Category: เศรษฐกิจ

  • –

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/910939&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw141BAd3sr9gZepbek7z5nW

  • เร่งเรียกความเชื่อมั่น

    เร่งเรียกความเชื่อมั่น

    นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลไทยตระหนักดีว่า “ความปลอดภัย” คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และถือเป็นนโยบายลำดับแรกที่มุ่งมั่นผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีฐานตลาดขนาดใหญ่ เพื่อเสริมความเชื่อมั่น รัฐบาลจึงได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับมาตรฐานสถานที่ท่องเที่ยว การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในทุกมิติ

    ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ปัจจุบัน “ความปลอดภัย” ได้กลายเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวใช้ประกอบการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) กลุ่มผู้หญิง และกลุ่มครอบครัว รวมถึงนักท่องเที่ยวจากตลาดหลักอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุม ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้ประกอบการจึงเป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ

    ทั้งนี้ได้ใช้ 4 เกณฑ์ประเมินหลักสู่การเป็น Trusted Thailand โครงการ Trusted Thailand จะเริ่มนำร่องในเดือนกันยายน 2568 โดยผู้ประกอบการโรงแรมที่พักสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ได้บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/trustedthailand โดยจะพิจารณาจาก 4 มิติหลัก ได้แก่ 1.มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไป เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย 2.ความปลอดภัยในการชำระเงิน การรองรับแพลตฟอร์มการเงินที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในตลาดหลัก เช่น Alipay และ WeChat Pay 3.การสื่อสารภาษาต่างประเทศ ความพร้อมในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวด้วยความเอาใจใส่และเป็นมืออาชีพ และ 4.ความปลอดภัยในการเดินทางเข้าถึง การมีเส้นทางที่ปลอดภัย จุดที่ตั้งที่ชัดเจน และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ

    โดยได้ ระดมพลทุกหน่วยงาน เสริมทัพสร้างความเชื่อมั่น ได้จัดเวทีเสวนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานพันธมิตร เช่น กรมการปกครอง กรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และแกร็บ ประเทศไทย ร่วมนำเสนอแนวทางการดูแลและเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การบริหารจัดการไปจนถึงการบริการจริง

    คงต้องบอกว่า ความไม่ปลอดภัยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การลงทุนด้านความปลอดภัยและการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ยั่งยืนต่อไป ดังนั้นโครงการ Trusted Thailand จึงเป็นความพยายามครั้งสำคัญของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาเชิงรุก และเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยืนยันความเชื่อมั่นของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/853394/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QBKDmFwrQMT8nCFUXcYcR

  • กรุงไทย เชื่อมระบบรับสแกนจ่ายจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้

    กรุงไทย เชื่อมระบบรับสแกนจ่ายจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้

    ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือการเชื่อมโยงการชำระเงินในภูมิภาค (ASEAN Payment Connectivity Initiative)” ของธนาคารแห่งประเทศไทย ล่าสุด ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบชำระเงินผ่าน QR Code Cross Border Payment กับประเทศเกาหลีใต้ รองรับนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก ติดอันดับ 1 ใน 5 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารเกาหลีใต้ สแกนจ่ายกับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Cross Border QR Payment ได้ทั่วไทย เพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในการใช้จ่าย

    ธนาคารกรุงไทยยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะร้านค้าและผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยวในท้องถิ่น ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้สามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไร้เงินสด โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบเพิ่มเติม ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านค้าขนาดเล็ก และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

    ปัจจุบัน ธนาคารให้บริการ QR Code Cross Border Payment เชื่อมโยงกับ 7 ประเทศและ 1 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลเซีย, กัมพูชา, ลาว, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม

    ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเป็นร้านค้า “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวก พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ เช่น ระบบแจ้งเตือนเงินเข้า สรุปรายรับทั้งรายวันและรายเดือน รับเงินเต็มจำนวน และเงินโอนเข้าบัญชีทันที หรือ ณ สิ้นวัน โดยสมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111 และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://krungthai.com/th/content/personal/tungngern

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238716&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dMiYnFDWXVGtY6-fntfK5

  • Gen Z เรียนวิชาการเงินตอนนี้ เหมือนมีเงินติดตัวแล้ว 3 ล้าน

    Gen Z เรียนวิชาการเงินตอนนี้ เหมือนมีเงินติดตัวแล้ว 3 ล้าน

    มีเพียงวินัยออมเงินอย่างเดียว อาจไม่พอแล้วสำหรับโลกที่ต้องการความมั่นคงและมั่งคั่งทางการเงิน เพราะสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้คือ ความรู้การเงิน หรือ Financial Literacy ทั้งระบบ เพราะนี่คืออีกหนึ่งทักษะสำคัญของคนในศตวรรษนี้

    ทิม เรนเซตต้า ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Next Gen Personal Finance (NGPF) องค์กรไม่แสวงกำไรที่มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการเงินในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การขายหุ้นหนีเมื่อราคาลง แล้วพลาดโอกาสทำกำไรเมื่อราคากลับขึ้น คือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่นักลงทุนมือใหม่มักเผชิญ เมื่อตลาดเกิดภาวะความผันผวนรุนแรง

    นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นบทเรียนสำคัญ

    จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา Tyton Partners และ NGPF ในปี 2567 ให้ข้อมูลว่า การเรียนวิชาการเงินส่วนบุคคลใน 1 ภาคการศึกษา ให้มูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน หรือกว่า 3 ล้านบาท

    และเมื่อมีจำนวนคนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่องการเงินการลงทุนมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเลขนี้ก็จะทวีคูณขึ้นไปมากขึ้นเท่านั้น จากการเรียนรู้วิธีป้องกันหนี้บัตรเครดิต หรือการใช้บัตรเครดิตเพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการลงทุนเพื่อการเกษียณ

    การมุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรการเงินส่วนบุคคลในระดับชั้นมัธยมศึกษากำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในสหรัฐอเมริกา

    ในรัฐเคนทักกีถือเป็นรัฐที่ 27 ที่กำหนดให้นักเรียนมัธยมฯ ต้องศึกษาวิชาการเงินส่วนบุคคลก่อนจบการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีร่างกฎหมายการศึกษาการเงินส่วนบุคคลอีก 43 ฉบับ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาใน 17 รัฐ

    ซึ่งหากไม่มีมาตรการดังกล่าวเข้ามากำหนด นักเรียนของสหรัฐฯ จะมีโอกาสในการเข้าถึงความรู้ด้านการเงินส่วนบุคคลน้อยมาก เปรียบเทียบได้ว่า ในนักเรียน 10 คน จะมีเพียง 1 คนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเงิน

    จากการสำรวจของ Thairath Money ผ่านรายการ Pocket Diaries ในหัวข้อ “วิชาการเงินที่เด็ก Gen Z อยากเรียน” พบว่า จากการสัมภาษณ์กลุ่มคนอายุ 15 – 25 ปี ทั้งหมด 7 คน

    ทุกคนมีความสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนมากกว่าการออมเงิน และเมื่อแยกย่อยประเด็นด้านประเภทสินทรัพย์การลงทุนพบว่า มีความสนใจลงทุนในหุ้นเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยสินทรัพย์จริง (Real Asset) เช่น ทอง และอื่น ๆ

    ส่งผลให้ “วิชาการลงทุน” เป็นวิชาที่ผู้ตอบแบบสอบถามอยากให้บรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาของไทยมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า การลงทุนมีรายละเอียดที่ซับซ้อน ทั้งเงื่อนไขผลตอบแทน และลักษณะการลงทุน ส่งผลให้การทำความเข้าใจด้วยตนเองเป็นเรื่องยาก การมีสถาบันการศึกษาเข้ามาสอนพื้นฐานจึงเป็นประโยชน์

    นอกจากเรื่องการลงทุน “วิชาภาษี” เป็นหัวข้อรองลงมาที่กลุ่มคนรุ่นใหม่สนใจเรียน โดยต้องการเรียนรู้ครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับระบบการเก็บภาษี และหน้าที่ของผู้เสียภาษี

    ในผลการสำรวจของทั้งไทยและต่างประเทศต่างชี้ให้เห็นถึงหมุดหมายการพัฒนาเรื่อง “การเงินส่วนบุคคลของคนรุ่นใหม่” ที่มีความสนใจเรียนรู้ประเด็นนี้ แต่ในภาพใหญ่ประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา

    เพราะการสอนเรื่องการเงิน คือ นวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งได้ยืนยาวที่สุด ยาเนลี เอสปิแนล ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่การศึกษาของ NGPF กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2879567&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hTKK2cuCaLEpWXv3Say_D

  • โฆษกไทยสร้างไทยย้ำ

    โฆษกไทยสร้างไทยย้ำ

    โฆษกไทยสร้างไทยย้ำ ‘เพื่อไทย’หมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล

    วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.08 น.

    โฆษกไทยสร้างไทยย้ำ “เพื่อไทยหมดความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล” ชี้ประเทศต้องการผู้นำใหม่ แก้ทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจ

    นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย แถลงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยพ้นจากตำแหน่งเพราะปัญหาด้านความมั่นคง สะท้อนชัดว่า พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าปัญหาความมั่นคงคือโจทย์ใหญ่ของประเทศในขณะนี้ และเมื่อผู้นำจากพรรคเพื่อไทยต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยเหตุผลนี้ การยื้อเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อ จึงไม่สามารถนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤติได้

    โฆษกพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาความมั่นคงอย่างจริงจัง ควบคู่กับการแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจตามข้อเสนอที่พรรคได้เสนอไว้ จึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    นายปริเยศ ยังเตือนนักการเมืองทุกฝ่ายว่า ต้องเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง อย่าเพียงมุ่งหวังตำแหน่งครั้งสุดท้ายก่อนการยุบสภา เพราะหากขาดความสุจริตและไม่ทำเพื่อประชาชน คนไทยจะไม่ให้อภัยนักการเมืองยุคนี้อีกเลย

    .-008

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/910877&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14i3JHQNErYwU9sN12XAHJ

  • นวัตกรรมพลังงานคลื่นลูกใหญ่ ท่าเรือลอสแองเจลิสเปิดตัวระบบผลิตไฟฟ้าจากทะเล

    นวัตกรรมพลังงานคลื่นลูกใหญ่ ท่าเรือลอสแองเจลิสเปิดตัวระบบผลิตไฟฟ้าจากทะเล

    ท่าเรือลอสแองเจลิสในรัฐแคลิฟอร์เนียเปิดตัวโครงการนวัตกรรมระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นทะเล โดยใช้เครื่องลูกลอยสีน้ำเงินที่เคลื่อนไหวไปตามคลื่นลูกใหญ่ เพื่อแปลงพลังงานจากทะเลให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง

    อินนา บราเวอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพอิสราเอล Eco Wave Power หวังที่จะขยายระบบไปยังหลายสิบแห่งเพิ่มเติม

    อินนา บราเวอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพอิสราเอล Eco Wave Power หวังที่จะขยายระบบไปยังหลายสิบแห่งเพิ่มเติม

    เทคโนโลยีพลังงานคลื่นลูกใหญ่

    อินนา บราเวอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ Eco Wave Power จากอิสราเอล อธิบายว่าโครงการนี้มีระบบการทำงานที่เรียบง่าย โดยใช้แผ่นลูกลอยคล้ายคีย์เปียโนที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามคลื่น แผ่นลูกลอยเหล่านี้เชื่อมต่อกับลูกสูบไฮดรอลิกที่ดันของเหลวที่ย่อยสลายได้ผ่านท่อไปยังถังสะสมแรงดันขนาดใหญ่สีแดง

    เมื่อแรงดันถูกปล่อยออก ระบบจะหมุนกังหันเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า หากโครงการนำร่องนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้าหน้าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย บราเวอร์แมนหวังว่าจะติดตั้งแผ่นลูกลอยหลายร้อยชิ้นตลอดเขื่อนกันคลื่นยาว 13 กิโลเมตร ซึ่งจะสร้างไฟฟ้าเพียงพอสำหรับบ้าน 60,000 หลังคาเรือนในสหรัฐอเมริกา

    ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีกล่าวว่า พลังงานจากคลื่นเป็นแหล่งพลังงานที่หมุนเวียนได้ไม่รู้จบ

    ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีกล่าวว่า พลังงานจากคลื่นเป็นแหล่งพลังงานที่หมุนเวียนได้ไม่รู้จบ

    ข้อได้เปรียบเหนือพลังงานทดแทนอื่น

    ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีนี้ระบุว่าพลังงานคลื่นเป็นแหล่งพลังงานที่หมุนเวียนไม่รู้จบและเชื่อถือได้เสมอ แตกต่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในเวลากลางคืน หรือพลังงานลมที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทะเลมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

    ตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา คลื่นบริเวณชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาสามารถผลิตไฟฟ้าเพียงพอสำหรับบ้าน 130 ล้านหลังคาเรือนในทางทฤษฎี หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของไฟฟ้าที่สหรัฐอเมริกาใช้ต่อปี

    อุปสรรคและความท้าทาย

    อย่างไรก็ตาม พลังงานคลื่นยังคงเป็นพลังงานทดแทนที่ด้อยกว่าแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นที่เป็นที่รู้จัก และยังไม่ได้รับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในขนาดใหญ่เพียงพอ ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยการล้มเหลวของบริษัทต่าง ๆ และโครงการที่จมลงเนื่องจากความรุนแรงของทะเลลึก

    การพัฒนาอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งพอจะทนต่อความแรงของคลื่น พร้อมทั้งส่งกระแสไฟฟ้าผ่านสายเคเบิลใต้น้ำไปยังชายฝั่งเป็นงานที่ยากมาก บราเวอร์แมนกล่าวว่า โครงการของคู่แข่งเกือบ 99 เปอร์เซ็นต์เลือกติดตั้งกลางทะเล ซึ่งมีต้นทุนสูงมากและเสียหายตลอดเวลา จึงทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินการได้

    ความหวังและแผนขยายผล

    ด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนท่าเทียบเรือและสามารถยกขึ้นได้ บราเวอร์แมนเชื่อว่าได้พบคำตอบ เมื่อคลื่นสูงเกินกว่าระบบจะรับมือได้ แผ่นลูกลอยจะยกตัวขึ้นสู่ตำแหน่งบนสุดจนกว่าพายุจะผ่านไป จึงไม่เกิดความเสียหาย

    บริษัท Eco Wave Power วางแผนขยายผลไปยังพื้นที่อื่น โดยระบุสถานที่ที่เหมาะสมเพิ่มเติมหลายสิบแห่งในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันโครงการในอิสราเอลสามารถจ่ายไฟให้กับบ้านได้ถึง 100 หลังคาเรือนในท่าเรือยัฟฟาตั้งแต่เดือนธันวาคม ขณะที่โครงการในปอร์โต ประเทศโปรตุเกส คาดว่าจะจ่ายไฟให้กับบ้าน 1,000 หลังคาเรือนในปี 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/wave-energy-los-angeles-port-renewable-electricity&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09eVKWTlfJPRBCcMFzahSj

  • ทีทีบี เดินสายอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ให้ลูกค้าธุรกิจในภูมิภาค

    ทีทีบี เดินสายอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ให้ลูกค้าธุรกิจในภูมิภาค

    ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินสายจัดสัมมนา “ttb I Business Knowledge Connect พลิกเกมส์ธุรกิจ สู่ความยั่งยืน” แนะแนวทางการบริหารธุรกิจด้วยกลยุทธ์และนวัตกรรม เพื่อช่วยลูกค้าธุรกิจในภูมิภาค กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากเจ้าของธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจมุ่งสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและสงครามการค้าโลก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และมีผลกระทบต่อทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3.37 ล้านล้านบาท และมีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 25.9 % เพื่อให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวและวางแผนการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต พัฒนาระบบการจัดการภายในธุรกิจให้มีประสิทธิภาพครบทั้งซัพพลายเชน พร้อมรับมือกับทุกสภาวะเศรษฐกิจ โดยทางธนาคารพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะ ทั้งการดำเนินธุรกิจภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

    ภายในงานสัมมนา “ttb I Business Knowledge Connect พลิกเกมส์ธุรกิจ สู่ความยั่งยืน” ธนาคารมีการอัปเดตข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับปี 2568 พร้อมแนะแนวทางเสริมประสิทธิภาพและลดต้นทุนธุรกิจ ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานนำไปปรับใช้กับองค์กรได้ตรงจุดมากขึ้น โดยมีการจัดงานใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) และภาคใต้ (หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา)

    ทีทีบี มุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจและเอสเอ็มอีไว้วางใจ พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาแบบองค์รวม ตั้งแต่การให้คำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และได้มากกว่าด้วยโซลูชันครบวงจรที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจในทุกสถานการณ์จนประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238677&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37MfgQ56z7E9cK9NyyfrG3

  • กรุงไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ช่วยประคองลูกค้าทุกกลุ่มฝ่าวิกฤต

    กรุงไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ช่วยประคองลูกค้าทุกกลุ่มฝ่าวิกฤต

    ธนาคารกรุงไทย เคียงข้างคนไทยฝ่าวิกฤต ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% สอดคล้องกับมติกนง. เพื่อช่วยลูกค้าทุกกลุ่มเร่งปรับตัวรับกับความท้าทายครั้งสำคัญจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของโลก และการแข่งขันที่จะทวีความเข้มข้นขึ้นในเวลาอันใกล้ รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งปฏิรูป

    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในจุดที่เปราะบาง โดยเฉพาะผลกระทบจากกฎกติกาการค้าที่พลิกผันครั้งใหญ่ ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันในรูปแบบใหม่ในสายการผลิตของโลก จำเป็นต้องมีการปรับตัวและปฏิรูปภายในประเทศ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ และแย่งชิงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม ซึ่งทุกประเทศต่างเร่งออกมาตรการเพื่อให้ภาคธุรกิจปรับตัว ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โดยรวมถือเป็น Perfect Storm ที่สร้างความท้าทายอย่างยิ่ง

    ธนาคารกรุงไทย เร่งสนับสนุนคนไทยและธุรกิจไทยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายครั้งสำคัญ จึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เพื่อช่วยลูกค้าทุกกลุ่มเร่งปรับตัว ภายใต้ข้อจำกัดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไข ลดภาระทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ SME ประคองธุรกิจ และลูกค้า ประชาชนให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ สอดคล้องกับการปรับลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)

    • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน เป็น 6.620 % ต่อปี

    • อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน เป็น 6.500 % ต่อปี

    • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน เป็น 7.045 % ต่อปี

    โดยมีผลในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่เปลี่ยนแปลง

    “ในภาวะที่ประเทศไทยเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จาก Perfect Storm ทั้งโครงสร้างภายในและระเบียบโลกใหม่ นำมาซึ่งความจำเป็นในการปฏิรูปความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับรายได้ และจัดสรรทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงไทยพร้อมเป็นพลังสำคัญในการช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้า ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเร่งการปรับโครงสร้างหนี้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละกลุ่มลูกค้า เพื่อสนับสนุนลูกค้ามีโอกาสฟื้นตัวต่อไปได้อย่างมีศักยภาพ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238629&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tF_dcEx79dRXll7YSd1DN

  • ใจสลาย! “เบิ้ล ปทุมราช” ร่ำไห้สูญเสียน้องชาย ตั้งศพที่อำนาจเจริญรอไปบอกลาครั้งสุดท้าย! | เดลินิวส์

    ใจสลาย! “เบิ้ล ปทุมราช” ร่ำไห้สูญเสียน้องชาย ตั้งศพที่อำนาจเจริญรอไปบอกลาครั้งสุดท้าย! | เดลินิวส์

    ใจสลาย! “เบิ้ล ปทุมราช” ร่ำไห้สูญเสียน้องชาย ตั้งศพที่อำนาจเจริญรอไปบอกลาครั้งสุดท้าย!

    “เบิ้ล ปทุมราช” นักร้องดัง ร่ำไห้ไม่อายสูญเสียน้องชายไปไม่มีวันกลับ ตั้งศพที่อำนาจเจริญรอไปบอกลาครั้งสุดท้าย งานนี้แฟนๆ และเพื่อนในวงการปลอบใจมากมาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5070424/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L_vEL9u0Wo7iRz1g2ZAA5

  • สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข | TOPNEWS

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข | TOPNEWS

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข

    • เผยแพร่ : 31/08/2025 21:52

    สุรินทร์ สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา หลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข พ่อค้าแม่ค้าโอดรายได้ลดฮวบ จะอดตายกันแล้ว วอนนายกคนใหม่ เร่งแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ รวมทั้งเยียวยาให้ทั่วถึงคนต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดนด้วย

    วันที่ 31 ส.ค.68 นานรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยนายปภพ ขอไชย ที่ปรึกษาฯนายพิรุณ อุ่นศรี และนายนพรัตน์ กิ่งแก้ว ทีมงานผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวนย่านของตลาดการค้าชายแดนช่องจอม โดยเฉพาะร้านค้าริมทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายเนื้อหมูสด ร้านขายไก่ย่าง และร้านขายผลไม้ เพื่อรับฟังการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนต่างๆไปปรึกษาในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไป

    นายอุทัย สมสุข พ่อค้าขายไก่ย่างริมทาง ตรงข้ามตลาดช่องจอม กล่าวว่า เมื่อก่อนเคยขายไก่ย่างได้เงินวันละ7-8 พันบาท ปัจจุบัน วันละพันกว่าบาท รวมต้นทุน อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือคนต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดน ก็ควรได้เงินเยียวยาด้วย คนที่อื่นมาหากินชายแดนเยอะ อยากให้รัฐบาลใหม่เคลียร์กันให้จบๆจะได้สงบค้าขายกันปกติ ส่วนงวดรถก็ส่งปกติ ไม่มีการผ่อนผัน อยากธนาคารเอกชนช่วยผ่อนผันชาวบ้านที่มีงวดรถงวดราด้วย ไม่มีรายได้กันแล้ว ถ้ายังยืดเยื้อประชาชนชายแดนตายหมด

    แม่ค้าขายเนื้อหมูสด รายหนึ่งที่ย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม (เสื้อสีน้ำเงิน) กล่าวว่า อยากให้สถานการณ์ชายแดนจบเร็วๆ เมื่อก่อนขายหมูได้วันละ 1-2 หมื่นกว่า ทุกวันนี้ได้วันละพันบาท ไม่ได้ค่าน้ำมันมาขาย ไม่พอค่ากิน ทั้งค่าลูกเรียนหนี้ ธกส.อีก งวดรถ อยากให้ช่วยผ่อนผันด้วย

    ด้านนางสาวอรุณ วรรณจีบสุข แม่ค้าขายผลไม้ที่ตลาดชายแดนช่องจอมกล่าวว่า เมื่อก่อนขายของได้วันละ 4 หมื่น ทุกวันนี้ได้สามพัน อยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยแม่ค้าชายแดน ในเรื่องทุนที่จะมาค้าขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว รถก็ถูกยึดหมดแล้ว เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ ชายแดนเป็นแบบนี้ อยากให้ชายแดนกลับมาเหมือนเดิม ไม่มีเขมรก็ได้ คนไทยก็พอช่วยซื้อกันได้ อาจจะน้อยหน่อย ลดลงหน่อยเราก็ทำกินได้ ตี่ถ้ายังยิงกันแบบนี้ทำมาหากินอะไรไม่ได้เลย อยากให้นายกรัฐมนตรีใหม่ ช่วยแก้ปัญหาชายแดน เรื่องปากท้องประชาชน และให้ช่วยเยียวยาคาต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดน ด้วยอาจจะไม่มากก็ให้เขาบ้าง อาจจะไม่มีทะเบียนบ้าน ที่มาเช่าบ้านมาหากินที่นี่ ให้ช่วยกันทุกคน ให้พ้นวิกฤติ.

    ภาพ-ข่าว นพรัตน์ กิ่งแก้ว ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์

    7

    51

    ชายแดนสงขลาเฝ้าระวังเข้ม รวบหนุ่มมาเลย์ซุก M16

    กรมพลศึกษาร่วมกับจังหวัดพัทลุง ส่งเสริม โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้

    แข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้ แจกทุเรียนกินฟรี

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) BYD ส่งออกรถ EV ผลิตจากโรงงานในไทยสู่ยุโรปครั้งแรก

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ‘ประชุมสุดยอด SCO’ ที่เทียนจินใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว 100%

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294925&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18–a90vI-xUtlldSmDshY