Category: ไอที

  • “พาณิชย์” เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU “DIP x LINE” หนุนใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับกลไกปราบสินค้าละเมิดฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนไทย โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย พร้อมมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นกว่า 99% ของภาคธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

    “การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ภาคปฏิบัติ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 60 ล้านบัญชี หากสามารถส่งต่อความรู้ที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวาง” นางศุภจี กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ด้านการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ และ MOU ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมการให้ความรู้ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิของเจ้าของผลงาน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับ SMEs ไทย เพื่อ “ติดอาวุธและติดปีก” ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ LINE ประเทศไทย จะบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    (1) การยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้ง่าย
    (2) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำคาแรกเตอร์และผลงานสร้างสรรค์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม
    (3) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการป้องปรามการละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    (4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการเพิ่มทักษะทางธุรกิจ

    นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันต่อยอดการส่งเสริมการค้า การขาย และการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณ LINE ประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กระทรวงพาณิชย์ได้นำกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

    “ขอให้ผู้ประกอบการ SMEs นำองค์ความรู้และโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำผลความร่วมมือนี้ไปต่อยอดในทุกมิติ” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g0a13wJsL3dPGr9ME0M-1

  • “พาณิชย์” เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU “DIP x LINE” หนุนใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับกลไกปราบสินค้าละเมิดฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนไทย โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย พร้อมมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นกว่า 99% ของภาคธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

    “การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ภาคปฏิบัติ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 60 ล้านบัญชี หากสามารถส่งต่อความรู้ที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวาง” นางศุภจี กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ด้านการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ และ MOU ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมการให้ความรู้ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิของเจ้าของผลงาน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับ SMEs ไทย เพื่อ “ติดอาวุธและติดปีก” ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ LINE ประเทศไทย จะบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    (1) การยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้ง่าย
    (2) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำคาแรกเตอร์และผลงานสร้างสรรค์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม
    (3) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการป้องปรามการละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    (4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการเพิ่มทักษะทางธุรกิจ

    นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันต่อยอดการส่งเสริมการค้า การขาย และการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณ LINE ประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กระทรวงพาณิชย์ได้นำกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

    “ขอให้ผู้ประกอบการ SMEs นำองค์ความรู้และโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำผลความร่วมมือนี้ไปต่อยอดในทุกมิติ” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g0a13wJsL3dPGr9ME0M-1

  • “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยว

    รัฐบาลปลื้ม “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุด ประจำปี 68 คาดปี 69 เที่ยวบินรวม เพิ่มขึ้น 3% สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลปีใหม่

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปลื้ม ผลสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก Euromonitor International ในหัวข้อ Top 100 City Destinations Index 2025กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย คว้าอันดับหนึ่ง ในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 30.3 ล้านคน ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของคนไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า จากรายงานข้อมูลของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ปีงบประมาณ 2568 (กันยายน 2567 -ตุลาคม 2568)ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณเที่ยวบินรวม 904,796 เที่ยวบิน และเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งจากตารางบิน Winter Schedule เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 84,543 เที่ยวบิน และในเดือนมกราคม 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 87,835 เที่ยวบิน ในขณะเดียวกัน ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 2569 (กันยายน 2568 – ตุลาคม 2569) รวม 928,165 เที่ยวบิน ประกอบด้วย เที่ยวบินระหว่างประเทศ 473,364 เที่ยวบิน เที่ยวบินภายในประเทศ 343,422 เที่ยวบิน เที่ยวบินบินผ่านน่านฟ้า 111,379 เที่ยวบิน โดยมีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย 2,543 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3%

    ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องช่วงปีใหม่ (วันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569) คาดการณ์ว่า จะมีเที่ยวบิน รวม 27,632 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,763 เที่ยวบิน รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและเตรียมมาตรการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้การจัดการจราจรทางอากาศปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดความล่าช้า

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_980947/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wD07RZbIN-qj8HYL2AKSq

  • ‘อิสริยะ’ ลาออก Blognone เว็บ IT ดัง เผยเหตุเล่นการเมือง ลง สส.ปชน.

    ‘อิสริยะ’ ลาออก Blognone เว็บ IT ดัง เผยเหตุเล่นการเมือง ลง สส.ปชน.

    Politics

    20 ธ.ค. 2025 เวลา 10:54 น.

    'อิสริยะ' ลาออก Blognone เว็บ IT ดัง เผยเหตุเล่นการเมือง ลง สส.ปชน.

    ‘อิสริยะ’ ประกาศลาออกจาก Blognone เว็บไซต์ไอทีดัง หลังร่วมก่อตั้งนาน 21 ปี ลงสมัคร สส.ปชน. เผยสาเหตุเล่นการเมือง เข้าไปแก้ปัญหา สร้างการเปลี่ยนแปลง

    • นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หรือ ‘mk’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารเพื่อทำงานด้านการเมือง
    • เตรียมลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อในนามพรรคประชาชน (ปชน.)
    • เว็บไซต์ Blognone จะยังคงดำเนินงานต่อไปโดยทีมงานชุดเดิม แต่นายอิสริยะจะยังร่วมเขียนบทความในฐานะผู้ร่วมเขียนที่ไม่รับค่าตอบแทน (unpaid contributor)

    เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2568 เว็บไซต์ Blognone เว็บไซต์ข่าวสารภาษาไทยที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเปิดดำเนินการในไทยมากว่า 21 ปี โพสต์แจ้งข่าว กรณีผู้ใช้งาน mk หรือชื่อจริงนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารไลน์แมน และวงใน ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารของ Blognone

    โดย mk (อิสริยะ) ระบุว่า สวัสดีครับ ผมมาแจ้งข่าวว่าได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของกลุ่มบริษัท LINE MAN Wongnai ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Blognone แล้ว ด้วยเหตุผลว่าต้องการไปทำงานด้านการเมือง ตามที่ปรากฏในข่าวตามสื่อมวลชนช่องทางต่างๆ การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลเฉพาะตัวผมเพียงคนเดียว เว็บไซต์ Blognone จะยังเดินหน้าต่อไปภายใต้ทีมงานชุดเดิม ซึ่งมีคุณ lew และ arjin เป็นกำลังหลักในตอนนี้

    mk ระบุอีกว่า ผมยังจะมาร่วมเขียนเนื้อหาบน Blognone ต่อไปในฐานะ unpaid contributor ตามที่โอกาสอำนวย และกฎเกณฑ์ทางกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ในฐานะ co-founder ก็ต้องขอบคุณสมาชิก Blognone ที่บางท่านอาจอยู่ร่วมกันมายาวนานตั้งแต่ยุคแรกๆ ซึ่งก็ถือว่านานมากคือ 21 ปีแล้ว มองย้อนกลับไปในตอนนั้น เราเปิดเว็บกันเล่นๆ just for fun ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะทำมาได้ยาวนานขนาดนี้

    'อิสริยะ' ลาออก Blognone เว็บ IT ดัง เผยเหตุเล่นการเมือง ลง สส.ปชน.

    เวลา 21 ปีถือว่ายาวนาน สังคมโลกและไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย แต่ผมคิดว่าเจตจำนงยังเหมือนเดิม Blognone เกิดขึ้นเพราะในยุคสมัยนั้นไม่มีสื่อไอทีแบบที่เราต้องการ เราอยากได้จึงต้องลงมือทำมันเอง เหตุผลในการเปลี่ยนสถานะของผมก็เป็นเช่นเดียวกัน เมื่อมองไปทางไหนในประเทศไทยก็เจอแต่ปัญหาเต็มไปหมด รอมานานก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นสักเท่าไร ทางแก้ก็คงเหลือทางเดียว อยากได้ก็ต้องทำเองครับ

    อ่านรายละเอียด คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1213046&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VrNIbDUxa8mEpvaHYyaTu

  • ตอบแทนความผูกพัน “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบของขวัญรับปีใหม่ เสิร์ฟสุขเลือกได้

    ตอบแทนความผูกพัน “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบของขวัญรับปีใหม่ เสิร์ฟสุขเลือกได้

    ไอที

    ตอบแทนความผูกพัน “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบของขวัญรับปีใหม่ เสิร์ฟสุขเลือกได้

    วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.56 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ตอบแทนความผูกพัน “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบของขวัญรับปีใหม่ เสิร์ฟสุขเลือกได้
    ชวนอิ่มฟรีวันเดียว บาร์บีคิว พลาซ่า หรืออร่อยข้ามปีกับแบรนด์ดังห้ามพลาด! เช็กสิทธิ์ 18-22 ธ.ค. นี้

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด “UP สัญญาณ UP ความสุข” เปลี่ยนช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เป็นฤดูกาลแห่งความประทับใจ ด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษแทนคำขอบคุณแด่ลูกค้า* ทรู-ดีแทค5G ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์ และทรู คอนเวอร์เจนซ์ ที่อยู่เคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นาน…ยิ่งรักกัน” เปิดภาคต่อ “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่” ส่งต่อประสบการณ์ความสุขคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของลูกค้าอย่างแท้จริง ตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18–22 ธ.ค. 68 ผ่าน แอปทรู (True App) หรือคลิก https://www.true.th/campaign/special-privilege โดยเลือกรับความสุขได้เองใน 2 รูปแบบ

    1. สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม ที่บาร์บีคิว พลาซ่า เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกระชับความสัมพันธ์ ทรูผนึกกำลังกับ บาร์บีคิว พลาซ่า มอบมื้อพิเศษให้ลูกค้าอิ่มฟรีพร้อมกันทั่วประเทศใน วันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม 2568 (วันเดียวเท่านั้น) เพื่อสร้างความทรงจำที่อบอุ่นร่วมกับคนสำคัญ
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี รับฟรี ชุด Happy Always Set มูลค่า 339 บาท แทนคำขอบคุณที่เชื่อมั่นในกันและกันเสมอมา
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี รับฟรี ชุด Happy Together Set มูลค่า 249 บาท เติมเต็มช่วงเวลาดีๆ ให้แก่กันทรู พร้อมเต็มทุกความสุข
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี รับฟรี ชุด Happy Moment Set มูลค่า 129 บาท จุดเริ่มต้นความสุขที่สดใส
    2. สุขในแบบคุณ อร่อยข้ามปีกับ 3 แบรนด์ดัง มอบอิสระในการใช้สิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2568 – 31 มกราคม 2569
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาท
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี อิ่มอร่อยได้ทุกที่ รับฟรี โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)
    • ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี เติมความสดชื่นง่ายๆ รับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12 บาท
    เงื่อนไขการรับสิทธิ์

    สิทธิพิเศษนี้มอบแก่ลูกค้า ทรู-ดีแทค5G ทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ และทรู คอนเวอร์เจนซ์ ที่อยู่นานกว่า 1 ปี และมียอดค่าใช้บริการ 300 บาท/ เดือนขึ้นไป

    • กดรับสิทธิ์ เปิดให้กดจองสิทธิ์ล่วงหน้าพร้อมกันในวันที่ 24 ธ.ค. 68 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ทางแอปทรู (True App) (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด) โดยเลือกอิ่มฟรีวันเดียว หรืออร่อยยาวข้ามปี ตามระยะเวลาการใช้บริการ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

    • ใช้สิทธิ์ เริ่มใช้สิทธิ์ อิ่มฟรีวันเดียว ที่บาร์บีคิว พลาซ่าพร้อมกันในวันที่ 24 ธ.ค. 68 หรือ อร่อยยาวข้ามปี ที่ทรูคอฟฟี่ GrabFood หรือ McDonald’s ได้ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 68 – 31 ม.ค. 69

    ทรู พร้อมเติมเต็มทุกความสุข พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติ เพื่อให้ช่วงเวลานี้เป็นมากกว่าการส่งท้ายปี แต่เป็นการเริ่มต้นศักราชแห่งความสุขที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

    *ลูกค้าที่อยู่นานกว่า 1 ปี และมียอดค่าใช้บริการ 300 บาท/ เดือนขึ้นไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/459423&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lfmnRwRg0E0_U7FAoiSM_

  • “พาณิชย์” เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU “DIP x LINE” หนุนใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับกลไกปราบสินค้าละเมิดฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนไทย โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย พร้อมมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นกว่า 99% ของภาคธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

    “การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ภาคปฏิบัติ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 60 ล้านบัญชี หากสามารถส่งต่อความรู้ที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวาง” นางศุภจี กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ด้านการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ และ MOU ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมการให้ความรู้ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิของเจ้าของผลงาน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับ SMEs ไทย เพื่อ “ติดอาวุธและติดปีก” ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ LINE ประเทศไทย จะบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    (1) การยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้ง่าย
    (2) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำคาแรกเตอร์และผลงานสร้างสรรค์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม
    (3) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการป้องปรามการละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    (4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการเพิ่มทักษะทางธุรกิจ

    นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันต่อยอดการส่งเสริมการค้า การขาย และการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณ LINE ประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กระทรวงพาณิชย์ได้นำกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

    “ขอให้ผู้ประกอบการ SMEs นำองค์ความรู้และโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำผลความร่วมมือนี้ไปต่อยอดในทุกมิติ” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g0a13wJsL3dPGr9ME0M-1

  • “พาณิชย์” เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU “DIP x LINE” หนุนใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับกลไกปราบสินค้าละเมิดฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนไทย โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย พร้อมมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นกว่า 99% ของภาคธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

    “การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ภาคปฏิบัติ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 60 ล้านบัญชี หากสามารถส่งต่อความรู้ที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวาง” นางศุภจี กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ด้านการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ และ MOU ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมการให้ความรู้ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิของเจ้าของผลงาน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับ SMEs ไทย เพื่อ “ติดอาวุธและติดปีก” ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ LINE ประเทศไทย จะบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    (1) การยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้ง่าย
    (2) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำคาแรกเตอร์และผลงานสร้างสรรค์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม
    (3) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการป้องปรามการละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    (4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการเพิ่มทักษะทางธุรกิจ

    นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันต่อยอดการส่งเสริมการค้า การขาย และการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณ LINE ประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กระทรวงพาณิชย์ได้นำกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

    “ขอให้ผู้ประกอบการ SMEs นำองค์ความรู้และโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำผลความร่วมมือนี้ไปต่อยอดในทุกมิติ” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g0a13wJsL3dPGr9ME0M-1

  • “พาณิชย์” เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU “DIP x LINE” หนุนใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับกลไกปราบสินค้าละเมิดฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด อาคารเกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

    นางศุภจี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรักษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคนไทย โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย พร้อมมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศ คิดเป็นกว่า 99% ของภาคธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศ

    “การลงนาม MOU ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ภาคปฏิบัติ ผ่านแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 60 ล้านบัญชี หากสามารถส่งต่อความรู้ที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยอย่างกว้างขวาง” นางศุภจี กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ด้านการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ และ MOU ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมการให้ความรู้ การส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิของเจ้าของผลงาน ตลอดจนการพัฒนาและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับ SMEs ไทย เพื่อ “ติดอาวุธและติดปีก” ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ LINE ประเทศไทย จะบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    (1) การยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์ม LINE อย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้ง่าย
    (2) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำคาแรกเตอร์และผลงานสร้างสรรค์ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม
    (3) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการป้องปรามการละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    (4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ด้วยเครื่องมือดิจิทัลและการเพิ่มทักษะทางธุรกิจ

    นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงการทำงานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อร่วมกันต่อยอดการส่งเสริมการค้า การขาย และการขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณ LINE ประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้กระทรวงพาณิชย์ได้นำกลไกด้านทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

    “ขอให้ผู้ประกอบการ SMEs นำองค์ความรู้และโอกาสที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมนำผลความร่วมมือนี้ไปต่อยอดในทุกมิติ” นางศุภจี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/983649&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g0a13wJsL3dPGr9ME0M-1

  • โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” เร่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น เติบโตร่วมกัน พร้อมเร่งเครื่องขยายโครงการนี้ทั่วประเทศ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ารุกต่อยอดความสำเร็จของ “Outdoor Zone” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่นและลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยโครงการ Outdoor Zone ตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน” หรือ “Central to Life” ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินธุรกิจที่เซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นมาโดยตลอด ล่าสุดโรบินสันไลฟ์สไตล์เตรียมขยายโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการและประสบความสำเร็จแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด พร้อมเดินหน้าปักหมุดเพิ่มอีก 3 สาขาในปี 2569 ที่สกลนคร เพชรบุรี และลพบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    คุณณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “โครงการ Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในการต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนา Outdoor Zone จะช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง และสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เรายังคงยึดมั่นในหลักการเติบโตร่วมกันกับ ‘ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม’ เพื่อสร้างคุณค่าและความแข็งแกร่งให้กับทุกภาคส่วนไปพร้อมกัน”

    Outdoor Zone ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ช่วย ‘คู่ค้า’ เติบโตในทำเลศักยภาพ

    Outdoor Zone คือโครงการใหม่ภายในพื้นที่ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2567 ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในพื้นที่ เน้นการกระจายศักยภาพเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น โดย Outdoor Zone ในแต่ละสาขามีพื้นที่รวมกว่า 40 ยูนิต ครอบคลุมร้านค้าและบริการหลากหลายประเภท ทั้งหมวดอาหารและเครื่องดื่ม บริการสุขภาพและความงาม การศึกษา และบริการในชีวิตประจำวัน โดยจะตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าฯ เพื่อสร้าง Traffic เชื่อมต่อกับพื้นที่หลักของศูนย์การค้าฯ และสนับสนุนการเติบโตซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    Outdoor Zone ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นสามารถขยายกิจการในทำเลศักยภาพได้อย่างคุ้มค่า รองรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในย่านเศรษฐกิจสำคัญของแต่ละจังหวัด พร้อมพื้นที่จอดรถที่ช่วยให้ลูกค้าทั่วไป สามารถเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และมีความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเวลาเปิด–ปิดร้านได้ตามลักษณะธุรกิจ พร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครัน การดูแลบำรุงรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานศูนย์การค้าฯ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถตกแต่งร้านค้าตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ และยังร่วมทำกิจกรรมการตลาดกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ยกระดับประสบการณ์ช้อป เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของ ‘ลูกค้า’ ในที่เดียว

    ในแง่มุมของลูกค้า โครงการ Outdoor Zone ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต มีร้านค้าหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หมวดอาหารและเบเกอรี่ หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม และหมวดบริการ เป็นต้น

    – หมวดอาหารและเบเกอรี่ อาทิ ไข่หวานบ้านซูชิ, LOBSTER CITY ร้านอาหารซีฟู้ด, คุุณทิพย์ เย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวเรือนีออน, นมเหน่อ ร้านนมและขนมหวาน, NJ Yumi Cha ชานมไข่มุก, และ Send Love ร้านไอศกรีมบิงซู เป็นต้น

    – หมวดเสื้อผ้าและแฟชั่น อาทิ PakPak Sport ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, ห้องเสื้อบอดี้ชอฟ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, BrandName Shop ร้านขายสินค้าแบรนด์เนม, Madam Woman Clothing ร้านเสื้อผ้า, LOLLIPOP FASHIONS ร้านเสื้อผ้า, Mr.beer sneakersth ร้านรองเท้า, Spa Bag By Monnaie ร้านสปากระเป๋าแบรนด์เนม และ Teen Like ร้านรองเท้ามือสอง เป็นต้น

    – หมวดบริการด้านสุขภาพและความงาม อาทิ คลินิกทันตกรรมยูเดนท์ คลินิคทันตกรรมครบวงจร, B Plus Clinic คลินิกเสริมความงาม, MADAM CLINIC ร้านคลินิกความงาม, Shuda Skincare คลินิกเสริมความงาม, เรือนรักษ์ ร้านนวดไทย, La la lash ร้านต่อขนตา, Nail IT ร้านทำเล็บ, ไพบูลย์นวดแผนไทย ร้านนวดแผนไทย, และสักคิ้วอาจารย์อ๊อด ร้านสักคิ้วชื่อดัง เป็นต้น

    – หมวดบริการสินเชื่อ โรงเรียนเสริมทักษะสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึง บริการในชีวิตประจำวันที่อำนวยความสะดวกให้กับคนในชุมชน อาทิ กรุงไทย ไทยแลนด์ โรบินสัน โรงรับจำนำ, KAI AUTO บริการประกันรถยนต์, Otteri ร้านบริการซักผ้า, Top One โรงเรียนกวดวิชา, MY BLOCK ร้านต่อ lego เสริมทักษะ, Kru Lek Art Center โรงเรียนสอนศิลปะสร้างสรรค์, Bostan Pilates สถาบันสอนกีฬา Pilates, Wash Hub ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ 24 ชั่วโมง, และ Ship Smile ร้านขนส่งและรับต่อ พ.ร.บ. เป็นต้น

    โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน Central to Life ที่ผสานความต้องการของคนในพื้นที่เข้ากับการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นอย่างกลมกลืน สอดคล้องกับเป้าหมายของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่งทั้ง Ecosystem สนับสนุนความสำเร็จในทุกด้าน

    Outdoor Zone จึงเป็นโครงการล่าสุดที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ได้พัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจเชิงระบบ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพคู่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับองค์กร (Inclusive Growth) ผ่านการสร้าง Business Ecosystem โดยโรบินสันไลฟ์สไตล์ได้เข้ามาสนับสนุนคู่ค้าใน 3 แกนสำคัญ ทั้ง 1) การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การทำธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น, 2) การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ช่วย Matching ผู้ประกอบการอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตอบโจทย์ต่อยอดธุรกิจคู่ค้าเติบโตได้รวดเร็วขึ้น และ 3) การสนับสนุนเชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจ ด้วยการดูแลคู่ค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานคุณภาพ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ลงลึกไปถึงการวางแผนทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขาย ทั้งหมดนี้ เพื่อผลักดันให้คู่ค้าสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ปัจจุบัน โครงการ Outdoor Zone เปิดให้บริการแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด สกลนคร ซึ่งต่างได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างดี  สะท้อนถึงความสำเร็จของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม และการให้ความเอาใจใส่ในการพัฒนาพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ในอนาคตโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเตรียมแผนเดินหน้าพัฒนาขยายโมเดลนี้ในสาขาศักยภาพต่อเนื่องทั่วประเทศ เช่น สกลนคร เพชรบุรี ลพบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชลบุรี แม่สอด และกำแพงเพชร เพื่อขยายเครือข่ายการลงทุนและการสร้างงานในระดับภูมิภาค

    “โรบินสันไลฟ์สไตล์เชื่อมั่นว่า การพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่าง ‘Outdoor Zone’ ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เรามุ่งพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า และสังคมในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายของเซ็นทรัล รีเทล ที่ยึดจุดมุ่งหมาย ‘Central to Life’ ให้ทุกพื้นที่ที่เราก้าวเข้าไปดำเนินธุรกิจ คือ ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน’ อย่างแท้จริง” คุณณัฐวัฒน์ กล่าวสรุป

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมใหม่ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall)

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/19/605021/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bI71iRN5KjQ6gkRuGOK6E

  • “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยว

    รัฐบาลปลื้ม “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุด ประจำปี 68 คาดปี 69 เที่ยวบินรวม เพิ่มขึ้น 3% สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงเทศกาลปีใหม่

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปลื้ม ผลสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก Euromonitor International ในหัวข้อ Top 100 City Destinations Index 2025กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย คว้าอันดับหนึ่ง ในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 30.3 ล้านคน ตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของคนไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า จากรายงานข้อมูลของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ปีงบประมาณ 2568 (กันยายน 2567 -ตุลาคม 2568)ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณเที่ยวบินรวม 904,796 เที่ยวบิน และเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งจากตารางบิน Winter Schedule เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 84,543 เที่ยวบิน และในเดือนมกราคม 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 87,835 เที่ยวบิน ในขณะเดียวกัน ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 2569 (กันยายน 2568 – ตุลาคม 2569) รวม 928,165 เที่ยวบิน ประกอบด้วย เที่ยวบินระหว่างประเทศ 473,364 เที่ยวบิน เที่ยวบินภายในประเทศ 343,422 เที่ยวบิน เที่ยวบินบินผ่านน่านฟ้า 111,379 เที่ยวบิน โดยมีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย 2,543 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3%

    ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องช่วงปีใหม่ (วันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569) คาดการณ์ว่า จะมีเที่ยวบิน รวม 27,632 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,763 เที่ยวบิน รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและเตรียมมาตรการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้การจัดการจราจรทางอากาศปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดความล่าช้า

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_980947/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wD07RZbIN-qj8HYL2AKSq