Blog

  • อารักชี: การเจรจากับสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ชาติของอิหร่าน

    อารักชี: การเจรจากับสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ชาติของอิหร่าน

    อารักชี: การเจรจากับสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ชาติของอิหร่าน

    รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า

    จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงแน่นอนในการเริ่มการเจรจาใหม่ แต่การแลกเปลี่ยนข้อความกับฝ่ายตรงข้ามยังคงดำเนินต่อไป เวลาและรูปแบบของการเจรจาในอนาคตขึ้นอยู่กับการพิจารณาผลประโยชน์ชาติของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเต็มที่

    การเจรจาเป็นหนึ่งในเครื่องมือของสาธารณรัฐอิสลามควบคู่กับการต่อต้าน การทูต และกำลังป้องกันตัว เช่นเดียวกับที่อิหร่านได้เจรจากับสหรัฐฯ ห้ารอบก่อนการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯปัจจุบันก็จะใช้เครื่องมือทาง
    การทูตเมื่อใดก็ตามที่ผลประโยชน์ของประชาชนต้องการ

    ประสบการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า อิหร่านเข้าสู่การเจรจาด้วยความพร้อมและแนวทางที่มีเหตุผล และได้ปกป้องสิทธิของประชาชนอิหร่านอย่างเข้มแข็งแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะหันไปใช้วิธีการรุนแรงหลังจากล้มเหลวในการเจรจาสาธารณรัฐอิสลามก็สามารถยืนยันความชอบธรรมในการป้องกันตัวต่อสาธารณชนโลกได้

    มากกว่า120ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศส่วนใหญ่ยกเว้นองค์กร
    อย่างคณะมนตรีความมั่นคงและคณะกรรมการผู้ว่าการที่มีท่าทีชัดเจน ได้ประณามการโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์

  • รองรัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์พบหารือกับอารักชี

    รองรัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์พบหารือกับอารักชี

    อันเดรียส คราวิค รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของนอร์เวย์ ได้เดินทางมายังกรุงเตหะรานเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน และในช่วงบ่ายวันอังคารนี้ ได้พบกับนายซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน
    ในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิหร่านกับนอร์เวย์ รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการโจมตีอย่างโหดร้ายของสหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์ (อิสราเอล) ต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และผลกระทบร้ายแรงของเหตุการณ์ดังกล่าวต่อระบบการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

  • ข่าวอิหร่านที่สำคัญที่สุดในสื่อของไทย

    ข่าวอิหร่านที่สำคัญที่สุดในสื่อของไทย

    -พิธีครบรอบ 40 วันการพลีชีพของผู้เสียชีวิตจากสงคราม 12 วัน จัดขึ้นโดยมีผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามเข้าร่วม — ผู้นำกล่าวว่า “อิหร่านจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดแห่งเกียรติยศ”
    -ดร.กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวสุนทรพจน์ที่นครเจนีวา — “อิหร่านยึดมั่นในกระบวนการเจรจา แต่ฝ่ายศัตรูเป็นผู้ล้มโต๊ะเจรจา”
    -รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านพบปะประธานาธิบดีทาจิกิสถาน — ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
    -สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานความเสียหายอย่างหนักจากขีปนาวุธของอิหร่านในพื้นที่ยึดครอง
    -หัวหน้าผู้พิพากษา มุห์ซินี เออเจออี กล่าวว่า “ศัตรูเคยคิดว่าอิหร่านจะแพ้ภายใน 4 วัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความยิ่งใหญ่ของอิหร่านเพิ่มพูนยิ่งขึ้น”
    -อายะตุลลอฮ์ นูรี ฮะมะดานี ส่งจดหมายถึงสมเด็จพระสันตะปาปา — “โศกนาฏกรรมในฉนวนกาซาไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาและจริยธรรมมนุษย์ใดๆ”
    -โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน — “ไม่สามารถไว้วางใจคำมั่นสัญญาของระบอบไซออนิสต์ได้ สิ่งเดียวที่รับประกันความมั่นคงของประเทศคือพลังป้องกันของเรา”

  • “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท... ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง

    กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”

    กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

    กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร

    ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน  ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย

    ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย

    รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม

    วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย

    ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”

    ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)

    “รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป

    การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died

    ผู้บริโภคเฮ! รถไฟฟ้า 20 บาท แต่กังวลบางกลุ่มถูกจำกัดสิทธิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD

  • “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท... ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง

    กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”

    กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

    กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร

    ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน  ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย

    ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย

    รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม

    วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย

    ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”

    ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)

    “รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป

    การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died

    ผู้บริโภคเฮ! รถไฟฟ้า 20 บาท แต่กังวลบางกลุ่มถูกจำกัดสิทธิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD

  • “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท… ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    “ชีวิตที่ต้องแลก กับขนส่งไม่เท่าเทียม” รถไฟฟ้า 20 บาท... ก้าวแรกของความเป็นธรรม

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข่าวการเสียชีวิตของ “คุณแม่ติ๋ว” หญิงวัย 58 ปีที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านกลางดึกเพราะไม่มีรถโดยสารให้บริการ ได้กลายเป็นกระแสสะเทือนใจในสังคมไทยอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนของปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน ขนส่งสาธารณะ ที่ยังขาดความครอบคลุมและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย และผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง

    กรณีดังกล่าวย้ำเตือนคำถามสำคัญว่า “ระบบขนส่งสาธารณะของไทย ปลอดภัย และเท่าเทียมสำหรับทุกคนแล้วหรือยัง?”

    กลุ่มเปราะบางเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

    กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการปรับระบบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม นอกจากแรงงานที่มีรายได้น้อยแล้ว กลุ่มเปราะบางอย่าง “ผู้สูงอายุ” ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากระบบขนส่งที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมิตร

    ข้อมูลจากระบบบูรณาการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน  ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2558–2567) จำนวนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นจาก 2,834 ราย เป็น 4,307 ราย หรือคิดเป็น เพิ่มขึ้นกว่า 51.8% โดยผู้เสียชีวิตกว่า 80% เป็นผู้ขับขี่เอง ยานพาหนะที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย โรคประจำตัว และระบบขนส่งที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย

    ตัวเลขเหล่านี้ ตอกย้ำว่า ขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเดินทาง แต่เป็นเงื่อนไขของชีวิตและความปลอดภัย

    รถไฟฟ้า 20 บาท ก้าวแรกขนส่งที่เป็นธรรม

    วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะเริ่มเดินหน้า “นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครอบคลุม 8 เส้นทาง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องแบกรับค่าเดินทางวันละหลายสิบจนถึงหลักร้อยบาท หากนโยบายนี้สำเร็จ ค่าเดินทางต่อเที่ยวจะไม่เกิน 20 บาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือน และเปิดทางให้คนทุกระดับรายได้เข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย

    ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ อยู่ในช่วง 16–44 บาทต่อเที่ยว หากต้องเปลี่ยนหลายสาย ค่ารถรายวันอาจแตะ 70–100 บาท/วัน คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มักถูกกีดกันจากระบบรางที่แพงเกินไป นโยบายนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เมื่อการเดินทางถูกลง คนชานเมืองมีโอกาสเข้ามาทำงาน เรียน หรือใช้บริการในเมืองได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเป็นธรรมในสังคม และเมื่อคนมีเงินเหลือจากค่าเดินทาง ก็จะมีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    หลายคนตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่ออุดหนุนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะคุ้มหรือไม่ หรือมีแค่คนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ซึ่งผลการศึกษาของภาครัฐงบประมาณที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจที่จะได้รับมีมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ เวลาในการเดินทาง ค่าความสุข การลดมูลค่าความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

    ถึงเวลาจัดระบบ ขนส่งสาธารณะ “เพื่อคนทุกกลุ่ม”

    ระบบขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ถือเป็นนโยบายเรือธงของสภาผู้บริโภค ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ราคาที่ “ถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้” สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกเวลา และทุกพื้นที่ ที่นอกจากจะเน้นเรื่อง “20 บาทตลอดสาย” ต้องมีระบบเชื่อมต่อขนส่งหลักกับระบบรองให้ครอบคลุมถึงชุมชนรอบนอก ออกแบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้สูงอายุ พัฒนาจุดรอรถให้ปลอดภัย สว่าง และมีระบบแจ้งเตือน รวมถึงบูรณาการระบบ “เดินทางต่อเนื่องไร้รอยต่อ” (Seamless Transit)

    “รถไฟฟ้า 20 บาท” คือก้าวแรกของการพัฒนาขนส่งให้คนไทยเดินทางได้ในราคาที่เป็นธรรม แต่หากนโยบายไม่มองเห็น “คนที่ยังขึ้นรถไฟฟ้าไม่ได้” เช่น แม่บ้านที่ต้องเดินกลับบ้านยามดึก หรือผู้สูงอายุที่ยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง ความสูญเสียเช่นกรณีคุณแม่ติ๋ว หรือสถิติการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป

    การเดินทางที่ปลอดภัย คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน และระบบขนส่งที่ดี ไม่ใช่แค่ “วิ่งเร็ว” หรือ “ราคาถูก” แต่ต้อง “เข้าถึงได้ เป็นธรรม และคุ้มครองชีวิต” อย่างแท้จริง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หากทำได้ดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมืองให้เป็นธรรม ทั้งในแง่โอกาส เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    American tourist who hit Thai woman while riding dirt bike falls to his knees upon learning she died

    ผู้บริโภคเฮ! รถไฟฟ้า 20 บาท แต่กังวลบางกลุ่มถูกจำกัดสิทธิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24072568_public-transport_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kf3DbM_6ubWOe05adZMDD

  • การแสดงการฉายภาพแสงดอกไม้ไทยบนหอคอยออซอดี

    การแสดงการฉายภาพแสงดอกไม้ไทยบนหอคอยออซอดี

    “การแสดงฉายภาพแสงดอกไม้และสัญลักษณ์ประจำชาติของแต่ละประเทศบนหอคอยออซอดี” จัดขึ้นในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ความอดทน และมิตรภาพระหว่างประชาชาติ

    ในโครงการนี้ ได้มีความพยายามที่จะฉายภาพดอกไม้และสัญลักษณ์ประจำชาติของแต่ละประเทศบนแผนที่ภูมิศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในเชิงศิลปะที่สะท้อนถึงการเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ระบบนิเวศ และจิตวิญญาณแห่งสันติภาพของมนุษยชาติ

    ผลงานนี้นอกจากความงดงามทางศิลปะ ยังส่งสารระดับสากลว่า มนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสันติภาพ มิตรภาพ การอยู่ร่วมกัน และการดูแลสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่เราใช้ร่วมกัน

    ตามที่มีการประกาศไว้ โครงการทางวัฒนธรรมและศิลปะนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสารแห่งสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของโลก และเป็นโอกาสในการทบทวนบทบาทของศิลปะในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติทั้งหลายอีกด้วย

  • Untitled post 15568

    เพื่อเสริมสร้างการทูตด้านวัฒนธรรมและสื่อของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในระดับนานาชาติ และเพื่อชี้แจงความจริง รวมถึงต่อต้านการบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภูมิภาค โดยเฉพาะหลังจากสงครามล่าสุดระหว่างสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกับระบอบไซออนิสต์ ทางสำนักงานผู้แทนวัฒนธรรมอิหร่านได้เผยแพร่ภาพยนตร์เด่น 3 เรื่องจากวงการภาพยนตร์แนวต้านของอิหร่าน ได้แก่ “Henas” (เฮนาส), “Bazmandeh” (ผู้รอดชีวิต), และ “Be Vaght-e Sham” (ถึงเวลาของดามัสกัส) ผ่านทางโทรทัศน์ออนไลน์ “Aryatamboran” https://arayatamboran.tv/ โดยเนื้อหามุ่งเน้นความทุกข์ยากของประชาชนอิหร่าน การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายตักฟีรี และการเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของระบอบไซออนิสต์

  • BRICS ประณามอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ชี้ละเมิดกฎหมายสากล

    BRICS ประณามอิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ชี้ละเมิดกฎหมายสากล

    กลุ่มประเทศ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง พร้อมเน้นว่าการโจมตีต่อโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเรียกร้องให้ภูมิภาคตะวันออกกลางปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ ตอกย้ำจุดยืนของอิหร่านที่ยืนยันความสงบสันติของโครงการนิวเคลียร์มาโดยตลอด.