Category: เศรษฐกิจ

  • ผู้แทนการค้าจีนเยือนสหรัฐฯ หารือกระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า : อินโฟเควสท์

    ผู้แทนการค้าจีนเยือนสหรัฐฯ หารือกระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า : อินโฟเควสท์

    กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยในวันนี้ (30 ส.ค.) ว่า หลี่ เฉิงกัง ผู้แทนการค้าของจีนเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค. เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี

    ระหว่างการเยือน หลี่ได้พบกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้

    หลี่ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายควรบริหารจัดการความแตกต่าง และขยายความร่วมมือผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียม

    ทั้งนี้ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีอยู่ แม้มีการขยายเวลาการพักรบด้านภาษีออกไปจนถึงต้นเดือนพ.ย. โดยเมื่อต้นเดือนนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้จีนเพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งซื้อจากผลผลิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนก.ย. ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ก็เตรียมเพิ่มความเข้มงวดต่อการนำเข้าสินค้าจากจีนในกลุ่มเหล็ก ทองแดง และลิเทียม เพื่อบังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่เชื่อว่าผลิตด้วยแรงงานบังคับจากซินเจียง และเพื่อลดการขาดดุลการค้าตามเป้าหมายของทรัมป์

    การเดินทางของหลี่เกิดขึ้นหลังจากสองประเทศบรรลุข้อตกลงเลื่อนการขึ้นภาษีและผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกสินค้าสำคัญ เช่น แม่เหล็กแร่หายากจากจีนและสินค้าเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ โดยท่าทีของรัฐบาลทรัมป์ต่อจีนก็ปรับเปลี่ยนเป็นเชิงบวกมากขึ้น โดยมุ่งหวังให้เกิดข้อตกลงเศรษฐกิจที่จะเปิดตลาดจีนให้ธุรกิจและเทคโนโลยีอเมริกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/525625&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s_U2RIn_4u8j17t2l9KFa

  • นักวิชาการอิสระ  คาด เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเหลือ 1.2-1.8% ต่ำสุดรอบ 5 ปี หลัง”อิ๊ง”หลุดนายกฯ

    นักวิชาการอิสระ คาด เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเหลือ 1.2-1.8% ต่ำสุดรอบ 5 ปี หลัง”อิ๊ง”หลุดนายกฯ

    เศรษฐกิจ

    30 ส.ค. 2025 เวลา 9:00 น.

    นักวิชาการอิสระ  คาด เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเหลือ 1.2-1.8% ต่ำสุดรอบ 5 ปี หลัง”อิ๊ง”หลุดนายกฯ

    “อัทธ์  พิศาลวานิช  ” ประเมินเศรษฐกิจไทยหลัง”อิ๊ง”หลุดนายกฯ ไทยกำลังอยู่ในสุูญญากาศทางการเมืองและนโยบาย เปิด 3 ฉากทัศน์ เศรษฐกิจไทย  คาดปีนี้จีดีพีไทยปรับตัวลดลงเหลือ 1.2-1.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ  5 ปี  

    นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยว่า ได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ ปี 2025  จากกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร  ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและส่งผลให้ครม.หลุดจากคลิปเสียงฮุนเซน ทำให้มีข้อจำกัดในการบริหารประเทศ และการผลักดันนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่เหลืออยู่อีก 4 เดือนหลังจากนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลงเหลือ 1.2-1.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ  5 ปีนับจากปี 2020 เป็นต้นมา  

    หลังจากนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ 4 ประเด็นสำคัญคือ

    1.ซ้ำเติมการบริโภค โดยตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 และ 2 ปี 2025 การบริโภคโดยรวมของไทยชะลอตัวอยู่แล้ว สถานการณ์การเมืองที่มีรัฐบาลรักษาการ ยิ่งทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นจากรายได้ที่ลดลง และหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น

    2.ลงทุนเอกชนรอนโยบายเศรษฐกิจ เพราะ การมีรัฐบาลรักษาการไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เพราะไม่สามารถทำโครงการเศรษฐกิจใหม่ หรือแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ได้ แม้ว่าอัตราการขยายตัวการลงทุนเอกชนใน Q2/2025 จะเพิ่มขึ้นจาก Q1/2025 ก็ตาม ประเมินอัตราการขยายตัวชะลอลงใน Q4 เป็นไป จากการขาดความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

    3.นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังต้องลุ้น โดย ปี 2024 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 35 ล้านคน ปี 2025 ณ เดือนสิงหาคม นักท่องเที่ยวสะสม 21 ล้านคน ขาดอีก 14 ล้านคน กับเวลาที่เหลืออีก 4 เดือน หากต้องการ 35 ล้านคนเท่ากับปี 2024 “น่าจะเป็นโจทย์ยาก ภายใต้รัฐบาลรักษาการ” 

    4.ภาษีทรัมป์ Q4/2025 กระทบ “ของแท้” ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ไทยทั้งส่งออกที่ต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% และการนำเข้าเปิดสินค้าสหรัฐฯ เข้าไทย 0% กระทบการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในQ4/2025

    นายอัทธ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทย ขึ้นกับการได้รัฐบาลใหม่เร็วแค่ไหน เร็วมากจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยมากเท่านั้น เพราะสามารถทำนโยบายหรือโครงการใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้

    โดยประเมินเป็น 3 ฉากทัศน์ เศรษฐกิจไทย คือ

    1.ฉากทัศน์ หากรัฐบาลรักษาการ 1 เดือน จีดีพีโต 1.8 % จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว 

    2.ฉากทัศน์   หากรัฐบาลอยู่ 3-4 เดือน จีดีพีโต 1.5 % จากงบประมาณรายจ่ายล่าช้า นักลงทุนรอดู

    3.ฉากทัศน์ รัฐบาล อยู่มากกว่า 5 เดือน จีดีพีขยายตัว 1.2 % จากสุญญากาศทางนโยบาย

    ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่และพรรครัฐบาลไทยหลังจากนี้ มี 3 สูตร ซึ่งแต่ละสูตรยังไม่ได้ส่งบวกต่อเศรษฐกิจไทย แต่ละสูตรมีข้อจำกัดทั้งสิ้น

    หากเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ  เป็นนายกฯพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เศรษฐกิจขาดความเชื่อมั่น

    กรณีนายอนุทิน ชาญวีรีกูล เป็นนายก มีพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ก็จะเน้นแต่แก้รัฐธรรมนูญไม่เน้นเศรษฐกิจ

    แต่หากเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  พรรคร่วมเดิม แต่จะขาดความเชื่อมั่นเหมือนกรณีแรก

    “ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในสูญญากาศทางการเมืองและนโยบาย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย ฉากทัศน์ที่โอกาสความเป็นไปได้ต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ใน ฉากทัศน์  มีอัตราการขยายตัวที่ 1.5% “นายอัทธ์ กล่าว

    ทั้งนี้ควรเร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะรัฐบาลรักษาการมีอำนาจการบริหารประเทศจำกัด เร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย จากภาษีทรัมป์ เป็นเรื่องเร่งด่วนและพิจารณานโยบายลดดอกเบี้ยมีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1196542&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03fd0wMdw7obpPN4UWtHiZ

  • ‘พิชัย’ เผยสถานการณ์เศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง ‘แพทองธาร’ หลุดตำแหน่ง ‘นายกฯ’ | เดลินิวส์

    ‘พิชัย’ เผยสถานการณ์เศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง ‘แพทองธาร’ หลุดตำแหน่ง ‘นายกฯ’ | เดลินิวส์

    ‘พิชัย’ เผยสถานการณ์เศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง ‘แพทองธาร’ หลุดตำแหน่ง ‘นายกฯ’

    ‘พิชัย’ เผยสถานการณ์เศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง ‘แพทองธาร’ หลุดตำแหน่ง ‘นายกฯ’ ชี้ในเรื่องเศรษฐกิจเรา ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่ มั่นใจเจรจาสหรัฐไม่สะดุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5067330/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-SfB4yyvHNdBbRlAO6j4I

  • “พิชัย” เชื่อเศรษฐกิจไม่สะดุด หลัง “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง มั่นใจเจรจาสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อได้ : อินโฟเควสท์

    “พิชัย” เชื่อเศรษฐกิจไม่สะดุด หลัง “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง มั่นใจเจรจาสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อได้ : อินโฟเควสท์

    นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองว่า ตนว่าทุกอย่างก็น่าจะแก้ไขได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนการเจรจาภาษีและการค้ากับสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า ไม่สะดุด ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/525609&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHjNQW5tn8c7NSArdi73-

  • จังหวัดตรังพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม CMGF ขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจภูมิภาค

    จังหวัดตรังพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม CMGF ขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจภูมิภาค

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และจังหวัดตรัง ได้เตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด (Chief Ministers and Governors Forum: CMGF) ครั้งที่ 22 ในวันที่ 3 กันยายน 2568 พร้อมด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรีความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ไทย (IMT-GT) ครั้งที่ 31 ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ จ.ตรัง

    การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทบทวนและผลักดันแผนงานความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่าย ภายใต้ แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565–2569) และ วิสัยทัศน์ IMT-GT ปี 2579 โดยจะครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การค้าและการลงทุน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

    ทั้งนี้ โครงการสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมดังกล่าว อาทิ การก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม โครงการรถไฟทางคู่หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ การพัฒนาท่าอากาศยานและท่าเรือในจังหวัดภาคใต้ โครงการอุตสาหกรรมโคเนื้อศรีวิชัย และการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้น

    นางสาวศศิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับศักยภาพของจังหวัดตรังและภาคใต้ แต่ยังสะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000082926&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xfWDgBCsr7p5EGxLeml-L

  • ‘พิชัย’ ย้ำ เศรษฐกิจไทยยังไปต่อได้ หลัง ‘แพทองธาร’ พ้นตำแหน่งนายกฯ

    ‘พิชัย’ ย้ำ เศรษฐกิจไทยยังไปต่อได้ หลัง ‘แพทองธาร’ พ้นตำแหน่งนายกฯ

    วันนี้ (30 สิงหาคม) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาให้ความเห็นถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศว่า ยังคงสามารถแก้ไขและเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตาม

    พิชัยกล่าวว่า ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจยังคงทำหน้าที่ต่อไป และยืนยันว่าทุกอย่างสามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ ส่วนเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจนั้น ก็ยังคงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอยู่เสมอ

    พร้อมกันนี้ รมว.คลังยังได้ยืนยันความมั่นใจว่า การเจรจาด้านภาษีและการค้ากับสหรัฐอเมริกา จะไม่ได้รับผลกระทบหรือสะดุดลงอย่างแน่นอน โดยยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pichai-thailand-economy-outlook/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0i26S9bdxv8p7N4Ku4DYcZ

  • ประชาชนคาดหวังนายกคนใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองเศรษฐกิจหลังซบเซามานาน | TOPNEWS

    ประชาชนคาดหวังนายกคนใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองเศรษฐกิจหลังซบเซามานาน | TOPNEWS

    ประชาชนคาดหวังนายกคนใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองเศรษฐกิจหลังซบเซามานาน

    • เผยแพร่ : 30/08/2025 11:04

    จากการสอบถามนาง กาญจนา ยิ้มงาม อายุ 59 ปีแม่ค้าตลาดสดอำเภอศรีราชาเปิดเผยว่า จากกรณีนายกนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้หลุดจากเก้าอี้วินายกรัฐมนตรีซึ่งตนเองคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามกาลเวลาของมัน จากผลงานที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจในพื้นที่ซบเซาและเงียบเหงามานาน

    SOCAIL 16-9

    ปก

    ‘สุวัจน์’ ประธานแจกทานทิ้งกระจาด มูลนิธิฮุก 31 เนืองแน่นกว่า 4,000 คน ย้ำร่วมรักสามัคคีผ่านวิกฤตประเทศไทย

    ทหารรวบ “กัมพูชา” 38 ชีวิต แอบลอบเข้าไทย หนีความอดอยากในประเทศ

    ราชภัฏสุรินทร์ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตชาวบ้าน จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชนเพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง

    สระแก้ว เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน ลงพื้นที่ บ้านหนองจาน เพื่อทำการรังวัดที่ดินให้ชาวบ้านแต่ไม่สามารถรังวัดได้ มีกัมพูชาซุ่มดูอยู่เกรงไม่ปลอดภัยจึงยกเลิก

    สุดสงสาร ! เด็กหญิงวัย 11 ปี ป่วยมะเร็งกระดูก แม่ทอดทิ้งให้อยู่กับยายวัย 79 ปี ไร้เงินรักษา หลังทราบ นายก อบจ.ชลบุรี ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

    ตระการตางานศิลป์! ศิลปินดังวาดภาพ “แม่ทัพภาคที่ 2” กลางน้ำตก พร้อมโชว์ “ยุทธการยึดภูมะเขือ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1293499&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0erhSZgY7IICXh1zKaPzYG

  • ศุภวุฒิ สายเชื้อ เตือนไทยรับความจริง เลิกพึ่งแต่อุตสาหกรรม

    ศุภวุฒิ สายเชื้อ เตือนไทยรับความจริง เลิกพึ่งแต่อุตสาหกรรม

    ไม่ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็สัมผัสได้ ว่าเป็น ‘คนไทย’ ปีนี้มันเหนื่อยจริงๆ 

    เศรษฐกิจไทย

    หันไปดูภาพใหญ่ช่วงนี้ก็จะเห็นว่าสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าแบบไม่เกรงใจใคร กระทบต่อภาคการส่งออกไทย

    จีนเองก็ชะลอการมาเที่ยวไทยลง ภาคบริการจึงถดถอย ส่วนภาคเกษตรเองก็หดตัว กลายเป็นว่า 3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจของไทยหลัก ‘ดับหมด’ ไม่เหลือแรงส่ง

    ไม่แปลกใจว่าทำไม KKP Research จึงปรับคาด GDP ปี 2025 ลงเหลือโตแค่ 1.6%

    ถามว่าเรามีความหวังอยู่บ้างไหม คำตอบในมุมมองของดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน KKP คือ มี แต่ที่สำคัญคือไทยต้อง “ยอมรับความจริง” และผ่าตัดเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

    จุดจบของโลกาภิวัฒน์ ทำให้ไทยต้องเล่นเกมใหม่?

    ในงาน ITD Research Forum 2025 ดร. ศุภวุฒิ อธิบายว่า โจทย์ใหญ่ที่ไทยกำลังเผชิญ “มาจากการที่มหาอำนาจทั้งสองไม่ลงรอยกัน และมีแนวนโยบายแตกต่างกันมาก”

    เช่น จีน โฟกัสการดำเนินนโยบาย Made in China 2025 ใน 10 อุตสาหกรรมหลัก โดยเน้นไปที่สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งหมายความว่า จีนจะพึ่งพาตลาดภายนอกน้อยลง

    ส่วนสหรัฐฯ ก็ฉีกตำราการค้าเดิมทิ้งไปหมด โดยมองว่าสหรัฐฯ ถูกเอาเปรียบมาโดยตลอด จึงพยายามลดบทบาทตัวเองออกจากข้อตกลงพหุภาคีหลายๆ กรอบ เช่น WTO และ Paris Climate Accords รวมถึงการใช้นโยบายกำแพงภาษี

    การที่ทรัมป์ดำเนินนโยบายแบบนี้ ดร. ศุภวุฒิ อธิบายว่า “เป็นเหมือนการรื้อถอนสถาปัตยกรรมของเศรษฐกิจโลกเดิมๆ ทิ้ง” ทำให้เกิดกระแสใหม่คือ Deglobalization 

    และที่สำคัญ ดร. ศุภวุฒิ มองว่า “แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะลงจากอำนาจไปแล้ว แต่ก็ไม่ง่ายที่โลกจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม” เพราะทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในพรรครีพับลิกันต่างก็เห็นด้วยในกำแพงภาษี และการเจรจาการค้าเป็นรายประเทศแบบทวิภาคี

    แนวทางของสองมหาอำนาจทำให้ภาวะโลกแบ่งขั้ว (Decoupling) ถูกเร่งขึ้น เพราะจีนเองก็ดูจะมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นล่าสุดที่ดูจะไม่สะทกสะท้านไม่ว่าอเมริกาจะขึ้นภาษีเท่าไหร่

    โจทย์ของไทยต่อไปคือจะจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเหล่านี้ยังไง

    อาจต้องเริ่มคิดเรื่อง CPTPP และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ

    จากทิศทางมหาอำนาจที่เปลี่ยนไป ดร. ศุภวุฒิ เสนอว่า “เราอาจต้องมาคิดเรื่องการเข้าร่วม CPTPP ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงที่ค่อนข้างทันสมัย ลึกซึ้ง และครบถ้วน”

    เพราะตอนนี้ สหรัฐฯ และจีนรวมกันครอง GDP ของโลกนี้ 40% ส่วนประเทศที่เหลือรวมกันราว 60% การรวมกลุ่มสร้างโครงสร้างการค้ากันเองก็เป็นเรื่องที่ควรทำ

    นอกจากนี้ ดร. ศุภวุฒิ ยังเสนอว่าไทยควรเริ่มทำกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund)

    เพราะตอนนี้ ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับ 12 ของโลกที่ 9.28 ล้านล้านบาท 

    เศรษฐกิจไทย ต้องผ่าตัดใหญ่

    นอกจากจะแก้เศรษฐกิจเป็นจุดๆ แล้ว ดร. ศุภวุฒิ ในฐานะประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังเสนอว่าไทยควรปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

    ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ปี 2571-2575 ซึ่งกำลังร่างอยู่ สภาพัฒน์ฯ วางกรอบการพัฒนาให้ตอบโจทย์ 7 ข้อ

    เช่น ลดการพึ่งสหรัฐฯ เปิดเสรีภาคเกษตร สร้างความทันสมัยให้ภาคเกษตร พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงปฏิรูปการศึกษา

    Condo Bangkok

    ดร. ศุภวุฒิบอกว่า “ตามแผนนี้ต้องรับสภาพว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงจากประเทศอุตสาหกรรม เป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยอาหารและสุขภาพ (Wellness-driven Economy)”

    แนวทางนี้ถือว่า เป็นการขยับประเทศ ‘ออกจาก’ ภาคการผลิต ไปสู่ภาคบริการที่มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า และยังเข้ากับแนวโน้มสังคมสูงวัยที่เกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก 

    โอกาสของไทยตามแผนนี้อยู่ที่ จีน ซึ่งแม้จะรุ่มรวยวัฒนธรรมการกิน แต่ความเป็นจริงกลับ ‘ขาดดุลอาหาร’ มาตั้งแต่ปี 2004 ทำให้ต้อง ‘นำเข้า’ อาหารต่อเนื่องเกิน 20 ปี และที่สำคัญคือแผน Made in China 2025 ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารแม้แต่น้อย

    อย่างไรก็ตาม โอกาสตรงนี้ก็ไม่ใช่จะคว้าง่ายๆ เพราะเรายังต้องเปิดเสรีภาคเกษตรเพื่อให้ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง ต้องสร้างความทันสมัยให้ภาคเกษตร และยังต้องปรับปรุงระบบโลจิสติกส์อีกด้วย 

    แม้จะยาก แต่ก็ต้องยอมรับว่านี่คือ Blue Ocean ที่ยังแข่งขันไม่เดือด และประเทศไทยเองก็มีดีในเรื่องอาหารและบริการด้านสุขภาพอยู่เหมือนกัน

    ที่มา: ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พลวัตเศรษฐกิจโลกกับโจทย์ใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา” โดย ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ในงาน ITD Research Forum 2025

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/thai-must-focus-on-wellness/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xd39InuTkYcgvtgWykdz2

  • “DITP” ดันความร่วมมือไทย-เหอหนาน หนุนผู้ประกอบการไทยขยายการค้าและลงทุน ตลาดศักยภาพประชากรเกือบ 100 ล้านคน

    “DITP” ดันความร่วมมือไทย-เหอหนาน หนุนผู้ประกอบการไทยขยายการค้าและลงทุน ตลาดศักยภาพประชากรเกือบ 100 ล้านคน

    “DITP” ดันความร่วมมือไทย-เหอหนาน หนุนผู้ประกอบการไทยขยายการค้าและลงทุน ตลาดศักยภาพประชากรเกือบ 100 ล้านคน

    วันที่ 30 สิงหาคม 2568

    นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้รับมอบหมายจากนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในงาน China (Henan) – Thailand Economic and Trade Cooperation Promotion Conference ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำ 28 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน

    นายสุรินทร ระบุว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดยาวนานทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องมากว่า 12 ปี ในปี 2567 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนอยู่ที่ 115,851.30 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 19.08 ของมูลค่าการค้ารวมของไทย ขณะที่มูลค่าการค้ากับมณฑลเหอหนานคิดเป็นร้อยละ 1.38 แม้สัดส่วนอาจดูไม่สูง แต่การขยายตัวร้อยละ 5.40 เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงโอกาสการค้าและลงทุนที่ยังมีอีกมหาศาล

    สำหรับสินค้าไทยส่งออกไปเหอหนาน ได้แก่ ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง ผลไม้และถั่ว น้ำมันหอมระเหยและเครื่องสำอาง เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เส้นใยและกระดาษ น้ำตาลและผลิตภัณฑ์น้ำตาล ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ส่วนสินค้านำเข้าจากเหอหนาน ได้แก่ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อะลูมิเนียม พลาสติก ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ทองแดง และยานยนต์

    ซึ่งไทยให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าในระดับมณฑล เนื่องจากมณฑลแต่ละแห่งของจีนมีศักยภาพและจุดเด่นแตกต่างกัน สำหรับมณฑลเหอหนาน ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ มีประชากรเกือบ 100 ล้านคน เป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรกรรมและศูนย์กลางคมนาคมที่เชื่อมทั้งประเทศ

    ทั้งนี้ ไทยมีบทบาทโดดเด่นด้านสินค้าเกษตรและอาหาร พร้อมเป็น “ครัวของโลก” ขณะที่ไทยยังเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน พร้อมเปิดกว้างด้านการค้าและลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของเหอหนาน ในการขยายโอกาสด้านการค้าและการลงทุน

    นายสุรินทร กล่าวว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยและจีน โดยเฉพาะมณฑลเหอหนาน เข้าใจสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนของกันและกันมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและต่อยอดความร่วมมือระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2568

    โดยมณฑลเหอหนานเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของจีน มีประชากรเกือบ 100 ล้านคน เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญของจีนที่เชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตกและเชื่อมจากใต้สู่เหนือ โดยในปี 2567 มณฑลเหอหนานมี GDP สูงเป็นอันดับ 6 ของจีนรองจากมณฑลกวางตุ้ง เจียงซู ซานตง เจ้อเจียง และเสฉวน นอกจากนี้ เหอหนานยังเป็นฐานการผลิตรถเครนของจีน และเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรกรรมหลัก โดยมีผลิตผลทางการเกษตรมากเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากมณฑลเฮยหลงเจียง ซึ่งในปี 2567 ไทยและเหอหนาน มีมูลค่าการค้ารวม 1,602.48 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณร้อยละ 1.38 ของมูลค่าการค้าไทย-จีน) โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียนของเหอหนาน รองจากเวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ สินค้าสำคัญที่เหอหนานนำเข้าจากไทย เช่น ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ผลไม้และถั่ว น้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอาง เครื่องจักรไฟฟ้าอุปกรณ์และส่วนประกอบ เส้นใย กระดาษ น้ำตาลและผลิตภัณฑ์น้ำตาล ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ สินค้าสำคัญที่เหอหนานส่งออกมายังไทย เช่น เครื่องจักรและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ อะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม พลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ทองแดง ยานยนต์และชิ้นส่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ditpnew/sxcqwzh5av6mcb3hclrrb3ga&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1x73i4_TtNDnPasY_x1N0T