Blog

  • รฟท. อัปเกรดสถานีหัวหิน หนุนฮับท่องเที่ยวทางราง

    รฟท. อัปเกรดสถานีหัวหิน หนุนฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘วีริศ’ ลงพื้นที่สแกนสถานีหัวหิน เร่งเครื่องอัปเกรดจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานีหนุนเชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ผุดแผนขยายเส้นทางท่องเที่ยวทางรางไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

    25 ส.ค. 2568 – นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หารือร่วมกับนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อาทิ การใช้พื้นที่สถานีรถไฟเพื่อรองรับการจอดรถโดยสารสาธารณะ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกำหนดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ ควบคู่กับการเชื่อมต่อระบบการเดินทางและเศรษฐกิจในพื้นที่

    สำหรับการขยายแผนเส้นทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งปราณบุรี กุยบุรี และบางสะพานน้อย ซึ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่การเดินทางโดยรถยนต์เข้าถึงได้ยาก แต่ระบบรางสามารถพัฒนาและเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก โดยหัวหินถือเป็นจุดหมายสำคัญที่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม โดยการรถไฟฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานจังหวัดในการทำความสะอาดคลอง เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ยังได้ตรวจเยี่ยมการสร้างทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟหนองแกและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบและติดตามการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานีหัวหินใหม่ โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าสถานี – โรงเหล็ก – กม.212 (ด้านเหนือของสถานีหัวหิน) เพื่อความเป็นระบบระเบียบ สร้างความสะดวก ปลอดภัย และภาพลักษณ์ที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ และบรรยากาศโดยรวมของสถานีให้ทันสมัยและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ณ สถานีหัวหินใหม่ เพื่อติดตามความเรียบร้อยของสถานีหลังเปิดใช้งาน ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และการให้บริการผู้โดยสาร อีกทั้งยังเข้าเยี่ยมชมบ้านพักพนักงาน เพื่อรับฟังความเห็นในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบุคลากรในพื้นที่

    “การลงพื้นที่หัวหินครั้งนี้ เพื่อร่วมมือระหว่างการรถไฟฯ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการร่วมพัฒนาการเดินทางโดยรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวทางราง และร่วมวางแผนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หมุดหมายแรกจะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงกับพื้นที่ของการรถไฟฯ ในอำเภอหัวหิน และหากสำเร็จได้ด้วยดี จะขยับขยายไปสู่พื้นที่บริเวณอื่นๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาทิ สถานีกุยบุรี ปราณบุรี และบางสะพานน้อย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสามารถเข้าถึงโดยทางรถไฟได้สะดวกต่อไป”นายวีริศ กล่าว

    นายวีริศ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้พิจารณาปรับสภาพพื้นที่โดยรอบสถานี โดยเน้นที่การจัดสรรพื้นที่ของการรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงความเป็นไปได้ในการเปิดโอกาสให้ชุมชนใช้พื้นที่ ขายสินค้าชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภูมิทัศน์โดยรวม และความสะอาด เพื่อให้สถานีรถไฟหัวหิน กลับมาเป็นจุดหมายสำคัญจุดหนึ่งการท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ยังได้เดินทางร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจพินิจคลองระบายน้ำตามแนวเส้นทางรถไฟ ซึ่งหากมีการขุดลอกและจัดการให้ดีตามแนวพระราชดำริ จะสามารถรองรับน้ำฝนและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหัวหินได้ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หัวหินกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศที่เชื่อมโยงกับระบบรางอย่างยั่งยืน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/849587/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MUs1TomaDEqtWMC_DP7Xj

  • ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 15 จุดหมายทั่วไทย เที่ยวฟิน ไม่ต้องกลัวฝน

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 15 จุดหมายทั่วไทย เที่ยวฟิน ไม่ต้องกลัวฝน

              หน้าฝนก็มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ไม่ว่าจะภูเขา น้ำตก หรือทะเลหมอก มาดูกันว่า ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 มีที่ไหนน่าไปเช็กอินบ้าง

              เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอาจมองข้ามสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เดือนนี้กลับเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่ชอบเที่ยวหน้าฝนที่ต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง หลีกหนีความวุ่นวายจากฝูงชน และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่สดชื่น เขียวขจีทั่วทุกภูมิภาคของไทย วันนี้เรามี 15 ที่เที่ยวสุดพิเศษทั่วไทย ที่เหมาะกับการไปเยือนในเดือนกันยายน 2568 มาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายผจญภัย หรือสายชิล ก็รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทยในเดือนกันยายนกันเลย !

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568
    เที่ยวไทยแบบชุ่มฉ่ำและสดชื่นหัวใจ

    1. บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

              บางกระเจ้า หรือที่รู้จักกันในนาม ปอดสีเขียวของกรุงเทพฯ เป็นโอเอซิสใกล้เมืองหลวงที่เหมาะสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่บางกระเจ้าก็ยังคงความเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ การปั่นจักรยานเลียบสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และเส้นทางธรรมชาติที่ร่มรื่น จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่เปิดให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นและเลือกซื้อสินค้า OTOP อีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

    2. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

              เกาะเสม็ดเป็นเกาะยอดนิยมในจังหวัดระยอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่คึกคัก ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่เกาะเสม็ดมักจะมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสดใส ทะเลเริ่มสงบลง และน้ำทะเลใสสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น หรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและที่พักให้เลือกมากมาย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

    3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

              อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ สัตว์ป่า และน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต ในเดือนกันยายน เขาใหญ่จะเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ น้ำตกจะมีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ป่าไม้เขียวขจี อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก และสัมผัสหมอกยามเช้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดูนกและส่องสัตว์ในเวลากลางคืนอีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    น้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

    4. วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

              วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นหนึ่งในวัดสำคัญและเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดดเด่นด้วยเจดีย์ชัยมงคลที่สูงเด่นเป็นสง่า และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่บรรยากาศภายในวัดจะร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินชมสถาปัตยกรรมโบราณ ถ่ายภาพ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานของอาณาจักรอยุธยา

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    5. อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี

              อุทยานหินเขางูเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตาและมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ในเดือนกันยายน อุทยานหินเขางูจะมีธรรมชาติที่เขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเดินเล่นบนสะพานแขวนชมวิว ถ่ายภาพสวย ๆ และพายเรือในบึงน้ำ นอกจากนี้ยังมีถ้ำและจุดชมวิวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี

    6. สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

              สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในเดือนกันยายน บรรยากาศรอบสะพานจะร่มรื่นและเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นบนสะพาน ชมวิวแม่น้ำแคว และเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางย้อนอดีตได้อีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

    7. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี

              อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปางอุ๋งสุพรรณ เป็นอีกหนึ่ง Unseen Thailand ที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของแพไม้ไผ่ที่ลอยอยู่เหนือน้ำ รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนและป่าไม้เขียวขจี ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน ในเดือนกันยายน ธรรมชาติจะเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบเงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ กางเต็นท์นอนดูดาว หรือพายเรือคายักชมวิว

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี

    8. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

              ภูทับเบิกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในเดือนกันยายน ภูทับเบิกจะเริ่มมีอากาศเย็นl[kpและมีโอกาสเกิดทะเลหมอกได้บ่อยครั้ง เหมาะสำหรับการกางเต็นท์นอนสัมผัสอากาศหนาว ชมดาว และตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกที่ปกคลุมทั่วหุบเขา นอกจากนี้ยังมีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นตามไหล่เขาให้ได้ชมอีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

    9. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

              ดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็นและทะเลหมอก ในเดือนกันยายน แม้จะยังอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมความงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พืชพรรณป่าดิบชื้นที่เขียวขจี และน้ำตกที่ไหลแรงเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม และเยี่ยมชมพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

    พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ดอยอินทนนท์

    10. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

              ดอยแม่สลองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ด้วยทิวทัศน์ไร่ชาขั้นบันไดที่สวยงาม อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และวัฒนธรรมจีนยูนนานที่เป็นเอกลักษณ์ ในเดือนกันยายน ดอยแม่สลองจะมีความชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ ไร่ชาจะเขียวขจีสดใส เหมาะสำหรับการจิบชาอู่หลงรสเลิศ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

    11. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

              หินสามวาฬเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายวาฬสามตัวกำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางป่าเขา ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ธรรมชาติรอบ ๆ หินสามวาฬจะเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

    12. ศาลาแก้วกู่ จังหวัดหนองคาย

              ศาลาแก้วกู่ เป็นอุทยานเทวาลัยที่รวบรวมรูปปั้นปูนปั้นขนาดใหญ่จำนวนมากที่แสดงถึงเรื่องราวทางศาสนาพุทธและฮินดู ตั้งอยู่ในจังหวัดหนองคาย ในเดือนกันยายน บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินชมงานศิลปะที่แปลกตาและเรียนรู้เรื่องราวทางศาสนา

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ศาลาแก้วกู่ จังหวัดหนองคาย

    13. อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา

              อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลและชายฝั่งที่สวยงามในจังหวัดพังงา โดดเด่นด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ และน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลอันดามันมักจะเริ่มสงบลงและมีแดดออกเป็นบางช่วง ทำให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมชายหาด ดำน้ำตื้นชมปะการัง และสำรวจธรรมชาติที่หลากหลาย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา

    14. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

              อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะหินปูนน้อยใหญ่กว่า 42 เกาะ ตั้งอยู่ในอ่าวไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งทะเลสีคราม ถ้ำหินปูน และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะได้แบบพาโนรามา ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลในอ่าวไทยมักจะสงบและสวยงาม เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น พายเรือคายัก และพักผ่อนบนชายหาดที่เงียบสงบ

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    15. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

              อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ ประกอบด้วยเกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะ โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีมรกต และหน้าผาหินปูนสูงชัน ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลอันดามันมักจะเริ่มสงบลงและมีแดดออกเป็นบางช่วง ทำให้เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ชมปะการังและฝูงปลา หรือพักผ่อนบนชายหาดที่สวยงาม

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

    เกาะพีพีเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี

              แม้เดือนกันยายน จะไม่ใช่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวในประเทศไทยนัก แต่จาก 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ที่เรานำมาฝากนี้จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังคงมีเสน่ห์และพร้อมต้อนรับนักเดินทางเสมอ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่เขียวขจี น้ำตกที่ไหลแรง ทะเลหมอกยามเช้า หรือทะเลที่เริ่มสงบลงและน้ำใสสะอาด การเดินทางในช่วงนี้ยังช่วยให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบ หลีกหนีความแออัด และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวหน้าฝน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294486.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eS9Iz2vU0a7csNRLu2OI0

  • เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายหมวดแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะนิทรรศการคาแรกเตอร์เฉพาะกลุ่มและประสบการณ์แบบแฟนดอมที่ได้รับความนิยมสูง สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Emotional Value หรือการใช้จ่ายเพื่อซื้อความรู้สึกและความทรงจำ แทนการครอบครองสิ่งของ

    เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์สร้าง เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) เคทีซีจึงได้จับมือคลูก (Klook) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก พร้อมพาแฟนอนิเมะย้อนรอยตำนาน “Dragon Ball” ผ่านนิทรรศการระดับเอเชีย Dragon Ball Heroes Rise: Asia Tour Exhibition

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล กำลังเปลี่ยนจากการซื้อสิ่งของ มาเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน เชื่อมโยงกับคนที่มีความชอบเหมือนกัน และสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าทางใจ

    สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก KTC

    • ซื้อบัตรเข้าชมผ่านคลูก และใช้คะแนน KTC FOREVER ตั้งแต่ 1,000 คะแนนขึ้นไป แลกรับโค้ดส่วนลดสูงสุด 1,400 บาท (จากราคาเริ่มต้นเพียง 550 บาท)
    • ใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%
    • ซื้อบัตรได้ที่ลิงค์ https://www.klook.com/th/activity/165672-dragon-ball-heroes-rise-asia-tour-in-thailand/ หรือแอปพลิเคชัน Klook
    • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ktc.co.th/promotion/travel/online-travel-agency/klook-point-redemption

    ไฮไลต์ในงาน

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟ เช่น การจำลองฉากดังจากโลก Dragon Ball การจัดแสดงรูปปั้นตัวละครขนาดเท่าจริงกว่า 40 ตัว โซนทดลองทักษะการต่อสู้ และภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ นิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise: Asia Tour Exhibition จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 19 ตุลาคม 2568 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12741527&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hBn3RRBuutS9tnH_Hbr3E

  • ไม่เนียน! ‘ตำรวจเศรษฐกิจ’ จับหนุ่ม 26 ปี เช่ารถ 4 คัน จัดฉากตกน้ำเพื่อเคลมประกัน | เดลินิวส์

    ไม่เนียน! ‘ตำรวจเศรษฐกิจ’ จับหนุ่ม 26 ปี เช่ารถ 4 คัน จัดฉากตกน้ำเพื่อเคลมประกัน | เดลินิวส์

    “ตำรวจเศรษฐกิจ” แถลงผลการจับกุมหนุ่ม อายุ 26 ปี หลังสืบสวนพบพฤติกรรมเช่าซื้อรถยนต์ถึง 4 คัน ภายในเดือนเดียว ก่อนจัดฉากให้รถตกน้ำในหลายพื้นที่เพื่อหวังเรียกเงินประกัน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5048622/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31kbnQbLkCfBQadlIS8DcV

  • เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม | เดลินิวส์

    เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม | เดลินิวส์

    เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

    โครงการนี้มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ตลาดสีเขียว ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่นำร่องใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5048777/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aeaZ5N4P0sV5e1pwbsrwJ

  • ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นรับความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

    ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นรับความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

    ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มต้นสัปดาห์อย่างคึกคัก หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ Jerome Powell ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในงานสัมมนา Jackson Hole รัฐไวโอมิง ทำให้นักลงทุนเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน

    สัญญาณชัดเจนจากเฟด

    Powell กล่าวในงานสัมมนาประจำปีว่า สมดุลของความเสี่ยงดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไป โดยชี้ให้เห็นการชะลอตัวของการจ้างงาน แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย นักวิเคราะห์จาก SPI Asset Management ระบุว่า Powell เปลี่ยนความระมัดระวังให้กลายเป็นความมั่นใจ

    ตลาดหุ้นเอเชียตอบรับบวก

    ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงปรับตัวขึ้น 1.3% ขณะที่ตลาดโตเกียว เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ โซล และไทเปก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ดัชนี Nikkei 225 ขึ้น 0.7% และดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้น 0.7%

    ความกดดันจากผู้นำสหรัฐฯ

    Powell ได้รับความกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดี Donald Trump ให้ลดอัตราดอกเบี้ย แต่ธนาคารกลางอิสระยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานที่ระดับ 4.25-4.50% นับตั้งแต่การลดครั้งล่าสุดในเดือนธันวาคม

    ผลกระทบต่อสกุลเงิน

    ค่าดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร ปอนด์ และเยน หลังผลตอบแทนที่ลดลงทำให้ดอลลาร์มีความน่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ตลาดน้ำมันปิดที่ระดับคงที่หลังจากพุ่งขึ้นสัปดาห์ก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/asian-markets-rise-fed-rate-cut-hopes&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ofpDIHXxEcSna3Or8s6ZK

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 25 สิงหาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 25 สิงหาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 11.01 น.

    กลยุทธ์  : Side-way
    แนวรับ  :  $3,350  หรือ  51,450 บาท
    แนวต้าน  :  $3,400  หรือ  51,800 บาท

    ข่าว :  

    .

    ทองแกว่งตัวใกล้แนวรับ $3,360 ขณะที่เงินบาทยังแกว่งตัวอยู่แถว 32.45 หนุนให้ทองไทยปรับตัวมาอยู่ที่ 51,600 ในเช้านี้

    ประธานFED มุมมองในการประชุมประจำปีที่ Jackson hole ว่าอาจต้องมีการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ

    FED watch tool ชี้ มีโอกาสถึง 87% ที่FED จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% มาที่ 4.00-4.25 ในการประชุมวันที่ 17ก.ย.

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :   

    .

    ธนาคารกลางยุโรป ECB อาจเริ่มพูดคุยเรื่องลดดอกเบี้ยอีกครั้งหลังการหยุดพักในเดือนก.ย.หากเศรษฐกิจยูโรโซนอ่อนแอลง ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่าตอนนี้เศรษฐกิจและเงินเฟ้ออยู่ในกรอบที่เหมาะสม ทำให้นโยบายการเงินของ ECB สามารถคงนโยบายเพื่อรอปัจจัยกระตุ้นหรือชะลอจากสงครามการค้าของสหรัฐฯที่มีการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรป

    กลยุทธ์ :

    .

    แนวโน้มเชิงเทคนิค กราฟทองรายชั่วโมงปรับตัวย่อลงมาใกล้แนวรับตามกรอบ Sideway ที่ $3,350 และใกล้เส้นค่าเฉลี่ยEMA50แล้ว มีโอกาสที่กราฟจะรีบาวด์กลับได้ที่แนวรับ $3,350 แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อ $3,350 = 51,450 และไปขายทำกำไรที่แนวต้าน $3,400 = 51,800

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-25-aug-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dsoo7zZev5U5Nqz3A29MB

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”

    ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”

    นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์สัปดาห์ก่อนหน้า เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.41-32.67 บาทต่อดอลลาร์) ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ

    พีพีทีวี
    ค่าเงินบาทวันนี้ 25 ส.ค.2568 แข็งค่าขึ้นมาก

    ซึ่งมาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นแรงของราคาทองคำ หลังผู้เล่นในตลาดต่างตีความถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ในงาน Jackson Hole Symposium ว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าประธานเฟดพร้อมสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนกันยายน ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดต่างปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินโอกาสราว 17% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ และมั่นใจว่า เฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ในปีหน้า (ตลาดเริ่มให้โอกาสราว 7% ที่เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ 4 ครั้ง ในปีหน้า)

    สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังรับรู้ถ้อยแถลงของประธานเฟดในงาน Jackson Hole Symposium กดดันให้เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงท้ายสัปดาห์

    สำหรับในสัปดาห์นี้ มองว่า ควรรอติดตาม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ พร้อมรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และรอลุ้นการวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญ

    แนวโน้มเงินบาท

    ยอมรับว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทได้มีกำลังมากขึ้น ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังผู้เล่นในตลาดตีความถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ว่าอาจมีการส่งสัญญาณพร้อมสนับสนุนการลดดอกเบี้ยของเฟด (โดยเฉพาะในการประชุม FOMC เดือนกันยายน) อย่างไรก็ดี เรากลับมองว่า ถ้อยแถลงของประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชี้ชัดต่อการลดดอกเบี้ยอย่างที่ตลาดประเมินและตัวแปรสำคัญยังคงอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง การจ้างงานเดือนสิงหาคม ซึ่งจะรับรู้ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ทำให้เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk (เคลื่อนไหวได้ทั้งด้านอ่อนค่าและแข็งค่า) ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดซึ่งจะขึ้นกับ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด นับจากวันนี้ จนเข้าใกล้การประชุม FOMC เดือนกันยายน (รับรู้วันที่ 18 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย)

    นอกเหนือจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด เรายังคงมองว่า การเคลื่อนไหวของทั้งเงินหยวนจีน (CNY) และราคาทองคำ จะเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเงินบาทพอสมควร เนื่องจากในช่วงนี้ ทั้งสองสินทรัพย์ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทมาก นอกจากนี้ ควรติดตามสถานการณ์การเมืองไทย ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยความวุ่นวายของการเมืองไทย หลังรับรู้ผลการวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญ อาจกระทบต่อฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติและสร้างความผันผวนให้กับเงินบาทได้ อนึ่ง ในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าลงนั้น เราประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทมีการอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.65-32.70)

    ทั้งนี้ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทจะกลับมาอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.65 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน (หรืออ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน)

    ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นบ้าง หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ในกรณีที่ รายงายข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาสดใสและอัตราเงินเฟ้อ PCE ปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาด

    เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward 

    มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.00-32.75 บาท/ดอลลาร์

    ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.50 บาท/ดอลลาร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/255499&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dqyPIuBD26tM_xv24ST9U

  • กัมพูชาหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปี 68 เหลือโต 5% จาก 6.3% ผลกระทบปิดด่าน-ภาษีสหรัฐฯ : อินโฟเควสท์

    กัมพูชาหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปี 68 เหลือโต 5% จาก 6.3% ผลกระทบปิดด่าน-ภาษีสหรัฐฯ : อินโฟเควสท์

    กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2568 เหลือ 5% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 6.3% อันเป็นผลมาจากการปิดด่านทางบกระหว่างกัมพูชากับไทย รวมทั้งผลกระทบจากอัตราภาษีศุลกากร 19% ที่สหรัฐอเมริกาเรียกเก็บจากสินค้าของกัมพูชา

    “การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาจะชะลอตัวลงเหลือ 5% สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการปิดด่านทางบกที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการผลิต การขนส่งวัตถุดิบ การส่งออก และการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ” กระทรวงระบุในรายงานรอบครึ่งปีซึ่งเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 ส.ค.)

    นอกจากนี้ “การดำเนินมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในภาคส่วนสำคัญที่สนับสนุนเศรษฐกิจกัมพูชา เช่น เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ” รายงานระบุ

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เศรษฐกิจกัมพูชาพึ่งพาการส่งออกเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าด้านการเดินทางเป็นหลัก ตลอดจนได้รับแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรม รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง

    รายงานจากกระทรวงเศรษฐกิจฯ ยังคาดการณ์ด้วยว่า ภาคอุตสาหกรรมของกัมพูชาจะเติบโต 7.1% ภาคบริการโต 3.8% และภาคเกษตรกรรมขยายตัว 0.9% ในปี 2568

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/523806&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gdVhxPmpSxvNb-1lTNISE

  • หอการค้าฯแนะรัฐเร่งชงครม.แผนแก้แรงงานขาดแคลนหวั่นกระทบเศรษฐกิจ

    หอการค้าฯแนะรัฐเร่งชงครม.แผนแก้แรงงานขาดแคลนหวั่นกระทบเศรษฐกิจ


    หอการค้าไทยชี้ปัญหาเร่งด่วน หลังแรงงานกัมพูชากลับประเทศจำนวนมาก จากปมร้อนชายแดน ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตทำเศรษฐกิจฟื้นช้า

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการฟื้นตัวและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิตและภาคบริการ

    ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หอการค้าไทยฯ ได้นำเสนอหนังสือถึง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสะท้อนข้อกังวลและข้อเสนอเชิงนโยบายจากเครือข่ายหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า และหอการค้าต่างประเทศ โดยชี้ว่าปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชา เดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้หลายภาคส่วนประสบปัญหาขาดแรงงานอย่างรุนแรง

    ทางหอการค้าไทยฯ จึงขอสนับสนุนรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน เร่งดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มเติมในรูปแบบ MOU ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานได้อย่างมีระบบ มีใบอนุญาตและสอดคล้องกับกฎหมายไทย อาทิเช่น จาก บังคลาเทศ เนปาล ศรีลังกา อินโดนีเซีย เป็นต้น ซึ่งกระทรวงแรงงานสามารถเร่งรัดการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดหายไปและตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างทันเวลา

    “แรงงานเป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย หากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการเกษตร การผลิต การบริการ และการจ้างงานโดยรวมของประเทศ เราจึงสนับสนุนรัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อพยุงเศรษฐกิจและช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ”นายพจน์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/34547&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29fg3MPftDh4VaAdwHH116