Blog

  • อนุทิน เร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้ ยันไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เศรษฐกิจก่อน

    อนุทิน เร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้ ยันไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เศรษฐกิจก่อน

    อนุทิน เร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้ ยันไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เศรษฐกิจก่อน

    วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.

    “นายกฯ”เร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้ เผย ไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เศรษฐกิจก่อน

    เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่า ในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า มันไม่ได้มีอะไรตายตัวว่า จะต้องประชุม ครม.เศรษฐกิจทันที เราเพิ่งตั้งองค์ประกอบเสร็จ เดี๋ยวนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะไปตั้งระเบียบวาระที่เป็นวาระประจำ และวาระอะไรที่จะต้องนำ แต่ไม่มีกฎระเบียบอะไรว่า จะต้องผ่าน ครม.เศรษฐกิจถึงจะเข้า ครม.วันอังคารได้ อันนั้นเป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ และจริงๆ เรียก ครม.เศรษฐกิจไม่ได้ เพราะคนที่เป็นกรรมการมีภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย อะไรต่าง ๆ 

    อนุทิน ชาญวีรกูล

    เมื่อถามถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.นี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พยายามเร่งเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า วงกรอบ 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอ รอให้ผ่าน ครม. เมื่อถามว่า ในที่ประชุมหารือเมื่อวันที่ 30 เม.ย. มีข้อเห็นแย้งอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการประชุมกันหลายรอบแล้ว คิดถึงเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้

    อนุทิน ชาญวีรกูล

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/961891&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FBPexOGvrKtm36lv5Wncr

  • “พัชรินทร์” หืดจับหวด 3 เซต ปราบดาวรุ่ง ควง “กมลวรรณ” ทะยานชิงแชมป์หญิงคู่ ศึกเทนนิสไอทีเอฟ | เดลินิวส์

    “พัชรินทร์” หืดจับหวด 3 เซต ปราบดาวรุ่ง ควง “กมลวรรณ” ทะยานชิงแชมป์หญิงคู่ ศึกเทนนิสไอทีเอฟ | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสอาชีพชาย เอ็ม 25 รายการ “ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1)” ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 975,600 บาท และเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยู 15 รายการ “ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1)” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 487,800 บาท ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 1 พ.ค.69 ประเภทหญิงเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 คน) “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือวางอันดับ 1 ของรายการ เอาชนะ ไอชิ ดาส ดาวรุ่งวัย 18 ปี จากนิวซีแลนด์ ไปแบบหืดจับ 2-1 เซต 6-4, 2-6, 7-6 ไทเบรก 7-5 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ อิม ฮีแร จากเกาหลีใต้ ต่อไป

    จากนั้น พัชรินทร์ จับคู่กับ “บัว” กมลวรรณ ยอดเพ็ชร คู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ ลงแข่งขันประเภทหญิงคู่ รอบรองชนะเลิศ ก่อนจะช่วยกันหวดเอาชนะ อิม ฮีแร กับ คิม อึนแช จากเกาหลีใต้ 2-0 เซต 6-3, 6-2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบกับ ยูกะ โฮโซกิ จากญี่ปุ่น กับ เอลีส เซอะ จากนิวซีแลนด์

    ขณะที่ ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ “บูม” กษิดิศ สำเร็จ มือ 1 ของไทย มือวางอันดับ 1 ของรายการ เอาชนะ สิทธารถ ราวัต จากอินเดีย 2-0 เซต 6-3, 6-2 เข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ มิตสึกิ เหว่ย คัง ลีออง จากมาเลเซีย

    ผลคู่อื่น ๆ หญิงเดี่ยว ทรรศพร นาคหล่อ แพ้ หลิว ยู่ฮั่น (จีน) 6-4, 3-6, 4-6, อิม ฮีแร (เกาหลีใต้) ชนะ จาง จุนฮาน 6-0, 6-3, อี คยอง ซอ (เกาหลีใต้) ชนะ อี อึนจี (เกาหลีใต้) 2-6, 7-5, 6-1, ชายเดี่ยว ชุง ฮยอน (เกาหลีใต้) ชนะ โมเอรานี บูซิจ (ออสเตรเลีย) 6-4, 6-0, มิตสึกิ เหว่ย คัง ลีออง (มาเลเซีย) ชนะ ทาคุยะ คุมาซากะ (ญี่ปุ่น) 4-6, 6-3, 6-4.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5828883/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lZAqE14G2uWQ4Hq_JEULR

  • หนุ่มไทยโค่นเกาหลีใต้ ผงาดคว้าตั๋วชิงแชมป์โลก ยู-14 เทนนิสไอทีเอฟ

    หนุ่มไทยโค่นเกาหลีใต้ ผงาดคว้าตั๋วชิงแชมป์โลก ยู-14 เทนนิสไอทีเอฟ

    ทีมนักหวดเยาวชนไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี โชว์ฟอร์มแกร่งเฉือนชนะ เกาหลีใต้ 2-1 คู่ ทะลุตัดเชือก ญี่ปุ่น พร้อมคว้าสิทธิ์ลุยเทนนิสชิงแชมป์โลกรอบไฟนอลส์สำเร็จ

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รอบคัดเลือกโซนเอเชีย/โอเชียเนีย รายการ 2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส, เอเชีย/โอเชียเนีย ไฟนอลส์ ควอลิฟายอิ้ง อีเวนท์ ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 เป็นการลงสนามในรอบก่อนรองชนะเลิศระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้

    เปิดฉากคู่แรกในประเภทเดี่ยวมือสอง “น้องอันปัน” ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล ประเดิมเก็บแต้มแรกให้ทีมไทยได้สำเร็จ หลังเอาชนะ ฮง ซึง ยู 2 เซตรวด 7-6(6) และ 6-1 อย่างไรก็ตามในประเภทเดี่ยวมือหนึ่ง “น้องเเทน” วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ พ่ายให้กับ ชเว มิงออน ไปอย่างน่าเสียดาย 1-2 เซต 1-6, 6-1 และ 5-7 ส่งผลให้สกอร์กลับมาเสมอที่ 1-1 คู่

    เข้าสู่แมตช์ชี้ชะตาในประเภทคู่ ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล จับคู่กับ วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ ลงดวลกับ ฮง ซึง ยู และ ชเว มิงออน โดยแม้คู่หูไทยจะพลาดท่าแพ้ไปก่อนในเซตแรก 4-6 แต่ฮึดสู้กลับมาเอาชนะในเซตสอง 6-1 ต้องตัดสินกันด้วยซูเปอร์ไทเบรก ซึ่งเป็นทางด้านนักหวดเยาวชนไทยที่เล่นได้แน่นอนกว่า เฉือนชนะไปอย่างสุดมัน 10-8 สรุปผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย ชนะ ทีมชาติเกาหลีใต้ 2-1 คู่

    จากชัยชนะนัดนี้ส่งผลให้ ทีมนักหวดไทย ยู-14 ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น พร้อมการันตีคว้าสิทธิ์เป็น 1 ใน 4 ทีมตัวแทนโซน เข้าไปแข่งขันในรอบไฟนอลส์ (รอบ 16 ทีมสุดท้ายของโลก) รายการ 2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส ต่อไป

    “โค้ชเอ็กซ์” นายพชรพล คำสมาน ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยว่า “ต้องชื่นชมและขอบใจนักกีฬาทุกคนที่ทุ่มเททำหน้าที่อย่างดีที่สุด รวมถึงขอบคุณผู้ปกครอง และ นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ, นายไทยทนุ วรรณสุข เลขาธิการสมาคมฯ ที่ให้การสนับสนุนทีมไทยอย่างเต็มที่จนสามารถคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันรอบสุดท้ายของโลกได้ตามเป้าหมาย”

    สำหรับคณะเทนนิสชายทีมชาติไทยชุดนี้ ประกอบด้วย นายพชรพล คำสมาน (ผู้ฝึกสอน), นายพันธุ์ทิวา ชาวอุทัย (เทรนเนอร์) และ 3 นักกีฬา ได้แก่ ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล, วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ และ เดนิส เขียวรักษา โดยก่อนหน้านี้ “โค้ชเอ็กซ์” เพิ่งสร้างผลงานพาทีมหญิงชุดใหญ่คว้าแชมป์ บิลลี่ จีน คิง คัพ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา 

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/103187/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K7SnplilkWv1PES4LWs6d

  • พัชรินทร์ หืดจับลิ่วตัดเชือก พ่วงควง กมลวรรณ เข้าชิงหญิงคู่เทนนิสไอทีเอฟ

    พัชรินทร์ หืดจับลิ่วตัดเชือก พ่วงควง กมลวรรณ เข้าชิงหญิงคู่เทนนิสไอทีเอฟ

    พัชรินทร์ หืดจับลิ่วตัดเชือก พ่วงควง กมลวรรณ เข้าชิงหญิงคู่เทนนิสไอทีเอฟ

    พัชรินทร์ ชีพชาญเดช เบียดชนะดาวรุ่งนิวซีแลนด์ 2-1 เซต ลิ่วรอบรองฯ หญิงเดี่ยว พร้อมจับคู่ กมลวรรณ ยอดเพ็ชร ทะลุชิงหญิงคู่ ด้าน กษิดิศ สำเร็จ ฟอร์มดุฉลุยตัดเชือกชายเดี่ยวที่นครปฐม

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพนานาชาติรายการใหญ่ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ณ สนามเทนนิส ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นการแข่งขันในศึก เอ็ม 25 รายการ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1) ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 975,600 บาท) และรายการ ดับเบิลยู 15 ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 487,800 บาท) โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การชิงชัยในรอบก่อนรองชนะเลิศ

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดสาวไทยวัย 31 ปี มือ 452 ของโลก ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรายการ ต้องออกแรงเหนื่อยถึง 3 เซตก่อนจะเอาชนะ ไอชิ ดาส ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากนิวซีแลนด์ (มือ 1147 ของโลก) ไปอย่างหวุดหวิด 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 6-4, 2-6 และ 7-6 (7-5) โดยใช้เวลาแข่งขันยาวนานถึง 2 ชั่วโมง 47 นาที ส่งผลให้ พัชรินทร์ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ อิม ฮีแร จากเกาหลีใต้ (มือ 1273 ของโลก) ต่อไป

    นอกจากผลงานในประเภทเดี่ยว พัชรินทร์ ยังโชว์ฟอร์มเยี่ยมในประเภทหญิงคู่ โดยจับคู่กับ “บัว” กมลวรรณ ยอดเพ็ชร (คู่มือวาง 4) ลงหวดรอบรองชนะเลิศ เอาชนะคู่ของ อิม ฮีแร และ คิม อึนแช จากเกาหลีใต้ ไปได้ 2-0 เซต 6-3, 6-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ยูกะ โฮโซกิ (ญี่ปุ่น) และ เอลีส เซอะ (นิวซีแลนด์)

    ทางด้านประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ “บูม” กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสมือ 1 ของไทย มือ 416 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ไม่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยผิดหวัง หลังหวดเอาชนะ สิทธารถ ราวัต จากอินเดีย (มือ 537 ของโลก) ได้อย่างเด็ดขาด 2-0 เซต 6-3, 6-2 โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 26 นาที ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ มิตสึกิ เหว่ย คัง ลีออง จากมาเลเซีย (มือ 640 ของโลก)

    สรุปผลการแข่งขันคู่อื่นที่น่าสนใจ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ : ทรรศพร นาคหล่อ (3) แพ้ หลิว ยู่ฮั่น (7-จีน) 1-2 เซต (6-4, 3-6, 4-6)

    อิม ฮีแร (เกาหลีใต้) ชนะ จาง จุนฮาน (จีน) 2-0 เซต (6-0, 6-3)

    อี คยอง ซอ (เกาหลีใต้) ชนะ อี อึนจี (เกาหลีใต้) 2-1 เซต (2-6, 7-5, 6-1)

    ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ : ชุง ฮยอน (เกาหลีใต้) ชนะ โมเอรานี บูซิจ (2-ออสเตรเลีย) 2-0 เซต (6-4, 6-0)

    มิตสึกิ เหว่ย คัง ลีออง (มาเลเซีย) ชนะ ทาคุยะ คุมาซากะ (5-ญี่ปุ่น) 2-1 เซต (4-6, 6-3, 6-4)

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/103183/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lkf9dgqs7e-fuOPEL-ZV1

  • พฤษภาคม เที่ยวกระบี่ให้สุดใจ! เช็กอิน ‘อ่าวนาง’ หาดสวรรค์

    พฤษภาคม เที่ยวกระบี่ให้สุดใจ! เช็กอิน ‘อ่าวนาง’ หาดสวรรค์

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/kvXYqyzlKor7&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OmUT5FQECZNp9CIlEdRRJ

  • พัทยาคนทะลัก! แหลมบาลีฮายคึกคักรับหยุดยาว-นทท.แห่ลงเกาะล้าน

    พัทยาคนทะลัก! แหลมบาลีฮายคึกคักรับหยุดยาว-นทท.แห่ลงเกาะล้าน

    พัทยาคนทะลัก! แหลมบาลีฮายคึกคักรับหยุดยาว-นทท.แห่ลงเกาะล้าน

    วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.09 น.

    พัทยาคนทะลัก! แหลมบาลีฮายคึกคักรับหยุดยาววันแรงงาน นทท.แห่ลงเกาะล้าน ด้านเจ้าหน้าที่เข้มความปลอดภัยทางเรือ

    วันที่ 1 พ.ค. 69 บรรยากาศการท่องเที่ยว ณ ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ในช่วงเริ่มต้นวันหยุดยาว (1-3 พฤษภาคม 2569) เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากพาครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเดินทางมาพักผ่อนที่เกาะล้าน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดชลบุรี

    จากการตรวจสอบพบว่า การจราจรบริเวณถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ไปจนถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายสามารถเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง เนื่องจากมีปริมาณรถตู้ รถแท็กซี่ และรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ามาส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น

    กระแสการท่องเที่ยวที่หนาแน่นส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ประกอบการเรือโดยสารข้ามฟากและเรือสปีดโบ๊ท ที่มียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงปกติ สร้างรายได้สะพัดให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาและเกาะล้านในช่วงวันหยุดยาวนี้

    ขณะที่ เจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าได้ลงพื้นที่บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและตรวจสอบความพร้อมของเรือทุกลำ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวสวมใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่บนเรือ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวทางน้ำให้ได้มาตรฐานสากล

    //////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/961949&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KXU0OmIGMooG3JZnutxAN

  • “สรรเพชญ”บี้กรมเจ้าท่าปรับปรุงท่าเรืออัจฉริยะให้จบสั่งศึกษาเทนเดอร์โบทสงขลา/ดันท่าเรือครุยส์สมุยเข้าครม. | เดลินิวส์

    “สรรเพชญ”บี้กรมเจ้าท่าปรับปรุงท่าเรืออัจฉริยะให้จบสั่งศึกษาเทนเดอร์โบทสงขลา/ดันท่าเรือครุยส์สมุยเข้าครม. | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายกรมเจ้าท่า (จท.) ว่า ได้กำหนดแนวทาง Quick Win เพื่อเร่งรัดโครงการต่างๆ ของ จท. ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการขนส่งทางน้ำของไทย มีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัย 

    โดย Quick Win 1 เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จ และเปิดใช้งานโดยเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถานีเรือโดยสารอัจฉริยะ (Smart Pier) ซึ่งยังล่าช้า เพื่อเปิดบริการครบทั้ง 29 ท่าเรือภายในปี 2570 ปัจจุบันปรับปรุงเสร็จ 16 ท่าเรือ เหลืออีก 13 ท่าเรือ

    Quick Win 2 ให้ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การเสริมทรายชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า การพัฒนาท่าเรือสำราญ และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือสำราญแบบจอดทอดสมอ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่ จ.สงขลา จะใช้รูปแบบให้เรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) จอดนอกชายฝั่ง และใช้เรือลำเล็กลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ฝั่ง (Tender Boat) เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเมืองเก่าสงขลา อยู่ระหว่างผลักดันให้เป็นมรดกโลก และปัจจุบันมีเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่จากสิงคโปร์เดินทางผ่าน แต่ไม่สามารถจอดแวะได้ เนื่องจากร่องน้ำลึกเพียง 4-5 เมตร ไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ โดยให้นำการพัฒนาท่าเรือที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างมาเป็นต้นแบบในการดำเนินการ

    กรมเจ้าท่าขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อขุดลอกร่องน้ำ และก่อสร้างท่าเทียบเรือรองรับเรือท่องเที่ยว ที่ จ.สงขลา เบื้องต้นจะดำเนินการบริเวณหลังเกาะหนู เกาะแมว โดยต้องปรับปรุงร่องน้ำทางเข้า และจุดจอดทอดสมอ ความลึก 10.5 เมตร รวมทั้งก่อสร้างท่าเทียบเรือ รองรับเรือรับส่ง Tender Boat ขนาด 50 ฟุต ได้พร้อมกัน 6 ลำ รองรับ 200 คนต่อลำ และอาคารผู้โดยสารขนาดเล็ก รองรับ 800-1,200 คน มีด่านตรวจคนเข้าเมือง และพื้นที่จอดรถรถระยะสั้น

    นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า Quick Win 3 ให้เร่งเสนอขออนุมัติโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 

    ขณะเดียวกันจะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คู่ขนานกัน และตั้งเป้าหมายจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในปี 2569 หากเห็นชอบจะเปิดประมูล PPP ปี 2570 ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดบริการในปี 2575

    นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า สำหรับงบประมาณปี 2570 เบื้องต้น จท. ได้เสนอของบประมาณ 5,200 ล้านบาท ในโครงการสำคัญ อาทิ ขุดลอกร่องน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงแก้ไขจุดคอขวดด้านการเดินเรือ ยอมรับว่าที่ผ่านมาการพัฒนา และบำรุงรักษาร่องน้ำยังขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงต้องผลักดันให้ จท. มีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักอย่างชัดเจน พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอ เพื่อให้พัฒนาต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ได้สั่งการให้ จท. เร่งขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าฤดูน้ำหลาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5828503/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nGbL7uSBGDjgPezarzzfE

  • รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

    รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

    รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบาย จุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570


    1/05/2569 | 83 |

    วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและจุดเน้นในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และนายกรณินทร์ กาญจโนมัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พร้อมคณะ เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบาย “10 พลัส” โดยเฉพาะ “พลัสที่ 3 : ชุมชนพลัส” ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนให้มีอัตลักษณ์และมูลค่าสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สำหรับการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 นี้ กระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-based) การสร้างมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Value over Volume) และตอบสนองความต้องการของตลาด (Demand-driven)

        ในมิติด้านการท่องเที่ยว กระทรวงฯ มีแนวทางขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังนี้
    • ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน (Destination Thailand) และผลักดันให้ทุกเมืองเป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศ
    • สนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความยั่งยืน
    • ส่งเสริมการจัดงานเทศกาลและกิจกรรมระดับโลก รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้ในระดับสากล
    • บูรณาการเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดี

        ในมิติด้านกีฬา กระทรวงฯ มุ่งเน้นการใช้กีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ดังนี้
    • ส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย รวมถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
    • พัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงอาชีพ โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามายกระดับศักยภาพ
    • ส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬานานาชาติ และกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
    • พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ

    ในช่วงท้าย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า การท่องเที่ยวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่กีฬาจะเป็นโอกาสนำประเทศสู่สากลและสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชาติ 

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/163589


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RRBZxnKEp7gRvUxFPc2pu

  • “ททท.” ประเมินหยุดยาว “วันแรงงาน-ฉัตรมงคล” เงินสะพัดท่องเที่ยวหมื่นล้าน | เดลินิวส์

    “ททท.” ประเมินหยุดยาว “วันแรงงาน-ฉัตรมงคล” เงินสะพัดท่องเที่ยวหมื่นล้าน | เดลินิวส์

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้ประเมินสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยของคนไทยในช่วงวันหยุดยาว วันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคล (1-4 พ.ค.) ปี 69 นี้ จะประมาณ 2.83 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 64% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไทย 39%

    ทั้งนี้ ภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปมากที่สุด คือ ภาคกลาง 843,700 คน/ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 619,500 คน/ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน/ครั้ง ขณะที่ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยมากที่สุดที่ 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท

    “จากแรงกดดันราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว คำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น ประกอบกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์”

    สำหรับจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้มากที่สุดคือ จังหวัดกาญจนบุรี รองลงมาคือ จังหวัดชลบุรี กรุงเทพฯ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ส่วนเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดคือ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย

    น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า การเดินทางของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้ เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนก่อนเปิดภาคเรียน เน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5827967/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UCUmieMZY5oobSbotBmLY

  • ‘สรรเพชญ’ลุยยกเครื่องขนส่งทางน้ำทั้งระบบ เน้นย้ำสะดวก ปลอดภัย รองรับท่องเที่ยวโต

    ‘สรรเพชญ’ลุยยกเครื่องขนส่งทางน้ำทั้งระบบ เน้นย้ำสะดวก ปลอดภัย รองรับท่องเที่ยวโต

    ‘สรรเพชญ’ มอบนโยบายกรมเจ้าท่า ยกเครื่องขนส่งทางน้ำทั้งระบบ เน้นสะดวก ปลอดภัย รองรับท่องเที่ยวโตเร่งพัฒนา ‘สมาร์ทเพียร์’ ให้บริการครบ 29 ท่า ภายในปี 2570 ดันแจ้งเกิดท่าเรือครุยส์ ‘ภูเก็ต–สมุย–พัทยา’ นำร่องสมุย ชง ครม.ไฟเขียวภายในปีนี้ ผุด’เทนเดอร์ โบ๊ต‘สงขลาดันท่องเที่ยวโต ชูลดต้นทุนโลจิสติกส์ประเทศ เร่งขุดลอกร่องน้ำรับฤดูน้ำหลาก

    1 พ.ค.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า(จท.) ว่า การเข้ามากำกับดูแลในครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงการยกระดับระบบคมนาคมทางน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยนโยบายสำคัญ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำให้สอดรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายและปรับปรุงร่องน้ำให้มีศักยภาพรองรับการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าเรือรูปแบบใหม่ รวมถึงการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับภาพรวมของระบบขนส่งทางน้ำ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันทุกโครงการพัฒนาจะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และชุมชนในพื้นที่ โดยต้องลดผลกระทบให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาในภายหลัง  นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงพื้นที่ที่มีการตื้นเขิน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก โดยให้วางแผนและเร่งรัดดำเนินการอย่างเป็นระบบ

    นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในกรุงเทพมหานคร ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อยกระดับการสัญจรทางน้ำในเมือง  ซึ่งมีแผนพัฒนาทั้งหมด 29 ท่า ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 16 ท่า และยังเหลืออีก 13 ท่าที่อยู่ระหว่าดำเนินการ  ซึ่งได้ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการครบทั้งหมดภายในปี 2570  ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือในภูมิภาค ได้มอบนโยบายให้รักษามาตรฐานการกำกับดูแล การออกใบอนุญาต และการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพท่าเรือเพื่อรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ศักยภาพอย่างภาคใต้และภาคตะวันออก

    นายสรรเพชญ กล่าวว่าต่อว่า ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญ (Cruise Terminal) ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต สมุย และพัทยา โดยปัจจุบันบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต ประสบปัญหาความแออัดและข้อจำกัดด้านศักยภาพการรองรับเรือ ซึ่งหากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมได้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ  เบื้องต้นจะน่ำร่องพื้นที่สมุย โดยในส่วนของการลงทุน เป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้ภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าหลังจากศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว จะเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2575

    นอกจากนี้ ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำรูปแบบใหม่ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โครงการการพัฒนาท่าเรือสำราญแบบจอดทอดสมอ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เบื้องต้นจะขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570  จำนวน 25 ล้านบาท ในการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อรองรับแผนการขุดลอกร่องน้ำและก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก (Tender Boat) ซึ่งจะใช้รูปแบบนำเรือขนาดใหญ่จอดนอกชายฝั่ง และลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ฝั่ง เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองเก่าสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันเป็นมรดกโลก โดยโครงการลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

    ทั้งนี้ ในด้านงบประมาณ กรมเจ้าท่าได้เสนอของบประมาณปี 2570 ประมาณ 5,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสำคัญ อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการแก้ไขจุดคอขวดด้านการเดินเรือ ยอมรับว่าที่ผ่านมา การพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำยังขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องผลักดันให้กรมเจ้าท่ามีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักอย่างชัดเจน พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้การพัฒนาเกิดความต่อเนื่อง

    นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคมนาคมทางน้ำ คือการสร้างระบบขนส่งที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ และพร้อมผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/989143/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AvhQ8Oa0-lX5ZLCXezprC