Category: วัฒนธรรม

  • มติ ครม. 2 กันยายน 2568 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ – กระทรวงศึกษาธิการ

    มติ ครม. 2 กันยายน 2568 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ – กระทรวงศึกษาธิการ

    สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติงบกลาง 151.73 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) และอนุมัติงบกลาง 192 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูสถานศึกษา/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ 51 จังหวัด

    อนุมัติงบกลาง 151.73 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม)

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 151.73 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โดยให้เบิกจ่ายในงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ

    สาระสำคัญของเรื่อง

    สำนักงบประมาณได้นำเรื่องกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว และนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน จำนวน 151.73 ล้านบาท และมีความเห็นเพิ่มเติมให้ สช. ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรายการดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วน และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อน คำนึงถึงความประหยัดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ

    นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น งบประมาณทั้งสิ้น 1,674.73 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรายการเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนอาหารกลางวัน ระดับประถมศึกษา และเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนอาหารเสริม (นม) ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และกรุงเทพมหานคร ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนออีกด้วย

    อนุมัติงบกลาง 192 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเหตุอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ 51 จังหวัด

    คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนทั้งสิ้น 192,005,915 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูสถานศึกษา/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จำนวน 958 รายการ ในพื้นที่ 51 จังหวัด โดยเบิกจ่ายในงบลงทุนค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง 954 รายการ จำนวน 188,976,900 บาท  และงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (ค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน) จำนวน 3,029,015 บาท

    สาระสำคัญ

    สำนักงบประมาณแจ้งผลการพิจารณาการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลางฯ ดังกล่าว ว่านายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนทั้งสิ้น 192,005,915 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูสถานศึกษา/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม จำนวน 958 รายการ ในพื้นที่ 51 จังหวัด โดยเบิกจ่ายในงบลงทุน ค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง 954 รายการ จำนวน 188,976,900 บาท และงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไปรายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน) จำนวน 3,029,015 บาท และเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

    ประโยชน์และผลกระทบ

    1. นักเรียนทุกกลุ่มได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนมีศักยภาพและความพร้อมสำหรับการเรียนรู้
    2. ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สามารถดำเนินการจัดการเรียนการสอนและปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาได้รับการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    3. ผู้ปกครองของนักเรียนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
    4. หน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการสนับสนุน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้ เพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ และผลกระทบด้านความรู้ของนักเรียน

    มติ ครม.เพิ่มเติม https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/100344

    บัลลังก์ โรหิตเสถียร
    สรุป/รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/cabinet-resolution-02092025/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RM49ZdNwUywFwwSOeDEzc

  • มูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาเด็กออทิสติกและเด็กพิการจังหวัดพะเยา จำนวน 101 ทุน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนำไปพัฒนาศักยภาพในกลุ่มเด็กพิเศษ

    มูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาเด็กออทิสติกและเด็กพิการจังหวัดพะเยา จำนวน 101 ทุน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนำไปพัฒนาศักยภาพในกลุ่มเด็กพิเศษ

    มูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาเด็กออทิสติกและเด็กพิการจังหวัดพะเยา จำนวน 101 ทุน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนำไปพัฒนาศักยภาพในกลุ่มเด็กพิเศษ


    3/09/2568 | 64 |

    มูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาเด็กออทิสติกและเด็กพิการจังหวัดพะเยา จำนวน 101 ทุน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและนำไปพัฒนาศักยภาพในกลุ่มเด็กพิเศษ 

             นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการในมูลนิธิคุณพุ่มของจังหวัดพะเยา ณ ห้องประชุมดอกแก้ว ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดพะเยา ซึ่งมูลนิธิคุณพุ่มได้มอบหมายให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แทนพระองค์ ในการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กพิการในจังหวัดพะเยา จำนวน 101 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 505,000 บาท โดยเด็กออทิสติกและเด็กพิการในพื้นที่ ได้เข้ารับประทานทุนต่อหน้าพระรูปทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยมี เหล่ากาชาดจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ปกครอง เข้าร่วมในพิธี 
              นายอดิศร แดงเรือน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณดี ผู้ประทานกำเนิดมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงเล็งเห็นว่าบุคคลที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ หรือบุคคลออทิสติก ยังไม่ได้รับโอกาสในด้านต่างๆ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกทั้งยังทรงห่วงเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และยากไร้ทางสังคม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเงินทุนแรกเริ่มสำหรับจดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณพุ่มโดยทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการมูลนิธิ ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดมูลนิธิคุณพุ่มได้ขอความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กพิการในจังหวัดนั้นๆ และได้มีเมตตาประทานทุนให้กับเด็กออทิสติกและเด็กพิการทุกประเภทในทุกจังหวัดเป็นประจำทุกปี เรื่อยมาตั้งปี 2550 จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ปกครองของเด็กได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อให้เด็กได้มีศักยภาพและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/420577&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ELCoSk6CQmI_Wpj8ef-uP

  • จับตาโอกาสใหม่อสังหาฯไทย เรียลดีมานด์

    จับตาโอกาสใหม่อสังหาฯไทย เรียลดีมานด์

    คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เยือนไทย 16.7 ล้านคน ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 5% แต่ไฮไลต์อยู่ที่ “นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงถึง 34% อยู่ที่ราว 2.27 ล้านคน เทียบปีก่อนหน้าที่เกิน 3 ล้านคน แน่นอนว่าลูกค้านักท่องเที่ยวลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายชัดเจน

       บุษกร ภู่แส

       กรุงเทพธุรกิจ

       แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนลดลงในปีนี้ แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่า คือ “ชาวจีน” ที่เข้ามา อยู่อาศัยจริงจังในประเทศไทย ไม่ใช่แค่มาเที่ยว หากแต่ขยับขยายมาลงหลักปักฐาน เล่าเรียน ทำงาน และลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย “จีนมาไทย” จึงไม่ใช่แค่เดจาวูของกรุ๊ปทัวร์อีกต่อไป! หากแต่เป็นการอพยพเชิงคุณภาพ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนตลาด บ้าน และคอนโดมิเนียมอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-บน

       สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและ ที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เยือนไทย 16.7 ล้านคน ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 5% แต่ไฮไลต์อยู่ที่ “นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงถึง 34% อยู่ที่ราว 2.27 ล้านคน เทียบปีก่อนหน้าที่เกิน 3 ล้านคน แน่นอนว่าลูกค้านักท่องเที่ยวลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายชัดเจน

       หากแต่สิ่งที่เรานึกไม่ถึงคือ “ชาวจีน” ที่มาอยู่อาศัยจริงจัง! เข้ามาทำงาน ลงทุน เปิดกิจการ เรียนหนังสือ นี่คือ “DNA” ใหม่ ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

       ตัวเลขที่สะท้อนภาพนักลงทุนจีนหน้าใหม่ ประกอบด้วย ทุนจดทะเบียนนิติบุคคลสัญชาติจีน ปี 2568 เดือนพ.ค. มีทุนจดทะเบียนจากจีนรวมกว่า 454,551 ล้านบาท คิดเป็น 10.34% ของทั้งหมด นับว่าติด TOP3 ของประเทศไทย พร้อมกับญี่ปุ่นและสิงคโปร์

       สะท้อนให้เห็นว่า “จีน” กำลังตั้งฐานธุรกิจในไทยอย่างจริงจัง และไม่ใช่แค่รายวันที่หมดไป ถัดมา จำนวนผู้ถือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ชาวจีนที่ได้งานในไทยมีจำนวน 47,128 คน ณ เดือน พ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นจากญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานะอันดับ 1 ในกลุ่มต่างชาติที่ทำงาน ในไทย นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือกลุ่มคนที่ “กินอยู่…ใช้ชีวิต” ในไทยแบบระยะยาว

       และอีกความน่าสนใจคือ นักศึกษาต่างชาติ “จีน” คือผู้นำจำนวนนิสิต นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 มีชาวต่างชาติราว 49,410 คน คนจีนกว่า 23,243 คน ครองอันดับ 1 ในระดับก่อนมหาวิทยาลัย มีนักเรียนต่างชาติกว่า 188,428 คน ซึ่งราว 40% มาจากจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม ฯลฯ คนกลุ่มนี้ คือ อีกแรง ขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์ เพราะต้องมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง หรือ ผู้ปกครอง ตลอดระยะเวลาที่เรียน ในเมืองไทย

       คนจีนสร้าง impact ยิ่งใหญ่?

       ชาวจีนไม่ได้มาแค่ท่องเที่ยว แต่ “Patch In” เข้าโครงสร้างเศรษฐกิจไทย คนจีนที่มาพร้อมกับ ใบอนุญาตทำงาน หรือจดทะเบียนบริษัท มีแนวโน้มอยู่นาน ลงทุนจริง ช่องทางการซื้อ-เช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น กลายเป็น Real Demand ไม่ใช่แค่ Speculation หรือเก็งกำไร! และแตกต่าง จากกลุ่มทัวริสต์ที่มาแล้วไป

       “คนจีนกลุ่มนี้มีความต้องการจริง เช่น ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม หนังสือเดินทางไทย บางคนเช่าบ้านเดี่ยวกลางเมือง ทำให้ตลาดเริ่มขยับ หากจับกลุ่มลงทุน หรือผู้ที่มาอยู่จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทัวริสต์ จะเป็นโอกาสที่ดี”

       คนจีนกลุ่มนี้ยังสร้างและบริหารธุรกิจในไทยไม่ว่าจะสายเทคโนโลยี โรงงาน กระตุ้นให้เกิด ความต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาว ส่งผลกระทบที่ชัดเจนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้แตกต่างไปจากเดิม กล่าวคือ ต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาตลาดระดับกลาง จนถึงระดับบน ที่มีความเฉพาะที่ชัดเจน มากกว่าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ กลุ่มคนจีนที่มาอยู่จริงนิยมทำเลใกล้รถไฟฟ้า ย่านศูนย์กลางธุรกิจ ทำเลศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองท่องเที่ยว

       “สิ่งที่น่าสนใจ คือ นิติบุคคลสัญชาติจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นแบบชัดเจนและ ต่อเนื่องช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้จะยังอยู่อันดับ 3 แต่น่าติดตามในระยะยาวว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนหลังจากนี้ “

       นอกจากนี้ คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยมีทั้งในฐานะพนักงาน หรือธุรกิจของตนเอง ที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มขึ้นของคนจีนที่ได้รับ ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ขึ้นมาอยู่อันดับ 1 แซงหน้าชาวญี่ปุ่นไปแล้ว! สอดคล้องกับการครองอันดับ 1 ของ การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในไทย แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม แต่จำนวนขนาดนี้เพียงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

       ขณะที่ “15 อันดับแรก” ของนักศึกษา ต่างชาติในระดับอุดมศึกษาที่มีจำนวนมาก ที่สุดในประเทศไทย ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567 นักศึกษาจากจีนเป็นอันดับที่ 1 ด้วยจำนวน 23,243 คน ตามด้วยนักศึกษาจาก เมียนมา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมรอบมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้ง ในรูปแบบซื้อและเช่า

       โดยภาพรวมคนจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะประเทศไทยค่อนข้างเอื้อประโยชน์ในการเข้ามาทำธุรกิจ หรือลงทุน อีกทั้งการตรวจสอบหรือ ขั้นตอนในการขออนุญาตต่างๆ ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ทำให้การเข้ามาของคนจีนเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวทุกระดับมีมากขึ้น

       นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่ดีเวลลอปเปอร์ไทยต้องจับตา!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470172&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rIdiFuNAuR3X2Wq5omfva

  • ฝ่ายปกครอง-ตร.ช้างกลาง ลุยจับเพิ่มผู้ต้องหาฆ่าฝั่งดิน “ฟิล์ม หลักช้าง” บุกบ้าน “นายหัวหรั่ง” ยึดสัตว์ป่าสงวนเพียบ

    ฝ่ายปกครอง-ตร.ช้างกลาง ลุยจับเพิ่มผู้ต้องหาฆ่าฝั่งดิน “ฟิล์ม หลักช้าง” บุกบ้าน “นายหัวหรั่ง” ยึดสัตว์ป่าสงวนเพียบ

    ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ฟิล์ม หลักช้าง” อายุ 35 ปี ที่หายตัวไปตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 ก่อนถูกพบเป็นศพถูกยิงและแทงซ้ำหลายแผล ยัดกระสอบปูนฝังดินใ…
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/crime/445007&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pY1HUMdRzl41-7g7M7s5q

  • อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ?  – BBC News ไทย

    อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ? – BBC News ไทย

    อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ?

    A man stands in front of a fan misting water in Baghdad where heat spiked to over 50 C or 122 F

    ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, งานวิจัยชี้ว่าคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประจำจะแก่ตัวเร็วขึ้น
      • Author, แองเจลา เฮนชอลล์
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

    ซูเลย์มาน ฮัมมูดาน เติบโตขึ้นมาและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่อากาศร้อนอย่างแผดเผามาตลอด

    เขาทำงานด้านการขายในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงได้เกินกว่า 45 องศาเซลเซียส ในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย.

    “หากคุณอยู่ข้างนอกตอนกลางวัน มันจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณอยู่กลางทะเลทราย ความร้อนและความชื้นอาจทำให้คุณถึงขั้นหายใจไม่ออก”

    “ผมมักจะทำงานจากที่บ้านบ่อย ๆ ถ้าผมจะออกไปข้างนอกก็จะเป็นช่วงทุ่มนึง ตอนที่ดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว มันก็ยังร้อนอยู่ แต่ทนได้มากกว่า” ซูเลย์มานกล่าว

    มีคนจำนวนน้อยมากที่ออกมาเดินตามท้องถนนในช่วงฤดูร้อน “ดังนั้น เวลาพูดถึงการไปทำงาน ผมออกจากบ้าน ขึ้นรถ และไปออฟฟิศ” เขาเสริม

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • แคนดิเดตนายกฯ จากภูมิใจไทย vs ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ จากเพื่อไทย

    • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่า

    • Montage image showing a cadaver in a mortuary

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “ทุกพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะตามห้ามสรรพสินค้าที่ซึ่งผู้คนนิยมที่จะใช้เวลาตลอดทั้งวัน ห้างคือบ้านหลังที่สองเลย”

    ตอนนี้ซูเลย์มานกำลังปรับวิถีชีวิตประจำวันของเขาเช่นเดียวกับผู้คนอีกมากมาย ให้เข้ากับอุณหภูมิตอนนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวเลขที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

    นักวิทยาศาสตร์กำลังวิจัยว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเรา หากต้องทนต่อความร้อนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    การศึกษาของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) ได้วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันหลายพันคนที่อาศัยอยู่ในหลายรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สภาพภูมิอากาศรายวันพุ่งสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส

    ทีมวิจัยได้ใช้การตรวจเลือดเพื่อวัด “อายุในทางทางระบาดวิทยา” (epidemiological age) ของผู้เข้าร่วม 3,600 คน เทียบกับอายุจริงของพวกเขา และนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับดัชนีความร้อน (heat index)

    ผู้เขียนงานวิจัยอย่าง ดร.อึนยอง ชเว นักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ USC กล่าวว่า พวกเขาพบผลลัพธ์น่าตกใจ นั่นคือ ผู้ที่เผชิญกับอุณหภูมิสูงเป็นประจำมีการแก่ตัวเร็วกว่าปกติ

    A person carrying an umbrella as a sunshade walking past a message board showing a temperature of 122 degrees Farenheit

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, จำนวนวันที่อากาศร้อนจัด (extreme heat) ในสหรัฐอเมริกาอาจเพิ่มขึ้นถึง 20-30 วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบทั่วประเทศ ภายในปี 2050

    ความร้อนส่งผลกระทบถาวรต่อร่างกายหรือไม่

    นักวิทยาศาสตร์ทราบกันอยู่แล้วว่าความร้อนอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการทำงานของสมอง สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงประสิทธิภาพในการทำงานของไต

    อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก USC ชี้ว่า การอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนสูงบ่อยครั้งกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสายพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของมนุษย์ด้วย นี่คือกระบวนการที่เรียกว่า “เมทิเลชัน” (methylation)

    เจฟฟ์ กู๊ดเดลล์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “The Heat Will Kill You First – Life and Death on a Scorched Planet” [อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า: ความร้อนจะฆ่าคุณก่อน – ชีวิตและความตายบนโลกที่ถูกแผดเผา] กล่าวว่า “เมื่ออุณหภูมิร่างกายของเราเพิ่มขึ้น ไขมันที่ห่อหุ้มเซลล์ (lipids) จะเริ่มเสื่อมสภาพตามเวลาจริงแบบเรียลไทม์ โดยมันจะค่อย ๆ คลายตัวออกมา”

    “โครงสร้างของเซลล์จะแตกออก และนั่นคือสิ่งเดียวกันกับเวลาคุณต้มไข่ เยื่อหุ้มไข่ถูกทำลาย”

    A carer carefully gives a very pale older man a glass of water

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การอาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนอาจเร่งให้เกิดโรคที่มากับวัยเร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวาน สมองเสื่อม และโรคหัวใจ

    อายุทางชีวภาพคืออะไร

    เช่นนั้นแล้วเซลล์ของเรากำลังเสื่อมสภาพลงเร็วแค่ไหน

    เราต่างทราบดีอยู่แล้วว่าบางคนดูเหมือนจะแก่ชราเร็วกว่าคนอื่น และ ดร.ชเว จากมหาวิทยาลัย USC ยังบอกด้วยว่า หากให้อธิบายง่าย ๆ อายุทางชีวภาพ (epigenetic ageing) คือหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่แพทย์สามารถใช้วัดการแก่ตัวทางชีวภาพของบุคคล อันเป็นตัวชี้วัดว่าร่างกายของเราทำงานได้ดีแค่ไหนในระดับเซลล์

    “ดีเอ็นเอถูกกำหนดมาตั้งแต่กำเนิดและเราไม่สามารถเปลี่ยนมันได้ แต่กระบวนการเมทิเลชันเหมือนสวิตช์ไฟสำหรับยีน และเป็นตัวควบคุมการแสดงออกของยีน” ดร.ชเว กล่าว

    การตรวจเลือดถูกนำมาใช้เพื่อสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการเมทิเลชันของดีเอ็นเอ หรือ DNA methylation (DNAm)

    “คุณอาจจะคิดว่าดีเอ็นเอเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของเรา ขณะที่กระบวนการเมทิเลชันเหมือนกับแผงควบคุมที่จะคอยคุมว่าสิ่งไหนจะถูกเปิดหรือไม่” ดร.ชเว กล่าว

    “สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจกระบวนการนี้คือ เรารู้ว่าปัจจัยภาพนอก เช่น ความเครียด มลพิษทางอากาศ และตอนนี้คือความร้อน สามารถเปลี่ยนแผงควบคุมเหล่านี้ได้”

    ดร.ชเว กล่าวว่า ผลการวิจัยของเธอชี้ให้เห็นว่า การเผชิญกับความร้อนอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อร่างกายเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตครั้งใหญ่ ๆ “มันสามารถเปรียบเทียบได้กับผลกระทบของการสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์หนัก ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนแล้ว”

    แม้การเร่งกระบวนการแก่ชรานี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยอาจส่งผลกระทบให้เราแก่เร็วขึ้นไม่กี่เดือน แต่สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่ามันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา แม้อายุทางชีวภาพจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่องทุกปี แต่มันก็สามารถสะสมกลายเป็นการแก่เร็วขึ้นหลายปีได้เช่นกัน

    แนวโน้มนี้อาจหมายความว่าคุณมีโอกาสป่วยเป็นโรคที่มากับวัย เช่น เบาหวาน ภาวะสมองเสื่อม และโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้เร็วกว่าปกติ

    ทว่า ดร.ชเว กล่าวว่าการวิจัยนี้ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ด้วย

    “เรามองว่า [ข้อค้นพบนี้] เป็นสัญญาณเบื้องต้น ที่มอบ ‘เวลาทอง’ ให้แพทย์สามารถเข้าไปแทรกแซงทางการแพทย์ได้”

    ผมขาวและริ้วรอย

    เช่นนั้นแล้วการอยู่ในที่ที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจะทำให้รูปร่างหน้าตาของคุณเปลี่ยนไปหรือไม่

    ซูเลย์มานเล่าว่า เขาสังเกตว่าร่างกายของเขาแก่เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในนครดูไบ และมีริ้วรอยปรากฏบนใบหน้ามากขึ้น

    “ฤดูร้อนที่แล้วผมต้องไปหาหมอเพราะถูกแดดเผาหนักจนผิวเสียหาย ตอนนี้ก็ยังเห็นรอยแผลเป็นอยู่” เขากล่าวและบอกด้วยว่าเขาต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับครีมกันแดด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดถึงเลยตอนอาศัยอยู่ที่ลอนดอน

    “ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงกางร่มตอนกลางวัน คุณจะรู้สึกถึงผลกระทบของการตากแดดตลอดเวลาเมื่อกลับมาถึงบ้าน”

    การเผชิญแสงอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานานจะทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นบนผิว และทำให้คุณดูแก่กว่าเดิม

    ทว่าสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ มันจะทำให้ผมหงอกเร็วขึ้นด้วยหรือไม่ สีผมของคนเราถูกกำหนดโดยเซลล์ที่สร้างเม็ดสีที่เรียกว่า “เมลาโนไซต์” (melanocytes) และแพทย์ผิวหนังบางคนก็เสนอว่าการสัมผัสกับรังสียูวีอาจรบกวนกระบวนการนี้ได้เช่นกัน

    สิ่งที่เรารู้คือ ความร้อนและความชื้นที่สูงขึ้นทำให้อาการของโรคทางระบบประสาทหลายอาการรุนแรงขึ้น ได้แก่ ลมชัก, โรคหลอดเลือดสมอง, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) และไมเกรน ซึ่งอาการทั้งหมดนี้อาจทำให้การควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายยากมากขึ้น

    A young boy cools off under water fountains during a heatwave on the US East Coast - the picture is distorted through water reflections

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ความร้อนจัดเพียงหนึ่งครั้งจะสามารถเปลี่ยนแปลงการเผาผลาญได้หรือไม่

    คนกลุ่มใดต้องได้รับการปกป้องจากอากาศร้อนจัดมากที่สุด

    ในการศึกษาวิจัยขนาดเล็กในปี 2023 ที่เยอรมนี ดร.เหวินลี่ หนี นักวิจัยด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่ง คณะสาธารณสุขศาสตร์ ที.เอช. ชาน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard TH Chan School of Public Health) ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นกับเซลล์ที่แก่เร็วขึ้นเช่นกัน

    หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานวิจัยของเธอคือการตีความรูปแบบของกระบวนการเมทิเลชันของดีเอ็นเอ (DNA methylation) ที่สัมพันธ์กับโรคที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น

    “ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภาวะอ้วนนั้นแก่เร็วกว่าปกติ” เธอกล่าว “เราพบอย่างสม่ำเสมอว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อนจัดมากกว่า”

    ดร.เหวินลี่ หนี เสริมว่า เวลาที่การตรวจเลือดบ่งชี้ว่าเซลล์แก่เร็วกว่าปกติ สิ่งนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ที่มีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงของการเสียชีวิต รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด และโรคทางระบบประสาทด้วย

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ก็มีข้อจำกัด แม้ว่าการศึกษาภาวะเหนือพันธุกรรม (epigenetics) จะช่วยให้เข้าใจการแก่เร็วขึ้นได้ แต่มันก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าระบบใดของร่างกายได้รับความเสียหายจากความร้อนมากที่สุด

    ทีมของ ดร.ชเว จึงวางแผนที่จะวิเคราะห์ต่อว่าระบบใดบ้าง ระหว่างระบบไต สมอง หรือหัวใจ คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    Two young women carrying water bottles and phones shelter from the heat under an umbrella

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, รังสียูวีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวเราแก่ลง ส่งผลต่อริ้วรอยและผิวหนังที่เหี่ยวย่น

    “พวกเขาจะต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเอง”

    เจฟฟ์ กู๊ดเดลล์ ตัดสินใจเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลังจากที่เขาไปทำงาน ณ เมืองฟีนิกซ์ ในวันที่อุณหภูมิพุ่งขึ้นถึง 46 องศาเซลเซียส

    เขาเดินผ่านตึกไม่กี่คูหาเพื่อจะไปประชุม แต่เกือบจะล้มลงกลางทางหลังจากต้องเผชิญกับ “กำแพงความร้อน” ที่แผดเผา

    กู๊ดเดลล์หวังจะเข้าใจว่าประสบการณ์ที่เขาได้เจอเพียงครั้งเดียวนั้นจะเปลี่ยนแปลงระบบการเผาผลาญของร่างกายได้หรือไม่

    การศึกษาล่าสุดในหนูทดลองแสดงให้เห็นว่า การเผชิญกับเหตุการณ์ความร้อนจัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถส่งผลอย่างถาวรต่อระบบเผาผลาญของหนูได้

    เมื่อภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น จำนวน “วันที่อากาศร้อนจัด” (extreme heat days) ในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้นอีก 20–30 วันต่อปีในหลายพื้นที่ภายในช่วงกลางศตวรรษนี้ ตามการประเมินสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ

    รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้นและมาเร็วขึ้นกว่าทุกปี

    “อย่างในเท็กซัส ผู้คนคิดถึง [ฤดูร้อน] ตลอดเวลา” กู๊ดเดลล์กล่าว

    “พวกเขาเรียนรู้จากฤดูร้อนสองครั้งที่ผ่านมาว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และคิดกันใหม่ว่าจะทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร”

    กู๊ดเดลล์บอกว่า ผลที่ตามมาคือตอนนี้เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านภาษาที่ผู้คนใช้ เมื่อสังคมตระหนักถึงความเสี่ยงของความร้อนจัดมากขึ้น

    ขณะนี้กำลังมีการพิจารณาระบบจัดอันดับความรุนแรงของคลื่นความร้อนแบบเดียวกับพายุเฮอริเคน โดยอาจต้องมีตัวชี้วัดความชื้นเพิ่มด้วย

    “ข่าวโทรทัศน์ในอดีตมักจะรายงานภาพรถต่อแถวยาวมุ่งหน้าไปชายหาดในช่วงที่มีคลื่นความร้อน” เขากล่าว

    “แต่ตอนนี้ผู้คนเริ่มมองความร้อนระอุในแง่ของ ‘พลังที่อันตราย’ โดยเฉพาะต่อผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่อาศัยในอาคารที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน”

    สำหรับกู๊ดเดลล์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศได้เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว

    “เรากำลังกลายเป็นสังคมสองขั้ว คือมีฝ่ายที่เย็น และฝ่ายที่ถูกอบ” เขากล่าว

    “ฝ่ายหนึ่งมีน้ำ ร่มเงา และเครื่องปรับอากาศ อีกฝ่ายมีเพียงเหงื่อ ความทุกข์ และในกรณีเลวร้ายที่สุดคือความตาย”

    เขาเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ชาวเท็กซัสทุกคนเรียนรู้เกี่ยวกับความร้อนคือ “มันคือพลังแห่งการล่าเหยื่อ และผู้ที่เปราะบางที่สุดคือเหยื่อรายแรก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/czjmr2pgv4mo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OAlfEXcOABVBWaOkFOaTB

  • สว. เตรียมพิจารณากฎหมาย รายงานการศึกษา ‘กาสิโน’ เสร็จแล้ว

    สว. เตรียมพิจารณากฎหมาย รายงานการศึกษา ‘กาสิโน’ เสร็จแล้ว

    ‘วุฒิสภา’ เตรียมพิจารณากฎหมาย-รายงานการศึกษา เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็ก-ให้ความเห็นชอบบุคคล ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ 8-9 ก.ย.นี้

    3 กันยายน 2568 – ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภาที่ผ่านมา ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 คน ได้แก่ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ โดยตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จำนวน 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน

    จากนั้น ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดย สว. ได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อส่งไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป

    สำหรับการประชุมวุฒิสภาในสัปดาห์หน้า มีวาระการพิจารณาที่น่าสนใจ โดยในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่สภาผู้แทนลงมติเห็นชอบแล้ว จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ….

    ส่วนในวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน และรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรที่มีกาสิโน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) พิจารณาเสร็จแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/855267/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bl3ZkqtRegVDl9RsFmVRa

  • สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา  – BBC News ไทย

    สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา – BBC News ไทย

    สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

    Male mourners carry a body during the funeral for Palestinians killed in strikes, according to medics, at Al-Shifa Hospital in Gaza City. Multiple men are carrying a body wrapped fully in a white shroud and placed on a metal stretcher, on their shoulders.

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, นักวิชาการด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้อ้างถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น การโจมตีของอิสราเอลต่อระบบสาธารณสุข ความช่วยเหลือ และระบบการศึกษาของกาซา
      • Author, เอมีร์ นาเดอร์
      • Role, บีบีซีนิวส์

    สมาคมนักวิชาการนานาชาติด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประกาศว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

    มติที่ผ่านโดยสมาคมนักวิชาการนานาชาติด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ( International Association of Genocide Scholars – IAGS) ระบุว่า การกระทำของอิสราเอลเป็นไปตามนิยามทางกฎหมายที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    ในมติจำนวน 3 หน้า IAGS ได้นำเสนอรายการสิ่งต่าง ๆ ที่อิสราเอลได้กระทำตลอดช่วง 22 เดือนของสงคราม ซึ่งทางสมาคมระบุว่าการกระทำเหล่านั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

    IAGS เป็นสมาคมนักวิชาการด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จำนวนมาก จากสมาชิกจำนวน 500 คน มีสมาชิก 28% เข้าร่วมการลงคะแนนเสียง และ 86% ของผู้ที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนมตินี้

    ในรายงานสรุปนโยบายและการดำเนินการของอิสราเอล คำประกาสของสมาคมนักวิชาด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระบุถึงการโจมตีอย่างกว้างขวางต่อทั้งบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงในภาคการดูแลสุขภาพสาธารณสุข ความช่วยเหลือ และการศึกษา

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • แคนดิเดตนายกฯ จากภูมิใจไทย vs ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ จากเพื่อไทย

    • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่า

    • Montage image showing a cadaver in a mortuary

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    นอกจากประเด็นอื่น ๆ แล้ว ในรายงานยังระบุถึงเด็ก 50,000 คนที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการของอิสราเอล ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกเน้นย้ำจากองค์การยูนิเซฟว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถของชาวปาเลสไตน์ในการเอาชีวิตรอดและฟื้นฟูตนเองร่วมกันในฉนวนกาซา

    มติดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนของผู้นำอิสราเอลในการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา ควบคู่ไปกับการที่อิสราเอลทำลายที่อยู่อาศัยเกือบทั้งหมดในฉนวนกาซา

    IAGS กล่าวถึงถ้อยแถลงของผู้นำอิสราเอลที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของชาวปาเลสไตน์ในกาซา โดยกล่าวหาว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นศัตรู พร้อมกับสัญญาว่าจะ “ทำลายฉนวนกาซาให้ราบเป็นหน้ากลอง” และเปลี่ยนพื้นที่ฉนวนกาซาให้กลายเป็น “นรก”

    กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า รายงานฉบับนี้อ้างอิงจาก “คำโกหกของฮามาส” และงานวิจัยที่ด้อยคุณภาพ โดยเรียกรายงานนี้ว่าเป็น “ความอับอายของวิชาชีพกฎหมาย” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวเสริมด้วยว่า อิสราเอลเองต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    อิสราเอลปฏิเสธบ่อยครั้งว่าการกระทำของตนในฉนวนกาซาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวมีความชอบธรรมในฐานะวิธีการป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง

    คณะนักวิชาการจากสมาคม IAGS ระบุว่า แม้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 คน จะถือเป็นอาชญากรรม แต่การตอบโต้ของอิสราเอลไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮามาสเท่านั้น แต่กลับมุ่งเป้าไปที่ประชากรทั้งหมดของฉนวนกาซา

    อนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งสหประชาชาติปี 1948 ซึ่งได้รับการรับรองหลังจากการสังหารหมู่ชาวยิวโดยนาซีเยอรมนี ได้นิยามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่าเป็นอาชญากรรมที่กระทำ “โดยมีเจตนาที่จะทำลายล้างกลุ่มชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือศาสนาทั้งหมดหรือบางส่วน”

    องค์กรสิทธิมนุษยชนชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงองค์กรของอิสราเอลสองแห่ง ก็ได้ประกาศว่าเป็นเรื่องเชื่อได้ว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    สหประชาชาติและประเทศตะวันตกหลายประเทศกล่าวว่า พวกเขาจะพิจารณาคำตัดสินจากศาลอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่าเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น เป็นคำตัดสินที่มีอำนาจเท่านั้น

    ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของสหประชาชาติ กำลังพิจารณาคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องในปี 2023 ซึ่งยื่นไปว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้ และได้ให้เวลาอิสราเอลยื่นคำแก้ต่างจนถึงเดือน ม.ค. 2026

    อิสราเอลกล่าวหาคดีนี้ว่ามีแรงจูงใจต่อต้านยิว โดยเรียกว่ามันเป็นกรณีเฉกเช่น “บลัด ไลเบล (blood libel)” ซึ่งอ้างอิงถึงข้อกล่าวหาในอดีตที่ว่าชุมชนชาวยิวฆ่าเด็กชางคริสเตียนเพื่อนำเลือดมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

    IAGS กล่าวว่า มติของพวกเขาไม่มีผลต่อคดีใด ๆ ที่ยื่นต่อศาลระหว่างประเทศ

    เมื่อวันจันทร์ (1 ก.ย.) กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาสกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 63,557 คน และบาดเจ็บ 160,660 คนในช่วงสงครามจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขของกระทรวงฯ ถือว่าเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้อย่างกว้างขวาง แต่ไม่สามารถแยกตัวเลขระหว่างพลเรือนและนักรบได้

    ในเดือน ส.ค. หน่วยงานไอพีซี (IPC) ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบติดตามเรื่องอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ ยืนยันว่าภาวะอดอยากกำลังเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของฉนวนกาซา โดยอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของความอดอยากจากการจำกัดอาหารและความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ส่งไปยังฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง

    อิสราเอลควบคุมการข้ามพรมแดนทั้งหมดที่จะเข้าสู่ฉนวนกาซา และในฐานะผู้ยึดครอง อิสราเอลมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องชีวิตพลเรือนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการป้องกันความอดอยาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c78z8p08nndo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ea3evf5XRnu0VIv5ewK9r

  • โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    อย่าทิ้ง! นำมาขายกับเรา สร้างรายได้ พร้อมช่วยสิ่งแวดล้อม

    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับ PTT Group ขอเชิญชวนทุกท่านนำ น้ำมันพืชใช้แล้ว มาขาย เพื่อนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็น ไบโอดีเซล (น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ)

    เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถช่วยโลกไปพร้อมกับการสร้างรายได้เสริมง่าย ๆ


    💡 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

    • ✔️ สร้างรายได้ จากน้ำมันใช้แล้ว
    • ✔️ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการทิ้งน้ำมันลงท่อ
    • ✔️ ลดการใช้น้ำมันซ้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

    📍 จุดรับซื้อน้ำมันใช้แล้ว

    • ทุกวันพุธแรกของเดือน
    • เวลา 10.00 – 12.00 น.
    • บริเวณ หน้าอาคารสยามบรมราชกุมารี

    💰 ราคากิโลกรัมละ 24 บาท


    📞 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

    • คุณกฤษณ์ จิณณศิริกุล : 081-751-6512
    • คุณภูสิทธิพงษ์ คุณธิดาอวัฒนะ : 02-727-3457 หรือ 081-691-8393

    ✨ อย่าปล่อยให้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นขยะ!
    มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานสะอาดและรายได้ไปพร้อมกัน 💚

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/used-cooking-oil-collection-nida-ptt/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TTbVawYXpCreQQDPEm0_z

  • จังหวัดพะเยา มอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568

    จังหวัดพะเยา มอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมดอกแก้ว ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพะเยา นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิการ ในมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีนายอดิศร แดงเรือน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและความสำคัญของทุนการศึกษา

    ทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม เกิดจากพระดำริและพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงเล็งเห็นว่าเด็กออทิสติกและเด็กพิการยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง จึงได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อตั้งมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณพุ่ม และดำเนินการมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา

    สำหรับปีการศึกษา 2568 จังหวัดพะเยามีนักเรียนได้รับทุนการศึกษาจำนวน 101 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 505,000 บาท โดยมีผู้แทนนักเรียน 10 ราย เข้ารับประทานทุนสนับสนุนการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ เด็กชายธนภัทร ฉิมนอก, เด็กชายเธียรวิชญ์ ชินศิริ, เด็กชายคณาธร เมฆสุวรรณ์, เด็กชายวัชรินทร์ หลักฐาน, เด็กชายตุลพัฒน์ ใจบุญ, เด็กชายภัทรดนัย สีขันท์, เด็กชายอภิชาติ ชัยวร, เด็กหญิงณัฏฐธิดา แพงพรม, เด็กชายอนุวัฒน์ ชาวน่าน และเด็กหญิงวรการณ์ งานดี

    การมอบทุนครั้งนี้สะท้อนถึงพระเมตตาและความห่วงใยของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงมีต่อเด็กออทิสติกและเด็กพิการทุกประเภททั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเหล่านี้มีโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760082/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cP5bLUssvUeAsXK9i-hw-

  • CU SiHub จัดอบรมแนวทางพัฒนานวัตกรรมทางสังคมอย่างยั่งยืน

    CU SiHub จัดอบรมแนวทางพัฒนานวัตกรรมทางสังคมอย่างยั่งยืน

    Skip to content

              ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Social Innovation Hub) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การประเมินผลกระทบทางสังคมที่เชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม (Social Return on Investment: SROI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม M4 ชั้น 23 โรงแรม Centara Grand at Central World 

               รศ.ดร.พรรณี ชีวินศิริวัฒน์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม หรือ Social Return on Investment (SROI) ให้แก่อาจารย์และนักวิจัยของจุฬาฯ ได้เรียนรู้กระบวนการและสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลกระทบงานวิจัยทางสังคมได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของประชาคมโลก

              การอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การประเมินผลกระทบทางสังคมที่เชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในทางการสร้างเครื่องมือการประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Social Innovation Hub) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ศรเนตร อารีโสภณพิเชฐ คณะครุศาสตร์ และ ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ ปั้นบำรุงกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันเอเชียศึกษา บรรยายให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในหัวข้อที่เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมทางสังคม ได้แก่ การประเมินผลกระทบทางสังคมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ขั้นตอนการประเมินผลกระทบทางสังคมตามแนวทาง 3I3S (Triple I & Triple S) และการออกแบบเส้นทางผลกระทบ (Impact pathway) ให้สอดคล้องกับ SDGs รวมถึงกิจกรรมฝึกพัฒนาเส้นทางผลกระทบโครงการวิจัย (Impact pathway workshops)

    (ข้อมูลจากสำนักบริหารวิจัย จุฬาฯ)

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/258127/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cYZhBBCrMBXehvtTtjLpS