Category: วัฒนธรรม

  • เชียงใหม่-ทีเส็บจัดกิจกรรมส่งเสริมการเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ ยกระดับเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับโลก | TOPNEWS

    เชียงใหม่-ทีเส็บจัดกิจกรรมส่งเสริมการเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ ยกระดับเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับโลก | TOPNEWS

    เชียงใหม่-ทีเส็บจัดกิจกรรมส่งเสริมการเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ ยกระดับเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซ์ระดับโลก

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน. หรือทีเส็บ โดยนางสาวจิตนันท์ เตชะศรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ เดินหน้ายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) สู่ภูมิภาค จัดกิจกรรมพิเศษ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและเผยแพร่บทบาทของ สสปน. ในการให้การสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคเหนือตอนบน และหน่วยงานสมาคมภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการจัดงานประชุมนานาชาติ

    กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำภารกิจหลักของ สสปน. ในการส่งเสริมและสนับสนุนการประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติ (International Bidding) รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อดึงงานประชุมระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งในแง่ของทรัพยากรบุคคลจากสถาบันการศึกษาชั้นนำความพร้อมของภาคเอกชน การประชุมนานาชาติไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem หรือระบบนิเวศทางธุรกิจในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    กิจกรรมในครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เข้าใจถึงรูปแบบการสนับสนุนที่หลากหลายจาก สสปน. ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การจัดทำแผนงาน การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการดึงงานประชุมนานาชาติเข้ามาจัดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของภาคการศึกษาและสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ

    สสปน. มุ่งมั่นที่จะยกระดับให้เชียงใหม่เป็น “จุดหมายปลายทางการจัดงานประชุมนานาชาติ” ของภูมิภาคและผลักดันการจัดอันดับของสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ICCA Ranking) ให้สูงขึ้น โดยปัจจุบันเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับในฐานะจุดหมายปลายทางการประชุมนานาชาติอันดับที่ 2 ของประเทศและอันดับที่ 7 ของอาเซียน

    นภาพร ขัติยะ -ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1301993&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L6U7VkLci8jKgDYbeEeKN

  • วช. เปิดเวทีนักประดิษฐ์ โชว์ 248 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ เตรียมนำเสนอผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติสู่งานวันนักประดิษฐ์ 2569

    วช. เปิดเวทีนักประดิษฐ์ โชว์ 248 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ เตรียมนำเสนอผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติสู่งานวันนักประดิษฐ์ 2569

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาให้รางวัลการวิจัยแห่งชาติที่ วช. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวทีที่ให้นักประดิษฐ์ได้นำผลงานการประดิษฐ์คิดค้น ออกเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักประดิษฐ์ไทยในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และให้นักประดิษฐ์ได้มีโอกาสรับฟังข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและนักประดิษฐ์ด้วยกันเพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถขับเคลื่อนผลงานไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2568 ณ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

    การประกวดและจัดแสดงนิทรรศการผลงาน ใน 9 สาขาวิชาการ ดังนี้
    – สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ 21 ผลงาน
    – สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ 27 ผลงาน
    – สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช 35 ผลงาน
    – สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา 40 ผลงาน
    – สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย 46 ผลงาน
    – สาขาปรัชญา 15 ผลงาน
    – สาขาสังคมวิทยา 14 ผลงาน
    – สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ 23 ผลงาน
    – สาขาการศึกษา 27 ผลงาน
    รวมทั้งสิ้น 248 ผลงาน

    ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดครั้งนี้ จะมีการมอบรางวัลในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/954306&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BhJ_GxOwroeJWk8fVG9Pt

  • อยากติดฟิล์มรถยนต์ เลือกอย่างไรดี? เช็ก 5 เรื่องที่ต้องรู้ – INN News

    อยากติดฟิล์มรถยนต์ เลือกอย่างไรดี? เช็ก 5 เรื่องที่ต้องรู้ – INN News

    ฟิล์มกรองแสงรถยนต์มีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันคือฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นที่กันความร้อนได้ดีเยี่ยมและไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลต่างๆ เช่น GPS หรือ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/lifestyle/news_929849/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H5-qltwcyytGPfTYD6BzQ

  • กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับ …

    กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับ …

    กาญจนบุรี – ยิ่งจับยิ่งเข้าชาวต่างด้าวเมียนมา! ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ สะกดรอยตู้ฟิล์มทึบ คนขับไหวตัวทันซิ่งหนีเข้าสวนปาล์ม สุดท้ายรถติดหล่มจอดทิ้งวิ่งหลบหนีไปได้ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.talknewsonline.com/%3Fp%3D5312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Gw57HNgfeDmmf-Geh1Dmr

  • ‘สหมงคลฟิล์ม’ดึง2กูรูสายเข้ม’อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์’และ’ปาล์ม ธัญวิชญ์’ถกประเด็นร้อนจากหนังกระแสแรง

    ‘สหมงคลฟิล์ม’ดึง2กูรูสายเข้ม’อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์’และ’ปาล์ม ธัญวิชญ์’ถกประเด็นร้อนจากหนังกระแสแรง

    แรงตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย! “The Long Walk” ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ดัดแปลงจากนิยายสยองขวัญของนักเขียนในตำนาน “สตีเวน คิง” ที่ครั้งนี้แท็กทีมผู้กำกับฮังเกอร์เกมส์ “ฟรานซิส ลอว์เรนซ์” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/912167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2H54xrdR6Mu09L75UOfgj3

  • กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย

    วันที่นำเข้าข้อมูล 4 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 ก.ย. 2568

    | 49 view

    เมื่อวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2568 นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง พร้อมด้วยนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและ ศอ.บต. เดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ประจำปี 2568 ของกระทรวงการต่างประเทศ

    คณะได้เข้าร่วมกิจกรรม “Thai Student Gathering 2025” ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างทักษะ และศักยภาพของนักศึกษาไทยมุสลิมในอินโดนีเซีย ซึ่งประกอบด้วยการทัศนศึกษาเชิงวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการและการแนะเนวอาชีพที่น่าสนใจ การดูแลสุขภาพจิตและการเสริมสร้างภาวะผู้นำ โดยมีนักศึกษาไทยมุสลิมเข้าร่วม จำนวนกว่า 160 คน

    นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าพบกับ (1) Mr. Syafiq A. Mughni ประธานองค์กรมูฮัมมะดียะห์ (Muhammadiyah) ณ สำนักงานองค์กรมูฮัมมะดียะห์ กรุงจาการ์ตา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษา แลเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ระหว่างองค์กรฯ กับ ศอ.บต. เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ (2) Dr. Ulil Abshar Abdalla รองประธานองค์กรนะห์ดอตุล อูลามา (Nahdlatul Ulama) เพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาและการขอรับทุนการศึกษาเพิ่มเติมให้กับนักศึกษาไทยมุสลิม รวมไปทั้งการขยายความร่วมมือในประเด็นพหุวัฒนธรรม และแนวคิด “Humanitarian Islam” ด้วย

    การเยือนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงการต่างประเทศในการผลักดันความร่วมมือและการแสวงหาโอกาสด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทยมุสลิมที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับองค์กรมุสลิมของอินโดนีเซียได้รับทราบและเชิญชวนให้อินโดนีเซียเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งสอดรับกับวาระครบรอบ 75 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – อินโดนีเซีย ในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/sbpacindo-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1d2Qlj1U_mjGDmUmkauKt-

  • ไม่ใช่แค่ในละครอีกต่อไป ! อู๋ สมิทธิ จากนักแสดงสู่การเป็นคุณหมอจริง

    ไม่ใช่แค่ในละครอีกต่อไป ! อู๋ สมิทธิ จากนักแสดงสู่การเป็นคุณหมอจริง

              อู๋ สมิทธิ ลิขิตมาศกุล นักแสดงช่อง 3 เดินหน้าในบทบาทใหม่ หลังตัดสินใจสานต่อความฝันครั้งสำคัญ เข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith 

              ไม่ใช่แค่บทบาทในละครอีกต่อไป สำหรับ อู๋ สมิทธิ ลิขิตมาศกุล นักแสดงหนุ่มที่ผู้ชมคุ้นหน้า ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ภาพสวมเสื้อกาวน์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @ousmith พร้อมข้อความบอกชัดว่า “ไม่ได้เป็นหมอแค่ในละครแล้วน้าาา จะเป็นหมอจริง ๆ แล้ว” นับเป็นการก้าวสู่เส้นทางจริงในฐานะนิสิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากเปลี่ยนเส้นทางจากคณะนิเทศศาสตร์ โดยยอมรับว่าเป็นความท้าทาย เพราะต้องเริ่มใหม่ 

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith 

              ในโพสต์ อู๋ สมิทธิ ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว เพื่อน ๆ และคนรอบตัวที่คอยเป็นกำลังใจและช่วยเหลือด้านการเรียน รวมถึงขอบคุณช่อง 3 และผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงที่ให้โอกาสตลอดกว่า 13 ปี ซึ่งเขามองว่าเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้รู้จักตัวเองมากขึ้น

              พร้อมกันนี้ อู๋ สมิทธิ ยังเปิดใจถึงเป้าหมายในอนาคตว่า อยากใช้ความรู้ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือสังคม การเปลี่ยนจากการสร้างความบันเทิงมาสู่การดูแลรักษาผู้ป่วย ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าต่อชีวิตและสังคมโดยรวม

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง

    ภาพจาก Instagram ousmith

              สำหรับการตัดสินใจของ อู๋ สมิทธิ ไม่เพียงแสดงถึงความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคนที่เชื่อว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับการเดินตามความฝัน

     อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith 

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith 

    อู๋ สมิทธิ์ จากดารานักแสดงช่อง 3 สู่การเป็นคุณหมอจริง
    ภาพจาก Instagram ousmith 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view294752.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H6FY5hv3I1dPLu0md7hry

  • แว่นท็อปเจริญ จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU เสริมพลังการศึกษา ปั้นบัณฑิตเจนใหม่ สู่เส้นทางความสำเร็จในอาชีพ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    แว่นท็อปเจริญ จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนาม MOU เสริมพลังการศึกษา ปั้นบัณฑิตเจนใหม่ สู่เส้นทางความสำเร็จในอาชีพ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – แว่นท็อปเจริญ นำโดย นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี รวมถึงสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ พร้อมเปิดโครงการฝึกงาน (Internship Program) รับนิสิตฝึกปฏิบัติงานตามสายงานวิชาชีพ โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงลึกในการปฏิบัติและการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ตลอดจนเสริมสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีความท้าทาย เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้แสดงศักยภาพและนำมาต่อยอดใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภาคการศึกษาและภาคการต่อยอดธุรกิจ อีกทั้งยังเปิดโครงการเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้นิสิตได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกการทำงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพทันทีหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงให้การส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่นิสิตและบุคลากรทั้งสองฝ่าย ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมงาน

    แว่นท็อปเจริญ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพและที่สุดของการบริการ ผ่านความเชี่ยวชาญด้านสายตาอย่างครบวงจร เพื่อการมองเห็นที่สดใส กว้างไกล และเข้าถึงได้ของทุกคนในสังคม จากการบริการด้านสายตากว่า 78 ปีของแว่นท็อปเจริญ ที่มีจำนวนกว่า 2,000 สาขามากที่สุดในไทยและอาเซียน สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th และ Line ID: @topcharoen

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/04/575611/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jtYhKPA0IoSp2N3_yuKtu

  • สยามกลการ ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ พัฒนาคน-วิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

    สยามกลการ ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ พัฒนาคน-วิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

    สยามกลการ ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ พัฒนาคน-วิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EEC

    บริษัท สยามกลการ จำกัด ภายใต้กลุ่มสยามกลการ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศยกระดับความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อการพัฒนาการศึกษา วิจัย และเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสู่สังคม โดยมี คุณประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ จำกัด และ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้แทนลงนาม ณ Club Siam Glowfish ห้อง Siam Pathumwan Hall ชั้น 11 อาคารสยามปทุมวัน เฮ้าส์ กรุงเทพฯ

    สยามกลการ ผนึก ม.ธรรมศาสตร์ พัฒนาคน-วิจัย-นวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EEC

    ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์และต่อยอดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง กลุ่มสยามกลการ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงโลกการศึกษาเข้ากับภาคอุตสาหกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้พร้อมเข้าสู่โลกการทำงานจริง ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

    สำหรับกรอบความร่วมมือครั้งนี้ ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่1. การพัฒนาบุคลากรและนักศึกษา: ผ่านโครงการสหกิจศึกษาและการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์จริงในสถานประกอบการชั้นนำ2. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่3. การบริการวิชาการสู่สังคม: ร่วมมือในการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน สังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน4. การจัดประชุมและสัมมนาทางวิชาการ: เพื่อยกระดับองค์ความรู้ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ5. การสนับสนุนและพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC): ร่วมกันผลักดันและพัฒนาพื้นที่ EEC ให้เติบโตอย่างยั่งยืนคุณประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ จำกัด กล่าวว่า ” สยามกลการ และ ธรรมศาสตร์ เป็นพันธมิตรร่วมกันยาวนาน 42 ปี ด้วยจุดเริ่มต้นวิสัยทัศน์การมองเห็นความสำคัญและมองเห็นโอกาสในการจับมือร่วมกัน ของ ดร.ถาวร พรประภา ตั้งแต่การสนับสนุนที่ดิน สนับสนุนทุนในการวิจัยและพัฒนา จนมาถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกความท้าทายร่วมกันในอนาคต เพื่อนำไปสู่การสร้างสาธารณประโยชน์และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน”

    ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า”การจับมือกับสยามกลการจะช่วยยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะศูนย์พัทยา ให้พร้อมรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและพื้นที่ EEC”

    ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ กลุ่มสยามกลการได้ยึดมั่นในปรัชญา “การคืนกำไรสู่สังคม” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนภาคการศึกษา ซึ่งมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นพันธมิตรที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าวได้อย่างชัดเจนที่สุด ผ่านการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง นับตั้งแต่การวางรากฐานครั้งประวัติศาสตร์ในปีพ.ศ. 2530 ที่ ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสยามกลการ ได้มอบที่ดินกว่า 565 ไร่ เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา, การสนับสนุนงบประมาณ 68 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารปฏิบัติการวิศวกรรมยานยนต์ (Auto-TU) ในปี พ.ศ. 2555 และการมอบที่ดินเพิ่มเติมอีก 18 ไร่ โดย ดร.พรเทพ พรประภาเพื่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ในปี พ.ศ. 2561

    นอกจากนี้ กลุ่มสยามกลการ ยังร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาในสถาบันต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ตลอดจนการสนับสนุนทุนผ่านมูลนิธิต่างๆ เช่น มูลนิธิถาวร-อุษา พรประภา การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน-สื่อมวลชน นอกจากนี้ กลุ่มสยามกลการ ยังขยายการลงทุนสู่ธุรกิจการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการก่อตั้งโรงเรียนดนตรียามาฮ่า และการจับมือกับโรงเรียนไฮเกตจากสหราชอาณาจักรเพื่อก่อตั้ง โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12745047&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HpdRO4S3jts-ODlOVSDF2

  • กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย – กระทรวงการต่างประเทศ

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย

    กระทรวงการต่างประเทศดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ณ อินโดนีเซีย

    วันที่นำเข้าข้อมูล 4 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 ก.ย. 2568

    | 22 view

    เมื่อวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2568 นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง พร้อมด้วยนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและ ศอ.บต. เดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อนานาชาติและนักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศ ประจำปี 2568 ของกระทรวงการต่างประเทศ

    คณะได้เข้าร่วมกิจกรรม “Thai Student Gathering 2025” ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างทักษะ และศักยภาพของนักศึกษาไทยมุสลิมในอินโดนีเซีย ซึ่งประกอบด้วยการทัศนศึกษาเชิงวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการและการแนะเนวอาชีพที่น่าสนใจ การดูแลสุขภาพจิตและการเสริมสร้างภาวะผู้นำ โดยมีนักศึกษาไทยมุสลิมเข้าร่วม จำนวนกว่า 160 คน

    นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าพบกับ (1) Mr. Syafiq A. Mughni ประธานองค์กรมูฮัมมะดียะห์ (Muhammadiyah) ณ สำนักงานองค์กรมูฮัมมะดียะห์ กรุงจาการ์ตา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษา แลเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ระหว่างองค์กรฯ กับ ศอ.บต. เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ (2) Dr. Ulil Abshar Abdalla รองประธานองค์กรนะห์ดอตุล อูลามา (Nahdlatul Ulama) เพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาและการขอรับทุนการศึกษาเพิ่มเติมให้กับนักศึกษาไทยมุสลิม รวมไปทั้งการขยายความร่วมมือในประเด็นพหุวัฒนธรรม และแนวคิด “Humanitarian Islam” ด้วย

    การเยือนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงการต่างประเทศในการผลักดันความร่วมมือและการแสวงหาโอกาสด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทยมุสลิมที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับองค์กรมุสลิมของอินโดนีเซียได้รับทราบและเชิญชวนให้อินโดนีเซียเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งสอดรับกับวาระครบรอบ 75 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – อินโดนีเซีย ในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/sbpacindo-th%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683d&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QczNpYJLfR1_f7yxKck0J