Category: ท่องเที่ยว

  • “เชียงใหม่” เตรียมจัดงาน “ปลายฝนต้นหนาว” ครั้งแรก! ชวนสัมผัสแสงดาวเหนือสายหมอก สุดโรแมนติกกลางเมือง

    “เชียงใหม่” เตรียมจัดงาน “ปลายฝนต้นหนาว” ครั้งแรก! ชวนสัมผัสแสงดาวเหนือสายหมอก สุดโรแมนติกกลางเมือง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/101583&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bp395qlBkU-76YQDJAPdU

  • คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงอสังหาฯ : 4 ตุลาคม 2568

    คอลัมน์โลกธุรกิจ – แวดวงอสังหาฯ : 4 ตุลาคม 2568

    ** ก็ต้องบอกอย่างนี้ว่า…คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี…แต่งตั้งรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจได้ดีแค่ 2 กระทรวง…คือ กระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงการคลัง… (ส่วนกระทรวงอื่นๆ ทั้ง ก.เกษตรฯ…ก.คมนาคม…ก.อุตสาหกรรม ก.ท่องเที่ยวฯ ล้วนแต่เป็นโควตาทางการเมืองทั้งนั้น และเชื่อว่าสังคมก็คิดเหมือนกับ “แวดวงการเงิน” ว่ารัฐมนตรีในกระทรวงเหล่านี้ไม่มีความรู้ความสามารถตรงกับงานและวาระของประเทศที่จำเป็นต้องดำเนินไปในอนาคต)…!!…กลับมาที่กระทรวงการคลัง…ที่ได้ ดร.เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ มาเป็น รมว.คลัง ควบกับ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพทีมเศรษฐกิจด้วยนั้น…บอกเลยว่าช่วยกู้หน้า “ครม.หนู”ได้เยอะ…ที่สำคัญเรื่องฝีมือของ รมว.คลังท่านนี้ไม่ธรรมดา…คุณสมบัติที่โดดเด่นอีกอย่าง คือ เขาไม่นักเศรษฐศาสตร์ที่แม่นแต่ทฤษฎี…แต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เก่งงานบริหารด้วย…ทำงานได้รวดเร็ว และอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง เห็นผลงานที่จับต้องได้…เรื่องความเร็วนั้นประมาณว่า “สั่งวันนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน” 555 …!!ยกตัวอย่างให้อันหนึ่งคือ…การดึงงบประมาณที่เหลือจากปีงบประมาณ 2568 ประมาณ 60,000 หมื่นล้านบาท…ออกมาใช้ได้ทันเวลาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด…ซึ่งก็เพราะว่า ดร.เอกนิติ…ได้ทำงานไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว…ด้วยการหารือกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการแบบไหนอย่างไร…เมื่อถึงเส้นตาย คือ ช่วงค่ำของวันที่ 30กันยายน…การประชุม ครม.นัดแรกก็เคาะออกมาได้เลย…!! อีกอันหนึ่งที่อยากเล่าคือ…ดร.เอกนิติ…ได้วางแผนไว้ว่า…รูปแบบการให้ข่าวกับสื่อมวลชนจะเหมือนกับ “White House”…คือจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง…เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนจากข่าวที่ชอบอ้างคำว่า “แหล่งข่าว”…โดยมีการแต่งตั้งคณะโฆษกขึ้นมา 1 คณะ…มี คุณวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)…รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมโฆษก…ซึ่งหลังจากนี้ คุณวินิจ ต้องรีบไปเรียนวิชา “อับดุล”แล้วล่ะ…เพราะ ดร.เอกนิติ…บอกแล้วว่า…โฆษก…ต้องรู้ทุกเรื่อง ถามอะไรตอบได้…555…**

    ** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/columnist/64167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1m_wsbNZMPmnmIKkcx1GA1

  • “กล้าธรรม” โชว์ศักดาขนทัพ “รองนายกฯ-รมว.ศธ.” ลงพื้นที่ชัยภูมิ

    “กล้าธรรม” โชว์ศักดาขนทัพ “รองนายกฯ-รมว.ศธ.” ลงพื้นที่ชัยภูมิ

    “กล้าธรรม” โชว์ศักดาขนทัพ “รองนายกฯ-รมว.ศธ.” ลงพื้นที่ชัยภูมิ

    นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกพรรคฯ ขอบคุณร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ฝ่าพายุมาร่วมลงพื้นที่กับตน เพื่อติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด้านการศึกษา โดยมีประชาชนกว่า 3,000 คน ร่วมต้อนรับ

    นายอัครแสนคีรี กล่าวถึงการเชิญรองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิว่า เพื่ออนาคตของชัยภูมิ จากเสียงสะท้อนของชาวบ้าน ต่อการขับเคลื่อนพื้นที่ เอาน้ำไปนา เอาตึกเรียนใหม่ให้นักเรียน และขอสนามกีฬาดี ๆ ให้คนชัยภูมิ ในงบประมาณ 428 ล้านบาท ซึ่งอำเภอคอนสวรรค์ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำชี แต่ยังขาดระบบกักเก็บ และกระจายน้ำที่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในฤดูแล้ง อีกทั้งจังหวัดชัยภูมิ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น น้ำตกตาดโตน มอหินขาว ผาหัวนาค วัดพระธาตุชัยภูมิ และป่าปงพันปี ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิการให้พี่น้องในพื้นที่

    ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติงบประมาณรวมกว่า 410 ล้านบาท ภายใต้งบประมาณปี 2568 – 2569 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ในพื้นที่ชัยภูมิตอนกลาง ประกอบด้วย โครงการฝายพับได้บ้านลำชี ตำบลโนนสะอาด มูลค่า 150 ล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในฤดูแล้งให้พื้นที่ตำบลโนนสะอาด หนองขาม และลาดใหญ่ และโครงการสถานีสูบน้ำ รวม 4 แห่ง ได้แก่ โนนพันชาด หนองมะกุด หนองรวก และนาล้อม รวมทั้ง ระบบกระจายน้ำตำบลหนองไผ่และตำบลหลุบคา รวมวงเงิน 260 ล้านบาท

    ด้าน นางนฤมล ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเร่งอนุมัติ ก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ โรงเรียนคอนสวรรค์ วงเงิน 18 ล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติงบซ่อมบำรุงโรงเรียนมัธยมในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์และแก้งคร้อ อาทิ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา โรงเรียนคอนสวรรค์ โรงเรียนนาหนองทุ่มวิทยา และอีกหลายแห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่น

    ในโอกาสเดียวกัน ผู้นำท้องถิ่นและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ร่วมเสนอแนวทางพัฒนาในพื้นที่รวมกว่า 9 รายการ อาทิ นายสมปอง บัวพิม สจ.ชัยภูมิ, นายประเสริฐ ญาติปลื้ม ประธานสภา อบต.โคกมั่งงอย, นายชาติชาย ตู้ประกาย, นายอภิสิทธิ์ เวียนวิเศษ, นายนพกร วัชรจำรูญ, รวมถึงกำนันตำบลโนนสะอาด ยางหวาย ศรีสำราญ และนายก อบต.บ้านโสก โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และ สพฐ.รวมถึงการพัฒนา สนามกีฬาอำเภอคอนสวรรค์–แก้งคร้อ และโครงการกระตุ้น การท่องเที่ยวภูแลนคา

    นายอัครแสนคีรี ย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ในการผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชัยภูมิอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378967648&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RLL6M5F2uVl3nQCMjAfFc

  • ผู้ว่าโคราชจัดโครงการ “วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย” ส่งเสริมการออกกำลังกายและท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ผู้ว่าโคราชจัดโครงการ “วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย” ส่งเสริมการออกกำลังกายและท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ผู้ว่าโคราชจัดโครงการ “วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย” ส่งเสริมการออกกำลังกายและท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

    • เผยแพร่ : 04/10/2025 14:48

    พ่อเมือง-แม่เมือง โคราช จัดกิจกรรมรณรงค์โครงการ วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 เชิญชวนชาวโคราช-นทท.ดูแลสุขภาพกายใจ หนุนการออกกำลังกายพร้อมท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 2 ต.ค. 2568 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุมประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครราชสีมา นำคณะสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกิจกรรมรณรงค์โครงการ “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2568” ของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมทั้งส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครราชสีมา

    โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  ผ่านการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมบรรยากาศที่สวยงามตามสถานที่สำคัญและแลนมาร์คของจังหวัดนครราชสีมา  อาทิ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นสถานที่ออกกำลังกายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา

    อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย”  แล้วแชร์ภาพความประทับใจผ่าน Facebook ของทุกท่าน พร้อมติดแฮดแท็ก #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย เพื่อร่วมกันสร้างเสริมสุขภาพและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาต่อไป.

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    website

    รมว.พม. ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมมอบของขวัญและติดตามการฟื้นฟูหลังพายุ “บัวลอย”

    แม่ฮ่องสอน เครือข่ายสหกรณ์สายใต้ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 2 และ 4 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลาก อ.แม่สะเรียง

    สังขยามะพร้าวน้ำหอมวัดปราโมทย์ 1ปี มีครั้งเดียวพลาดปีนี้ต้องรอปีหน้า

    สุโขทัย สีขาวฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุโขทัยปฏิบัติการกวาดล้างสิ่งเสพติด

    “สมาคมพุทธวจนยุโรป” แฉตัวแทนโครงการฯส่อฮุบเงินบริจาค

    สืบสวน สภ.ป่าตอง จับอาวุธเถื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1342494&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YJ98dienqn6tcN1imYNG3

  • ทาง 2 แพร่ง ‘เกาะสมุย’ ท่องเที่ยวอิสราเอลพุ่ง คริปโตบูม ธุรกิจทุนสีเทาแทรกซึม

    ทาง 2 แพร่ง ‘เกาะสมุย’ ท่องเที่ยวอิสราเอลพุ่ง คริปโตบูม ธุรกิจทุนสีเทาแทรกซึม

    เกาะสมุยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ท่ามกลางการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนท์ ที่มีกำลังซื้อสูง และนักธุรกิจต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงจากการแทรกซึมของธุรกิจสีเทา และธุรกิจผิดกฎหมาย กำลังกดดันผู้ประกอบการท้องถิ่น และท้าทายความยั่งยืนของสมุย โจทย์ใหญ่ คือ การพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาความยั่งยืน และการป้องกันภัยคุกคามจากธุรกิจสีเทารุกคืบ

    นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่อิสราเอล-เศรษฐีคริปโต

    นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึง ทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยว่า สมุยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ เช่น ชาวอิสราเอล โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐีคริปโต (Crypto Millionaires) ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจท้องถิ่น การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และการขยายตัวของธุรกิจบริการ แต่ขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงจากการแทรกซึมของเงินเทาและธุรกิจผิดกฎหมาย

    ทาง 2 แพร่ง ‘เกาะสมุย’ ท่องเที่ยวอิสราเอลพุ่ง คริปโตบูม ธุรกิจทุนสีเทาแทรกซึม

    หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดคือการขยายตัวของตลาดอิสราเอล นักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง และมีการใช้จ่ายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย นักธุรกิจคริปโตหลายรายเลือกพักระยะยาว ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และลงทุนในธุรกิจบนเกาะ ข้อมูลจากโรงแรมบางแห่งระบุว่า ห้องพักกว่า 77% ถูกครอบครอง โดยชาวอิสราเอล ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ

    ความเสี่ยงทุนสีเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย

    แม้การมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย เนื่องจากเงินทุนที่หมุนเวียนส่วนหนึ่งมาจากคริปโตที่ตรวจสอบยาก และมีการใช้ช่องทางในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจบริการเป็นเครื่องมือฟอกเงิน ส่งผลให้เกิดภาวะ “เงินเทา” แทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

    ปัญหาที่ตามมาคือการเกิดธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การตั้งบริษัทนอมินีโดยใช้ชื่อคนไทยบังหน้าเพื่อครอบครองกิจการ รวมถึงการให้บริการนำเที่ยวโดยไกด์เถื่อน การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้กดดันผู้ประกอบการท้องถิ่น และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตลาดท่องเที่ยวไทย หากไม่ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อาจทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของสมุยเสียสมดุลในระยะยาว

     “การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องควบคู่ไปกับการป้องกันธุรกิจผิดกฎหมาย มิฉะนั้นผลเสียจะตกอยู่กับผู้ประกอบการไทยและภาพลักษณ์ของสมุย”.

    เมกกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานปรับโฉมสมุย     

    นอกจากแรงกดดันด้านเงินลงทุนแล้ว โครงสร้างพื้นฐานยังเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ปัญหาการจราจรบนเกาะสมุยกำลังกลายเป็นอุปสรรคหลักต่อการท่องเที่ยว การก่อสร้างถนนบายพาสรอบเกาะ ถูกมองว่าจะเป็นทางออกในการลดความแออัดและกระจายเส้นทางคมนาคม

    อีกหนึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่ถูกจับตาคือ “แลนด์บริดจ์สุราษฎร์–ขนอม” มูลค่าลงทุนกว่า 55,000 ล้านบาท แนวคิดโครงการนี้ คือ การเชื่อมเกาะสมุยกับแผ่นดินใหญ่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่งสินค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบต่อแหล่งดำน้ำที่เกาะเต่า รวมถึงการจัดการน้ำเสียและขยะที่ยังไม่มีระบบรองรับเพียงพอ

    ขณะเดียวกันสนามบินสมุยที่พัฒนาโดยภาคเอกชนก็กำลังเดินหน้าโครงการขยายเฟสใหม่ ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถจาก 3 ล้านคนต่อปี เป็น 6 ล้านคนต่อปี พร้อมสร้างอาคารผู้โดยสาร Private Jet Terminal คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 โครงการนี้มีเป้าหมายรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม high-spending และนักธุรกิจต่างชาติ ที่ต้องการความสะดวกและบริการระดับพรีเมียม

    ชู Experience Tourism เน้นยั่งยืน

    อีกทั้งท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง นายรัชชพร เสนอว่า สมุยควรเปลี่ยนแนวคิดการท่องเที่ยวจากแบบ “ชมและซื้อ” หรือ 2C (sightseeing consumption) ไปสู่ Experience Tourism ที่นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมจริงในกิจกรรมท้องถิ่น เช่น การเรียนทำอาหารไทย การปั้นเครื่องดินเผา การเที่ยวสวนผลไม้ หรือการใช้ชีวิตร่วมกับชุมชน นอกจากนี้การสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบ Man-made Attraction ยังเป็นอีกช่องทางในการเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้กับเกาะ

    นายรัชชพร ยังกล่าวต่อว่า แม้เชนโรงแรมระดับโลกจะเข้ามาลงทุนในสมุย แต่ผู้ประกอบการท้องถิ่นยังคงมีบทบาทสำคัญ หากจับตลาดได้ถูกต้องและนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว การรวมกลุ่มผู้ประกอบการยังสามารถช่วยสร้างความเข้มแข็ง ป้องกันการครอบงำจากธุรกิจต่างชาติ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือน

    สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามคือความยั่งยืนในการพัฒนา สมุยในฐานะเกาะท่องเที่ยวที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะ น้ำเสีย และการปกป้องระบบนิเวศ แนวทาง Green Tourism และ Sustainable Tourism จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สมุยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นในระยะยาว

    “สมุยไม่ใช่เพียงเกาะที่มีธรรมชาติสวยงาม แต่เป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และชุมชน หากมีการวางแผนและควบคุมที่ดี สมุยจะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน” นายรัชชพร กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640622&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mKFAv2GGtHlwVQ4ta1l-p

  • น่าน-จัดประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่น ยกระดับสู่อาหารเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

    น่าน-จัดประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่น ยกระดับสู่อาหารเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

    วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดการประกวด เมนูอาหารพื้นถิ่นจังหวัดน่าน ระดับจังหวัด ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้าน Gastronomy Tourism สืบสานภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านต่อยอดสู่อาหารเพื่อสุขภาพ (อาหารเป็นยา)

    พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะ โดยมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, ว่าที่ร้อยตรีสุเทพ วงศ์วิเศษ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ นักชิม ผู้เข้าร่วมงาน และสื่อมวลชน ร่วมชิมและโหวตเมนูยอดนิยม พร้อมชมการแสดงทางวัฒนธรรมจากนักเรียนโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา

    การประกวดครั้งนี้มีทีมเข้าร่วม 14 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกระดับอำเภอ โดยทีมชนะเลิศ ได้แก่
    ทีม “ส้านสร้างสุข ล๊ำลำ” อำเภอเวียงสา ด้วยเมนู “เมี่ยงคำปลา 3 รส” ได้รับรางวัลชนะเลิศและเงินรางวัล 20,000 บาท
    ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอาหารพื้นบ้านให้ได้มาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และโภชนาการ พร้อมพัฒนาเป็นสินค้าวัฒนธรรมที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชนในจังหวัดน่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/nan/3786042/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17zNHGb8eUq9Xwmygu9OOK

  • “ชัยชนะ”  ขน “20 สจ.นครศรีธรรมราช”  สมัครสมาชิกปชป. พร้อมหนุน “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

    “ชัยชนะ” ขน “20 สจ.นครศรีธรรมราช” สมัครสมาชิกปชป. พร้อมหนุน “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/101525&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ecRZF2QF6zAZWKeTaTbdr

  • สระบุรี- เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะมหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยน พร้อมชมการแสดง “รำวงสระบุรี” วนรอบ “ข้าวต้มยักษ์”ใหญ่ที่สุดในโลก | TOPNEWS

    สระบุรี- เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะมหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยน พร้อมชมการแสดง “รำวงสระบุรี” วนรอบ “ข้าวต้มยักษ์”ใหญ่ที่สุดในโลก | TOPNEWS

    นายเจตน์ อินทับทัน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า ไฮไลต์ภายในงาน ทุกท่านจะได้ชมขบวนแห่ข้าวต้มลูกโยน และขบวนการแสดงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม และชมการแสดง”รำวงสระบุรี” วนรอบ”ข้าวต้มยักษ์”ที่ใช้คนมากที่สุด โดยกลุ่มชมรมวัฒนธรรมอำเภอต่างๆ เกือบ 1,000 คน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การตักบาตรข้ามต้มลูกโยน

    ซึ่งมีการจำลองการเสด็จลงมาจากสวรรค์ขององค์สัมมาสัมมาพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากชั้นดาวดึงส์เพื่อลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อโปรดสัตว์ และมนุษย์โลกโดยมีนางฟ้า นางสวรรค์ เทวดาเสด็จร่วมขบวน โดยในระหว่างขบวนแห่มีชาวบ้านรอใส่บาตรด้วยข้าวต้มลูกโยน ข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้แก่พระภิกษุ สามเณร ข้าวต้มลูกโยนนั้น วิธีการทำอาจคล้ายคลึงกัน แต่การใช้ใบไม้มีหลายชนิดที่นำมาห่อ ส่วนใหญ่จะใช้ใบเตยซึ่งเมื่อนำไปนึ่งก็จะมีกลิ่นหอม และเมื่อสุกแล้วแกะออกจะมีลักษณะคล้ายหยดน้ำ ทำให้น่ารับประทาน และสามารถเก็บได้นานกว่า 3 วัน ในอุณหภูมิปกติ อีกทั้งการทำข้าวต้มลูกโยนยังถ่ายทอดความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจในการรักษาประเพณีของชุมชน การทำข้าวต้มลูกโยนหรือข้าวต้มหาง จะนิยมทำขึ้นในวันออกพรรษาประเพณีนี้ชาวบ้านปฏิบัติสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นประเพณีเก่าแก่ของที่นี่ ซึ่งทุกบ้านจะทำข้าวต้มลูกโยนเพื่อนำไปทำบุญตักบาตรเทโวฯ สำหรับท่านที่จะมาร่วมงานสามารถหาซื้อข้าวต้มลูกโยนได้ภายในวัดโดยทางกลุ่มแม่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่จะนำมาจำหน่าย

    ด้านรองนายก อบจ.สระบุรี นายธนกฤต อัตถสัมปุณนะ จังหวัดสระบุรีกล่าวว่า งานนี้ทาง อบจ.สระบุรี ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานสืบสานประเพณีท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด
    นายอรรถพร พงศ์สวัสดิ์ ปลัดอำเภอเมืองสระบุรี กล่าวว่า การจัดขบวนแห่ได้เตรียมการแสดงสุดยิ่งใหญ่หลายขบวน ขบวนนางรำกว่าพันชีวิต ขบวนชาติพันธุ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดสระบุรี


    และภายในงานยังมีกลุ่มแม่บ้านสาธิตวิธีการทำข้าวต้มลูกโยนให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชม และยังสามารถเดินทางเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระพุทธฉายเพียง 1 กิโลเมตร ช่วงปลายฝนต้นหนาว นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์สูดบรรยากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย แวดล้อมไปด้วยเสียงจากธรรมชาติ

    วัดพระพุทธฉายได้ริเริ่มฟื้นฟูประเพณีใส่บาตรข้าวต้มหาง หรือใส่บาตรข้าวต้มลูกโยน กว่า 10 ปีมาแล้ว และปฏิบัติต่อเนื่องมา ทำให้งานประเพณีตักบาตรข้าวต้มลูกโยนของวัดพระพุทธฉาย เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วประเทศ เนื่องจากมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมาร่วมพิธีนับหมื่นคน สำหรับการทำ”ข้าวต้มลูกโยน” หรือ “ข้าวต้มหาง” ลักษณะคล้ายข้าวต้มมัดแต่มีขนาดเล็กกว่าอีกทั้งในรูปแบบการห่อมีเอกลักษณ์โดดเด่นโดยจะไว้หางยาวเพื่อความสะดวกในการใส่บาตร ซึ่งผู้ที่ทำได้เล่าถ่ายทอด ถึงการทำข้าวต้มลูกโยนว่า ข้าวต้มลูกโยน หรือ ข้าวต้มหาง ทำมาจากข้าวเหนียว ซึ่งจะนำมาผัดกับกะทิคล้ายกับการทำข้าวต้ม มัดแต่จะมีขนาดเล็กกว่า ข้าวต้มลูกโยนที่นี่จะใส่กล้วยถั่วดำและใส่กล้วยสุก แล้วนำมาห่อซึ่งรูปแบบการห่อจะนำใบเตยทำเป็นกรวยม้วนพันไปจนหุ้มข้าวเหนียวโดยทิ้งชายไว้ จากนั้นจะมัดด้วยไม้กลัดก่อนนำไปนึ่งให้สุกอีกประมาณ 7 ถึง 10 นาที อีกครั้ง

    จังหวัดสระบุรี โดยวัดพระพุทธฉาย ขอเชิญ พุทธศาสนิกชนร่วมงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2568 “มหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยนจังหวัดสระบุรี” ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2568 ณ วัดพระพุทธฉาย ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี
    โดยมีกิจกรรมดังนี้ วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม 2568
    – 08.00น. ทำบุญตามประเพณี
    – 09.40น.-10.00น. พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    – 19.00น. ชมการแสดงแสง สี เสียง การแสดงเหตุการณ์จำลองพระพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    – 17.00-20.00น. การแสดงศิลปวัฒนธรรม และตลาดวัฒนธรรม
    วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568
    – 07.00-09.00น. ชมการแสดง “รำวงสระบุรี”, ปล่อยขบวนแห่ข้าวต้มลูกโยนและขบวนนางรำ, พิธีเปิดงานและพิธีตักบาตรข้าวต้มลูกโยน, ชมการแสดงเหตุการณ์จำลองพระพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    – 09.30น. ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน
    – 19.00น. ชมการแสดงแสง สี เสียง การแสดงเหตุการณ์จำลองพระพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    – 17.00–20.00น. การแสดงศิลปวัฒนธรรม และตลาดวัฒนธรรม

    ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ   ผู้สื่อข่าว topnews ทั่วไทย  จังหวัดสระบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1342738&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xO5MUI3Jixz5VhnBpSGHy

  • เริ่มแล้ว งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค | TOPNEWS

    เริ่มแล้ว งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 04/10/2025 16:25

    โดย ที่ บริเวณลานหน้าที่ว่าอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ร้อยโทคมสัน เกตุถาวร นายกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และมวลสมาชิกสโมสร ได้ร่วมกันเปิดงาน มหัศจรรย์งานเกษตรโรตารีแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 ประจำปี 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยบรรยากาศภายในงาน และสถานที่ใกล้เคียงของการจัดงาน มีการตกแต่งสถานที่ ประดับไฟแฟงสี สวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา

    ซึ่งงานดังกล่าว สโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรได้นำผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูทางการเกษตร รวมถึง เครื่องมือทางการเกษตร และ สินค้า OTOP มาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการสินค้าทางการเกษตร และสินค้า OTOP ได้มีโอกาสนำสินค้าชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาวางจำหน่ายภายในงาน เป็นการฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นให้เกิดการหมุนเวียน ตลอดจนเพื่อจัดหารายได้ บำเพ็ญประโยชน์ การบริการด้านชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาความยากจน ด้วยความมุ่งมั่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ของสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี

    สำหรับภายในงาน นอกจากจะมีการจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ แล้ว ยังมีการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการผ่อนคลายความ เหน็ดเหนื่อย และความเครียดของประชาชน และการจัดหารายได้ เพื่อการกุศล” สมทบทุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม การสาธิต การต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้าการเกษตร การยกระดับ สินค้าอุปโภค บริโภค ตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาว เพื่อให้ประชาชนที่สนใจนำไปปรับใช้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินคาของตนเอง โดยงานดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นี้ เปิดให้เที่ยวชมฟรี ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

    ซึ่งในวันเปิดงาน และ วันปิดงาน ยังมีการแจกคูปองริสแบนด์กระดาษ ให้แก่ผู้ร่วมงาน เพื่อรับข้าวสาร ฟรี ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 600 ถุง และสิ่งของต่างๆ จาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และสมาชิกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ยากไร้ และผู้มีรายได้น้อย เป็นการช่วยเหลือสังคม ชุมชน และประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน อีกด้วย


    กฤษณ์ สนใจ  ผู้สื่อข่าว topnewsทั่วไทย  จ. ลพบุรี

    dvdvd

    SOCAIL 16-9

    “แม่ทัพภาคที่ 2” ยันเลื่อนประชุม RBC แล้ว “กัมพูชา” ไม่ชัดเจนตอบรับข้อเสนอไทย ให้ถอนกำลังพล-กู้ทุ่นระเบิด รอสรุปสร้างรั้วชายแดนช่องจอม

    “นายกเมืองชล”ชวนเด็กชลบุรีเพ้นท์ควายปูนสีสันสด ร่วมสืบสานประเพณีวิ่งควายครั้งที่ 154

    สระบุรี- เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะมหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยน พร้อมชมการแสดง “รำวงสระบุรี” วนรอบ “ข้าวต้มยักษ์”ใหญ่ที่สุดในโลก

    เทศกาลไหว้พระจันทร์หาดใหญ่ 2568 สืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน

    ชาวบ้านหนองไร่-บ้านลุงประดู่ อำเภอชุมพวง ปลื้มใจ อบจ.โคราช จัดให้ ถนนดี มีมาตรฐาน

    เริ่มแล้ว งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1342664&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hrENZFrAjRLEeRk0RntOp

  • เทศกาลไหว้พระจันทร์หาดใหญ่ 2568 สืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน | TOPNEWS

    เทศกาลไหว้พระจันทร์หาดใหญ่ 2568 สืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน | TOPNEWS

    วันที่ 3 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ โรงเรียนศรีนครมูลนิธิ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีพิธีเปิดงาน “สืบสานประเพณีไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2568” โดยได้รับเกียรติจาก นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมกับกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมเปิดกิจกรรมสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

    นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม กล่าวว่า งานนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีอันทรงคุณค่า แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ที่ถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาในการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2568 ภายในงานมีการประดับโคมไฟเต็งลั้งกว่าพันดวง โต๊ะไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ พิธีไหว้พระจันทร์ตามประเพณีดั้งเดิม การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน พร้อมแสง สี เสียง ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การออกร้านจำหน่ายอาหาร ขนมไหว้พระจันทร์ และกิจกรรมอีกมากมาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาใจกลางเมืองหาดใหญ่

    อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1342665&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kL-pu3GxGBhDAqwCs0G4A