Category: ไอที

  • ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สวนนงนุชพัทยามอบของขวัญสุดพิเศษ ชวนสัมผัสทะเลดอกไม้บานสะพรั่งทั่วทั้งสวน | TOPNEWS

    สวนนงนุชพัทยา เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงาม ด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งสวน ไฮไลท์สำคัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ คือการเนรมิต “สวนเฟื่องฟ้า” ให้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่สวนนงนุชพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์เฟื่องฟ้ามากที่สุดในโลก ผสานกับการตกแต่งสวนด้วยไม้ดอกหลากหลายชนิดที่หมุนเวียนความงดงามตลอดทั้งปี สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของสวนนงนุชที่เต็มไปด้วยสีสัน เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและเช็กอินในช่วงปีใหม่

    นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ 2569 ให้แก่นักท่องเที่ยว สวนนงนุชพัทยาได้จัดสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่เกิดในเดือนมกราคม เพียงแสดงบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน ก็สามารถเข้าชมสวนนงนุชพัทยาได้ฟรี พร้อมรับสิทธิชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณฟรี ตั้งแต่วันที่ 1–31 มกราคมนี้เท่านั้น

    ขณะเดียวกัน ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับทุกช่วงวัย โดยเด็กส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตรและผู้พิการเข้าชมฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีทุกวันศุกร์ และผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีตลอดทั้งปี ตอกย้ำภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวเพื่อครอบครัวอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษและแหล่งท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว ทั้งโซนไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงกว่า 1,700 ตัว โซนพีระมิดแลนด์มาร์กยอดนิยม รวมถึงการแสดงชุดใหญ่ “นงนุชโชว์” และการแสดงของช้างแสนรู้ ณ โรงละครสกาลา ที่จัดแสดงวันละ 4 รอบ พร้อมสัมผัสความงดงามของสวนนงนุชพัทยา หนึ่งใน 10 สวนที่สวยที่สุดของโลก

    สวนนงนุชพัทยา เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nongnoochpattaya.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1438176&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rfhVYtir4PViRNOwFBC74

  • นายกสมาคมคอนโดมองเทรนด์

    นายกคอนโดมองเทรนด์อสังหาฯ ปี’69 สร้างสมดุลใหม่ หลังบอบช้ำพิษเศรษฐกิจ เขต กทม.-ปริมณฑล ประเมินตลาดรวมยอดขายปีละ 5 แสนล้านหดตัวครึ่งหนึ่ง แนวโน้มทรงตัว 2.6-3 แสนล้านต่อเนื่องอีกหลายปี จนกว่า GDP 5% จึงจะมีโอกาสฟื้นตัวได้จริง เสนอโรดแมปรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 8+3

       นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมในปี 2568 คาดว่าเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยอดขายหดตัวแรง จากเคยพีกที่ 5 แสนล้านบาทในปี 2561 น่าจะหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 2.62 แสนล้านบาท จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถาโถมแบบเต็มปี นับเป็นสถิติยอดขายนิวโลว์ในรอบ 10 ปี

        จีดีพีต่ำ-อสังหาฯฟุบยาว

        เเนวโน้มปี 2569 คาดว่ายอดขายยังคงทรงตัวที่ 2.6-3 แสนล้านบาท และทรงตัวต่อเนื่องอีกหลายปี เพราะยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกเข้ามาเป็นตัวช่วย ต้องรอจนกว่าจีดีพีเติบโต 5% จึงมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

       โดยธีมการทำธุรกิจปี 2568 เป็นปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ หรือ Year of The Great Perfect Storm ขณะที่ปี 2569 มองว่าเป็นปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ หรือ The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem

       คำอธิบายเริ่มจาก “New Balance” มาจากยอดขายและยอดโอนลดลงทั้งตลาด กทม.-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ, จีดีพีโตต่ำที่ 1-2%, กำลังซื้อหดตัวทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ, อสังหาฯราคาสูงขึ้นเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ หันไปพึ่งการเช่ากับบ้านมือสอง และขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ

       ถัดมา “Complexity” มาจากธุรกิจที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนของตลาดมากขึ้น อาทิ โปรดักต์มีทั้งคอนโดฯ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รูปแบบมีทั้งซื้อกรรมสิทธิ์และเช่าระยะยาว 30-60 ปี มีคอนโดฯต่ำล้าน จนถึงห้องละ 500-1,000 ล้าน แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงไปถึง 50-70% ไปจนถึงค่าใช้จ่ายการเดินทางต่อวันด้วยรถไฟฟ้าสูงมาก เป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่

       และ “Structural Problem” ประเทศไทยขาดโครงสร้างระยะยาวรองรับการถือครองอสังหาฯ โดยคนต่างชาติ และขาดโครงสร้างรองรับดีมานด์คนรุ่นใหม่ที่กำลังซื้อถดถอยจนไม่สามารถซื้อบ้านได้

       กู้ไม่ผ่านลามจากล่างขึ้นบน

       นายประเสริฐกล่าวว่า เมื่อพิจารณาลงลึกรายสินค้า พบว่าทาวน์เฮาส์ยุคนี้กลายเป็นสินค้าที่เริ่มเอาต์ไปจากตลาด สินค้าบ้านเดี่ยวยังไปได้ดี แต่ก็เจอแรงเสียดทานจากกำลังซื้อต่างชาติเริ่มหายไป ทั้งจากนโยบายประเทศต้นทางควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และนอมินี มีโอกาสเห็นการถดถอยของยอดขายบ้านเดี่ยวไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีออกมารองรับ

       “สิ่งที่เกิดขึ้นลูกค้าต่างชาติเริ่มหันมาเช่ามากขึ้น โดยยอมเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดฯราคา 50 ล้านบาท เพื่อตัดปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ยอมเช่ารายเดือนดีกว่าถูกจับ กระทบต่อดีมานด์การซื้อที่จะลดลง”

       ในด้านระดับราคา พบว่ากลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านปีที่แล้วติดลบ -52% ปีนี้จะเหลือน้อยลงไปอีกเหลือ 1 ใน 3 เพราะถูกปฏิเสธสินเชื่อ 70% แม้ว่าดีมานด์ยังมีอยู่ เพราะโครงสร้างประชากรไม่เปลี่ยน แต่ซื้อบ้านไม่ได้ ในขณะที่จีดีพี 1-2% ไม่มีแรงผลักในการซื้ออสังหาฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องก่อหนี้ระยะยาว

       นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาทเริ่มเห็นสัญญาณไม่ค่อยดี ยอดขาย 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มย่อตัวลงมา จากเดิมกลุ่มรับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ส่วนห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไปจะมีการแข่งขันพัฒนาโครงการออกมามากขึ้น ส่วนเทรนด์บ้านมือสองดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพตลาดรวม แต่ดูไส้ในจะเห็นว่าบ้านมือสองไม่ได้เติบโต เพียงแต่สัดส่วนที่ใกล้เคียงบ้านใหม่ เพราะไซซ์ตลาดเล็กลงจากคนไม่มีกำลังซื้อ

       แนะโรดแมปมาตรการ 8+3

       สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นำเสนอในโมเดล 8+3 แบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว ซึ่งต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ 8 ด้าน กับ 3 มาตรการเร่งด่วนหวังผลในปี 2569

       รายละเอียดการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ ได้แก่

       1.มาตรการ LTV ในระยะยาวที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ และเศรษฐกิจ

       2.การขยายสัญญาเช่าจาก 30 ปีเป็น 60 ปี โดยเสนอให้รัฐบาลมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาฯของชาวต่างชาติในไทย และนำมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง จุดเน้นคือทำให้เป็นโครงสร้างถาวร

       3.การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ ผ่านกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร หลักการสำคัญคือการบริหารนิติบุคคลจะต้องมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล

       4.รัฐต้องสนับสนุน Mortgage Insurance การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าสัดส่วนเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้กับแบงก์ในการยอมปล่อยสินเชื่อ และลดอัตรากู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง

       5.มาตรการในการอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้ กล่าวคือความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้ทำให้ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ จากปัจจุบันที่แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อเพียงอย่างเดียว

       6.มาตรการรวมหนี้ หรือ Debt Warehouse โดยรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ หนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบของประชาชน

       7.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ หรือ Man Made Project เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเฮลท์แคร์เซ็นเตอร์, เอดูเคชั่นฮับ, สวนสนุกขนาดใหญ่ในรูปแบบดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านการกีฬา โดยมีจุดเน้นย้ำคือไม่มีกาสิโน

       8.การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาฯ จากการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการสิ้นสุดแล้วในเวลาที่กำหนด รวมทั้งเสนอให้ริเริ่มการจัดเก็บภาษีลาภลอย หรือ Windfall Tax จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์ตามแนวเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์รัฐ

       ต่ออายุ LTV-ลดค่าโอน 1 ปี

       นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า ปี 2569 เสนอ 3 มาตรการทำทันทีเพื่อประคับประคองภาคอสังหาฯ ได้แก่

       1.เสนอต่ออายุมาตรการ LTV-Loan to Value (กู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯวงเงินสินเชื่อ 100%) ที่มีกำหนดหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 ขยายอีก 1 ปีให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570

       2.เสนอต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานจากไม่เกิน 7 ล้านบาท ปรับเป็นบ้านทุกระดับราคา

       และ 3.มาตรการกำกับควบคุมให้มีการลดดอกเบี้ยแท้จริงของธนาคาร ทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดรับหรือลดเท่ากับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน หรือ กนง.

       ทั้งนี้ ทาง กนง.มีการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% หรือ 25 สตางค์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่รอบนี้ปรากฏว่าธนาคารปรับลดให้เพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น และอาจเป็นคำอธิบายว่าทำไม กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่หุ้นกลุ่มธนาคารกลับสวนทางทำสถิตินิวไฮ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั้งประเทศ

       ทำธุรกิจประคับประคองอีกปี

       นายกสมาคมคอนโดฯกล่าวตอนท้ายว่า เทรนด์ปีม้าไฟยังคงเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องอีกปี การปรับตัวของผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ 2 ข้อหลักให้แม่น ๆ แบ่งเป็นด้าน Financial Side กับ Commercial Side

       โดยด้านการเงินอสังหาฯ กฎเหล็กต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด วางความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ กับตั้งการ์ดสูง มีความระมัดระวังการลงทุนในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แถมกำลังซื้อถดถอย

       ส่วนการพัฒนาโครงการมีจุดเน้นผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ที่มีตัวอย่างเกิดขึ้นจริงให้เห็นแล้ว กับการปรับตัวเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470535&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35-UwQ-p7aIiz0FK6XjktZ

  • นายกสมาคมคอนโดมองเทรนด์

    นายกคอนโดมองเทรนด์อสังหาฯ ปี’69 สร้างสมดุลใหม่ หลังบอบช้ำพิษเศรษฐกิจ เขต กทม.-ปริมณฑล ประเมินตลาดรวมยอดขายปีละ 5 แสนล้านหดตัวครึ่งหนึ่ง แนวโน้มทรงตัว 2.6-3 แสนล้านต่อเนื่องอีกหลายปี จนกว่า GDP 5% จึงจะมีโอกาสฟื้นตัวได้จริง เสนอโรดแมปรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 8+3

       นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมในปี 2568 คาดว่าเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยอดขายหดตัวแรง จากเคยพีกที่ 5 แสนล้านบาทในปี 2561 น่าจะหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 2.62 แสนล้านบาท จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถาโถมแบบเต็มปี นับเป็นสถิติยอดขายนิวโลว์ในรอบ 10 ปี

        จีดีพีต่ำ-อสังหาฯฟุบยาว

        เเนวโน้มปี 2569 คาดว่ายอดขายยังคงทรงตัวที่ 2.6-3 แสนล้านบาท และทรงตัวต่อเนื่องอีกหลายปี เพราะยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกเข้ามาเป็นตัวช่วย ต้องรอจนกว่าจีดีพีเติบโต 5% จึงมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

       โดยธีมการทำธุรกิจปี 2568 เป็นปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ หรือ Year of The Great Perfect Storm ขณะที่ปี 2569 มองว่าเป็นปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ หรือ The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem

       คำอธิบายเริ่มจาก “New Balance” มาจากยอดขายและยอดโอนลดลงทั้งตลาด กทม.-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ, จีดีพีโตต่ำที่ 1-2%, กำลังซื้อหดตัวทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ, อสังหาฯราคาสูงขึ้นเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ หันไปพึ่งการเช่ากับบ้านมือสอง และขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ

       ถัดมา “Complexity” มาจากธุรกิจที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนของตลาดมากขึ้น อาทิ โปรดักต์มีทั้งคอนโดฯ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รูปแบบมีทั้งซื้อกรรมสิทธิ์และเช่าระยะยาว 30-60 ปี มีคอนโดฯต่ำล้าน จนถึงห้องละ 500-1,000 ล้าน แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงไปถึง 50-70% ไปจนถึงค่าใช้จ่ายการเดินทางต่อวันด้วยรถไฟฟ้าสูงมาก เป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่

       และ “Structural Problem” ประเทศไทยขาดโครงสร้างระยะยาวรองรับการถือครองอสังหาฯ โดยคนต่างชาติ และขาดโครงสร้างรองรับดีมานด์คนรุ่นใหม่ที่กำลังซื้อถดถอยจนไม่สามารถซื้อบ้านได้

       กู้ไม่ผ่านลามจากล่างขึ้นบน

       นายประเสริฐกล่าวว่า เมื่อพิจารณาลงลึกรายสินค้า พบว่าทาวน์เฮาส์ยุคนี้กลายเป็นสินค้าที่เริ่มเอาต์ไปจากตลาด สินค้าบ้านเดี่ยวยังไปได้ดี แต่ก็เจอแรงเสียดทานจากกำลังซื้อต่างชาติเริ่มหายไป ทั้งจากนโยบายประเทศต้นทางควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และนอมินี มีโอกาสเห็นการถดถอยของยอดขายบ้านเดี่ยวไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีออกมารองรับ

       “สิ่งที่เกิดขึ้นลูกค้าต่างชาติเริ่มหันมาเช่ามากขึ้น โดยยอมเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดฯราคา 50 ล้านบาท เพื่อตัดปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ยอมเช่ารายเดือนดีกว่าถูกจับ กระทบต่อดีมานด์การซื้อที่จะลดลง”

       ในด้านระดับราคา พบว่ากลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านปีที่แล้วติดลบ -52% ปีนี้จะเหลือน้อยลงไปอีกเหลือ 1 ใน 3 เพราะถูกปฏิเสธสินเชื่อ 70% แม้ว่าดีมานด์ยังมีอยู่ เพราะโครงสร้างประชากรไม่เปลี่ยน แต่ซื้อบ้านไม่ได้ ในขณะที่จีดีพี 1-2% ไม่มีแรงผลักในการซื้ออสังหาฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องก่อหนี้ระยะยาว

       นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาทเริ่มเห็นสัญญาณไม่ค่อยดี ยอดขาย 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มย่อตัวลงมา จากเดิมกลุ่มรับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ส่วนห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไปจะมีการแข่งขันพัฒนาโครงการออกมามากขึ้น ส่วนเทรนด์บ้านมือสองดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพตลาดรวม แต่ดูไส้ในจะเห็นว่าบ้านมือสองไม่ได้เติบโต เพียงแต่สัดส่วนที่ใกล้เคียงบ้านใหม่ เพราะไซซ์ตลาดเล็กลงจากคนไม่มีกำลังซื้อ

       แนะโรดแมปมาตรการ 8+3

       สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นำเสนอในโมเดล 8+3 แบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว ซึ่งต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ 8 ด้าน กับ 3 มาตรการเร่งด่วนหวังผลในปี 2569

       รายละเอียดการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ ได้แก่

       1.มาตรการ LTV ในระยะยาวที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ และเศรษฐกิจ

       2.การขยายสัญญาเช่าจาก 30 ปีเป็น 60 ปี โดยเสนอให้รัฐบาลมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาฯของชาวต่างชาติในไทย และนำมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง จุดเน้นคือทำให้เป็นโครงสร้างถาวร

       3.การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ ผ่านกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร หลักการสำคัญคือการบริหารนิติบุคคลจะต้องมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล

       4.รัฐต้องสนับสนุน Mortgage Insurance การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าสัดส่วนเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้กับแบงก์ในการยอมปล่อยสินเชื่อ และลดอัตรากู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง

       5.มาตรการในการอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้ กล่าวคือความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้ทำให้ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ จากปัจจุบันที่แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อเพียงอย่างเดียว

       6.มาตรการรวมหนี้ หรือ Debt Warehouse โดยรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ หนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบของประชาชน

       7.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ หรือ Man Made Project เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเฮลท์แคร์เซ็นเตอร์, เอดูเคชั่นฮับ, สวนสนุกขนาดใหญ่ในรูปแบบดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านการกีฬา โดยมีจุดเน้นย้ำคือไม่มีกาสิโน

       8.การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาฯ จากการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการสิ้นสุดแล้วในเวลาที่กำหนด รวมทั้งเสนอให้ริเริ่มการจัดเก็บภาษีลาภลอย หรือ Windfall Tax จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์ตามแนวเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์รัฐ

       ต่ออายุ LTV-ลดค่าโอน 1 ปี

       นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า ปี 2569 เสนอ 3 มาตรการทำทันทีเพื่อประคับประคองภาคอสังหาฯ ได้แก่

       1.เสนอต่ออายุมาตรการ LTV-Loan to Value (กู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯวงเงินสินเชื่อ 100%) ที่มีกำหนดหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 ขยายอีก 1 ปีให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570

       2.เสนอต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานจากไม่เกิน 7 ล้านบาท ปรับเป็นบ้านทุกระดับราคา

       และ 3.มาตรการกำกับควบคุมให้มีการลดดอกเบี้ยแท้จริงของธนาคาร ทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดรับหรือลดเท่ากับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน หรือ กนง.

       ทั้งนี้ ทาง กนง.มีการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% หรือ 25 สตางค์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่รอบนี้ปรากฏว่าธนาคารปรับลดให้เพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น และอาจเป็นคำอธิบายว่าทำไม กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่หุ้นกลุ่มธนาคารกลับสวนทางทำสถิตินิวไฮ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั้งประเทศ

       ทำธุรกิจประคับประคองอีกปี

       นายกสมาคมคอนโดฯกล่าวตอนท้ายว่า เทรนด์ปีม้าไฟยังคงเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องอีกปี การปรับตัวของผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ 2 ข้อหลักให้แม่น ๆ แบ่งเป็นด้าน Financial Side กับ Commercial Side

       โดยด้านการเงินอสังหาฯ กฎเหล็กต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด วางความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ กับตั้งการ์ดสูง มีความระมัดระวังการลงทุนในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แถมกำลังซื้อถดถอย

       ส่วนการพัฒนาโครงการมีจุดเน้นผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ที่มีตัวอย่างเกิดขึ้นจริงให้เห็นแล้ว กับการปรับตัวเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470535&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35-UwQ-p7aIiz0FK6XjktZ

  • นายกสมาคมคอนโดมองเทรนด์

    นายกคอนโดมองเทรนด์อสังหาฯ ปี’69 สร้างสมดุลใหม่ หลังบอบช้ำพิษเศรษฐกิจ เขต กทม.-ปริมณฑล ประเมินตลาดรวมยอดขายปีละ 5 แสนล้านหดตัวครึ่งหนึ่ง แนวโน้มทรงตัว 2.6-3 แสนล้านต่อเนื่องอีกหลายปี จนกว่า GDP 5% จึงจะมีโอกาสฟื้นตัวได้จริง เสนอโรดแมปรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 8+3

       นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมในปี 2568 คาดว่าเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยอดขายหดตัวแรง จากเคยพีกที่ 5 แสนล้านบาทในปี 2561 น่าจะหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 2.62 แสนล้านบาท จากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถาโถมแบบเต็มปี นับเป็นสถิติยอดขายนิวโลว์ในรอบ 10 ปี

        จีดีพีต่ำ-อสังหาฯฟุบยาว

        เเนวโน้มปี 2569 คาดว่ายอดขายยังคงทรงตัวที่ 2.6-3 แสนล้านบาท และทรงตัวต่อเนื่องอีกหลายปี เพราะยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกเข้ามาเป็นตัวช่วย ต้องรอจนกว่าจีดีพีเติบโต 5% จึงมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

       โดยธีมการทำธุรกิจปี 2568 เป็นปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ หรือ Year of The Great Perfect Storm ขณะที่ปี 2569 มองว่าเป็นปีแห่งการปรับสมดุลใหม่ หรือ The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem

       คำอธิบายเริ่มจาก “New Balance” มาจากยอดขายและยอดโอนลดลงทั้งตลาด กทม.-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ, จีดีพีโตต่ำที่ 1-2%, กำลังซื้อหดตัวทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ, อสังหาฯราคาสูงขึ้นเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ หันไปพึ่งการเช่ากับบ้านมือสอง และขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ

       ถัดมา “Complexity” มาจากธุรกิจที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนของตลาดมากขึ้น อาทิ โปรดักต์มีทั้งคอนโดฯ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รูปแบบมีทั้งซื้อกรรมสิทธิ์และเช่าระยะยาว 30-60 ปี มีคอนโดฯต่ำล้าน จนถึงห้องละ 500-1,000 ล้าน แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงไปถึง 50-70% ไปจนถึงค่าใช้จ่ายการเดินทางต่อวันด้วยรถไฟฟ้าสูงมาก เป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่

       และ “Structural Problem” ประเทศไทยขาดโครงสร้างระยะยาวรองรับการถือครองอสังหาฯ โดยคนต่างชาติ และขาดโครงสร้างรองรับดีมานด์คนรุ่นใหม่ที่กำลังซื้อถดถอยจนไม่สามารถซื้อบ้านได้

       กู้ไม่ผ่านลามจากล่างขึ้นบน

       นายประเสริฐกล่าวว่า เมื่อพิจารณาลงลึกรายสินค้า พบว่าทาวน์เฮาส์ยุคนี้กลายเป็นสินค้าที่เริ่มเอาต์ไปจากตลาด สินค้าบ้านเดี่ยวยังไปได้ดี แต่ก็เจอแรงเสียดทานจากกำลังซื้อต่างชาติเริ่มหายไป ทั้งจากนโยบายประเทศต้นทางควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และนอมินี มีโอกาสเห็นการถดถอยของยอดขายบ้านเดี่ยวไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีออกมารองรับ

       “สิ่งที่เกิดขึ้นลูกค้าต่างชาติเริ่มหันมาเช่ามากขึ้น โดยยอมเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดฯราคา 50 ล้านบาท เพื่อตัดปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ยอมเช่ารายเดือนดีกว่าถูกจับ กระทบต่อดีมานด์การซื้อที่จะลดลง”

       ในด้านระดับราคา พบว่ากลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านปีที่แล้วติดลบ -52% ปีนี้จะเหลือน้อยลงไปอีกเหลือ 1 ใน 3 เพราะถูกปฏิเสธสินเชื่อ 70% แม้ว่าดีมานด์ยังมีอยู่ เพราะโครงสร้างประชากรไม่เปลี่ยน แต่ซื้อบ้านไม่ได้ ในขณะที่จีดีพี 1-2% ไม่มีแรงผลักในการซื้ออสังหาฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องก่อหนี้ระยะยาว

       นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาทเริ่มเห็นสัญญาณไม่ค่อยดี ยอดขาย 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มย่อตัวลงมา จากเดิมกลุ่มรับผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ส่วนห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไปจะมีการแข่งขันพัฒนาโครงการออกมามากขึ้น ส่วนเทรนด์บ้านมือสองดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพตลาดรวม แต่ดูไส้ในจะเห็นว่าบ้านมือสองไม่ได้เติบโต เพียงแต่สัดส่วนที่ใกล้เคียงบ้านใหม่ เพราะไซซ์ตลาดเล็กลงจากคนไม่มีกำลังซื้อ

       แนะโรดแมปมาตรการ 8+3

       สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นำเสนอในโมเดล 8+3 แบ่งเป็นมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว ซึ่งต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ 8 ด้าน กับ 3 มาตรการเร่งด่วนหวังผลในปี 2569

       รายละเอียดการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ ได้แก่

       1.มาตรการ LTV ในระยะยาวที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ และเศรษฐกิจ

       2.การขยายสัญญาเช่าจาก 30 ปีเป็น 60 ปี โดยเสนอให้รัฐบาลมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาฯของชาวต่างชาติในไทย และนำมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง จุดเน้นคือทำให้เป็นโครงสร้างถาวร

       3.การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ ผ่านกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร หลักการสำคัญคือการบริหารนิติบุคคลจะต้องมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล

       4.รัฐต้องสนับสนุน Mortgage Insurance การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าสัดส่วนเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้กับแบงก์ในการยอมปล่อยสินเชื่อ และลดอัตรากู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง

       5.มาตรการในการอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้ กล่าวคือความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้ทำให้ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ จากปัจจุบันที่แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อเพียงอย่างเดียว

       6.มาตรการรวมหนี้ หรือ Debt Warehouse โดยรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ หนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบของประชาชน

       7.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ หรือ Man Made Project เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเฮลท์แคร์เซ็นเตอร์, เอดูเคชั่นฮับ, สวนสนุกขนาดใหญ่ในรูปแบบดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านการกีฬา โดยมีจุดเน้นย้ำคือไม่มีกาสิโน

       8.การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาฯ จากการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการสิ้นสุดแล้วในเวลาที่กำหนด รวมทั้งเสนอให้ริเริ่มการจัดเก็บภาษีลาภลอย หรือ Windfall Tax จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์ตามแนวเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์รัฐ

       ต่ออายุ LTV-ลดค่าโอน 1 ปี

       นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า ปี 2569 เสนอ 3 มาตรการทำทันทีเพื่อประคับประคองภาคอสังหาฯ ได้แก่

       1.เสนอต่ออายุมาตรการ LTV-Loan to Value (กู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯวงเงินสินเชื่อ 100%) ที่มีกำหนดหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 ขยายอีก 1 ปีให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570

       2.เสนอต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ให้หมดอายุ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานจากไม่เกิน 7 ล้านบาท ปรับเป็นบ้านทุกระดับราคา

       และ 3.มาตรการกำกับควบคุมให้มีการลดดอกเบี้ยแท้จริงของธนาคาร ทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดรับหรือลดเท่ากับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน หรือ กนง.

       ทั้งนี้ ทาง กนง.มีการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% หรือ 25 สตางค์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่รอบนี้ปรากฏว่าธนาคารปรับลดให้เพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น และอาจเป็นคำอธิบายว่าทำไม กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่หุ้นกลุ่มธนาคารกลับสวนทางทำสถิตินิวไฮ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั้งประเทศ

       ทำธุรกิจประคับประคองอีกปี

       นายกสมาคมคอนโดฯกล่าวตอนท้ายว่า เทรนด์ปีม้าไฟยังคงเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องอีกปี การปรับตัวของผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ 2 ข้อหลักให้แม่น ๆ แบ่งเป็นด้าน Financial Side กับ Commercial Side

       โดยด้านการเงินอสังหาฯ กฎเหล็กต้องบริหารจัดการกระแสเงินสด วางความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจ กับตั้งการ์ดสูง มีความระมัดระวังการลงทุนในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แถมกำลังซื้อถดถอย

       ส่วนการพัฒนาโครงการมีจุดเน้นผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ที่มีตัวอย่างเกิดขึ้นจริงให้เห็นแล้ว กับการปรับตัวเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470535&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35-UwQ-p7aIiz0FK6XjktZ

  • คอลัมน์การเมือง – จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

    หลังจาก “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยนอกเหนือจาก “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับ “นายกรณ์ จาติกวณิช” แล้ว อีกหนึ่งรายชื่อที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ “ดร.การดี เลียวไพโรจน์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ

    ดร.การดี ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการวิชาการและธุรกิจเทคโนโลยี รวมถึงวงการเมืองด้วย เธอสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน ทั้งในบทบาทนักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ และที่ปรึกษาด้านนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล และการมองอนาคต ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

    ระหว่างปี 2546-2548 เธอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สถาบันเทคโนโลยีสิรินธร (SIIT) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการบริหาร Thammasat Business Consulting Center (TBCC)

    ปี 2553-2554 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้านนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ

    เธอยังเป็น อดีตกรรมการผู้จัดการ C asean ได้สร้าง Ecosystem เชื่อมโยงเทคโนโลยีในกลุ่มอาเซียน และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การขยายผลระดับชาติ

    ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ICORA ผลักดันการเปลี่ยนแปลงและการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ และร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTalesLab และดำรงตำแหน่ง Chief Foresight Officer โดยมุ่งสำรวจอนาคตเพื่อออกแบบเมืองและธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืน

    ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และที่ปรึกษาด้าน Deeptech Commercialization สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)

    ดร.การดี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ทางช่อง watchdog หมาเฝ้าบ้าน ไว้น่าสนใจว่า “เราจะใจร้ายมาก ถ้าผู้ใหญ่เอาประโยชน์วันนี้ แต่ปล้นอนาคตของลูกหลานไป”

    โดยเฟซบุ๊ก “หมาเฝ้าบ้าน” เรียบเรียงบทสัมภาษณ์เผยแพร่ไว้ว่า

    ❏ เปิดตัว “การดี” ในสนามเลือกตั้ง — ฟ้าใหม่ของประชาธิปัตย์

    บรรยากาศการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว ทุกพรรคเร่งเปิดเกมหวังยึดพื้นที่ความสนใจของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดตัว 3 แคนดิเดตบัญชีนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าเป็น “ของจริง” ทั้งอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์เอง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ กรณ์ จาติกวณิช หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามากที่สุด คือ “ดร.การดี” นักวางกลยุทธ์ด้านอนาคตศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก ที่ก้าวเข้าสู่การเมืองพร้อมคำถามสำคัญ ทำไมอภิสิทธิ์เลือก “การดี” และประชาชนจะได้อะไรจากแคนดิเดตนายกฯ รายนี้

    ❏ จากอาจารย์มหาวิทยาลัยสู่ Deep Tech Startup

    ดร.การดี แนะนำตัวอย่างเรียบง่าย เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยสอนทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ (SIIT) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ก่อนผันตัวสู่ภาคเอกชนมากว่าสิบปี ทำงานด้าน Deep Tech Startup และงานวิจัยอนาคตศาสตร์

    ความเชี่ยวชาญที่เธออยากนำมาช่วยประเทศ คือการ “มองอนาคตจากข้อมูลปัจจุบัน” เพื่อออกแบบความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของเศรษฐกิจไทย

    “เราจะช่วยกันทำให้ไทยหายจน และพัฒนาประเทศในระยะยาว”

    ❏ มือใหม่การเมือง แต่ไม่ใหม่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

    เธอยอมรับตรงไปตรงมาว่าเป็นมือใหม่ในสนามการเมือง แต่เชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์มีความพร้อม โดยมีอภิสิทธิ์เป็นผู้นำที่เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ–สังคมไทย และมีบทบาทบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ขณะที่คุณกรณ์ จาติกวณิช ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติจาก The Banker ในเครือ Financial Times ให้เป็นรัฐมนตรีคลังโลก ปี 2010

    “ดิฉันจะเติมเต็มทีมด้วยมุมมองใหม่ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเตรียมงานดีๆ ในอนาคตให้ลูกหลานของเรา”

    ❏ เปลี่ยนการเมืองที่ผู้หญิงหวาดกลัว ให้เป็นพื้นที่คุณภาพ

    ก่อนตัดสินใจลงสนาม เธอได้รับคำเตือนจากครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่เลือกเดินต่อ เพราะเชื่อว่าการเมืองไทยต้องเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะภาพจำที่เป็นพื้นที่ “น่าสะพรึงกลัว” สำหรับผู้หญิง

    ดร.การดี มองว่าการเมืองควรให้คุณค่ากับประสบการณ์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ต่อประเทศ มากกว่าการต่อรองอำนาจ

    “อยากเป็นส่วนหนึ่งของจุดเปลี่ยน ทำให้การเมืองใสสะอาด มีคุณภาพ

    เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้จริง”

    ❏ “ไทยหายจน” ไม่ใช่คำขวัญ แต่คือการรื้อโครงสร้าง

    แคมเปญ “ไทยหายจน” เกิดจากการตั้งคำถามกับการแก้ปัญหาแบบระยะสั้นที่ทำให้ประเทศติดกับดักหนี้ ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ พรรคมองว่าต้องรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ใหม่ด้วยเทคโนโลยี และกำหนดตำแหน่งของไทยในเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน

    เธอชี้ว่าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เศรษฐกิจไทยเคยฟื้นตัวท่ามกลางวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จีดีพีเติบโตถึง 7% ตลาดทุนได้รับความเชื่อมั่น และดัชนีความโปร่งใสอยู่ในอันดับ 80 ดีกว่าปัจจุบันที่อยู่อันดับ 107 อย่างชัดเจน

    ❏ อย่าปล้นอนาคตลูกหลานด้วยนโยบายเอื้อคะแนนนิยม

    ดร.การดี วิจารณ์การเมืองที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหวังคะแนนนิยมระยะสั้น โดยไม่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาที่จำเป็น ทั้งที่มีแผนพัฒนาจากสภาพัฒน์ วางไว้แล้ว เพียงเพราะไม่ได้เอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    “ควรถึงจุดเปลี่ยนได้แล้วด้วยการแก้ที่ต้นตอ เพราะการแก้ที่ปลายเหตุ โดยไม่มองระยะยาว คือการปล้นอนาคตลูกหลาน”

    ❏ ทีมแคนดิเดต-ดีเอ็นเอเดียวกัน ไม่ใช่ทำงาน
    คนเดียว

    เธอย้ำว่าแคนดิเดตนายกฯ ของประชาธิปัตย์ไม่ใช่ตัวบุคคลโดดเดี่ยว แต่เป็นทีมที่ทำงานร่วมกันมานาน มีดีเอ็นเอเดียวกัน และมีรองหัวหน้าพรรคที่เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน พร้อมแก้ปัญหาเชิงระบบร่วมกัน

    ❏ “นักการเมืองแบบนี้ ฉันจะไม่มีวันเป็น”

    ช่วงท้าย ดร.การดี เปิดใจว่าเธอเตือนตัวเองเสมอ ถึงขั้นอัดคลิปเป็นไดอารี ว่าจะไม่กลายเป็นนักการเมืองที่ตนเองรังเกียจ ไม่ทรยศอุดมการณ์ ไม่เอาประโยชน์พวกพ้องเหนือประเทศ และยึดหลักการตรวจสอบอำนาจอย่างโปร่งใส

    เธออ้างคำสอนของ อาจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ที่ยึดถือเป็นธงนำ เพื่อไม่หลงสู่กับดักของอำนาจและผลประโยชน์ และมั่นใจว่าตัวเองทำได้ เพราะไม่เคยทะเยอทะยานเพื่อตัวเองมีแต่ความตั้งใจบริสุทธิ์ที่จะทำเพื่อบ้านเมือง

    “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำ สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำ”

    ในวันที่การเมืองเต็มไปด้วยดีลลับและการจับมือที่ไม่อธิบายกับประชาชน ดร.การดี บอกว่า ความอึดอัดนี้เอง คือแรงผลักให้เธอเลือกก้าวเข้ามา เพื่อพิสูจน์ว่าการเมืองที่ซื่อสัตย์และมองอนาคตประเทศเป็นศูนย์กลาง ยังเป็นไปได้จริง

    ขณะที่ นายปฐม อินทวโรดม กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) โพสต์ ระบุว่า

    “ทำไมในบรรดาคนดิจิทัลที่ลงสู่สนามการเมืองผมมั่นใจใน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ มากที่สุด?”

    โดยเขาบอกว่า…

    “สนามการเลือกตั้ง 2026 น่าจับตาที่สุดสำหรับคนดิจิทัล เพราะมีคนดังลงสู่การเมืองครั้งนี้หลายคน บ้างมาด้วยอุดมการณ์ บ้างมาด้วยความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง แต่ถ้าถามผมตรงๆ ว่า ใครคือคนที่ผมมั่นใจที่สุด คำตอบชัดเจนและไม่ลังเล ดร.การดี…

    ไม่ใช่เพราะอาจารย์อ้อพูดเก่ง ไม่ใช่เพราะโปรไฟล์ดูสวย แต่เพราะอาจารย์อ้อคือคนที่ทำงานจริง เห็นของจริง และเข้าใจโครงสร้างจริง ตั้งแต่ระดับเทคโนโลยี ไปจนถึงระดับนโยบาย

    เหตุผลแรก : เข้าใจ “ดิจิทัลเชิงระบบ” ไม่ใช่แค่เครื่องมือ

    หลายคนพูดถึง AI, Data, Cyber แต่ อาจารย์อ้อเข้าใจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กฎหมาย โครงสร้างข้อมูล มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงผลกระทบต่อคนทำงานและประชาชน อาจารย์อ้อไม่ขายฝันด้วยคำหรู แต่แปลงเรื่องยากให้เป็นนโยบายที่เดินได้จริง

    เหตุผลที่สอง: ประสบการณ์ภาคสนาม ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

    อาจารย์อ้อผ่านงานทั้งฝั่งรัฐและเอกชน เห็นข้อจำกัดของระบบราชการ และเห็นความเร็วของโลกธุรกิจ ความเข้าใจสองฝั่งนี้สำคัญมาก เพราะนโยบายที่ดีต้อง “เชื่อม” ไม่ใช่ “ชน” ระหว่างรัฐกับเอกชน

    เหตุผลที่สาม: ยึดผลลัพธ์มากกว่าวาทกรรม

    ในวันที่การเมืองเต็มไปด้วยเสียงโหวกเวกโวยวาย อาจารย์อ้อเลือกใช้ข้อมูล เลือกวัดผล และเลือกความคุ้มค่า อาจารย์อ้อเชื่อในคำถามง่ายๆ แต่ทรงพลัง-ทำแล้วดีขึ้นจริงไหม ประชาชนได้อะไร ประเทศแข่งขันได้หรือเปล่า

    เหตุผลที่สี่ : กล้าพูดความจริง แม้ไม่หวานหู

    ดิจิทัลไม่ใช่เวทมนตร์ และ AI ไม่ได้แก้ทุกอย่างได้ในคืนเดียว อาจารย์อ้อกล้าบอกข้อจำกัด กล้าพูดถึงต้นทุน และกล้าออกแบบทางเลือกที่สมเหตุสมผล นี่คือความซื่อสัตย์ที่การเมืองต้องการ

    สุดท้าย : ผมไม่ได้เชียร์เพราะรู้จักกันมานาน แต่เชียร์เพราะ ประเทศต้องการนักออกแบบนโยบายที่เข้าใจโลกจริง ในวันที่โลกไม่เคยรอใคร และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วกว่าโครงสร้างรัฐ

    ถ้าเราต้องการการเมืองที่ไม่ใช่แค่พูด แต่ ทำให้เกิดผล

    ถ้าเราต้องการดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่คำสวย แต่ยกระดับชีวิตคน

    ผมเชื่อว่า ดร.การดี เลียวไพโรจน์ คือคนที่ตอบโจทย์นั้นได้ดีที่สุดในเวลานี้

    สรุป : ดร.การดี ไม่ใช่ “สีสันใหม่” ไม่ใช่ “เครื่องประดับ” หรือ “ผักแต่งจาน” ในพื้นที่การเมือง หากแต่เป็น “คลังสมอง” และ “มือทำงาน” ที่ถูกเลือกมาอย่างแหลมคม เพื่อภารกิจ “ช่วยชาติ” อันเป็นหัวใจสำคัญของงานการเมืองที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ในยุคของการกลับมาใหม่ ของ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มุ่งหน้าไป เพื่อนำพาประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลง

    ต้องตามลุ้นว่า 2 คะแนนในมือคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน จะร่วมลงขันกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้เข้าสู่ยุค “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” กับพวกเขาหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/65020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1x_ra0PiwqAH-eR9UHysZz

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    11SOCAIL 16-9 copy

    hgfghfg

    “ชาญยุทธ–รัฐกิจ” แท็กทีมเพื่อไทย ลุยศึกเลือกตั้งชลบุรี ชู “สมาร์ตซิตี้” คืนความปลอดภัย-ฟื้นเศรษฐกิจพัทยา

    เตรียมจัดการประกวด Miss Seven Queen 2026

    “นายกฯอนุทิน” หวังกัมพูชารักษาสัญญาหยุดยิง ก่อนลงพื้นที่บุรีรัมย์ ประสานฝ่ายความมั่นคง ดูแลชาวบ้านศูนย์อพยพย้ายกลับ

    ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สวนนงนุชพัทยามอบของขวัญสุดพิเศษ ชวนสัมผัสทะเลดอกไม้บานสะพรั่งทั่วทั้งสวน

    เมียนมาเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี

    ยูเอ็นยินดีไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    เมียนมาเลือกตั้ง

    ยูเอ็นยินดีไทย-กัมพูชาหยุดยิง

    สหรัฐ-อียูขานรับข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา

    แผ่นดินไหว 7.0 แมกนิจูดเขย่าเกาะไต้หวัน

    “อนุทิน” บอกจับได้เลข 37 เด็ดที่หนู เชื่อไม่มีปัญหา ลุยหาเสียงทุกที่ ขอเน้นให้ประชาชนดูชื่อพรรค

    ถนนมิตรภาพโคราช – มอเตอร์เวย์ M6 รถหนาแน่นตลอดวัน ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่

    สภ.แม่สะเรียง-เทศบาลเมืองยวมใต้ ลงพื้นที่ติดธงแดง-ป้ายแจ้งเตือนจุดเสี่ยงอันตราย

    “สันติสุข” ลั่นหยุดยิงครั้งนี้ ไม่เหมือนยุครัฐบาล (หลาน) อังเคิล รอบนี้ทหารไทยจัดเขมรอยู่หมัด กราบขอบคุณวีรชนทหาร-ตร. ร่วมทวงคืนศักดิ์ศรีแผ่นดิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    ปก web ติดธงแดงระวังจุดเสี่ยง

    11SOCAIL 16-9 copy

    หยุดยาวปีใหม่ ปชช.ทยอยเดินทาง ส่งผลให้ถนนสายเอเชียมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ช่วงนครสวรรค์ รถเริ่มแน่น

    กำแพงเพชร เชิญผู้ที่สนใจร่วมการแข่งขันกีฬาเปตอง เทิดพระเกียรติ 125 ปี ชิงถ้วยพระราชทาน

    เปิดหมายเลข สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคการเมือง สู้ศึกเลือกตั้ง 69

    เชียงใหม่ มาดาม หยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำลูกทีม ลงสมัครเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ 5 เขต

    นครสวรรค์ จัดการแข่งขันทักษะ ROV NSM ESports Tournament ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ ชั้น 3

    นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เยี่ยมชมการทดสอบระบบแสงสี โซนการแสดง “แสงฮักแห่งเมืองใหม่” ณ สวนสาธารณะศรีเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    SOCAIL 16-9_2o

    ปก web “มาดามหยก” นำทีมลุยศึกเลือกตั้งเชียงใหม่

    นครสวรรค์ จัดการแข่งขันทักษะ ROV NSM ESports Tournament ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ ชั้น 3

    นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เยี่ยมชมการทดสอบระบบแสงสี โซนการแสดง “แสงฮักแห่งเมืองใหม่” ณ สวนสาธารณะศรีเมือง

    พสบ.ทภ.2 ร่วมส่งมอบบ้านช่วยเหลือทหารกล้า เหยียบทุ่นระเบิดปราสาทตาควาย

    “รมว.ต่างประเทศ” สหรัฐ แถลงการณ์ ยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง เรียกร้อง 2 ประเทศ ยึดปฏิบัติตามข้อตกลงทันที

    น่าน วันแรกสมัครเลือกตั้ง สส. คึกคัก 11 พรรคส่งผู้สมัคร 26 คน กกต.ย้ำโปร่งใส

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดงาน Nakhon Sawan Credit Bank Launch 2025 เปิดโลกการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อเด็ก-เยาวชน-และคนนครสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    ปก web คึกคักแต่เช้า “เพื่อไทย” ส่งครบ 6 เขต

    ปก web แม่ฮ่องสอน วันแรกคึกคัก

    “อนุทิน” ลั่นหลักการภูมิใจไทย ชัดเจนไม่เอา “รื้อ แก้ 112” โดนสื่อซักพรรคปชน. อ้างไม่มีนโยบาย แต่จะใช้รวมเงื่อนไขกม.นิรโทษกรรมคนทำผิด

    “อนุทิน” นำทีมผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคภูมิใจไทย ลงชื่อสมัครเลือกตั้ง ย้ำแคนดิเดต มี 2 คน มั่นใจได้ที่นั่งมากกว่าเดิม

    เมืองกาญจน์คึกคัก! สมัคร สส.วันแรกครบทุกเขตพรรคใหญ่-พรรคใหม่กองเชียร์ล้นสนาม

    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เดินหน้าเพื่อมวลสมาชิกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข พร้อมมอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน และจับสลากของขวัญปีใหม่

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7