Category: ไอที

  • เอไอเอสสนับสนุนกระทรวงกลาโหม ส่งมอบระบบสื่อสารเพื่อทหารในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ

    เอไอเอสสนับสนุนกระทรวงกลาโหม ส่งมอบระบบสื่อสารเพื่อทหารในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ

    ไอที

    เอไอเอสสนับสนุนกระทรวงกลาโหม ส่งมอบระบบสื่อสารเพื่อทหารในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.11 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอไอเอสสนับสนุนกระทรวงกลาโหม ส่งมอบระบบสื่อสารเพื่อทหารในพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ
     
             

    เอไอเอส เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” โดยให้การสนับสนุนระบบสื่อสาร เพื่อเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลประจำการตามแนวชายแดนทั่วประเทศกว่า 30,000 นาย ซึ่งต้องปฏิบัติภารกิจห่างไกลจากครอบครัว เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและความสงบสุขของชาติ บนเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศ
     
           

    พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “การที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้เล็งเห็นความสำคัญของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่ห่างไกลบ้าน การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจอันล้ำค่าให้แก่ผู้เสียสละที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจปกป้องผืนแผ่นดินไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงน้ำใจจากภาคเอกชนที่ร่วมยืนเคียงข้างกองทัพไทยในภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง ความร่วมมือในลักษณะนี้คือพลังที่ทำให้สังคมไทยแข็งแกร่งและงดงามยิ่งขึ้น
             

    ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมจะดำเนินการจัดสรรระบบสื่อสารดังกล่าวให้กับกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เพื่อนำไปมอบแก่กำลังพลในพื้นที่ชายแดนต่อไป พร้อมยืนยันว่า กำลังพลทุกนายจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขของประชาชนไทย”

     
    นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ ตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องห่างไกลครอบครัวเพื่อพิทักษ์อธิปไตยและความสงบสุขของชาติ ตลอดมาเรามุ่งมั่นสนับสนุนทุกภารกิจของกระทรวงกลาโหม โดยขยายโครงข่ายให้รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสารแก่กำลังพล 30,000 นาย ภายใต้แนวคิด “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่ห่างไกลบ้านได้รับพลังใจจากทุกข้อความและทุกสายสนทนา ผ่านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อมั่นคงไร้รอยต่อจากเอไอเอส
    ทั้งนี้ เอไอเอสจะเดินหน้าเคียงข้างกระทรวงกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ยกระดับโครงข่ายให้ครอบคลุมและมั่นคงยิ่งขึ้น เสริมสวัสดิการสื่อสารสำหรับกำลังพล และขยายโอกาสดิจิทัลสู่พื้นที่ห่างไกล เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวอุ่นใจบนเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศ พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/452465&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SlprAZJQw38skg0ZZW-nl

  • ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย ลอยลำก่อนรองฯ เทนนิส แคล-คอมพ์ 2025

    ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย ลอยลำก่อนรองฯ เทนนิส แคล-คอมพ์ 2025

    “โอเว่น” ธนเพชร ฉันทะ มือ 904 โลก โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ชนะ 6-3 ทั้งสองเซต ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายชายเดี่ยว แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025

    การแข่งขัน เทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เป็นรอบเมนดรอว์วันที่สาม

    โอเว่น ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย มือ 904 ของโลก และมือวางอันดับ 8 ของรายการ ลงแข่งขันประเภทชายเดี่ยว รอบสอง พบ หลุยส์ ลารู จากฝรั่งเศส มือ 1123 ของโลก ซึ่งสัปดาห์ก่อนทำผลงานถึงรอบตัดเชือก แต่สัปดาห์นี้พลาดท่าแพ้ให้กับธนเพชรไป 6-3 ทั้งสองเซต

    ชัยชนะทำให้ ธนเพชร ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ 8 คนสุดท้าย โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง ศศิกุมาร์ มุกุนด์ นักเทนนิสอินเดีย มือ 452 ของโลก และมือวางอันดับ 1 กับ เอเลียส ยูเลียน แวร์เนอร์ จากเยอรมนี มือ 1679 ของโลก ซึ่งได้สิทธิ์เข้าร่วมเมนดรอว์ในฐานะลัคกี้ลูสเซอร์

    อีกคู่รอบสอง ฐานทัพ สุขสำราญ มือ 998 ของโลก พบกับ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มือ 1067 ของโลก ผลปรากฏว่า มาร์คุส เอาชนะ 2-0 เซต 6-2, 6-4 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง มูฮัมหมัด ริฟกี ฟิเตรียดี้ มือวาง 7 จากอินโดนีเซีย กับ ไทเลอร์ สติซ จากสหรัฐอเมริกา

    ผลการแข่งขันรอบสองคู่อื่น ๆ ได้แก่

    ยุทธนา เจริญผล แพ้ อาเธอร์ เวเบอร์ (ฝรั่งเศส) 2-6, 0-6

    กฤติน โกยกุล แพ้ ลีโอ วิฑูรย์เธียร (ญี่ปุ่น) 1-6, 1-6

    อิกอร์ มาร์คอนเดส (บราซิล มือวาง 3) ชนะ จูเลียน เดอ คุยแปร์ (ฝรั่งเศส) 6-1, 3-0 Ret.

    ชินจิ ฮาซาวะ (ญี่ปุ่น มือวาง 6) ชนะ บิล ชาน (สิงคโปร์) 7-5, 6-4

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93270/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D2pcujEXavFwlIuhRb6LO

  • W

    W

    Weixin Pay ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (NITMX) ผู้ให้บริการระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ระดับประเทศของไทย หรือ “พร้อมเพย์” (PromptPay) การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสะดวก ความราบรื่น และความปลอดภัยในการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อใช้จ่ายในร้านค้าหลายล้านแห่งทั่วประเทศไทยที่เชื่อมต่อกับธนาคารหลักที่ร่วมรายการ อีกทั้งยังเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น

    Weixin Pay จับมือ พร้อมเพย์ (PromptPay) เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน

    พร้อมเพย์เป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินเรียลไทม์ระดับชาติที่เปิดตัวโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (NITMX) ครอบคลุมธนาคารและร้านค้ารายใหญ่ทั่วประเทศ และเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินผ่านมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยการผสานระหว่างวีแชทเพย์(WeChat Pay)หรือ เว่ยซินเพย์(Weixin Pay) ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเรียกอย่างแพร่หลายในประเทศจีน และพร้อมเพย์ของประเทศไทย โดยการสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ของร้านค้าในไทยเพื่อชำระเงินเป็นสกุลเงินหยวน (RMB) ผ่านแอป Weixin/WeChat ที่คุ้นเคย โดยไม่จำเป็นต้องแลกเงินหรือเปิดบัญชีธนาคารในไทย ร้านค้าจะได้รับเป็นเงินบาทโดยอัตโนมัติ ซึ่งนี่จะช่วยให้ครอบคลุมหลากหลายกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ

    Weixin Pay ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลานานและได้รับการยอมรับจากร้านค้าในไทยจำนวนมาก ปัจจุบัน Weixin Pay สามารถใช้งานได้ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ร้าน McDonald’s รวมถึงร้านอาหารไทยและตลาดทุเรียนท้องถิ่นอีกมากมาย นอกจากนี้ ร้านค้าส่วนใหญ่ภายในสามท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ยังรองรับการชำระเงินผ่าน Weixin Pay ด้วย ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางและช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Weixin Pay ในการขยายระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เสริมความแข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศการชำระเงินระดับโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น ในอนาคต Weixin Pay จะยังคงขยายเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนให้ครอบคลุมประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างคุณค่าและความสะดวกสบายที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้และร้านค้าทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezeazt3i3cncynrs1em7r1rbfva2bcf&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05EKHEQGSZdZSVsu9d0bKQ

  • เปิดตัว “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มือถือเรือธงล่าสุด OPPO

    เปิดตัว “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มือถือเรือธงล่าสุด OPPO

    OPPO เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นล่าสุด “OPPO Find X9” – “OPPO Find X9 Pro” มาพร้อมแนวคิด “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ให้กล้องเทเล 200 ล้านพิกเซล เริ่มต้น 29,999.-

    หลังจากที่ “OPPO” สมาร์ตโฟนแบรนด์ดัง เปิดตัวมือถือตัวท็อปรุ่นเล็กอย่าง OPPO A6 Pro 5G เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด 29 ต.ค. 68 OPPO ได้เปิดตัวมือถือระดับเรือธงรุ่นใหม่ กับ “OPPO Find X9 ซีรีส์” ประกอบด้วยรุ่นมาตรฐานอย่าง “OPPO Find X9” และรุ่นท็อปอย่าง “OPPO Find X9 Pro”

    สมาร์ตโฟนรุ่นมาตรฐานของ OPPO Find X9 ซีรีส์ ได้จอแสดงผลขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ 2760 × 1256 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz

    กระจกหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ปกป้องด้วย Corning® Gorilla® Glass 7i ให้ความสว่างปกติ 800 นิต สูงสุด 1,800 นิต มีระดับความลึกของสีถึง 1.07 พันล้านสี

    ด้านขุมพลังของ OPPO Find X9 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ซีพียู 8 คอร์ จีพียูแบบ Arm@Mali Drage MC12 แบตเตอรี่จุอึด 7025mAh รองรับการชาร์จสูงสุด 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC มีระบบจดจำใบหน้า-ลายนิ้วมือ ทำงานบนระบบปฏิบัติการล่าสุดของ OPPO อย่าง “ColorOS 16.0”

    ในส่วนของกล้อง OPPO Find X9 ให้กล้องหลังมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/1.6 FOV 85° กล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/2.0 FOV 120° กล้องเทเลโฟโต้ 50 ล้านพิกเซล f/2.6 FOV 33° และกล้องโมโนโครม 2 ล้านพิกเซล f/2.4 FOV 88° ขณะที่กล้องหน้าให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล

    ส่วนโหมดของกล้องก็มีตั้งแต่ ถ่ายภาพปกติ วิดีโอ พอร์ตเทรต กลางคืน พาโนรามา โปรวิดีโอ SLO-MO Long Exposure วิดีโอกล้องคู่ ไทม์แลปส์ สติกเกอร์ XPAN Hasselblad Hi-Res Google Lens ถ่ายภาพใต้น้ำ Master Text Scanner ไปจนถึง Doc Scanner ทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 120fps

    OPPO Find X9 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Titanium Grey และ สีดำ Space Black มีให้เลือกสองรุ่นความจุ ได้แก่

    • 12+256GB ราคา 29,999 บาท
    • 16+512GB ราคา 34,999 บาท

    OPPO Find X9 Pro

    สมาร์ตโฟนรุ่นท็อปใน OPPO Find X9 ซีรีส์ ได้จอแสดงผลขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ 2772 × 1272 พิกเซล อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz กระจกหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ปกป้องด้วย Corning® Gorilla® Glass Victus 2 ให้ความสว่างปกติ 800 นิต สูงสุด 1,800 นิต มีระดับความลึกของสีถึง 1.07 พันล้านสี

    ขุมพลังของ OPPO Find X9 Pro ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ซีพียู 8 คอร์ จีพียูแบบ Arm@Mali Drage MC12 แบตเตอรี่จุอึด 7500mAh รองรับการชาร์จสูงสุด 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC มีระบบจดจำใบหน้า-ลายนิ้วมือ ทำงานบนระบบปฏิบัติการล่าสุดของ OPPO อย่าง “ColorOS 16.0”

    ในส่วนของกล้อง OPPO Find X9 Pro ให้กล้องหลังมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/1.5 FOV 84° กล้องอัลตราไวด์ 50 ล้านพิกเซล f/2.0 FOV 120° กล้องเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล f/2.1 FOV 34° และกล้องโมโนโครม 2 ล้านพิกเซล f/2.4 FOV 88° ขณะที่กล้องหน้าให้มาถึง 50 ล้านพิกเซล

    จุดเด่นของ OPPO Find X9 Pro คือการออกแบบมาภายใต้แนวคิดสมาร์ตโฟน “ซูมดีทุกคอนเสิร์ต” ด้วยประสบการณ์ซูมด้วยกล้อง 200 ล้านพิกเซล Hasselblad Telephoto คมชัดทุกการถ่ายภาพ ตอบโจทย์ทุกสายคอนเสิร์ตด้วยพลังซูมไกล 120x Super Zoom ที่มาพร้อมโหมด Stage Mode

    และสามารถเก็บทุกโมเมนต์ด้วยการบันทึกวิดีโอคมชัดระดับ 4K 120fps ถ่ายวิดีโอแบบโปรได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว ถ่ายภาพพอร์ตเทรตสวยระดับมืออาชีพด้วยโหมด Hasselblad Portrait มอบรายละเอียดและสีผิวที่เป็นธรรมชาติ สีสันแม่นยำ

    OPPO Find X9 Pro มาพร้อมความจุ 16+512GB ใน 2 สี ได้แก่ สีขาว Silk White และสีเทา Titanium Charcoal ในราคา 42,999 บาท

    OPPO Find X9 ซีรีส์ เปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษช่วงเปิดตัว สำหรับลูกค้าที่จองเครื่องในช่วงวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ถึง วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 และรับเครื่องภายในวันที่กําหนด จะได้รับของสมนาคุณพิเศษมูลค่าสูงสุด 28,347 บาท ดังนี้ 

    • E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง ผลบังคับใช้ 2 ปี) 
    • OPPO Enco X3s หรือ OPPO Enco Air4 Pro 
    • Google AI Pro ฟรี 3 เดือน 
    • Light Luxury Magnetic Case  

    พร้อมทั้งบริการ Premium Service 180 Days Replacement Service หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่รับเครื่อง หากเครื่องเกิดความเสียหายภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน ลูกค้าสามารถใช้สิทธินี้เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ฟรี 1 ครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/260407/amp&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26tceBB7HWQygsM-Q6dWae

  • ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว

    ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว

    ซินเน็ค (SYNEX) ยิ้มรับโค้งสุดท้ายของปีไฮซีซั่นธุรกิจ สินค้าใหม่เปิดตัว สมาร์ตโฟน-ดีไวซ์กระแสดี

    โค้งสุดท้ายปี 68 จับตาหุ้นเทคฯ ฟอร์มแรง! บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ผู้นำจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีครบวงจร ส่งสัญญาณแนวโน้มครึ่งปีหลังทิศทางดีต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากตลาดสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอทีที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะการเปิดตัว iPhone 17 ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมตั้งแต่ช่วงโค้งสุดท้ายในไตรมาส 3 ตลอดจนสินค้าใหม่จาก HUAWEI ที่เปิดตัวหลายรุ่นทั้งสมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์ ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายให้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

    ขณะที่ กลุ่มสินค้า Enterprise & Solution ยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง จากการลงทุนภายในขององค์กรเพื่อรองรับยุค AI Transformation รวมถึงเมกะเทรนด์ด้าน Data Center และ Cloud ที่เริ่มเห็นความต้องการขยายตัวชัดเจน

    ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุ แนวโน้มรายได้ของไตรมาส 3 ปี 2568 อาจเป็น High Record ไตรมาสของบริษัท และมีมุมมองแนวโน้มธุรกิจที่ดีจากแรงหนุนของสินค้าหลากหลายกลุ่มและบรรยากาศการจับจ่ายที่กลับมาคึกคักในช่วงปลายปีนี้ โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคา 15.75 บาทต่อหุ้น

    เกี่ยวกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ (SYNNEX Thailand : ชื่อย่อหุ้น SYNEX) ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีครบวงจรในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 37 ปี ครอบคลุมทั้ง คอมพิวเตอร์, สมาร์ตโฟน, เกมมิ่ง, อุปกรณ์อัจฉริยะ, ซอฟต์แวร์โซลูชัน, จนถึงระบบไอทีสำหรับองค์กร พร้อมบริการหลังการขายและเครือข่ายพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่ทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น

    ในฐานะ “No.1 IT Ecosystem” ของประเทศไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานของคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป หรือองค์กรธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีทุกมิติให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมั่นใจ ภายใต้สัญลักษณ์ “Trusted by Synnex”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12760793&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GmKo4YUBqOdgcFzt6wACw

  • เอไอเอส ส่งต่อภารกิจคิดเผื่อ มอบเงินสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลเขาย้อย

    เอไอเอส ส่งต่อภารกิจคิดเผื่อ มอบเงินสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลเขาย้อย

    วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

    เอไอเอส ส่งต่อภารกิจคิดเผื่อ มอบเงินสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลเขาย้อย

    พร้อมกิจกรรมธารน้ำใจ อิ่มท้อง อุ่นใจ เติมเต็มความสุขสู่ชุมชน

    เอไอเอส แสดงความอาลัยและร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการดูแลประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

    ครบรอบ 35 ปี เอไอเอส ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย จัดกิจกรรมงาน AIS 35th Anniversary “รวมพลังด้วยหัวใจ สานต่อให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน” แทนคำขอบคุณคนไทยที่อยู่เคียงข้างตลอดเส้นทางการเติบโต พร้อมส่งต่อพลังแห่งความห่วงใยคืนสู่สังคม ผ่านกิจกรรมระดมทุนเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และปรับปรุงสถานที่พักคอยให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก และโรงพยาบาลเขาย้อย จ.เพชรบุรี รวมมูลค่ากว่า 6,200,000 บาท

    นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอด 35 ปีของเอไอเอสเกิดจาก ‘พลังคน’ ที่ร่วมกันสร้างรากฐาน คน–วัฒนธรรม–ความยั่งยืน อย่างแข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บุคลากรและองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทุกก้าวของเอไอเอสไม่เพียงสร้างความสำเร็จให้องค์กร แต่ยังสะท้อนโอกาสและคุณค่าที่ส่งกลับสู่สังคมไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่และขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”

    ในปีนี้ เอไอเอสยังคงเดินหน้าสานต่อ “ภารกิจคิดเผื่อ” ด้วยการมอบเงินสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และปรับปรุงสถานที่พักคอยให้แก่โรงพยาบาลเขาย้อย จ.เพชรบุรี และโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก รวมมูลค่ากว่า 6,200,000 บาท เพื่อขยายโอกาสด้านสุขภาพอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขท้องถิ่น

    พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังจัดกิจกรรม ธารน้ำใจแบ่งปันอิ่มท้อง อุ่นใจ มอบอาหารและรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวเขาย้อย จ.เพชรบุรี แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขอบเขตการเป็นเพียงผู้ให้บริการโทรคมนาคม สู่การเป็น “พลังขับเคลื่อนโอกาสที่เท่าเทียม”

    เอไอเอสเชื่อว่า “ภาระ” ของโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลไม่ควรเป็นข้อจำกัด แต่คือ พลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน “เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการส่งมอบเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นและปรับปรุงพื้นที่รองรับผู้ป่วย เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ และต่อยอดให้กลายเป็นพลังบวกของชุมชนในระยะยาว

    อีกทั้ง ความยั่งยืนของธุรกิจไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากสังคมรอบข้างยังไม่เติบโต เราจึงดำเนินธุรกิจบนแนวทาง “สังคมกับบริษัทต้องเติบโตไปพร้อมกัน” สร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ผ่านการลงมือทำจริงในทุกระดับ ตั้งแต่การดูแลพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ทุกโครงการของเอไอเอสจึงไม่เพียงตอบโจทย์ทางธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้าง “ผลลัพธ์ที่ดีร่วมกัน” เพื่อให้ทั้งองค์กรและสังคมไทยเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเติบโตเคียงข้างกันอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/452190&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WImA9pC_wD-iSydkrXC6r

  • โชติรินทร์ ฮึดเชือดดาวรุ่งอินโดฯ ,ธรรม์ ลิ่วก่อนรองฯ ศึกเทนนิส GSB-ไอทีเอฟ

    โชติรินทร์ ฮึดเชือดดาวรุ่งอินโดฯ ,ธรรม์ ลิ่วก่อนรองฯ ศึกเทนนิส GSB-ไอทีเอฟ

    “น้องเบียร์” โชติรินทร์ แก้วก่า มือวาง 10 ของไทย หวดชนะดาวรุ่งอินโดนีเซียหลังดวล 3 เซต เข้ารอบ 8 คนเทนนิสเยาวชน GSB-ไอทีเอฟ ขณะที่ “น้องไพน์” ธรรม์ พันธราธร มือวาง 5 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเช่นกัน

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมเยาวชนโลก รายการ “จีเอสบี – ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60” สัปดาห์ที่ 2 แข่งขันที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นการดวลกันในรอบเมนดรอว์วันที่สาม

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบสาม (16 คนสุดท้าย) “น้องเบียร์” โชติรินทร์ แก้วก่า เยาวชนทีมชาติไทย และมือวาง 10 ของรายการ ต้องออกแรงถึง 3 เซต ก่อนเฉือนชนะ ดาเนียลลา คลารา สุริยาปรานาตา มือวาง 7 จากอินโดนีเซีย 2-1 เซต 6-4, 5-7 และ 6-2 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับ พิมพ์ลภัส ลิม มือวาง 16 จากไทย-สิงคโปร์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะ เฉิน ชิง อิง มือวาง 2 จากไต้หวัน 2-0 เซต 7-5, 7-5

    ด้านประเภทชายเดี่ยว รอบสาม “น้องไพน์” ธรรม์ พันธราธร มือวาง 5 ของรายการ ยังโชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง ไล่ต้อน เฉิน ควน-ถิง มือวาง 9 จากไต้หวัน 2-0 เซต 6-3, 6-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ไปพบกับ โรมัน คัลปิน มือวาง 4 ของรายการ

    ส่วนผลงานของนักเทนนิสไทยคนอื่น ๆ 

    ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ลอราวอน เบรเมอร์ (มือวาง 12, เยอรมนี) 6-2, 2-1 Ret. (คู่แข่งเจ็บเข่าซ้าย)

    ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ (มือวาง 15) แพ้ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี (มือวาง 1, อินโดนีเซีย) 0-6, 1-6

    ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี ชนะ ลุค เจี๋ย ซีโห (มือวาง 6, สิงคโปร์) 6-4, 3-6, 6-2

    แดนไทย ตาก้อง แพ้ ฮาร์ อาบีร์ เซคอน (มือวาง 2, ออสเตรเลีย) 2-6, 0-6

    อริยพล หลีกุล (มือวาง 14) แพ้ อารัธยา กษิทิศ (มือวาง 1, อินเดีย) 0-6, 0-4 Ret. (ปวดศีรษะ)

    ณภัทร พัฒนเลิศพันธ์ (มือวาง 16) แพ้ เซฮุน พัค (มือวาง 3, ออสเตรเลีย) 0-6, 6-4, 3-6

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93189/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DMUrkLB0L4EqqX67l0QZb

  • R

    R

    แพลตฟอร์ม AI แบบไฮบริดคลาวด์เนทีฟของ Red Hat ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์ AI มอบความสามารถในการอนุมานแบบใหม่ที่ทรงพลัง สร้างรากฐานให้กับ agentic AI ในวงกว้าง เสริมศักยภาพให้ทีมไอทีและวิศวกร AI สร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    Red Hat AI 3 มอบศักยภาพ Distributed AI Inference เสริมแกร่งการนำ AI Workloads ไปใช้งานจริง

    เร้ดแฮท (Red Hat) ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัว Red Hat AI 3 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของแพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กร ที่ผสานรวมนวัตกรรมล่าสุดของ Red Hat AI Inference Server, Red Hat Enterprise Linux AI (RHEL AI) และ Red Hat OpenShift AI เข้าด้วยกัน เพื่อลดความซับซ้อนของการอนุมาน AI ประสิทธิภาพสูงในการปรับใช้ในระบบขนาดใหญ่(high-performance AI inference) ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำเวิร์กโหลดที่อยู่ในขั้นตอนการทดลอง (proofs-of-concept) ไปสู่การใช้งานจริง (production) ได้ง่ายขึ้น และช่วยให้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ในขณะที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ก้าวผ่านขั้นตอนการทดลองใช้ AI องค์กรเหล่านั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การควบคุมต้นทุน และการจัดการโมเดลที่หลากหลาย รายงาน “The GenAI Divide: State of AI in Business” จากโครงการ NANDA ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ย้ำให้เห็นความเป็นจริงของการนำ AI มาใช้งานจริง โดยองค์กรประมาณ 95% ไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินที่วัดผลได้จากการใช้จ่ายขององค์กรประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

    Red Hat AI 3 มุ่งแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ ด้วยการมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องและเป็นเอกภาพมากขึ้นให้แก่ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ (CIO) และผู้นำด้านไอที เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในเทคโนโลยีการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว (accelerated computing) แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ปรับขนาดและกระจาย AI workloads ไปยังสภาพแวดล้อมไฮบริดที่มีผู้ให้บริการหลายรายได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันข้ามสายงานที่เกี่ยวกับ AI workloads รุ่นใหม่ ๆ เช่น agent ต่าง ๆ และทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มหลักเดียวกัน การที่ Red Hat AI 3 มีรากฐานที่สร้างขึ้นบนมาตรฐานแบบ open standards จึงสามารถตอบโจทย์ทุกขั้นตอนของเส้นทางการนำ AI มาใช้ขององค์กร สามารถรองรับโมเดลทุกประเภทที่ทำงานอยู่บน hardware accelerator ใดก็ได้ ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงพับลิคคลาวด์ และสภาพแวดล้อม sovereign AI หรือแม้แต่ edge ที่อยู่ห่างไกล

    จาก “การเทรน” สู่ “การนำไปใช้จริง” : การเปลี่ยนผ่านสู่การอนุมาน AI ในระดับองค์กร

    เมื่อองค์กรต่าง ๆ เริ่มนำโครงการ AI ต่าง ๆ ไปใช้งานจริง ความสำคัญจึงเปลี่ยนจากการเทรนและปรับแต่งโมเดลไปสู่การอนุมาน (inference) ซึ่งเป็นขั้นตอนของ “การนำไปใช้จริง” AI ในระดับองค์กร Red Hat AI 3 ให้ความสำคัญกับการอนุมานที่สามารถปรับขนาดได้และคุ้มค่าการลงทุน โดยพัฒนาต่อยอดจาก vLLM และ llm-d ซึ่งเป็น community โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จสูง ควบคู่ไปกับศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพโมเดลของ Red Hat เพื่อให้บริการโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ในระดับที่พร้อมใช้งานจริง

    Red Hat OpenShift AI 3.0 เปิดให้ใช้ llm-d ซึ่งเป็นเวอร์ชันพร้อมใช้งานทั่วไปที่พลิกโฉมวิธีการทำงานของ LLM บน Kubernetes โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศใช้งานการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ที่มีมูลค่าสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ llm-d ช่วยให้เกิดการอนุมานแบบกระจายอัจฉริยะ (intelligent distributed inference) โดยใช้คุณประโยชน์จากระบบการผสานการทำงานของ Kubernetes และประสิทธิภาพของ vLLM ที่ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว ผสมผสานกับเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สสำคัญอื่น ๆ เช่น Kubernetes Gateway API Inference Extension, NVIDIA Dynamo (NIXL) KV Transfer Library, และ DeepEP Mixture of Experts (MoE) communication library, ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถ

    • ลดต้นทุนและปรับปรุงเวลาในการตอบสนอง ด้วยระบบจัดตารางรันโมเดลแบบ Inference-aware ที่ชาญฉลาด พร้อมระบบให้บริการแบบแยกส่วน (disaggregated serving)
    • มอบความเรียบง่ายในการดำเนินงานและความน่าเชื่อถือสูงสุด ด้วยแนวทางที่ชัดเจนและมีมาตรฐาน (Well-lit Paths) ที่ช่วยปรับปรุงขั้นตอนการนำโมเดลไปใช้งานบน Kubernetes ได้อย่างเต็มรูปแบบ
    • เพิ่มความยืดหยุ่นสูงสุด ด้วยการรองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม (cross-platform support) เพื่อปรับใช้การอนุมาน LLM (LLM inference) กับ hardware accelerators ที่หลากหลาย รวมถึง NVIDIA และ AMD

    llm-d สร้างบนพื้นฐานของ vLLM โดยพัฒนาจากเอ็นจิ้นการอนุมานที่มีประสิทธิภาพสูงเริ่มตั้งแต่แบบโหนดเดียว (single-node) ไปจนถึงระบบการให้บริการแบบกระจายศูนย์ (distributed) มีความเสถียร และปรับขนาดได้ ระบบนี้ได้รับการผสานการทำงานกับ Kubernetes อย่างมั่นคง เพื่อมอบประสิทธิภาพที่คาดการณ์ได้ วัดผลตอบแทนจากการลงทุนได้ และการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมดนี้ตอบโจทย์การจัดการ LLM workloads ที่มีความผันผวนสูง และการให้บริการโมเดลขนาดใหญ่ เช่น โมเดล Mixture-of-Experts (MoE)

    แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เพื่อการทำงานด้าน AI ร่วมกัน

    Red Hat AI 3 มอบประสบการณ์ที่ครบวงจรและยืดหยุ่น ตอบโจทย์ความต้องการด้านการทำงานร่วมกันในการพัฒนาโซลูชัน Generative AI ที่พร้อมใช้งานจริง แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาให้ช่วยส่งเสริมการร่วมมือและการเชื่อมโยงเวิร์กโฟลว์ของทุกทีมไว้ด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้วิศวกรแพลตฟอร์ม และวิศวกร AI ขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน AI อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการขยายจากขั้นตอนทดลองแนวคิด (Proof-of-Concept) ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร (Production) ประกอบด้วยความสามารถต่าง ๆ ดังนี้

    • Model as a Service (MaaS) ต่อยอดจากเทคโนโลยี distributed inference เพื่อให้องค์กรสามารถเป็นผู้ให้บริการโมเดลของตนเองได้ (self-managed MaaS) โดยให้ทีม IT สามารถให้บริการ โมเดลกลาง (shared models) แก่ทีมพัฒนา AI และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้แบบ on-demand ผ่านโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร แนวทางนี้ช่วย บริหารต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น และรองรับกรณีการใช้งานที่ ไม่สามารถใช้บริการ AI สาธารณะได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้าน ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
    • AI hub ช่วยให้วิศวกรแพลตฟอร์มสามารถสำรวจ ติดตั้งใช้งาน และจัดการสินทรัพย์ AI พื้นฐานได้ โดยมีศูนย์กลางที่รวบรวมแคตตาล็อกโมเดลต่าง ๆ ที่คัดสรรให้เลือกใช้ภายในองค์กรซึ่งรวมถึงโมเดล Gen AI ที่ผ่านการปรับแต่งอย่างเหมาะสม, ระบบ Registry เพื่อจัดการไลฟ์ไซเคิลของโมเดล และสภาพแวดล้อมสำหรับการติดตั้งและติดตาม เพื่อกำหนดค่าและตรวจสอบสินทรัพย์ AI ทั้งหมดที่ทำงานอยู่บน OpenShift AI
    • Gen AI studio มอบสภาพแวดล้อมที่ให้วิศวกร AI ได้ลงมือปฏิบัติจริงในการโต้ตอบกับโมเดลและสร้างต้นแบบแอปพลิเคชัน Gen AI ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว วิศวกรสามารถค้นพบและเรียกใช้งานโมเดลและเซิฟเวอร์ MCP ที่มีอยู่ได้ง่ายขึ้นด้วยคุณสมบัติ AI assets endpoint ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างโมเดลกับเครื่องมือภายนอกระบบเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังมี playground ในตัวที่เป็นสภาพแวดล้อมเชิงโต้ตอบแบบไร้สถานะ (stateless) เพื่อทดลองโมเดล ทดสอบคำสั่ง (prompts) และปรับแต่งพารามิเตอร์ให้เหมาะสมกับกรณีใช้งาน เช่น chat และการสร้างคำตอบจากข้อมูลที่ดึงมา (Retrieval-Augmented Generation: RAG)
    • การพัฒนาทำได้ง่ายขึ้นด้วยโมเดลใหม่ที่ได้รับการตรวจสอบและปรับแต่งจาก Red Hat โดยมีการคัดสรรโมเดลโอเพ่นซอร์สยอดนิยม เช่น gpt-oss ของ OpenAI, DeepSeek-R1 และโมเดลเฉพาะทาง เช่น Whisper สำหรับการแปลงเสียงเป็นข้อความ (speech-to-text) และ Voxtral Mini สำหรับ agents ที่สั่งงานด้วยเสียง (voice-enabled agents)

    สร้างรากฐานให้กับ AI agents รุ่นต่อไป

    AI agents กำลังจะพลิกโฉมวิธีการสร้างแอปพลิเคชัน และเวิร์กโฟลว์ที่อิสระและซับซ้อนจะสร้างความต้องการสูงต่อความสามารถในการอนุมาน Red Hat OpenShift AI 3.0 วางรากฐานสำหรับระบบ agentic AI ที่สามารถขยายขนาดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่ยกระดับความสามารถการอนุมานเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติและการปรับปรุงใหม่ ๆ ที่เน้นไปที่การจัดการ agent

    Red Hat นำเสนอ Unified API layer (เลเยอร์ API แบบรวมศูนย์ ) ที่พัฒนาบน Llama Stack เพื่อเร่งกระบวนการสร้างและปรับใช้ agent ซึ่งช่วยให้การพัฒนาสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โปรโตคอลอินเทอร์เฟซ LLM ที่รองรับกับ OpenAI นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศที่เปิดกว้างและทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น Red Hat ยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการใช้งาน Model Context Protocal (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทรงพลังและกำลังเป็นที่ยอมรับ ช่วยให้การให้การสื่อสารระหว่างโมเดล AI และเครื่องมือภายนอกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับ AI agents ที่ทันสมัย

    Red Hat AI 3 ยังแนะนำชุดเครื่องมือใหม่สำหรับการปรับแต่งโมเดล ที่ออกแบบให้มีลักษณะเป็นโมดูลาร์และสามารถขยายต่อได้ (modular and extensible toolkit) พัฒนาต่อยอดจากความสามารถของ InstructLab ที่มีอยู่เดิม มาพร้อมไลบราลี Python เฉพาะทางที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถควบคุมและปรับแต่งการทำงานของโมเดลได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ชุดเครื่องมือนี้ขับเคลื่อนด้วยโปรเจกต์โอเพ่นซอร์ส เช่น Docling สำหรับการประมวลผลข้อมูล ซึ่งช่วยแปลงและจัดการเอกสารแบบไม่มีโครงสร้าง (unstructured documents) ให้อยู่ในรูปแบบที่ AI สามารถอ่านและประมวลผลได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ยังมีเฟรมเวิร์กที่ยืดหยุ่นสำหรับการสร้างช้อมูลสังเคราะห์ และ training hub สำหรับการปรับแต่ง LLM (fine-tuning) นอกจากนี้ยังมีการรวม evaluation hub เข้ามาในระบบ เพื่อช่วยให้วิศวกร AI สามารถติดตามและตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลกรรมสิทธิ์ (proprietary data) ของตนเองได้อย่างมั่นใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ AI ที่แม่นยำและตรงความต้องการมากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezdwe4jdcx11obvgcqmwsw2uzg7yg6n&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bQRstou293pRz8eCSr3D2

  • ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา ปราบนักหวดจีน 2 เซตฉลุยรอบ 16 คน จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส 2025

    ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ นักเทนนิสไทยมือวาง 15 โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด พร้อมผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายศึก จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025

    วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี การแข่งขัน เทนนิสเยาวชนนานาชาติ จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60 สัปดาห์ที่ 2 ดำเนินต่อเนื่อง โดยมี สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และ นาคารออมสิน จัดขึ้น

    ในประเภท หญิงเดี่ยว รอบสอง (32 คน) ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ มือวางอันดับ 15 ของรายการ โชว์ฟอร์มร้อนแรงเอาชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 7-6 (7-4), 6-2 ผ่านเข้ารอบสามหรือ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย

    ส่วนประเภท ชายเดี่ยว รอบสอง (32 คน) การพบกันระหว่างนักเทนนิสไทยด้วยกันเอง ทำให้ ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี มือวาง 12 ชนะ ธรรมะ โคศิริ 7-6 (11-9), 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้

    หญิงเดี่ยว รอบสอง:

    • ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว (มือวาง 8) 6-3, 6-1

    • โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2

    • พิมพ์ลภัส ลิม (16) ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1

    • ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน มือวาง 3) 4-6, 2-6

    • ณัฐลียา ชาลินสกี้ (13) แพ้ มิล่า โจวานอฟสกี้ (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6

    • พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์ มือวาง 9) 4-6, 1-6

    • จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย มือวาง 6) 6-7 (4-7), 2-6

    ชายเดี่ยว รอบสอง:

    • ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน มือวาง 11) 1-6, 0-6

    • ธฤตา หงษ์หยก (มือวาง 4) แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6

    • พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน มือวาง 2) 3-6, 3-6

    • จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสติน่า โอเวอริน่า (มือวาง 14) 6-1, 4-6, 1-6

    การแข่งขันสัปดาห์นี้ยังคงเปิดโอกาสให้ นักเทนนิสไทย โชว์ศักยภาพในเวทีระดับโลก พร้อมเก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนเพื่อก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93133/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H5uaR0mSDIlkn1Rv6srqh

  • “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    “ศรร์วิศา” ปราบนักหวดจีน “ปวรปรัชญ์” ฉลุยรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก “จีเอสบี-ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 เจ 60” สัปดาห์ที่ 2 ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 ในรอบ 2 (32 คน) ประเภทหญิงเดี่ยว ศรร์วิศา กุลพิศาลรัศม์ หวดชนะ ป่าน เจียหยู จากจีน 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 7-4, 6-2 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย ไปพบกับ มิชก้า ซินแคลร์ โกเอนาดี มือวาง 1 จากอินโดนีเซีย ที่ชนะ ริดดี ชินเด จากอินเดีย 2-0 เซต 6-4, 6-3

    ขณะที่ ประเภทชายเดี่ยว ปวรปรัชญ์ งั่นบุญศรี หวดชนะเพื่อนร่วมชาติ ธรรมะ โคศิริ 2-0 เซต 7-6 ไทเบรก 11-9, 6-4 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง ลุค เจี๋ย ซีโห มือวาง 6 จากสิงคโปร์ กับ นิธินบารัท เคเอส จากอินเดีย

    ผลการแข่งขันของนักเทนนิสไทยคู่อื่น ๆ มีดังนี้ หญิงเดี่ยว รอบ ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ ชนะ ปารมี ทัดแก้ว 6-3, 6-1, โชติรินทร์ แก้วก่า ชนะ เรอา อโรรา (อินเดีย) 6-1, 6-2, พิมพ์ลภัส ลิม ชนะ ไลลา ลุยซา ทรูบ (สวิตเซอร์แลนด์) 7-5, 6-1, ปวีณอร นวลศรี แพ้ จาง ป๋อเจีย (จีน) 4-6, 2-6, ณัฐลียา ชาลินสกี้ (รัสเซีย) แพ้ มิลา โจวานอฟสกี (มาซิโดเนียเหนือ) 4-6, 2-6, พลอยทิพย์ ธนศิรินวกุล แพ้ ไค่ หนิง ชานยา อึ้ง (สิงคโปร์) 4-6, 1-6

    จิตตานันท์ วิมุกตานนท์ แพ้ เอมิลี่ เฉิน (ออสเตรเลีย) 6-7 (4-7), 2-6, ริโอะ ฮิกาชิ แพ้ จาง เฉินหมิง (จีน) 1-6, 0-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ สวานิกา รอย (สหรัฐฯ) 2-6, 2-6, พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ เฉิน ชิงอิง (ไต้หวัน) 3-6, 3-6, จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ คริสตินา โอเวอรินา (รัสเซีย) 6-1, 4-6, 1-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5248005/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VcBMtEmQ8WknPsAjs1aJ_