Blog

  • อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น

    อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น

    อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น


    อบจ.สงขลา ร่วมเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่น

          วันนี้ (8 ก.ย. 68) นางสาวปรินดา ปาลาเร่ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วย ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานการประชุมฯ ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

          สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาได้ทรงทุ่มเทพระวิริยะอุตสาหะในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยทรงพระดำริให้นำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาประยุกต์กับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ เพื่อให้ผ้าไทยก้าวสู่ระดับสากลอย่างสง่างาม ขณะเดียวกัน ยังคงคุณค่าแห่งความเป็นไทยไว้อย่างสมบูรณ์

          “จังหวัดสงขลา มีมรดกผ้าที่ทรงคุณค่า อาทิ ผ้าทอเกาะยอ ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา มีความประณีต งดงาม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว“

          โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวฯ เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ ทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดําริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า เยาวชนและทายาทของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ผู้ที่สนใจในภูมิปัญญาด้านผ้าและงานหัตถกรรมไทย และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความสนใจในการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาด้านผ้า และงานหัตถกรรมไทยสู่ชุมชน ให้สามารถสร้างมูลค่าและสร้างรายได้เพิ่มจากภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.สงขลา

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์

      อบจ.สงขลา ผนึกกำลังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม กว่า 80 แห่ง ร่วมจัด “มหกรรมวิชาการ เปิดโลกการศึกษา 2568” ยกระดับทักษะวิชาการอิสลาม รุ่น 19 ที่สันติวิทย์
    • อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)

      อบจ.สงขลา ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในพิธีเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง)
    • อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี

      อบจ.สงขลา เดินหน้ามอบแว่นสายตาให้เด็กนักเรียน หวังสร้างอนาคตทางการมองเห็นที่ดี
    • อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ

      อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ ต.ทุ่งใหญ่ ออกหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการทันตกรรม เคลือบหลุมร่องฟันในฟันแท้ซี่แรกในโรงเรียนเขตรับผิดชอบ
    • อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน

      อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์กุ้ง-ปลาทะเล กว่า 2.7 แสนตัว หวังฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างสมดุลธรรมชาติคู่ชุมชน
    • นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

      นายกฯ สุพิศ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ 2568 หวังผลักดันให้เป็นเทศกาลกินเจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้ความอนุเคราะห์ห้องประชุมแก่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดสงขลา (สาขานาทวี)
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนจะนะรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส
    • อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

      อบจ.สงขลา ร่วมงานสัมมนา Festival Creative Lab 2025 มุ่งยกระดับและเพิ่มศักยภาพของเทศกาลเชิงธุรกิจ สู่เทศกาลโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/299f192e8b&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LZldQcxKMg71uvCtdmu6_

  • ‘ลุงตู่-ภริยา’ ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี ‘นายกฯอนุทิน’ ในวันเกิด

    ‘ลุงตู่-ภริยา’ ส่งแจกันดอกไม้แสดงความยินดี ‘นายกฯอนุทิน’ ในวันเกิด

    บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยวันนี้ (13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 59 ปี ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทางพรรคจึงได้มีการเตรียมพร้อมสถานที่ เพื่อรองรับบุคคลทางการเมืองและบุคคลใกล้ชิดที่จะเดินทางมาอวยพรวันเกิด

    โดยช่วงเช้า พบว่ามีกระเช้าดอกไม้จากบุคคลต่างๆ มามอบให้ หนึ่งในนั้นคือกระเช้าดอกไม้จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และ รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมซองสำนักงานองคมนตรีมามอบให้กับอนุทินในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีกระเช้าดอกไม้ จาก กร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย- จีน และบุคคลทางการเมืองอีกหลายคน โดยตามกำหนดการพรรคจะมีการประชุมในเวลา 17.00 น. และคาดว่าหลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมฉลองวันเกิดให้อนุทินเป็นลำดับต่อไป

    1757738524167.jpg

    1757738524272.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/prayut-13-sep-2025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NNTrw9jrV-sUD00lSqTAZ

  • กรมทรัพยากรทะเลฯจับมือ23 หน่วยงาน ฟื้นป่าชายเลน 5 แสนไร่

    กรมทรัพยากรทะเลฯจับมือ23 หน่วยงาน ฟื้นป่าชายเลน 5 แสนไร่

    วันเสาร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.14 น.

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดงานใหญ่ขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย (TMA) ปี 2568 ร่วมมือ 23 หน่วยงาน ระดมสมองบริหารจัดการฟื้นฟูยกระดับป่าชายเลน  250,000 -500,000 ไร่ สร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชนระยะยาว

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่โรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดโครงการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย หรือ Thailand Mangrove Alliance (TMA) ประจำปี พ.ศ.2568  โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนเครือข่ายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมกว่า 100 องค์กร เข้าร่วมการประชุม  พร้อมกันนี้  ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปกป้องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ครั้งที่ 3 โดยมีผู้แทนเครือข่ายกว่า 23 หน่วยงาน ร่วมลงนามและจัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “TMA Awards” ให้กับองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ป่าชายเลน จำนวน 6 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคชุมชน ภาคเอกชน ภาค NGO ภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ TMA และหารือเพื่อกำหนดโครงการนำร่อง (Quick Win Projects) ที่จะดำเนินการในปี พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมในด้านความยั่งยืน

    ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการภาคีเครือข่ายฯ กล่าวว่า การอนุรักษ์ป่าชายเลนเป็นการรักษาความมั่นคงของระบบนิเวศ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ป่าชายเลนทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันคลื่นลมและการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งช่วยลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน สนับสนุนการประมงพื้นบ้าน สร้างรายได้ให้กับชุมชนชายฝั่ง และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกด้วย

     ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย (TMA)ว่าเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ กรม ทช.ริเริ่มขึ้นในปี 2567 เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนของประเทศ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ผ่านมา ได้แก่ Mangrove for the Future (2549-2561) และ Dow & Thailand Mangrove Alliance (2562-2566) ซึ่ง TMAไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นการต่อยอดจากรากฐานของการอนุรักษ์และความร่วมมือที่มีอยู่เดิม ที่เน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างบูรณาการ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา

    อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทยจะดำเนินการตามโรดแมป ซึ่งประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การอนุรักษ์และฟื้นฟู 2) การวิจัย นวัตกรรมและการนำไปใช้ประโยชน์ 3) การให้ความรู้ สร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชน 4) การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และ 5) การพัฒนากลไกทางการเงินและกฎหมาย โดยตั้งเป้าหมายยกระดับพื้นที่ป่าชายเลน 250,000 ไร่ ให้เป็นป่าชายเลนสำหรับชุมชน ภายในปี 2570 รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนไม่น้อยกว่า 500,000 ไร่ และบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลน 30% ของพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง 24 จังหวัด ทั่วประเทศ ภายในปี 2573 อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติ ที่จะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net-Zero Emission เป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ทางบกและทางทะเล ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรต่างๆที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาคีเครือข่าย TMA เพื่อร่วมกันวางรากฐานการจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/914043&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10VRwoEs1gUpjC-agUBw12

  • ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเน้นการทำตลาดท่องเที่ยวข้ามภาค โดยให้ความสำคัญด้านประเพณีวัฒนธรรม อาหาร ชุมชน รวมถึงสุราท้องถิ่น และที่เน้นมากขึ้นคือการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยิ่งขึ้นในปี 2568-2569

    ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ทาง ททท.ได้ปรับแผนการดำเนินการจัด คาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลางเดือนนี้ โดย ททท. จะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร มาช่วยเยี่ยวยาและช่วยเหลือ

    ขณะที่ทางภาคอีสาน เราโชคดีที่มีต้นทุนในด้านประเพณีวัฒนธรรม และมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 3 มรดกโลกยูเนสโก โคราช หรือแหล่งมรดกที่อุดรธานี ไตรมาสสุดท้ายภาคการท่องเที่ยวอีสาน ก็ยังถือเป็นบวกถึงแม้จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนรายได้อาจไม่มากเพราะสินค้าหรือของที่ระลึกอาจสู้ภาคอื่นๆ ไม่ได้

    ในส่วนการผลักดันกลยุทธ์และโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน อาทิเช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี: ภายใต้แนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน: ผ่านโครงการ “I-SAN Raincation สุขใจในสายฝน บุญล้นเข้าพรรษา” เพื่อกระตุ้นการเดินทางใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, บึงกาฬ, สุรินทร์, และสกลนคร หรือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตร: เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย. 

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1313437&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kZapplkUtSoogqk4d7uZH

  • 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก


    13/09/2568 | 66 |

    4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แถลงข่าวกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก 
         
            นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายภาณุพันธ์  เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา , นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย , นางสาวนิศา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ , นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน , และนางสาวกัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ (น้องกอล์ฟ นางฟ้านักวิ่ง) ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 และพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ณ ท็อปส์ พลาซ่า พะเยา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 
            ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวถึงภาพรวมและความพร้อมในการจัดกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออกในครั้งนี้ ว่า จัดขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และยกระดับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งจะจัดขึ้นทั้งหมด 7 ครั้ง แบ่งเป็นกิจกรรมวิ่งในโครงการ “เลาะเวียง 4 เมือง” จำนวน 4 ครั้ง ณ เมืองเวียงสำคัญในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ สนามที่ 1: วิ่งเลาะเวียง 1 เวียงแพร่ จังหวัดแพร่ สนามที่ 2: วิ่งเลาะเวียง 2 เวียงน่าน จังหวัดน่าน สนามที่ 3: วิ่งเลาะเวียง 3 เวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย และสนามที่ 4: วิ่งเลาะเวียง 4 เวียงพางคำ จังหวัดพะเยา โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ มาราธอน (42 กิโลเมตร) ฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) Fun Run (ไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร) และ วิ่ง-กิน-เที่ยว Kilo Run (2.5 กิโลเมตร) คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 700 คนต่อสนาม 
         นอกจากนั้น จังหวัดพะเยายังเตรียมจัดกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ได้แก่ 1.กิจกรรมวิ่ง Night Run กว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมืองพะเยา ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 2.กิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเชียงม่วน ระหว่างวันที่ 4–5 ตุลาคม 2568 ณ ฝั่งต้าไชยสถาน อำเภอเชียงม่วน ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร , 3.กิจกรรมวิ่งเทรลแม่ปืม ระหว่างวันที่ 18–19 ตุลาคม 2568 ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปืม อำเภอแม่ใจ
             ทั้งนี้ จังหวัดพะเยามีความพร้อมในการจัดกิจกรรมในทุกด้าน ทั้งสนามแข่งขัน ระบบความปลอดภัย ที่พัก อาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ “พาสปอร์ตกิจกรรม” ให้ผู้ร่วมงานสามารถสะสมตราแสตมป์จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อแลกรับของรางวัล เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเดินทางและเชื่อมโยงกิจกรรมวิ่งกับการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย 
         สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก (https://www.facebook.com/profile.php?id=61565690733307) โดยจะเปิดรับสมัครในวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ชิงเงินรางวัลรวม 564,000 บาท  

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/423198&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NsJSwvF1wePK3t5DFp4Y9

  • มทภ.2  ชี้ เปิดด่านกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องดูความมั่นคง เหตุกัมพูชาตรึงกำลังอื้อ

    มทภ.2 ชี้ เปิดด่านกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องดูความมั่นคง เหตุกัมพูชาตรึงกำลังอื้อ

    การเมือง

    13 ก.ย. 2025 เวลา 10:11 น.

    แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ยืนยันยังไม่เปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน เหตุทหารกัมพูชายังตรึงกำลัง รอรัฐบาล–กลาโหมพิจารณาตามความเหมาะสม

    วันที่ 13 กันยายน 2568  พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวถึงประเด็น การเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสาน ว่ายังไม่มีการเปิดด่านในขณะนี้ เนื่องจากยังมีกำลังทหารกัมพูชาตรึงกำลังอยู่จำนวนมาก การตัดสินใจเปิดด่านจะต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดและต้องตอบคำถามกับประชาชนในพื้นที่ว่า เมื่อใดถึงจะสามารถเปิดด่านได้ โดยแต่ละพื้นที่มีบริบทและสถานการณ์แตกต่างกัน

    แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า แม้นักธุรกิจที่ค้าขายระหว่างสองประเทศจะเรียกร้องให้เปิดด่านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องพิจารณาภาพรวมของสถานการณ์แนวชายแดน และความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก โดยคาดว่าในช่วงต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะออกมาให้คำชี้แจงในเรื่องนี้

    ในอีกประเด็นหนึ่ง เกี่ยวกับการมีบริษัทเอกชนเตรียมเข้ามาอบรมการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ให้กับทหาร ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านเพจของ กองทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเริ่มต้นดำเนินการแต่อย่างใด แต่ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีที่จะช่วยเพิ่มทักษะให้กำลังพล อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมาย ความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้จัดอบรม รวมถึงเส้นทางการเงินของแหล่งทุนที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอให้กองทัพบกพิจารณาตัดสินใจต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1198647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21n66PUR0uFDKh0DEy2T1h

  • ‘อนุทิน’ ถกว่าที่รัฐมนตรี ทีมเศรษฐกิจ เตรียมความพร้อมแถลงนโยบายต่อสภาฯ

    ‘อนุทิน’ ถกว่าที่รัฐมนตรี ทีมเศรษฐกิจ เตรียมความพร้อมแถลงนโยบายต่อสภาฯ

    “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะเสิร์ฟเค้กส้ม ประชุมว่าที่ รมต.ด้านเศรษฐกิจ เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาฯ หวังนับหนึ่งตามสัญญาโดยเร็ว

    13 กันยายน 2568 – ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อเข้าร่วมประชุมกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย และว่าที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อวางนโยบายของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่จะแถลงต่อรัฐสภาต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา บรรดา บุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและภาคเอกชนยังคงทยอยส่งดอกไม้อวยพรวันคล้ายวันเกิดนายอนุทิน อายุครบ 59 ปี อาทิ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา พญ. พักตร์พิไล ทวีสิน รวมถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)และภรรยา นางสุวรรณา ศิลปอาชา นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำแจกันดอกไม้ และรูปปั้นเทพเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการยกย่องและเคารพบูชาอย่างสูงในวัฒนธรรมจีน โดยกวนอูเป็นตัวละครสำคัญในวรรณกรรมสามก๊ก มีชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความจงรักภักดี และความกล้าหาญ

    สำหรับนโยบาย​ที่แน่ชัดแล้วคือ​ การฟื้นคืนชีพคนละครึ่ง​ แต่ปรับรูปแบบ​สำหรับผู้ที่เสียภาษีจะแบ่งเป็นรัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย​ 40 นอกจากนี้ ที่มีการพูดถึง​ แต่ยังไม่ได้สรุป​ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน​ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น​ รวมถึงแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติด้วย

    ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติ ซึ่งใช้เวลา​จนถึงวันนี้​ 7 วันแล้ว​ เพื่อความรอบคอบรัดกุม​ เนื่องจากเคยมีคำวินิจฉัย​ศาลรัฐธรรมนูญ​เกี่ยวกับ คุณสมบัติรัฐมนตรีในชุดนายเศรษฐา​ ทวีสิน​ มาแล้ว​ อย่างไรก็ตาม​ ยังมีอีกหลายตำแหน่ง ที่ยังไม่ได้เปิดตัว​ โดยเฉพาะคนนอกอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งนายอนุทิน​ ก็ยืนยันชัดเจนว่า​ “หากทุกอย่างเรียบร้อย ก็พร้อมที่จะเปิดเผย​”

    จากนั้นเวลาประมาณ 15.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้โพสต์ภาพการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรีและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประชุมหารือเพื่อเตรียมการจัดทำนโยบายรัฐบาลเพื่อที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้นับวันแรกของสี่เดือนได้โดยเร็วตามสัญญา Moa #ไม่มีวันหยุด

    โดยในภาพการร่วมประชุมกับว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายรัฐมนตรีและว่าที่รมว.คลัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รมว.การต่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมว.กลาโหม ได้ทยอยเดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย 

    จากนั้นเวลา 15.45 น. นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำบรรดา ทีมงาน สจ.สงขลา กว่า 20 คน เข้าร่วมมอบดอกไม้อวยพรนายกรัฐมนตรี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมครั้งนี้มีการเสิร์ฟเค้กส้ม และกาแฟร้านจาริสต้าให้กับว่าที่รัฐมนตรีด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/861120/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2b_rfQO7gy8kswkpWpP_U8

  • ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    ททท.อีสาน ลุยเปิดแคมเปญ ส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ภาคอีสาน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดน | TOPNEWS

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเน้นการทำตลาดท่องเที่ยวข้ามภาค โดยให้ความสำคัญด้านประเพณีวัฒนธรรม อาหาร ชุมชน รวมถึงสุราท้องถิ่น และที่เน้นมากขึ้นคือการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติมากขึ้นยิ่งขึ้นในปี 2568-2569

    ด้าน นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 45 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ทาง ททท.ได้ปรับแผนการดำเนินการจัด คาราวานสัญจรเยี่ยวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลางเดือนนี้ โดย ททท. จะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว จากกรุงเทพมหานคร มาช่วยเยี่ยวยาและช่วยเหลือ

    ขณะที่ทางภาคอีสาน เราโชคดีที่มีต้นทุนในด้านประเพณีวัฒนธรรม และมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 3 มรดกโลกยูเนสโก โคราช หรือแหล่งมรดกที่อุดรธานี ไตรมาสสุดท้ายภาคการท่องเที่ยวอีสาน ก็ยังถือเป็นบวกถึงแม้จะเจอเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนรายได้อาจไม่มากเพราะสินค้าหรือของที่ระลึกอาจสู้ภาคอื่นๆ ไม่ได้

    ในส่วนการผลักดันกลยุทธ์และโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน อาทิเช่น การส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณี: ภายใต้แนวคิด “ประเพณี สีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน: ผ่านโครงการ “I-SAN Raincation สุขใจในสายฝน บุญล้นเข้าพรรษา” เพื่อกระตุ้นการเดินทางใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์, บึงกาฬ, สุรินทร์, และสกลนคร หรือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตร: เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย. 

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1313437&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kZapplkUtSoogqk4d7uZH

  • ชวนจับตา 10 จังหวัดเด็กยากจนพิเศษมากที่สุดในไทย ‘แม่ฮ่องสอน’ ครองแชมป์ 7 ปีซ้อน

    ชวนจับตา 10 จังหวัดเด็กยากจนพิเศษมากที่สุดในไทย ‘แม่ฮ่องสอน’ ครองแชมป์ 7 ปีซ้อน

    ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะใน 10 จังหวัดที่มีจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด

    • จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษสูงที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ด้วยสัดส่วน 45.09%
    • 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษสูงสุดส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
    • ข้อมูลจาก กสศ. ปี 2567 ระบุว่านักเรียนยากจนพิเศษมาจากครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน

    ข้อมูลล่าสุดจากปี 2567 โดยระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ โดยพบว่ามีนักเรียนเกือบ 40% ที่ยังอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งหมายถึงครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณวันละไม่ถึง 100 บาท

    เปิดข้อมูล 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษสูงสุด

    ข้อมูลจาก กสศ. ชี้ให้เห็นว่าจังหวัดที่เผชิญกับปัญหานี้มากที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน ซึ่งครองอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนสูงถึง 45.09% และยังคงตำแหน่งนี้มาอย่างต่อเนื่องถึง 7 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2561-2567) ตามมาด้วยจังหวัดในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่:

    1. นราธิวาส: 39.81%
    2. นครพนม: 39.22%
    3. อำนาจเจริญ: 39.21%
    4. ร้อยเอ็ด: 38.61%
    5. กาฬสินธุ์: 37.73%
    6. ยโสธร: 37.73%
    7. มุกดาหาร: 35.90%
    8. ศรีสะเกษ: 35.86%
    9. สกลนคร: 35.18%

    สถิติเหล่านี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข

    ชวนจับตา 10 จังหวัดเด็กยากจนพิเศษมากที่สุดในไทย 'แม่ฮ่องสอน' ครองแชมป์ 7 ปีซ้อน

    กสศ. เดินหน้าแก้ปัญหาด้วยมาตรการที่เข้าถึงและเข้าใจ

    เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ กสศ. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายด้านเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มนี้อย่างยั่งยืน:

    • เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข: ตั้งแต่ปี 2562 กสศ. ได้มอบเงินอุดหนุนแก่นักเรียนยากจนพิเศษกว่า 800,000 คน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา
    • การลงพื้นที่และคัดกรองนักเรียน: ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนกว่า 2 ล้านคน เพื่อทำความเข้าใจสภาพความเป็นอยู่และให้ความช่วยเหลือที่ตรงจุด
    • ศูนย์ช่วยเหลือช่วงโควิด-19: ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตแก่นักเรียนที่ขาดแคลน
    • พัฒนาครูและบุคลากร: มีการฝึกอบรมครูในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของเด็กกลุ่มเปราะบาง
    • ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น: สนับสนุนทางเลือกการศึกษาที่หลากหลาย เช่น อาชีวศึกษาทวิภาคี การศึกษานอกระบบ และการศึกษาทางไกล เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้แม้มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจหรือภูมิประเทศ
    • ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี: ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในโรงเรียนห่างไกลและมอบอุปกรณ์การเรียนรู้ดิจิทัล เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงแหล่งความรู้ออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน
    • การแนะแนวอาชีพ: ให้คำปรึกษาและสนับสนุนเส้นทางอาชีพสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้พวกเขามีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

    ถึงแม้จะมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังต้องการการแก้ไขที่ลึกซึ้งและครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล การสนับสนุนด้านสุขภาพและโภชนาการ และการส่งเสริมทักษะอาชีพที่ตรงจุด เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กไทยทุกคนได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/environment/1198458&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oBViR6oqNEfBgCnrW3EGF

  • คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    คณบดีคณะนิติศาสตร์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแด่ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในโอกาสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการสภาการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/260221/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t5w5tPDwms2W7BPlD2rQY