Category: ท่องเที่ยว

  • ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการ กรมการท่องเที่ยว บุกจับ “ทัวร์เถื่อน” คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังปล่อยให้จบทริปเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเสียหาย

    ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการ กรมการท่องเที่ยว บุกจับ “ทัวร์เถื่อน” คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังปล่อยให้จบทริปเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเสียหาย

    ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการ กรมการท่องเที่ยว บุกจับ “ทัวร์เถื่อน” คาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังปล่อยให้จบทริปเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเสียหาย

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) โดยกองกำกับการสืบสวน บูรณาการกำลังร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงไฮซีซั่น เข้าจับกุม นายจัน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี อดีตหัวหน้าทัวร์ ที่ลักลอบเปิดบริษัทนำเที่ยวและจัดทัวร์ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีประกันภัยเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยการจับกุมเกิดขึ้นที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 ประตู 9 สนามบินสุวรรณภูมิ ภายหลังปล่อยให้คณะทัวร์เดินทางกลับจากต่างประเทศอย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
    ​ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุขุนทศ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. ดำเนินการตามมาตรการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

    ​พฤติการณ์ของผู้ต้องหาคือ นายจัน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ได้อาศัยความสนิทสนมและสัมพันธ์ส่วนตัวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุ ซึ่งเคยเป็นลูกทัวร์สมัยที่ตนเป็นหัวหน้าทัวร์ให้กับบริษัทที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ก่อนจะแยกมาลักลอบเปิดบริษัททัวร์เถื่อนเอง โดยการแอบอ้าง ใช้โลโก้และโปรไฟล์บริษัทใหญ่โตเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และชักชวนให้ซื้อโปรแกรมนำเที่ยวต่างประเทศแบบทริปแสวงบุญในราคาตัดหน้าบริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าบริษัทของนายตันติกรฯ เป็นเพียงห้องเช่าในการเคหะ อาคาร 13 ชั้น 4 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และไม่ได้จดทะเบียนประกอบธุรกิจนำเที่ยวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    ​เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.ทท. ได้สืบสวนหาข่าวมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2568 และได้เข้าสังเกตการณ์พร้อมถ่ายภาพเก็บหลักฐานขณะที่นายตันติกรฯ นัดแนะลูกทัวร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามโปรแกรม แต่ยังไม่ได้เข้าจับกุมในทันที เนื่องจากเกรงว่าการจับกุมจะทำให้การท่องเที่ยวของคณะดังกล่าวเสียหาย เนื่องจากมีการชำระค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้าแล้ว

    ​ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนและรอเข้าจับกุมนายตันติกรฯ ในขากลับเมื่อแผนการท่องเที่ยวเสร็จสิ้นแล้วในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 1 ประตู 9 สนามบินสุวรรณภูมิ และได้แจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนฯ” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/59382&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kECFSbo0sAIjX2WiRw4Ai

  • มิติใหม่วงการกีฬา! ทัพฮอกกี้น้ำแข็งรวมทีม

    มิติใหม่วงการกีฬา! ทัพฮอกกี้น้ำแข็งรวมทีม

    วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.04 น.

     นักกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็งเยาวชนจากหลายสโมสร รวมตัวกันเป็นทีมเฉพาะกิจภายใต้ชื่อ “Amazing Thailand”  ทีมผู้เล่น 12 คน อายุไม่เกิน 13 ปี  โดยได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  การกีฬาแห่งประเทศไทย   สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย    บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และองค์กรภาคธุรกิจมากมาย  ได้แก่ Emdistrict  BMW Millenium Auto   Silkspan  Ari Audrey Cafe   Krispy Kreme Thailand  ลานสเก็ต IWIS  TIIHA The RINK  Subzero 

    ทีม Amazing Thailand  เกิดขึ้นจากโครงการ “Youth Ice Hockey for Thai Tourism”  โดยมี นางสาวจณิสตา (ลิ่วเฉลิมวงศ์) จรูญสมิทธิ์ เป็นประธานโครงการ  และผู้จัดการทีม  ร่วมกับคณะผู้ปกครองนักกีฬาและผู้ฝึกสอนฯ   โดย นางสาวจณิสตา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิด ” PASS & PLAY  with PRIDE“  โดยต้องการปลูกฝังให้นักกีฬาเยาวชนฯ  ได้เกิดความภาคภูมิใจที่ตนเองได้นำกีฬาฯตนชื่นชอบไปสร้างประโยชน์ให้ประเทศผ่านการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย  เพิ่มเติมจากความมุ่งหวังชัยชนะจากการไปแข่งกีฬาแต่เพียงอย่างเดียว  ซึ่งนอกเหนือจะเป็นการปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยมที่ดี และการรักชาติแล้ว  ยังจะเป็นการเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติได้รู้จักประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

    ทีม ”Amazing Thailand”  ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันใน 13th International Peewee Tournament   ระหว่างวันที่ 20-25 ตุลาคม 2568 ณ เมืองนิวคาสเซิล  ประเทศออสเตรเลีย เป็นครั้งแรก  ซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นท์ที่มีทีมนานาชาติเข้าร่วมการแข่งขัน 2 รุ่นรวม  12 ทีม โดยทีม Amazing Thailand มีความมุ่งหวังที่จะนำร่องทำกิจกรรมมิตรสัมพันธ์ เช่นเดียวกับแสดงฝีมือให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงและคว้าชัยกลับมาให้ได้

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB/IG/TT/Youtube : AmazingThailandonIce

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/921959&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KzWcx30_LyJJlJScMumlr

  • กรมควบคุมโรค แนะท่องเที่ยวปลอดภัย ลงเล่นน้ำระวังการสัมผัสแมงกะพรุน

    กรมควบคุมโรค แนะท่องเที่ยวปลอดภัย ลงเล่นน้ำระวังการสัมผัสแมงกะพรุน

           กรมควบคุมโรค เตือนนักท่องเที่ยวระมัดระวังการสัมผัสถูกแมงกะพรุน  หลังมีรายงานพบผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษ บริเวณหาดป่าตอง และหาดกะหลิม จังหวัดภูเก็ต เมื่อประชาชนรู้สึกตัวว่าถูกพิษจากการสัมผัสถูกแมงกะพรุนพิษ ให้รีบขึ้นจากน้ำ ล้างพิษด้วยน้ำส้มสายชูบริเวณที่สัมผัสอย่างต่อเนื่อง หากมีอาการรุนแรงรีบพาไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ห้ามใช้น้ำจืด เหล้าขาว หรือแอลกอฮอล์ราดเด็ดขาด ห้ามขัดหรือถูบริเวณที่สัมผัส เพราะจะกระตุ้นการยิงเข็มพิษทำให้พิษเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น

           ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รายงานว่าแมงกระพรุนทั่วโลกมีมากกว่า 9,000 สายพันธ์ และมากกว่า 100 สายพันธ์มีพิษต่อมนุษย์ สำหรับข้อมูลแมงกระพรุนพิษในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 2564  จำแนกชนิดของแมงกระพรุนตามลักษณะความเป็นพิษได้ 5 กลุ่ม โดยอาการของพิษมีตั้งแต่ มีพิษเฉพาะบริเวณที่สัมผัส เป็นผื่นแดงปวดแสบปวดร้อนไปจนถึงมีพิษต่อระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

           วันนี้ (18 ตุลาคม 2568) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์  อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานพบนักท่องเที่ยวหลายรายสัมผัสแมงกระพรุนพิษมีอาการผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนัง หลังขึ้นจากลงเล่นน้ำทะเล บริเวณหาดป่าตองและหาดกะหลิม จังหวัดภูเก็ต โดยนักท่องเที่ยวได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดเทศบาลป่าตองในการปฐมพยาบาลด้วยการราดน้ำส้มสายชู และนำผู้ป่วยที่มีอาการแพ้มากส่งต่อโรงพยาบาล โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต

           นายแพทย์มณเฑียร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แมงกระพรุนพบได้มากขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะหลังฝนตก บริเวณทะเลน้ำตื้นหรือใกล้ชายฝั่ง หากประชาชนหรือนักนักท่องเที่ยว แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสไว้ก่อน เมื่อร่างกายคนสัมผัสถูกแมงกระพรุนที่มีพิษจะปล่อยเข็มพิษสู่ร่างกายคนทำให้มีอาการปวดแสบบริเวณสัมผัส หากเป็นชนิดที่พิษรุนแรง พิษก็จะกระจายสู่ระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ในกรณีที่เกิดขึ้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต น่าจะเป็นแมงกระพรุนไฟที่มีพิษเฉพาะที่ต่อผิวหนังที่สัมผัส ซึ่งต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดและเทศบาลเมืองป่าตองที่มีความรู้และทักษะ รวมทั้งความพร้อมในการปฐมพยาบาล โดยจัดให้มีน้ำส้มสายชูพร้อมใช้อยู่ในบริเวณหาด ทำให้เมื่อเกิดเหตุสามารถใช้ต้านพิษได้ทันที โดยน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ยับยั้งการฉีดพิษของแมงกระพรุน

           หากสงสัยว่าโดนพิษแมงกะพรุนกรมควบคุมโรคขอแนะวิธีปฐมพยาบาล ดังนี้ 1. รีบขึ้นจากน้ำทะเล และรีบขอความช่วยเหลือพร้อมโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 2. ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งๆ และห้ามขัดถูบริเวณที่สัมผัส เนื่องจากการเคลื่อนไหวอาจเป็นการกระตุ้นการสัมผัสพิษมากขึ้น 3. ใช้น้ำส้มสายชูความเข้มข้น 4 – 6% ที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป ราดบริเวณที่สัมผัสต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที (ห้ามราดด้วยน้ำจืด น้ำเปล่า หรือแอลกอฮอล์) เพื่อให้เข็มพิษหลุดเช่นเดียวกับโดนแมงกะพรุน 4. หากผู้บาดเจ็บหากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว 

           ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว สวมเสื้อผ้ามิดชิดลงเล่นน้ำ ไม่ควรเล่นน้ำหลังฝนตก สังเกตจุดวางน้ำส้มสายชูและปฏิบัติตามป้ายแจ้งเตือน หากพบว่ามีซากของแมงกะพรุนกล่อง อยู่ตามชายหาด ไม่ควรลงเล่นน้ำ หรือลงเล่นน้ำในบริเวณปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เท่านั้น และให้ปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

     *************************************
    ข้อมูลจาก : กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
    วันที่ 18 ตุลาคม 2568

    View 40    18/10/2568   ข่าวในรั้ว สธ.    สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr.moph.go.th/online/index/news/328763&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xLnE5YSOrrDxwKjAgSgSN

  • ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    ภูมิภาค

    ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่จุดชมวิวชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) เป็นประธานพิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยการท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ “ไฮซีซั่น” โดยมี พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ปั้นลายนาค รอง ผบก.ทท.3, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.1 บก.ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, รวมถึงผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ททท.เพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    ภายหลังพิธีปล่อยแถว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา พร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการชายหาดชะอำ พบปะและมอบของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้านความปลอดภัยและการต้อนรับของเจ้าบ้านที่ดี

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวว่า การปล่อยแถวในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ ชะอำ–หัวหิน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาในช่วงนี้

    ตำรวจท่องเที่ยวได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การให้บริการข้อมูลข่าวสาร และการป้องกันอาชญากรรมในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการหลอกลวงหรือการฉ้อโกงนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

    “เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สนับสนุนงานด้านความปลอดภัย เช่น กล้องระบบ AI เชื่อมโยงข้อมูลหมายจับ การให้บริการสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา และแอปพลิเคชัน ‘Thailand Tourist Police’ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแย้ม ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนอยากกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง โดยตำรวจท่องเที่ยวพร้อมปฏิบัติงานเต็มกำลัง ภายใต้นโยบาย “สะดวก ปลอดภัย ได้รับความเป็นธรรม” เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/450979&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23uOJrFUovbDDg3u_R3_Vi

  • ชาววังน้ำเขียว สร้างจุดเช็คอิน ชวน “เที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว” กับบรรยากาศสุดฟิน | TOPNEWS

    ชาววังน้ำเขียว สร้างจุดเช็คอิน ชวน “เที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว” กับบรรยากาศสุดฟิน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 18/10/2025 22:23

    นครราชสีมา ชาววังน้ำเขียว สร้างจุดเช็คอิน ชวน “เที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว” กับบรรยากาศสุดฟิน

    วันที่ 18 ต ค.68 ที่ผารักษ์สลัดได บ้านพุทธชาติ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทีมวังน้ำเขียว Workshop ร่วมกับ ลุงโชค หรือ สวนไผ่ลุงโชค วังน้ำเขียว มอบเก้าอี้ชิงช้าไม้ไผ่ สร้างจุดเช็คอินถ่ายรูป ต้อนรับนักท่องเที่ยว เปิดฤดูกาลเที่ยว 3 ณ ผารักษ์สลัดได-ผาเก็บตะวัน-ผาชมตะวัน

    นายโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชควังน้ำเขียว สิบเอกธงชัย ไชยฉิมพลี ประธานชมรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช พ.ต.อ.นิรันดร์ ถวัลย์ภูวนาถ เจ้าของสวนสับปะรดสีวังน้ำเขียว นายวัชรพล สังคร เจ้าของเดอะวันเพลส วังน้ำเขียว พร้อมด้วย กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมชุมชนวังน้ำเขียว นำเก้าอี้ชิงช้าไม้ไผ่ จากสวนไผ่ลุงโชค ไปมอบให้ชุมชนบ้านพุทธชาติ สนับสนุนการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ผารักษ์สลัดได และมอบให้ ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน

    โดยสมาคมการท่องเที่ยววังน้ำเขียว ร่วมกับทหารอากาศ ชมรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมชุมชนวังน้ำเขียว และ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านพุทธชาติ เตรียมจัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ด้วยความร่วมมือของภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยใช้ชื่องานว่า “ เที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว ” โดยกิจกรรมจะจัดขึ้น ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 07:00 น. ณ ผารักษ์สลัดได วังน้ำเขียวจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ร่วมงานเที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว” .

    ภาพ-ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    website

    dcdvdv

    เริ่มแล้ว กิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็มและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ครั้งที่ 30

    สกร. เชื่อมเครือข่ายรักษ์อดีต ผ่านปราชญ์ท้องถิ่นล้านนา วัฒนธรรมคงอยู่คู่นักศึกษา สกร.

    ภูเก็ตเตรียมฉลอง 200 ปีศาลเจ้ากะทู้ ต้นกำเนิดเจี๊ยะฉ่าย ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

    บุกตรวจโรงแรมต่างชาติ เกาะพะงัน พบต่างด้าวผิดกฎหมาย

    ตำรวจภูธรภาค 5 จัดพิธีเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568

    “ฝันดี-ฝันเด่น” ถามกลับสุดเจ็บ “อังคณา-สุนัย” โร่ร้องขอตร.คุ้มครอง เทียบคนไทยชายแดน โดนจรวดเขมรพรากชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1361477&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-65A5307aXewUnvfiEqL7

  • ‘รมต.อรรถกร’เชื่อมั่นทัพ’อช.ยูธ’ จะเผยแพร่ความเป็นไทยทั่วเอเชีย มีสปิริตน้ำใจนักกีฬา

    ‘รมต.อรรถกร’เชื่อมั่นทัพ’อช.ยูธ’ จะเผยแพร่ความเป็นไทยทั่วเอเชีย มีสปิริตน้ำใจนักกีฬา

    นายอรรถกร ศิริลัทยากร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยทั้ง 330 คน ที่จะเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ต.ค. 68 ที่ประเทศบาห์เรน ต่างยึดมั่นนำเอกลักษณ์ความเป็นไทยเผยแพร่สู่สายตานักกีฬาและผู้ชมทั่วทวีปเอเชีย และมีสปิริตเพียงพอในเกมการแข่งขันไม่ว่าแข่งขันกับนักกีฬาชาติใดก็ตาม พร้อมแสดงความห่วงใยนักกีฬาที่เดินทางไปแข่งขันต่างประเทศครั้งแรก ขอให้ดูแลสุขภาพให้ดี

    ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 3 โดย ประเทศบาห์เรน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคม 2568 โดยมีนักกีฬากว่า 4,300 คนจาก 45 ประเทศในทวีปเอเชีย เข้าร่วมการชิงชัยใน 26 ชนิดกีฬาชิงชัย 247 เหรียญทอง

    โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาเยาวชนตัวแทนทีมชาติไทยทั้ง 330 คนว่าทุกคนจะทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยในการเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดีในทุกเวทีการแข่งขัน ด้วยรอยยิ้มและความนอบน้อมถ่อมตน หลีกเลี่ยงต่อความขัดแย้งใดๆทางการเมือง มีสปิริตและน้ำใจนักกีฬาต่อเพื่อนนักกีฬาทุกๆชาติ ที่สำคัญให้ความเคารพต่อตนเองและคู่ต่อสู้ในสนามแข่งขัน ซึ่งนั่นหมายถึงนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยทุกคนจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ  นอกจากนี้ยังเป็นเงื่อนไขในการส่งเสริมความพร้อมของประเทศไทย ที่จะยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 ในปี 2030 ต่อไป พร้อมกันนี้ตนทราบว่ามีน้องๆนักกีฬาเยาวชนหลายคนที่น่าจะมีประสบการณ์ในการเดินทางและแข่งขันยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก ก็ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี ทำหน้าที่นักกีฬาทีมชาติไทยให้ดีที่สุดครับ นายอรรถกรกล่าวทิ้งท้าย

    สำหรับมหกรรมกีฬาเอเชียน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคม 2568 ที่ประเทศบาห์เรน กกท. ร่วมกับ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ส่งนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย รวม 330 คน เข้าร่วมการแข่งขัน 24 ชนิดกีฬา ได้แก่ ว่ายน้ำ, กรีฑา, แบดมินตัน, แฮนด์บอล, บาสเกตบอล 3×3, อีสปอร์ต, ยูโด, มวยปล้ำ, จักรยาน, กอล์ฟ, วอลเลย์บอล, เทควันโด, เทเบิลเทนนิส, ไตรกีฬา, มวยสากล, ยกน้ำหนัก, กาบัดดี้, เทคบอล, MMA-ศิลปะการต่อสู้แบบผสม, ยูยิตสู, ฟุตซอล, มวยไทย, ปันจักสีลัต และ คูราช ยกเว้น ขี่ม้า และ ขี่อูฐ

    โดย กกท. ตั้งเป้าหมายร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ไว้ที่ 22 เหรียญทอง จาก ว่ายน้ำ 1 เหรียญทอง, กรีฑา 3 เหรียญทอง, แบดมินตัน 1 เหรียญทอง, อีสปอร์ต 1 เหรียญทอง, ยูยิตสู 2 เหรียญทอง, จักรยาน 1 เหรียญทอง, เทควันโด 2 เหรียญทอง, ไตรกีฬา 1 เหรียญทอง, มวยปล้ำ 1 เหรียญทอง, ยกน้ำหนัก 1 เหรียญทอง, เทคบอล 2 เหรียญทอง, มวยสากล 1 เหรียญทอง และ มวยไทย 5 เหรียญทอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/881037/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1emxGoVCJcgqrnYRuTy1mt

  • ผบช.ทท. ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมหาดชะอำ ช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ผบช.ทท. ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมหาดชะอำ ช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5217550/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XoOa0NV1Ku5Dx0AXMsG6D

  • “อรรถกร” บุกปักกิ่ง ลุย! ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน

    “อรรถกร” บุกปักกิ่ง ลุย! ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีน

    “อรรถกร” บุกปักกิ่ง ลุย! ฟื้นคววามเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว จีน ดันไทยขึ้นแท่นจุดหมายคุณภาพระดับโลก ยืนยัน “ไทยปลอดภัย เที่ยวง่าย มั่นใจได้”

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรม “Amazing Thailand, Networking Dinner” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีนเดินทางเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Networking Dinner ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน      

    โดยได้พบปะและหารือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีน ได้แก่ UTour, Caissa, Qunar, Tongcheng, China Comfort Tourism (CCT), China Travel Group (CTG), 6renyou, ZX-Tour, Hainan Airlines และ Air China ซึ่งต่างเป็นพันธมิตรหลักในการขับเคลื่อนตลาด outbound ของจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูง

    โดยนายอรรถกร ได้กล่าวกับทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีน ว่า ในนามของรัฐบาลไทย เรามาเพื่อขอคำแนะนำจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีน ว่า อยากจะให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะการทำงานของตนยึดมั่นว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องมารับฟังจากผู้รู้ วันนี้เราต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กระชับความสัมพันธ์ และผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก การพบปะครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แต่ยังมาแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

    “การหารือครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และการคุ้มครองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านการเดินทาง การบริการ การดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกท่านเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยทุกก้าว”นายอรรถกร กล่าว

    ทั้งนี้ การเดินทางพบปะพันธมิตรจีนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเชิงรุกภายใต้นโยบาย “Big Impact, Act Fast” ซึ่งมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการกับพันธมิตรสำคัญของจีนในทุกมิติ ทั้งสายการบิน แพลตฟอร์มออนไลน์ และบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูและยกระดับตลาดนักท่องเที่ยวจีนสู่ประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง “Strategic Connectivity” ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจีน พร้อมผลักดันให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพลัง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/259480/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q2n7Axt2OzvyS6WwhqMd9

  • ล้างบางเกาะพะงัน! จับต่างชาติเปิดโรงแรมเถื่อน จ้างแรงงานผิดกฎหมาย

    ล้างบางเกาะพะงัน! จับต่างชาติเปิดโรงแรมเถื่อน จ้างแรงงานผิดกฎหมาย

    ล้างบางเกาะพะงัน! จับต่างชาติเปิดโรงแรมเถื่อน จ้างแรงงานผิดกฎหมาย

    วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.57 น.

    ตม.ล้างบางเกาะพะงัน! จับ 8 ผู้ต้องหา ต่างชาติเปิดโรงแรมเถื่อน จ้างแรงงานผิดกฎหมาย ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    วันที่ 18 ตุลาคม 2568 ตามนโยบายปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะ ‘นอมินี’ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้สั่งการให้ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี บูรณาการร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ตำรวจท่องเที่ยว, ฝ่ายปกครอง และ สภ.เกาะพะงัน เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจของคนต่างชาติในพื้นที่ เกาะพะงัน

    ผลจากการสืบสวนพบว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญ 2 แห่ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 8 ราย ประกอบด้วย ชาวอิสราเอล 2 ราย, ชาวเมียนมา 4 ราย และคนไทย 2 ราย

    โดยจุดที่ 1 โรงแรมอาคานา เกาะพะงัน (ARCANA KOH PHANGAN) เจ้าหน้าที่พบการดำเนินกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งข้อหา ‘ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต’ แก่ นายกาย (อิสราเอล) และ นายสุวิชานนท์ (ไทย) ซึ่งเป็นกรรมการเจ้าของบริษัท และจับกุม นายฌอน (อิสราเอล) ผู้จัดการโรงแรม ในข้อหา ‘ทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะทำได้’ นอกจากนี้ยังจับกุมแรงงานชาวเมียนมาผิดกฎหมายอีก 2 ราย

    และจุดที่ 2 ทีโรงแรมบรีซซิ่ง โฮม แอนด์ คาเฟ่ (BLESSINGS HOME AND CAFÉ) พบแรงงานชาวเมียนมา 2 ราย ทำงานในตำแหน่งต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว (พนักงานขายกาแฟและเก็บเงินในบาร์) โดยถูกแจ้งข้อหา ‘ทำงานเกินสิทธิ์ที่จะทำได้’ และจับกุม นายภาณุพงษ์ (ไทย) นายจ้างในข้อหา ‘ให้คนต่างด้าวทำงานเกินสิทธิ์ที่จะทำได้’ นอกจากนี้ยังกล่าวโทษ นางยารา (อิสราเอล) กรรมการบริษัทเจ้าของโรงแรมตัวจริง ในข้อหา ‘เปิดโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต’

    พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการนี้เป็นการปราบปรามกลุ่มที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะนอมินี ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของคนต่างชาติได้ที่สายด่วน 1178 หรือ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 077-423440 ตลอด 24 ชั่วโมง ////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/921942&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00TqE3-hSw_dHZS5SkaFUH

  • “

    “รองนายกฯ สุชาติ” ย้ำเตือน! นทท.- บริษัทนำเที่ยว​ช่วยกันป้องกันรักษาปะการัง​และสิ่งมีชีวิตในทะเล​ไม่ให้เสียหายจากกิจกรรมท่องเที่ยวโดยเด็ดขาด


    18/10/2568 | 113 |

    18 ตุลาคม​ 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศ โดยยืนยันหลักการว่า “การท่องเที่ยวทางทะเลต้องไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเด็ดขาด” พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนทั่วไป​ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ นำเที่ยวให้ช่วยกันปกป้องท้องทะเลไทยซึ่งถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของประเทศ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” 

    ​รองนายกฯ สุชาติ กล่าวว่า ทรัพยากรทางทะเลของไทยเป็นสมบัติอันล้ำค่า เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนั้น การบริหารจัดการการท่องเที่ยวจึงต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด

    ​”ผมได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ ให้ใช้มาตรการควบคุมและกำกับดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการฟื้นฟูธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว การควบคุมเรือนำเที่ยว หรือการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ”

    ​รองนายกฯ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือจากภาคประชาชนว่า “ท้องทะเลคือแหล่งสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนไทยทุกคน แต่หากเราไม่ช่วยกันดูแลรักษาเมื่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลถูกทำลาย รายได้เหล่านั้นก็จะหายไปด้วย ผมจึงขอความร่วมมือจาก นักท่องเที่ยว ทุกท่าน ขอให้ท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บหรือทำลายปะการัง และปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่อย่างเคร่งครัด รวมถึงขอให้ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ร่วมกันเป็นหูเป็นตา และร่วมกันดูแลปกป้องท้องทะเลแหล่งสร้างรายได้ของเราให้คงอยู่อย่างสวยงามตลอดไป”

    ​ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้การท่องเที่ยวทางทะเลของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด ‘ท่องเที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/432651&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Gl9lm8q5hzkAPPRf4sFwF