Blog

  • รายงานพิเศษ : รร.เมทนีดลสร้างประวัติศาสตร์ ยกระดับการศึกษา ผลสอบ IGCSE ดีเยี่ยมภาษาอังกฤษ ระดับโลก

    รายงานพิเศษ : รร.เมทนีดลสร้างประวัติศาสตร์ ยกระดับการศึกษา ผลสอบ IGCSE ดีเยี่ยมภาษาอังกฤษ ระดับโลก

    วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    โรงเรียนนานาชาติเมทนีดล จังหวัดขอนแก่น สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการศึกษาไทย นักเรียนสอบ IGCSE วิชาภาษาอังกฤษผ่าน 100% ทั้งรุ่น แถมมีนักเรียนระดับ ม.2 ทำคะแนนเต็ม 9 เต็ม 9 สะท้อนศักยภาพหลักสูตรระดับโลก Oxford AQA ที่ได้รับการยอมรับ พร้อมก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการการศึกษาไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อโรงเรียนนานาชาติเมทนีดล ประเทศไทย จ.ขอนแก่น จัดพิธีมอบรางวัลการสอบเทียบโอนหลักสูตร IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) วิชาภาษาอังกฤษ ท่ามกลางความภาคภูมิใจของนักเรียน ผู้ปกครอง และคณะครู ผลการสอบครั้งนี้ถือว่าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโรงเรียน เป็นนักเรียนรุ่นแรกที่เข้าสอบ และสามารถทำผลงาน “สอบผ่าน 100%” ครบทุกคนที่เข้าสอบ พร้อมทั้งยังมีนักเรียนที่ทำคะแนนสูงสุดระดับ 9 เต็ม 9 ซึ่งเป็นเกรดสูงสุดของระบบ IGCSE สร้างกระแสชื่นชมในวงการการศึกษาอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นยิ่งกว่านั้น คือ นักเรียนระดับ Grade 8 (เทียบเท่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2) สามารถสอบผ่านข้อสอบ IGCSE ซึ่งโดยปกติออกแบบมาสำหรับนักเรียนระดับ Grade 10–11 ได้อย่างยอดเยี่ยม สะท้อนถึงศักยภาพทางวิชาการ และการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย

    รายชื่อนักเรียนที่ทำผลงานโดดเด่นจากการประกาศผลของ Oxford AQA ได้แก่ ดช.จิระพล จีระวิพูลวรรณ (G.8) คะแนนเต็มระดับ 9 ด.ช.มหัศจรรย์ วงษ์ปัญญา (G.8) ด.ช.ภาคิน มานิตพรสุทธ์ (G.8) น.ส.กัญดาริน วงศ์เกษม (G.9) และ น.ส.ต้องตา นวสฤษฏ์กุล (G.10) Ms. Muyezi Liu (G.11) โรงเรียนนานาชาติเมทนีดล ใช้หลักสูตร Oxford International Curriculum และได้รับการรับรองเป็นศูนย์สอบ Oxford AQA International Examination Centre อย่างเป็นทางการจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Oxford University Press และ AQA หน่วยงานจัดสอบที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยหลักสูตรดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกับระบบการศึกษาของอังกฤษ แต่ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับนักเรียนทั่วโลก เน้นการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้

    ดร.อรทัย สันติเมทนีดล ผู้อำนวยการและผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความทุ่มเทของนักเรียนและคณะครูทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน พร้อมวางแผนเส้นทางการศึกษารายบุคคล เพื่อมุ่งสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ทั้งนี้ โรงเรียนยังถือเป็นศูนย์สอบ Oxford AQA แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับรางวัลรับรองมาตรฐานระดับ World Class Standard School อีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนคุณภาพของผู้เรียน แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของระบบการศึกษาไทยในภูมิภาค ที่สามารถผลิตเยาวชนให้มีความสามารถเทียบเท่าสากล และพร้อมก้าวสู่เวทีโลกในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีบุคคลต้นแบบด้านการศึกษาอย่าง พชร จิราธิวัฒน์ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจาก University of Oxford เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักเรียนรุ่นใหม่ โรงเรียนนานาชาติเมทนีดล มุ่งหวังว่า ในอนาคตอันใกล้ จะได้เห็นนักเรียนจากภาคอีสานก้าวสู่การเป็น “Oxonian” หรือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อกลับมาพัฒนาประเทศ และขับเคลื่อนจังหวัดขอนแก่นสู่ความเป็นสากลอย่างยั่งยืนต่อไป

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/957002&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15voZ9xiFyeSuMexOGPsts

  • เปิดคำแถลงนโยบายรบ.อนุทิน ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

    เปิดคำแถลงนโยบายรบ.อนุทิน ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

    วันนี้ ( 6 เม.ย.2569) วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทั้ง 35 คนเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ  โดยหลังจากเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณในวันนี้ ( 6 เม.ย.69) ขั้นต่อไปรัฐบาลจะต้องนำนโยบายแถลงต่อรัฐสภาซึ่งตามไทม์ไลน์ที่คาดการณ์ไว้จะเป็นวันที่ 9-10 เมษายน นี้ ซึ่งหากรัฐสภาเห็นชอบต่อนโยบายของรัฐบาลก็จะทำให้รัฐบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมบูรณ์

    สำหรับนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภานำโดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ประกอบด้วย นโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย โดยมีความยาวทั้งหมด 21 หน้า

    1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ จะเน้นส่งเสริมการลงทุน SMEs ลดการบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และคนไทย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ทันต่อยุคดิจิทัล และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เพิ่มบทบาทเอกชน และทางเลือกให้เข้ามาร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และจะส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า ขณะที่ด้านการเกษตร เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืนควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน และด้านการท่องเที่ยวจะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาคยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง

    2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง จะเน้นไปที่การส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และจะทบทวนนโยบาย Free Visa

    3.นโยบายด้านสังคม มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และพัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที โดยปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่สามารถรองรับกับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการแพทย์มุ่งเป้าการใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์

    4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการน้ำ และป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเร่งรัดการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้ AI ในการวิเคราะห์ พยากรณ์ ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการพยากรณ์อากาศทั้งระบบให้มีความแม่นยำระดับตำบล พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือนเพื่อสร้างหลักประกันและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ผลักดันให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานทางเลือก และเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจกในประเทศ

    5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยจะผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปีแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

    อ่านข่าว:

    เปิดกำหนดการ “อนุทิน” นำ ครม.​ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย.​

    รมต.ภูมิใจไทย จ่อลาออกจาก สส. เว้น “อนุทิน-ไชยชนก” ขยับปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นอีก 4 คน

    “ยศชนัน” เข้าทำเนียบครั้งแรก ควง “จุลพันธ์” ร่วมกินข้าวเที่ยงกับ “นายกฯ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504291&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GsdVXV2P-iR7FGnwVkp4w

  • ราคาน้ำมันดิบ ประจำวันที่ 05/04/69 เวสต์เทกซัส-เบรนท์ ผันผวน จับตาเศรษฐกิจโลก

    ราคาน้ำมันดิบ ประจำวันที่ 05/04/69 เวสต์เทกซัส-เบรนท์ ผันผวน จับตาเศรษฐกิจโลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/139569&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HNql0s-1S1ceL3d81CGrj

  • ดาวโจนส์ ประจำวันที่ 05/04/69 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จับตาปัจจัยโลก

    ดาวโจนส์ ประจำวันที่ 05/04/69 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จับตาปัจจัยโลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/139568&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q3h8iNsOH0lGwdCER_Xbv

  • ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ททท. รุกกลยุทธ์ “Smile @ South” พลิกฟื้นท่องเที่ยวใต้ ชูสิทธิพิเศษดึงนักท่องเที่ยวทะลักหาดใหญ่

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านโครงการใหญ่ “Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้”

     โดยเปิดตัวกิจกรรมไฮไลต์ “Amazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน
     

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา บรรยากาศ ณ จุดผ่านแดนสำคัญ ทั้งท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ด่านศุลกากรสะเดา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ เต็มไปด้วยความคึกคัก 

    โดย ททท. นำโดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมคณะผู้บริหารและพันธมิตร ได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยของขวัญ “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นภาคใต้และสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการกว่า 100 แห่ง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวถึงความเชื่อมั่นและเป้าหมายของโครงการนี้ว่า

     “ททท. เชื่อมั่นว่าโครงการ ‘Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้’ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เราไม่เพียงแค่มอบส่วนลด แต่เรามอบ ‘ประสบการณ์’ และรอยยิ้มผ่านของที่ระลึกที่คัดสรรจากชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนสู่พื้นที่ไม่น้อยกว่า 480 ล้านบาท” ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี

    ความพิเศษของแคมเปญนี้คือนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสิทธิพิเศษได้ง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพียงแสดงหนังสือเดินทาง ณ บูทกิจกรรมเพื่อรับ “Amazing Bag” และสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดจากโรงแรม ร้านค้า และบริการท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วภาคใต้ พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับ Lucky Voucher มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

    ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    กิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้เครื่องมือการตลาดสร้างความเชื่อมั่น (Confidence Building) ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชายแดนใต้ โดยเน้นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้รอยยิ้มของชาวใต้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน

    นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่และชายแดนใต้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/amazingthailandpassportprivileges ททท. ปั้น “Smile @ South” ฟื้นเศรษฐกิจใต้ ดันหาดใหญ่โมเดลดูดเงินนอก 480 ล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/740486&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lk0qvGeHXqTYj70GeME7V

  • ยอดขายแฟรนไชส์พุ่ง 600 ล้าน พาณิชย์i6dต่อสงขลา ดัน SMEs ฟื้นหลังน้ำท่วม

    ยอดขายแฟรนไชส์พุ่ง 600 ล้าน พาณิชย์i6dต่อสงขลา ดัน SMEs ฟื้นหลังน้ำท่วม

    ยอดขายแฟรนไชส์พุ่ง 600 ล้าน พาณิชย์i6dต่อสงขลา ดัน SMEs ฟื้นหลังน้ำท่วม

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการภาคใต้ให้สามารถเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์จากหลากหลายประเภทธุรกิจ 

    รวมถึงสนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เป็นแต้มต่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่

    โดยการนำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมฯ ไปช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนอีกครั้ง  

    และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มองหาอาชีพเสริมหรือผู้ที่ว่างงานสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเอง

    ซึ่งเป็นการดำเนินกานผ่านโครงการแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดสงขลา โดยเป็นการต่อยอดจากพื้นที่ภาคเหนือ ภาตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ซึ่งมียอดผู้ที่สนใจแฟรนไชส์กว่า 600 ล้านบาท

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีการนำ 40 ธุรกิจแฟรนไชส์ดาวเด่นและผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมฯ ในหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหาร ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจการบริการ ธุรกิจการศึกษา และธุรกิจความงาม/สปา ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) และการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเก่าในการเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

    อีกทั้งยังมีการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่มีมาตรฐานและมีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว

    สำหรับจังหวัดสงขลานั้น เป็นหัวเมืองเศรษฐกิจของภาคใต้ที่มีศักยภาพสูง มีการผสมผสานระหว่างผู้ประกอบการรุ่นดั้งเดิมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวในการประกอบธุรกิจเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ดังนั้น การนำโครงการดังกล่าวมาจัดในพื้นที่จึงสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปีที่แล้วส่งผลกระทบเสียหายอย่างหนัก ต่อทรัพย์สินประชาชน และธุรกิจ SME ทำให้ประชาชนขาดรายได้จำนวนมาก 

    “การดำเนินการดังกล่าวเป็นการนำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจากกรมฯ ไปช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มองหาอาชีพเสริมหรือผู้ที่ว่างงานสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655878&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05EiVTc9F7pb6e9F_BKevX

  • เปิดวาร์ป ‘ดาด้า กาฬสินธุ์’ นักประกวดสาว ที่ไม่ได้ดังแค่ไทย แต่ไกลถึงนานาชาติ | เดลินิวส์

    เปิดวาร์ป ‘ดาด้า กาฬสินธุ์’ นักประกวดสาว ที่ไม่ได้ดังแค่ไทย แต่ไกลถึงนานาชาติ | เดลินิวส์

    จากกรณี “ดาด้า ดาราธร” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ โชว์สเต็ปบีบอยสุดปังกลางรันเวย์พรีลิมฯ แม้ชวดเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย แต่คว้าใจแฟนอินเตอร์ไปเต็มร้อย แห่ชมความกล้าที่โดดเด่น ยกให้เป็นผู้ชนะในใจคนทั้งโลกเรียบร้อยแล้ว ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

    เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 “เดลินิวส์ออนไลน์” จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “ดาราธร หยูทอง” หรือ “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ 2026 ที่โด่งดังจากคลิปเต้นบีบอยในชุดว่ายน้ำ ในระหว่างการประกวดรอบพรีลิม Miss Grand Thailand 2026 เรียกได้ว่า “ดาด้า” คือนักประกวดสาวไทยที่มั่นใจ ปล่อยพลังผ่านท่าเต้นแบบสุดเหวี่ยง จนกลายเป็นกระแสไวรัลไม่ใช่แค่ในไทย แต่ไปไกลถึงต่างประเทศ!

    สำหรับ “ดาราธร หยูทอง” หรือ “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ 2026 ผู้สร้างโมเมนต์สะดุดตาบนเวที นอกจากความโดดเด่นด้านการโชว์สเต็ปบีบอยสุดปังแล้ว เธอยังมีด้านการศึกษาที่น่าสนใจ โดยจบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนจะต่อยอดความรู้ในระดับอุดมศึกษาด้านภาษาอังกฤษ และภาษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

    นอกจากนี้ ท่าเต้นสะเทือนเวทีของ “ดาราธร หยูทอง” หรือ “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ 2026 ที่เคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจนั้น แม้ว่าในคืนรอบตัดสินจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งเธอไม่ได้รับตำแหน่งมงกุฎชนะเลิศ แต่คลิปของเธอถูกแชร์ไปทั่วโซเชียล จนต่างชาติต่างพากันคอมเมนต์ชื่นชม และกลายเป็นไวรัลระดับโลก

    อย่างไรก็ตาม แฟนเพจ “มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ – Miss Grand Kalasin ได้มีการประกาศเชิญชวนเตรียมตัวมาแดนซ์ให้สุดเหวี่ยงกับ “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ พร้อมระบุข้อความว่า “สวนลุมพินีเตรียมลุกเป็นไฟ เตรียมตัวมาแดนซ์ให้สุดเหวี่ยงกับ “ดาด้า” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ เจ้าของไวรัลทั่วโลก มาเจิม แท่นเต้นแอโรบิกอันใหม่ ยิ่งใหญ่ อลังการ พร้อมระบบเสียงจัดเต็ม 7 เมษายนนี้ นัดหมาย 17.45 น. (เตรียมตัววอร์มร่างกาย) เริ่มเต้น: 18.00 น. (ปล่อยพลังความมันส์) บอกเลยว่างานนี้ห้ามพลาด! เตรียมซ้อมท่า No Body แล้วมาสนุกกับดาด้าตัวจริง เสียงจริงจ้า”

    ขอบคุณข้อมูล : มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ – Miss Grand Kalasin และ dadakerema

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5752620/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QOmfIWQDievK6afjCzsK3

  • ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

    ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มปรากฏสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก ตลาดระยะไกล (Long haul) ซึ่งได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านที่นั่งสายการบินและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะไกลมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่พึ่งพาการเดินทางระยะไกลในภาวะต้นทุนพลังงานผันผวน

    ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบ ททท.ได้เร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก โดยหันไปมุ่งเน้นตลาด นักท่องเที่ยวระยะใกล้ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ จีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่ขยายตัวถึง 38% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทดแทนตลาดระยะไกลที่ชะลอตัว

    ขณะเดียวกัน ททท.ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน” ที่มุ่งส่งเสริมการเดินทาง โดย ระยะสั้น เน้นการท่องเที่ยวชุมชนและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

    ส่วนในมิติการตลาดเชิงกิจกรรม ททท.เดินหน้าผลักดัน อีเวนต์และเทศกาลขนาดใหญ่ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ซึ่งถูกยกระดับสู่การเป็นงานระดับโลก ผ่านการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 และกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

    นอกจากนี้ยังมีการกระจายกิจกรรมสงกรานต์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ งานประเพณีท้องถิ่นและเทศกาลเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นการเดินทางในวงกว้าง

    ในระยะยาว ประเทศไทยยังเตรียมยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลดนตรีนานาชาติครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จากตลาดระยะใกล้ และกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

    จะเห็นได้ว่าการปรับกลยุทธ์ของ ททท.ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางกระทบทำให้เกิดความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศและตลาดระยะใกล้ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพของอีเวนต์ระดับโลก จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ พร้อมทั้งวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/975486/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E3xRUuep66ty6hQZ_JPsO

  • ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก

    ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก

    วิทยาศาสตร์ยืนยัน: เราเห็นใจสัตว์เท่าทารก

    ไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่วิทยาศาสตร์มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นและโคโลราโด ได้ทำการทดสอบกับนักศึกษา 256 คน โดยให้ประเมินความรู้สึกต่อข่าวการทำร้ายเหยื่อที่แตกต่างกัน

    ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะ  ระดับความเห็นอกเห็นใจที่มนุษย์มีต่อ “ลูกสุนัข” และ “สุนัขโต” นั้นสูงเทียบเท่ากับ “เด็กทารก” ในขณะที่เหยื่อที่เป็นชายวัยผู้ใหญ่กลับได้รับความเห็นอกเห็นใจน้อยที่สุด นั่นเป็นเพราะมนุษย์มีแนวโน้มที่จะปกป้องสิ่งมีชีวิตที่ดูเปราะบางและไม่สามารถดูแลตัวเองได้

    เครื่องมือเรียกน้ำตาชั้นยอดในหนัง-ซีรีส์

    ด้วยกลไกทางจิตวิทยานี้ ผู้สร้างภาพยนตร์จึงมักใช้ความตายของสัตว์เป็น “เครื่องมือดึงอารมณ์” (Emotional Device) ที่ทรงพลังที่สุด ลองนึกถึงฉากบีบหัวใจที่พระเอกต้องจบชีวิต Sam น้องหมาคู่ใจใน I Am Legend หรือการตายของ Daisy ลูกสุนัขบีเกิลที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ John Wick ต้องกลับไปล้างแค้น ซึ่งผู้ชมทั้งโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “สมควรแล้ว”

    ความอ่อนไหวในประเด็นนี้รุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดเว็บไซต์อย่าง DoesTheDogDie.com เพื่อให้คนรักสัตว์เข้าไปเช็กก่อนว่าหนังเรื่องนี้จะทำร้ายจิตใจพวกเขาหรือไม่ เพราะสำหรับหลายคนแล้ว หนังโหดแค่ไหนก็ทนดูได้… แต่ถ้าหมาตาย เราขอข้าม!

    การที่เราพร้อมจะเสียน้ำตาให้กับสัตว์ในภาพยนตร์ ไม่ได้แปลว่าเราเมินเฉยต่อเพื่อนมนุษย์ แต่กลับเป็นเครื่องยืนยันว่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสลับซับซ้อน ลึกๆ แล้วมนุษย์ยังคงให้คุณค่ากับความรักที่บริสุทธิ์และการปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ

    ไขปริศนาจิตวิทยา : ทำไมสัตว์ตายในหนัง-ซีรีส์ ถึงทำให้เราเศร้ากว่าคนตายซะอีก  

    ที่มา : elpais movieweb .popsugar  sciencedaily

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/movie-series/862854&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cHRZgEbt1ZQwDhAlX4Y3r