Blog

  • TTB-KKP โชว์กำไร Q1/69 แกร่ง ตั้งสำรองรับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง

    TTB-KKP โชว์กำไร Q1/69 แกร่ง ตั้งสำรองรับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง

    การประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ของธนาคารพาณิชย์ไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและการวางกลยุทธ์ที่รอบคอบ โดยเฉพาะ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ที่ต่างโชว์ศักยภาพในการทำกำไรและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ

    TTB เน้นเสถียรภาพ คุณภาพสินทรัพย์ และการคืนกำไรแก่ผู้ถือหุ้น

    TTB รายงานกำไรสุทธิที่ 5,170 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แม้จะลดลงเล็กน้อย 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) หัวใจสำคัญของความสำเร็จในไตรมาสนี้คือการใช้ กลยุทธ์การเติบโตสินเชื่อกลุ่มรายย่อยที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง และการยกระดับด้านดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

    • คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง: TTB สามารถควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ที่ 2.9% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 3.2% โดยตัวเลขหนี้เสียทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 39,000 ล้านบาท ต่อเนื่องมาถึง 6 ไตรมาส
    • การปรับพอร์ตสินเชื่อและเงินฝาก: แม้สินเชื่อรวมจะลดลง 2.2% QoQ จากการชำระคืนหนี้ แต่กลุ่มเป้าหมายอย่าง สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อเล่มแลกเงิน และสินเชื่อส่วนบุคคล ยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่เงินฝากมีการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเน้นสภาพคล่องและคุมต้นทุนทางการเงิน
    • การเพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น: สิ่งที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือการเตรียมขออนุมัติขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี (2568-2571) เพื่อเพิ่ม EPS และ ROE รวมถึงลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้น
    • พันธกิจ Social Banking: TTB ยังคงเดินหน้าโครงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เช่น “รวบหนี้” และ “ผ่อนดี ได้ดี” ซึ่งเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่นำ Risk-based Pricing มาใช้คิดดอกเบี้ยตามวินัยทางการเงินของลูกค้า

    KKP กำไรพุ่งทะยาน 84.2% จากแรงหนุนธุรกิจที่มิใช่ดอกเบี้ย

    ด้าน KKP โชว์ผลงานด้วยกำไรสุทธิ 1,955 ล้านบาท พุ่งขึ้นถึง 84.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการกระจายรายได้ที่มีประสิทธิภาพและการฟื้นตัวของภาคส่วนสำคัญ

    • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเป็นหัวหอก: รายได้ส่วนนี้เติบโตถึง 64.7% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management), ธุรกิจดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน Dime! และรายได้ค่านายหน้าขายประกัน นอกจากนี้ บล.เกียรตินาคินภัทร ยังครองตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
    • สถานการณ์รถยึดดีขึ้น: KKP รายงานผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น, แม้ว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณราคาเขยื้อนเล็กน้อยในช่วงปลายไตรมาสจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ตาม
    • คุณภาพสินเชื่อปรับตัวดี: อัตราส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 4.1% โดยธนาคารยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูงที่มีผลตอบแทนเหมาะสม ส่งผลให้สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 1.5% จากสิ้นปี 2568

    “Management Overlay” รับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง

    ทั้ง TTB และ KKP ต่างมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 1/2569, เนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคุณภาพสินทรัพย์ในระยะถัดไป

    • TTB ได้ตั้งสำรองฯ พิเศษ (Management Overlay) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ เพิ่มขึ้น 10% QoQ อยู่ที่ 3,994 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) สูงถึง 154%
    • KKP ดำเนินการในทิศทางเดียวกันโดยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตรวม 961 ล้านบาท ซึ่งรวม Management Overlay เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศและราคาน้ำมันที่อาจกระทบต่อราคารถยนต์ใช้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/741170&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CQsylpoP4dnkEZImu4cAH

  • B

    B

    BC ประกาศก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงการโรงแรมยั่งยืนภายใต้มาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสากล หลังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) โดยเป็น 1 ใน 7 กลุ่มผู้ประกอบการ และ 1 ใน 9 โครงการโรงแรมทั่วประเทศที่ได้รับอนุมัติวงเงินในครั้งนี้ สะท้อนศักยภาพของ BC ในการพัฒนาโครงการคุณภาพ และการยกระดับพอร์ตโฟลิโอโรงแรมสู่มาตรฐานระดับโลก รองรับเมกะเทรนด์โรงแรมที่ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน (ESG) รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    BC เดินหน้าวางเป้าต้นแบบโรงแรมยั่งยืน (Green Hotel) ระดับลักชัวรี่ โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสีเขียวจากไทยพาณิชย์

    นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เปิดเผยว่า ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการโรงแรมภายใต้โมเดล Build-Operate-Sale (BOS) ยังคงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจโรงแรมตามแนวโน้มด้านความยั่งยืน หลังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว จากธนาคารไทยพาณิชย์ โดย BC เป็น 1 ใน 7 กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม และเป็น 1 ใน 9 โครงการโรงแรมทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือกและอนุมัติวงเงินกรีนไฟแนนซ์ (Green Finance) มูลค่ารวม 17,575 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโครงการ Luxury Hotel ภายใต้มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล การได้รับกรีนไฟแนนซ์ (Green Finance) สะท้อนถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญของบริษัทในการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนา การบริหารจัดการ ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดการต้นทุน รวมถึงบริหารช่วงเวลาในการขายสินทรัพย์เมื่อโครงการสร้างผลตอบแทนได้ดีและเหมาะสม ส่งผลให้บริษัทสามารถหมุนเวียนเงินลงทุนและต่อยอดโครงการใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบัน BC มีพอร์ตธุรกิจโรงแรมที่ครอบคลุมทุกระดับ บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยบริษัทมีจุดแข็งด้านการคัดเลือกทำเล การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ ตลอดจนการบริหารสินทรัพย์ให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขยายสู่ธุรกิจ Third-Party Operator (TPO) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม การพัฒนาแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ในระยะยาว

    “การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจากธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของ BC และตอกย้ำศักยภาพของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโรงแรมคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เราเชื่อว่า Green Hotel จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ที่จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน พันธมิตรธุรกิจ และนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดย BC พร้อมเดินหน้ายกระดับสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทุกภาคส่วนในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobc6pjjmyr2ynhbhtlldb67punvo42&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lIAymZQP9WzxZyANjJGtQ

  • นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายงบประมาณรายจ่าย ปี 70 สั่งรัดเข็มขัด งดดูงาน พร้อมป้องอธิปไตย ชู 5 ยุทธศาสตร์พาไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่งถึงมือประชาชน

    นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายงบประมาณรายจ่าย ปี 70 สั่งรัดเข็มขัด งดดูงาน พร้อมป้องอธิปไตย ชู 5 ยุทธศาสตร์พาไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่งถึงมือประชาชน

    วันที่ (20 เมษายน 2569) เ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด

    นายกรัฐมนตรีระบุว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

    1. เศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม

    2. การต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก เร่งผลักดันเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

    3. สังคม ยกระดับการศึกษา สุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน ผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส

    4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ยกระบบบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส

    5. การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ด้วยนโยบาย AI พลัส และไทยแลนด์ พลัส

    ทั้งนี้ กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้การใช้งบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจัง พร้อมกำหนด “กฎเหล็ก” ว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น

    รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน และการปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็น ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย (Thailand Future Fund) และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาทิ การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ Hybrid ในภาครัฐ รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว

    อีกทั้ง รัฐบาลยังให้ความสำคัญของการรักษาอธิปไตยของประเทศ โดยต้องเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยและเพียงพอ ทั้งนี้ ขอให้กองทัพร่วมกับสำนักงบประมาณวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของชาติ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/70412&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tWaiZGmE8VazPvX-fIBe5

  • การศึกษาไทย ใจแคบ (20/04/69) #news1 #คมคุยคมคิด  #การศึกษาไทย  #อาเซียน

    การศึกษาไทย ใจแคบ (20/04/69) #news1 #คมคุยคมคิด #การศึกษาไทย #อาเซียน

    การศึกษาไทย ใจแคบ (20/04/69) #news1 #คมคุยคมคิด #การศึกษาไทย #อาเซียน

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/JEkX4CUtYbQ&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DulU6sMT4IaeEVtXU9Jwk

  • นายกสภาจุฬาฯ เปิดนิทรรศการ “พระผู้ให้”

    นายกสภาจุฬาฯ เปิดนิทรรศการ “พระผู้ให้”

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    นายกสภาจุฬาฯ เปิดนิทรรศการ “พระผู้ให้” เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ จัดนิทรรศการพระผู้ให้” ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย โดยมี ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569

    พิธีเปิดนิทรรศการ ณ ลานพิพิธศิลป์ รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี กล่าวรายงานการจัดนิทรรศการ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และวางพวงมาลัยบนพานหน้าพระรูปสมเด็จพระพันปีหลวง วงจุฬาฯ เชมเบอร์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้นนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ และเข้าชมนิทรรศการ ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

    นิทรรศการครั้งนี้ได้อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระผู้ให้” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชทานเพื่อใช้เป็นบทขับร้องในการแสดงดนตรีไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบทพระราชนิพนธ์บางบทจากหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” มาถ่ายทอดในรูปแบบนิทรรศการที่ออกแบบอย่างงดงาม และเข้าใจง่าย

    เนื้อหานิทรรศการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าและน้ำ

    ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้สัมผัสถึงพระราชจริยวัตรแห่ง “การให้” ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน โดยไม่ทรงเลือกที่รักมักที่ชัง สะท้อนพระราชปณิธานอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย สมดังชื่อของนิทรรศการ “พระผู้ให้” อย่างแท้จริง

    นิทรรศการ “พระผู้ให้” เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ โทร. 0-2218-3645–6, 0-2218-3624 Facebook: Chulamuseum

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/299245/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R_AR32I9zR2SKPdDz_pYf

  • เดินหน้าสร้างความเข้าใจ ประเสริฐ เชิญผู้บริหารปอเนาะ ตาดีกา นัดถก เคลียร์ปมแม่ทัพภาค 4

    เดินหน้าสร้างความเข้าใจ ประเสริฐ เชิญผู้บริหารปอเนาะ ตาดีกา นัดถก เคลียร์ปมแม่ทัพภาค 4

    วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.

    วันที่ 20 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เมืองทองธานี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่เข้าใจ ระหว่างแม่ทัพภาคที่ 4 และสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ว่า ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ จะเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ซึ่งจริง ๆ แล้ว มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแลอยู่ โดยต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันในอนาคต 

    เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจอย่างไร เพราะที่ผ่านมาคนมักจะมองโรงเรียนลักษณะนี้ไปในทางลบ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริง ๆ ไม่มีอะไรเลย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกำกับดูแลอยู่ ที่ผ่านมาก็ทำงานบูรณาร่วมกันมาโดยตลอด ก็ไม่มีปัญหาอะไร และการมาพูดคุยกันครั้งนี้ ก็พูดถึงแนวทางในอนาคตที่จะต้องทำงานร่วมกัน รวมถึงประเด็นทั่วไปอีกหลายเรื่อง ที่โรงเรียนเอกชนต้องการเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

    ประเสริฐ จันทรรวงทอง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/959358&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36HG83WTxz1MoJlFW8YNNV

  • ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    ภูมิภาค

    ปทุมธานี ปั้น Soft Power สายน้ำ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่สากล

    วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 จังหวัดปทุมธานีเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “โครงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี” ภายใต้แนวคิด “Cultural and River” มุ่งใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมและสายน้ำเจ้าพระยาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์จริง กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม ธัญบุรี บอลลูม โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมผนึกกำลังอย่างคับคั่ง ได้แก่ นางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอเมืองปทุมธานี นางสาวบุษราภรณ์ ปานคง นายอำเภอสามโคก นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

    โดย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ขยายความถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาว่า การทำให้ปทุมธานีเป็น “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ไม่ใช่เพียงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ แต่คือการหยิบยกต้นทุนเดิมที่มีอยู่มหาศาลอย่าง “สายน้ำเจ้าพระยา” มาปัดฝุ่นใหม่ผ่านกระบวนการร้อยเรียงอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพียงเพื่อดู แต่มาเพื่อ “สัมผัส” และ “เรียนรู้” วิถีชีวิตที่แท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ยาวนานขึ้นและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนโดยตรง

    ด้าน นางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ให้รายละเอียดถึงกลยุทธ์ Soft Power สายน้ำ ว่าหัวใจสำคัญคือการทำ Storytelling หรือการเล่าเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของปทุมธานีผ่าน 3 มิติหลัก คือ Spirit of the River นำเสนอความผูกพันของศาสนาและสายน้ำ ผ่านเส้นทางล่องเรือไหว้พระวัดสำคัญริมน้ำ Living Heritage การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างเป็นกิจกรรม Workshop เช่น การทำอาหารมอญ-ไทยโบราณ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรม “กินได้และขายได้ Host Management ยกระดับคนในชุมชนให้เป็น “นักเล่าเรื่องท้องถิ่น” ที่มีความภาคภูมิใจในรากเหง้า พร้อมรับบทบาทเจ้าบ้านที่ดีตามมาตรฐานสากล

    นายอารุช เอมโอฐ (นายอำเภอเมืองปทุมธานี) เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมด้าน Connectivity หรือการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ ทั้งท่าเรือที่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบขนส่งมวลชนที่รองรับการเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ

    นางสาวบุษราภรณ์ ปานคง (นายอำเภอสามโคก) มุ่งเน้นการชูอัตลักษณ์ “มอญสามโคก” ที่แข็งแกร่ง โดยผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่เน้นความ “จริงใจและเรียบง่าย” (Authenticity) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่แสวงหาความสงบและคุณค่าทางจิตใจ

    โครงการนี้ยังครอบคลุมไปถึงการสร้าง “ตลาดวัฒนธรรมมีชีวิต” ซึ่งจะไม่ใช่เพียงที่ซื้อขายของ แต่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการสาธิตงานฝีมือและการแสดงพื้นบ้าน ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะทำให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของปทุมธานีเข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จังหวัดปทุมธานีจึงมั่นใจว่าโครงการ “Cultural and River” จะไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง “สายน้ำ วิถีชีวิต และชุมชน” ให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนในระดับสากล

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473232&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FEfbR6DvJ4xwKMqfZyDsp

  • รีวิว “สกายวอล์คเชียงคาน”

    รีวิว “สกายวอล์คเชียงคาน”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/8QEXk9ydgw4l&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EueAmOEp76AQ4ro13d5u3

  • รีวิว 2569 วัดพุทธพรหมยาน ฉะเชิงเทรา วัดที่ไม่ควรพลาด

    รีวิว 2569 วัดพุทธพรหมยาน ฉะเชิงเทรา วัดที่ไม่ควรพลาด

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/8GKqVjJloDg2&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y1mZ0gnF5QtJeNW3OMf2i

  • พิกัดน่าไป! วัดสวย สมุทรสาคร + คาเฟ่ สมุทรปราการ 2569

    พิกัดน่าไป! วัดสวย สมุทรสาคร + คาเฟ่ สมุทรปราการ 2569

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/VP4x4YvjNbJP&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g3UFmyd_qR_1X5_LmjOF0