ใช้เวลาเพียง 5 วัน (30 ชั่วโมง) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปปรับใช้ในการทำงานจริง ยกระดับทักษะ เพิ่มโอกาส และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

    นายภัทรวุธ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย 9 หลักสูตร ได้แก่ 1) นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก 2) การนวดอโรม่า 3) ภาษาจีนกลางเพื่อการท่องเที่ยวและบริการ 4) ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร 5) พนักงานดูแลเรือ 6) การซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ท (Out Board) 7) ช่างซ่อมเครื่องยนต์เหล็กเพื่อการเกษตร 8) ช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก และ 9) เทคนิคการสร้างสื่อมัลติมีเดียเพื่อการท่องเที่ยว โดยทุกหลักสูตรเป็นการอบรมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งงานบริการ ภาษา งานช่าง และเทคโนโลยี เพื่อให้แรงงานไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดในแต่ละหลักสูตร สามารถสมัครได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScH_E5quyB3-QkFuJaR9G6Mea7HRcE4pGyqklUnelmJ_mdYHg/viewform

    “ขอย้ำว่าทุกหลักสูตรเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนทักษะเพื่อรองรับงานด้านการท่องเที่ยว และผู้ที่สมัครจะต้องเข้ารับฝึกอบรมที่จังหวัดพังงา สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา โทร. 099 438 1114 รีบสมัครนะครับก่อนเต็ม” นายภัทรวุธ กล่าวในตอนท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/961315&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GASPCrX63SZ2M106VE4Nz

  • เช็กกำหนดการ สัมผัสลมหนาว “ภูกระดึง” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวพิชิตยอดเขาแล้ว

    เช็กกำหนดการ สัมผัสลมหนาว “ภูกระดึง” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวพิชิตยอดเขาแล้ว

    สิ้นสุดการรอคอยสำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดเขาอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

    พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและอากาศที่เย็นสบายตลอด 8 เดือนเต็ม โดยมีกำหนดการดังนี้

    เปิดฤดูกาลพิชิตยอดภูกระดึง: ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 พฤษภาคม 2569

    ปิดฤดูกาลเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ: ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน ของทุกปี

    บรรยากาศในพิธีเปิดวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและการท่องเที่ยวมากมาย ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มารอพิชิตยอดเขาเป็นกลุ่มแรกๆ ของปี

    ภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า “ภูกระดึงพร้อมมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวบนพื้นที่ยอดเขาที่กว้างใหญ่กว่า 60 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของหน้าผาอันงดงาม น้ำตกที่ชุ่มฉ่ำ ทุ่งหญ้ากว้างไกล ป่าสน และพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิดที่หาชมได้ยาก”

    ด้านนายอำเภอภูกระดึงได้เน้นย้ำว่า “ภูกระดึงคือสมบัติทางธรรมชาติที่ล้ำค่า จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกคนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ ด้วยการงดใช้โฟมและพลาสติก และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้ความงดงามของภูกระดึงคงอยู่คู่กับเราไปอย่างยั่งยืน”

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในปีนี้ ทางอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พัก ร้านค้า บริการลูกหาบ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการผจญภัยและเก็บเกี่ยวความทรงจำอันน่าประทับใจกลับไปอย่างเต็มที่ เตรียมฟิตร่างกายและจัดกระเป๋าให้พร้อม แล้วไปพบกันบนยอดภูกระดึง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2886596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s09HNjgccovtxUbqUAw8B