Category: วัฒนธรรม

  • ภูมิใจไทยตั้งทีมศึกษาทำประชามติแก้ รธน. “ไชยชนก” หัวหน้าคณะ

    ภูมิใจไทยตั้งทีมศึกษาทำประชามติแก้ รธน. “ไชยชนก” หัวหน้าคณะ

    พรรคภูมิใจไทย สตาร์ตแก้รัฐธรรมนูญ ตามแนววินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ “อนุทิน” ตั้ง “ไชยชนก” นำทีมศึกษาทำประชามติ

    วันนี้ (10 ก.ย.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขณะนี้ตนพึ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้นตนขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน

    เมื่อถามว่าระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน

    เมื่อถามว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก จะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว

    ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แต่งตั้งคณะทำงานเตรียมการพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งต้องมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

    ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจึงแต่งตั้งบุคคลต่อไปนี้เป็นคณะทำงานเพื่อเตรียมการในการจัดทำประชามติถามความคิดเห็นจากประชาชนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว

    1. นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

    2. นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน

    3. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นคณะทำงาน

    4. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นคณะทำงาน

    5. น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ เป็นคณะทำงาน

    6. นายธนิศร์ ศรีประเทศ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ

    โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ

    1. ศึกษากระบวนการในการจัดทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ประกอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มช่องทางที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
    2. จัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนในกระบวนการและยกร่างกรอบระยะเวลาที่ต้องดำเนินการแต่ละขั้นตอนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
    3. พิจารณายกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยรัฐสภา
    4. ให้เสนอคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยพิจารณา โดยเร็ว
    5. อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย
    6. หากมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่ไม่อาจแก้ไขได้ให้รายงานให้หัวหน้าพรรคทราบทันที

    อ่านข่าว :

    ศาล รธน.ชี้สภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง

    “ศุภจี” ว่าที่ รมว.พาณิชย์ ลั่นพร้อมทุ่มเททำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง “สนธิญา” ปม “พีระพันธุ์-ภรรยา” ถือหุ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356391&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21aTSlFfLriAaPiCDC8Q_s

  • การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค. (2)

    การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค. (2)


    การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค. (2)

     ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

    [ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

    ฿74 – ฿1,153

    https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


    การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 38 ค. (2)การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา38ค.(2)

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

     

    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.

    Design by : kroobannok.com

    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ
     
         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/92930&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FqOTYErcOr2zEonMWU1LM

  • ’บุญสิงห์‘ ถก สพฐ.เดินหน้าวางแผนปรับโฉมกลุ่ม รร.เฉลิมพระเกียรติฯ | เดลินิวส์

    ’บุญสิงห์‘ ถก สพฐ.เดินหน้าวางแผนปรับโฉมกลุ่ม รร.เฉลิมพระเกียรติฯ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5099454/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xeEYpxl3b4lXtVGnllRHp

  • ‘สันติ’ ลุ้นผลตรวจคุณสมบัติ! โอด ‘จริยธรรม’ กว้างกว่าทะเล

    ‘สันติ’ ลุ้นผลตรวจคุณสมบัติ! โอด ‘จริยธรรม’ กว้างกว่าทะเล

    หลังมีกระแสข่าว “ชื่อหลุดออกจากโผ ครม.อนุทิน 1” เรื่องนี้ สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงว่า “ตอนนี้ยังเป็นข่าวลืออยู่ เพราะผมเพิ่งส่งประวัติไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหา ซึ่งผมยังไม่ได้รับแจ้งอะไร”

    เมื่อถามว่า คิดว่าชื่อสันติ พร้อมพัฒน์ และไม่ขัดคุณสมบัติอะไรหรือไม่? สันติ กล่าวว่า “เรื่องปัญหาไม่มี แต่อาจจะมีปัญหาในเรื่อง 30-40 ปีที่แล้ว ที่มีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ก็เป็นตอนเด็กๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความผิดไม่มี แต่เดี๋ยวนี้มันมีเรื่องของจริยธรรม ที่มันกว้างใหญ่กว่าทะเล ฉะนั้นก็ต้องไปดูว่าเขาตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร”

    ก็เคยไปรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่กระทรวงแล้ว เป็นสิบปี แต่เดี๋ยวนี้จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ก็มีเรื่องจริยธรรม ต้องไปไกลมาก ต้องไปดูว่าผู้ที่ตรวจสอบเขาจะพิจารณาอย่างไร และข่าวที่ออกมาตอนนี้ก็เป็นข่าวล่ำข่าวลือ

    เมื่อถามว่า เรื่องสามสิบปีที่แล้วจะสุ่มเสี่ยงจนทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่? สันติ กล่าวว่า “ก็ไม่รู้ไง ครั้งที่แล้ว ผมก็เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ สาธารณสุข ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงก่อนหน้านั้นก็เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ คลัง, สำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นมาแล้ว”

    เมื่อถามย้ำว่า มีปัญหาเรื่องของการศึกษาใช่หรือไม่? สันติ กล่าวว่า “เป็นเรื่องของการศึกษาสมัยก่อน แต่ที่จริงเราก็ไม่ได้ผิดอะไร เดี๋ยวให้เขาส่งกลับมาก่อน ค่อยเล่าให้ฟัง มันไม่ยากหรอก เพราะเราไม่เคยทำอะไรผิดอยู่แล้ว”

    ถามต่อว่า หากคุณสมบัติไม่ผ่าน มีแผนรองรับอย่างไรบ้าง? สันติ กล่าวว่า “ถ้าไม่ผ่านก็ไปช่วยเขา ไม่มีอะไร”

    ถามอีกว่า จะส่ง “พัฒนา พร้อมพัฒน์” บุตรชาย มานั่งแทนหรือไม่? สันติ กล่าวว่า “ลูกชายผมก็อายุสี่สิบกว่าแล้ว จบทั้งต่างประเทศ จบมาเยอะแยะ ทำงานมามากมาย เขาเก่งกว่าผมอีก ประสบการณ์การเมืองเขาก็ทำได้ไม่มีอะไร”

    เมื่อถามย้ำว่า หากคุณสมบัติสันติไม่ผ่าน จะผลักดันลูกชายมาทำหน้าที่ใช่หรือไม่? สันติ กล่าวว่า “ยังไม่รู้ อย่าเพิ่งไปคิดเลย ให้การตรวจสอบคุณสมบัติออกมาก่อน”

    ถามต่ออีกว่า แสดงว่าได้ส่งประวัติของ พัฒนา ให้ตรวจสอบด้วยใช่หรือไม่? สันติ กล่าวว่า “เขาก็อยากจะมาฝึกอยู่แล้ว อาจจะมาเป็นที่ปรึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเขาก็ต้องเช็กประวัติตัวเองก่อน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/santi-confirms-no-issues-cabinet-eligibility&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BVw2ohwb3BAk3trOxe5lj

  • ไทยพีบีเอสสร้างพื้นที่เรียนรู้ยุคใหม่เสริมภูมิคุ้มกันข่าวปลอม

    ไทยพีบีเอสสร้างพื้นที่เรียนรู้ยุคใหม่เสริมภูมิคุ้มกันข่าวปลอม

    วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.40 น.

    ไทยพีบีเอส ร่วมขับเคลื่อน FutureEd Fest 2025 มหกรรมการศึกษาระดับประเทศ ชูบทบาทสื่อสาธารณะ เสริมภูมิคุ้มกันข่าวปลอม สร้างพื้นที่เรียนรู้ยุคใหม่ ผ่าน Thai PBS Verify และ ALTV

    องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ร่วมเป็นหนึ่งในภาคีขับเคลื่อนงาน “FutureEd Fest 2025” ภายใต้ธีม The Future of Learning: AI-Driven, Human-Centered, and Equitable for All ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ณ อาคารไปรษณีย์กลาง กรุงเทพฯ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาคีการศึกษาชั้นนำ เช่น Google for Education, Starfish Labz, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กรุงเทพมหานคร, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา

    ในงานนี้ คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ร่วมเป็นวิทยากรในการเวิร์กชอป พร้อมบรรยายในหัวข้อ “รู้เท่าทันสื่อ สร้างภูมิคุ้มกัน รับข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีทักษะในการคัดกรองและวิเคราะห์ข่าวสารท่ามกลางยุคข้อมูลท่วมท้น (information overload) และการแพร่กระจายของข่าวปลอม (fake news) โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

    นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส ยังได้นำบริการ Thai PBS Verify เข้าร่วมออกบูธภายในงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเครื่องมือในการตรวจสอบข่าวปลอมได้ง่ายขึ้น พร้อมแนะนำบริการอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันข่าวสารในยุคดิจิทัล พร้อมด้วยบูธจาก ALTV ช่อง 4 ทีวีเรียนสนุก สื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งครู ผู้ปกครอง และนักเรียน

    ทางด้าน ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starfish Education ซึ่งเป็นองค์กรริเริ่มการจัดกิจกรรม FutureEd Fest กล่าวว่า FutureEd Fest 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานเฉลิมฉลองด้านการศึกษา แต่คือพื้นที่ของการร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ยั่งยืน และพร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลง

    ในปีนี้ งาน FutureEd Fest 2025 ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้สนใจด้านการศึกษา โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบ Onsite และ Online รวมเกือบ 2,500 คน สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความตื่นตัวในประเด็นการเรียนรู้ยุคใหม่ที่เน้นความเท่าเทียมและยั่งยืน ซึ่งงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากเครือข่ายการศึกษาครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย องค์กรภาคประชาสังคม และหน่วยงานระดับนานาชาติ โดยกิจกรรมภายในงานถูกออกแบบภายใต้ 4 แนวคิดหลัก (Key Pillars) ได้แก่ AI and Human Potential: Transforming Education, Innovation and Maker Education for Future-Ready Learners, Equity in Education: Local Solutions for Inclusive Learning, Shaping Future-Ready Schools & Lifelong Learners

    ตลอดงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมายทั้งครู นักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา และ Lifelong Learners โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ Workshop เชิงปฏิบัติการ ทั้งแบบ Onsite และ Online ที่เน้นการให้ How-to และ แนวทางการจัดการเรียนการสอนสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง กิจกรรม Keynote Panel Discussion และ Meet Up Cafe จากผู้นำด้านการศึกษาทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ และ กิจกรรมส่งเสริมเครือข่าย ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เจาะลึกแนวคิดนวัตกรรมการศึกษาในหลากหลายมิติ

    อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ โซน Exhibition และ Maker Fest ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรด้านการศึกษา ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากนวัตกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/gallery/445899&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AXdVCoqyO4lJeoSIOJma7

  • สพฐ.ติวครู สร้าง ‘สมรรถนะครูผู้ช่วย’เป็น ‘ครูมืออาชีพ’

    สพฐ.ติวครู สร้าง ‘สมรรถนะครูผู้ช่วย’เป็น ‘ครูมืออาชีพ’

    การศึกษา

    สพฐ.ติวครู สร้าง ‘สมรรถนะครูผู้ช่วย’เป็น ‘ครูมืออาชีพ’

    10 ก.ย. 2025 เวลา 7:40 น.

    สพฐ.ติวครู สร้าง 'สมรรถนะครูผู้ช่วย'เป็น 'ครูมืออาชีพ'

    เลขาธิการ กพฐ. เปิดอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ สังกัด สพม.ปทุมธานี ติวครูบรรจุใหม่รู้บทบาทหน้าที่ พัฒนาคุณภาพการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)ปทุมธานี

    โดยมี นางสาวหฤทัย บุญประดับ ผอ.สพม.ปทุมธานี  ครูผู้ช่วยที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ จำนวน 189 คน พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตฯ และผู้อำนวยการสถานศึกษา เข้าร่วม ณ จงกลพรหมพิจิตร แกรนด์ฮอลล์ โรงเรียนปทุมวิไล จ.ปทุมธานี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    สพฐ. มอบ 14 รางวัลสื่อสร้างสรรค์ปี 68 แก่คนรุ่นใหม่โชว์คลิป-ภาพถ่าย

    ‘วิมุต’ บุกตลาดสูงวัย เน้นป้องกัน บริการทางการแพทย์ด้วยศูนย์เฉพาะทาง

    ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นหน่วยงานการศึกษาที่มีอำนาจหน้าที่ หรือ มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ การอบรมเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของครูผู้ช่วยในการไปปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา

    ข้าราชการครูเป็นผู้ที่ประกอบวิชาชีพทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพเหมาะสมตามช่วงวัย

    สพฐ.ติวครู สร้าง 'สมรรถนะครูผู้ช่วย'เป็น 'ครูมืออาชีพ'

    “นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ที่มีโอกาสเข้ารับการอบรมจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มาบรรยายให้ความรู้ ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายนนี้ เพื่อให้ครูผู้ช่วยได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ การเป็นข้าราชการครูที่ดี มีวินัยต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสังคมและประเทศชาติ สามารถนำความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ ไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ด้วยความเป็นครูมืออาชีพ และหวังว่าในการอบรมครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้ช่วย ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานศึกษาต่างๆ อันส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว

    สพฐ.ติวครู สร้าง 'สมรรถนะครูผู้ช่วย'เป็น 'ครูมืออาชีพ'

    สพฐ.ติวครู สร้าง 'สมรรถนะครูผู้ช่วย'เป็น 'ครูมืออาชีพ'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1198121&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XMRNbmL9z-aD3CbnaCXzW

  • ผลวิจัยชี้ “ขับรถช้ากว่าสภาพการจราจร อันตรายกว่าขับเร็ว”

    ผลวิจัยชี้ “ขับรถช้ากว่าสภาพการจราจร อันตรายกว่าขับเร็ว”

    ในสภาวะการจราจรติดๆขัดๆ เรามักเห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงไปโทษคนที่ขับรถเร็วว่าเป็นตัวแปรให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆขึ้น แต่จากงานวิจัยล่าสุด กลับระบุว่าคนขับรถช้าต่างๆหากที่มีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่า

    จากข้อมูลโดยงานศึกษาที่เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปีช่วงปลายปี 1950’s โดยวิศวกรโยธานามว่า David Solomon และอีกงานวิจัยเมื่อต้นปี 1960’s ของ James West และ Robert Dunn ที่กลับมาศึกษาข้อมูลของ Solomon อีกครั้ง

    ระบุว่าจากการศึกษาข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกว่า 10,000 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจากทั้งคนที่ขับรถช้าและเร็วกว่าความเร็วของผู้คนส่วนใหญ่บนท้องถนนในเวลานั้น

    ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าผิดคาดอะไร เพราะหากคุณขับรถตามสภาพการจราจรไปเรื่อยๆ โอกาสที่รถของคุณจะขยับไปชนรถคันข้างหน้า หรือโดนคันข้างหลังพุ่งมาชนท้าย เพราะต้องเบรกกระทันหัน หรือเหตุใดๆก็ตามย่อมเกิดขึ้นได้อยากอยู่แล้ว

    ที่น่าสนใจก็คือ แทนที่ผู้ขับรถเร็วกว่าสภาพการจราจรในภาพรวม จะมีสัดส่วนความเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งมากกว่า

    ผลวิจัยกลับบอกว่าผู้ที่ขับรถช้าต่างหาก ที่มีโอกาสมากกว่าในการเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งบนท้องถนนท่ามกลางสภาวะการจราจรที่ติดขัด

    สาเหตุที่ว่าทำไม รถที่ขับช้ากว่าการจราจร ถึงมักเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มากกว่ารถที่ขับเร็วกว่าการจราจร ข้อมูลในงานวิจัยก็อธิบายเพิ่มเติมเอาไว้ว่า

    ประเด็นแรกสุดก็คือเรื่องของส่วนต่างความเร็ว โดยในกรณีที่หากมีรถขับช้ากว่าสภาพการจราจร รถคันนั้นๆก็มักเป็นสาเหตุที่ทำให้รถคันอื่นๆบนถนนต้องขับช้าลงตาม ซึ่งในจังหวะแรกๆ รถคันด้านหลังอาจจะมีแค่การชะลอคันเร่งลง แต่คันถัดๆไป ก็อาจจะต้องเบรกเพิ่มขึ้น จนรถบางคันในช่วงท้ายๆแถว อาจจะต้องเบรกกระทันหัน และก่อให้เกิดการชนท้ายกันในท้ายที่สุด

    นอกจากนี้ การที่รถข้างหน้าขับช้ากว่าสภาพการจราจรย่อมมีความเป็นไปได้ที่ผู้ขับรถด้านหลัง จะหาทางเปลี่ยนเลน หรือแซง เพื่อไปอยู่ในช่องทางการจราจรที่คล่องตัวกว่า ซึ่งก็จะทำให้เกิดการจุดตัดระหว่างทิซทางการจราจร และทำให้เสี่ยงที่จะเกิดเหตุการพุ่งชนกันระหว่างรถที่เบี่ยงออกจากเลนไป กับรถที่อยู่ในอีกเลนหนึ่งเช่นกัน

    ประการที่สอง จะว่าด้วยเรื่องลึกกว่านั้น แต่ก็ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีอุบัติเหตุคล้ายๆกัน นั่นคือ จากงานศึกษา พบว่าผู้ที่ขับรถช้าส่วนมาก มักมีพฤติกรรมการขับขี่ที่คาดเดาไม่ได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น (โดยอาจเป็นเพราะผู้ขับกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มนักขับมือใหม่ หรือไม่ก็สูงวัย ที่อาจจะมีการขับแบบป้ำๆเป๋อๆ หรือลังเลบนท้องถนน)

    ผลที่ตามมาก็คือ มีโอกาสที่ผู้ขับรถตามหลัง อาจจะต้องเบรกกระทันหัน หรือหาจังหวะเปลี่ยนเลน ซึ่งก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมลูกโซ่ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีอุบัติเหตุตามมาด้วยเช่นกัน

    นอกจากนี้ ด้วยความที่ผู้ขับรถช้า มักถูกแซงบ่อยครั้ง ทำให้พวกเขาอาจจะต้องระวังการถูกปาดแซงมากขึ้นจากรถรอบๆตัว และทำให้พวกเขาเองก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าเช่นกันอีก โดยเฉพาะบนถนนไฮเวย์ที่ตามปกติแล้วต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง การที่ผู้ใช้งานรถขับด้วยความเร็วที่ต่ำมากเกินไป ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงถูกชนท้ายมากขึ้นตาม แม้ว่าคันที่ชนท้าย อาจจะขับมาด้วยความเร็วตามกฏหมายกำหนด หรือเร็วกว่ากฏหมายกำหนด (เพื่อเร่งแซง) ก็ตาม

    อย่างไรก็ดี การขับเร็วกว่าการจราจรบนท้องถนนเอง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโอกาสก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ยากกว่าผู้ที่ขับรถช้ากว่ามากนักเช่นกัน เพราะแม้ผู้ที่ขับรถเร็วจะมีโอกาสถูกชนท้ายน้อย จนแทบไม่มีเลย แต่หลายครั้งพวกเขาก็อาจตัดสินใจพลาด กะระยะในการเปลี่ยนเลน หรือการเบรกผิด จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน

    ดังนั้นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด เพื่อให้การจราจรในสภาวะรถติดๆมีความปลอดภัย จากบทสรุปของงานศึกษานี้ จึงเป็นการที่เราควรจะต้องพยายามรักษาความเร็ว ระยะห่างระหว่างรถ ให้สัมพันธ์กับสภาพการจราจรให้ใกล้เคียงมากที่สุด เพื่อลดโอกาสที่เราจะไปชนตูดชาวบ้าน หรือโดนคนข้างหลังมาชนท้ายโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

    ที่มา Driving Slower is Actually More Dangerous Than Driving Fast – Seasia.co

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ridebuster.com/bust-issue/drive-slower-actualy-more-danger-than-driving-fast/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AsgqOANK4t__ENSX7WXeg

  • กองสลากฯ ยัน ODOS ไม่สะดุด จัดเงิน 5.3 พันล้าน ให้ทุนเด็กถึงปี 2574

    กองสลากฯ ยัน ODOS ไม่สะดุด จัดเงิน 5.3 พันล้าน ให้ทุนเด็กถึงปี 2574

    เศรษฐกิจ

    10 ก.ย. 2025 เวลา 11:30 น.

    ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้ำเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่มีผลต่อโครงการ ODOS หลัง ครม.ไฟเขียววงเงินกว่า 5,300 ล้านบาท ผ่านการออกสลากการกุศลต่อเนื่องถึงปี 2574

    พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้ส่งผลต่อการเดินหน้าโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแล้ว ครอบคลุมทั้งหมด 7 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5,300 ล้านบาท ผ่านการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2574

    “การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่มีผลต่อโครงการ ODOS เพราะ ครม.ได้อนุมัติการออกสลากการกุศลเพื่อเดินหน้าโครงการนานถึงปี 2574 เราพร้อมให้ทุนต่อเนื่องทุกปีจนจบ” พ.ท.หนุนกล่าว

    ทั้งนี้ สนง.สลากฯ จะทยอยออกสลากการกุศลรวม 11 ล้านใบ มูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยจัดสรร 50% หรือกว่า 5,300 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนโครงการ ODOS ส่วนวงเงินที่เหลือกว่า 4,000 ล้านบาทได้อนุมัติสนับสนุนโครงการด้านสาธารณสุขและการศึกษาไปแล้วราว 3,500 ล้านบาท

    สำหรับแผนการทำงานในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานสลากฯ ยังคงเดินตามยุทธศาสตร์สร้างสมดุลระหว่างการจำหน่ายสลากดิจิทัลและสลากใบ โดยปัจจุบันมีสลากดิจิทัลจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 27 ล้านใบ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนสลากทั้งหมดที่วางจำหน่าย 105 ล้านใบ

    พ.ท.หนุน ระบุว่า สนง.สลากฯ มีนโยบายเพิ่มสัดส่วนสลากดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพิจารณาจากความต้องการที่ใกล้จุดสมดุลแล้ว ปัจจุบันการจำหน่ายสลากดิจิทัลหมดเกลี้ยงในหลายงวด ส่วนใหญ่เหลือเพียง 30,000–600,000 ใบต่อรอบเท่านั้น

    ในส่วนของสลาก N3 มีแนวโน้มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีตัวแทนจำหน่ายแล้ว 4,000 ราย จำหน่ายรวม 6 ล้านใบ หรือเฉลี่ยงวดละ 2 ล้านใบ จุดเด่นคือระบบบันทึกข้อมูลร้านค้าอัตโนมัติ ทำให้ผู้ซื้อสะดวกในการสั่งซื้อซ้ำ พ.ท.หนุนย้ำว่า สลาก N3 ไม่ได้แย่งส่วนแบ่งตลาดจากสลากดิจิทัลหรือสลากใบ และไม่มีแผนปิดโครงการ

    นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังมีแนวคิดขยายโควตาให้ผู้ค้าสลากดิจิทัลได้สิทธิจำหน่าย N3 เพิ่มเติม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า เนื่องจากสลากดิจิทัลที่จำหน่ายคนละ 5 เล่ม มีกำไรไม่ถึง 5,000 บาทต่อรอบ แต่หากได้จำหน่าย N3 เพิ่มอีก 400–500 ใบ จะช่วยเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1198171&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3121IItDpg7P-ugDBWWeMW

  • ซินโครตรอนจัดประชุมและรับฟัง “Voice of User” เพื่อพัฒนาและยกระดับการให้บริการของสถาบันฯ

    ซินโครตรอนจัดประชุมและรับฟัง “Voice of User” เพื่อพัฒนาและยกระดับการให้บริการของสถาบันฯ

    สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน AUM2025 เปิดเวทีรับฟังเสียงจากผู้ใช้บริการ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาและยกระดับการบริการแสงซินโครตรอนของสถาบันฯ ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการงานวิจัยและนวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้น

    กรุงเทพมหานคร – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (SLRI Annual User Meeting 2025: AUM2025) ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา เข้าร่วมการประชุมกว่า 250 คน

    “การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม โดยปีนี้มีกิจกรรม Voice of User: ระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอน เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการงานวิจัยและนวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้น”

    ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้บริการได้ระดมความคิดเห็นใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านระบบลำเลียงแสง ด้านเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน(เครื่องเร่งอนุภาค) ด้านความปลอดภัย ด้านการให้บริการทั่วไป และด้านเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ที่จะสร้างขึ้นใหม่ในอนาคต จากนั้นคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้แสงซินโครตรอน (UAC) นำโดย ศ.ดร.จักรพงษ์ แก้วขาว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ประธานกรรมการกลุ่มผู้ใช้แสงซินโครตรอน ได้นำข้อคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาแนวทางปรับปรุงการดำเนินของสถาบันฯ เพื่อพัฒนาการให้บริการที่สอดคล้องความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นในการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ที่กลุ่มผู้ใช้บริการต้องการให้เพิ่มขีดความสามารถจากเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องปัจจุบัน เพื่อยกระดับงานวิจัยและพัฒนาของประเทศ มีการเตรียมความพร้อมหรือสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้บริการก่อนการใช้งานจริงกับเครื่องในอนาคต รวมถึงการสื่อสารในวงกว้าง เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ใช้บริการในปัจจุบันและผู้ที่สนใจในอนาคต นับเป็นเวทีให้กลุ่มผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ระดับพลังงาน 3 GeV ให้สามารถตอบโจทย์งานวิจัยและพัฒนาของประเทศได้อย่างยั่งยืน

    โอกาสนี้ คุณธิติ ศรีรัตนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานนวัตกรรมและเทคโนโลยี บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนจากภาคอุตสาหกรรม ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Industrial Impact Talk : ซินโครตรอนยกระดับอุตสาหกรรมไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองงานวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชน โดยระบุว่า การร่วมมือวิจัยกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนนั้น เป็นการพัฒนาร่วมกับคนไทยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศ

    นอกจากนี้ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Research Funding Talk : เปิดโอกาสให้แสงซินโครตรอนส่องถึงทุน” ถ่ายทอดแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย หรือการขอรับทุนสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานภายนอก ให้แก่ผู้ใช้บริการที่มีความสนใจ โดยเน้นให้เห็นถึงภาพกระบวนการที่นำไปสู่การได้รับทุนวิจัยย่างมีประสิทธิภาพ

    พร้อมกันนี้ภายในการประชุม รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้เป็นประธานมอบรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น (SLRI Award) ให้แก่ผลงานวิจัยที่เกิดจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน โดยผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.ชาคริต ศรีประจวบวงษ์ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. ซึ่งได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) จากผลงานวิจัยหัวข้อ bamboo-Derived Hard Carbon/Carbon Nanotube Composites as Anode Material for Long-Life Sodium-Ion Batteries with High Charge/Discharge Capacities ซึ่งเป็นงานวิจัยวัสดุผสมคาร์บอนจากตะเกียบไม้ไผ่เหลือทิ้งเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่มีอายุการใช้งานยาวนานและมีความสามารถในการชาร์จและคายประจุสูง

    ผลงานวิจัยดีเด่นอีกสาขา ได้แก่ รศ.ดร.จักรสุมา พงศ์เศรษฐ์กุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสัตว์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งได้รับรางวัลในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) จากผลงานวิจัยหัวข้อ A Comprehensive Study of Sous-Vide Cooked Korat Chicken Breast Processed by Various Conditions: Texture, Compositional/Structural Changes, and Consumer Acceptant ที่มุ่งพัฒนาเนื้ออกไก่โคราชให้มีความนุ่ม รสชาติดี และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งนับเป็นการเพิ่มมูลค่าและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่น

    ภายในงานยังมีกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนในรูปแบบโปสเตอร์โดยนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมประชุม และได้มีการมอบรางวัลโปสเตอร์ดีเด่น (Poster Award) อีก 5 รางวัลด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955863&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lN82PVc7B9LmzSYZb4Rtn

  • สจด. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115103/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qSAfcb5vF7yR-pE3vRVx7