Blog

  • ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซีย

    ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซีย

    ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซียกับกิจกรรม “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์

    TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย จัดกิจกรรม Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิหร่าน

    พบกับกิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ชวนให้มารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และ เปิดมุมมองใหม่ต่อโลกเปอร์เซียผ่านการ “อ่าน” ในความหมายที่กว้างกว่าแค่ตัวหนังสือฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซียกับกิจกรรม “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์

    โดยมี นายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และ นายเมะดี ซาเระ ทูตวัฒนธรรม สาธารณรัฐ อิสลามแห่งอิหร่าน ประจำ กรุงเทพฯ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

    ร่วมด้วย คณะทูตจากหลากหลายประเทศให้เกียรติเข้าร่วม ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park โดยกิจกรรมจะจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568

    นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) กล่าวว่า กิจกรรม Read Iran ไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการหรือฉายภาพยนตร์ แต่คือส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ใหญ่ของ TK Park ที่อยากเป็นพื้นที่การเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม หนังสือ เรื่องเล่า และประสบการณ์จริง

    เราหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชน ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อโลก เข้าใจผู้อื่น และเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่เคารพความหลากหลาย

    กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการหนังสือและงานศิลปะจากอิหร่าน ทั้งหนังสือหายากและผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวอิหร่านในรูปแบบที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

    งานเวิร์กชอประบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย เป็นเทคนิคการระบายสีด้วยสีน้ำหมึก และทองคำ ผสานกับน้ำผึ้ง ตามแบบฉบับศิลปะเปอร์เซียดั้งเดิม โดยศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน รวมทั้ง การเปิดฉายภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร 4 เรื่อง ที่จะพาไปรู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อบอุ่น เข้าถึงง่าย และลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้จัก

    นอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์ “Following the Rose: ตามรอยกุหลาบ” สำรวจชุมชนเปอร์เซียในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม และปิดท้ายในวันที่ 15 มิถุนายน กับกิจกรรม “รสชาติเปอร์เซีย” เปิดประสบการณ์ลิ้มรสชาและขนมแบบฉบับเปอร์เซีย พร้อมฟังเรื่องเล่าจากวัฒนธรรมอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและความหมาย

  • “Read Iran” สัปดาห์วัฒนธรรมและเทศกาลภาพยนตร์ “มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี ไทย-อิหร่าน

    “Read Iran” สัปดาห์วัฒนธรรมและเทศกาลภาพยนตร์ “มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี ไทย-อิหร่าน

    ช่วงเวลาพิเศษเกิดขึ้นแล้วที่ “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” เมื่อ Dr. Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และ Mr. Mahdi Zare ทูตวัฒนธรรม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจํากรุงเทพฯ นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ TK Park พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานทูตหลากหลายประเทศ ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งวัฒนธรรมเปอร์เซีย
    .
    บรรยากาศในงานอบอุ่นทั้งจากความใส่ใจของทางสถานทูตและทีมงาน TK Park ที่ต้องการให้ “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” เป็นมากกว่านิทรรศการ แต่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น
    .
    จุดที่น่าประทับใจที่สุดคือการชมภาพยนตร์ “In the Arms of the Tree” ที่เปิดมุมมองใหม่ให้เราได้รู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อ่อนโยนและลึกซึ้ง ขณะที่มุม Idea Space อัดแน่นไปด้วยหนังสือ งานศิลปะ หัตถกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวเปอร์เซีย รวมถึงเวิร์กช็อป “วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย” ที่น่าตื่นเต้นโดยศิลปินชาวอิหร่าน ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) ที่ได้ถ่ายทอดเทคนิคการระบายสีตามแบบฉบับเปอร์เซียดั้งเดิม ให้ทุกคนได้สัมผัสจิตวิญญาณและความงามของศิลปะอิหร่าน
    นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ TK Park กล่าวว่า “หนังสือ ศิลปะ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมคือกุญแจสำคัญในการสร้าง “พลเมืองโลก” ที่เข้าใจและเคารพในความแตกต่างของกันและกัน”
    .
    “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-15 มิถุนายน นี้ เวลา 10:00–20:00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) ที่ TK Park ชั้น 8 centralwOrld พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งการฉายภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร เวิร์กช็อปโดยศิลปินชาวอิหร่าน TK Chat Walk: Following the Rose ตามรอยกุหลาบ ทัวร์ชุมชนตามรอยมรดกเปอร์เซียในกรุงเทพฯ และนิทรรศการพิเศษที่มุม Idea Space
    .
    งานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อเราเปิดใจเรียนรู้ วัฒนธรรมที่แตกต่างก็สามารถเชื่อมโยงหัวใจของเราได้ มาร่วมสัมผัสความงดงามของอิหร่านและเปิดโลกทัศน์ใหม่ไปด้วยกัน
  • R

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย

    คดีที่ 1 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 14,115,680 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นพนักงานขนส่งแจ้งว่าเอกสารของผู้เสียหายถูกตีกลับ และได้โอนสายสนทนาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความ จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า การฟอกเงิน และยาเสพติด ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ทำตามจะได้รับโทษขั้นร้ายแรง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 3,257,056 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี การศึกษาดี ผู้เสียหายสนใจจึงพูดคุยสักระยะหนึ่งแล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินเพื่อร่วมลงทุน แจ้งว่าเพื่อต้องการสร้างชีวิตคู่ไปด้วยกัน โดยเป็นการโอนเงินให้มิจฉาชีพนำไปลงทุนให้ หลังโอนเงินไปมิจฉาชีพแจ้งว่ากำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน หากผู้เสียหายไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องให้โอนเงินไปเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ ภายหลังมิจฉาชีพแจ้งให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 3,330,587 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากกองคลัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แจ้งว่าได้จัดส่งอีเมลให้ 2 ฉบับ แต่ผู้เสียหายได้รับเพียง 1ฉบับ มิจฉาชีพจึงขอให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะมีการคุ้มครองบัญชีเงินฝาก โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อทำการคุ้มครองเงินฝาก และแจ้งว่าเป็นการโอนเงินชั่วคราวจะได้รับเงินคืน ภายหลังโอนเงินไปไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,854,035 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ใช้โพรไฟล์เป็นหนุ่มฐานะดี จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจะได้รับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วงแรกได้รับเงินคืนจริง ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่า
    ต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ค่าประกันบัญชี และค่านิติบุคคล ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,514,660 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน และสามารถนำเงินที่ถูกหลอกกลับคืนมาได้ แต่จะต้องโอนเงินไปตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นมิจฉาชีพยังคงติดต่อให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เหลือเงินในบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก

    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 25,072,018 บาท

    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้
    1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,766,746 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,062 สาย
    2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 684,603 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,280 บัญชี
    3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 217,405 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.76 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 159,294 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.27 (3) หลอกลวงลงทุน 96,853 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 90,116 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.16 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 49,155 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 71,780 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.48)

    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายข่มขู่ผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คดีฟอกเงิน และยาเสพติด ขณะเดียวกันมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงให้รัก รับรางวัล หรือการหารายได้พิเศษ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
    แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)
    | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

    ————————————————————————————–

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaigov.go.th/news/contents/ministry_details/97035&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l1DT7uuk-zDbbOo_xBHcR

  • R

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย

    คดีที่ 1 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 14,115,680 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นพนักงานขนส่งแจ้งว่าเอกสารของผู้เสียหายถูกตีกลับ และได้โอนสายสนทนาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความ จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า การฟอกเงิน และยาเสพติด ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ทำตามจะได้รับโทษขั้นร้ายแรง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 3,257,056 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี การศึกษาดี ผู้เสียหายสนใจจึงพูดคุยสักระยะหนึ่งแล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินเพื่อร่วมลงทุน แจ้งว่าเพื่อต้องการสร้างชีวิตคู่ไปด้วยกัน โดยเป็นการโอนเงินให้มิจฉาชีพนำไปลงทุนให้ หลังโอนเงินไปมิจฉาชีพแจ้งว่ากำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน หากผู้เสียหายไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องให้โอนเงินไปเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ ภายหลังมิจฉาชีพแจ้งให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 3,330,587 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากกองคลัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แจ้งว่าได้จัดส่งอีเมลให้ 2 ฉบับ แต่ผู้เสียหายได้รับเพียง 1ฉบับ มิจฉาชีพจึงขอให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะมีการคุ้มครองบัญชีเงินฝาก โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อทำการคุ้มครองเงินฝาก และแจ้งว่าเป็นการโอนเงินชั่วคราวจะได้รับเงินคืน ภายหลังโอนเงินไปไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,854,035 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ใช้โพรไฟล์เป็นหนุ่มฐานะดี จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจะได้รับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วงแรกได้รับเงินคืนจริง ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่า
    ต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ค่าประกันบัญชี และค่านิติบุคคล ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,514,660 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน และสามารถนำเงินที่ถูกหลอกกลับคืนมาได้ แต่จะต้องโอนเงินไปตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นมิจฉาชีพยังคงติดต่อให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เหลือเงินในบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก

    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 25,072,018 บาท

    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้
    1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,766,746 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,062 สาย
    2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 684,603 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,280 บัญชี
    3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 217,405 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.76 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 159,294 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.27 (3) หลอกลวงลงทุน 96,853 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 90,116 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.16 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 49,155 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 71,780 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.48)

    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายข่มขู่ผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คดีฟอกเงิน และยาเสพติด ขณะเดียวกันมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงให้รัก รับรางวัล หรือการหารายได้พิเศษ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
    แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)
    | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

    ————————————————————————————–

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaigov.go.th/news/contents/ministry_details/97035&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l1DT7uuk-zDbbOo_xBHcR

  • วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย

    วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย

     เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิหร่าน อุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ชวนทุกท่านมารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และกิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ภายใต้ชื่องาน Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต

              กิจกรรมเวิร์กช็อป วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย ชวนทุกคนมาระบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย เปิดประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิคการระบายสีด้วยสีน้ำ หมึก และทองคำ 24 กะรัต ผสานกับน้ำผึ้ง ตามแบบฉบับศิลปะเปอร์เซียดั้งเดิม โดย ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ผู้มีผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการนานาชาติทั่วโลก

              ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม กำหนดจัดในวันที่ 7–8 มิถุนายน 2568 เวลา 13:00–16:00 น. รับจำนวนจำกัดเพียงวันละ 10 ท่าน คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า สำหรับวันเสาร์ที่ 7↗ และวันอาทิตย์ที่ 8↗

     

              หมายเหตุ

              1. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม แต่หากผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นสมาชิก TK Park จะมีค่าเข้าพื้นที่วันละ 20 บาท/คน ไม่จำกัดจำนวนครั้งเข้า–ออกภายในวันนั้น หรือสมัครสมาชิก TK Park แบบรายปีเพื่อเข้าพื้นที่ได้ไม่จำกัดครั้งตลอดปี ตามรายละเอียดดังนี้↗

              2. อุทยานการเรียนรู้ TK Park ไม่มีบริการประทับตราจอดรถฟรี ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจอดรถ เป็นไปตามเงื่อนไขของศูนย์การค้า centralwOrld

     

    ___________________________

     

    เกี่ยวกับศิลปิน

              ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2524 (เตหะราน ประเทศอิหร่าน) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาพวาดเปอร์เซียด้วยสีน้ำและสื่อผสม และงานออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ผลงานอื่น ๆ ของเขา ได้แก่ การออกแบบพรมและพรมปูพื้น การตกแต่งเวทีและภาพยนตร์

              เขามีผลงาน 3 ชิ้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์เตหะราน และจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มมากกว่า 70 ครั้งทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ภาพวาดของเขายังถูกเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชั่นส่วนตัวในประเทศต่าง ๆ เช่นกัน

     

    เกี่ยวกับจิตรกรรมขนาดเล็กของเปอร์เซีย

              จิตรกรรมขนาดเล็กของเปอร์เซียเป็นภาพวาดรูปแบบเฉพาะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบสองพันปี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเปอร์เซีย ปรากฏในหนังสือศาสนาและผลงานของกวีในช่วงแรก แต่ต่อมาได้กลายมาเป็นภาพวาดรูปแบบอิสระที่มีรูปแบบและการออกแบบเป็นของตัวเอง

    จิตรกรรมเปอร์เซียมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและการทำสมาธิแบบดั้งเดิมของชาวอิหร่าน ซึ่งต่อมาได้ผสานเข้ากับความคิดของศาสนาอิสลาม คุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของจิตรกรรมเปอร์เซียคือไม่มีการใช้มุมมองและเงาในงานศิลปะประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น วัตถุและสิ่งของในภาพเหมือนจะถูกวาดในระยะห่างเท่ากันไม่ว่าจะใกล้หรือไกลเพื่อหลีกเลี่ยงมุมมองและเงา เนื่องจากจิตรกรเชื่อว่าโลกนี้เป็นเงาของโลกในอดีต

              ในอดีต จิตรกรมืออาชีพและชำนาญจะได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์และสุลต่านในสมัยนั้น และศิลปินต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล หลังจากที่พวกมองโกลโจมตีอิหร่าน จิตรกรต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตนไปในทางที่ต่างออกไป ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างภาพวาดสไตล์จีนกับพื้นหลังแต่ในปัจจุบัน จิตรกรและศิลปินส่วนใหญ่มักจะทำงานอย่างอิสระในสไตล์ของตนเอง

  • Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต

    Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต

     เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิหร่าน อุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ชวนทุกท่านมารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และกิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ภายใต้ชื่องาน Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 centralwOrld ตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 15 มิถุนายน 2568 เวลา 10:00–20:00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์)

              Read Iran คืองานที่ตั้งใจพาทุกคนก้าวข้ามภาพจำ ด้วยพลังของเรื่องเล่า วรรณกรรม และวิถีชีวิต เพื่อสร้าง “ความเข้าใจ” ที่เข้าถึงแก่นแท้ของความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโลกของคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้

    • ชมนิทรรศการหนังสือและงานศิลปะจากอิหร่าน ทั้งหนังสือหายากและผลงานศิลปะร่วมสมัย ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวอิหร่านในรูปแบบที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน จัดที่บริเวณ Idea Space ตลอดช่วงกิจกรรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

    • ชมภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร 4 เรื่อง 4 รส ที่จะพาไปรู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อบอุ่น เข้าถึงง่าย และลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้จัก ในวันที่ 7–8 มิถุนายน 2568 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม

      • 7 มิถุนายน 2568 เวลา 14:00 น. ชมภาพยนตร์แอนิเมชันครอบครัว เรื่อง Dolphin Boys เรื่องราวของเด็กชายที่รอดชีวิตจากเครื่องบินตกและเติบโตมากับฝูงปลาโลมา ลงทะเบียนที่นี่↗

      • 7 มิถุนายน 2568 เวลา 16:00 น. ชมภาพยนตร์ดราม่าซึ้งกินใจ เรื่อง Twenty One Days Later กับภารกิจของเด็กหนุ่มที่ต้องหาเงินรักษาแม่ให้ทันเวลา ลงทะเบียนที่นี่↗

      • 8 มิถุนายน 2568 เวลา 14:00 น. ชมภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ เรื่อง Goodbye Shirazi Girl เล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งในเมืองชีราซที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังความรักพังทลาย ลงทะเบียนที่นี่↗

      • 8 มิถุนายน 2568 เวลา 16:00 น. ชมภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว เรื่อง In the Arms of the Tree ภาพยนตร์ดราม่าที่สะท้อนวิกฤตครอบครัวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ของอิหร่าน ซึ่งคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Fajr ลงทะเบียนที่นี่↗

    • เปิดประสบการณ์เวิร์กช็อประบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย โดย ออราช เกรโรอิยาน ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ในวันที่ 7–8 มิถุนายน 2568 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม อ่านรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่นี่↗

    • ตื่นตากับกิจกรรม TK Chat Walk: Following the Rose ตามรอยกุหลาบ เดินทัวร์สำรวจชุมชนเปอร์เซียในกรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 มีค่าเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 490 บาท อ่านรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่นี่↗

    • ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “รสชาติเปอร์เซีย” เปิดประสบการณ์ลิ้มรสชาและขนมแบบฉบับเปอร์เซีย พร้อมฟังเรื่องเล่าจากวัฒนธรรมอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและความหมาย ที่บริเวณ Idea Space ในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม

     

              หมายเหตุ

              1. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมและเข้าชมนิทรรศการที่ TK Park แต่หากผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นสมาชิก TK Park จะมีค่าเข้าพื้นที่วันละ 20 บาท/คน ไม่จำกัดจำนวนครั้งเข้า–ออกภายในวันนั้น หรือสมัครสมาชิก TK Park แบบรายปีเพื่อเข้าพื้นที่ได้ไม่จำกัดครั้งตลอดปี ตามรายละเอียดดังนี้↗

              2. อุทยานการเรียนรู้ TK Park ไม่มีบริการประทับตราจอดรถฟรี ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจอดรถ เป็นไปตามเงื่อนไขของศูนย์การค้า centralwOrld

  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน – NBT CONNEXT

    วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ณ เทศบาลตำบลกุดหว้า ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1129603/%3Fbid%3D1&ct=ga&cd=CAIyHDQ0NjY1ZWY2MjlkYzlhNDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pscmNyhxIPGmxK4AHziGt

  • อิหร่านประกาศขยายความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนกับจีน

    อิหร่านประกาศขยายความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนกับจีน

    สำนักข่าวไอเอสเอ็นเอของอิหร่าน (ISNA) รายงานว่า โมห์เซน ทาร์ซตาลาบ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอิหร่านรประกาศว่า อิหร่านมีแผนขยายความร่วมมือกับจีนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนของประเทศ

    ทาร์ซตาลาบ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์กรพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงานของอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ในงานแสดงสินค้านานาชาติด้านพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน ครั้งที่ 14 ณ กรุงเตหะรานเมื่อวานนี้ (2 ม.ค.) โดยระบุว่า อิหร่านได้วางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้แล้ว

    ทาร์ซตาลาบกล่าวว่า จีนเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกด้านพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยในอุตสาหกรรมนี้ พร้อมเสริมว่า “ด้วยการเพิ่มความร่วมมือกับผู้ประกอบการและภาคเอกชนของจีน อิหร่านก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศนี้ได้”

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า งานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 4 วันตั้งแต่เมื่อวานนี้ มีบริษัทอิหร่าน 150 แห่ง และบริษัทต่างชาติอีก 19 แห่งจากจีน ออสเตรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยอรมนี โอมาน และตุรกี เข้าร่วมแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุด

  • ผู้บริหารบริษัททัวร์ 6 แห่งจากประเทศไทยร่วมงานนิทรรศการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอิหร่าน (ITF2025)

    ผู้บริหารบริษัททัวร์ 6 แห่งจากประเทศไทยร่วมงานนิทรรศการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอิหร่าน (ITF2025)

    การประชุมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของอิหร่าน (ITF2025) ครั้งแรก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–12 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงเตหะราน โดยมีผู้บริหารบริษัทนำเที่ยวและผู้นำทัวร์ (Tour Leaders) จำนวน 147 คน จาก 33 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เข้าร่วมงาน

    ผู้บริหารจากบริษัททัวร์ของไทย 6 แห่ง ได้เข้าร่วมงานและเดินทางเยี่ยมชมเมืองสำคัญของอิหร่าน ได้แก่ ชีราซ อิสฟาฮาน และเกาะคีช พร้อมแสดงเจตจำนงและความสนใจในการประชาสัมพันธ์อิหร่านในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย รวมถึงการจัดโปรแกรมทัวร์อิหร่านในอนาคต

    ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านและประเทศไทยในปี 2025 โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างทั้งสองประเทศ

     

  • เป็นห่วงคนไทยตกหลุมดำ รัฐบาลไทย-ไมโครซอฟท์เร่งปูพรมทักษะ AI

    เป็นห่วงคนไทยตกหลุมดำ รัฐบาลไทย-ไมโครซอฟท์เร่งปูพรมทักษะ AI

    กังวลคนไทยตกหลุมดำ คาดภายในปี 2573 ราว 70% ของทักษะทำงานที่จำเป็นคือทักษะ AI และเป็นทักษะอันดับ 1 ที่นายจ้างต้องการ รัฐบาลไทยร่วมมือไมโครซอฟท์ เปิดตัวโครงการ THAI Academy ให้โอกาสเรียน AI ฟรีกว่า 200 หลักสูตร ตั้งแต่ปูพื้นฐานไปถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ร่วมกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโครงการ THAI Academy เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานของภาครัฐในการจับมือกับผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยโดยเร็วที่สุด

    “AI เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศไทยให้ก้าวเดินและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งบนเวทีโลก รัฐบาลไทยได้วางแผนแม่บท AI แห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพในหลายมิติ และยังได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ (National AI Committee) หรือบอร์ดเอไอแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกภายในเดือน เม.ย.68 เพื่อวางเป้าขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI อย่างเป็นระบบทั่วประเทศ และพิจารณาแผนแม่บท AI ที่จะครอบคลุมการสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI ให้ประชาชน (AI Literacy), พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล, สนับสนุน LLM ภาษาไทย

    ด้านนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์  (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภายในปี 2573 คาดว่า 70% ของทักษะที่จำเป็นในการทำงาน จะเป็นทักษะด้าน AI (ปัญญาประดิษฐ์) โดยงานที่ต้องการทักษะด้าน AI มีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ทำให้ทักษะด้าน AI และบิ๊กดาต้า (Big Data) คือทักษะหลักอันดับ 1 ที่นายจ้างต้องการ

    “โครงการ THAI Academy เป็นโครงการเรียน AI ฟรีกว่า 200 หลักสูตร มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ปูพื้นฐานไปถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ หวังช่วยยกระดับพันธกิจการเสริมทักษะด้าน AI ให้ครอบคลุมคนไทยกว่า 1 ล้านคนในปี 2568”

    ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวโครงการ THAI Academy ผ่านการประสานกับหลากหลายหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน พร้อมพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 35 องค์กร และขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI First เปิดโอกาสการเรียนรู้ทักษะ AI พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานให้กับคนไทย

    โดย AI Skills Navigator แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI เพื่อคนไทยทุกคน จากไมโครซอฟท์และพันธมิตร เป็นการรวบรวมกว่า 200 หลักสูตร เพื่อตอบโจทย์การฝึกทักษะ ทำความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จาก AI ในหลากหลายสถานการณ์ นับตั้งแต่ผู้เริ่มต้นใช้งาน บุคคลทั่วไป คนทำงานเฉพาะทาง ไปจนถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์มนี้ยังสามารถแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสม ตรงตามเป้าหมายและความสนใจที่แตกต่างกันไปของผู้เรียนแต่ละคน

    โดยมีหลักสูตรไฮไลต์สำหรับผู้เริ่มเรียนรู้ใน 3 ระดับ ได้แก่ 1. AI Basics-ปูพื้นฐานตั้งแต่ความเข้าใจในเทคโนโลยี AI ประวัติศาสตร์และที่มาเบื้องหลังนวัตกรรม และพื้นฐานในการเริ่มใช้งาน 2.AI Skills for Everyone-หลักสูตรรวบรัดที่เจาะพื้นฐานการใช้งานเครื่องมือ AI บนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ในสถานการณ์ประจำวันอย่างถูกต้อง แม่นยำ และได้ผลจริง 3. Azure AI: Zero to Hero-เปิดประตูให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักศึกษาก้าวสู่โลกของคลาวด์และ AI อย่างเต็มตัว กับพื้นฐานในการสรรค์สร้างเครื่องมือและโซลูชันพลังงาน AI เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน.