Category: เศรษฐกิจ

  • ศุลกากรเบตงสนธิกำลังเข้มชายแดน ยึดสินค้าหนีภาษี ปกป้องเศรษฐกิจไทย

    ศุลกากรเบตงสนธิกำลังเข้มชายแดน ยึดสินค้าหนีภาษี ปกป้องเศรษฐกิจไทย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/149278&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zcJrXKCzvzdv_orZC-pMO

  • ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวกเล็กน้อย กังวลตะวันออกกลาง-ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

    ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวกเล็กน้อย กังวลตะวันออกกลาง-ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)

    ตลาดหุ้นลอนดอนปิดทรงตัวในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดยบรรยากาศการลงทุนยังผันผวน หลังข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศออกมาต่ำกว่าคาด และความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความคืบหน้ายังคงกดดันตลาด

    ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,443.47 จุด เพิ่มขึ้น 11.13 จุด หรือ +0.11%

    ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกคำสั่งว่า ยูเรเนียมระดับเกือบใช้ทำอาวุธจะต้องไม่ถูกส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นการย้ำจุดยืนของอิหร่านในประเด็นสำคัญข้อหนึ่งของสหรัฐฯ ในการเจรจาสันติภาพ

    ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

    ขณะเดียวกัน ผลสำรวจที่เปิดเผยในวันพฤหัสบดีพบว่า บริษัทในสหราชอาณาจักรเผชิญการหดตัวของกิจกรรมทางธุรกิจในวงกว้างมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี สืบเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

    นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ระบุว่า ตัวเลขเหล่านี้ช่วยสนับสนุนมุมมองเบื้องต้นว่า เงื่อนไขที่จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อสูงยาวนานยังไม่น่าจะเกิดขึ้น

    การเปิดเผยข้อมูลเมื่อต้นสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้น

    ขณะเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) ระบุว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานในเดือนพ.ค. หดตัวแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2563

    หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ตามมาด้วยหุ้นเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรม และกลุ่มค้าปลีก

    หุ้น Autotrader ร่วงลง 8.8% หลังรายงานยอดขายชะลอตัว โดยเป็นหุ้นที่กดดันดัชนี FTSE 100 มากที่สุด

    หุ้นกลุ่มอุปกรณ์และบริการทางการแพทย์ลดลง 1.6% โดยถูกกดดันจากหุ้น Convatec ที่ร่วงเกือบ 5% หลังเตือนถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไร

    โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRGK0IQ925OCUV4XTMYM80E5IHEL0ZBK&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hhyM8T1SrcYg3LfhGyEcC

  • ประธานวุฒิสภาหารืออุปทูตยูเครน เดินหน้าความร่วมมือรัฐสภา เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม | TOPNEWS

    ประธานวุฒิสภาหารืออุปทูตยูเครน เดินหน้าความร่วมมือรัฐสภา เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม | TOPNEWS

    วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรองพิเศษ 204 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้การรับรองนายวิกตอร์ เซเมนอฟ (Mr. Viktor Semenov) อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

    โดยมีนายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ นางแดง กองมา รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค คนที่สาม นายสิทธิกร ธงยศ รองประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ คนที่สอง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสามท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–ยูเครน พร้อมด้วยนางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา และนางนวนันทน์ เนติธนากูล รองเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมให้การรับรอง

    ประธานวุฒิสภากล่าวชื่นชมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและยูเครนที่ดำเนินมาอย่างราบรื่นและใกล้ชิด ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านนิติบัญญัติผ่านกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–ยูเครน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับสมัครสมาชิกกลุ่มฯ ในสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพฯ แล้ว จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความร่วมมือและดำเนินกิจกรรมร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฯ และรัฐสภายูเครนเพิ่มมากขึ้น

    นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือภายใต้กรอบสหภาพรัฐสภา (IPU) อย่างต่อเนื่อง ในโอกาสเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า กีฬา และวัฒนธรรม โดยประธานวุฒิสภากล่าวยินดีที่ได้ทราบว่ากีฬามวยไทยได้รับความนิยมในประเทศยูเครน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมของวุฒิสภาไทยในการสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับยูเครนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

    ด้านอุปทูตรักษาการฯ กล่าวแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งทั่วไปและจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในฐานะเสาหลักและพันธมิตรของยูเครนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    นอกจากนี้ ยังกล่าวว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวยูเครน โดยในปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่วัฒนธรรมยูเครนในประเทศไทย อาทิ เทศกาลภาพยนตร์ยูเครน และโครงการ “ชั้นหนังสือยูเครน” ซึ่งดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร อันมีส่วนในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

    ทั้งนี้ หวังว่าในปีนี้จะสามารถจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมดังกล่าวได้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยจะเพิ่มเติมกิจกรรมด้านแฟชั่นและอาหาร พร้อมทั้งได้เรียนเชิญประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในโอกาสต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1580844&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Qy7DQEg7uDdmJrGqYoReU

  • เศรษฐกิจ EU แนวโน้มโตช้าลง-เสี่ยงเผชิญเงินเฟ้อ เหตุสงครามตอ.กลางดันราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจ EU แนวโน้มโตช้าลง-เสี่ยงเผชิญเงินเฟ้อ เหตุสงครามตอ.กลางดันราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์

    คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) โดยระบุว่า เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ช้าลงพร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และคาดว่าแนวโน้มเชิงบวกในตลาดแรงงานอาจหยุดชะงักลง อันเนื่องมาจากผลกระทบของภาวะช็อกด้านพลังงานซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการ EC คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใน EU จะขยายตัว 1.1% ในปี 2569 ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากที่ระบุไว้ในรายงานคาดการณ์ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีที่แล้ว ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.4% ในปี 2570 ส่วน GDP ในกลุ่มยูโรโซนนั้น คาดว่าจะขยายตัว 0.9% ในปี 2569 และ 1.2% ในปี 2570

    ส่วนเงินเฟ้อใน EU คาดว่าจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.1% ในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ถึง 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.4% ในปี 2570 ขณะที่เงินเฟ้อในยูโรโซนคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.0% ในปี 2569 และ 2.3% ในปี 2570 ทั้งนี้ แม้เงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงานอาจชะลอตัวลงในปี 2570 แต่คาดว่าราคาพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามราว 20%

    ขณะเดียวกันคาดว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน EU จะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 เดือน ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงและการจ้างงานที่ลดลง โดยคาดว่าการเติบโตของการจ้างงานใน EU ปี 2569 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 0.3% จากนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.4% ในปี 2570 นอกจากนี้ คาดว่าการลดลงในระยะยาวของอัตราว่างงานมีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดลง โดยคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 6% ในปี 2570

    นอกจากนี้ รายงานของ EC ยังระบุว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อสถานะการคลังของประเทศในกลุ่ม EU โดยคาดว่าการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลในกลุ่ม EU จะเพิ่มขึ้นจาก 3.1% ของ GDP ในปี 2569 เป็น 3.6% ภายในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซา ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมทั้งการที่รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนด้านพลังงาน และการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่เพิ่มขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/595251&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cugLbKNnrSlK0bVFpEl2c

  • ของขวัญจากชุมชน สานพลังสร้างสรรค์ ขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจของทุกคน’ ส่งท้ายปี

    ของขวัญจากชุมชน สานพลังสร้างสรรค์ ขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจของทุกคน’ ส่งท้ายปี

    ของขวัญจากชุมชน สานพลังสร้างสรรค์ ขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจของทุกคน’ ส่งท้ายปี


    21/05/2569 | 48 |

    เมื่อสายลมหนาวพัดมาเยือนในเดือนธันวาคม บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและการส่งมอบความสุขก็เริ่มต้นขึ้น สำหรับหลายคน ช่วงเวลานี้คือหมุดหมายของการพักผ่อนและการเลือกซื้อ “ของขวัญ” เพื่อแทนคำขอบคุณแก่คนสำคัญ แต่ในมิติของสังคมและประเทศชาติ นี่คือช่วงเวลาทองที่เราทุกคนสามารถร่วมกันส่งมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับประเทศ นั่นคือการสร้าง “เศรษฐกิจของทุกคน” (Inclusive Economy) ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชนและการท่องเที่ยวท้องถิ่น

    การกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเพียงศูนย์การค้าขนาดใหญ่หรือสินค้าแบรนด์เนมเสมอไป แต่การหันกลับมามอง “ทุนทางวัฒนธรรม” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ในระดับฐานราก คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยกระจายรายได้ สร้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

    1. การมีส่วนร่วมของประชาชน: เปลี่ยนผู้บริโภคเป็นผู้ขับเคลื่อน
    “เศรษฐกิจของทุกคน” จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ในฐานะผู้บริโภค ทุกการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยคือการลงคะแนนเสียงให้กับรูปแบบเศรษฐกิจที่เราอยากเห็น

    การเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ที่เป็นสินค้าจากชุมชน งานคราฟต์ งานหัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแปรรูป ไม่ใช่เพียงการได้ของขวัญที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แต่คือการกระจายเม็ดเงินลงสู่เส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจโดยตรง เมื่อประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้ เม็ดเงินเหล่านั้นจะหมุนเวียนเกิดการจ้างงาน การซื้อขายวัตถุดิบ และการบริโภคในระดับภูมิภาคต่อไป สร้างความเข้มแข็งจากฐานรากอย่างแท้จริง

    2. โอกาสและพื้นที่ของคนรุ่นใหม่: นักสร้างสรรค์ผู้เชื่อมโลก
    หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้สินค้าชุมชนในปัจจุบันก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ คือ “คนรุ่นใหม่” (New Generation) ที่กลับไปพัฒนาบ้านเกิด หรือนำทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการออกแบบมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

    เยาวชนและคนทำงานรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับสินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการรีแบรนดิ้งแพ็กเกจจิ้งให้ดูทันสมัย การขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือการใช้ Soft Power ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อเล่าเรื่องราว (Storytelling) ของผลิตภัณฑ์ การสนับสนุนสินค้าเหล่านี้จึงเท่ากับการ “สร้างโอกาสและงานให้คนรุ่นใหม่” ทำให้พวกเขาไม่ต้องกระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่สามารถเติบโตและสร้างความมั่นคงในภูมิลำเนาของตนเองได้

    3. ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างเศรษฐกิจเข้มแข็ง: สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
    ภาพของ “เศรษฐกิจไทย = เศรษฐกิจของทุกคน” จะสมบูรณ์ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (Public-Private-People Partnership)

    ภาครัฐ: มีบทบาทในการปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย สนับสนุนแหล่งเงินทุน และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

    ภาคเอกชน: สามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง (Mentorship) ช่วยพัฒนาทักษะทางธุรกิจ หรือเปิดพื้นที่ช่องทางการจัดจำหน่ายให้สินค้าชุมชนเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น

    ภาคประชาชนและสังคม: คือแรงสนับสนุนหลักที่ช่วยอุดหนุนและส่งต่อคุณค่าของผลิตภัณฑ์

    เมื่อทุกภาคส่วนสอดประสานกัน เศรษฐกิจไทยก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดีขึ้น เพราะรากฐานของเราหยั่งลึกและมั่นคงจากภายใน

    บทสรุป
    เดือนธันวาคมนี้ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนจะร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย การส่งมอบ “ของขวัญจากชุมชน” คือการส่งต่อรอยยิ้มที่ไม่หยุดอยู่แค่ผู้รับ แต่ยังทอดยาวไปถึงเกษตรกร ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในทุกภูมิภาค

    เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือพลังของพวกเราทุกคนที่ช่วยกันพิสูจน์ให้เห็นว่า “เศรษฐกิจไทย คือ เศรษฐกิจของทุกคน” อย่างแท้จริง


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/505552&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AI3TTLxDF6jdza7rDcyyf

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 – InterGold

    วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.24 น.

    กลยุทธ์ : เพดานล่องหน ชนแล้วร่วง

    แนวรับ : $4,500 , 69,700 บาท

    แนวต้าน : $4,600 , 70,700 บาท

    .

    ทองคำพักฐานเพราะอะไร? จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, Bond Yield และทิศทางดอกเบี้ย Fed กดดันตลาดทอง

    .
    ทำไมราคาทองคำยังไม่กลับเป็นขาขึ้น แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยง และนักลงทุนควรจับตาปัจจัยใดต่อจากนี้? ราคาทองคำยังถูกกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความคืบหน้าเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ความกังวลว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย และความเสี่ยง Bond Yield โลกสูงขึ้นจากนโยบาย BOJ แม้ Bond Yield สหรัฐฯ ที่ย่อตัวลงยังช่วยพยุงราคาไว้ ทำให้ทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway สะสมพลังอยู่ในตอนนี้
    .
    ราคาทองคำช่วงนี้ยังถูกกดดันจากสัญญาณบวกของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลและลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ร่วงลงยังสะท้อนว่าตลาดเริ่มมองความเสี่ยงด้านพลังงานลดลงด้วย
    .
    อย่างไรก็ตาม การย่อตัวของ Bond Yield สหรัฐฯ ยังช่วยพยุงราคาทองคำไว้ได้บางส่วน เพราะเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองก็ลดลงตาม แต่ตลาดยังต้องจับตาความเสี่ยงใหม่จากฝั่งญี่ปุ่น หลัง BOJ มีแนวโน้มลด QE ซึ่งอาจดัน Bond Yield โลกให้ปรับตัวสูงขึ้น และกลับมากดดันทองคำในระยะกลาง
    .
    อีกปัจจัยสำคัญคือความกังวลว่า Fed อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเร่งตัวจากปัญหาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำโดยตรง เพราะทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่า ในเชิงเทคนิค ราคาทองยังอยู่ในกรอบ Sideway โดยมีแนวรับสำคัญที่ $4,500 และแนวต้านสำคัญที่ $4,600 ที่ตลาดกำลังรอการเลือกทางรอบใหม่
    .
    ทำไมสถานการณ์ตะวันออกกลางถึงมีผลต่อราคาทองคำ? เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อเกิดสงครามหรือความตึงเครียด นักลงทุนมักซื้อทองเพื่อลดความเสี่ยง
    Bond Yield สูงขึ้น ส่งผลลบต่อทองคำเสมอหรือไม่? ส่วนใหญ่มักกดดันทองคำ เพราะนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน แต่หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทองคำก็ยังอาจได้แรงซื้อ Safe Haven ได้เช่นกัน

    .

    บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyz-22-5-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rqu8MCd-BEJ21XENCSj37

  • วิกฤตสารปนเปื้อนแม่น้ำกก สั่นคลอนเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงทางอาหาร

    วิกฤตสารปนเปื้อนแม่น้ำกก สั่นคลอนเศรษฐกิจฐานราก ความมั่นคงทางอาหาร

    Locals

    สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วม
    สาธารณะไทยพีบีเอส (Thai PBS)

    ©2026 All rights reserved | Locals Thai PBS.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/locals/contents/utjeupjfhxmeihhjr8yx0rxt-&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OEDkyKCRE0YLWlFkmPIfC

  • IMF คาด GDP ฝรั่งเศสปี 69 โต 0.7% เหตุสงครามตอ.กลาง-การเมืองกดดันเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    IMF คาด GDP ฝรั่งเศสปี 69 โต 0.7% เหตุสงครามตอ.กลาง-การเมืองกดดันเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะขยายตัว 0.7% ในปี 2569 ชะลอลงจาก 0.9% ในปี 2568

    IMF ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในระดับจำกัด จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และกระทบอุปสงค์ภายในประเทศ

    แม้ฝรั่งเศสมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลายและพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับค่อนข้างต่ำ แต่ IMF ชี้ว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง อาจกระทบการค้า โดยเฉพาะอุปทานพลังงาน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ขณะเดียวกัน IMF เสริมว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2570 อาจทำให้แผนการลดการขาดดุลงบประมาณและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างล่าช้าออกไป

    แม้ทางการฝรั่งเศสยังคงยืนยันเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่า 3% ของ GDP ภายในปี 2572 และตัวเลขขาดดุลงบประมาณในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 5.1% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิม แต่ IMF มองว่า การปรับฐานการคลังยังดำเนินไปช้ากว่าที่วางแผนไว้ และยังเผชิญความเสี่ยงด้านการดำเนินงานอยู่มาก

    ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่า GDP ฝรั่งเศสในไตรมาสแรกของปี 2569 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า หรือไม่มีการขยายตัว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/595191&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0na6H3HbzuBGV6y3tMoJso

  • แม่ค้าเมืองสองแควประชดเศรษฐกิจแย่ จัดโปรโมชันขายข้าวแกง-ขนมหวาน 10 บาท

    แม่ค้าเมืองสองแควประชดเศรษฐกิจแย่ จัดโปรโมชันขายข้าวแกง-ขนมหวาน 10 บาท

    แม่ค้า จ.พิษณุโลก ติดป้าย จัดโปรโมชันขายข้าวแกง-ขนมหวาน 10 บาท ประชดเศรษฐกิจแย่ กำไรน้อยแต่ไม่ขาดทุน

    เมื่อเวลา 07.00 น วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่ร้านค้าขายข้าวแกงติดป้ายสู้กับเศรษฐกิจยุคนี้ อิ่มอร่อยสะอาด 10 บาททุกเมนู อยู่ริมถนนสายมิตรภาพ ปากซอยชุมชนชาวแพ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสมสกุล อายุ 49 ปี ชาวชุมชนชาวแพ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นเจ้าของร้าน

    นางสมสกุล อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพขายผักสด และเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ขายอาหารตามสั่ง ส้มตำ อยู่ริมถนนปากซอยชุมชนชาวแพ ซึ่งช่วงเช้าจะขายข้าวราดแกงราคา 20 บาท และช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของราคาแพงขึ้น น้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงขึ้น จึงขายข้าวแกง 10 บาท เพื่อช่วยเหลือลูกค้าและประชดเศรษฐกิจเวลานี้ที่แย่ลงทุกวัน ตนเองขายข้าวแกงเมนูละ 10 บาท ได้กำไรน้อยลงก็จริงแต่ก็ไม่ขาดทุนเพราะตนเองมีวัตถุดิบที่สามารถหมุนเวียนมาประกอบอาหารขายได้ โดยเป็นการจัดโปรโมชั่นทุกเมนู 10 บาทวันละ 2 รอบ รอบเช้า 07.00-10.00 น. รอบเย็น 15.00-18.00 น. มีบริการข้าวกล่อง กับข้าวถุง วันละ 7 เมนู และ ขนมหวาน ราคา 10 บาทเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/463464&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00JvZAlPqm8mMP7qDFegc7

  • ‘ปิยะรัฐชย์’ รมช.เกษตรฯ ดันสินค้าแมลงเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพสู่ตลาดโลก คู่สินค้าเกษตรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ‘ปิยะรัฐชย์’ รมช.เกษตรฯ ดันสินค้าแมลงเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพสู่ตลาดโลก คู่สินค้าเกษตรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ‘ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช’ รมช.เกษตรฯ ดันสินค้าแมลงเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพสู่ตลาดโลก ควบคู่การผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมกิจกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจและประชาสัมพันธ์สินค้าแมลงเศรษฐกิจ เนื่องในวันผึ้งโลก “World Bee Day 2026” ภายใต้แนวคิด “Bee together for people and the planet A partnership that sustains us all : ผึ้ง…เคียงคู่ผู้คนและโลก เพื่อความยั่งยืนร่วมกัน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 พฤษภาคม 2569 ณ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ว่า การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจและประชาสัมพันธ์สินค้าแมลงเศรษฐกิจ เนื่องในวันผึ้งโลก (World Bee Day 2026) เป็นโอกาสสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงที่ช่วยผสมเกสรต่อระบบเกษตรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่กำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันผึ้งโลก” พร้อมขับเคลื่อนนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรในการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตสู่ตลาดคุณภาพ 

    “ภายในงานได้แสดงถึงศักยภาพของเกษตรกรผู้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจในทุกมิติ อาทิ องค์ความรู้ด้านการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การส่งเสริมการใช้แมลงช่วยผสมเกสรในพืชเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) และการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการสินค้าแมลงเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอภิปรายหัวข้อ “แมลงเศรษฐกิจไทย โอกาสใหม่ของตลาดส่งออก” กิจกรรมส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผึ้งและแมลงเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มมูลค่า การจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ผึ้งชันโรง จิ้งหรีด และครั่ง รวมถึงกิจกรรม “ชิม เปรียบเทียบ เรียนรู้” เปิดประสบการณ์ความแตกต่างของน้ำผึ้งแต่ละชนิดและผลิตภัณฑ์แมลงเศรษฐกิจจากทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมชมงาน“World Bee Day 2026” ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว

    สินค้าแมลงแมลงปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สินค้าแมลงปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช  สินค้าแมลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/84lHTa4Y4&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Kv1tC0b6vgS7osJhoMP8s