Category: วัฒนธรรม

  • กสทช.ไฟเขียวอนุมัติแนวทางโรดแมปทีวีดิจิทัล คลอดก่อนสิ้นปี 68

    กสทช.ไฟเขียวอนุมัติแนวทางโรดแมปทีวีดิจิทัล คลอดก่อนสิ้นปี 68

    บอร์ด กสทช. มีมติเปิดรับฟังความคิดเห็นจากอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสรุปผลภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานจัดทำร่างแผนที่นำทางกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เตรียมให้ทันการณ์ก่อนใบอนุญาตประกอบกิจการดิจิทัลหมดอายุปี 2572

    วันนี้ (11 ก.ย.2568) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการพิจารณาบทวิเคราะห์ฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ และแนวทางในการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ของไทย ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ต่อเนื่องจากผลการศึกษาโครงการจ้างที่ปรึกษาฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพกระจายเสียงในอนาคตของไทยภายใต้สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อที่จะนำไปจัดทำ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย โดยบอร์ด กสทช. ได้รับฟังการบรรยายสรุปของสำนักงาน กสทช. และอภิปรายถึงประเด็นต่างๆ เช่น นิยามของกิจการโทรทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป การเข้าถึงบริการโทรทัศน์ในอนาคต การกำกับดูแล Streaming Platform ต้นทุนที่สูงขึ้นและความคุ้มค่าในการใช้ MUX สำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล

    ทั้งนี้ บอร์ด กสทช. รับทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อท่ามกลางบริบทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และอภิปรายถึงแนวทางการดำเนินการต่างๆ ในกรณีที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และในกรณีที่มีการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทการหลอมรวมทางเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยอาจเป็นการแก้กฎหมายระดับพระราชบัญญัติเป็นรายมาตราหรือแก้กฎหมายทั้งฉบับ นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายถึงการส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ ทั้งด้านการส่งเสริมการผลิตเนื้อหารายการ การประเมินคุณภาพเนื้อหารายการในกิจการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบกิจการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เทคโนโลยีและการเพิ่มช่องทางในการรับชม เช่น การจัดให้มี national streaming platform และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับคนพิการ

    บอร์ด กสทช. ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช. นำบทวิเคราะห์และข้อเสนอต่างๆ ทั้งที่ทางสำนักงานเสนอมา และที่บอร์ดได้อภิปรายระหว่างการประชุม ไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหากสรุปผลได้ภายในสิ้นปีนี้จะทำให้สามารถเตรียมการได้ทันเวลาก่อนที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ของผู้ให้บริการช่องรายการดิจิทัลทีวีประเภทธุรกิจจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย.2572

    อย่างไรก็ตาม กรอบแนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ที่จะนำเสนอในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จะอ้างอิงตามกรอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นหลัก ส่วนข้อเสนอที่ต้องมีการแก้กฎหมายจะดำเนินการคู่ขนานไปในอีกทางหนึ่ง

    อนึ่ง ประเด็นที่จะนำไปรับฟังความคิดเห็น จะรวมถึงประเด็นต่างๆ เช่น การบริหารทรัพยากรคลื่นความถี่ โครงข่ายฯ และการอนุญาต เช่น การขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จะต้องใช้การประมูลเช่นเดิมหรือให้ผู้ประกอบกิจการโครงข่ายมีหน้าที่ขอรับใบอนุญาต หรือพิจารณาใช้แนวทางอื่นนอกเหนือจากการประมูล หรือเป็นการประมูลแบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติม จำนวนช่องรายการและการกำหนดระดับความคมชัด การใช้งานคลื่นความถี่สำหรับกิจการทีวีดาวเทียม การสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น การทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบให้มีความทันสมัย การลดภาระต้นทุนอื่นที่เกิดจากการกำกับดูแล กฎ Must Carry เป็นต้น

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2568 นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมผู้บริหารสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือถึง ประธานกรรมการ กสทช. เพื่อทวงถามถึงความคืบหน้าในการนำเรื่อง Roadmap ทีวีดิจิตอล ในปี พ.ศ.2572 ซึ่งมีการบรรจุวาระมาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา โดยภาคอุตสาหกรรมต้องการให้มีการพิจารณาโดยเร็วจะได้รับทราบถึงทิศทางของกิจการโทรทัศน์ในอนาคตเพื่อวางแผนเตรียมการล่วงหน้าก่อนที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ของผู้ให้บริการช่องรายการดิจิทัลทีวีประเภทธุรกิจจะสิ้นสุดลง

    ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่บอร์ด กสทช. ได้พิจารณาร่วมกันถึงภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไปของกิจการโทรทัศน์และปัญหาที่แวดล้อม ก่อนจะให้ข้อคิดเห็นเพื่อเป็นข้อมูลให้สำนักงาน กสทช. นำไปจัดทำโรดแมปสำหรับกิจการโทรทัศน์ ก่อนที่ใบอนุญาตประกอบกิจการดิจิทัลทีวีประเภทธุรกิจจะหมดอายุ ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมที่จะได้มีการวางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ ทันต่อสถานการณ์

    อ่านข่าว :

    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต่ำสุดรอบ 32 เดือน กังวลปัญหาการเมือง

    กนอ. จับมือ ส.อ.ท. ยกระดับลงทุน หวังดันศักยภาพอุตสาหกรรมไทย

    บอร์ด สมอ. ไฟเขียว “วงล้อรถยนต์” สินค้าควบคุม มีผลปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356436&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Q2BBIdxTgje_t_xrR2IKk

  • CMDF เปิดผลศึกษา 3 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนตลาดทุนไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CMDF เปิดผลศึกษา 3 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนตลาดทุนไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) และโอลิเวอร์ ไวแมน (Oliver Wyman) บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการชั้นนำระดับโลกในเครือ Marsh McLennan (NYSE:MMC) เปิดตัวรายงานหัวข้อ “Developing The Thai Capital Market Towards An International Financial Hub”  หรือ การพัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ  ชี้ 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับความเชื่อมั่นและการรับรู้ในตลาดทุนไทย การลดอุปสรรคและขยายการเข้าถึง และการสร้างโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ คือกุญแจสำคัญในการผลักดันตลาดทุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก

    ผลการศึกษาที่จัดทำโดย Oliver Wyman ภายใต้การสนับสนุนของ CMDF ตอกย้ำศักยภาพของตลาดทุนไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านมูลค่าตลาด ปริมาณการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และ ความแข็งแกร่งของตลาดตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทาย 5 ด้านที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของตลาดทุนไทยในระดับโลก ประกอบด้วย 1) การสร้างแบรนด์และการเพิ่มการรับรู้ในระดับสากล 2) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน 3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ 4) การเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ในตลาดทุน และ 5) การขยายฐานนักลงทุนสถาบันในประเทศ

                นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ CMDF เปิดเผยว่า รายงานวิจัยนี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นศักยภาพและความท้าทายของตลาดทุนไทย แต่ยังนำเสนอ 5 แนวทางเร่งด่วนเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก โดย CMDF มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่น่าเชื่อถือ แข่งขันได้ และ เชื่อมโยงกับตลาดโลก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/11/577413/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Oh-Zo8yROoUHVUN_BYYXa

  • “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

    “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

    “สันติ” กั๊ก ชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน 1” บอกยังแค่ข่าวลือ ขอรอลุ้นผลตรวจสอบคุณสมบัติก่อน รับจากปมการศึกษา 30-40 ปี สอบจริยธรรมเข้ม ไม่ปฏิเสธส่งชื่อ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” ลูกชายประกบเสียบแทน

    เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีมีกระแสว่ามีชื่อหลุดออกจากโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ตอนนี้ยังเป็นข่าวลืออยู่ เพราะตนเพิ่งส่งประวัติไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 กันยายน 2568 แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหา ซึ่งตนยังไม่ได้รับแจ้งอะไร

    ผู้สื่อข่าวถามต่อ คิดว่าชื่อไม่ขัดคุณสมบัติอะไรใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า “อาจจะมีปัญหาในเรื่อง 30-40 ปี ที่แล้ว ที่มีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ก็เป็นตอนเด็กๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความผิดไม่มี แต่เดี๋ยวนี้มันมีเรื่องของจริยธรรม ที่มันกว้างใหญ่กว่าทะเล ฉะนั้น ก็ต้องไปดูว่าเขาตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งตัวผมก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่กระทรวงแล้ว เป็นสิบปี แต่เดี๋ยวนี้จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ก็มีเรื่องจริยธรรม ต้องไปไกลมาก ต้องไปดูว่าผู้ที่ตรวจสอบเขาจะพิจารณาอย่างไร และข่าวที่ออกมาตอนนี้ก็เป็นข่าวลือ”

    ทางด้านคำถามว่าเรื่อง 30 ปีที่แล้วจะสุ่มเสี่ยงจนทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่ นายสันติ ตอบว่า “ก็ไม่รู้ไง ครั้งที่แล้วผมก็เป็น รมช.สาธารณสุข ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงก่อนหน้านั้น ก็ รมช.คลัง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นมาแล้ว”

    เมื่อถามย้ำว่ามีปัญหาเรื่องของการศึกษาใช่หรือไม่ นายสันติ เผยว่า เป็นเรื่องของการศึกษาสมัยก่อน แต่ที่จริงเราก็ไม่ได้ผิดอะไร เดี๋ยวให้เขาส่งกลับมาก่อน ค่อยเล่าให้ฟัง มันไม่ยากหรอก เพราะเราไม่เคยทำอะไรผิดอยู่แล้ว ส่วนคำถามว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่าน มีแผนรองรับอย่างไรบ้าง นายสันติ ระบุว่า ถ้าไม่ผ่านก็ไปช่วยเขา ไม่มีอะไร

    ขณะที่ประเด็นคำถามจะส่ง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย มานั่งรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายสันติ บอกว่า ลูกชายตนก็อายุ 40 กว่าแล้ว จบจากต่างประเทศ จบมาเยอะแยะ ทำงานมามากมาย เขาเก่งกว่าตนอีก ประสบการณ์การเมืองเขาก็ทำได้ ไม่มีอะไร

    เมื่อถามย้ำว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่านจะผลักดันลูกชายมาทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ยังไม่รู้ อย่าเพิ่งไปคิดเลย ให้การตรวจสอบคุณสมบัติออกมาก่อน ผู้สื่อข่าวถามต่อแสดงว่าได้ส่งประวัติของนายพัฒนา ให้ตรวจสอบด้วยใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า เขาก็อยากจะมาฝึกอยู่แล้ว อาจจะมาเป็นที่ปรึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเขาก็ต้องเช็กประวัติตัวเองก่อน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2882063&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R1YEuBkETpOwOHv_2jRfo

  • จังหวัดสุรินทร์เปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    จังหวัดสุรินทร์เปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    จังหวัดสุรินทร์เปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568


    11/09/2568 | 16 |

    จังหวัดสุรินทร์เปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    วันนี้ (11 กันยายน 2568) เวลา 10.00 น. ที่โดมเอนกประสงค์ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสุรินทร์ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นายวสันต์ ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “4 ทศวรรษ ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเยาวชนเข้าร่วมพิธีฯ

    ในการนี้นายธีรยุทธ ดวงมณี ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายจีระชัย เจียงวรีวงศ์ นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการเข้าร่วมพิธีแทน

    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน การแสดงเต้นประกอบเพลง จากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสุรินทร์ การแสดงชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนสินรินทร์วิทยา ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดย นายกรวิชญ์ ธรรมดา ประธานสภาเด็กและเยาวชนอำเภอสังขะ นักเรียนโรงเรียนสุรวิทยาคาร โดยได้รับรางวัล

    “นักเรียนรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2567”

    และ ผู้ทำคุณประโยชน์ ต่อเด็กและเยาวชนจังหวัดสุรินทร์

    ประจำปี 2568 จำนวน 15 คน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสภาเด็กและเยาวชนที่ได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมสภาเด็กและ

    เยาวชนผ่านเพจ Facebook จำนวน 22 แห่ง

    ช่วงบ่ายมีกิจกรรมประชุมสัมมนาสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสุรินทร์ และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อเสนอต่อจังหวัดสุรินทร์

    การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติเด็กและเยาวชนที่ทำความดี มีคุณประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน.


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/422710&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHfqWuqR2zRlI2VoKr7JC

  • สจด. จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115139/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gQHnLombjokiLQCgegIAg

  • “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย

    “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย

    “มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี” สนับสนุนการเรียนรู้ในพื้นที่ห่างไกล มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียนตชด. จ.เชียงราย 

    มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ส่งมอบอุปกรณ์การศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 5 แห่ง ในจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเรียนรู้ที่เพียงพอ เพื่อเพิ่มเติมคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต 

    คุณดอล บุญมั่น ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า “เรายึดมั่นในแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ต้องเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคมเสมอมา เราเชื่อว่า ‘คน’ คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และการศึกษาคือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การลงทุนด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนจึงเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศชาติในระยะยาว การมอบโอกาสที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เราต้องการให้พวกเขาได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนต่อไป”
    592431_0
    ทางด้าน ส.ต.ท.สัชฌุกร สถิรพิบูลวงค์ ตัวแทนคณะครูจากรร.ตชด.บำรุงที่ 112 ได้กล่าวขอบคุณและสะท้อนปัญหาว่า “โรงเรียนของเรามีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล3-ป.6 จำนวน 143 คน ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น อาข่า ลาหู่ ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ที่อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงรายกว่า 90 กม. ทำให้การเข้าถึงทรัพยากรเป็นไปได้ยาก ขาดแคลนสื่อการสอนที่ทันสมัยซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และอาจทำให้นักเรียนพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป การสนับสนุนในครั้งนี้มีคววามสำคัญมาก คอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ จะช่วยเปิดโลกทัศน์และเป็นสื่อการสอนที่ทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะภาษาไทย อุปกรณ์ในห้องพยาบาลและโรงครัว ช่วยให้สามารถดูแลสุขอนามัยและโภชนาการของเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเรา สิ่งของทุกชิ้นที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนทุกคนต่อไป”

    มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มอบอุปกรณ์การศึกษาและสิ่งของจำเป็นรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับนักเรียนกว่า 709 คน และครู 64 คน โดยสิ่งของที่มอบให้ครอบคลุม 5 หมวด รวม 31 รายการ ประกอบด้วย อุปกรณ์การเรียนการสอนและสำนักงาน อาทิ ชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียนและครู, โทรทัศน์-คอมพิวเตอร์สำหรับห้องเรียน, เครื่องปรินเตอร์, ตู้เหล็กใส่เอกสาร, ชุดเครื่องเสียง และกระดานไวท์บอร์ด

    อุปกรณ์ใช้ในโรงอาหาร อาทิ ตู้เย็น, ตู้กับข้าว, ถาดหลุมใส่อาหาร, แก้วน้ำสแตนเลส, และชุดถังแก๊สพร้อมหัวเตา อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับที่อยู่อาศัย อาทิ ที่นอนสำหรับนักเรียนอนุบาล และ เสื่อโฟมกันกระแทก อุปกรณ์งานช่างและการเกษตร อาทิ เครื่องตัดหญ้า, จอบและเสียม, และตู้เชื่อม รวมไปถึงอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยอย่าง อุปกรณ์ตัดผมนักเรียนและเตียงผู้ป่วยสำหรับห้องพยาบาล เป็นต้น การสนับสนุนในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842290/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07aIMR6rbhYgR_1VowgBp7

  • สจด. ทำบุญตักบาตร เนื่องในคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 100 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ (รัชกาลที่ 8) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ทำบุญตักบาตร เนื่องในคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 100 พรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ (รัชกาลที่ 8) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115121/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw170QoX1iBcCetttNO9Vm3b

  • พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

    พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างพืช ตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ ทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ เพื่อต่อยอดการศึกษาและงานวิจัย ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ระบุพืชต่างถิ่น ไปจนถึงชี้เป้าหลักฐานในคดีอาชญากรรม

    ณ พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีตัวอย่างพืชในประเทศมากกว่า 20,000 ตัวอย่าง และตัวอย่างผล เมล็ด ผลิตผลจากพืช ทั้งพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ที่นี่ไม่เพียงเป็นคลังข้อมูลเกี่ยวกับพืชที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังให้บริการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของตัวอย่างพืชเพื่อใช้ในการศึกษาด้านความหลากหลายของพืช และงานวิจัยเกี่ยวกับการตรวจหาสารสำคัญในพืชเพื่อประโยชน์ทางอุตสาหกรรมยาและอื่น ๆ หรือการตรวจสอบพืชของกลางในงานด้านศุลกากรและงานนิติวิทยาศาสตร์

    “สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยนำชิ้นส่วนของพืชที่ติดอยู่ที่กางเกงของผู้ต้องหามาให้เราตรวจสอบว่าคือพืชชนิดไหน ขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัดหรือเปล่า สถานที่มาจากตรงไหน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี กรมศุลกากรมีการยึดหอมแขกที่ด่าน แล้วส่งมาให้เราตรวจว่าเป็นพืชชนิดใด พันธุ์ใด ตัวอย่างทั้งหมดที่ส่งมาเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ และสามารถขยายพันธุ์ต่อได้หรือไม่” คุณปริญญนุช กลิ่นรัตน์ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (ชำนาญการ) ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างบริการการตรวจสอบตัวอย่างพืชให้กับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ

    พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ในประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งขึ้นในปี 2503 เพื่อรวบรวมตัวอย่างพืชเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับพืชของประเทศไทย สนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยด้านความหลากหลายของพืช และในปัจจุบัน คุณปริญญนุชกล่าวว่าพิพิธภัณฑ์ฯ ได้เพิ่มการบริการวิชาการเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพันธุ์ไม้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีภารกิจหลักในการวิเคราะห์และทดสอบตัวอย่างพืช 3 รายการด้วยกัน คือ

    1. การตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้
    2. การทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ ทั้งตัวอย่างแห้งและตัวอย่างดอง รวมถึงตัวอย่างอ้างอิง (Voucher specimen)
    3. การเขียนคำบรรยายลักษณะพรรณไม้

    พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม

    ผู้ที่สนใจใช้บริการติดต่อได้ที่ https://www.botany.sc.chula.ac.th/?page_id=1638 หรือติดต่อโดยตรงที่หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์พืช ศ. กสิน สุวตะพันธุ์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โทร 02 218 5502 (คุณปริญญนุช)

    อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ที่ https://www.chula.ac.th/highlight/237762/

    หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นนี้ สามารถติดต่อเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

    คุณพิระดา ธรรมวีระพงษ์ ศูนย์สื่อสารองค์กร โทร. (+66) 2218 3055 หรืออีเมล [email protected]

    “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงติด 100 อันดับแรกของโลกด้านชื่อเสียงทางวิชาการ โดย (QS) World University Rankings 2021-2022″

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8A0PRD1K07WZAUUEIWWZC9P9H1A0C9&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p6cDzxuvRfgdScP7paPJh

  • ครั้งแรกในอาเซียน รามาฯ-สมิติเวช ผนึกกำลังรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด

    ครั้งแรกในอาเซียน รามาฯ-สมิติเวช ผนึกกำลังรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด

    สุขภาพ

    ครั้งแรกในอาเซียน รามาฯ-สมิติเวช ผนึกกำลังรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด

    10 ก.ย. 2025 เวลา 7:56 น.

    นวัตกรรม CAR T-cell เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาที่มีอยู่ราว 30%โดยนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรม

    • รามาฯ จับมือสมิติเวช ศึกษาวิจัยและนำเทคโนโลยี CAR T-cell การรักษาแบบเซลล์และยีนบำบัด มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
    • นวัตกรรม CAR T-cell เพิ่มโอกาสหายขาดให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ได้ถึง 70% ลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 5 เท่า
    • ยกระดับการรักษาด้วย Cell Therapy & Gene Therapy สู่มาตรฐานสากล  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการดูแลที่มีมาตรฐานสูง

    นวัตกรรม CAR T-cell เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาที่มีอยู่ราว 30% โดยนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการแล้วฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ให้โจมตีเซลล์มะเร็งโดยตรง เพิ่มโอกาสหายขาดให้แก่ผู้ป่วยที่หมดความหวังได้ถึง 70 %

    นับเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์แนวใหม่ที่ถ่ายทอดความรู้จาก รพ.รัฐ สู่เอกชน มุ่งหาทางรอดรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีโอกาสหายได้ ถึง 70% เป็นความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เครือโรงพยาบาลสมิติเวช ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการรักษาด้วยนวัตกรรม Cell Therapy & Gene Therapy เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาของไทยสู่ระดับสากล เป็นการรักษาแบบเซลล์และยีนบำบัด โดยนำเลือดมาสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันดัดแปลงให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้โดยตรง เป็นครั้งแรกของอาเซียน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    ‘วิมุต’ บุกตลาดสูงวัย เน้นป้องกัน บริการทางการแพทย์ด้วยศูนย์เฉพาะทาง

    ‘อาการบ้านหมุน เวียนหัว’ ต้นเหตุของการเกิดโรคอะไร? ได้บ้าง

    CAR T- cell นวัตกรรมเซลล์-ยีนบำบัด รักษามะเร็ง

    สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ครั้งนี้ถูกถ่ายทอดในงาน ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The Cell Therapy & Gene Therapy Symposium2025” ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ก.ย. 2568 ณ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ และ รร.เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา โดยรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย, นวัตกรรม CAR T- cell รักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ดื้อยา, ความก้าวหน้าของการรักษาด้วยยีนบำบัด, รวมถึงการดูแลภาวะแทรกซ้อนและผลวิจัยทางคลินิกมาตรฐานโลก ตอกย้ำบทบาทไทยในการก้าวสู่ผู้นำด้านการรักษาโรคด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

    ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดีกิจการพิเศษ และหัวหน้า Center of Excellence for Cell Therapy and Gene Therapy คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกุมารแพทย์โรคมะเร็งและโรคเลือด โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า โรคธาลัสซีเมีย และ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้นำไปสู่แนวทางการรักษาใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วยได้

    ปัจจุบันนอกจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด (คีโม) ยังมีทางเลือกสำคัญอย่างเช่น การปลูกถ่ายไขกระดูก สำหรับผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย มะเร็งบางชนิด และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ โดยเฉพาะเทคนิค Haploidentical Stem Cell Transplantation ซึ่งใช้สเต็มเซลล์จากพ่อหรือแม่หรือสมาชิกในครอบครัว ผลลัพธ์ของเทคนิคนี้พบว่า เด็กที่ได้รับการปลูกถ่ายมีอัตราการรอดชีวิตใน 1 ปีสูงถึง 100 %

    ครั้งแรกในอาเซียน รามาฯ-สมิติเวช ผนึกกำลังรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด

    ยกระดับการรักษา สู่มาตรฐานสากล

    การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ด้วยนวัตกรรม CAR T-cell ซึ่งเป็นการรักษาแบบเซลล์และยีนบำบัด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาที่มีอยู่ราว 30% โดยนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการแล้วฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ให้โจมตีเซลล์มะเร็งโดยตรง เพิ่มโอกาสหายขาดให้แก่ผู้ป่วยที่หมดความหวังได้ถึง 70% แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงได้มากกว่า 5 เท่า

    ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า งานประชุมนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือโรงพยาบาลสมิติเวช มุ่งยกระดับการรักษาด้วย Cell Therapy & Gene Therapy สู่มาตรฐานสากล และยังเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากภาครัฐสู่ภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการดูแลที่มีมาตรฐานสูง

    ลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่และคิวการรักษา และสามารถต่อยอดไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยในภูมิภาคเข้าถึงนวัตกรรมทันสมัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ไม่เพียงช่วยเพิ่มศักยภาพบุคลากรไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัยและมีความหวังใหม่ในการต่อสู้กับโรคร้าย

    ทางด้านพญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช และผู้อำนวยการ รพ.เด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่าด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนาน ของโรงพยาบาลสมิติเวช ที่ได้เปิดศูนย์ดูแลเด็กป่วยมะเร็งและบริการปลูกถ่ายไขกระดูกมาเป็นเวลากว่า 20 ปี และได้ร่วมมือกับ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในการศึกษาวิจัยและนำเทคโนโลยี CAR T-cell เป็นการผสมผสานระหว่างเซลล์และยีนบำบัด มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

    การร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา แต่ยังเปิดทางให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้ในโรงพยาบาลเอกชนโดยไม่ต้องรอนาน ภายใต้กระบวนการรักษาและห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสากล (GMP)ในประเทศไทย นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub)ของเอเชีย”

    นอกจากนี้ยังมี  Professor Philippe Leboulch แพทย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Paris-Saclay ประเทศฝรั่งเศส และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการศึกษาพัฒนา lentivirus เพื่อเป็นพาหะสำหรับการปรับแต่งยีนของโรคพันธุกรรมต่างๆ และเป็นหนึ่งในทีมการศึกษาวิจัยการรักษาด้วยยีนบำบัดในผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (Beta-Thalassemia) ได้สำเร็จ ร่วมบรรยายในหัวข้อ“All About the Future of Gene Therapy”

    Prof. Hideki Marumatsu, M.D., Ph.D. กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเลือดและโรคไขกระดูก จาก มหาวิทยาลัยนาโงยะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาโรค Aplastic Anemia และกลุ่มโรค Bone Marrow Failure ชนิดต่างๆ และมีการศึกษาติดตามผู้ป่วย Japan Childhood Aplastic Anemia Cohort Study จะมาร่วมบรรยายในหัวข้อ“Hematopoietic Stem Cell Transplantation in Aplastic Anemia and Inherited Bone Marrow Failure

    การประชุมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างยั่งยืน และเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเตรียมบุคลากรไทยและนานาชาติสู่การรักษาแห่งอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1198124&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pcK1uizrE1qNjFKc19XDZ

  • สุขภาพ: ทั่วโลกมีเด็กอ้วนมากกว่าเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนปัญหาที่รุนแรงอย่างไร – BBC News ไทย

    สุขภาพ: ทั่วโลกมีเด็กอ้วนมากกว่าเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนปัญหาที่รุนแรงอย่างไร – BBC News ไทย

    ทั่วโลกมีเด็กอ้วนมากกว่าเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนปัญหาที่รุนแรงอย่างไร

    An overweight young boy holds a tape measure around his waist

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, โรคอ้วนในกลุ่มเด็กและคนอายุน้อยกลายเป็นปัญหาระดับโลกแล้ว
      • Author, โดมินิก ฮิวจ์ส
      • Role, ผู้สื่อข่าวสุขภาพนานาชาติ

    การศึกษาครั้งใหญ่ของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า ช่วงเวลาปัจจุบันนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกมีสถิติเด็กที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

    การศึกษาดังกล่าวพบว่า ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 5–19 ปี หรือราว 188 ล้านคน กำลังประสบปัญหาโรคอ้วนในปัจจุบัน

    นักวิจัยระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการบริโภค จากอาหารดั้งเดิมไปสู่อาหารแปรรูปขั้นสูง (ultra-processed foods) ที่มีราคาถูกแต่ให้พลังงานสูง

    ยูนิเซฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการติดฉลากและการทำการตลาดอาหาร รวมถึงปกป้องการกำหนดนโยบายจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขั้นสูง

    อ้วนและขาดสารอาหาร

    ก่อนหน้านี้ เวลาที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพเคยกล่าวถึงเด็กขาดสารอาหาร ซึ่งผู้คนก็มักจะเห็นภาพเด็กที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • ปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของแพทองธาร ถือสูทของพ่อตาเอาไว้ในมือขณะเดินออกจากศาลฎีกาฯ เม่อ 9 ก.ย.

    • A young woman dressed in what appears to be a light blue school shirt, covered in graffiti, with a school tie tied loosely around her neck, shouts with her mouth wide open. She is carrying the Nepalese flag behind her head while a number of people walk down the street in the background, some wearing medical masks over their mouths. This protest takes place outside the Nepalese parliament in Kathmandu on 8 September 2025.

    • ศาลรัฐธรรมนูญ

    • Charlie Kirk, gifted conservative youth organiser

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    แต่ปัจจุบันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ทุกวันนี้คำว่าขาดสารอาหารยังรวมไปถึงผลกระทบของภาวะโรคอ้วนที่มีต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็กด้วย แม้ในประเทศยากจน โรคอ้วนในเด็กก็ยังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้

    โดยปกตินั้น เด็กจะถูกจัดว่า “น้ำหนักเกิน” เมื่อมีน้ำหนักตัวสูงกว่าช่วงที่ถือว่าสุขภาพดีตามอายุ เพศ และส่วนสูง

    ส่วน “โรคอ้วน” ถือเป็นรูปแบบรุนแรงของภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์ และเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิดเมื่อพวกเขาโตขึ้น

    A child sips from a long blue tube that contains a slushy. He is wearing a bright orange t-shirt and black glasses.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, นักวิจัยระบุว่า อาหารแปรรูปขั้นสูงคือ สาเหตุที่ทำให้โรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้น

    ตลอดช่วงวัยเด็ก โภชนาการที่ดี รวมถึงการรับประทานผัก ผลไม้ และโปรตีนอย่างเพียงพอ มีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาทางสติปัญญา และสุขภาพจิต

    ทว่าทุกวันนี้ อาหารดั้งเดิมจำนวนมากกำลังถูกแทนที่ด้วยอาหารแปรรูปขั้นสูง ซึ่งมักมีน้ำตาล แป้ง เกลือ ไขมันไม่ดี และสารเติมแต่งในปริมาณสูง

    แคทเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารองค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า ความท้าทายจากโรคอ้วนไม่ควรถูกมองข้าม

    “เมื่อเราพูดถึงภาวะขาดสารอาหาร หรือ ภาวะทุพโภชนาการ เราไม่ได้หมายถึงแค่เด็กที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อีกต่อไป โรคอ้วนกำลังสร้างความกังวลให้เพิ่มขึ้น และมันสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็กได้”

    1 ใน 10 เป็นโรคอ้วน

    ภาวะโภชนาการต่ำ (Undernutrition) ซึ่งอาจแสดงออกมาในรูปของภาวะผอมแห้ง (wasting) และแคระแกร็น (stunting) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในหลายประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

    อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดจากยูนิเซฟ ซึ่งได้มาจากการศึกษาที่อ้างอิงข้อมูลจากกว่า 190 ประเทศ พบว่า สัดส่วนของเด็กอายุ 5–19 ปีที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ลดลงนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จากสัดส่วน 13% เหลือเพียง 9.2%

    ในทางตรงกันข้าม อัตราโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น 9.4% ซึ่งหมายความว่าเกือบ 1 ใน 10 ของเด็กทั่วโลกกำลังเป็นโรคอ้วน

    จำนวนเด็กที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ ซึ่งรวมถึงผู้ที่เป็นโรคอ้วน ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันมีเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น 1 ใน 5 คน ที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ คิดเป็นสถิติราว 391 ล้านคนทั่วโลกตามการประเมินของการศึกษาจากยูนิเซฟ

    ในปัจจุบันโรคอ้วนมีอัตราสูงกว่าภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ในทุกภูมิภาคของโลก ยกเว้นในภูมิภาคตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา (Sub – Saharan Africa) และเอเชียใต้

    Children stand in line holding silver bowls, waiting for food. Some of them are barefoot and stand on muddy ground.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, เด็กที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ได้เป็นกลุ่มหลักของเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการอีกต่อไป

    อัตราโรคอ้วนในเด็กและเยาวชนที่สูงที่สุดพบในบางประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก เช่น นีอูเอ (38%) หมู่เกาะคุก (37%) และนาอูรู (33%)

    ทว่าหลายประเทศรายได้สูงก็เผชิญปัญหาโรคอ้วนรุนแรงเช่นกัน ในกลุ่มเด็กอายุ 5–19 ปี มีเด็กอ้วน 27% ในชิลี, 21% ในสหรัฐอเมริกา และ 21% ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    สถิติจากทั่วโลกและทุกภูมิภาคพบว่า ภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงเกือบทุกช่วงอายุ ยกเว้นในวัยรุ่น 15–19 ปี ที่พบในผู้หญิงสูงกว่า

    แคทเธอรีน รัสเซลล์ จากยูนิเซฟกล่าวว่า “เรากำลังเห็นภาวะทุพโภชนาการสองทางพร้อมกันในหลายประเทศ คือทั้งภาวะแคระแกร็นและโรคอ้วน”

    เธอชี้ว่า ปัญหานี้จำเป็นต้องมีมาตรการที่ตรงเป้า คือผู้คนต้องเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและราคาจับต้องได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ๆ

    “เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่เราต้องมีนโยบายที่ช่วยให้พ่อแม่และผู้ดูแลสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อสุขภาพสำหรับลูก ๆ ได้”

    การเรียกร้องเพื่อแก้ปัญหา

    การวิจัยที่ยูนิเซฟดำเนินการในนครเฉิงตู ประเทศจีน รวมถึงอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย พบว่า วัยรุ่น 9 ใน 10 คนที่ซื้ออาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อมักเลือกซื้อขนมหวานและขนมรสเค็ม เช่น ลูกกวาด บิสกิต มันฝรั่งทอด และไอศกรีม

    ในแทนซาเนียและซิมบับเว รายงานพบว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแปรรูปขั้นสูงทำการตลาดเป็นพันธมิตรโดยตรงกับโรงอาหารและร้านค้าในโรงเรียน จัดกิจกรรมสนับสนุน จัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์หรือยี่ห้อ และฝังตัวตนไว้ในกิจวัตรประจำวันของโรงเรียน

    นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า เยาวชนในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งยังตกอยู่ในสภาพที่ต้องเปิดรับกับอาหารไม่ดีต่อสุขภาพอย่างหนัก

    และยังพบว่า 68% ของเยาวชนในพื้นที่เหล่านี้เคยเห็นโฆษณาอาหารประเภทดังกล่าว โดยมีอัตราการพบเห็นสูงมากในอิรัก (82%) เลบานอน (81%) และยูเครน (84%)

    ยูนิเซฟเตือนว่า ผลกระทบต่อสุขภาพและต้นทุนทางเศรษฐกิจหากไม่มีการแก้ไข อาจจะมีมูลค่ามหาศาล รายงานประเมินว่าภายในปี 2035 ผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกจากภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์และโรคอ้วนอาจจะจะสูงเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 127 ล้านล้านบาท) ต่อปี

    รายงานดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ดำเนินมาตรการ ทั้งด้านการติดฉลากและการทำการตลาดอาหาร รวมถึงการปกป้องการกำหนดนโยบายจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขั้นสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cj4y8qvl8xlo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EdgG-7CuVCeesdbN5SKmB