Category: วัฒนธรรม

  • ส่องธุรกิจ “ตระกูลพรประภา” ขยายอาณาจักหมืนล้าน เปิดโรงเรียนนานาชาติที่ชลบุรี พื้นที่อลังการมาก

    ส่องธุรกิจ “ตระกูลพรประภา” ขยายอาณาจักหมืนล้าน เปิดโรงเรียนนานาชาติที่ชลบุรี พื้นที่อลังการมาก

    เปิดธุรกิจให้ของตระกูลพรประภา ทุ่มงบกว่าพันล้านบาทเปิดโรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย ทำเลทองจังหวัดชลบุรี  

    ตระกูลพรประภา จากผู้นำเข้า นิสสัน สู่เครือข่ายธุรกิจครบวงจรระดับตำนาน เริ่มจากการนำเข้ารถยนต์นิสสันในไทยยุคแรกๆ วันนี้ตระกูลพรประภาได้สร้างอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ จนถึงโรงแรมและทางด้านการศึกษา

    จุดเริ่มต้นของอาณาจักร

    ในปี 2495 ดร.ถาวร พรประภา ได้ริเริ่มธุรกิจโดยก่อตั้งบริษัท สยามกลการ จำกัด โดยเริ่มจากการนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์นิสสัน และดัทสันในไทยอย่างเป็นทางการเป็นรายแรก

    จากฐานธุรกิจยานยนต์ สยามกลการพัฒนาขยายสู่ธุรกิจสินค้าชั้นนำทั่วโลก เช่น

    • เครื่องจักรหนัก “โคมัตสุ”

    • ลิฟต์และบันไดเลื่อน “ฮิตาชิ”

    • เครื่องปรับอากาศ “ไดกิ้น”

    • เครื่องดนตรีและเสียง “ยามาฮ่า”

    • แบตเตอรี่ “GS”

    • โช้กอัพ “KYB” และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ 

    ท่องเที่ยว–บริการ ต่อยอดจากธุรกิจหลัก

    กลุ่มธุรกิจด้านท่องเที่ยวของสยามกลการ มีเริ่มตั้งแต่สนามกอล์ฟ สยามคันทรีคลับ พัทยา และ Tropicana Pattaya Hotel ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 

    ปัจจุบันธุรกิจภาคบริการได้ขยายไปยังการบริหารโรงแรม เช่น Siam@Siam Design Hotels & Resorts และ Mövenpick Siam Hotel Pattaya รวมถึงโรงแรมใหม่ที่วางแผนสร้างในจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว 

    โรงแรมยักษ์กลางกรุงแปลงเป็นแลนด์มาร์กใหม่

    ตระกูลพรประภา ได้จับมือกับ Pan Pacific Hotels Group เปิดโครงการ Siam Pan Pacific เพื่อแปลงอาคารสำนักงานสยามโมเตอร์เดิมเป็นโรงแรมหรู 18 ชั้นใจกลางกรุงเทพ โดยมีกำหนดเปิดปี 2027 มุ่งเป้าจะเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวระดับโลก

    นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้ บริษัท เรเว่ออโตโมทีฟ จำกัด บริหารโดย ประธานวงศ์ พรประภา

    ปัจจุบันกลุ่มสยามกลการดำเนินธุรกิจในทั้งหมด 6 กลุ่มหลัก ได้แก่

    1. ยานยนต์

    2. อะไหล่-ชิ้นส่วน

    3. เครื่องจักรอุตสาหกรรม

    4. การท่องเที่ยวและบริการ

    5. การศึกษาและเครื่องดนตรี

    6. การลงทุน-อสังหาริมทรัพย์ 

    จากจุดเริ่มต้นธุรกิจรถยนต์เพียงอย่างเดียว ตระกูลพรประประภา ได้ขยายอาณาจักรครอบคลุมแทบทุกมิติของธุรกิจที่ตอบโจทย์ชีวิตคนไทย ทั้งยังมีวิสัยทัศน์สร้างสรรค์และพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจครอบครัวที่มั่นคงและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ 

    ล่าสุดกับการเปิดโรงเรียนนานาชาติ ไฮเกต ประเทศไทย จังหวัดชลบุรี

    โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดสิงหาคม 2569

    กลุ่มสยามกลการ ร่วมกับครอบครัวพรประภา จับมือกับโรงเรียนไฮเกตแห่งอังกฤษ (เก่าแก่กว่า 460 ปี!) ปักหมุดโครงการ “Highgate International School Thailand” บนพื้นที่ 70 ไร่ ใกล้สนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ จ.ชลบุรี บริหารโดย ธันยพร พรประภา ตั้งคารวคุณ 

    • เปิดระดับแรกในปี 2569 รับนักเรียนวัย 2–11 ปี (เตรียมอนุบาล–ประถมศึกษา)

    • ขยายชั้นเรียน เพิ่มระดับมัธยมในปี 2570 และต่อยอดเป็นโรงเรียนประจำในปี 2571–2572 

    • รองรับสูงสุด 1,400 คน  

    • งบลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท กำหนดเริ่มสอนเดือนสิงหาคม 2569 หลังจากก่อสร้างเสร็จต้นปีนั้น 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.sanook.com/9839474/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qsbrDkbGxAQ8ehVKlZ_kX

  • สนค.เผยผลการศึกษาฯ ชี้ สินค้าจาก

    สนค.เผยผลการศึกษาฯ ชี้ สินค้าจาก

    สนค.เผยผลการศึกษาฯ ชี้ สินค้าจาก ‘จีน’ เสี่ยงทะลักเข้าไทยสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มยานพาหนะ

    วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.07 น.

    สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลการศึกษา “การวิเคราะห์การเบี่ยงเบนทางการค้า: กรณีการไหลทะลักของสินค้าจีนหลังสหรัฐฯ กำหนดภาษีต่างตอบแทนจากไทย 19%” ผลการศึกษาพบว่า จีนเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ที่จะเบี่ยงเบนเส้นทางการค้าและส่งออกสินค้าทะลักเข้ามายังประเทศไทย พร้อมเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    เพื่อเตรียมการรับมือตามที่สหรัฐฯ ได้ประกาศอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนใหม่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โดยกำหนดอัตราภาษีสำหรับไทยที่ 19% แต่กำหนดอัตราที่สูงกว่ากับประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยหลายประเทศ เช่น จีน (34%) ไต้หวัน (20%) เวียดนาม (20%) และอินเดีย (25%) ได้สร้างความเสี่ยงที่จะเกิดการเบี่ยงเบนทางการค้า (Trade Diversion) ซึ่งสินค้าจากประเทศที่ถูกเก็บภาษีในอัตราสูงอาจทะลักเข้ามาในตลาดไทยแทน สถานการณ์ดังกล่าวแม้จะมีข้อดีในการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและกระตุ้นการแข่งขัน แต่หากการไหลทะลักดังกล่าวรุนแรงเกินไปจะส่งผลเสียต่อภาคการผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะ SMEs ที่ไม่สามารถแข่งขันได้ จนนำมาสู่การลดกำลังการผลิต การจ้างงาน อีกทั้งยังส่งผลให้ขาดดุลการค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น สนค. จึงได้ทำการศึกษาผลกระทบและประเมินความเสี่ยงเพื่อเตรียมมาตรการรับมือเชิงรุก เพื่อให้ภาครัฐและผู้ประกอบการไทยสามารถรับมือกับผลกระทบเชิงลบได้อย่างทันท่วงที

    สนค. ทำการศึกษาวิเคราะห์โอกาสการเบี่ยงเบนเส้นทางการค้า (Trade Diversion) โดยพิจารณาจากปัจจัย 6 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ช่องว่างอัตราภาษีและต้นทุน (2) โครงสร้างสินค้าและอุปสงค์ (3) ห่วงโซ่อุปทานและข้อตกลงการค้า (4) โลจิสติกส์และภูมิศาสตร์ (5) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยน และ (6) นโยบายกำกับและการบังคับใช้ พบว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะมีการไหลทะลักของสินค้าเข้ามาในไทย เนื่องจากมีส่วนต่างอัตราภาษีกับไทยมากที่สุดถึง 15% ประกอบกับแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) และการอุดหนุนจากภาครัฐที่ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ นอกจากนี้ ความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่เดิมและความสะดวกทางการค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ยิ่งเอื้อให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดไทยได้ง่ายขึ้น

    ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการวิเคราะห์การไหลทะลักของสินค้าจากดัชนีการไหลทะลักของสินค้า (Spill-over Index) ยืนยันสถานการณ์การไหลทะลักของสินค้าจากจีน โดยค่าดัชนีได้พุ่งขึ้นจากระดับ 100 ในปี 2561 (ก่อนสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน) มาอยู่ที่ระดับสูงสุด 130 ในปี 2567 ภายในช่วง 7 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงการไหลเข้าของสินค้าจีนที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มยานพาหนะและส่วนประกอบ กลุ่มสินค้าภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

    เพื่อชี้เป้าสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง สนค. ได้พัฒนาระบบเตือนภัย (Warning System) ขึ้นโดยใช้3 ตัวชี้วัดสำคัญได้แก่ (1) ส่วนแบ่งนำเข้าจากจีน (2) อัตราการขยายตัวของมูลค่านำเข้า และ (3) ช่องว่างราคานำเข้า จากจีนมากกว่าช่องว่างราคาจากโลก และจัดกลุ่มจำแนกตามความเสี่ยงการไหลทะลักของสินค้าจีนออกเป็น 5 ระดับได้แก่ สูง ค่อนข้างสูง เฝ้าระวัง ค่อนข้างเฝ้าระวัง และต่ำ ซึ่งผลการประเมินสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนจำนวน 1,149 รายการ พบว่าส่วนใหญ่จำนวน 904 รายการ (78.7%) ยังอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำกลุ่มค่อนข้างเฝ้าระวัง 38 รายการ อย่างไรก็ตาม มีสินค้า 24 รายการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยง “สูง” 17 รายการอยู่ในกลุ่ม “ค่อนข้างสูง” และอีก 166 รายการอยู่ในกลุ่ม “เฝ้าระวัง” ซึ่งสินค้ากลุ่มเสี่ยงไหลทะลักในระดับ “เฝ้าระวัง”-“สูง” เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุนและสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งแม้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตในเชิงต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่การพึ่งพิงการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากจีนในสัดส่วนที่สูงเกินไป ก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเปราะบางต่อความผันผวนของราคา นโยบาย และข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันสินค้าอุปโภคบริโภคที่แข่งขันโดยตรงกับผู้ผลิตในประเทศหลายรายการ เช่น สุรา กะหล่ำปลี เสื้อผ้า และเครื่องเรือนพลาสติก ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs

    สนค. ได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับการไหลทะลักของสินค้าจีน โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นที่เน้นการเฝ้าระวังเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และมาตรการระยะกลางถึงยาวที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ สนค. จะนำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายทั้งหมดเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นและข้อมูล ก่อนจะนำมาสู่การจัดทำยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์การไหลทะลักของสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

    – 030 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/911974&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uHUMv7FE_3qjCv2YCmohA

  • ขอบคุณชลประทานบุรีรัมย์ จัดงบฯ ขุดลอกห้วยเล็ก พร้อมทําฝายกั้นน้ำ ขยายพื้นที่ชลประทาน ประชาชนจะได้มีน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ขอบคุณชลประทานบุรีรัมย์ จัดงบฯ ขุดลอกห้วยเล็ก พร้อมทําฝายกั้นน้ำ ขยายพื้นที่ชลประทาน ประชาชนจะได้มีน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109079&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fop2fET8isRdfdllr_MPX

  • พิธีมอบทุนการศึกษากองทัพอากาศ และกองบิน 41 ประจำปี 2568

    พิธีมอบทุนการศึกษากองทัพอากาศ และกองบิน 41 ประจำปี 2568

    4 Sep 68

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการกองบิน 41 ประจำปี 2568 โดยมี รองผู้บังคับกองบิน 41, รองประธานคู่สมรสทหารอากาศกองบิน 41 และหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ร่วมพิธี ณ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41

    พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษากองทัพอากาศ จำนวน 194 ทุน และทุนการศึกษากองบิน 41 อีก 76 ทุน

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760883/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ix9wD5frMhT0PCeChikV4

  • ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ในเดือนกันยายนนี้ เครือโรงแรม IHG Hotels & Resorts จัดกิจกรรม Giving for Good Month เพื่อร่วมส่งต่อสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคม ทุกการเข้าพักของคุณจะมีการสมทบเงินบริจาคตามความสมัครใจ เพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและวิสาหกิจเพื่อสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    องค์กรพันธมิตร อาทิ APSN, Saab Shares, VietHarvest และศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ต่างทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการศึกษา การจัดการอาหารส่วนเกิน การสร้างโอกาสด้านสังคม และการสนับสนุนผู้พิการให้เข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม

    เมื่อคุณเลือกเข้าพักที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท คุณได้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ โดยมีการสมทบเงินบริจาคจำนวน 30 บาทสุทธิต่อคืน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการศึกษา เทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพสำหรับผู้พิการทางสายตา

    การเข้าพักของคุณไม่เพียงสร้างความสะดวกสบาย แต่ยังมีคุณค่าในการช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสังคมที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก, กรุณาโทร +66 (0)2 779 8999 หรืออีเมล [email protected]


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744874&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2d6w8RGPkzMEiV-SYxfsd5

  • อาลัย “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี

    อาลัย “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี

    “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัว

    วันที่ 4 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า พระนาย สุวรรณรัฐ เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เสียชีวิตด้วยอายุ 73 ปี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัว

    ประวัติ “พระนาย สุวรรณรัฐ”

    พระนาย สุวรรณรัฐ เกิดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 ที่จังหวัดลำปาง เป็นบุตรชายของคุณพ่อพ่วง สุวรรณรัฐ และคุณแม่ ม.ร.ว.ประสาร สุวรรณทองแถม ซึ่งมีบุตรสาว 5 คน ดังนี้ ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล, นางสาวพิยดา สุวรรณรัฐ, นายพลากร สุวรรณรัฐ (องคมนตรี), นางสาวภราไดย สุวรรณรัฐ และ พระนาย สุวรรณรัฐ

    การศึกษา

    • พ.ศ. 2498 – 2499 เข้าเรียนชั้นอนุบาล 1-2 ที่โรงเรียนอนุบาลสงขลา
    • พ.ศ. 2500 – 2504 เข้าเรียนต่อในกรุงเทพฯ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-4 ที่โรงเรียนราชินี
    • พ.ศ. 2505 – 2512 เข้าเรียนต่อประถมศึกษาปีที่ 5 – มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่วชิราวุธวิทยาลัย
    • พ.ศ. 2513 – 2517 เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • พ.ศ. 2518 – 2519 ระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารรัฐกิจ M.P.A. (U.S.A.) มหาวิทยาลัยอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา

    ประวัติการรับราชการในตำแหน่งสำคัญ

    • ดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานจังหวัดเชียงราย ตำแหน่งอักษรเลข หรือเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
    • ปี พ.ศ. 2522 ย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ 4 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนกลาง ฝ่ายติดต่อต่างประเทศ สำนักงานศูนย์ดำเนินงานเกี่ยวกับผู้อพยพ
    • วันที่ 15 มิถุนายน 2528 โอนมารับราชการสังกัดกรมการปกครอง เลื่อนขึ้นเป็น “ข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ 6” และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ (จพง.ปค.๖) ฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
    • วันที่ 17 มิถุนายน 2528 โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง 6 (จพง.ปค.6) ฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
    • ดำรงตำแหน่ง ปลัดอาวุโส พื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
    • ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น (เจ้าพนักงานปกครอง ๖) ฝ่ายท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี
    • ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอ (จพง.ปค.6) ฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
    • วันที่ 24 ตุลาคม 2532 รักษาราชการในตำแหน่ง “นายอำเภอ” (เจ้าพนักงานปกครอง 7) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนขยับขึ้นเป็นนายอำเภออมก๋อยเต็มตัวในปีเดียวกัน คือ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2532
    • วันที่ 1 พฤษภาคม 2535 เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ 8 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ (จพง.ปค.8) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
    • ปลายปี พ.ศ. 2535 โอนมาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • วันที่ 7 พฤศจิกายน 2537 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง (เจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ 8) กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • ปี พ.ศ. 2538 ดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัด (เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง 9) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • ปี พ.ศ. 2540 รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่น ๆ เป็นลำดับ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดกระบี่ ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเวลา 6 ปี
    • ปี พ.ศ. 2546 ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นครั้งแรกที่จังหวัดสิงห์บุรี
    • ปี พ.ศ. 2547 ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
    • วันที่ 31 ตุลาคม 2549 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.)
    • ดำรงตำแหน่ง “รองปลัดกระทรวงมหาดไทย” เพียงบทบาทเดียว ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องความมั่นคง
    • วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย

    เกียรติคุณ

    • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
    • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2880719&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xKZhaBIpxgCNEVmvMFFB-

  • ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สูงเม่น มอบทุนการศึกษานักศึกษาพยาบาล

    ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สูงเม่น มอบทุนการศึกษานักศึกษาพยาบาล

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 นางผศิริพร สิทผฝธิเศรษญ กำนันตำบลยบ้านเหล่า ประชาสัมพันธ์ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ แจ้งว่านายสถานิตย์ จันใจวงศ์ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอสูงเม่นและนายเพ็ญ ก่อกองรองประธานชมรมฯนายจักรพงษ์ จิตชุ่มเหรัญญิกชมรมฯได้ร่วมเป็นตัวแทนของสมาชิกชมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯของอำเออสูงเม่น

    เข้ามอบทุนการศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ตามโครงการของโรงพยาบาลสูงเม่นฯเป็นเวลา 4 ปีจนจบการศึกษาโดยมอบทุนเป็นรายปี ปีละ40,000.-จำนวน เงิน(รวม160,000บาท)ซึ่งทุนที่มอบเป็นทุนทรัพย์ของสมาชิกชมรมฯทุกท่าน จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่สมาชิกชมรมฯอำเภอสูงเม่นเล็งเห็นถึงประโยชน์ต่อการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์นี้จะได้นำวิชาชีพไปดูแลประชาชนสังคมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760545/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ANr3386p0MR6KKFp3nnTT

  • ขับเคลื่อนการศึกษาไทยภายใต้กำกับ ‘เสมา 2’ ทำได้มากกว่าเป้าที่วางไว้! | เดลินิวส์

    ขับเคลื่อนการศึกษาไทยภายใต้กำกับ ‘เสมา 2’ ทำได้มากกว่าเป้าที่วางไว้! | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5081866/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LP_I-DFMVTmuYuTnhXnRt

  • อดีตอธิการบดีฮาร์วาร์ดกล่าวหาทรัมป์โจมตีระบบมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ

    อดีตอธิการบดีฮาร์วาร์ดกล่าวหาทรัมป์โจมตีระบบมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ

    คลอดีน เกย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวหาว่ารัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์กำลังโจมตีสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกา เป็นการกระทำแบบเผด็จการที่ต้องการปราบปรามความคิดอิสระ ในการปาฐกถาที่สถาบันการศึกษาระดับสูงด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่เนเธอร์แลนด์

    มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้กำลังเผชิญความขัดแย้งกับทรัมป์ ที่เชื่อว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ลีกเป็นปราการของอุดมการณ์เสรีนิยมที่ต่อต้านอนุรักษ์นิยมและมีอคติต่อชาวยิว โดยเฉพาะจากการประท้วงต่อต้านการรุกรานของอิสราเอลในฉนวนกาซา

    ทรัมป์ตัดงบและปิดกั้นนักศึกษาต่างชาติ

    ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามตัดงบประมาณของฮาร์วาร์ดมากกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวปิดกั้นการเข้าศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

    ความจริงคือรัฐบาลอเมริกันกำลังโจมตีสถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัย เกย์กล่าวในกรุงอัมสเตอร์ดัม วาระนี้มุ่งทำลายสถาบันความรู้เพราะเป็นศูนย์กลางของความคิดและข้อมูลอิสระ

    การลาออกท่ามกลางข้อกล่าวหา

    เกย์ ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ขึ้นมาอธิการบดีในประวัติศาสตร์ 368 ปี ลาออกในมกราคม 2024 ท่ามกลางการโต้เถียงเรื่องการต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัยหลังการประท้วงเรื่องสงครามกาซา

    การลาออกเกิดขึ้นหลังการปรากฏตัวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการไต่สวนของสภาคองเกรส เอลิส สเตฟานิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันเปรียบเทียบการร้องเรียกของนักศึกษาก่อให้เกิดการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ และยุยงให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวยิวในอิสราเอลและทั่วโลก

    แรงกดดันจากผู้บริจาค

    เมื่อสเตฟานิกถามเกย์ว่าการร้องเรียกดังกล่าวละเมิดข้อกำหนดความประพฤติของฮาร์วาร์ดหรือไม่ เกย์ตอบว่า ‘เรายอมรับความมุ่งมั่นต่อการแสดงออกอย่างเสรี แม้แต่มุมมองที่ขัดแย้ง ไม่เหมาะสม หรือน่าเกลียดชัง’

    ปฏิกิริยาต่อการไต่สวนของสภาคองเกรสเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง บิล แอคแมน อดีตนักศึกษาฮาร์วาร์ดและผู้บริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ อ้างว่าความขัดแย้งครั้งนี้ นำไปสู่การยกเลิกเงินบริจาคหลายพันล้านดอลลาร์

    เกย์ขอโทษแต่สุดท้ายก็ลาออกในมกราคม 2024 หลังข้อกล่าวหาว่าอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางวิชาการอย่างไม่เหมาะสมในงานวิชาการของตัวเอง

    ห่วงฮาร์วาร์ดยอมสยบทรัมป์

    ในความเห็นที่เนเธอร์แลนด์ เกย์กล่าวว่าฮาร์วาร์ดดูเหมือนเคลื่อนไปสู่นโยบาย ‘ยอมตาม’ ข้อเรียกร้องของทรัมป์ สิ่งนี้น่าเป็นห่วง ไม่เพียงสำหรับเราที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและเผชิญผลกระทบโดยตรง แต่ยังรวมถึงทุกคนในสถาบันอุดมศึกษาที่มองหาความเป็นผู้นำและคำแนะนำจากฮาร์วาร์ด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trump-attacking-us-universities-harvard-president&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wWGizli2CqxwkgONNDoRj

  • ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ผ่านโครงการ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสบายการ์ดได้ร่วมส่งต่อแต้มสะสมแทนพลังน้ำใจ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 โดยทุกแต้มที่สมาชิกบริจาคผ่าน LINE Official Account @CJMORE หรือคลิก https://tinyurl.com/33jperd3 จะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ขาดแคลน เริ่มต้นบริจาคง่าย ๆ เพียง 1 แต้ม (20 แต้ม = 1 บาท)

    และเพื่อให้การช่วยเหลือเกิดผลมากยิ่งขึ้น ซีเจ มอร์ ยังสมทบเพิ่มให้อีก 1 เท่า ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเพียงสื่อกลางเล็ก ๆ ระหว่างลูกค้าและชุมชน โดยมุ่งเน้น 3 ภารกิจสำคัญ ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่นและสังคมโดยรวม ได้แก่

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้โรงเรียนวัดศรีสุวรรณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษา แม้โรงเรียนจะมีผลงานด้านนาฏศิลป์ไทยโดดเด่นจนได้รับรางวัลระดับประเทศ แต่ยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นต่อการเรียนรู้ การปันแต้มจากสมาชิกสบายการ์ดจึงเป็นพลังที่ช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

    แชร์บอลระดับกลุ่มโรงเรียนบางพลี แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา การสนับสนุนจากโครงการนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีเครื่องมือพร้อมในการฝึกซ้อม พัฒนาทักษะกีฬา และเสริมสร้างสุขภาพร่างกายไปพร้อมกับการเรียนรู้

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม 'ซีเจ มอร์' เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ในการติดตามบุคคลสูญหาย ตรวจสอบศพนิรนาม และช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญหายให้ได้พบความจริงและความยุติธรรม แสดงให้เห็นคุณค่าของการช่วยเหลือที่มีผลกระทบทั้งต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้โรงเรียนคลองบางกระบือ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามแข่งขันกีฬา

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม 'ซีเจ มอร์' เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ทั้งนี้ทุกแต้มที่สมาชิกสบายการ์ดมอบมา คือความหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็ก ๆ และครอบครัวที่รอคอย ซีเจ มอร์ เพียงแค่ขอร่วมเป็นสื่อกลางเล็ก ๆ ในการเปลี่ยนแต้มเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสและรอยยิ้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/637815&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t9vhmQYhQkx4uxOjNOQlb