Blog

  • จ่อปรับชื่อ “คนละครึ่ง” เป็น “ไทยช่วยไทย” นายกฯ อนุทิน แย้ม! มีเพิ่มขนาดวงเงิน

    จ่อปรับชื่อ “คนละครึ่ง” เป็น “ไทยช่วยไทย” นายกฯ อนุทิน แย้ม! มีเพิ่มขนาดวงเงิน

    นายกฯ อนุทิน จ่อปรับชื่อ “คนละครึ่งพลัส” เป็น “ไทยช่วยไทย” เพื่อยกระดับจากโครงการคนละครึ่งเดิม ทั้งการเพิ่มขนาดวงเงิน และรูปแบบการช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากขึ้น

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หลังจากเริ่มบริการราชการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา รัฐบาลเตรียมเร่งเเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ให้เร็วขึ้น เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานยังผันผวน

    นายอนุทิน กล่าวว่า มาตรการใหม่นี้ อาจจะใช้ชื่อว่า “ไทยช่วยไทย” และจะเป็นการยกระดับจากโครงการคนละครึ่งเดิม โดยจะมีการเพิ่มทั้งขนาดวงเงิน รวมไปจนถึงรูปแบบการช่วยเหลือ ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลประชาชนฐานราก

    มาตรการลักษณะนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพยุงกำลังซื้อในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาพลังงาน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่า ทุกมาตรการจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ

    ส่วนเสียงท้วงติงจากฝ่ายค้านต่อโครงการคนละครึ่งถือเป็นเรื่องปกติของกระบวนการตรวจสอบ แต่ในส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่หลักในการเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และลดภาระประชาชนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

    สำหรับรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส” ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการออกแบบเชิงนโยบาย โดยจะเน้นให้เกิดผลทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ คือการกระตุ้นการใช้จ่าย และมิติทางสังคม คือการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนไปพร้อมกัน โดยตั้งเป้าให้สามารถเริ่มใช้มาตรการได้โดยเร็วในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน

    สอดคล้องกับ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ก่อนหน้านี้เคยระบุว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งนี้ จะเปิดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้บัตรซื้อของจากร้านค้า ที่ร่วมโครงการคนละครึ่งได้ด้วย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบให้สอดคล้องกับงบประมาณ โดยคาดจะเริ่มใช้ได้ภายในเดือน พฤษภาคม 2569 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949616/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r5Gz8eYeWRBWew0otmRqR

  • สงครามอิหร่านกระทบเศรษฐกิจเอเชีย พลาสติกขาดแคลนหนัก เร่งธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ ‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ | SDG Move

    สงครามอิหร่านกระทบเศรษฐกิจเอเชีย พลาสติกขาดแคลนหนัก เร่งธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ ‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ | SDG Move

    สงครามอิหร่านกระทบเศรษฐกิจเอเชีย พลาสติกขาดแคลนหนัก เร่งธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ ‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’

    ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนบรรจุภัณฑ์พลาสติกครั้งใหญ่ในรอบหลายปี ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวหันไปใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเพื่อความอยู่รอด สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในอิหร่านที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ราคาพลาสติกได้ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี จากข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบอย่างน้ำมันและปิโตรเคมี ทางบริษัท Yonwoo ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางจากเกาหลีใต้ ออกมาเผยว่าส่งผลให้ความสนใจต่อบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า

    เอเชียไม่เพียงพึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางในระดับสูง แต่ยังมีการใช้พลาสติกอย่างมากในชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามข้อมูลของ OECD ระบุว่าปริมาณการใช้พลาสติกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านตันในปี 2533 เป็น 152 ล้านตันในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นราว 900% ภายในระยะเวลา 32 ปี นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้ยังเป็นแหล่งของขยะพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าหนึ่งในสามของทั้งโลก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบการจัดการขยะที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้น้อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

    ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการผลิตและใช้พลาสติกต่อหัวสูงเป็นอันดับรองจากสหรัฐอเมริกา ผู้ค้าส่งเริ่มออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของการขาดแคลนถาดและถุงพลาสติก โดย เคนสุเกะ ทาคาฮาชิ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของซูเปอร์มาร์เก็ต Marutake ในจังหวัดไซตามะ ระบุว่า “ตอนนี้เราต้องมาหารือกันแล้วว่าจะขายสินค้าอย่างไร หากไม่มีถาดให้ใช้อีกต่อไป เป็นเรื่องน่ากังวลมาก และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป”  เช่นเดียวกับผู้ผลิตถุงพลาสติกและฟิล์มห่ออาหารในญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Chemical และ Sanipak ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการราว 30% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเห็นได้ว่าผลกระทบดังกล่าวลุกลามเป็นลูกโซ่ โดยการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์พลาสติกเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอย่างชัดเจน 

    ขณะที่ในเกาหลีใต้ คิม มินซัง ผู้จัดการอาวุโสของ Kolmar Korea ระบุว่าช่วงแรกความสนใจในบรรจุภัณฑ์ทางเลือกมาจากบริษัทที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนเท่านั้น แต่หากปัญหาพลาสติกยังยืดเยื้อ ความต้องการก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก โดยบริษัทซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง L’Oréal ได้รับการสอบถามจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่อง “หลอดกระดาษ” สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมกันแดดและโลชั่น ซึ่งใช้พลาสติกเพียงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบเดิม

    สาเหตุหลักของวิกฤตครั้งนี้ มาจากการปิดเส้นทางขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งและมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า ส่งผลให้อุปทานของแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเม็ดพลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน และโพลิโพรพิลีนหดตัวลงอย่างฉับพลันในตลาดโลก ทำให้ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต่างออกมาเตือนภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ และในบางกรณีจำเป็นต้องชะลอหรือหยุดการผลิตชั่วคราวเหตุต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลาสติก ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แนวโน้มสำคัญที่เห็นได้ชัดคือการเติบโตของบรรจุภัณฑ์ทางเลือก โดยเฉพาะวัสดุจากกระดาษและวัสดุชีวภาพ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับกรณีของ Kolmar Korea ที่ได้รับความสนใจในบรรจุภัณฑ์หลอดกระดาษมากขึ้น ทั้งนี้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ โดยผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำและการรีไซเคิลมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

    ● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
    เครือข่าย Thailand Circular Economy ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน แก้ขยะล้นประเทศ รับมือวิกฤตพลาสติกโลก
    – จากขยะสู่โอกาส – การผลักดันร่างกฎหมาย ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ บนหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต สนทนากับ ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี
    – รายงาน Circularity Gap 2025 เผยอัตรา ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ลดเหลือ 6.9% แนะภาครัฐ-เอกชนปรับทิศทางสู่การใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน 
    – World Bank เผยปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วงเผชิญภาวะหยุดชะงัก – พร้อมชี้เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหนึ่งในทางออก
    – มาเลเซียมุ่งผันตัวจากแหล่งทิ้งขยะของประเทศพัฒนาแล้ว เป็นผู้นำประเทศกำลังพัฒนาด้าน ‘ขยะเป็นศูนย์’ ด้วยหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) 

    ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 
    #SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
    – (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
    #SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
    – (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
    – (12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดภายในปี 2563
    – (12.5) ภายในปี 2573 จะต้องลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดการแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำกลับมาใช้ซ้ำ
    – (12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น

    แหล่งที่มา :
    Iran war promises green edge for Asia as plastic packaging runs short (Reuters
    โดมิโนสงคราม “ปิดฮอร์มุซ” เจาะลึกผลกระทบที่สะเทือนถึงจานข้าวคนทั้งโลก (Thai PBS News)
    Global Plastics Outlook (OECD)

    • Praewpan Sirilurt

      Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    จำนวนครั้งที่เข้าชม: 102

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sdgmove.com/2026/04/16/iran-war-plastic-shortage-asia/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0euSCRtayjh7lNo6br7wOR

  • ยูทูบเปิดฟีเจอร์ใหม่ หวังตั้งเป้าลดเสพติดไถคอนเทนต์คลิปสั้น

    ยูทูบเปิดฟีเจอร์ใหม่ หวังตั้งเป้าลดเสพติดไถคอนเทนต์คลิปสั้น

    ยูทูบเปิดฟีเจอร์ใหม่ หวังตั้งเป้าลดเสพติดไถคอนเทนต์คลิปสั้น

    ยูทูบเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ตั้งกำหนดลิมิตเวลาดู YouTube Shorts เป็น “0 นาที” หวังลดเสพติดไถดูคอนเทนต์คลิปสั้น พร้อมแนะนำวิธีตั้งค่า

    ยูทูบเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจำกัดการรับชมวิดีโอสั้นอย่าง YouTube Shorts ได้ง่ายขึ้น โดยล่าสุดสามารถตั้งเวลาใช้งานเป็น “0 นาที” ได้แล้ว

    ก่อนหน้านี้ยูทูบเปิดให้ผู้ใช้ตั้งเวลาใช้งาน YouTube Shorts ได้ตั้งแต่ 15 นาที ถึง 2 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนเมื่อใช้งานครบเวลาที่กำหนด

    ซึ่งเมื่อเราตั้งค่าเป็น 0 นาที หากเรากดเข้าไปยัง YouTube Shorts และพยายามไถดู ระบบจะแจ้งเตือนว่า คุณดูฟีด Shorts ครบตามขีดจำกัดแล้ว (You reached your Shorts feed limit)

    9to5Google
    ยูทูบเปิดฟีเจอร์ใหม่ หวังตั้งเป้าลดเสพติดไถคอนเทนต์คลิปสั้น

    โดยยูทูบยืนยันกับสื่อไอที The Verge ว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวกำลังทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งานทั่วไปทั่วโลก

    สำหรับขั้นตอนการตั้งเวลา ให้เปิดแอปฯ YouTube จากนั้นไปที่การตั้งค่า ไปที่การบริหารเวลา กดเลื่อนเปิด ขีดจำกัดฟีด Shorts จากนั้นเลือกเป็น 0 นาที

    อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังสามารถดูวิดีโอสั้นได้ผ่านหน้า Subscriptions หรือเข้าดูเพียงคลิปเดี่ยวได้ตามปกติ

    ฟีเจอร์นี้ถูกมองว่าเป็นอีกก้าวของยูทูบในการช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมพฤติกรรมการใช้งาน และลดการเสพคอนเทนต์แบบเลื่อนต่อเนื่อง หรือ Infinite Scroll ที่อาจใช้เวลาชีวิตมากเกินไป

    ที่มา: 9to5Google

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/273371&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38XSiojEOMnVOnoD3n8XVF

  • ‘ญี่ปุ่น’ ประกาศขึ้นภาษีท่องเที่ยวเพิ่ม 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. นี้ เที่ยวญี่ปุ่นแพงขึ้น

    ‘ญี่ปุ่น’ ประกาศขึ้นภาษีท่องเที่ยวเพิ่ม 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. นี้ เที่ยวญี่ปุ่นแพงขึ้น

    'ญี่ปุ่น' ประกาศขึ้นภาษีท่องเที่ยวเพิ่ม 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. นี้ เที่ยวญี่ปุ่นแพงขึ้น

    วันนี้(วันที่ 16 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศญี่ปุ่น ประกาศจะขึ้นภาษีท่องเที่ยว หรือ ภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) ซึ่งเป็นภาษีขาออกระหว่างประเทศ จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยนต่อคน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป 

    การปรับขึ้นภาษีซาโยนาระ ของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่เพิ่มขึ้นอีก 2,000 เยน ทำให้นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่น ที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่ถือวีซ่าทำงานหรือเรียนในญี่ปุ่น ก็ต้องจ่ายเช่นกัน หากเดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่น 

    ทั้งนี้ภาษีดังกล่าวจะถูกรวมอยู่ใน ค่าตั๋วเครื่องบินหรือเรือ โดยอัตโนมัติผู้โดยสารไม่ต้องจ่ายแยก

    แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้โดยสารทรานสิท ที่เดินทางออกจากญี่ปุ่นภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียภาษีดังกล่าว

    ทั้งนี้การปรับขึ้น Sayonara Tax มีสาเหตุจากญี่ปุ่น ต้องการแก้ปัญหาโอเวอร์ทัวริซึม โดยรัฐบาลตั้งเป้ารายได้เพิ่มราว 1.3 แสนล้านเยนในปีงบประมาณ 2569 โดยจะนำเงินไปใช้ในการ จัดการนักท่องเที่ยวล้นเมือง เช่น เกียวโต เพิ่มระบบหลายภาษา และกระจายคนไปเที่ยวเมืองรอง

    แต่สถานการณ์จริงในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไป เพราะนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างมาก ทำให้ “ปัญหาโอเวอร์ทัวริซึมเริ่มเบาลง” ในบางพื้นที่ จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงว่า ขึ้นภาษีตอนนี้ เหมาะสมหรือไม่

    การขึ้นภาษีครั้งนี้ยิ่งทำให้ ต้นทุนเที่ยวญี่ปุ่นสูงขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ Sayonara Tax  แต่ยังมีภาษีอื่นที่นักท่องเที่ยวยังต้องจ่าย อย่าง “ภาษีที่พัก” ในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า เกียวโต และฮอกไกโด อยู่ที่ประมาณ 100-500 เยน / คืน จ่ายที่โรงแรม

    อีกทั้งยังนักท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากค่าตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้วจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งราคาค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแล้วประมาณ 15-20% อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656676&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xV25o1yIs9z8lylu7eF1A

  • สงครามพ่นพิษ! ทำท่องเที่ยวพังงาเงียบเหงา-เรือทัวร์นับร้อยลำจอดสนิท

    สงครามพ่นพิษ! ทำท่องเที่ยวพังงาเงียบเหงา-เรือทัวร์นับร้อยลำจอดสนิท

    สงครามพ่นพิษ! ทำท่องเที่ยวพังงาเงียบเหงา-เรือทัวร์นับร้อยลำจอดสนิท

    วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.12 น.

    พังงาทรุด! สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ทำท่องเที่ยวกะโสมเงียบเหงา นทท. จีนหายวับ 50% เรือทัวร์นับร้อยลำต้องจอดสนิท

    วันที่ 16 เม.ย. 69 บรรยากาศการท่องเที่ยว ณ ท่าเรือสุระกุล (หรือท่าเรือกะโสม) อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเป็นจุดลงเรือยอดนิยมเพื่อชมความงามของอ่าวพังงา พบว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    นางโชติมนต์ ผู้จัดการ บริษัทเกรียติเจริญชัย 1 จำกัด ผู้ประกอบการเรือทัวร์รายใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซาลงมาจากสถานการณ์ สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงไปกว่า 50% เนื่องจากต้องแบกรับค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ลดลงตามไปด้วย

    จากเดิมที่บริเวณท่าเรือแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยรถบัสและนักท่องเที่ยวจนไม่มีที่จอดรถ แต่ปัจจุบันลานจอดรถกลับโล่งผิดตา เรือทัวร์นำเที่ยวนับ 100 ลำต้องจอดเทียบท่าโดยไม่มีกำหนดออกทัวร์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออาชีพคนขับเรือที่ต้องขาดรายได้หลัก จนหลายรายต้องหันไปยึดอาชีพรับจ้างทั่วไปแทนเพื่อหาเลี้ยงชีพ

    แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวอย่าง เขาตาปู เขาพิงกัน และเกาะปันหยี จะเป็นสถานที่ที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่หากสถานการณ์โลกและราคาน้ำมันยังไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการเกรงว่าจะไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายได้อีกต่อไป จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือหรือกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวพังงาเป็นการเร่งด่วน เพื่อประคับประคองภาคธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้

    ////////////-026

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/958876&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EZjwgaVC0evQ4TEGtB7dz

  • “นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา”ยอมรับสงกรานต์ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    “นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา”ยอมรับสงกรานต์ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    นายเรียงทองบาท มีพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารวังช้างอยุธยาแลเพนียด กล่าวถึง เทศกาลสงกรานต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ชูเรื่องช้างเล่นน้ำสงกรานต์ และยังมีการจัดกิจกรรมสงกรานต์หลายจุดในเกาะเมือง ภาพรวมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสราคาน้ำมัน และจากการพูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติลดน้อยลงไป เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา

    โดยยังพบว่าการท่องเที่ยวได้จากคนในประเทศมากกว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีตัวแลข 450 ล้านบาทจากการท่องเที่ยว แต่ไม่ถือว่าไม่มาก ต้องดูว่าหลังจากนี้ไปแล้ว ประชาชนจะหยุดเที่ยวยาวมั้ย หลังเทศกาลสงกรานต์ เพราะคนไม่มีรายได้เพิ่ม ผลกระทบการท่องเที่ยวในอยุธยามาจากเรื่องเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องของสภาพอากาศ ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจไม่ดีทำให้การใช้จ่ายน้อยลง ตนยังเห็นในทีมบริหารรัฐบาลที่ต้องมาเจอปัญหานี้ สภาวะสงคราม ยังเอาใจช่วยคณะทูตให้หาทางคุยเรื่องน้ำมันให้นำน้ำมันเข้ามาในประเทศให้มาก จะช่วยได้ เพราะน้ำมันเป็นเหตุผลหลักในการใช้จ่าย และอยากให้พัฒนาด้านการให้บริการคมนาคม เช่นการส่งเสริมให้คนใช้รถไฟมากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5786263/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iE0WWAyRxOXAuoDaeRAVP

  • ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. 2569 กระทบเราขนาดไหน?

    ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. 2569 กระทบเราขนาดไหน?

         สายเที่ยวญี่ปุ่นอัปเดตด่วน! ใครมีแพลนจะไปดูซากุระ หรือสัมผัสหิมะที่ญี่ปุ่นในช่วงปีหน้า อาจต้องเตรียมงบเพิ่มขึ้นอีกนิด เพราะล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก (International Tourist Tax) จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน โดยจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

    slyellow / shutterstock.com

    ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่า
    เริ่ม 1 ก.ค. 2569

    💸 ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก คืออะไร?

         ภาษีท่องเที่ยวขาออก หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ค่าเหยียบสนามบิน คือภาษีที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดเก็บจากทุกคนที่เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ตาม โดยเริ่มจัดเก็บครั้งแรกเมื่อปี 2019 ในอัตรา 1,000 เยน โดยปกติจะถูกรวมเข้าไปในค่าตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเรือเรียบร้อยแล้ว ทำให้เราแทบไม่รู้สึกตัวว่าจ่ายไปตอนไหนนั่นเอง

    ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก คืออะไร?

    🎯 ทำไมต้องปรับขึ้นราคาถึง 3 เท่า?

         การปรับเพิ่มภาษีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเก็บเงินเพิ่มธรรมดาๆ แต่ญี่ปุ่นมีแผนการใหญ่ในการนำเงินจำนวนมหาศาล (คาดการณ์กว่า 1.3 แสนล้านเยน) ไปใช้พัฒนาประเทศในหลายมิติ เช่น

    • สู้ภัย Overtourism : แก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองในจุดเช็กอินยอดฮิตอย่าง เกียวโต หรือทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนท้องถิ่น
    • อัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวก : นำไปพัฒนาระบบขนส่ง ป้ายบอกทาง และบริการหลายภาษาในแหล่งท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น
    • กระจายรายได้สู่เมืองรอง : ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชนบทหรือเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เพื่อลดความแออัดจากเมืองใหญ่และช่วยกระจายรายได้ให้ทั่วถึง
    • มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ : สะท้อนว่าญี่ปุ่นต้องการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นจำนวน มาเป็นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่พร้อมสนับสนุนการดูแลแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ✅ ใครบ้างที่ “ไม่ต้องจ่าย”?

         แม้จะปรับขึ้นราคา แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบางกลุ่ม ได้แก่

    • เด็กเล็ก: อายุต่ำกว่า 2 ปี (ฟรี)
    • ผู้โดยสารต่อเครื่อง (Transit): ที่แวะพักในญี่ปุ่นไม่เกิน 24 ชั่วโมง
    • ผู้ที่ถูกส่งตัวกลับ: หรือกรณีแวะจอดฉุกเฉินเนื่องจากเหตุสุดวิสัย

         พอเทียบเป็นค่าเงินบาทไทยแล้ว การเพิ่มค่าใช้จ่ายจากประมาณ 250 บาท เป็น 750 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ) อาจดูเหมือนไม่เยอะสำหรับทริปใหญ่ แต่ถ้าไปกันเป็นครอบครัวหลายคนก็ถือเป็นเงินหลักหลายพันที่เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน แต่ถ้าแลกมากับการที่แหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ไม่แออัดจนเกินไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น และคนท้องถิ่นมีความสุขกับการต้อนรับเรา ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา

         ใครมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงรอยต่อเดือนกรกฎาคม 2569 อย่าลืมเช็กราคาตั๋วเครื่องบินให้ดี เพราะสายการบินจะเริ่มคำนวณภาษีใหม่ในตั๋วที่เดินทางตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปครับ!

    ====================

    ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Br9zJ0pQDLQ8&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CrQxFBNSS7UKn3GbI9BB8

  • M

    M

    บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด (MCC) ร่วมมือกับ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด (HPE) และบริษัท Elastic จัดงานสัมมนา “Maximizing HPE VME with Elastic – MCC Partner Connect” เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ณ วิลล่าเทวา รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล กรุงเทพฯ โดย คุณวรัชญ์ รัตนธรรมมา Assistant Vice President บริษัท เมโทรคอนเนค ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและอัปเดตทิศทางธุรกิจ ก่อนเข้าสู่การบรรยายจากสองหัวข้อสำคัญดังนี้

    MCC ผนึกกำลัง HPE และ Elastic จัดงาน Partner Connect ดันศักยภาพองค์กรยุคดิจิทัล

    คุณปรัชญา สินทอง Presales Specialist บริษัท เมโทรคอนเนค บรรยายในหัวข้อ “The Power of One: Unified Observability & Security with Elastic” ผสานเทคโนโลยีของ Elastic Observability และ Security บนโครงสร้างพื้นฐานของ HPE สะท้อนทิศทางใหม่ของการบริหารจัดการไอทีด้วย AI ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดย Elastic AI Assistant ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านการสั่งงานด้วย Natural Language โซลูชันดังกล่าวช่วยลดความซับซ้อนในการตรวจสอบเหตุการณ์ เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ เพื่อผลลัพธ์ด้านการลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา (MTTR) อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกระดับศักยภาพของทีมไอทีและ Security เพื่อขับเคลื่อน AIOps และ SecOps ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    คุณโยธิน หงส์พันธุ์ Presales Specialist บริษัท เมโทรคอนเนค บรรยายในหัวข้อ “HPE Morpheus VM Essentials Software: Optimizing Cost of Virtualized Infrastructure” นำเสนอโซลูชันที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการ Virtual Machine (VM) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมลดต้นทุนด้านไอทีด้วยรูปแบบ License แบบ Per Socket ช่วยให้องค์กรควบคุมงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า ลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมไอทีด้วยอินเทอร์เฟซแบบรวมศูนย์ ที่สามารถบริหารจัดการได้ทั้งบนแพลตฟอร์ม HPE และ VMware ภายในหน้าจอเดียว เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีความยืดหยุ่นด้านการอัปเกรดและการรองรับในหลากหลายแพลตฟอร์ม ควบคู่กับการสนับสนุนระดับองค์กรและ ecosystem ที่แข็งแกร่ง ช่วยลดความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงของระบบแบบรอบด้าน ภายในงานยังมีการสาธิตการใช้งานของ HPE Morpheus VM Essentials ร่วมกับซอฟต์แวร์สำรองข้อมูล (Veeam) เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    งานในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญด้าน IT จากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ บริษัท เมโทรคอนเนค บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ และบริษัท Elastic ในการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต

    ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HPE และ Elastic ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการส่งต่อความรู้ความชำนาญ และเดินหน้าสนับสนุนองค์กรไทยสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

    สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทข้างต้น สามารถติดต่อฝ่ายการตลาด บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด โทร. 02-0894691 หรืออีเมล: [email protected] รวมถึง เว็บไซต์: www.metroconnect.co.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieq1l4rwgjxeqwqwcsj1b39bwro4zzl7&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27TQ4HzSxhTpsmvFq1OOZ5

  • ‘เอกนิติ’ หารือผู้แทน EU ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย – ยุโรป

    ‘เอกนิติ’ หารือผู้แทน EU ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย – ยุโรป

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนาย Kyriakos Pierrakakis ประธาน EuroGroup และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อสหภาพยุโรปและประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569

    ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหภาพยุโรป โดยมุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ควบคู่การดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย

    'เอกนิติ' หารือผู้แทน EU ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจไทย - ยุโรป

    ทั้งสองฝ่ายยังเห็นถึงศักยภาพการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนโดยเฉพาะในสาขาพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า เศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมการเชื่อมโยงเงินทุนจากยุโรปสู่โอกาสการเติบโตใหม่ของไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในระยะยาว

     พร้อมทั้งเชิญรัฐมนตรีคลังของประเทศในสหภาพยุโรปของร่วมการประชุม IMF และ World Bank ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือนตุลาคมนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378976185&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jbkbb_Dyypd1_lJz8MB8c

  • เรื่องนี้ต้องเคลียร์ | รัฐบาลหนู2 อาการสาหัสวัดพลังมือแก้เศรษฐกิจ | 16 เมษายน 2569 | FULL | TOP NEWS | TOPNEWS

    เรื่องนี้ต้องเคลียร์ | รัฐบาลหนู2 อาการสาหัสวัดพลังมือแก้เศรษฐกิจ | 16 เมษายน 2569 | FULL | TOP NEWS | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 16/04/2026 15:53

    เรื่องนี้ต้องเคลียร์

    พบกับ วรเทพ สุวัฒนพิมพ์

    ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.50 – 15.50 น.

    ติดต่อ โฆษณา [email protected]

    #TOPTV #TOPNEWS #TOPTALK

    อัปเดตรายการ TOPNEWS

    ดู LIVE รายการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/programs/1548946&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0abTvp2SIiZhyEV_HwBQ5b