Category: เศรษฐกิจ

  • จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน


    7/06/2569 | 10 |

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข หมู่ที่ 16 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการจัดงานส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคการเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในพื้นที่ชายแดน โดยมีนางชไมพร แหวนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม

    ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่แนวคิดและแนวทางการดำเนินงานด้านการเกษตรที่ประสบผลสำเร็จ กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการตลาดและการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ประกอบด้วยการแสดงของนักเรียน การแสดงมหรสพ การจัดนิทรรศการของดีตำบลบักไดจากกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนและองค์ความรู้ด้านการเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดอาชีพ

    นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมงานยังได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ ปราสาทตาควาย และเนิน 350 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ความมั่นคง และการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ สะท้อนถึงศักยภาพของพื้นที่ตำบลบักได ในการเชื่อมโยงภาคการเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อันจะช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ชายแดนได้อีกทางหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/510075&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hO0N-7hyTU02YQpblNvHb

  • “หญิงหน่อย” จี้รัฐอย่าตัดสิทธิ์บัตรคนจน 300 บ. เหตุลูกอ้างลดหย่อนภาษี

    “หญิงหน่อย” จี้รัฐอย่าตัดสิทธิ์บัตรคนจน 300 บ. เหตุลูกอ้างลดหย่อนภาษี

    (7 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความระบุว่า อย่าหาทำเลยค่ะ ผู้สูงอายุที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 300 บาท ไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ เพียงเพราะลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี

    เงิน 300 บาท อาจไม่มากสำหรับรัฐ แต่สำคัญมากสำหรับคนที่ลำบากจริง อย่าให้คนจนต้องกระเสือกกระสนพิสูจน์สิทธิ์กันอีกเลย เวลามีน้อย เรื่องมีเยอะ ไปทำเรื่องที่ช่วยประชาชนให้มากกว่านี้ดีกว่า

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NRDMFF5KI&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UC52T6Yq28O5fYngKND_T

  • ตราดทรุดหนัก! ท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น-ปิดด่านค้าชายแดนวูบ 20% หวังภาคเกษตรกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 69

    ตราดทรุดหนัก! ท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น-ปิดด่านค้าชายแดนวูบ 20% หวังภาคเกษตรกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/152458&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V49KitROycosh_-73DzWj

  • เอ๊ะ ยังไง ‘พล.อ.รังษี’ ไม่การันตี เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจยังอยู่หรือวงแตก

    เอ๊ะ ยังไง ‘พล.อ.รังษี’ ไม่การันตี เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจยังอยู่หรือวงแตก

    พล.อ.รังษี ไม่การันตีเลือกตั้งรอบหน้า พรรคเศรษฐกิจจะยังอยู่หรือวงแตก บอกใครจะไปรู้ “ไอ้คริส เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ แต่ย้ำหากยังอยู่การเมือง ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1 แน่ เผยเรียก3สส.มาด่าหลายรอบ หลังแสดงออกสวนความรู้สึกประชาชน

    7 มิถุนายน 2569 – พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงบทบาททางการเมืองของพรรคเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาว่า พรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสามเสียง เป็นการร่วมรัฐบาลแบบไม่มีเงื่อนไขคือไปร่วมรัฐบาลแต่ไม่ต้องให้ตำแหน่งอะไรพวกผม ก็มีคนของพรรคเศรษฐกิจไปเป็นวิปรัฐบาล

    และเมื่อถามว่าถึงตอนนี้พอใจการทำงานของลูกพรรค ที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ ในสภาฯ ทั้งสามคนหรือไม่ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจระบุว่ามันต้องมีการปรับอะไรหลายอย่างเพราะการแสดงท่าทีของมัน บางครั้ง เขาเรียกว่ามันขัดกับความรู้สึกประชาชน คือการพูดการจาต้องระวัง ของบางอย่างไม่ควรแสดงความคิดเห็น อย่าออกมาแสดงความเห็น คนเราต้องมีวุฒิภาวะ ผมเรียกมันมาด่าไปหลายรอบแล้ว แต่ว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะขนาดพี่น้องกันมันยังมีทะเลาะกันเลยขนาดพี่้น้องกันแท้ๆ อันนี้คนข้างนอก ถูกไหม ก็มากันต่างครอบครัวแล้วมารวมอยู่พรรคเดียวกัน มันก็ต้องติติงกันได้ ของบางอย่างมันต้องรู้ว่าควรจะทำหรือไม่ควร มีกาละเทศะหรือไม่

    เมื่อถามว่าเลือกตั้งรอบหน้า พลเอกรังษี จะลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจกล่าวว่า ถ้าผมยังอยู่ในการเมือง รอบหน้าผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง คือแบบนี้ เลือกตั้งที่ผ่านมา ผมคิดของผมอีกอย่างหนึ่งว่า หากผมอยู่เบอร์หนึ่ง แล้วผมเข้าสภาฯไปคนเดียว แล้วผมจะไปทำอะไรได้ เห็นหรือไม่พรรคการเมืองที่มีสส.คนเดียวเข้าไปทำอะไรได้ ก็ทำได้แค่คอนเทนต์ ตอนนั้นไม่ได้คิดใหญ่อะไร แต่ว่าผมมีนโยบายที่คิดอยากจะทำหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงแต่หากได้เสียงเข้าสภาฯไปน้อยจะทำอะไรได้ เพราะว่าต้องมีสส.ในสภาฯอย่างน้อย 25 เสียงถึงจะเสนอแก้ไขกฎหมายอะไรได้ ผมคิดว่าหากประชาชนจะเลือกให้ผมอยู่ลำดับที่20 ก็ควรจะเลือก เห็นไหมพรรคใหญ่ได้สส.ปาร์ตี้ลิสต์กัน 30-40 คน แต่เมื่อประชาชนตัดสินผมแค่นี้ ผมก็ยอมรับ ส่วนที่บอกว่ารอบหน้าจะตัดสินใจลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่หนึ่ง เพราะเสียงเรียกร้องเยอะ ผมมาอยู่ในการเมืองระบบแบบนี้ ผมต้องเข้าใจว่าเจ้านายของผมตัวจริงคือประชาชน เพราะประชาชนเป็นคนเลือก เท่าที่ฟังมา เขาบอกว่าหากผมลงสมัครลำดับที่หนึ่งก็จะได้เยอะกว่านี้

     “อันนี้คือหากผมยังอยู่การเมือง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด คือเราต้องดูว่าพรรคมันไปต่อ ไหวหรือไม่ไหว เพราะอย่างเวลาทำธุรกิจ มั่นใจหรือว่าบริษัทที่ทำจะอยู่ไปตลอดชีวิต ไม่มีอะไรแน่นอน  หากเกิดว่าพรรคมันแตก ทำยังไง มันก็เป็นไปได้ เพราะพรรคการเมืองมันก็แตกเยอะแยะไป ผมไม่อยากอะไรที่คอนโทรลไม่ได้แล้วมาคอยพูดทำเป็นจริงจัง ซีเรียส มันไม่มีอะไรแน่นอน”

    ถามถึงว่าแต่พลเอกรังษีเป็นหัวหน้าพรรคต้องรู้สิว่าพรรคไปได้หรือไปไม่ได้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจกล่าวตอบว่า มันไม่มีใครรู้เรื่องอนาคตหรอก ผมนอนๆคืนนี้อาจไม่ตื่นขึ้นมาก็ได้ คนเรา จะไปอะไรกับอนาคตได้อย่างไร แต่ที่ผมบอกหากผมยังอยู่ในการเมืองแล้วผมยังลงเลือกตั้ง งวดหน้าผมลงเบอร์หนึ่งแน่นอน

    ถามย้ำว่าพรรคเศรษฐกิจคงไม่วงแตกในการเลือกตั้งรอบหน้า พลเอกรังษีกล่าวตอบว่า มันไม่มีใครรับปากได้หรอกในแวดวง พี่น้องกันเองยังแย่งมรดก ฟ้องร้องกัน แล้วพรรคนี้ คุณจะรู้ได้ไง เกิดไอ้คริส (คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ) เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ ก็เป็นไปได้ แต่ผมก็ยอมรับนะ หากเป็นเสียงส่วนใหญ่ มันก็ต้องว่ากันที่เสียงส่วนใหญ่

    “ผมไม่เคยยืนยันในเรื่องอนาคต แต่ผมวิเคราะห์ได้ ถามว่าใครบ้างที่จะกล้ายืนยันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุยกันตรงนี้ จากนี้ไปอีกหนึ่งชั่วโมง ยังไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่ผมบอกว่าหากผมยังอยู่กับพรรคเศรษฐกิจแล้วผมจะลงสู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้า ผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งแน่นอน”หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจระบุ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1009663/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HPIvDvwVJE6ID68CzzkBw

  • รัฐบาลเผย ไทยช่วยไทย พลัส กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 14,099 ล้าน

    รัฐบาลเผย ไทยช่วยไทย พลัส กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 14,099 ล้าน

    วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.17 น.

    รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 14,099 ล้านบาท ผู้ใช้สิทธิกว่า 21.85 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมเกือบ 1 ล้านราย สะท้อนกำลังซื้อฟื้นทั่วประเทศ

    7 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยล่าสุดข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. สะท้อนว่าโครงการได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องและช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 26,040,623 ราย ขณะที่ยอดการใช้จ่ายสะสมภายในโครงการอยู่ที่ 14,099.82 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมสนับสนุนจำนวน 8,205.35 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมใช้จ่ายจำนวน 5,894.47 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้วจำนวน 21,852,006 ราย สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากได้เข้ามาใช้สิทธิและเกิดการจับจ่ายใช้สอยจริงในระบบเศรษฐกิจ

    ในส่วนของร้านค้า พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการแล้วจำนวน 997,573 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 866,459 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ 131,114 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 3,613 ร้านค้า และอยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (T&C) อีก 112,817 ร้านค้า สะท้อนถึงความสนใจของผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง

    รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงผ่านโครงการแล้วจำนวน 925,033 ร้านค้า ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. พบว่ามีประชาชนใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาทแล้วจำนวน 142,610 ราย แสดงให้เห็นถึงการตอบรับของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มกำลังซื้อได้อย่างเป็นรูปธรรม

    “ตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ามาตรการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง ทั้งในมิติการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน การเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย และการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว

    ทั้งนี้ ในส่วนของการใช้สิทธิผ่านร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Food Delivery จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิและขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการในระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/969171&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cW7FXN3qg0oeE51joeREe

  • โพลเปิดมุมมอง 2026 คนไทยยอมรับความหลากหลายทางเพศสูง หวังรัฐใช้ เศรษฐกิจสีรุ้ง ขับเคลื่อนประเทศ

    โพลเปิดมุมมอง 2026 คนไทยยอมรับความหลากหลายทางเพศสูง หวังรัฐใช้ เศรษฐกิจสีรุ้ง ขับเคลื่อนประเทศ

    วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.29 น.

    7 มิถุนายน 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส ารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความหลากหลายทางเพศ 2026” กลุ่มตัวอย่างจ านวน 1,238 คน (ส ารวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 67.61 รู้ว่าเดือนมิถุนายนเป็น Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ขณะที่ ร้อยละ 32.39 ไม่รู้ สำหรับความคิดเห็นต่อความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างมองว่าคนไทยเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ร้อยละ 79.32 เมื่อถามถึงระดับการยอมรับในสังคมรอบตัว ณ วันนี้พบว่าอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 85.30 และเห็นว่ารัฐบาลควรผลักดันเรื่องการส่งเสริมการยอมรับและความเข้าใจในสังคมต่อไป ร้อยละ 65.27

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนว่าสังคมไทยก้าวสู่การยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ทั้งด้านทัศนคติและการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าทุกคนควรได้รับสิทธิและโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกันยังคาดหวังให้ภาครัฐเดินหน้าสร้างความเข้าใจ ขยายความคุ้มครองทางกฎหมาย สะท้อนว่าความเท่าเทียมในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การยอมรับ แต่กำลังก้าวไปสู่การได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมในทางปฏิบัติ

    รองศาสตราจารย์ ดร.จิรานุช โสภา ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตอธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยได้ก้าวผ่านจุดที่เป็นเพียงการยอมรับไปสู่ยุคแห่งการตระหนักรู้เชิงประจักษ์และการผลักดันความเท่าเทียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักรู้ในเทศกาล Pride Month และมองว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียเป็นพัฒนาการที่ดีของสังคม

    อย่างไรก็ตาม แม้ระดับการยอมรับในสังคมรอบตัวจะอยู่ในเกณฑ์สูงและคนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าสังคมเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่อคติทางเพศยังคงแฝงตัวอยู่ในสังคมนำมาสู่โจทย์ท้าทายที่ประชาชนส่งสัญญาณให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมความเข้าใจในวงกว้าง พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้าง ทั้งการสร้างสังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติและการขยายความคุ้มครองทางกฎหมาย รากฐานเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านความพร้อมของสังคม ไปสู่การขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสีรุ้ง” (Rainbow Economy) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว สุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/969166&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cHb1U1C8-XP8EXCSZciir

  • ดาวโจนส์ปิดตลาด วิเคราะห์ก่อนเปิดตลาด 08/06/69

    ดาวโจนส์ปิดตลาด วิเคราะห์ก่อนเปิดตลาด 08/06/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/152429&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JdlEVblZHA1M6gsyAr4-4

  • 4 วิธีกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    4 วิธีกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    4 วิธีกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    By

    มิถุนายน 6, 2026

    4 วิธีกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    สรุปข่าว
    • ตลาดปัจจุบัน (มิถุนายน 2569) ส่งสัญญาณผสมกันทั้งขาขึ้นขาลงสินทรัพย์หลายตัวมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ต่างกันออกไปเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ต่างกันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
    • นักลงทุนที่ลงทุนเฉพาะในกลุ่ม S&P 500 ผ่านกองทุนหรือ DR ในปีที่ผ่านมาได้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ แต่การโฟกัสในสินทรัพย์ประเภทเดียวมากเกินไปก็ทำให้เสี่ยงเจ็บตัวหนักเมื่อเกิดการปรับฐานได้เช่นกัน
    • กลยุทธ์ DCA และปรับสมดุลพอร์ตทุก 6 เดือนในพอร์ตแบบ 60/30/10 คือกลยุทธ์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในหลายรอบตลาดและเหมาะกับนักลงทุนไทยทุกระดับ

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

    บทความนี้เน้นกลยุทธ์การจัดพอร์ตระยะยาวรวมถึงพูดภาพรวมโมเมนตัมของตลาดที่เกิดขึ้นทั้งกับ S&P 500 และทองคำ แต่ Bitcoin และหุ้นไทยอาจจะยังต้องการตัวจุดชนวนครั้งใหม่อยู่

    ทำไมการกระจายความเสี่ยงถึงสำคัญ?

    หากเราลองดูในหลาย ๆ ตลาดทั้งหุ้น, ทองคำหรือคริปโตเองก็ดี เราจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของตลาดแต่ละอันนั้นมีความผันผวนและต่างกันไปในแต่ละตลาด ซึ่งหากเราโฟกัสหรือพุ่งเป้าลงทุนที่สินทรัพย์ประเภทเดียว แล้วเกิดมันร่วงแรงขึ้นมา นั่นคือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพอร์ตของเรานั้นคือชะตาที่ขึ้นกับสินทรัพย์ที่เราเทหน้าตักตัวเดียว

    บทความนี้เขียนมาสำหรับคนที่อยากจัดพอร์ตให้ “นอนหลับได้” แม้ตลาดจะผันผวนไม่ต้องมีเงินหลักล้าน เริ่มต้นได้เลยตั้งแต่หลักพันบาท

    วิธีกระจายความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    วิธีที่ 1: กระจายสัดส่วน 60/30/10 โครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนควรมี

    นี่คือกลยุทธ์ที่ใช้ได้กับทุกสินทรัพย์เพียงแต่ปรับสัดส่วนตามความเหมาะสมตัวอย่างอาจเป็นการลงทุนในหุ้น 60%, ตราสารหนี้/พันธบัตร 30% และทองคำหรือสินทรัพย์ทางเลือกอีก 10%

    ในฝั่งหุ้นเราแบ่งเป็น 2 ส่วน — หุ้นไทย (SET50/SET100 index fund) และหุ้นต่างประเทศโดยเฉพาะ S&P 500 อีกเพราะ SET ไทยยังติดกับดักในการเติบโตขณะที่ S&P 500 ทำ All Time High ต่อเนื่อง

    ฝั่งตราสารหนี้ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นหรือพันธบัตรรัฐบาลเป็นตัวช่วยกันกระแทกเมื่อหุ้นร่วง ดอกเบี้ยไทยปัจจุบัน 2.5% ยังพอให้ผลตอบแทนบวกได้

    วิธีที่ 2: DCA Bitcoin 5–10% — สะสมทีละน้อย อย่า All-in

    Bitcoin ราคากำลังลงมาทดสอบ $60,000 ในช่วงนี้หากเทียบกับราคา ATH ที่ราว $120,000 นับได้ว่าราคาลงมาแล้ว 50% การเก็บติดพอร์ตไว้ก็อาจเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้พิจารณาแต่อาจไม่เกิน 5–10% ของพอร์ต

    ตัวอย่างการ DCA Bitcoin สำหรับพอร์ต 100,000 บาท เราตั้งซื้อ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ ครบปีก็จะเป็นจำนวนเงิน 52,000 บาท โดยสามารถเลือกหาดูแพลตฟอร์มที่ลงทะเบียนถูกต้องกับ ก.ล.ต. ในไทยเช่น Bitkub หรือ Upbit ในการเลือกพิจารณา

    ข้อควรระวัง: Bitcoin ยังผันผวนสูง ปีที่ผ่านมาเคยร่วงกว่า 30% ใน 3 สัปดาห์ อย่าลงเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน และห้ามใช้ leverage ใดๆ ในสัดส่วนนี้

    วิธีที่ 3: S&P 500 ผ่าน DR— ลงทุนอเมริกาได้ไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ

    S&P 500 ที่ทำ ATH ต่อเนื่อง แต่ทำไมนักลงทุนไทยยังต้องลงทุนตรงนี้? เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 10–12% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเงินฝากประจำไทยที่ 1–2% อย่างมาก

    สำหรับนักลงทุนไทย ช่องทางที่ง่ายที่สุดคือ DR ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย แต่อ้างอิงกับ ETF ต่างประเทศ ทำให้ซื้อ S&P 500 ผ่านบัญชีหุ้นไทยปกติได้เลย ไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศเพิ่ม

    ทางเลือกที่มีในไทย:

    SP500US80 ของ Krungthai — DR ที่อ้างอิง 1 หุ้น S&P 500 ETF ต่อ DR 1,000 หน่วย เริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568

    กองทุน SCBS&P500 ของไทยพาณิชย์ — ลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF บริหารโดย BlackRock ระดับความเสี่ยง 6

    แอพ AomWise จาก Yuanta รวมทุกสินทรัพย์ไว้ในแอพเดียว ทั้งกองทุนรวม DR และ ETF ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน และตั้ง DCA ลงทุนอัตโนมัติได้ทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน

    ข้อควรระวัง: ความเสี่ยงค่าเงิน USD/THB ถ้าบาทแข็งค่า ผลตอบแทนที่แปลงกลับมาเป็นบาทจะลดลงสามารถพิจารณากองทุนแบบ Hedged ถ้ากังวลเรื่องนี้

    วิธีที่ 4: ทองคำ 10–15% สินทรัพย์หลุมหลบภัยที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในปี 2569

    ทองคำปัจจุบันอยู่ใกล้จุดสูงสุด แต่ยังมีช่วงขาขึ้นที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะวิ่งทะลุเกิน $5,000 ได้ภายในสิ้นปี ด้วยแรงหนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังซื้อทองเพิ่มต่อเนื่อง และดอลลาร์ที่ยังมีแนวโน้มอ่อนค่า

    3 ช่องทางลงทุนทองสำหรับคนไทย:

    Gold ETF บนตลาดหลักทรัพย์: SPDR Gold Shares (GLD) หรือ iShares Gold Trust ที่สามารถซื้อผ่านโบรกเกอร์ที่รองรับ DR ราคาติดตาม spot gold โดยตรง ค่าธรรมเนียมต่ำราว ๆ 0.15-0.40% ต่อปี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการถือทองผ่าน ETF

    Gold Saving Account: หลายธนาคารไทยมีบัญชีทองคำออนไลน์ เริ่มต้นซื้อได้ตั้งแต่ 0.001 กรัม สะดวกรวดเร็วไม่ต้องจัดการกับทองคำที่เป็นรูปธรรม

    ทองแท่ง: เหมาะกับผู้ที่ต้องการ “ถือจริง” แต่มีค่า premium ในการซื้อขายสูงกว่าราว 2-3% และต้องจัดการเรื่องความปลอดภัยซึ่งสามารถดูราคาปัจจุบันได้ที่ goldtraders.or.th


    ตลาดผันผวนไม่ใช่ศัตรู มันคือธรรมชาติของการลงทุน สิ่งที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุนไม่ใช่ตลาด แต่คือ “อารมณ์” ที่ทำให้ซื้อตอนราคาสูงและขายตอนราคาต่ำ

    พอร์ตที่กระจายความเสี่ยงดีจะช่วยสร้างความสบายใจให้เราได้มากขึ้นในช่วงที่บางอย่างร่วง เพราะอีกอย่างกำลังขึ้น Bitcoin อาจปรับฐาน แต่ทองคำยังสูง หุ้นไทยอาจซึม แต่ S&P 500 ทำ ATH นั่นคือพลังของการกระจายความเสี่ยง

    ⚠️ บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

    ที่มา : SET, Yuanta, CIMB, InnovestX, CoinGecko, GoldTraders

    4 วิธีกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน สำหรับนักลงทุนไทยปี 2569

    Kasamsak Wongsanin

    เด็กยุคใหม่ที่ชอบในการทำงานของเทคโนโลยีBlockchainและมีความสนใจกับการลงทุนในโลกDeFi พร้อมทั้งเชื่อว่าDigital money จะมาแทนที่ Fiat money ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/06/06/how-can-thai-investors-survive-volatile-market/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BwT-x25A3oDsCxvqaIDXj

  • ทลายคลังสินค้าปลอม มอก. ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าเถื่อน 3.3 หมื่นชิ้น มูลค่า 4.68 ล้าน

    ทลายคลังสินค้าปลอม มอก. ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าเถื่อน 3.3 หมื่นชิ้น มูลค่า 4.68 ล้าน

    ทลายคลังสินค้าปลอม มอก. ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าเถื่อน 3.3 หมื่นชิ้น มูลค่า 4.68 ล้าน

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังสินค้าขนาดใหญ่ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่มีการปลอมใบอนุญาต มอก. ของผู้ประกอบการรายหนึ่ง นำเข้าสินค้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควบคุมเข้ามาจำหน่าย 

    จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสินค้าที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. และแสดงเครื่องหมาย มอก. โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำนวน 33,383 ชิ้น มูลค่ากว่า 4.68 ล้านบาท 

    ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว เป็นการดำเนินการด้านความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่ทะลักเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง

    ทลายคลังสินค้าปลอม มอก. ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าเถื่อน 3.3 หมื่นชิ้น มูลค่า 4.68 ล้าน

    ซึ่งจะมุ่งไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งระบายสินค้าคุณภาพต่ำ และผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด จึงเร่งปราบปรามกวาดล้างสินค้าด้อยคุณภาพดังกล่าว โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นอันตรายถึงชีวิตตามที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทั้งไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงก์ จะต้องไม่มีการสูญเสียชีวิตของประชาชนจากสินค้าไม่ได้มาตรฐานอีกต่อไป

    นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้ารายหนึ่ง ว่าเป็นผู้เสียหายที่ถูกแอบอ้างนำใบอนุญาต มอก. ของตนไปใช้ สมอ. จึงได้ขยายผล ในทางลับอย่างต่อเนื่อง จนได้พบพิกัดของคลังสินค้าขนาดใหญ่แห่งนี้

    จึงได้รายงานต่อคณะกรรมการฯ ทราบและลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เบื้องต้นพบว่าคลังสินค้าดังกล่าวจดทะเบียนในรูปบริษัท มีกรรมการบริษัทเป็นชาวจีน และยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. แต่ได้มีการแอบอ้างใช้ใบอนุญาตของผู้นำเข้ารายอื่นนำสินค้าเข้ามา จากการตรวจสอบภายในคลังสินค้าดังกล่าว พบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. 

    และแสดงเครื่องหมาย มอก. แต่ไม่ได้รับใบอนุญาต ได้แก่ หม้อไฟฟ้าเอนกประสงค์ จำนวน 1,219 หน่วย เตาไฟฟ้า จำนวน 906 หน่วย ปลั๊กพ่วง จำนวน 10,617 หน่วย รางปลั๊กไฟ จำนวน 899 หน่วย สวิตช์ไฟฟ้า จำนวน 180 หน่วย เต้ารับ จำนวน 250 หน่วย แบตเตอรี่สำหรับเครื่องมือช่าง จำนวน 144 หน่วย Adapter จำนวน 1,414 หน่วย และไดร์เป่าผม เครื่องม้วนผม เครื่องหนีบผม และเครื่องนวด จำนวน 17,754 หน่วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 33,383 หน่วย มูลค่ากว่า 4.68 ล้านบาท 

    จึงยึดอายัดไว้ทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งโทษของผู้ประกอบการรายนี้ คือ นำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแสดงเครื่องหมายมาตรฐานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/660767&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M9cvQ2T44L0_OX9Uog8mi

  • เวทีโลกจับตา แลนด์บริดจ์ ละเมิดสนธิสัญญาทะเลหลวง

    เวทีโลกจับตา แลนด์บริดจ์ ละเมิดสนธิสัญญาทะเลหลวง

    Loading…

    เวทีโลกจับตา แลนด์บริดจ์ ละเมิดสนธิสัญญาทะเลหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-195&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21nzEkwwAvMppCHT9ylnJK