Category: ไอที

  • หลุดสเปกเต็ม POCO F8 Pro ก่อนเปิดตัว 26 พ.ย. นี้! จัดเต็มแม้ไม่ท็อป

    หลุดสเปกเต็ม POCO F8 Pro ก่อนเปิดตัว 26 พ.ย. นี้! จัดเต็มแม้ไม่ท็อป

    ใกล้ได้เวลาที่ POCO F8 Series ที่กำลังจะเปิดตัวในรอบนี้จะเผยโฉมทั้งหมด 2 รุ่นคือ POCO F8 Pro และ POCO F8 Ultra ล่าสุดมีข้อมูลหลุดที่เป็นสเปกของมือถือใหม่รุ่นนี้ จะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลย

    สเปกอย่างไม่เป็นทางการของ POCO F8 Pro

    คุณสมบัติ (Feature) POCO F8 Pro
    หน้าจอ (Display)

    6.59 นิ้ว Flat AMOLED (LTPS)

    • ความละเอียด Full-HD+

    • Refresh Rate 120Hz

    ชิปเซ็ต (Chipset) Snapdragon 8 Elite (ตามข่าวลือ)
    หน่วยความจำ (RAM/ROM) RAM LPDDR5X / Storage UFS 4.0
    กล้องหลัง (Rear Camera)

    Main: 50MP

    Telephoto: 50MP (Periscope, 2.5x Optical Zoom)

    Ultrawide: 8MP

    กล้องหน้า (Front Camera) 20MP
    แบตเตอรี่ & ชาร์จ (Battery) รองรับชาร์จไว 100W (ความจุคาดการณ์ ~6,000mAh+)
    ระบบเสียง (Audio) ลำโพงคู่จูนโดย Sound by Bose
    ความทนทาน (Durability) กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP69 / เฟรมเครื่องโลหะ (Metal Frame)
    ระบบปฏิบัติการ (OS) HyperOS 3 (Based on Android 16)
    ระบบความปลอดภัย (Security) สแกนนิ้วมือใต้จอแบบ Ultrasonic
    น้ำหนัก (Weight) 199 กรัม

    จากที่เห็นถือว่าเป็ํนมือถือที่ให้สเปกโหดทั้งได้ขึมพลังที่เรียกว่าไม่ได้เป็นรองจากรุ่นท็อป แถมใยังได้กล้องหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมกับบอดี้ของเครื่องที่เรียกว่าเหนือชั้นกับการเป็นบอดี้โลหะ แถมกันน้ำกันฝุ่นได้ดี และลำโพง Sound By Bose ครั้งแรกกับมือถือเล่นเกมที่ใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุด Android 16 + Hyper OS 3

     f8_2

    ทั้งนี้ต้องรอติตดามการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย จะต้องมีอะไรที่น่าสนใจแค่ไหน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1619487/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36xvLTAcEP_jkMaGl_Bglf

  • สมาคมกีฬาหัวหินจัดมหกรรมกีฬาจตุรมิตร ครั้งที่ 13 กระชับความสามัคคี 4 สถาบันการศึกษาของหัวหิน

    ภูมิภาค

    สมาคมกีฬาหัวหินจัดมหกรรมกีฬาจตุรมิตร ครั้งที่ 13 กระชับความสามัคคี 4 สถาบันการศึกษาของหัวหิน

    วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 21 พ.ย.68 ที่ห้องโสตทัศนูปกรณ์ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม จ.ประจวบฯ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน พร้อมด้วย นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน นางสาวนรินธร สีห์จักร์ ผอ.โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ดร.สุชาติ หูทิพย์ ผอ.โรงเรียนหัวหิน นายธีรพล เข่งวา รอง ผอ.โรงเรียนวังไกลกัวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวิโรจน์ ด้วงละไม้ ผช.ผอ.โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ร่วมในการแถลงข่าวการจัดแข่งขันมหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 13 ประจำปี 2568 มี คณะผู้บริหารเทศบาลนครหัวหิน นายกสมาคมศิษย์เก่าทั้ง 4 สถาบันการศึกษา คณะครูนักเรียน เข้าร่วมรับฟัง

    พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล กล่าวว่า สมาคมกีฬาหัวหินจัดมหกรรมกีฬาจตุรมิตรหัวหิน ครั้งที่ 13 โดยได้รับความร่วมมือจาก 4 สถาบันการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ได้แก่ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และโรงเรียนหัวหิน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2553 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 13 โดยปีนี้มีโรงเรียนหัวหินวิทยาคมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬาได้มีเวทีและโอกาสในการแสดงออกซึ่งความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สร้างความรัก ความสามัคคี ความผูกพันกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในกลุ่มจตุรมิตรเพื่อสานประโยชน์ร่วมกันต่อไป

    แบ่งการแข่งขันออกเป็น ฟุตบอลศิษย์เก่า ฟุตบอลศิษย์ปัจจุบัน วอลเลย์บอลนักเรียนชายและหญิง บาสเกตบอล 3×3 ชาย/หญิง ม.ต้น และ ม.ปลาย การแข่งขันกีฬา E-Spot (ROV) ทีมผสมชายหญิง การแข่งขันกีฬาพื้นเมืองของสภานักเรียน จัดแข่งขันในระหว่างวันที่ 1- 19 ธ.ค.นี้ ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม สนามบาสเกตบอลโรงเรียนวังไกลกังวล สนามวอลเล่ย์บอลโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และสนามกีฬาฟุตบอลเทศบาลเมืองหัวหิน (ชุมชนบ้านเขาตะเกียบ) โดยจะมีพิธีเปิดในวันที่ 1 ธ.ค.68 ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม และพิธีปิดในวันที่ 19 ธ.ค.68 ที่สนามกีฬาฟุตบอลเทศบาลนครหัวหิน (ชุมชนบ้านเขาตะเกียบ) จึงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมชมและเชียร์นักกีฬาได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/455363&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JWJYH5y80gkAiFkDxm0p9

  • 2025 ปีชงวงการไอที ผ่าสาเหตุทำไมปีนี้ “เว็บล่ม” บ่อยจนโลกป่วน

    2025 ปีชงวงการไอที ผ่าสาเหตุทำไมปีนี้ “เว็บล่ม” บ่อยจนโลกป่วน

    คำว่า “การใช้ชีวิตแบบออฟไลน์” แทบไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของคนรุ่นใหม่ อินเทอร์เน็ตกลายเป็นกระดูกสันหลังของระบบนิเวศทางการเงินและการบริโภคระดับโลก เป็นท่อส่งที่เอื้อให้เกิดการสื่อสารและการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ 

    แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วย “ความเปราะบาง” ของระบบ ที่เมื่อใดก็ตามเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสะดุดหยุดลง เว็บล่ม ทั้งกระดานก็พังครืน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจชนิดประเมินค่าไม่ได้

    ปี 2025 กลายเป็นปีที่เราเห็นปรากฏการณ์ “ระบบล่ม” หรือ “เว็บล่ม” บ่อยจนน่าใจหาย ความผิดพลาดทางเทคนิคของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเว็บรายใหญ่ได้ฉุดบริการต่างๆ ให้หยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานนับล้าน

    ภาพจำลองการเก็บข้อมูลบน Cloud

    ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์เมื่อเดือนตุลาคม ที่ Data Center ของเจ้าตลาดอย่าง Amazon (AWS) เกิด “น็อก” ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง

    ผลคือวุ่นวายกันทั้งโลก เด็กร้องระงมเพราะเข้าเกม Roblox ไม่ได้, พนักงานออฟฟิศนั่งตบยุงเพราะ Zoom ใช้งานไม่ได้, ซ้ำร้ายวิศวกรในอินเดียที่เตรียมจะลาพักร้อนช่วงเทศกาลดิวาลี ต้องถูกตามตัวกลับมาแก้ปัญหากันจ้าละหวั่น

    ยังไม่ทันหายใจทั่วท้อง กลางเดือนพฤศจิกายน Cloudflare ผู้ให้บริการระบบความปลอดภัยเว็บรายใหญ่ก็งานเข้า ส่งผลให้เว็บไซต์และบริการจำนวนมาก “ล่ม” ไปเป็นแถบ

    ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, ระบบขนส่งในนิวเจอร์ซีย์ หรือแม้แต่แพลตฟอร์ม X (เดิม Twitter) ของอีลอน มัสก์ ก็ไม่รอด

    คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมแค่บริษัทเดียวมีปัญหา ถึงลากโลกทั้งใบให้พังตามไปด้วย?

    คำตอบไม่ได้ซับซ้อน เพราะเป็นผลพวงของวิวัฒนาการอินเทอร์เน็ต และทางลัดในการบริหารต้นทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เลือกฝากชีวิตไว้กับบริษัทเดียวและเป็นบริษัทเดิมๆ

    Amazon Web Services Data Center

    ย้อนไปยุค 90s หรือต้นปี 2000 บริษัทไหนมีเว็บ ก็ต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์มาตั้งไว้ในออฟฟิศ (On-premises) ดูแลเอง นักเลงพอ ข้อมูลใครข้อมูลมัน ถ้าพังก็พังแค่บริษัทนั้น ไม่เดือดร้อนชาวบ้าน

    แต่จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อ Amazon ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก เริ่มรู้สึกว่าวิศวกรตัวเองเสียเวลาแก้ปัญหาซ้ำซากเรื่องระบบหลังบ้านมากเกินไป เลยสร้างระบบกลางขึ้นมาใช้เอง

    แล้วปิ๊งไอเดียว่า “เฮ้ย! เอาอันนี้ไปขายให้คนอื่นเช่าด้วยสิ” จึงกลายเป็นจุดกำเนิดของ  Amazon Web Services (AWS)  ที่เปลี่ยนโลกไอทีไปตลอดกาล

    แนวคิดนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกแทบทั้งหมดพึ่งพาบริการ Cloud จากสามผู้เล่นหลัก (Hyperscalers) ได้แก่ AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud

    ในทางปฏิบัติ Cloud คือการเอาเซิร์ฟเวอร์นับล้านใน Data Center เครื่องไปกองรวมกันใน “โซน” (Regions) ต่างๆ ซึ่งถ้าโซนไหนที่มีการใช้งานหนาแน่นเกิด “เดี้ยง” ขึ้นมา

    ผลกระทบเลยไม่ได้กระจายตัว แต่กลายเป็นโดมิโนที่ล้มทับกันเป็นทอดๆ เหมือนเคส AWS ล่มที่เกิดจากบั๊กตัวเดียว แต่ทำเอาบริการอื่นรวนไปทั้งระบบ จนเกิดเป็นสถานการณ์เว็บล่มที่เราพบเจอได้บ่อยในปัจจุบัน

    Microsoft Data Center

    ในตลาดสำคัญอย่างสหราชอาณาจักร AWS และ Microsoft Azure ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 70% 

    ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความได้เปรียบของผู้มาก่อน (Early-mover advantage) และอำนาจทางการเงินที่เหนือกว่า

    แต่การพึ่งพาผู้เล่นเพียงหยิบมือเดียวก็นำมาซึ่งความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เหมือนเราเอาไข่ทั้งหมดไปใส่ในตะกร้าใบเดียว พอตะกร้าหล่น ไข่ก็แตกหมด

    กลุ่มเจ้าตลาด (Hyperscalers) มักโดนวิจารณ์เรื่องการสร้างเงื่อนไขให้ลูกค้า “ย้ายค่ายยาก” (Vendor Lock-in) เพราะระบบของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน จะย้ายทีก็เรื่องใหญ่ ค่าใช้จ่ายบานตะไท

    แถมคนทำงานก็มักจะสอบใบเซอร์ฯ มาเฉพาะค่าย ทำให้ธุรกิจจำยอมต้องใช้เจ้าเดิมต่อไปแม้อยากจะเปลี่ยนใจก็ตาม

    CrowdStrike  ‘จอฟ้ามรณะ’

    บทเรียนจาก CrowdStrike  ‘จอฟ้ามรณะ’

    แม้ผู้ให้บริการ Cloud  รายใหญ่จะขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร แต่ความซับซ้อนของระบบไอทีมักมีช่องโหว่ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ

    อย่างกรณี CrowdStrike ที่ไม่ได้เป็นบริษัท Cloud โดยตรง แต่เป็นยักษ์ใหญ่ด้าน Cyber Security ที่ซอฟต์แวร์ของบริษัทฝังอยู่ใน Windows ทั่วโลก 

    เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 CrowdStrike ดันปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์พลาด ผลคือคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องทั่วโลกเจอ “จอฟ้ามรณะ” (Blue Screen of Death) พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

    เคสนี้ชัดเจนมากว่า ต่อให้ Cloud ไม่ล่ม แต่การที่ระบบเชื่อมโยงกันหมดแบบ Real-time ความผิดพลาดจุดเดียวก็สามารถน็อกคอมพิวเตอร์ทั้งโลกได้ในพริบตา

    ทางรอดของธุรกิจและคำแนะนำสำหรับชาวเน็ต

    ในยุคที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับภาคธุรกิจคือ “แผนรับมือวิกฤต” 

    ผู้บริหารต้องตั้งคำถามล่วงหน้าว่า “ถ้าพรุ่งนี้ระบบล่ม เราจะทำอย่างไร?”

    การลงทุนเพื่อซื้อระบบสำรอง (Back-up service) ข้าม Region หรือการสร้างระบบสำรองภายในองค์กร (In-house) สำหรับบริการที่สำคัญที่สุด อาจเป็นการลงทุนที่ดูเหมือนสิ้นเปลืองในยามปกติ แต่จะกลายเป็นเกราะคุ้มกันธุรกิจในยามวิกฤต

    ส่วนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเราๆ พูดตรงๆ ว่าทำอะไรไม่ได้มาก  นอกจากนั่งรอให้วิศวกรเขาแก้ปัญหาให้เสร็จ

    เมื่อไหร่ที่เน็ตล่ม ก็ถือซะว่าเป็นสัญญาณเตือนให้เราเงยหน้าจากจอ วางมือถือ แล้วออกไปสูดอากาศบ้าง

    พร้อมกับระลึกไว้เสมอว่า เทคโนโลยีที่ดูล้ำสมัยขนาดนี้ จริงๆ แล้วเบื้องหลังมันช่างซับซ้อนและเปราะบางเหลือเกิน… และบางครั้ง มันก็ต้องการเวลาพักฟื้นเช่นกัน

    ที่มา: Bloomberg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/733667&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wt5uejE6Gs_Q5ADBFm50w

  • นักสืบมืออาชีพเผยความลับ 5 อาชีพที่มีแนวโน้มนอกใจมากที่สุด มีเซอร์ไพรส์เหนือคาด

    นักสืบมืออาชีพเผยความลับ 5 อาชีพที่มีแนวโน้มนอกใจมากที่สุด มีเซอร์ไพรส์เหนือคาด

              นักสืบมืออาชีพเปิดความลับ กลุ่มคน 5 อาชีพที่มีแนวโน้มนอกใจมากที่สุด สังเกตมีรูปแบบบางอย่าง พร้อมเผยประสบการณ์เคสชวนอึ้ง

    นอกใจ
    ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

              การนอกใจเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่บางครั้งลักษณะหรือรูปแบบบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานอาจส่งผลให้บางคนมีพฤติกรรมนอกใจอย่างคาดไม่ถึง โดยมีนักสืบเอกชนมืออาชีพจับจุดสังเกตและได้รวบรวมอาชีพที่มีแนวโน้มนอกใจมากที่สุด 

              เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ LADbible เผยว่า งานนักสืบเอกชนส่วนใหญ่เป็นการสืบเรื่องการนอกใจ หรือปัญหามือที่สามในครอบครัว ดังนั้น นักสืบเอกชนจึงสามารถสังเกตเห็นสัญญาณของการนอกใจ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่อาจเป็น “สัญญาณเตือนภัย” รวมไปถึงวิธีการและสถานที่ที่คนนอกใจมักใช้งานบ่อยที่สุด  

              พอล อีแวนส์ นักสืบเอกชนผู้มีประสบการณ์จากบริษัท I-Spy Detectives ในสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า มีกลุ่มบุคคล 5 อาชีพที่มีแนวโน้มนอกใจมากที่สุด ได้แก่  

    1. ฝ่ายไอที

              เหล่าคนใจดีที่คอยช่วยซ่อมคอมพิวเตอร์ให้คุณเสมอเมื่อมีปัญหาราวกับเป็น “ฮีโร่ตัวของทุกที่ทำงาน” ดูเหมือนมีแนวโน้มที่จะนอกใจ โดย อีแวนส์ เผยว่า เขาต้องรับมือกับเคสที่เกี่ยวข้องกับคนทำงานฝ่ายไอทีมากกว่าที่คาดคิด และพวกเขาเหล่านี้ยังมี “ทักษะเชี่ยวชาญ” ที่เอื้อต่อการนอกใจอีกอย่างที่ช่วยในการโกงอีกด้วย

              คนทำงานฝ่ายไอทีมักเก่งในการปกปิดร่องรอยทางดิจิทัล ดังนั้น เมื่อเขาถูกสงสัยว่านอกใจจึงติดตามพวกเขาได้ค่อนข้างยาก และพวกเขาจะมีข้อแก้ตัวพร้อมเสมอ โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์กับคนอื่นตลอดเวลา เพราะสามารถอ้างได้ว่าเป็นเรื่องงาน 

    2. พนักงานขาย

              งานที่ได้เดินทางไปหลายที่ ได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ และอาจต้องไปพักในโรงแรมที่ไกลออกไป เปิดโอกาสให้เกิดการนอกใจมากมาย อีแวนส์ เผยว่า คนอาชีพนี้มีนิสัยชอบโน้มน้าวใจคนเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว จากที่เขาได้ติดตามเคสนอกใจของพนักงานขายพบว่า พวกเขาจะนอกใจกับเพื่อนร่วมงาน และบางครั้งก็เป็นคนแปลกหน้าที่บาร์ของโรงแรมที่ไปพักอยู่

    3. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

              อาชีพนี้มีการเดินทางไกลและการพักที่อื่นมากมายเช่นเดียวกัน อีแวนส์ กล่าวว่า การบินระยะไกลสามารถเพิ่มแรงดึงดูด และรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้นเมื่อคุณอยู่ห่างไกลออกไปครึ่งโลก เขาเคยสืบเคสพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่แต่งงานแล้วคนหนึ่งซึ่งมักทำงานในเที่ยวบินระยะไกล พบว่าเธอนัดพบกับนักบินจากสายการบินอื่นระหว่างช่วงแวะพัก และพวกเขาจองโรงแรมเดียวกันมาหลายเดือนแล้ว 

    4. พนักงานคอลเซ็นเตอร์

              อาชีพที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ อีแวนส์ เผยว่า คนที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและอยู่ภายใต้แรงกดดันทุกวัน สามารถสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งได้อย่างไม่รู้ตัว จากมิตรภาพที่เกิดขึ้นต่อกันเพื่อช่วยให้ผ่านพ้นความเครียดจากการทำงานในแต่ละวันไปได้ แต่บางคนกลับข้ามเส้นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินไป 

    5. บุคลากรทางการแพทย์

              พวกเขาทำงานช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างน่าทึ่ง แต่ถ้าถามว่าอาชีพไหนที่มักจะนอกใจมากที่สุด คนที่ทำงานในโรงพยาบาลจะบอกว่า “พวกเขารู้เรื่องราวมากมาย” เนื่องจากความเครียดสูงและการใกล้ชิดกันมีบทบาทสำคัญ  

              อีแวนส์ เผยถึงเคสที่น่าตกตะลึง พยาบาลรายหนึ่งมีสัมพันธ์สวาทกับแพทย์ในกะกลางคืน โดยไปมีอะไรกันในห้องว่างของโรงพยาบาล และอีกเคสเป็นศัลยแพทย์ที่แต่งงานแล้วเดินออกไปจากห้องผ่าตัด เพื่อไปมีเพศสัมพันธ์กับพยาบาลในห้องผ่าตัดอีกห้องที่ไม่ได้ใช้งาน โดยทั้งคู่อยู่ใน “ท่าที่ไม่เหมาะสม”  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/250483&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OawNKGOd15g_zRZe-OXPV

  • “แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์” จุดเปลี่ยนประเทศไทย

    “แพลตฟอร์มซื้อ-ขายออนไลน์” จุดเปลี่ยนประเทศไทย

    วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.33 น.

    ตลาด อี-คอมเมิร์ซ ในไทยระอุ เผยมูลค่าซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ 10 เดือนแรกของปี ทะลุ 8 แสนล้านบาท ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังเกิดแนวคิดใหม่ “เศรษฐกิจแห่งความใจร้อน” หรือ Impatience Economy 

    นายอุดมธิปก ไพรเกษตร อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) หรือสมาคมอี-คอมเมิร์ซ เปิดเผยว่า ปัจจุบันความนิยมของคนไทยในการเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าบน “แพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ” รวมทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยว่า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลทำให้จำนวนผู้ซื้อที่มีการรายงานกันว่า มีมากกว่า 16 ล้านคน  และมีสินค้ามากกว่า 300 ล้านรายการวางจำหน่ายอยู่บนร้านค้าออนไลน์ในประเทศไทยนั้น เป็นตัวเลขที่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง แต่ที่น่าสนในก็คือ การเข้ามาของธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าขายของประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง แต่การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ คนไทย ทั้งในฝั่งขายต้องทำความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบ กติกา ตลอดจนข้อจำกัด และกลยุทธทางด้านการแข่งขันต่าง ๆ ให้ชัดเจน ขณะที่ผู้ซื้อเองก็ต้องรู้เท่าทัน และต้องสามารถปกป้องตนเองจากมิจฉาชีพ ที่อาจแฝงตัวเข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้ได้ด้วย  

    ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ว่า ธุรกิจ B2C e-Commerce สำหรับประเทศไทยในปีนี้ จะเติบโตได้ 6.4%  โดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 7.7 แสนล้านบาท

    แต่สำหรับผู้คนในแวดวง อี-คอมเมิร์ซ ระบุว่า มูลค่าของธุรกิจนี้ สำหรับปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 1.07 ล้านล้านบาท และตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านล้านบาท ในปี พ.ศ.2573 โดยแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับคนไทย ยังคงเป็น Shopee, Lazada, และ TikTok  

    ส่วนพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปรจะวันไปแล้ว แต่ก็ยังมีช่วงที่ที่สนใจสั่งซื้อเป็นกรณีพิเศษคือ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี คือ เดือนตุลาคม – ธันวาคม โดยในช่วงดังดังกล่าว สัดส่วนการซื้อจะอยู่ที่ประมาณ 25-30% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งปี ดังนั้นจึงสามารถประเมินได้ว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.) คนไทยซื้อ-ขายสินค้าออกไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ ที่ร้อยละ 70 – ร้อยละ 75 จากมูลค่ารวมที่ 1.07 ล้านล้านบาท จึงน่าจะมีตัวเลขของมูลค่าการซื้อ-ขายที่749,000 – 802,500 ล้านบาท

    นอกจากนี้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจต่าง ๆ ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยมากกว่าร้อยละ 67 ที่ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ส่วนใหญ่มักได้รับแรงจูงใจจากเนื้อหาตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การซื้อ-ขายสินค้าได้ย้ายไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต และ อี-คอมเมิร์ซ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการค้าของประเทศไทยจากตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมไปสู่ตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว และเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยอาศัยปัจจัยหลักจากการเกิดขึ้นของเศรษฐกิจแห่งความใจร้อน (Impatience Economy) ของผู้บริโภค

    อย่างไรก็ตาม แม้ “แพลตฟอร์ม Marketplace”อย่าง Shopee และ Lazada ยังคงเป็นผู้ครองตลาด ด้วยส่วนแบ่งรวมกันที่ ร้อยละ 50 แต่ทั้ง 2 ราย ก็ยังต้องถูกท้าทายอย่างหนักจากการแข่งขันด้านราคา และความเร็วในการจัดส่งสินค้า ดังนั้นการอยู่ให้รอดของผู้ค้าออนไลน์นั้น นอกจากสามารถแข่งขันทางด้านราคา และความเร็วในการจัดส่งสินค้าได้แล้ว การปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ยังกลายเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จในตลาดนี้อีกด้วย 

    ทั้งนี้ การเติบโตของแพลตฟอร์มการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ ที่สามารถดันมูลค่าการค้าได้ให้สูงขึ้นเกิน 1 ล้านล้านบาทได้แล้ว ธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ก็ยังเข้ามาเปลี่ยนประเทศไทยอีกด้วย คือ

    เปลี่ยนที่ 1 คือ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) ให้เกิดความคุ้นชินกับเศรษฐกิจดิจิทัล คือ อี-คอมเมิร์ซ ทำให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัย รวมทั้งผู้สูงวัย (Baby Boomer) และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงและคุ้นชินกับการทำธุรกรรมออนไลน์ การซื้อของออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และคนไทยทุกคนสามารถตัดสินใจซื้อ และได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว

    เปลี่ยนที่ 2 คือ พลิกโฉมธุรกิจและการแข่งขัน (Business Transformation) ได้แก่ การปลดล็อก SMEs ให้สามารถเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ได้ ด้วย อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งถือว่า ตลอดออนไลน์ ได้ทลายข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SMEs) ในต่างจังหวัด สามารถขายสินค้าไปยังผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ และยังสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ต้นทุนในการเปิดร้านค้าทางกายภาพ (off line) ลดลง พร้อมทั้งสามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในวันเดียว (Same Day Delivery) และลูกค้าสามารถซื้อได้จากทุกช่องทาง (Omnichannel) กระทั่งการซื้อ-ขายออนไลน์ กลายเป็นมาตรฐานไม่ใช่เป็นแค่ทางเลือกอีกต่อไป

    เปลี่ยนที่ 3 คือ เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Infrastructure Development) เข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ ที่ความต้องการความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า พร้อม ๆ กับประสิทธิภาพในระดับสูง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีในธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Warehouse Management) ทั่วประเทศ อย่างมากมายเพื่อรองรับการบริหารและจัดการ การจัดส่งพัสดุจำนวนมากในเวลาที่จำกัด

    เปลี่ยนที่ 4 คือ เปลี่ยนระบบการชำระเงินจากการโอนจ่ายหน้าร้านค้าแบบ off line มาเป็นการชำระในระบบดิจิทัล หรือ e-Payment เช่น การโอนค้าสินค้าผ่าน Mobile Banking, e-Wallet, และ QR Code มากขึ้นอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดสังคมไร้เงินสดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/454781&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28CLVFR8hkhyw6hpf4Gkuv

  • แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี – Notebookspec

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี – Notebookspec

    Advice x Viu 1

    แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทดีไวซ์ครบวงจรของประเทศไทย จับมือ Viu ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งยอดนิยมแห่งเอเชีย จัดแคมเปญสุดพิเศษด้วยการมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการจากแอดไวซ์ มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

    Advice x Viu 2

    คุณชนัญญา จัยสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Viu ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแอดไวซ์ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกไอทีที่มองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจอยู่เสมอ เราเห็นว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่เคยหยุดที่จะศึกษา Customer Insight เพื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ถึงสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจ ซึ่งการผนึกกำลังกับ Viuที่เป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลกในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของเราในการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบซีรีส์และภาพยนตร์เอเชีย พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความแตกต่างและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเสริมไปกับการผลักดันสินค้าที่เป็นแกนหลักของธุรกิจเรา ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และกลุ่มสินค้าโน๊ตบุ๊ค ที่ลูกค้ามักจะใช้เพื่อทั้งการทำงานและความบันเทิง”

    Advice x Viu 3

    คุณอคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu กล่าวว่า “ความร่วมมือกับแอดไวซ์ในครั้งนี้  นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ Viu ในการขยายฐานสมาชิกและขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ เราเล็งเห็นจุดแข็งที่โดดเด่นของแอดไวซ์ ในฐานะผู้นำด้านไอทีที่มีช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ทั่วประเทศ การมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี ผ่านการซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการนั้น จะยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน ทั้งการรับชมแบบไม่มีโฆษณาคั่นและภาพระดับ Full HD ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ไอทีของ แอดไวซ์ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ Viu จะสามารถขยายฐานผู้ชมในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่แสวงหาความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดไปพร้อมกัน”

    Advice x Viu 4

    Advice x Viu ซื้อสินค้าไอทีกับแอดไวซ์ รับฟรี! Viu Premium

    สิทธิประโยชน์เฉพาะลูกค้า Advice เพลิดเพลินไปกับการรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการวาไรตี้โชว์แบบเต็มอิ่ม ไม่มีโฆษณาคั่น สูงสุด 1 ปีเต็ม เพียงซื้อสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ ตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด รับสิทธิ์ชม Viu Premium ฟรีทันที

    • รับฟรี Viu Premium 1 ปี เมื่อซื้อสินค้า 20,000 บาทขึ้นไป 
    • รับฟรี Viu Premium 90 วัน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 – 19,999 บาท 
    • รับฟรี Viu Premium 30 วัน เมื่อซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 10,000 บาท

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นได้ที่ https://www.advice.co.th/article/advice_viu_premium

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://notebookspec.com/web/843342-advice-viu-premium&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V8z7v0bcmjBqN5x4y9QBr

  • เลื่อนเก่ง! กัมพูชาขอเลื่อนหารือปักหมุดชั่วคราว อ้างส่งใบไอทีไม่ทัน | 16 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    เลื่อนเก่ง! กัมพูชาขอเลื่อนหารือปักหมุดชั่วคราว อ้างส่งใบไอทีไม่ทัน | 16 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    17 พ.ย. 2568 08:10 น.

    วันพรุ่งนี้ไทย-กัมพูชา นัดประชุมหารือ ภารกิจสำรวจและปักหมุดชั่วคราวพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน – หนองหญาแก้ว จ.สระแก้ว ล่าสุด ยังไม่ทันเริ่มก็เลื่อนแล้ว โดยกัมพูชาแจ้งมาว่าขอเลื่อนประชุมปักหมุดชั่วคราวไป 1 วัน เหตุส่งใบรับรองไอทีไม่ทัน #บ้านหนองหญ้าแก้ว #บ้านหนองจาน #ฮุนเซน #ฮุนเซนอาชญากรสงคราม #ฮุนมาเนต #กัมพูชาโจมตีไทย #กัมพูชายิงก่อน #กัมพูชา #สงครามไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชาล่าสุด #ชายแดนไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยเขมร #ทหารไทยเหยียบกับระเบิด #ทหารไทย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ไทยรบเขมร #แม่ทัพภาค2 #เขมรยิงก่อน #cambodiaopenedfire #cambodiaopnedfire #ไทยรัฐนิวส์โชว์ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/thairath-news-show/1172193&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dmrFP139Z9pdS6qM3kW_k

  • แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี

    แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทดีไวซ์ครบวงจรของประเทศไทย จับมือ Viu ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งยอดนิยมแห่งเอเชีย จัดแคมเปญสุดพิเศษด้วยการมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการจากแอดไวซ์ มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

    คุณชนัญญา จัยสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Viu ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแอดไวซ์ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกไอทีที่มองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจอยู่เสมอ เราเห็นว่าไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่เคยหยุดที่จะศึกษา Customer Insight เพื่อเข้าใจถึงแก่นแท้ถึงสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจ ซึ่งการผนึกกำลังกับ Viu ที่เป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลกในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของเราในการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบซีรีส์และภาพยนตร์เอเชีย พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย และมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าเพื่อสร้างความแตกต่างและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเสริมไปกับการผลักดันสินค้าที่เป็นแกนหลักของธุรกิจเรา ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และกลุ่มสินค้าโน๊ตบุ๊ค ที่ลูกค้ามักจะใช้เพื่อทั้งการทำงานและความบันเทิง”

    แอดไวซ์ ผนึกกำลัง Viu เปิดตัวแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าดู Viu PREMIUM ฟรีสูงสุด 1 ปี

    คุณอคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu กล่าวว่า “ความร่วมมือกับแอดไวซ์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ Viu ในการขยายฐานสมาชิกและขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ เราเล็งเห็นจุดแข็งที่โดดเด่นของแอดไวซ์ ในฐานะผู้นำด้านไอทีที่มีช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ทั่วประเทศ การมอบสิทธิ์ดู Viu Premium ฟรีสูงสุด 1 ปี ผ่านการซื้อสินค้าไอทีที่ร่วมรายการนั้น จะยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน ทั้งการรับชมแบบไม่มีโฆษณาคั่นและภาพระดับ Full HD ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ไอทีของ แอดไวซ์ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ Viu จะสามารถขยายฐานผู้ชมในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่แสวงหาความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดไปพร้อมกัน”

    Advice x Viu ซื้อสินค้าไอทีกับแอดไวซ์ รับฟรี! Viu Premium

    สิทธิประโยชน์เฉพาะลูกค้า Advice เพลิดเพลินไปกับการรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการวาไรตี้โชว์แบบเต็มอิ่ม ไม่มีโฆษณาคั่น สูงสุด 1 ปีเต็ม เพียงซื้อสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์ ตามเงื่อนไขราคาที่กำหนด รับสิทธิ์ชม Viu Premium ฟรีทันที

    • รับฟรี Viu Premium 1 ปี เมื่อซื้อสินค้า 20,000 บาทขึ้นไป
    • รับฟรี Viu Premium 90 วัน เมื่อซื้อสินค้า 10,000 – 19,999 บาท
    • รับฟรี Viu Premium 30 วัน เมื่อซื้อสินค้าราคาต่ำกว่า 10,000 บาท

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นได้ที่ https://www.advice.co.th/article/advice_viu_premium


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12766453&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WNGFxWLNfEijSL2QMeteo

  • เขมรเล่นเกมเลื่อนปักหลักหมุด! “วีระ สมความคิด” จวก ไทยเสียเปรียบปมเขตแดน

    เขมรเล่นเกมเลื่อนปักหลักหมุด! “วีระ สมความคิด” จวก ไทยเสียเปรียบปมเขตแดน

    เขมรเล่นเกมเลื่อนปักหลักหมุด!

    เขมรเล่นเกมเลื่อนปักหลักหมุด! “วีระ สมความคิด” จวก ไทยเสียเปรียบปมเขตแดน

    17 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ทางการกัมพูชาขอเลื่อนการประชุมการปักหมุดชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดน โดยการสำรวจและจัดทำหลักหมุดชั่วคราวอย่างเร่งด่วน บริเวณหลักเขตแดนที่ 42-47 บ้านหนองหญ้าแก้ว-หนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จากวันนี้ เป็นวันที่ 18 พ.ย. อ้างว่า เนื่องจากทางกัมพูชาส่งใบรับรองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลหลักหมุดชั่วคราว หรือใบรับรองไอที ไม่ทัน จึงขอส่งใบรับรองในวันนี้ ก่อนจะเริ่มปักหมุดในวันที่ 19 พ.ย.นี้

        
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ สมความคิด นักกฎหมายและเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น พามวลชนและชาวบ้านเจ้าของที่ดินจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกกัมพูชายึดครองที่ดินมานานกว่า 40 ปี ไปพบกับ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง ณ ที่ว่าการอำเภอโคกสูง เพื่อพูดคุยปัญหากรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งวันนี้พบว่า กัมพูชาเลื่อนวันพูดคุยการปักหมุดชั่วคราวออกไปอีก โดยมีมวลชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งเดินทางไปสมทบ

    เขมรเล่นเกมเลื่อนปักหลักหมุด!

    ใช้เวลา 3 เดือน มันก็แค่ว่า คณะทำงานต้องไปตรวจและไปปักหลักหมุดให้เสร็จภายใน 90 วัน คณะทำงานทั้งฝ่ายไทยและเขมร ก็ต้องยื่นรายละเอียดทั้งหมดให้กับรัฐบาล ตัดสินใจว่า จะเอามั้ย เขมรก็ต้องส่งให้นายกฯ ตัดสินใจ ถ้าเกิดรัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่เห็นชอบล่ะ มันจะมีมาตรการอะไรขึ้นมาดำเนินการ เดี๋ยวก็เสนอมาตรการอะไรขึ้นมา ก็ยืดออกไปอีก เค้าอยากจะทำอะไรก็ตามแต่ เค้าก็ไม่สามารถจะไปทำอะไรได้โดยพลการ หากผู้ใหญ่ของเค้ายังไม่อนุญาติ เชื่อว่า เค้าก็ต้องฟัง 
     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง อ.วีระ และชาวบ้านบางส่วน เข้าพูดคุยกับนายอำเภอโคกสูง ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพ หลังจากนั้น นายวีระและทีมงาน เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว เพื่อเตรียมยื่นหนังสือและเปิดโปงขบวนการส่วยในพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อนำเสนอต่อนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว หาทางแก้ไขและดำเนินการต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/crime/609990&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D3PRcmSYe4dcd3l4NG2uI