Category: เศรษฐกิจ

  • สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับฝีปาก ชำแหละงบ 70 สองคืน-สามวัน

    สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับฝีปาก ชำแหละงบ 70 สองคืน-สามวัน

    สภาส่อเดือดฝ่ายค้านลับมีดฝีปากรอชำแหละงบ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาทสองคืนสามวันเก็งข้อสอบคาดมท.-กลาโหมงบลับงบกลางดีอีงบดับไฟใต้งบท้องถิ่นฯติดโผเจอถลุงหนัก  

    28 มิถุนายน  2569 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์หน้านี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ตลอดสามวันคือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญการเมืองประจำสัปดาห์หน้านี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. ซึ่งพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ที่เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เตรียมสส.ไว้อภิปรายชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2570 ไว้แล้วร่วมสามสิบคน โดยคาดว่าฝ่ายค้าน จะอภิปรายงบในหลายกระทรวงเช่น งบกระทรวงดิจิทัลฯ -งบกระทรวงมหาดไทย -งบกระทรวงกลาโหม-งบลับ -งบแก้ปัญหาภาคใต้ รวมถึงงบกลาง  เป็นต้นจากนั้นจะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการในวันพุธที่ 1 ก.ค. เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2570 เพื่อให้ทันก่อนวันที่ 30 ก.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569  

    โดยในเอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 มีข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจเช่น รัฐบาลมีการระบุถึง ภาพพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2570ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.5 -2.5 (ค่ากลางร้อยละ2.0)โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐและแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ. 2569รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงโดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกประกอบกับข้อจ ากัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคการเกษตร สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0(ค่ากลางร้อยละ2.5)และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.0ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

    “เศรษฐกิจไทยในปี2570มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.7-2.7(ค่ากลางร้อยละ2.2)ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัว ของภาคการส่งออกสินค้าและบริการในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่าย ภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการด าเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ระบุไว้ตอนหนึ่ง 

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ยังระบุอีกว่าสำหรับ อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ0.5 -1.5(ค่ากลางร้อยละ1.0) และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.6ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ การจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณพ.ศ.2570ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ -แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติรวมทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ

     เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ยังให้ข้อมูลอีกว่ารัฐบาล ได้กำหนดนโยบายและแนวทางการจัดท างบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570ดังนี้ ดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจรวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพทั่วถึงและมีคุณภาพโดยมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดพร้อมทั้งการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ การป้องกันภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตตลอดจนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อส่งเสริมการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสวัสดิการที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐอย่างบูรณาการโดยการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    เอกสารดังกล่าว ให้ข้อมูลไว้ว่าในปีงบประมาณพ.ศ.2570ได้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายจำนวน3,788,000.0ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ18.4ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีงบประมาณรายจ่ายในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันโดยมีประมาณการรายได้สุทธิจำนวน 3,000,000.0ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ14.6ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมา788,000.0ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ3.8ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570จำนวน3,788,000.0ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณพ.ศ. 2569จำนวน 7,400.0ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ0.2”

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 เปิดเผยว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบไว้ตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านต่างๆเช่น แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติจำนวน 13,989.9ล้านบาทเพื่อให้คนไทยมีความจงรักภักดีซื่อสัตย์พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติโดยการพิทักษ์รักษา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ปลูกฝังและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญ ของสถาบันหลักของชาติเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายแผนงานยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่น แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 8,464.1ล้านบาท 

    นอกจากนี้ยังมีงบตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมกำรกระจำยอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  391,956.3ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติก าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะผ่านการดำเนินงานที่สำคัญอาทิสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่นักเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงพัฒนาโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1022368/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gd2i-iaPT5giJyyiEiPSn

  • กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    คำบรรยายวิดีโอ,

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    Published

    4 ปีต่อจากนี้ของกรุงเทพฯ ในมือทีมชัชชาติ ไม่เป็นลอนดอน ไม่เป็นปารีส แต่เป็นเมืองที่ “ทำให้คนมีชีวิตดีขึ้น-มีความหวัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/ce8ke9ej7wdo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QLiAMCVuDiCiwnXehiUjz

  • ทักษิณ ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ยันไม่ยุ่งการเมืองแล้ว ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  – ข่าวสด

    ทักษิณ ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ยันไม่ยุ่งการเมืองแล้ว ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ – ข่าวสด

    ทักษิณ ดีใจใช้สิทธิ์ในรอบ 20 ปี ฝาก ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ทุ่มเททำงาน แนะทุกฝ่ายสามัคคีฝ่าปัญหาประเทศ ยันไม่เคลื่อนไหวการเมือง ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เตรียมบินตปท.พบเพื่อนเก่า

    เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 28 มิ.ย.2569 ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ตื่นเต้นและดีใจ อย่างน้อยก็ภูมิใจในความเป็นคนไทย ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะเป็นหน้าที่ของพลเมือง

    หากเราไม่ตัดสินใจไปใช้สิทธิ์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อจะเลือกตัวแทนของเรา บางทีเขาทำงานดีหรือไม่ดี เราโทษใครไม่ได้ ต้องโทษตัวเองเพราะเราเลือกแล้ว ตัดสินใจแล้ว แต่ถ้าเลือกแล้วไม่ถูกใจ เมื่อครบเทอมก็เลือกใหม่ ทั้งนี้ หลังจากมาใช้สิทธิ์ จะกลับไปอยู่กับครอบครัว ลูกๆเพราะอาทิตย์หน้า จะเดินทางไปต่างประเทศแล้ว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องการผู้ว่าฯกทม.แบบไหน นายทักษิณ กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีคนจำนวนมาก เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องเพียงพอ รวมถึงความสะอาดการจราจรเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทำ เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองใหญ่ แต่งบประมาณน้อยไป ซึ่งผู้ว่าฯคนใหม่ต้องทำงานเป็น ถ้าคนทำงานไม่เป็น ไม่ทุ่มเท ลอยไปลอยมาไม่ได้

    เมื่อถามว่าการออกมาใช้สิทธิ์วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำให้คิดถึงบรรยากาศทางการเมืองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตื่นเต้น กลัวทำไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะหันก้นออกหรือหันก้นเข้าดี กลัวผิดรัฐธรรมนูญ

    เมื่อถามว่าได้ซ้อมก่อนมาใช้สิทธิ์หรือไม่ เพราะถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นายทักษิณ กล่าวว่า ครั้งแรกยัง งงอยู่ แต่ดีใจมาก เป็นเวลา 20 ปีแล้ว พอดีเป๊ะ ครั้งสุดท้ายที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือตอนที่ตนเป็นนายกฯ ก่อนจะถูกรัฐประหาร ซึ่งเป็นครั้งที่มีปัญหาเพราะมีเรื่องการหันก้นออกหรือเข้า ที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

    ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนสามัคคีกัน บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคี เพราะปัญหาของเรายาก และยังมีปัจจัยภายนอกเข้ามา วันนี้ทุกคนต้องสามัคคี รักและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

    เมื่อถามย้ำว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสเห็นนายทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมไม่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว มาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมือง”

    เมื่อถามย้ำว่าวันนี้วางมือแล้วยังติดตามสถานการณ์การเมือง หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า แล้วแต่จะวางตรงไหน ยอมรับว่ายังติดตามสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง จริงๆแล้วก็เป็นห่วงชาวบ้าน เพราะหนี้ครัวเรือนสูง หนี้ประเทศก็สูง ดังนั้น เห็นใจรัฐบาล ในการจะช่วยประชาชน เพราะเป็นเรื่องยาก เห็นใจและให้กำลังใจทุกคน

    เมื่อถามถึงการเดินทางไปต่างประเทศรอบนี้ จะไปพักผ่อนนานหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไปเยี่ยมเพื่อนฝูง เพราะวันที่ออกจากเรือนจำ เพื่อนที่ต่างประเทศโทรมาแสดงความยินดี เราควรจะไปเยี่ยมเยียน เพื่อขอบคุณน้ำใจเขา ส่วนเรื่องสุขภาพร่างกายตอนนี้ก็ 77 ปี แล้ว ไหวแบบคน 77 ปี

    เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจหรือคำแนะนำพรรคเพื่อไทยอย่างไร นายทักษิณ ไม่ตอบคำถาม โดยหยุดทักทายประชาชนก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaosod.co.th/politics/news_10301548&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ozWQyqmcM5kJ1tS1TR7Lo

  • ‘ครูใหญ่’ จัดทัพสั่งรบทุกสมรภูมิ | เดลินิวส์

    ‘ครูใหญ่’ จัดทัพสั่งรบทุกสมรภูมิ | เดลินิวส์

    จนปล่อยให้ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  ตกเป็นเป้านิ่งจากการรุมถล่มทางการเมืองอย่างหนักในโครงการ TH-AI Passport ตลอดจนเรื่องราวส่วนตัว 

    สถานการณ์ดังกล่าวร้อนไปถึง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ยอมปล่อยให้พรรคต้องเพลี่ยงพล้ำอีกต่อไป 

    จึงเรียกบรรดา สส. รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และผู้นำตำแหน่งสำคัญของ “พรรคภูมิใจไทย” เข้าห้องเย็นทุบโต๊ะให้เร่งสร้างผลงาน และออกมาปกป้องโครงการของรัฐบาลอย่างสุดกำลัง พร้อมสั่งให้ทำงานการเมืองเชิงรุกเพื่อโต้กลับฝ่ายตรงข้ามทันควัน

    กลยุทธ์ของ “ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคน้ำเงิน” ในครั้งนี้ถือเป็นการปลุกคนที่เคยเฉยชา ให้ตื่นขึ้นมาด้วยระบบประเมินผลงานที่เข้มงวด โดยประกาศชัดเจนว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้งรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการสภาฯทั้ง 14 คณะ และข้าราชการการเมืองสังกัด “พรรคภูมิใจไทย” จะถูกประเมินอย่างใกล้ชิด หากใครไร้ผลงานพร้อมปรับออกทันที

    มาตรการนี้ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และ สส. ของพรรคต่างพร้อมใจกันเดินหน้าหนุนโครงการรัฐบาล ปกป้อง “ไชยชนก” และ “พรรคสีน้ำเงิน” อย่างเต็มสูบ 

    ทั้งยังเร่งเครื่องในภารกิจอื่นๆ เช่น สางข้อพิพาทที่ดินทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลาน ตลอดจน 5 กรรมาธิการสภาฯของ “พรรคภูมิใจไทย” พร้อมใจลงพื้นที่ภูเก็ตในวันที่ 26-27 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบปมส่วยฉาวในพื้นที่ จนนำไปสู่การสั่งเด้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯจังหวัดภูเก็ตในที่สุด

    ฟากกระทรวงยุติธรรม “บิ๊กรุทธ” พล...รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม  เดินเกมรุกด้วยการสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินหน้าจัดการกระบวนการเครือข่ายฟอเร็กซ์อย่างเด็ดขาด หลังมีประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง 

     โดยเชื่อมโยงไปถึง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ และรัฐมนตรีเงากระทรวงดีอี พรรคประชาชน ซึ่งดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว หลังปรากฏหลักฐานสำคัญทั้งเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาท คลิปวิดีโอเชิญชวนลงทุนหรือไม่ และภาพถ่ายร่วมกับบริษัทโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โดยเตรียมเชิญตัว “ภาวุธ” มาให้ข้อมูลในวันที่ 2 ก.ค.นี้ 

    การเดินเกมอย่างเฉียบคม และเป็นระบบของ “พรรคสีน้ำเงิน” ทำให้การตรวจสอบทางการเมืองจาก “พรรคประชาชน” เกิดอาการสะดุดลงทันที จากที่ “ภาวุธ” เคยเป็นหัวหอกในการรุกไล่โครงการ TH-AI Passport ก็กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ และอาจกลายเป็นผู้ต้องหาในเร็ววันนี้หรือไม่

     ขณะที่ “พรรคส้ม” ก็เสียแต้มการเมืองไปในทันที ตอกย้ำให้เห็นกระบวนการคัดเลือกคนเข้ามาอยู่ในพรรคมีปัญหา ทั้งเรื่องสีเทาและสีดำ เชื่อมโยงเรื่องฟอกเงิน และยาเสพติดในอดีตที่สลัดไม่หาย

    ส่งผลให้พรรคต้นสังกัดจากที่เคยอุ้มเปลี่ยนเป็นเริ่มส่งสัญญาณ “ตัดเนื้อรักษาชีวิต” หรือไม่ เมื่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ต้องออกมาเรียกร้องให้ “ภาวุธ” ออกมาชี้แจงต่อสังคมที่ไม่กระทบต่อรูปคดี เพราะเกรงว่าเรื่องนี้อาจขยายตัวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทั้งการฟอกเงินไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ 

    การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์อันเหนือชั้นของ “ครูใหญ่” ที่ไม่เพียงแต่ใช้กลยุทธ์สยบเกมรุกของ “พรรคส้ม” จนเสียเครดิต และเกิดความระส่ำระสายภายใน ควบคู่ปลุก “ทัพสีน้ำเงิน” ให้ตื่นขึ้น และเร่งปั้นผลงานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเสียที.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5980454/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xtjINUn8J0fE6zwC9Gk3J

  • ทำไมพรรคสีส้ม ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – BBC News ไทย

    ทำไมพรรคสีส้ม ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – BBC News ไทย

    ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

    คำบรรยายวิดีโอ, ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

    ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

    Published

    ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคสีส้มอย่าง โจ ชัยวัฒน์ จะได้คะแนนมาเพียงอันดับสาม แพ้กระทั่ง มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

    คำถามคืออะไรทำให้พรรคประชาชนทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวังในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c70yl4rewnjo.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WRxbtE9ic_X1-7L3TiDYi

  • รัฐบาลพร้อมแจงร่างงบฯปี 70 ในเวทีสภา เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ | เดลินิวส์

    รัฐบาลพร้อมแจงร่างงบฯปี 70 ในเวทีสภา เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ.2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า

    น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม แม้งบลงทุนโดยตรงในร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ครอบคลุม 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1.การสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันยาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ 3.การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยมีงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 42,000 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 65,904.3 ล้านบาท

    น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งงบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท เพื่อให้ภาระทางการคลังสะท้อนอยู่ในระบบงบประมาณอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5982620/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eC6PKD-P80vaMCz7fYQvZ

  • ออกหมายจับ ‘เจ้าอาวาส-เณรรุ่นพี่’ ย่ำยี4สามเณรวัย 13 ปี พบปิดมือถือหนีทิ้งวัดร้าง | เดลินิวส์

    ออกหมายจับ ‘เจ้าอาวาส-เณรรุ่นพี่’ ย่ำยี4สามเณรวัย 13 ปี พบปิดมือถือหนีทิ้งวัดร้าง | เดลินิวส์

    กรณีสามเณร 4 รูปที่ไปบวชเรียนอยู่ที่วัดดังแห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พากันหนีออกจากวัด อ้างว่า ถูกเจ้าอาวาสและสามเณรรุ่นพี่บางรูปบังคับให้อมอวัยวะเพศสำเร็จความใคร่ ทำให้ต้องแอบหนีออกจากวัดและนำเรื่องมาเล่าให้ผู้ปกครองฟังและพาเข้าแจ้งความที่สภ.ทุ่งลุง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาเพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสจนถึงที่สุด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ฉาวโฉ่! วงการสงฆ์แจ้งจับ ‘พระครูดัง’ บังคับ ‘4 สามเณร’ อมนกเขาทั้งวันทั้งคืน

    ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเรียกเณรและพยานแวดล้อมมาสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างเร่งด่วน

    กระทั่งวานนี้(28มิ.ย.)ทางตำรวจสภ.ทุ่งลุง ได้นำหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสงขลา และศาลอนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหา 2 คน คนละ 2 หมายจับ คือ พระครู อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว และ สามเณร อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นสามเณรรุ่นพี่ ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยที่ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้,กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน15ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกิน13ปีฯ

    ขณะนี้ทางตำรวจชุดสืบสวน3 หน่วยทั้งชุดสืบสวนสภ.ทุ่งลุง ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา และตำรวจกองปราบปราม กองกำกับการ6 กำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีหากไม่ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยเฉพาะเจ้าอาวาส ได้ปิดมือถือหนีหายออกจากวัดหลังจากที่รู้ว่าถูกสามเณรเข้าแจ้งความ

    ส่วนบรรยากาศที่วัดเป็นไปอย่างเงียบเหงาทันที ไม่มีใครอยู่ที่วัดเหลือเฉพาะ นกยูง หมู หมาที่เลี้ยงไว้ อาศัยอยู่ในวัดเท่านั้น โดยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของนกยูง หลายสิบตัวที่เลี้ยงไว้เพื่อให้ญาติโยมไปทำบุญได้ชมในความสวยงาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5982007/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lzsR761hP3mDtw8UlvS0q

  • ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ | เดลินิวส์

    ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ | เดลินิวส์

    วันที่ 28 มิ.ย. 69 เวลา 08.46 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8886 ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ที่นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นายโลร็อง นูเญซ (Mr. Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐฝรั่งเศส และข้าราชการระดับสูงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส (Le Meurice Paris) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ

    เวลา 09.45 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ณ ที่นั้น นางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และคู่สมรส นายปาสกาล บียารด์ (Mr. Pascal Billard) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ตลอดจนหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส และชุมชนคนไทยในกรุงปารีส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5984317/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BO-fT0r9kI01sHMsxA-ep

  • ‘ฝ่ายค้าน’ ลับมีดชำแหละงบฯ 70 ทะลวงยกยวง ‘มท.-กลาโหม-งบลับ-ดีอี-ท้องถิ่น’  

    ‘ฝ่ายค้าน’ ลับมีดชำแหละงบฯ 70 ทะลวงยกยวง ‘มท.-กลาโหม-งบลับ-ดีอี-ท้องถิ่น’  

    สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับมีด-ฝีปาก รอชำแหละงบ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท สองคืน-สามวัน เก็งข้อสอบคาด มท.-กลาโหม-งบลับ-งบกลาง -ดีอี-งบดับไฟใต้ -งบท้องถิ่นฯ  ติดโผเจอไล่อัด

    28 มิ.ย.2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ตลอดสามวันคือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค.ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญการเมืองประจำสัปดาห์หน้านี้ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค.ซึ่งพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ที่เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านเตรียมสส.ไว้อภิปรายชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2570 ไว้แล้วร่วมสามสิบคน

    โดยคาดว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายงบในหลายกระทรวงเช่น งบกระทรวงดิจิทัลฯ -งบกระทรวงมหาดไทย -งบกระทรวงกลาโหม-งบลับ -งบแก้ปัญหาภาคใต้รวมถึงงบกลาง เป็นต้นจากนั้นจะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการในวันพุธที่ 1 ก.ค.เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2570เพื่อให้ทันก่อนวันที่ 30 ก.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี2569

    โดยในเอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570มีข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจ เช่น รัฐบาลมีการระบุถึงภาพพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2570ว่า เศรษฐกิจไทยในปี2569คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.5 -2.5(ค่ากลางร้อยละ2.0)โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐและแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ. 2569 รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง

     อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงโดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกประกอบกับข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงรวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคการเกษตร สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0

     “เศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.7-2.7 ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าและบริการในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่องรวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการดาเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจ”เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2570 ระบุไว้ตอนหนึ่ง

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ยังระบุอีกว่าสำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ0.5 -1.5(ค่ากลางร้อยละ1.0)และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

    การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ -แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ได้เผยแพร่ข้อมูลไว้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบไว้ตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เช่น แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติจำนวน13,989.9 ล้านบาท เพื่อให้คนไทยมีความจงรักภักดีซื่อสัตย์พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติโดยการพิทักษ์รักษาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ปลูกฝังและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวม ทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

    นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายแผนงานยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่นแผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 8,464.1ล้านบาท-แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมกำรกระจำยอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 391,956.3ล้านบาท เป็นต้น.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1022583/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HDvVmNrlkN1yOUh3RM2He

  • “ชาญเทพ” ยินดี “ชัชชาติ” นั่งอีกสมัย พร้อมเดินหน้าตรวจสอบทุจริต | one31.co.th

    “ชาญเทพ” ยินดี “ชัชชาติ” นั่งอีกสมัย พร้อมเดินหน้าตรวจสอบทุจริต | one31.co.th

    บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด
    อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
    แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

    บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    www.theoneenterprise.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/news/detail/79499&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PQX35Up32OVtyierkjEx3