Blog

  • 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวไหนดี รับลมหนาว สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมสนุก

    10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวไหนดี รับลมหนาว สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมสนุก

    “เชียงใหม่” เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่หลายคนมักเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงท้ายปีแบบนี้ เพราะนอกจากจะมีลมหนาวให้เราได้สัมผัสแล้ว ยังมีธรรมชาติ กิจกรรมสุดตื่นเต้นอีกมากมายรอให้เราได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวที่ไหนดี บทความนี้ไทยรัฐช็อปปิ้งรวบรวมมาให้แล้วกับ 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ สถานที่น่าเที่ยว กิจกรรมน่าสนใจ สัมผัสธรรมชาติพร้อมแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดคุ้มค่า ติดตามได้ที่นี่

    10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมตื่นเต้น ผ่อนคลายท้ายปี

    1. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

    รูปภาพจาก chiangmainightsafari.com/en/ticket/night-safari

    “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้นักเดินทางได้มาเยี่ยมชมและให้อาหารสัตว์ต่างๆ ทั้งยังมีกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างการส่องสัตว์ตอนกลางคืนที่มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ยีราฟ ม้าลาย แรด หมี สิงโต และเสือโคร่ง นอกจากนี้ยังมีโชว์เพื่อความบันเทิงต่างๆ เช่น Wild Animal Show, Music Fountain Show และอื่นๆ ถือเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนที่มาเป็นคู่ กลุ่มเพื่อน และครอบครัว แนะนำให้ตรวจสอบตารางและรอบการแสดงก่อนเข้าใช้บริการ

    ราคาเริ่มต้น 346.15 บาท

    2. ร้านคุ้มขันโตก

    รูปภาพจาก khumkhantokechiangmai.com

    สำหรับใครที่เดินทางมาเชียงใหม่และอยากลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือแบบดั้งเดิม “ร้านคุ้มขันโตก” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน ภายใต้บรรยากาศที่มีความเป็นเอกลักษณ์จากดนตรีและการแสดงพื้นเมือง พร้อมด้วยเมนูอาหารชุดขันโตกที่เป็นไฮไลต์ ตลอดจนอาหารเมนูอื่นๆ ที่ถูกเสิร์ฟในสไตล์เหนือออริจินอล

    ราคาเริ่มต้นท่านละ 658.69 บาท (ไม่รวมค่าอาหาร)

    3. หมู่บ้านแม่กำปอง

    รูปภาพจาก traveloka.com

    ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศผ่านวิถีชีวิตของคนในชุมชน สามารถเดินทางไปยัง “แม่กำปอง” ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่มาพร้อมความร่มรื่นของป่าไม้ และกลิ่นอายจากธรรมชาติ ที่นี่นอกจากจะเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปสุดฮิตแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ซิปไลน์ ชมน้ำตก เดินป่า และเที่ยวคาเฟ่ เหมาะกับการเดินทางไปเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือทัวร์ก็ได้

    ราคาเริ่มต้น 2,064 บาท

    4. สวนของฉัน My Garden ม่อนแจ่ม

    รูปภาพจาก traveloka.com

    สวนของฉัน My Garden ม่อนแจ่ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับภาพวิวทิวทัศน์ของสวนส้มหลายไร่ มีมุมให้ถ่ายรูปหลายจุด มาพร้อมกับสวนดอกไม้และไร่องุ่น ที่โอบล้อมด้วยภูเขา มอบความรู้สึกสดชื่นจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่ม อาหาร และของหวานต่างๆ ให้เลือกชิม นับเป็นอีกจุดเที่ยวครบครัน

    ราคาเริ่มต้นคนละ 70 บาท

    5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

    รูปภาพจาก traveloka.com

    ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพร้อมสัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็ม ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งขอแนะนำคือ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” สถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ ดอกไม้ และทุ่งหญ้า พร้อมสัมผัสลมหนาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของเชียงใหม่ และนอกจากจะได้สัมผัสความงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เปิดประสบการณ์อีกด้วย เช่น เดินชมป่ากับช้าง ชมน้ำตกที่ผาดอกเสี้ยว หรือศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ณ กิ่วแม่ปาน

    ราคาเริ่มต้นคนละ 1,441.45 บาท

    6. Flyingbird Paramotor

    รูปภาพจาก traveloka.com

    สำหรับใครที่กิจกรรมตื่นเต้นสุดเอ็กซ์ตรีม ไทยรัฐช็อปปิ้งขอแนะนำที่เที่ยวเชียงใหม่อย่าง “Flyingbird Paramotor” ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ อย่างการขึ้นบินบนเครื่องพารามอเตอร์ ชมวิวธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ใครที่เดินทางไปเชียงใหม่กับเพื่อนหรือครอบครัว สถานที่แห่งนี้ถือเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย

    ราคาเริ่มต้น 2,987.95 บาท

    7. Skyline Jungle Luge Adventure

    รูปภาพจาก skylinejungleluge.com

    Skyline Jungle Luge Adventure เป็นที่เที่ยวเชียงใหม่อีกหนึ่งโลเคชั่นที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและคนต่างชาติ สถานที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนาน และความตื่นเต้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซิปไลน์ ชิงช้ายักษ์ ขับรถโกคาร์ท และอื่นๆ ถือเป็นอีกหมุดหมายที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย พร้อมเติมความสนุกสนานได้ในคราวเดียว

    ราคาเริ่มต้น 1,840 บาท

    8. Jungle de Cafe

    รูปภาพจาก klook.com

    ใครที่มีแผนไปเที่ยวเชียงใหม่แบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ที่เที่ยวเชียงใหม่อย่าง “Jungle de Cafe” เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์กับคนหลายช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ มีให้เลือกทั้งกิจกรรมสุดตื่นเต้น เช่น Jungle Coaster และ Giant Swing หรือจะเป็นนั่งชิลล์อยู่ในคาเฟ่ และถ่ายรูปตามโลเคชั่นยอดฮิต เป็นสถานที่ที่ครบครันทั้งในแง่ความสนุกและความผ่อนคลาย

    ราคาเริ่มต้น 1,462 บาท

    9. Living Green Elephant Sanctuary Chiang Mai

    รูปภาพจาก klook.com

    หากคุณรู้สึกเมื่อยล้ากับชีวิตในเมือง และต้องการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติและวิถีชีวิต “Living Green Elephant Sanctuary Chiang Mai” เป็นที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกด้วย เช่น อาบน้ำและให้อาหารช้าง ล่องแพไม้ไผ่ เดินป่าและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนหมู่บ้านชาวเขา

    ราคาเริ่มต้น 1,600 บาท

    10. งานยี่เป็งล้านนานานาชาติ 2025 ณ ธุดงคสถานล้านนา

    รูปภาพจาก kkday.com

    หนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวเชียงใหม่ต้องยกให้งาน งานยี่เป็งล้านนานานาชาติ 2025 ณ ธุดงคสถานล้านนา กิจกรรมที่ให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศของประเพณีและวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่ ในช่วงวันลอยกระทง โดยงานนี้จัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ใครที่วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. นี้ ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

    ราคาเริ่มต้น 5,160 บาท

    ทั้งหมดนี้คือ 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดสรรมาให้มีให้เลือกทั้งสายธรรมชาติ สายคาเฟ่ และสายกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม ไม่ว่าจะเป็นดอยอินทนนท์ แม่กำปอง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และอีกมากมาย แต่ละโลเคชั่นล้วนเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้ตั้งแต่คู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว

    (ราคาแพ็กเกจและตั๋วท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/shopping/travel/1000785&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rR3jLB1NFZXHRi64gaXKm

  • เอกชนขอคนดี เก่งกู้เศรษฐกิจ ชี้4เดือนสั้นไป

    เอกชนขอคนดี เก่งกู้เศรษฐกิจ ชี้4เดือนสั้นไป

    เอกชนต้องการ “คนดี-คนเก่ง” มาทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน “นายกฯ” ต้องมีความเป็นผู้นำสูง เร่งช่วยเหลือ SME ที่เปราะบาง ชี้รัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือนไม่พอฟื้นฟูเศรษฐกิจ “รมช.พาณิชย์”  ยัน​อุบัติเหตุการเมืองไม่ทำเจรจาการค้าสะดุด 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการสานต่อเจรจาการค้าและภาษีสหรัฐอเมริกา หลังเกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองว่า  การเจรจากับสหรัฐ เชิงเทคนิคยังสามารถเจรจาต่อได้ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นเจ้าภาพในการเจรจาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่ต้องรอนโยบายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่คาดว่าระหว่างนี้เชิงเทคนิคจะดำเนินการต่อไป

    เมื่อถามว่า สถานการณ์ทางการเมืองไม่มีผลต่อการเจรจาใช่หรือไม่ นายฉันทวิชญ์ยอมรับว่า ใช่ ในช่วงหนึ่งเดือนนี้การเจรจาในเชิงเทคนิคของหน่วยงานภาครัฐไทยและสหรัฐสามารถดำเนินการต่อได้ไม่สะดุด

    เมื่อถามย้ำว่า หากมีรัฐบาลใหม่มา จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมและมีผลต่อการเจรจาหรือไม่ รมช.พาณิชย์กล่าวว่า อาจจะมีบางที่ต้องใช้การตัดสินเชิงนโยบายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ และรัฐสภาต้องพิจารณา แต่ขอยืนยันว่าการเจรจาระหว่างไทยสหรัฐ ในเชิงเทคนิคสามารถดำเนินการต่อได้แน่นอน

    ส่วนภาษีศุลกากรรายการสินค้าที่จะยกเว้นให้สหรัฐกว่าหมื่นรายการ จะต้องรอ ครม.ชุดใหม่นั้น รมช.พาณิชย์กล่าวว่า ใช่ ซึ่งที่ผ่านมามีการเจรจาในเชิงเทคนิคมาแล้ว​ และขั้นตอนต่อไปก็ต้องผ่าน ครม.ชุดใหม่หรือชุดปัจจุบัน และเข้าสู่สภา​ เพื่อที่จะพิจารณาในรายละเอียดต่อไป​ ยืนยันว่าในเรื่องอัตราภาษี ยังไม่มีผลกระทบในปัจจุบัน

    วันเดียวกัน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 และ ครม.ชุดใหม่ว่า การได้มาซึ่งนายกฯ และ ครม. คงต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญและกติกาที่มีอยู่  สิ่งสำคัญอยู่ที่การคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมกับงาน มีคุณสมบัติที่ตรงกับหน้าที่ และมีความเข้าใจเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ต้องคัดทั้งคนดีและคนเก่ง มาร่วมทำงาน ในส่วนของ ครม. ควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น การคลัง การลงทุน การค้าทั้งในและระหว่างประเทศ อุตสาหกรรม การศึกษา การพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อให้การดำเนินนโยบายเชิงรับและเชิงรุกเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวให้ฟื้นขึ้น แก้ไขกฎหมายและปรับโครงสร้างภาษีให้ทันสมัย ไม่ซ้ำซ้อน

     “ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายมาก จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีนายกฯ ที่มีความเป็นผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจน กล้าตัดสินใจ ที่สำคัญต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน ซึ่งเป็นกุญแจหลักที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ รวมทั้งต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เปราะบาง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศและเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย” นายเกรียงไกรระบุ

    ขณะที่ทีมเศรษฐกิจนั้น ในความคิดเห็นส่วนตัวต้องการได้ดรีมทีมเศรษฐกิจที่แท้จริง ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมทำงานเป็นทีม เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยที่ซบเซามานานให้กลับเข้าสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคได้อีกครั้ง และก้าวพ้นกับดักความยากจนได้อย่างมั่นคง โดยดรีมทีมควรมาจากพรรคเดียวกัน ภายใต้การนำเดียวกัน เพื่อทำงานได้อย่างสอดคล้อง หากเป็นทีมที่มาจากต่างขั้วทางการเมือง อาจมีวิสัยทัศน์และนโยบายไม่ตรงกัน ต้องมาเริ่มต้นใหม่ ทำให้เสียเวลา เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไม่มีเวลาลองผิดลองถูกอีกแล้ว

    อย่างไรก็ตาม หากถามว่ารัฐบาลเฉพาะกาล 4  เดือนเพียงพอหรือไม่ หรือควรอยู่ยาวก่อนยุบสภา มองว่า 4 เดือนถือว่าสั้นเกินไป ทำอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะการฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่สามารถเห็นผลได้ภายในเวลาสั้นๆ หากรัฐบาลอยู่ต่อเพียง 4 เดือน สิ่งที่จะทำได้จริงคือมาตรการเฉพาะหน้า  เช่น การอัดฉีดเงินหรือการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ในมิติของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องใช้ความต่อเนื่องและการดำเนินงานแบบบูรณาการ

    “ดังนั้น จึงเห็นว่าการมีรัฐบาลที่อยู่ต่อในระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้สามารถดำเนินนโยบายเชิงโครงสร้างได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปฏิรูปภาษี การปรับปรุงกฎระเบียบ และการสนับสนุน SMEs รวมถึงสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ลดความผันผวนที่เกิดจากการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศและมีเวลาพอที่จะเดินหน้านโยบายระยะยาว เช่น การผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ” ประธาน ส.อ.ท.ระบุ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/854799/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pKCGC1ZUx9BkvxQAQ0UWE

  • ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 2 ก.ย.68

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 2 ก.ย.68

    2 กันยายน 2568 17:47 น. สยามรัฐออนไลน์ เศรษฐกิจ

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 2 ก.ย.68
     

    – นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า ทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจเครื่องดื่มชา ที่มีรสชาติเฉพาะตัวของใบชา อุดมไปด้วยสารสำคัญจากชาธรรมชาติ เช่น โพลีฟีนอล และคาเฟอีนเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์หลากหลาย ให้ความสดชื่น และคุณค่าทางโภชนาการ มีรายงานการวิเคราะห์ตลาดเครื่องดื่มชาของจีนปี 2567-2572 ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดเครื่องดื่มชาของจีนมีมูลค่ามากกว่า 3,548 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6% คาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่องทะลุมูลค่า 4,000 ล้านหยวน ภายในปี 2571

    นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย (AITIGA) มีความคืบหน้าราว 40% แม้ที่ผ่านมาจะเผชิญความท้าทายจากท่าทีที่แตกต่างกันระหว่างอาเซียนและอินเดีย ล่าสุดมีพัฒนาการชัดเจนในหลายประเด็น เช่น การลดอุปสรรคทางศุลกากร การร่วมมือด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ,มาตรการด้านสุขอนามัยพืชและสินค้าเกษตร รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้การค้าโปร่งใส เป็นธรรม และเชื่อมโยงกันมากขึ้น

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดประชุมหารือร่วมกับหอการค้าอังกฤษ-ไทย แบ่งเป็นประเด็น 2 เรื่องสำคัญคือ 1 การรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมาย และทบทวนประเภทธุรกิจ โดยเป็นประเภทธุรกิจที่นักลงทุนต่างด้าวจะเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน และ2 กรมฯเปิดใช้งานระบบบริการออนไลน์ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือ e-Foreign Business ทำให้นักลงทุนสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นเอกสารที่กรมฯ ลดขั้นตอนการเข้ามาติดต่อกับหน่วยงานราชการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648514&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQolN0TAmuww9v6MlP2wV

  • สเปนรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป ติด Top 10 ของโลก

    สเปนรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป ติด Top 10 ของโลก

    อุตสาหกรรมยานยนต์ของสเปนยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ แม้เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (zero-emission) และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้า

    อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นกุญแจสำคัญต่อโครงสร้างการผลิตของประเทศ ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยต่อการเติบโตของ GDP และการสร้างงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยเชิงบวกต่อดุลการค้าและศักยภาพด้านนวัตกรรมที่สูง ด้วยโรงงานผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะสูง ภาคส่วนนี้จึงมีบทบาทสำคัญในระดับโลก หลังจากผ่านพ้นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากปัญหาอุปทานในตลาดต่างประเทศสำหรับปัจจัยการผลิต ที่จำเป็น เช่น ไมโครชิปและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงราคาและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น ภาคส่วนนี้กำลังแสวงหาตำแหน่งในระบบนิเวศยานยนต์ระดับโลกใหม่ ในช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด อนาคตของภาคส่วนนี้อยู่ที่การพัฒนาและการนำกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งเชื่อมโยงกับยานยนต์ไร้คนขับ การเชื่อมต่อ และยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ 

    จากรายงานประจำปี 2024 โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์และรถบรรทุกแห่งสเปน (ANFAC) ระบุว่า บริษัทในเครือสมาคมสามารถสร้างรายได้รวม 76,855 ล้านยูโร แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าราว 2% แต่ยังสะท้อนถึงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน โดยมีรายได้สุทธิรวม 2,018 ล้านยูโร และในปีก่อนหน้าสเปนผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 2.45 ล้านคัน เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของยุโรป รองจากเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่อันดับสอง และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่อันดับสี่ของโลก

    รูปภาพ3.png

    ลงทุนต่อเนื่อง-จ้างงานมั่นคง

    อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่ลงทุนมากที่สุดทั้งในสเปนและยุโรป โดยในปี 2024 มีการลงทุนรวม 2,434 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีเสถียรภาพด้านการจ้างงาน โดยมีการจ้างงานโดยตรงถึง 57,189 ตำแหน่ง

    ในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมนี้มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจสเปนถึง 39,838 ล้านยูโรในปี 2024 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1.7% จากปี 2023 โดยในจำนวนนี้ 6,052 ล้านยูโรเป็นรายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถยนต์ใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 7.5%

    นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมมากที่สุดในระบบเศรษฐกิจ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง โดยมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 1,199 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คน ต่ำกว่าเยอรมนีเพียงเล็กน้อย (1,213 ตัว) ส่งผลให้เป็นภาคส่วนธุรกิจที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในยุโรป โดยพนักงานแต่ละคนผลิตรถยนต์ได้เฉลี่ย 15.5 คันต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึงสามเท่าในเศรษฐกิจของสเปน 

    ภาคยานยนต์ของสเปนมุ่งเน้นการส่งออกเป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 (ข้อมูลสะสม 12 เดือนจนถึงเดือนสิงหาคม) พบว่า 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี

    รูปภาพ4.jpg

    รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง

    ในปี 2024 รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าที่สร้างดุลการค้าเชิงบวกให้แก่สเปนมากที่สุด โดยมูลค่ารวมจากการส่งออกสุทธิอยู่ที่ 15,991 ล้านยูโร José López-Tafall ผู้อำนวยการใหญ่ของ ANFAC กล่าวระหว่างการนำเสนอรายงานว่า “สเปนยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป และติด 1 ใน 10 ของโลก อุตสาหกรรมนี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและยุโรป อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของภาครัฐผ่านการจัดเก็บภาษี หากเราต้องการสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว เราก็ต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมนี้ด้วย” ทั้งนี้ 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี

    ยอดขายรถใหม่ทะลุ 1 ล้านคันครั้งแรกในรอบ 5 ปี 

    ปี 2024 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สเปนมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด โดยยอดขายลดลงจากปี 2019 ถึง 20% ขณะเดียวกัน ยอดการผลิตรถยนต์รวมในปี 2024 ก็หดตัวลง 3% อยู่ที่ 2.3 ล้านคัน

    López-Tafall กล่าวเพิ่มเติมว่า

    “สเปนในฐานะประเทศอุตสาหกรรมลำดับที่ 4 ของยุโรป ควรมีตลาดรถยนต์นั่งที่มียอดขายระหว่าง 1.2–1.3 ล้านคันต่อปี การฟื้นตัวให้กลับสู่ระดับก่อนโควิดจึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยทางถนนและการลดมลพิษด้วย เพราะหากไม่สามารถทดแทนรถเก่าได้เพียงพอ ย่อมส่งผลลบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย”

    รูปภาพ5.png

    รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังโตไม่ถึงเป้า

    ด้านตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี 2024 มีตัวเลขลดลงเล็กน้อย (-0.4%) โดยมียอดขายรวม 124,176 คัน (รวมรถยนต์นั่งไฟฟ้า-ปลั๊กอิน, รถเพื่อการพาณิชย์, รถบรรทุก และรถโดยสาร) ปัจจัยหลักมาจากยอดขายของรถพาณิชย์ไฟฟ้าที่หดตัวลงถึง 27.9% ขณะที่รถประเภทอื่นอย่างรถยนต์นั่ง (+1.9%), รถบรรทุก (+11.4%) และรถโดยสาร (+24.5%) ยังเติบโต ในจำนวนนี้ 115,948 คันเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล คิดเป็น 11.4% ของตลาดรวม ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรปในปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20.7%

    สถิติการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์

    จากสถิติกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่าใน 10 อันดับสินค้าส่งออกของไทยไปยังตลาดสเปน เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ถึง 3 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 

    สินค้า

    มูลค่า (ล้านสรอ.)

    2567

    มูลค่า (ล้านสรอ.)

    2568 (ม.ค. – ก.ค.)

    อัตราการขยายตัว (%)

    2568 (ม.ค. – ก.ค.)

    เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

    188.74

    113.47

    -15.91

    ผลิตภัณฑ์ยาง

    119.55

    70.98

    0.86

    ยางพารา

    122.17

    64.73

    -8.79

    เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ส่วนประกอบ

    72.42

    45.11

    370.69

    รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

    74.89

    44.3

    17.26

    เคมีภัณฑ์

    74.33

    41.61

    -8.83

    รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

    38.25

    28.42

    30.99

    เครื่องนุ่งห่ม

    17.44

    24.89

    113.1

    อัญมณีและเครื่องประดับ

    40.88

    24.39

    8.36

    เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

    20.26

    18.21

    84.17

    รูปภาพ6.png

    ข้อคิดเห็นของ สคต. 

    ไทยและสเปนมีศักยภาพในการเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่การผลิตยานยนต์เพื่อป้อนสู่ตลาดโลก โดยแต่ละฝ่ายมีจุดแข็งและมีข้อได้เปรียบในระดับภูมิภาค ปัจจุบันประเทศคู่แข่งของไทยให้ความสำคัญกับตลาดสเปนมากขึ้นจึงพบการเยือนและการบุกตลาดเชิงรุก ไทยจึงควรเร่งช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดไม่ให้เสียโอกาสโดยอาจพิจารณาจัดคณะผู้แทนการค้าภาคเอกชนเข้าพบหอการค้าเมืองสำคัญ อาทิ บาร์เซโลนา บายาโดลิด บาสก์ ซาราโกซา บิโก ฯลฯ 

    ที่มา ICEX / Caixabank / กระทรวงพาณิชย์

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    กันยายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qeoqhvc15u00f01phdkq6tj3&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ReInE_20qoK20BViecSft

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกในปี 2568–2571 พร้อมวางแผนอนาคต เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มเครือข่ายเส้นทางบิน ลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร

    ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเตรียมรับมอบอากาศยานใหม่ โบอิ้ง 737-8 เพิ่มอีก 50 ลำ ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยเครื่องลำแรกมีกำหนดส่งมอบในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเปิดเส้นทาง การบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อเมืองหลัก–เมืองรองในไทยกับเมืองสำคัญทั่วเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า การขยายฝูงบินครั้งนี้ไม่เพียงแต่รอง รับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีการเติบโตด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่รายได้ ปริมาณผู้โดยสาร และเครือข่ายเส้นทางบิน สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและคู่ค้า โดยมุ่งมั่นนำเสนอการเดินทางที่สะดวกสบาย ราคาคุ้มค่า และตรงเวลา

    “การเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนการขยายฝูงบินทั้งในระยะสั้นและกลาง เพื่อรองรับการเติบโตของสายการบินให้บริการ จะช่วยให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลว์คอสต์ที่รุนแรง และสร้างความพร้อมให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาค และที่สำคัญยังจะสร้างงานกว่า 4,000 – 5,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมนักบิน พนักงานต้อนรับ พนักงานภาคพื้นดิน และฝ่ายวิศวกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

    พร้อมกันนี้นายวรเนติ กล่าวว่าในฐานะสายการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอยู่เสมอ โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้งบัณฑิตจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน รวมถึงผู้ที่มีความมุ่งมั่นในสายอาชีพด้านการบินได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

    ด้าน คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ เสริมว่าตลอดปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย และตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสายการบินราคา ซึ่งจุดแข็งของเราคือการมอบบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและสามารถขยายตลาดใหม่ได้อย่างมั่นคง”

    ในปีนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์เตรียมเปิดเส้นทางใหม่ รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ–โซล (เดือนตุลาคม) กรุงเทพฯ–โกลกาตา ในเดือนพฤศจิกายน กรุงเทพฯ–โตเกียว (นาริตะ) ในเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ–โอซาก้า (คันไซ) ในเดือนธันวาคม และกรุงเทพฯ–อาห์เมดาบัด ในเดือนธันวาคม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เวียตเจ็ทไทยยังเตรียมมอบประสบการณ์การบินที่น่าประทับใจด้วยการให้บริการด้านความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment)

    “ที่สำคัญไม่แพ้กัน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงพัฒนาความตรงต่อเวลาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสายการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ผู้โดยสาร”

    คุณสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ที่ไม่เพียงการสร้างความเติบโตเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องการสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันในการสนับสนุนการท่องเที่ยว

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราเดินหน้าจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย ‘Fly Green’ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้สายการบินฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน”

    นอกจากนี้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเดินหน้าศึกษาและส่งเสริมการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ควบคู่กับการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น A321neo และ Boeing 737-8 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 15–20% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อมต่อ เมืองรองของไทยกับตลาดต่างประเทศโดยตรง เสริมบทบาทของไทยในฐานะฮับการบินและท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1536298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw285iAUlfuGY-VLmYz6YhB2

  • ย่านเศรษฐกิจ ‘หล่มสัก’ นำเริ่มลด พื้นที่รอบนอกรับน้ำต่อ

    ย่านเศรษฐกิจ ‘หล่มสัก’ นำเริ่มลด พื้นที่รอบนอกรับน้ำต่อ

    วันนี้ (2 ก.ย.68) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา คุณเบนซ์ พรชัย ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ลงพื้นที่สำรวจและรายงานความคืบหน้าล่าสุดในย่านเศรษฐกิจ ตลาดหล่มสัก อ.หล่มสัก พบว่าเช้านี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วบางจุด ขณะที่ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง พร้อมกับติดตามเฝ้าสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

    ที้งนี้ในหลายพื้นที่ในเขตอำเภอหล่มสักเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกที่รับน้ำต่อจากอำเภอหล่มสัก เช่น ตำบลตาลเดียว และตำบลปากดุก ล่าสุดระดับน้ำเริ่มท่วมสูงขึ้น มีบ้านเรือนและ พื้นที่เกษตรกรรม ถูกน้ำท่วมสูง ล่าสุดระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    สำหรับน้ำท่วมจังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำท่วมครั้งนี้ พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 23 ตำบล 112 กระทบ 7,747 ครัวเรือนหนักสุดคือ เทศบาลเมืองหล่มสักมี 11 ชุมชนได้รับผลกระทบ และบ้านเรือนร้านค้าถูกน้ำท่วมมากกว่า 5000 หลังคาเรือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/slide/disaster/NKKlY5Ata&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MfDKUft8jVpQg9ewEzxOB

  • ช่อง 7HD ส่งซีรีส์ ‘ตัวแทน’ สนุกดราม่าลึกลับ ลงจอ 5 กันยายนนี้ ‘ริส-แทน’ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

    ช่อง 7HD ส่งซีรีส์ ‘ตัวแทน’ สนุกดราม่าลึกลับ ลงจอ 5 กันยายนนี้ ‘ริส-แทน’ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

    ฟิล์ม จำกัด กับเรื่องราวแนวดราม่า ลึกลับ สองตอนสองรส ได้แก่ ตอน “ไว้ใจ” นำแสดงโดย ริส-วิชญพงศ์, แพม-สุชานุช, มิลลี่-อภิสรา, อีฟ-กัญณัฐสินี และตอน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/911022&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JK0XGd8fEFCBjcgm-7Q1l

  • ขอเชิญร่วมโครงการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ เรื่อง “การออกข้อสอบที่เน้นผลลัพธ์ ยกระดับการออกข้อสอบสู่การวัดผลที่แท้จริงพัฒนาศักยภาพครูสู่วิชาชีพคุณภาพ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ขอเชิญร่วมโครงการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ เรื่อง “การออกข้อสอบที่เน้นผลลัพธ์ ยกระดับการออกข้อสอบสู่การวัดผลที่แท้จริงพัฒนาศักยภาพครูสู่วิชาชีพคุณภาพ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/114886/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qvtm5mtpSroELIh5jd59r

  • มรภ.สุรินทร์ ผิดหวัง! บ่มเพาะคุณธรรม นายรอน มา 2 ปี สุดท้ายลาออกกลับไปถือปืนรบกับทหารไทย | TOPNEWS

    มรภ.สุรินทร์ ผิดหวัง! บ่มเพาะคุณธรรม นายรอน มา 2 ปี สุดท้ายลาออกกลับไปถือปืนรบกับทหารไทย | TOPNEWS

    สุรินทร์-นักศึกษา มรภ.สุรินทร์ ไปเป็นทหารรบกับไทย มรภ.แถลงข่าวส่งกลับนักศึกษากัมพูชาเหตุเพราะ 1 ใน 32 ได้ลาออกไปเพื่อเป็นทหารเขมรแล้วมาปะทะกับทหารไทยที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และต่างรู้สึกผิดหวังที่ได้ให้การศึกษาบ่มเพาะเขาในด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ และออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ขอชี้แจงต่อสาธารณชน

    นักศึกษาชาวกัมพูชาทั้งหมดที่มาศึกษาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ทุกคนได้รับทุนการศึกษาจากฝั่งประเทศไทยทั้งหมดเหตุที่ต้องส่งตัวกลับทั้งหมดเป็นเรื่องของความมั่นคงภายในประเทศของเรา

    โดยในวงแถลงข่าว ได้พูดถึง นายรอน ชิต ว่าเป็นนักศึกษาที่เป็นตั้งใจเรียนมีผลการเรียนดีคนหนึ่ง อยู่ในระดับหัวแถวของห้องเลยก็ว่าได้ เป็นที่มีจิตอาสาเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของมหาลัยด้วย ในส่วนเรื่องของความคลั่งชาติเราไม่เห็นตอนที่เขามาอยู่กับเราในช่วงระยะเวลา 2 ปี ส่วนนักศึกษาที่ส่งตัวกลับก็ได้มีการพูดคุยกับทางหน่วยงานความมั่นคงแล้ว ตอนนี้เราให้ทั้งหมดดรอปเรียนไว้ตั้งแต่เขาทางเดินกลับไป ส่วนหนึ่งก็มีการประสานเข้ามาขอทรานสคริป ใบแสดงรายวิชาและผลการเรียน เพื่อไปยื่นเรียนต่อที่ประเทศกัมพูชาบ้านเขา ส่วนที่เหลือถ้ายังอยากจะมาเรียนต่อกับเราตอนนี้ต้องรอปรึกษากับฝ่ายความมั่นคงอีกที ซึ่งตรงนี้ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญก็พวกเราเหมือนกันในส่วนของการมอบทุนการศึกษาให้ และต่างรู้สึกผิดหวังกับนายรอน ชิต ที่เราได้ให้การศึกษาบ่มเพาะเขาในด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ จากหลายๆเหตุการณ์ตอนนี้ประจักษ์ในเรื่องของการสำนึกบุญคุณ เขาข้ามผ่านมันไปแล้ว

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ขอชี้แจงต่อสาธารณชน ดังนี้ 1. การรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาสัญชาติกัมพูชาเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ภารกิจและหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ตามที่หมายกำหนด เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาระหว่างประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส 2. ภาวะความขัดแย้งหรือเหตุการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นสถานการณ์ระหว่างประเทศที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยและไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการด้านการศึกษาแต่อย่างใด 3. สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวนั้น ได้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเข้ารับหน้าที่ทหารตามคำสั่งของผู้นำประเทศกัมพูชา ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยตามที่กฎหมายกำหนด

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ใคร่ขอให้สาธารณชนได้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความเป็นธรรม และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของรัฐ สถาบันการศึกษาและประชาชนแต่ละฝ่ายอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่พัฒนาท้องถิ่นสู่สากลด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใสและยึดมั่นในหลักกฎหมาย จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 2 กันยายน 2568.

    กฤษดากร กีรติธำรงค์เจริญ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1297316&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HKXX4EwXKWh_LMM_IJee7

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D6xY4lETvdTGron7OdhK3