Blog

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน วันที่ 21-22 ถ้าจะเสี่ยงโชค เก็งกำไรระยะสั้น ก็จะมีโอกาสมากขึ้น แต่เป็นระยะที่ควรระวังการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งเพื่อตนเองและเพื่อคนที่กำลังรัก ใคร่ เสน่หา ก็อาจเผลอจนหมดตัวได้!

    การงาน เข้าสังคม สังสรรค์สโมสร ใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่งาน ภารกิจ หรือตัวตนให้มากขึ้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้เจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง โดดเด่น ดัง แต่ก็อย่าประมาท มิตรสนิทคิดร้าย เพราะไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน ก็อาจทำให้ถูกใส่ร้ายป้ายสี ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้

    ความรัก เดินทางท่องเที่ยว หรือเข้ากลุ่มทำกิจกรรมตามความเชื่อ ศรัทธา ก็จะทำให้สัมพันธ์รัก หวาน และโรแมนติคมากขึ้น แต่ควรระวังการใช้คำพูด/เขียนโดยไม่คิด ที่ bully คนรัก คู่ครอง ทั้งต่อหน้าบุคคลอื่น หรือจะอยู่กันตามลำพังก็ตาม ก็อาจทำให้รักหวาน กลายเป็น ขม ที่จะทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงที่จะเสพสุรา หรือสารเสพติด รวมถึงอาหารเสริมที่ไม่มีมาตรฐาน ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322246/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D-dXZ3QeVNKFAokQfY4-2

  • รอบวันทันเหตุการณ์  15-02-69

    รอบวันทันเหตุการณ์ 15-02-69

    เผยแพร่:

    รอบวันทันเหตุการณ์ 15-02-69

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/RMgU6xbZ4GE&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ulm0qoyK24HoEDBX_H9yR

  • ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66

    ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66

    วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.20 น.

    ซาบีดา ตอกเขมร ยันประเพณีสงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียนยูเนสโกแล้ว เมื่อปี66 แม้กัมพูชาเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนในปี 2570 ยันไม่กระทบประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อ UNESCO ว่า เป็นข้อมูลจริงตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอ

    แต่อย่างไรก็ตาม น.ส.ซาบีดา ขอยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบต่อสถานะ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 

    ฉะนั้น การขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่นโดยการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

    นอกจากนี้ ไทยยังมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่เสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดย “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในปีปลาย 2569 นี้ กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นของชาติไทยอย่างแข็งขัน

    ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/947249&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2j5xLg_B9LuEzKiuraL9GR

  • เมื่อ “หนี้ท่วมหัว” กลายเป็นข่าวดี! จับตาหนี้สหรัฐฯ 9.6 ล้านล้านจ่อครบกำหนด บีบ FED ลดดอกเบี้ย

    เมื่อ “หนี้ท่วมหัว” กลายเป็นข่าวดี! จับตาหนี้สหรัฐฯ 9.6 ล้านล้านจ่อครบกำหนด บีบ FED ลดดอกเบี้ย

    By

    กุมภาพันธ์ 15, 2026

    สรุปข่าว
    • หนี้สหรัฐฯ มูลค่ากว่า 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ (กว่า 25% ของหนี้ทั้งหมด) กำลังจะครบกำหนดชำระภายในปี 2026
    • หนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นช่วงโควิดที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% แต่ปัจจุบันต้องทำการรีไฟแนนซ์ในยุคที่ดอกเบี้ยพุ่งสูงถึง 3.5-4% ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายของสหรัฐฯ ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
    • ภาระหนี้มหาศาลนี้จะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหั่นดอกเบี้ยลงเพื่อช่วยอุ้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นปัจจัยเชิงบวกอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

    แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish

    เมื่อดอกเบี้ยลด สภาพคล่องจะถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบ สกุลเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบที่จะส่งให้ Bitcoin และตลาดคริปโตทะยานขึ้นอย่างรุนแรง

    ในขณะที่หลายคนกำลังกังวลกับความผันผวนของตลาดระยะสั้น ข้อมูลระดับมหภาคที่น่าสนใจชี้ให้เห็นว่า วิกฤตหนี้ของสหรัฐอเมริกาในปี 2026 นี่แหละ ที่จะเป็นปัจจัยผลักดันขาขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับตลาดคริปโต

    กำแพงหนี้มหึมา: 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ที่รอวันปะทุ

    ข้อมูลชี้ชัดว่า ภายในปี 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระมูลค่ามหาศาลถึง 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25% ของหนี้สาธารณะทั้งหมดของประเทศ

    ความน่ากลัวสำหรับรัฐบาลคือ หนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่ถูกก่อขึ้นในช่วงวิกฤตโรคระบาดปี 2020-2021 ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยถูกแสนถูกในระดับต่ำกว่า 1% แต่เมื่อหนี้เหล่านี้ครบกำหนดและต้องทำการรีไฟแนนซ์ พวกเขาจะต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่สูงถึง 3.5-4% ส่งผลให้ภาระการจ่ายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีไปเป็นที่เรียบร้อย

    การเมืองและเศรษฐกิจบีบให้ FED ต้องยอมถอย

    สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า FED จะไม่สามารถทนคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปได้นานนัก เพราะยิ่งดอกเบี้ยสูง รัฐบาลสหรัฐฯ ยิ่งเสี่ยงต่อการแบกรับภาระไม่ไหว

    นอกจากนี้ ปัจจัยทางการเมืองยังเป็นแรงส่งสำคัญ เมื่อประธานาธิบดี Donald Trump มีนโยบายกดดันให้ลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ประกอบกับการเตรียมแต่งตั้งประธาน FED คนใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2026 ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยน่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในช่วงกลางปี ในขณะที่เงินเฟ้อเริ่มเย็นลงและตลาดแรงงานส่งสัญญาณอ่อนแอ


    ข้อมูลชุดนี้ถือเป็นการตอกย้ำทฤษฎีการเสื่อมค่าของเงินกระดาษได้อย่างชัดเจนที่สุด ในมุมมองของผู้เขียนวิกฤตหนี้ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์นี้คือไพ่ตายที่บีบให้สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้ประเทศผิดนัดชำระหนี้ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) กับการพิมพ์เงินและลดดอกเบี้ยเพื่ออุ้มระบบ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา สหรัฐฯ เลือกวิธีหลังเสมอมา เมื่อ FED ถูกบังคับให้ลดดอกเบี้ยและเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และนั่นคือจรวดเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับ Bitcoin ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นสินทรัพย์ที่มีจำกัดเพื่อต่อต้านการพิมพ์เงิน

    ที่มา: @AshCrypto

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/02/15/us-debt-wall-9-trillion-bullish-bitcoin-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j4F7s8q_iO7C4Vxexq5re

  • ยึดเศรษฐกิจ-มั่นคง ภท.เคาะโควตากระทรวง ห้ามชงรมต.ชื่อเสียงฉาว!

    ยึดเศรษฐกิจ-มั่นคง ภท.เคาะโควตากระทรวง ห้ามชงรมต.ชื่อเสียงฉาว!

    “ภท.” หวังยึดกระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคงทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านแบบเบ็ดเสร็จ การจัดสรรโควตา ครม.ใช้ผลงานวัด  สกัดตั้งมุ้งต่อรอง ยังไม่ชัดเชิญกล้าธรรมคุยวันไหน  “อนุทิน” เยือนบ้านเกิดภริยา “เพื่อไทย” ประสานเสียงเคลียร์ใจสาวกแดงหลังผสมน้ำเงิน อ้างร่วมรัฐบาลแก้ปัญหาทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากกว่าเป็นฝ่ายค้าน ยันปม “ฮั้ว สว.-เขากระโดง” ยังเดินหน้าต่อ

    เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงมีความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่มีความชัดเจนในการเชิญพรรคกล้าธรรรม (กธ.) ในฐานะพรรคอันดับ 4 มาที่ทำการพรรคเมื่อใด หลังจากพรรค ภท.ได้เชิญพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอันดับ 3 มาพูดคุยเรื่องร่วมรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.  

    มีรายงานแจ้งว่า ภท.ต้องการดูแลกระทรวงทางเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ที่ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ดูแลอยู่ โดยต้องการให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นทีมเดียวกันทั้งหมด  เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรและราคาสินค้าได้ง่าย และต้องการดูแลเรื่องเศรษฐกิจทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จ เพราะมีผลต่อสร้างผลงานให้แก่ประชาชนที่ต้องการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และจะไม่ปล่อยให้แก่พรรค พท. เพราะเมื่อครั้งเคยเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้

     รายงานแจ้งอีกว่า ภท.ยังต้องการดูแลกระทรวงทางด้านความมั่นคง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากพรรค พท.ถูกครหาเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา หากให้พรรค พท.ดูแลอาจถูกกระแสต่อต้านได้ นอกจากนี้ ภท.ยังต้องการดูกระทรวงยุติธรรมด้วย เพราะไม่ต้องการให้พรรคการเมืองใดใช้กลไกการเมืองเข้าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือเขากระโดง รวมถึงคดีความอื่นๆ อีกด้วย

    ขณะเดียวกัน การจัด ครม.ครั้งนี้จะชูภาพมืออาชีพ หลังมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นแกน ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรค ภท. และจะขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้ส่งบุคคลซึ่งเป็นที่กังขาของสังคมหรือมีภาพลักษณ์การเมืองเดิมๆ  เข้ามา

       ส่วนความเคลื่อนไหวภายในพรรค ภท.เอง จะจัดสรรตำแหน่งให้บุคคลที่ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งที่ผ่านมาตามความเหมาะสม แต่ไม่ปล่อยให้รวมตัวกันตั้งกลุ่มหรือระดม สส.มาต่อรอง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลทั้งหมดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน และพรรคยังมีจุดยืนในความเป็นเอกภาพ ที่ถือเป็นจุดแข็งที่ต้องรักษาเอาไว้

    ด้านความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. พร้อมคณะ  ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนที่จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันไปหมาดๆ ก่อนวันวาเลนไทน์

    นายอนุทินยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพขับรถกับคณะ พร้อมข้อความระบุว่า “มากราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดระนอง ในช่วงรอผลอย่างเป็นทางการ พวกเราจะเดินทางไปขอบพระคุณพี่น้องทุกจังหวัดที่ให้ความเมตตากับพรรคภูมิใจไทยครับ”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินได้ขับรถสองแถวไม้ พาคณะตระเวนทักทายชาวบ้านตลอดเส้นทาง ประชาชนออกมาต้อนรับอย่างคึกคัก ต่างแสดงความยินดีพร้อมให้กำลังใจ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถขับเคลื่อนประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU 44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ   ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

    ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผลการเลือกตั้งออกมา เราได้เสียงไม่มากพอ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน การที่ประชาชนยังไม่เลือกเรามากพอคือสิ่งที่เราเคารพและต้องนำกลับมาเป็นการบ้าน เพื่อทบทวนว่านโยบายของเราตรงไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ และเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นในอนาคต ในขณะเดียวกันการที่ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 และมีเสียงทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ คือการตัดสินใจที่เราต้องเคารพด้วย ในฐานะพรรคอันดับ 3 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่าทางใดจะทำให้เราสามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การร่วมรัฐบาลทำให้เรามีโอกาสทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มากกว่าการเป็นฝ่ายค้าน

     “เสียงประชาชนไม่เทา การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย  เรายังคงมีความเป็นอิสระ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการร่วมอย่างชัดเจน” นายจุลพันธ์ระบุ

    ส่วนประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว.และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อ ภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภา และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และต้องเคารพความจริงนั้น

    นายจุลพันธ์ระบุด้วยว่า หลักการสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือ การเคารพการตัดสินใจของประชาชน และภายใต้ข้อจำกัดของเสียงที่เราได้รับ เราจะใช้ทุกเสียงนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่เลือกเราให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดหากเราตัดสินใจผิดหรือทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเราอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเราตระหนักดีว่าทุกการตัดสินใจของเรามีความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยทำบนความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกเสียงของประชาชนที่เลือกเรามา

    นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจงถึงการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า การตัดสินใจดังกล่าว อาจมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครจับมือกับใคร คำถามคือ ประชาชนจะได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ การเป็นฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาล คือการลงมือทำจริง เราเลือกเส้นทางที่ทำให้นโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรม เศรษฐกิจต้องเดินหน้า ปากท้องต้องดีขึ้น ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสเข้าไปทำงาน เราจะไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม

     “เราเคารพและรับฟังเหตุผลของทุกความเห็นต่าง โดยเฉพาะเสียงของผู้สนับสนุนที่แสดงความกังวลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ทุกความคิดเห็นมีคุณค่า และจะถูกนำไปเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับยุทธศาสตร์และทิศทางการทำงานของพรรคต่อไป เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย อำนาจมีไว้ใช้เพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น และเสียงของประชาชนคือเข็มทิศในการตัดสินใจของเรา” นายภูมิธรรมโพสต์.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/948241/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sKRoFb3fyn2Kz2XvEn8Bj

  • คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    (15ก.พ.69) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรยี่งอ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวม 7 จุด ในอำเภอยี่งอและอำเภอระแงะ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

    โดยในพื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุจำนวน 5 จุดจากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่าคนร้ายแยกย้ายกระจายตัวก่อเหตุตามช่วงเวลา ดังนี้

    1. เวลา 23.00 น. (14 ก.พ.): เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ (กะสะมะรอบี) ตั้งอยู่ตรงข้ามสมาคมจีน หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    2. เวลา 00.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านโทรศัพท์ (อ.บูรฮัน) และสำนักงานปศุสัตว์ ใกล้เขตเทศบาล 2 และ 3 พื้นที่หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    3. เวลา 02.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุหน้าร้านซ่อมโทรทัศน์ ใกล้กับหอนาฬิกา และร้าน “มาด๊ะ”
    4. เวลา 04.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุลอบวางเพลิงหน้าร้าน “กะนะ” ขายข้าว บริเวณสะพานเหล็ก
    5. เวลา 05.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุจุดสุดท้ายบริเวณหน้าบ้านพัก “กูโซะ” เส้นทางออกไปจังหวัดปัตตานี

    ขณะที่พื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุอีก 2 จุด โดยจุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.32 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ บริเวณร้านขายของชำในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส และจุดที่สองในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ บริเวณตรงข้ามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 ตำบลตันหยงมัส

    จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบร่องรอยความเสียหายบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์และร้านค้า มีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (โชเล่ย์) และทรัพย์สินบางส่วนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย บนพื้นถนนมีเศษซากวัสดุและรอยเขม่ากระจายตัวอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในรายงานเบื้องต้นระบุว่า “ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

    ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย คาดเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เขตชุมชนเมือง

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/NGt4vxQmK&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0trWtHCZ4RyBO-27llitZq

  • ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    15 กุมภาพันธ์ 2569, 20:48น.

              พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของคนไทยเชื้อสายจีนจะมีการออกมาจับจ่ายใช้สอยจัดเตรียมสิ่งของเพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ ประกอบกับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือบริษัท หยุดทำการติดต่อกันหลายวัน และจะมีพนักงาน ลูกจ้าง เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยให้ตำรวจทั่วประเทศดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ ดังนี้

              วันจ่าย (15 กุมภาพันธ์ 2569) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตลาด ร้านทอง ธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ เพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง

              วันไหว้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) : เน้นการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้จากการจุดธูปเทียน และการเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยให้สถานีตำรวจในพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุ และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

              วันเที่ยว (17 กุมภาพันธ์ 2569) : จัดกำลังสายตรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงย่านที่พักอาศัยของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งอาจมีการปิดบ้านพักอาศัยเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินและการก่อเหตุในเคหสถาน

              นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่อาจฉวยโอกาสลักลอบกระทำความผิดในช่วงเทศกาล เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับ และดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน

              สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำความผิด เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

    #ตรุษจีน2569

    #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CMqjTMG8nmKJrpuQ0YY5J

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/651614&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OfkQTq9Wk6KUSDOl6vQX6

  • “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    15 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  
     

    พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ
     

    ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้น เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนน ด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้
     

    ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่า จะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง  ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    #การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญา ที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
     

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ
     

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา
     

    ผมขอสัญญาว่า จะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
     

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับ คือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ
     

    ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน
     

    ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

    อนุทิน ชาญวีรกูล

    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 
     

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.  

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973593&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A7vmG597-x0fZEHtm2ihB

  • กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ

    กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมได้ที่ตลาดดังย่านประตูน้ำ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย
    1.น.ส.นิ มา ยา (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 19 ปี
    2.น.ส.ทู ซา วิน (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 20 ปี 
    3.นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี

    ในฐานความผิด “ร่วมกันเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.เสื้อที่ปลอมเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 107 ตัว
    2.เสื้อที่เลียนเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 20 ตัว
    3.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า ดิออร์ จำนวน 68 ตัว
    4.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า วาเลนติโน จำนวน 20 ตัว
    5. เสื้อที่เรียนเครื่องหมายการค้ากุชชี่ จำนวน 22 ตัว
    6. แว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้ารวม 12 รายการ (12 เครื่องหมายการค้า) จำนวนทั้งสิ้น 241 ชิ้น

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ระดมกวาดล้างเครือข่ายต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน ที่ลักลอบหลอกลวงนักท่องเที่ยวจำหน่ายสินค้าปลอมให้กับนักท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก โดยสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าว ลักลอบการจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของไทย เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนและวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ก่อนเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น

    ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติได้ 2 ราย คนไทย 1 ราย พร้อมของกลาง เป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายรายการ อาทิ แว่นตา เสื้อ ผ้าคลุมไหล่ และสินค้าแบรนด์เนมประเภทต่าง ๆ ที่นำมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
    โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน (ทราบชื่อ-สกุลภายหลัง) กำลังจำหน่ายสินค้าให้กับบุคคลทั่วไป เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบ จากการสอบถาม น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้บางส่วน

    จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบสินค้าภายในร้าน ก่อนทำการตรวจสอบได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้เริ่มตรวจสอบ อีกทั้งได้พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมอีกในบริเวณใกล้เคียงกัน  มี นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี เป็นผู้จำหน่ายสินค้า และเป็นเจ้าของสินค้า ผลการตรวจสอบพบสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าววางอยู่ภายในบริเวณร้านในลักษณะเสนอจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป โดยมีตัวแทนผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้เสียหายจริง จากนั้นจึงได้ให้ นายหม่อง ขันจี กุมาร สัญชาติเมียนมา ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี มาเป็นล่ามในการจับกุม ชาวต่างชาติจำนวน 2 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ผู้ต้องหาต่างชาติ ทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/66613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FxT2ntwJLeGQ6o8leKmsd