Blog

  • หยุดยาวดันนทท.มาเลย์ทะลักไทย หนุนยอดสะสมแซงจีนขึ้นแท่นอันดับ 1 : อินโฟเควสท์

    หยุดยาวดันนทท.มาเลย์ทะลักไทย หนุนยอดสะสมแซงจีนขึ้นแท่นอันดับ 1 : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-14 ก.ย. ) ว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น 17.64% จากสัปดาห์ก่อนหน้า จากการมีวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ การมีวันหยุด Malaysia Day ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดมาเลเซียเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 67.40% และขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มตลาดที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสะสมเป็นอันดับที่ 1 และการมีวันหยุด Respect for the Aged Day ในประเทศญี่ปุ่นที่กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 30%

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 565,319 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,978 คน หรือ 11.21% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 80,760 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 143,363 คน จีน 66,945 คน อินเดีย 54,182 คน ญี่ปุ่น 25,781 คน และเกาหลีใต้ 21,981 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 67.40% 29.59% และ 11.53% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ และจีน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 5.47% และ 0.89% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา กล่าว

    ทั้งนี้ ในภาพรวมประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ก.ย. 68 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 22,953,136 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,061,003 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,278,963 คน จีน 3,230,507 คน อินเดีย 1,666,568 คน รัสเซีย 1,228,651 คน และเกาหลีใต้ 1,081,596 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (15-21 ก.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงจากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529769&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yjLPpGBothfyH8kZ1d2yA

  • ไทยเสียแชมป์! เวียดนามแซงขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

    ไทยเสียแชมป์! เวียดนามแซงขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

    เปิดภูมิทัศน์ใหม่ท่องเที่ยวอาเซียน เวียดนามผงาดดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ได้สำเร็จ ขณะที่ไทยเผชิญวิกฤตสูญรายได้กว่าแสนล้านบาท

    สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเวียดนามกำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ สวนทางกับยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างประเทศไทยที่กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไป

    จากข้อมูลของ China Trading Desk ซึ่งติดตามการใช้จ่ายและการเดินทางของชาวจีน ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวครั้งนี้

    อาจหมายถึงรายได้ที่สูญเสียไปของไทยมูลค่ากว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.11 แสนล้านบาท) ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้ได้ไหลไปยังเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน

    ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ที่นิยมเดินทางด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในความต้องการของตลาดท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    “สำหรับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหม่ เวียดนามมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสดใหม่กว่า” สุบรามาเนีย ภัทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ China Trading Desk กล่าว

    “นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกว่าเวียดนามยังไม่ช้ำและมีความเป็นท้องถิ่นดั้งเดิมมากกว่า”

    ในปีนี้ เวียดนามมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึงเกือบ 14 ล้านคน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

    โดยนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบแบบปีต่อปีในช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม)

    ในขณะเดียวกัน มาเลเซียก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 35% ในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับจำนวนที่นั่งของสายการบินจากจีนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 50%

    ชาฮารุดดิน ซาอิด กรรมการบริหารสมาคมเจ้าของโรงแรมมาเลเซีย กล่าวว่า นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับชาวจีนและค่าเงินริงกิตที่อ่อนค่าลง

    ไทยเสียแชมป์! เวียดนามแซงขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

    คาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจนถึงขณะนี้ โรงแรมต่างๆ รายงานว่ามีความต้องการเข้าพักและอัตราการเข้าพักสูงกว่าปีที่แล้ว

    เวียดนามรุกตลาด ปรับกลยุทธ์รับนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่

    รัฐบาลเวียดนามและบริษัททัวร์เอกชนต่างมุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ตัวอย่างเช่น

    ทางการจังหวัดกว๋างนิญซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน ได้จับมือกับภาคธุรกิจจัดเทศกาลพาราไกลดิ้งและบอลลูนลมร้อน เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวพักนานขึ้น

    ในเมืองชายฝั่งอย่างดานัง ป้ายภาษาจีนขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง ตั้งแต่ทางเข้าโรงแรม ไปจนถึงร้านอาหารริมทางและร้านนวด

    โรงแรมต่างๆ เริ่มจ้างพนักงานที่พูดภาษาจีนกลางได้ หรือใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาเพื่อสื่อสารกับแขก

    ไทยเสียแชมป์! เวียดนามแซงขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

    นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่เน้นทัวร์คุณภาพ 

    นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่เริ่มเบนเข็มจากกรุ๊ปทัวร์ราคาประหยัดซึ่งเคยเป็นที่นิยมก่อนการระบาดของโควิด-19 ที่เราคุ้นตากับภาพนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินตามไกด์ถือธงไปซื้อของ

    “ปัจจุบัน กว่า 40% ของชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก คือกลุ่มที่เดินทางด้วยตนเอง มีการศึกษา และมองหาประสบการณ์ต่างแดนที่แท้จริง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ China Trading Desk  ให้ความเห็น

    “นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ต้องการถูกจัดให้นั่งรถบัส พาไปยังจุดหมายปลายทาง เข้าโรงแรม หรือร้านค้าที่ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในประเทศจีน และที่สำคัญ พวกเขายินดีที่จะจ่ายมากขึ้น”

    Hava Travel บริษัทนำเที่ยวในเมืองดานังและญาจาง ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากตลาดทัวร์ราคาประหยัดมาสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวบูติกที่ต้องการประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

    เฉพาะในเดือนสิงหาคมเดือนเดียว บริษัทได้ให้บริการลูกค้าราว 2,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% จากช่วงต้นปี

    “นักท่องเที่ยวชาวจีนของเรายินดีที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้น” เหงียน หง็อก เทียน รองผู้อำนวยการทั่วไปของ Hava Travel กล่าว

    นอกจากนี้ ที่โรงแรม Mercure Nha Trang Beach Hotel เกือบครึ่งหนึ่งของห้องพักถูกจองโดยนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นประจำ ตามคำกล่าวของ เลือง ฟู ไห่ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขายของโรงแรมในเครือ Accor SA

    ไทยเสียแชมป์! เวียดนามแซงขึ้นแท่นเบอร์ 1 ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

    ไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน

    ตัดภาพมาที่ประเทศไทย สถานการณ์กลับตรงกันข้าม ข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์การบิน ระบุว่า

    ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ จำนวนที่นั่งของสายการบินเที่ยวเดียวจากจีนมายังไทยลดลงกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 5.1 ล้านที่นั่ง

    แม้ว่านักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่จะยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย แต่จำนวนที่ลดน้อยลงได้ส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 8 เดือนแรกลดลง 7% แม้จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งจากตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ตาม

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่ารายได้ของธุรกิจโรงแรมไทยจะหดตัวลง 4.5% ในปีนี้ และอัตราการเข้าพักจะลดลง

    กรณีการลักพาตัวนักแสดงชาวจีน “หวัง ซิง” ซึ่งถูกหลอกมายังประเทศไทยก่อนจะถูกส่งตัวต่อไปยังเมียนมาโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังคงเป็นภาพจำด้านลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวหวั่นใจ

    นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาของโรงแรม อาหาร และค่าโดยสารรถแท็กซี่ในไทยหลังช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19

    อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความหวังสำหรับการฟื้นตัวในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย

    ดาเมียน เพิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Agoda เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์จุดหมายปลายทางในเอเชียที่นักท่องเที่ยวเลือกกลับมาเยือนซ้ำมากที่สุดบนแพลตฟอร์มของเรา

    เขายังมองว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังมีโอกาสฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเดินทางอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมกลับมาคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/730465&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zRtIR_UUiccDTOPsYoxez

  • “อนุทิน” หารือสภาอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา

    “อนุทิน” หารือสภาอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา

    “อนุทิน” หารือสภาอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา


    16/09/2568 | 73 |

    (15 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายธนกร วังบุญคงชนะ นายวรภัค ธันยาวงษ์ และ
    นายกุลิศ สมบัติศิริ เข้าหารือกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม มุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันและยกระดับความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย 
    การหารือครั้งนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมไทยและแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบาย 4GO ได้แก่ 1. GO Digital & AI การยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ 2. GO Innovation การสร้างผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม 3. GO Global การยกระดับห่วงโซ่อุปทานสากลและการขยายสู่ตลาดโลก และ 4. GO Green การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
         
    ด้านรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในระยะเวลา 4 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญ 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
    1. ด้านเศรษฐกิจ มุ่งดำเนินมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ค่าเดินทาง และค่าขนส่งต่าง ๆ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยอย่างเร่งด่วน
    2. ด้านความมั่นคง มุ่งแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ
    3. ด้านภัยธรรมชาติ ต่อยอดการพัฒนาระบบเตือนภัยที่เคยริเริ่มไว้ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเร่งชดเชยความเสียหายแก่ประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติให้ทันการณ์
    4. ด้านภัยสังคม มุ่งปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ การพนัน และการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ เพื่อกวาดล้างปัญหาภัยสังคมในทุกรูปแบบ
        นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องให้ความสำคัญกับปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของผู้ประกอบการ หรือแม้แต่ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เราต้องใช้ทุกวิธีในการแก้ปัญหาทั้งทางด้านการทหาร ทางการทูต และการหารือกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ในเรื่องของผู้ประกอบการ จะสนับสนุนให้มีการลงทุน และผลิตสินค้าภายในประเทศมากขึ้น ประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น ขณะเดียวกันเรามีประเทศคู่แข่งมาก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องตื่นตัว เพื่อความอยู่รอดของประเทศ และต้องเร่งหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ด้วยในเรื่องส่งเสริมการลงทุน ถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่มั่นใจว่าเราจะใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตและทำให้ทุกฝ่าย
    เกิดความคล่องตัวมากขึ้น “ดรีมทีม จะเป็น เรียลทีม ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เราจะใช้หลักการทำงานเป็นทีม เพื่อพัฒนาประเทศชาติ” 
        นโยบายของรัฐบาล มุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น และการวางรากฐานเพื่อต่อยอดให้มีความมั่นคงในระยะยาว รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกคนอย่ากังวล ทุกอย่างจะปฏิบัติภายใต้ความมั่นคง และหารือกับฝ่ายกัมพูชาให้เร็วที่สุด แต่จะรักษาประเทศชาติ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่าน เพราะทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขความมั่นคง จะขับเคลื่อนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการไทยแลนด์พลัสวัน และพร้อมสนับสนุนเจรจากับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน คู่แข่งทางการค้าในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา (Cambodia) ลาว (Laos) เมียนมา (Myanmar) และเวียดนาม (Vietnam)) ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้เป็นตัวอย่าง โดยจะใช้โอกาสนี้ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า เชื่อว่าหากเศรษฐกิจดี จะทำให้สังคมเป็นสุขไม่เกิดความขัดแย้งและให้ความมั่นใจว่าการทำงานจะยึดส่วนรวมเป็นหลัก และจะใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เพื่อทุกคน ผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้ความคาดหวังของทุกคนเกิดขึ้นจริง
         โดยผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้นำเสนอแนวทางในการส่งเสริมอุตสาหกรรม 5 เรื่องหลักในระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย
    1. การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และสงครามการค้า
    2. การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs 
    3. การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ
    4. การรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ
    5. การบริหารจัดการผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท
         สำหรับประเด็นเกี่ยวกับ การรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯและสงครามการค้า นายนาวา จันทนสุรคน รองประธาน ส.อ.ท. ได้ชี้แจงว่าปัจจุบันไทยถูกสหรัฐอเมริกา เริ่มเก็บภาษีอัตราที่ 19% ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2568 แต่จะมีการเรียกภาษีอยู่ 2 กรณี คือ 
    • กรณีที่ 1 สำหรับการเรียกเก็บภาษีอัตราที่ 19% ใช้กับสินค้าที่ตกอยู่ในขอบเขตของมาตรการนี้โดยรวมยกเว้นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็กและอลูมิเนียม ทองแดงกึ่งสำเร็จรูป เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีกรอบกฎเกณฑ์ต่างหาก 
    • กรณีที่ 2 เรียกเก็บภาษีอัตราที่ 40% จะบังคับใช้เมื่อสินค้าถูกพิจารณาว่า เกิดจากการสวมสิทธิ์ของประเทศที่สาม หรือมีกรณี transshipment โดยสินค้าในกรณีนี้จะต้องผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์โดย U.S. Customs and Border Protection (CBP) ก่อน และหากพบว่ามีการสวมสิทธิ์จริงจะถูกเรียกเก็บอัตรานี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (Regional Value Content: RVC) ที่ชัดเจน ภาครัฐจึงต้องติดตามแนวปฏิบัติของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทัน
         ด้านการส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ชี้แจงถึงสถานะความเปราะบางของ SME ไทย ณ เดือนมิถุนายน 2568 ว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ในกลุ่ม SME คิดเป็น 243,026 ล้านบาท และยอดหนี้คงค้างรวม (สินเชื่อ SME) คิดเป็น 3,119,525 ล้านบาท ดังนั้น ส.อ.ท. จึงนำเสนอแนวทางส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งทุน ภายใต้ “มาตรการ Fast Track เพื่อ SME” ประกอบด้วย โครงการค้ำประกันสินเชื่อฉุกเฉิน (Emergency Credit Guarantee) สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง SME ด่วนพิเศษ 1% ผ่านกองทุนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมาตรการ “Hair Cut” สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้เสีย (NPL) เพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ที่เหลือได้และปิดบัญชี รวมทั้งลดปริมาณหนี้เสียในระบบโดยรวม
         ส่วนนายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธาน ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต โดยเน้นถึงความจำเป็นในการสร้างโครงสร้างค่าไฟที่เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ภาครัฐเร่งจัดทำแผน PDP (Power Development Plan) ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2568
         ขณะที่ นายเวทิต โชควัฒนา รองประธาน ส.อ.ท. ได้สะท้อนปัญหาการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก สำหรับระยะเร่งด่วน ควรมุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายด้านการโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านการเสริมช่องทางโลจิสติกส์เดิม การเพิ่มเรือชายฝั่งในการส่งสินค้าผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดกัน เช่น จันทบุรี และตราด ระยะสั้น เสนอแนะให้พิจารณา Soft Loan ให้ผู้ประกอบการเพื่อรักษาสภาพคล่องของกลุ่ม SME ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา หรือผู้ที่มีหลักฐานการค้าขายต่อเนื่องกับกัมพูชา มาตรการระยะยาว พิจารณาตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่จะให้ทั้งสองประเทศกลับมาทำการค้าร่วมกัน และมีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย สร้างความเจริญเติบโตร่วมกันให้กับภูมิภาค
         นอกจากนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ยังได้สะท้อนความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย โดยได้เสนอให้ภาครัฐเร่งศึกษาและแยกแยะผลกระทบจากธุรกรรมทองคำ คริปโตเคอร์เรนซี และการโอนเงินแรงงานต่างด้าวที่ไม่ผ่านระบบ กลไกความร่วมมือในอนาคต ส.อ.ท. เห็นควรให้ขับเคลื่อนการหารือผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยการพบปะในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความร่วมมือเชิงรุกระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย ส.อ.ท. พร้อมที่จะสนับสนุนและทำงานเคียงข้างรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำพาเศรษฐกิจไทยสู่ความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในอนาคต
     


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region7.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/423679&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12BzfKkhdLGovdmwremVLY

  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับสมัคร ขรก. 45 อัตรา เริ่ม 22 ก.ย.นี้

    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับสมัคร ขรก. 45 อัตรา เริ่ม 22 ก.ย.นี้

    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ประกาศเปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ 45 อัตรา เปิดรับสมัคร 22 กันยายน – 16 ตุลาคม 2568

    ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร

    1. เจ้าพนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปฏิบัติงาน 20 อัตรา

    – ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาการบัญชีหรือสาขาวิชาการเงินและการธนาคาร โดยจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร

    – เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสํานักงาน ก.พ.

    2. เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน 15 อัตรา

    – ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาการบัญชี หรือสาขาวิชาการเงินและการธนาคาร โดยจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร

    – เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ.

    3. เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน จำนวน 10 อัตรา

    – ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา โดยจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัคร

    – เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ.

    การรับสมัคร

    • รับสมัครทางอินเตอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 
    • เลือกหัวข้อ “รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ในตาแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน” ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน – 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568 สมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/639036&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QJ3jWJAVglLPHm4ve0NLq

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cbb4yqdY5NEzkhzaL6GWG

  • ชมคลิป: ถอดรหัส MK พลิกเกมธุรกิจด้วยบุฟเฟต์ 299 บาท

    ชมคลิป: ถอดรหัส MK พลิกเกมธุรกิจด้วยบุฟเฟต์ 299 บาท

    การตัดสินใจครั้งใหญ่ของ MK Restaurants ที่กล้าพลิกเกมธุรกิจจากภาพจำเดิม สู่โมเดลบุฟเฟต์ 299 บาท คือการเดิมพันที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทั้งวงการ พร้อมพิสูจน์ความสำเร็จด้วยตัวเลขการเติบโตที่น่าจับตามอง

    เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ คือการมองเห็นโอกาสในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ดึงดูดฐานลูกค้ากลับมาได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ลูกค้าเก่าจนถึงคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดเป็นไปได้ด้วยรากฐานธุรกิจและซัพพลายเชนอันแข็งแกร่งขององค์กร

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของโปรโมชั่น แต่คือบทเรียนของการปรับตัวครั้งสำคัญ ที่แบรนด์ใหญ่กล้าจะเปลี่ยนเพื่อกำหนดอนาคตของตัวเองในตลาดที่ท้าทาย ร่วมหาคำตอบเบื้องหลังทุกการตัดสินใจได้ในบทสัมภาษณ์นี้ กับ ทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH 

    TAGS:  


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/mk-restaurants-buffet-strategy/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19nrnhFi3nOZUQ1gtJcV_r

  • กรมทางหลวงขยาย 4 เลน ทล.1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม เสร็จสมบูรณ์ ชูเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสุโขทัย-ลำปาง หนุนโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว

    กรมทางหลวงขยาย 4 เลน ทล.1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม เสร็จสมบูรณ์ ชูเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสุโขทัย-ลำปาง หนุนโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว

    16 กันยายน 2568, 14:03น.

    กรมทางหลวงขยาย 4 เลน ทล.1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม เสร็จสมบูรณ์ ชูเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสุโขทัย-ลำปาง หนุนโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว 

          กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม จากขนาด 2 ช่องจราจร เป็นขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ15.325 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดลำปาง เพิ่มศักยภาพการขนส่งและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่  

          นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยทางหลวงสายนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย (ทล.101) กับ อ.เถิน จ.ลำปาง (ทล.1) ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้นและมีไหล่ทางแคบ ดังนั้นการขยายทางหลวงเป็น 4 ช่องจราจรจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความปลอดภัยในการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วะ เป็นต้น   

          สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1048 สาย บ.หอรบ – บ.ทุ่งเสลี่ยม ประกอบด้วย 2 ช่วง ได้แก่:  

    > ช่วงที่ 1: ระหว่าง กม.54+000.000 – กม.63+575.000 

    > ช่วงที่ 2: ระหว่าง กม.65+550.000 – กม.71+300.000  

          มีระยะทางยาวประมาณ 15.325 กิโลเมตร ในพื้นที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย วงเงินงบประมาณ 699,495,000 บาท มีรูปแบบการก่อสร้าง 3 รูปแบบหลัก ดังนี้  

          1.รูปแบบทั่วไป: ขยายช่องจราจรเป็นขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร พร้อมเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต  (Single Slope Concrete Barrier).และ เกาะกลางถนนแบบยก (Raised Median) และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง

          2.รูปแบบในช่วงชุมชน ก่อสร้างเต็มเขตทาง 40.00 เมตร พร้อมทางเท้า และระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ 

          3.รูปแบบทางแยก ปรับปรุงทางแยกที่ กม.59+231.401 และ กม.69+960.000 เป็นผิวจราจรคอนกรีต (JPCP) พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและสัญญาณไฟจราจรเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่  

          “กรมทางหลวงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญที่ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคเหนือตอนบนได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายอภิรัฐ กล่าวทิ้งท้าย  

          ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/154635&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HEFsAu4eF9ozwphWDb1_q

  • ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2025 นี้ มาฟุกุชิมะสิบอกเลยว่าไม่ซ้ำใคร

    ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2025 นี้ มาฟุกุชิมะสิบอกเลยว่าไม่ซ้ำใคร

    ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2025 นี้ มาฟุกุชิมะสิบอกเลยว่าไม่ซ้ำใคร

    เมื่อพูดถึง “ใบไม้เปลี่ยนสี” ญี่ปุ่นมักเป็นประเทศแรกที่หลายคนนึกถึง แต่ถ้าถามว่า “ปีนี้จะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหนดี?” หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “ภูมิภาคโทโฮคุ” คือหนึ่งในพิกัดลับที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเต็มไปด้วยธรรมชาติสุดตระการตา ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยติดอันดับของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

    “ภูมิภาคโทโฮคุ” นั้น หากอธิบายให้ชาวไทยเข้าใจง่ายขึ้นก็คือภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งของเซนไดนั่นเอง แต่วันนี้อยากกระซิบบอกว่า จังหวัดของภูมิภาคนี้ที่ชาวไทยไม่ควรพลาดคือ “จังหวัดฟุกุชิมะ” จังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น! สามารถนั่งชินคันเซนเดินทางจากสถานีโตเกียวโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ยังอยู่เหนือนิกโก้และอยู่ใต้เซนได ทำให้ง่ายต่อการวางรูทที่เที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

    ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2025 นี้ มาฟุกุชิมะสิบอกเลยว่าไม่ซ้ำใคร

    ฟุกุชิมะโดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เทือกเขาสูง ทะเลสาบ ไปจนถึงหมู่บ้านออนเซ็น อีกทั้งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่จากสมัยเอโดะไว้อย่างงดงาม ดังนั้นเราจะได้เห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ในหลากหลายบรรยากาศแน่นอน มาดูกันว่า…สถานที่ไหนบ้างที่ไม่ควรพลาดในฤดูใบไม้ร่วงนี้

  • ปราสาทสึรุงะ (Tsuruga Castle) – ปราสาทไร้พ่ายที่เปรียบดั่งแลนด์มาร์กของจังหวัด
  • ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

    ปราสาทที่เป็นดั่งหัวใจของเมืองไอสึวากามัตสึ (Aizuwakamatsu) ซึ่งเป็นเมืองยอดนิยมของจังหวัด มีจุดเด่นอยู่ที่หลังคาของปราสาทที่ยังคงรูปแบบของกระเบื้องสีแดงอย่างปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่น และในปัจจุบัน ปราสาทสึรุงะเป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงรูปแบบหลังคากระเบื้องสีแดงไว้อยู่

    ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปราสาทจะถูกล้อมรอบด้วยต้นเมเปิ้ลสีแดงสดและจัดแสดงไลท์อัพให้ชมในยามค่ำ เมื่อขึ้นไปถึงยอดปราสาท เราจะได้เปิดมุมมอง 360 องศาของเมืองและทิวเขารอบๆ นอกจากนี้บริเวณด้านล่างยังมีเรือนน้ำชาและร้านขนมของฝากมากมาย

    สถานีชินคันเซ็นที่ใกล้ที่สุด: สถานีโคริยามะการเดินทาง:จากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) ให้นั่งรถบัส Haikara-san มาประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายรถบัส Tsuruga-jou Iriguchi

  • มุเก็นเคียวโนะวาตาชิ (Mugenkyo no Watashi) – ช่องเขาม่านหมอกซึ่งเปี่ยมด้วยบรรยากาศลึกลับ
  • ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

    เมื่อมาถึงจังหวัดฟุกุชิมะ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดที่สุดก็คือ การนั่งเรือข้ามฟากชมช่องเขาม่านหมอก “มุเก็นเคียว โนะ วาตาชิ” ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น

    สาเหตุที่สถานที่นี้ได้ชื่อว่า “ช่องเขาม่านหมอก” นั้น เพราะในช่วงตอนเช้าและตอนเย็นของฤดูร้อน ที่นี่จะเกิดหมอกลึกลับปกคลุมเหนือแม่น้ำทาดามิซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากหิมะที่ละลาย ดังนั้นเมื่อแสงแดดอุ่นในยามเช้าหรือช่วงพลบค่ำปะทะเข้าสายน้ำที่เย็นเฉียบ จึงก่อให้เกิดไอหมอกลอยขึ้นปกคลุมทั่วหุบเขา และค่อยๆ สลายหายไปเมื่อแสงแดดจ้าในวันรุ่งขึ้นเข้าสาดส่อง

    ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางของแม่น้ำจะกลายเป็นสีส้มแดง ใบไม้เปลี่ยนสีเหล่านี้จะสะท้อนบนผิวน้ำ ย้อมแม่น้ำทาดามิให้ออกมาเป็นสีส้มอ่อนๆ จึงเป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้เรือไม้ที่พาเราข้ามฟากนั้น ในอดีตยังเป็นเรือที่ใช้รับส่งชาวบ้านข้ามฝั่งแม่น้ำทาดามิมาเป็นเวลายาวนานกว่า 300 ปี และคนขับเรือยังแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศ ทำให้เรารู้สึกราวกับได้ย้อนอดีตอีกด้วย

    สถานีชินคันเซ็นที่ใกล้ที่สุด: สถานีโคริยามะการเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR ทาดามิมาลงที่สถานี JR ฮายาโตะ

  • หมู่บ้านโบราณโออุจิจุคุ (Ouchijuku) – หมู่บ้านยุคเอโดะ จุดแวะพักผ่อนสำหรับนักเดินทางจากเมืองไอสึไปยังนิกโก
  • ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

    หมู่บ้านโบราณแห่งเดียวในฟุกุชิมะที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมจากยุคเอโดะไว้อย่างสมบูรณ์ ที่นี่เคยเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญของโชกุนและพ่อค้าเมื่อกว่า 300 ปีก่อน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของชาติ” ตั้งแต่ปี 1981

    ภายในหมู่บ้านมีอาคารกว่า 30 หลังเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบสองฝั่งของถนนสายเก่า รายล้อมด้วยภูเขาที่ถูกย้อมด้วยสีส้มแดงเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ทางเดินขึ้นจุดชมวิวยังเดินสะดวกและไม่ไกล รับรองได้เลยว่าจะได้ภาพมุมหลังคาหมู่บ้านแบบเดียวกับของช่างภาพแน่นอน ทุกมุมทุกช็อตจึงกลายเป็นภาพสวยเหมือนในนิยาย

    นอกจากนี้ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของที่นี่คือ “เนกิโซบะ (Negi Soba)” โซบะเส้นสดเสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่นใช้แทนตะเกียบ ทานคู่กับน้ำซุปหวานๆ หอมโชยุอ่อนๆ เป็นประสบการณ์ท้องถิ่นสุดแปลกใหม่ที่หาได้เฉพาะที่หมู่บ้านโออุจิจูคุเท่านั้น!

    สถานีชินคันเซ็นที่ใกล้ที่สุด: สถานีชินชิราคาวะการเดินทาง: จากสถานี Nishi-Wakamatsu ขึ้นรถไฟท้องถิ่น Aizu Railway ลงสถานี Yunokami Onsen และต่อรถบัส Saruyu-go มุ่งหน้าไปยังโออุจิจุคุ ประมาณ 20 นาที

    ที่พักแนะนำสำหรับคืนนี้: โรงแรมโอคาวะโซ (Ookawaso)

    โรงแรมในย่านอาชิโนะมากิออนเซ็น เดินทางมาสะดวกหลังจากเที่ยวปราสาทสึรุกะหรือหมู่บ้านโออุจิจูคุ ห้องพักทุกห้องตั้งอยู่ริมธารน้ำที่ไหลจากภูเขา นอกจากนี้ยังติดกับวิวภูเขา ฉะนั้นรับรองได้เลยว่าเราจะได้เห็นทิวทัศน์ที่ถูกย้อมเป็นสีส้มแดงเมื่อมองออกมาจากหน้าต่างห้องพักแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเย็นของทุกๆ วันจะมีการแสดงชามิเซ็น ณ ใจกลางโรงแรมที่ได้รับการออกแบบภายในได้อย่างเป็นเอกลักษณ์

    การเดินทาง: จากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) ให้นั่งรถบัส “Koriyama~Aizuwakamatsu?Ashinomaki Onsen” มาประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายรถบัส Ashinomaki Marumine Mae

  • บึงน้ำห้าสี หรือทะเลสาบโกชิคินุะ Goshikinuma Ponds – ธรรมชาติอันงดงามที่ได้ดาวจาก Michelin Green Guide
  • ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

    บึงน้ำห้าสีที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต เมื่อแร่ธาตุทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อมรอบด้านทำให้มองเห็นน้ำในทะเลสาบเป็นสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีฟ้า น้ำเงินเข้ม เขียว เหลืองไปจนถึงแดง ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติที่รายล้อมบึงต่างๆ จะกลายเป็นสีส้มแดงตัดกับสีของบึงอย่างงดงาม นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีกิจกรรมพายเรือ หรือถ้าหากใครสนใจชมหลายบึง ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่เดินง่าย และเป็นเส้นทางที่สามารถชมบึงโกชิกินุมะได้ถึง 3 บึงด้วย

    สถานีชินคันเซ็นที่ใกล้ที่สุด: สถานีโคริยามะการเดินทาง: จากสถานี JR อินะวะชิโระ (JR Inawashiro Station) ให้ขึ้นรถบัสสาย Urabandai Kogen- สำหรับผู้ที่ต้องการชมบึงที่นิยมที่สุดบึงเดียว (Bishamon-Numa) ให้ลงที่ป้าย Mercure Urabandai- สำหรับผู้ที่ต้องการเดินเส้นทางชมธรรมชาติของป่าอุระบันได ให้ลงที่ป้าย Urabandai Lake Resort

  • เส้นทางบันได อาซูมะ เลคไลน์ (Bandai Azuma Lake Line) – เส้นทางพิเศษสำหรับใครที่เป็นสาย Road Trip
  • ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

    สำหรับใครที่ชื่นชอบการเช่ารถยนต์เที่ยวญี่ปุ่น เส้นทางนี้คือเส้นทางสำหรับขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉพาะ ถนนสายเลคไลน์นี้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวแห่งเดียวกับบึงน้ำห้าสี เป็นเส้นทางที่พาเราไปพบกับวิวทะเลสาบถึง 3 แห่งและหนองน้ำสวยๆ กว่า 100 แห่งโดยมีวิวใบไม้เปลี่ยนสีไปตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ระหว่างทางเรายังสามารถแวะเดินเล่นที่ “หุบเขานาคาสึกาวะ” (Nakatsugawa Valley) ซึ่งเป็นหุบเขาที่สวยและมีชื่อเสียงในภูมิภาคโทโฮคุ หรือจะถ่ายวิวของหุบเขาจากบนสะพานก็ได้เช่นกัน

    ที่พักแนะนำสำหรับคืนนี้: โรงแรมอุระบันได เลครีสอร์ท (Urabandai Lake Resort)

    ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอุระบันได อยู่ติดกับทะเลสาบฮิบาระ ทั้งยังใกล้บึงน้ำห้าสีโดยใช้เวลาเดินทางเพียง 3 นาที! ไฮไลต์ขของที่นี่คือมองเห็นวิวเทือกเขาบันได ซึ่งเป็นเป็น “หนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น” นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น กิจกรรมพาทัวร์ชมบึงน้ำห้าสี กิจกรรมพายเรือ กิจกรรมล่องเรือ ณ ทะเลสาบฮิบาระ

    ยิ่งไปกว่านั้น น้ำออนเซ็นของที่นี่ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “อ่างอาบน้ำเพื่อผิวสวย” หรือ “โลชั่นธรรมชาติ” อีกด้วย เพราะคุณสมบัติของออนเซ็นที่นี่มีกรดเมตาซิลิเกตซึ่งเป็นส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติถึง 200 มก.!

    การเดินทาง: จากสถานี JR อินะวะชิโระ (JR Inawashiro Station) ให้ขึ้นรถบัสสาย Urabandai Kogen แล้วลงที่ป้าย Urabandai Lake Resort นอกจากนี้ ที่โรงแรมยังมีรถบัสรับส่งไป-กลับสถานีอินะวะชิโระอีกด้วย

    ฟุกุชิมะในฤดูใบไม้ร่วงไม่ใช่แค่จุดชมใบไม้ แต่เป็นประสบการณ์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และรสชาติของวัฒนธรรมท้องถิ่น สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ ขอรับรองว่าจังหวัดฟุกุชิมะจะทำให้คุณรู้สึกตกหลุมรักและอยากมาอีกแน่นอน


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12748136&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NN5u3UAhamDovyWLWwl2U

  • ‘อนุทิน’ ยกคณะถก หอการค้าฯ 18 ก.ย. นี้ ชงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    ‘อนุทิน’ ยกคณะถก หอการค้าฯ 18 ก.ย. นี้ ชงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะฯมีกำหนดการเดินทางไปยังสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย วันที่ (18 กันยายน 2568)

    โดยจะมีประชุมหารือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ระหว่างคณะรัฐบาล และคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 

    อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาทางหอการค้าฯ มาตรการต่าง ๆ ที่อยากเสนอให้ภาครัฐเข้ามาแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งหอกาค้า อยากเสนอแนวทางว่า ควร แยกดุลทองคำออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลกระทบต่อค่าเงินได้ตรงจุด 

    ขณะเดียวกันอยากเสนอให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาจัดการดูแลในส่วนนี้อย่างเป็นระบบ เพราะหากปล่อยให้กลไกค่าเงินผันผวนโดยไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย จะทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่ค้า

    นอกจากนี้ยังมีความกังวลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทั้งจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว แรงกดดันจากสงครามการค้า และการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs 

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นมาตรการลดภาระให้กับผู้ประกอบการไทย จึงอยากเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรมและให้เช่าพักอาศัย) ที่ปัจจุบันมีการวางเงินประกันการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยขอให้ปรับลดวงเงินประกันฯ ให้เหลือ 0.5 เท่า 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638994&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GT4QD9TdJr9eoaEKYZal2

  • วบส. รุ่นที่ 14 หลักสูตรเพื่อ ผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ และก้าวทันอนาคต

    วบส. รุ่นที่ 14 หลักสูตรเพื่อ ผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ และก้าวทันอนาคต

    เปิดรับสมัครแล้ว! วบส. รุ่นที่ 14 หลักสูตรเพื่อ ผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ และก้าวทันอนาคต

    หลักสูตร วิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่นที่ 14 โดยคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า (GSPA NIDA)

    เป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงให้เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นำ และมีสมรรถนะด้านการบริหารองค์การสมัยใหม่ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเงิน และตลาดทุน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเป็นผู้นำที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพัฒนาองค์การให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อให้องค์การมีการเติบโตอย่างมั่นคง สามารถอยู่รอดภายใต้สภาพแวดล้อมที่เป็นพลวัตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

    • สร้างผู้นำเชิงกลยุทธ์
    • เชื่อมโยงเครือข่ายระดับสูงจากภาครัฐ-เอกชน
    • เติมเต็มวิสัยทัศน์ผ่านองค์ความรู้สมัยใหม่

    อบรม: 15 ต.ค. 2568 – 18 มี.ค. 2569

    เรียนทุกวันพุธ เวลา 13.30 – 18.00 น.

    ณ นิด้า กรุงเทพฯ

    สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 19 ก.ย. 2568

    สมัครออนไลน์: https://forms.gle/oedibJwMHdLdSxFY6

    รายละเอียดเพิ่มเติม: https://ammnida.com

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

    คุณณัฐธิดา 06 5580 6651 | คุณอุทุมพร 08 6971 9292

    E-mail: amm.gspa.nida@gmail.com

    #วบสNIDA #ผู้นำแห่งอนาคต #หลักสูตรบริหารระดับสูง #ExecutiveLeadership #อบรมผู้บริหาร

    เปิดรับสมัครแล้ว! วบส. รุ่นที่ 14 หลักสูตรเพื่อ ผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ และก้าวทันอนาคต
    Strive for academic excellence alongside the experts at GSCM NIDA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/amm-14/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dm2cK6P66nK68mqz4buzT