Blog

  • อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้เป็นประธานในการพบหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ กับผู้แทนภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้เป็นประธานในการพบหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ กับผู้แทนภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้เป็นประธานในการพบหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ กับผู้แทนภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ

    อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้เป็นประธานในการพบหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ กับผู้แทนภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    | 48 view

    เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เป็นประธานในการพบหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ และทั้งจากฝ่ายพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต กับภาคเอกชนไทย ได้แก่ ผู้บริหารบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทไทยที่มีการลงทุนในสหรัฐฯ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย ที่กระทรวงฯ ในโอกาสที่คณะเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15 – 24 สิงหาคม 2568 ตามคำเชิญของฝ่ายไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและเสริมสร้างความร่วมมือไทย – สหรัฐฯ ในมิติต่าง ๆ

    คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของภาคเอกชนสหรัฐฯ ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นฐานการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคและเป็นประโยชน์ที่สำคัญร่วมกันของทั้งสองประเทศมายาวนาน และการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในสหรัฐฯ โดยภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะในภาคพลังงานและอาหาร ปัจจุบัน ภาคเอกชนไทยมีการลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่ารวมเกือบ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกว่า 20 รัฐ ทั้งยังหารือถึงพัฒนาการการเจรจาทางการค้าไทย – สหรัฐฯ ผลกระทบจากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ โอกาสทางเศรษฐกิจและศักยภาพในการเติบโตของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ และมาตรการของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ที่สำคัญ อาทิ ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

    ทุกฝ่ายได้ย้ำถึงความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย – สหรัฐฯ ที่ดำเนินมายาวนานและเป็นผลประโยน์ร่วมกัน และความพร้อมของไทยที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย – สหรัฐฯ ในประเด็นต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/director-general-of-america-us-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15XR4qd8HfVcZOysUsXYl3

  • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทยที่เข้าเยี่ยมอำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทยที่เข้าเยี่ยมอำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทยที่เข้าเยี่ยมอำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

    ปลัดกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทยที่เข้าเยี่ยมอำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

    วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ส.ค. 2568

    | 56 view

    เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายฟีโวส กีออร์กีโอส อังเกเลโตส เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมอำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

    ปลัดฯ ได้ชื่นชมบทบาทของเอกอัครราชทูตฯ ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเฮลเลนิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับการจัดประชุมหารือทวิภาคีรอบแรกที่กรุงเอเธนส์ เพื่อเป็นเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายสาขา เช่น ความร่วมมือทางทะเล การบริการ โลจิสติกส์ การเกษตร การท่องเที่ยว และการศึกษา อีกทั้งปลัดฯ ได้ขอบคุณสาธารณรัฐเฮลเลนิกที่ได้สนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป และการผลักดันการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเขตเชงเกนสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางของไทยมาโดยตลอด

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสันติด้วยกลไกทวิภาคที่สอดคล้องกับกฏหมายระหว่างประเทศ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/ps-meets-amb-of-hellenic-republic-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a909&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ujb9L3-wtVXnknDaNbUm6

  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิด “ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์” มุ่งยกระดับสุขภาพคนไทยด้วยการแพทย์แม่นยำ

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิด “ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์” มุ่งยกระดับสุขภาพคนไทยด้วยการแพทย์แม่นยำ

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิด “ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์” มุ่งยกระดับสุขภาพคนไทยด้วยการแพทย์แม่นยำ

    วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ (Genomic for Health & Wellness Center) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มุมมองผู้บริหาร : การขับเคลื่อนนวัตกรรมจีโนมิกส์ สู่ระบบสุขภาพคนไทย” โดยมี ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบัวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมพิธี จำนวน 200 คน ณ ห้องประชุมใหญ่ NIH และศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ อาคาร 1 ชั้น 1 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

    นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ จัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด “ตรวจยีน รู้ความเสี่ยงวางแผนสุขภาพ” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านอณูพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์อย่างครบวงจรครอบคลุมทั้งด้านการวินิจฉัย การวิจัย และการเฝ้าระวังโรค โดยเฉพาะโรคที่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การนำเทคโนโลยีระดับจีโนม มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนไทยปลอดภัยจากโรคและภัยสุขภาพ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 “คนไทยห่างไกลโรคและภัยสุขภาพ” และเพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศสู่ Medical & Wellness Hub

    นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยตอบโจทย์แนวโน้มการแพทย์เชิงรุก (Predictive & Preventive Medicine) ที่ให้ความสำคัญกับการ “รู้ก่อน” เพื่อ “ป้องกันได้” และ “วางแผนสุขภาพได้ล่วงหน้า” โดยนำเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) มาใช้ในการวิเคราะห์ยีนอย่างครอบคลุมและแม่นยำ เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจหาความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมและโรคหายาก พร้อมทั้งวางแผนการรักษาและการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลบริการครอบคลุม 4 ด้านหลัก สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวข้องกับโรคพันธุกรรม ผู้ที่มีอาการผิดปกติที่หาสาเหตุไม่เจอ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า อาทิเช่น

    1. Clinical Exome Sequencing (CES) – Expanded Panel ตรวจหาความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยในคนไทย เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งทางพันธุกรรม และโรคเมตาบอลิซึม

    2. โรคหัวใจและระบบประสาท-กล้ามเนื้อ ค้นหาสาเหตุของโรคหายาก เช่น ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

    3. Pharmacogenetic Testing วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับยีนลดความเสี่ยงผลข้างเคียง

    4. Genetic Testing for Health & Wellness วิเคราะห์ยีนที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อการปรับวิถีชีวิตเฉพาะบุคคล เช่น อาหาร การนอน และการออกกำลังกาย

    “ศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาและยกระดับระบบสาธารณสุขสาธารณสุขไทย ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Medical & Wellness Hub และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจยีนที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชน “รู้ก่อน ป้องกันได้ สุขภาพมั่นใจได้ในแบบคุณ” ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการแพทย์แม่นยำ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนและมั่นใจได้ในแบบของตนเอง สำหรับศูนย์สุขภาวะจีโนมิกส์ (Genomic for Health & Wellness Center) ตั้งอยู่ที่ อาคาร 1 ชั้น 1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 98036” นายแพทย์ยงยศ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/952106&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20F3kOR-k9LAfCZ5tTg6-6

  • สบส. เปิดเวทีวิชาการประจำปี 2568 ชู “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

    สบส. เปิดเวทีวิชาการประจำปี 2568 ชู “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

    กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) จัดประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานวิชาการ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านระบบบริการสุขภาพและสุขภาพภาคประชาชน มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ

    วันที่ 27 สิงหาคม 25568 ณ โรงแรมเลอบาหลี รีสอร์ท แอนด์สปา พัทยา จังหวัดชลบุรี ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ภายใต้หัวข้อ “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. และผู้บริหารกรม สบส. รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ ทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรกรม สบส. กว่า 700 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้

    ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพไทยในปัจจุบัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ที่จะสร้างรายได้ สร้างงาน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นทั้งด้านการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมสุขภาพ โดยการจัดงานวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่
    26 – 28 สิงหาคม 2568 ถือเป็นเวทีในการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสุขภาพ พร้อมทั้งยกระดับการออกแบบกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาสุขภาพ ทั้งยังเป็นกลไกสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านงานวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเป็นเวทีเผยแพร่ผลงาน เชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีผลงานโดดเล่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นในการนำ “ระบบสุขภาพไทย” เดินหน้าเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและความยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป

    ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “แรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนงานราชการ” โดย นายแพทย์เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี และหัวข้อ “การดูแลสุขภาพเบื้องต้น พื้นฐานของเศรษฐกิจสุขภาพ” โดย นายแพทย์เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ผู้บริหาร เดอะ ริทช์ คลินิก พร้อมพิธีมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้แก่ผู้มีผลงานวิชาการดีเด่น ผลงานสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ จำนวน 138 รางวัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/952169&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33O32FyropOws_N9S1w1u5

  • การเมืองระทึก ธุรกิจสะดุด! ฉุดเศรษฐกิจไทย

    การเมืองระทึก ธุรกิจสะดุด! ฉุดเศรษฐกิจไทย

    การเมืองระทึก ธุรกิจสะดุด! ฉุดเศรษฐกิจไทย

    *** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,126 ระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค.2568 โดย…กาแฟขม 

    *** ระทึก! ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำพิพากษาชี้ชะตา นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร 29 ส.ค.นี้ คดีผิดจริยธรรมว่าด้วยเรื่องคลิปเสียงเจรจาฮุนเซน สงบศึก หยุดการปะทะทางหทาร ไทย-กัมพูชา “รอด-ไม่รอด” เดี๋ยวรู้กัน ถ้าไม่รอด ครม.พ้นตำแหน่งทั้งคณะตามนายกฯ ไปเลือกนายกฯ กันใหม่ ตั้งครม.ใหม่ กว่าที่นายกฯ ใหม่จะได้ทำงาน ต้องทำตามขั้นตอน ถวายสัตย์ก่อน ตั้งครม.นำครม.เข้าถวายสัตย์ แถลงนโยบาย จำต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงใหญ่ ก่อนจะเดินต่อกันได้ในเชิงของการบริหารงาน ถ้ารอดนายกฯ อิงค์ ไปต่อ ก็เดินหน้าแก้ปัญหาที่คั่งค้างอยู่บานตะเกียง

    *** สถานการณ์การเมืองในประเทศ ชั่วโมงนี้เกิดความไม่แน่นอนสูงส่งผลต่อการทำธุรกิจ ภาคเอกชน ธุรกิจ จับตามองไม่กระพริบ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บอกความไม่แน่นอนทางการเมืองย่อมมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ ทั้งไทยและเทศ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติของบริษัทที่มีแผนจะลงทุนในไทย บริษัทที่เตรียมการก่อสร้าง พวกนี้ต้องชะลอโครงการออกไป ประเทศไทยในยามนี้ ต้องการการเมืองที่มีเสถียรภาพ นักธุรกิจจะได้มีความเชื่อมั่น และไม่ให้เสียโอกาสจากการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการดึงดูดการลงทุน

    ***ขยันไม่มีหยุด บิ๊กตุ๋ม จตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขนทัพใหญ่ไปเมืองจันทบุรี สุดสัปดาห์ก่อน ไปดูแหล่งซื้อขายพลอยเมืองจันทบุรี ประกาศลั่นสนับสนุนจันทบุรี เป็นมหานครอัญมณีของโลกต่อไป พร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้เผชิญอุปสรรคมากมาย ทั้งในแง่ขาดแคลนวัตถุดิบ ตลาดส่งออกชะลอ ภาษีทรัมป์ แต่จะช่วยหาตลาดใหม่ๆ ให้ ส่งเสริมผ่านงานแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelry Fair สั่งให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกหางตลาดและวัตถุดิบ แต่ต้องทำให้ เมื่อนึกถึงอัญมณีให้นึกถึงจันทบุรี และหากพูดถึงจันทบุรี ให้นึกถึงอัญมณี

    *** สุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ตามติดคณะ บอกจันทบุรีโดดเด่น ที่ทักษะฝีมือการเจียระไนของแรงงานไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยดูแลแรงงานฝีมือให้มีรายได้ที่เหมาะสม และรักษามาตรฐานการผลิตเอาไว้ เพื่อให้ตลาดพลอยไทยยังคงเป็นที่ยอมรับและแข่งขันได้ในระยะยาว โดยกระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันการขยายตลาดไปยังจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูงต่อไป

     *** น่าห่วงมาก ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมวันก่อน กำลังเห็นสัญญาณการปรับรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการ จากภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน องค์กรในไทยกว่า 25% มีแนวโน้มจะลดพนักงานและลดการจ้างพนักงงานประจำ หันไปจ้างแบบพาร์ทไทม์มากขึ้น แน่นอนว่ากระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน ระดับรายได้ สิทธิตามกฎหมาย การจ้างที่ว่าเริ่มเข้าไปสู่องค์กรขนาดใหญ่แล้ว โดยปี 2567 เพิ่มขึ้นมาเป็น 42% จากปี2565 เช่นเดียวกับพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา ปรับเพิ่มจาก 4% ในปี 2565 มาเป็น 28% ในปี 2567

    *** ที่ต้องจับตามองต่อไป เป็นเรื่องของภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ที่ไทยต้องลดภาษี 0 % ให้สหรัฐเป็นหมื่นรายการ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้น กระทบต่อการจ้างงาน ชั่วโมงการทำงาน รัฐจึงควรสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ มีมาตรการปกป้องสินค้าไทย รวมถึงการตรวจสอบการสวมสิทธิของสินค้าเข้มงวดมากขึ้น เรื่องแรงงานยังมีประเด็นแรงงานต่างด้าวอีกโสดหนึ่ง โดยเฉพาะหลังแรงงานกัมพูชากลับประเทศ บางภาคจะได้รับผลกระทบ อย่างภาคการก่อสร้าง ภาคผลิต ที่ซึ่งรัฐบาลได้แก้ปัญหาไปบ้างแล้วด้วยการเปิดนำเข้าแรงงานประเทศต่างๆมาทดแทน

    *** น่าสนใจ! การจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของชาติ ชาติมั่นคง พลังงานมั่นคง หน้าที่ของรัฐต้องขวนขวายจัดหา ว่าแล้วกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กำลังเตรียมการเปิดให้เอกชนยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 สำหรับแปลงสำรวจในทะเลอันดามัน หรืออันดามันใต้ เปิดปลายปีนี้ ปีหน้าได้คนสำรวจว่างั้น คาดกันว่ามีแหล่งก๊าซฝั่งนี้อยู่ขนาดระดับ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุุต ช่วยให้ไทยมีก๊าซมั่นคงไป 20 ปี ลดนำเข้าลงไปได้บ้างแก้ความผันผวนราคาตลาดโลก และแพงเกินในบางช่วง

                                 การเมืองระทึก ธุรกิจสะดุด! ฉุดเศรษฐกิจไทย

    *** ปิดท้ายกันที่… ผู้ว่าฯ ติ๊ก “ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม” พ่อเมืองโคราช ไปเป็นประธานกิจกรรม “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ของมูลนิธิซีพี ร่วมกับ โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ซีพีเอฟ ที่บ้านห้วยจรเข้  อ.ด่านขุนทด โคราช ย้อนความทรงจำสมัยท่านยังเด็ก “โตมาด้วยไข่ไก่ คุณแม่จะซื้อไข่วันละลูก แบ่งเป็น 3 ส่วน ทานตอนเช้า วิ่งกลับมาทานตอนพักเที่ยง และหลังเลิกเรียน ให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของโปรตีนจากไข่ ที่ทำให้ร่างกายเติบโต แถม ท่านชัยวัฒน์  ยังได้ฝากข้อคิดให้กับเด็กๆ ว่า “วันนี้ ลูกหลานได้รับไก่ไข่จากซีพี มา 200 ตัว ขอให้ได้เป็นรัฐมนตรีกันทุกคนนะ” ขอปรบมือและชื่นชม ทั้งท่านผู้ว่าฯ ติ๊ก มูลนิธิซีพี และ คอนเน็กซ์ อีดี ซีพีเอฟ ที่ช่วยสานต่อโครงการดีๆ เพื่อเด็ก เยาวชน และสังคม…

    คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย…กาแฟขม หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,126 วันที่ 28 – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/than-society/637120&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Vw_sT9pFQ_pLofRR59UwT

  • ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน26 ส.ค.68

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน26 ส.ค.68

    27 สิงหาคม 2568 16:20 น. สยามรัฐออนไลน์ เศรษฐกิจ

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 26 ส.ค.68

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า 7 เดือน ปี 2568 (มกราคม – กรกฎาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 583 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 150 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 159,460 ล้านบาท

    นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวว่า เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน โดยเฉพาะการแย่งอาชีพคนไทย และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หากพบสามารถแจ้งสายด่วน โทร.1506 มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ส่วนนายจ้างมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

    นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เผยว่า สภาผู้บริโภคร่วมผลักดันนโยบายรถไฟฟ้ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อทำให้ภาคประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ด้วยการให้รัฐบาลนำงบประมาณ 34,000 ล้านบาทที่กระทรวงคมนาคมตั้งไว้ในการดำเนินโครงการทางด่วนสองชั้น มาผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท สร้างผลดีทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงบริการสาธารณะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/647092&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RxFOKXEMZMvo9OkE7KFRK

  • –

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910094&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ad1qVMd0pYjyYLgHWeLde

  • เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตไม่ถึง 1% ครึ่งปีหลัง SCB EIC ชี้รากยาวถึงปี 69

    เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตไม่ถึง 1% ครึ่งปีหลัง SCB EIC ชี้รากยาวถึงปี 69

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ได้มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 ขยายตัว 1.8% จากเดิม 1.5% และปี 69 เพิ่มเป็น 1.5% จากเดิม 1.2% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเร่ง Front-loading สินค้าส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นมาก 

    โดยสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/68 ที่ประกาศออกมา ขยายตัวได้ 2.8%YOY สูงกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย จากการเร่งส่งออกสินค้า และการลงทุนภาคเอกชนที่กลับมาขยายตัว ส่วนหนึ่งจากฐานต่ำ และจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ของไทยที่เจรจาได้ต่ำกว่าคาดเหลือ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งหลักในตลาดสหรัฐฯ ช่วยให้แนวโน้มส่งออกและลงทุนปรับดีขึ้นบ้าง

    อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังอาจขยายตัวเฉลี่ยไม่ถึง 1% ซึ่งเป็นการชะลอลงมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และต่อเนื่องไปถึงปี 69 โดยแรงส่งหลักที่จะแผ่วลง ประกอบด้วย

    • การส่งออกจะหดตัวแรง โดยเฉพาะหลังหมดผล Front-loading ในตลาดสหรัฐฯ และความต้องการสินค้าไทยจะลดลงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลังภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ เริ่มเก็บจริง

    เศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตไม่ถึง 1% ครึ่งปีหลัง SCB EIC ชี้รากยาวถึงปี 69

    • การท่องเที่ยวจะชะลอตัว SCB EIC ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 68 เหลือ 32.9 ล้านคน และจะทยอยฟื้นตัวในปี 69 โดยความขัดแย้งบริเวณชายแดน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวยังมีความท้าทายจาก Tourism war และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ชะลอลง
    • การลงทุนภาคเอกชน แม้ขยายตัวดีในไตรมาส 2/68 แต่ส่วนหนึ่งจากปัจจัยฐาน ภาพการลงทุนจะชะลอลงในระยะข้างหน้า จากผลของกำแพงภาษีสหรัฐฯ และความเปราะบางของอุปสงค์ในประเทศ
    • แรงส่งภาครัฐแผ่วลง ตามการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ช้ากว่าที่ประเมินไว้ และปัจจัยฐานต่ำในปี 67 เริ่มมีผลช่วยน้อยลง

    SCB EIC ระบุอีกว่า ในระยะสั้นแม้อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้าไทยจะเหลือ 19% และไทยยื่นข้อเสนอใหม่ที่คำนึงรูปแบบการเปิดตลาดเพิ่มเติมจากข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยเฉพาะภาคเกษตร จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ และบรรเทาความกังวลผลกระทบต่อเกษตรกร และผู้ประกอบการจากการเปิดตลาดลงได้บ้างนั้น

    แต่ยังต้องจับตาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทย ที่ยังเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งที่เผชิญภาษีนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันไป ตลอดจนค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วช่วงที่ผ่านมา หากเปรียบกับหลายประเทศคู่แข่งสำคัญในตลาดสหรัฐ อาจเป็นอีกปัจจัยกดดันความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกไทย

    อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากสงครามการค้าที่ยังต้องติดตาม ประกอบด้วย

    • สินค้าส่งออกที่มี Import content สูง เสี่ยงจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีสวมสิทธิเพิ่ม 40%
    • การแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ จะรุนแรงมากขึ้น กระทบ Margin ของผู้ประกอบการ
    • การรับมือปัญหา Import flooding และการปกป้องตลาดภายในประเทศทั่วโลกที่จะรุนแรงขึ้น

    ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าอดีตมาก ส่วนหนึ่งจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ สูงขึ้นมากจากอดีต ทำให้การพึ่งพา Growth model เดิมของไทยที่เติบโตด้วยการค้าโลก จะเป็นไปได้ยากขึ้น

    นอกจากประเด็นการค้า ยังมีประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมผ่านช่องทางการค้า การลงทุน ท่องเที่ยว และแรงงาน ผลกระทบขึ้นกับความรุนแรงของมาตรการตอบโต้และความยืดเยื้อ ทำให้ภาพรวมแนวโน้มของภาคธุรกิจไทยยังมีความเสี่ยงอยู่มาก

    โดยยังต้องจับตาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทยกับคู่แข่งที่เผชิญภาษีสหรัฐฯ ในอัตราแตกต่างกัน และรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไทย โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่เน้นตลาดสหรัฐฯ จะเผชิญการแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น หรือหากสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ มี Import content สูง อาจเสี่ยงถูกเพ่งเล็งกรณีสวมสิทธิ 

    สำหรับการเปิดตลาดนำเข้าจากสหรัฐฯ ในเบื้องต้นคาดว่า ผลกระทบยังจำกัดในระยะสั้น เนื่องจากภาครัฐอาจออกมาตรการกำหนดโควตากลุ่มสินค้าที่มีความอ่อนไหวมาก และปกป้องผู้ผลิตในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/637174&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11rwgXpmxbb9EyrBQsH6LQ

  • เปิดประวัติ ชนินทธ์ โทณวณิก หนึ่งในทายาทผู้ก่อตั้งเครือดุสิตธานี

    เปิดประวัติ ชนินทธ์ โทณวณิก หนึ่งในทายาทผู้ก่อตั้งเครือดุสิตธานี

    นายชนินทธ์ โทณวณิก เป็นบุตรชายคนโตของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งเครือดุสิตธานี และเป็นบุคคลที่กำลังได้รับความสนใจจากกรณีการบริหารงานของบริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยประวัติของนายชนินทธ์ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของดุสิตธานีนั้น ก่อนที่จะมีข่าวถอดถอนออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ได้ระบุไว้ว่าเขาดำรงตำแหน่งรักษาการประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการบริหาร กรรมการการลงทุน

    สำหรับการศึกษาของนายชนินทธ์นั้น จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา

    ทางด้านประสบการณ์ทำงานของนายชนินทธ์ มีช่วงเวลาที่น่าสนใจ ดังนี้

    • 2566 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ดีไอ ฮอสปิทาลิตี้ โฮลดิ้งส์
    • 2566 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ดุสิต ฟู้ดส์
    • 2565 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต
    • 2560 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท
    • 2560 – ปัจจุบัน: กรรมการการลงทุน บมจ. ดุสิตธานี
    • 2559 – ปัจจุบัน: รองประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ดุสิตธานี
    • 2559 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. วิมานสุริยา
    • 2557 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการ Dusit Fudu Hotel Management (Shanghai) Co., Ltd.
    • 2557 – ปัจจุบัน: อุปนายกสภาวิทยาลัย วิทยาลัยดุสิตธานี
    • 2556 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ดุสิต ไชน่า แคปปิตอล
    • 2554 – ปัจจุบัน: กรรมการ DMS Property Investment Pvt. Ltd.
    • 2552 – ปัจจุบัน: กรรมการ บมจ. ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์
    • 2551 – ปัจจุบัน: กรรมการ Dusit Overseas Co., Ltd.
    • 2538 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการ Dusit Thani Philippines, Inc.
    • 2533 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์
    • 2567 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
    • 2565 – ปัจจุบัน: กรรมการกลั่นกรองสินเชื่อและการลงทุน และกรรมการตรวจสอบ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
    • 2560 – ปัจจุบัน: กรรมการอิสระ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
    • 2563 – ปัจจุบัน: ประธานกรรมการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด
    • ปัจจุบัน: ประธานคณะกรรมการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ หอการค้าไทย
    • ปัจจุบัน: หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและ MICE (D3) ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ
    • 2558 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ปิยะศิริ
    • 2556 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. เจทีบี (ประเทศไทย)
    • 2532 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ไทย-เจแปน แก๊ส
    • 2531 – ปัจจุบัน: กรรมการ บ. ธนจิรัง
    • 2561 – 2565: กรรมการ บ. ดุสิต ฟู้ดส์
    • 2560 – 2565: กรรมการ D&J Co., Ltd.
    • 2558 – 2563: รองประธานกรรมการ Dusit Hospitality Education Philippines Inc.
    • 2553 – 2568: กรรมการ บ. ชนัตถ์และลูก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2879114&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DouIc9WKQZ0LZCHhjX8U2

  • ‘ดร.ตฤณห์’ โพสต์ถึงใครกัน ปมด้อยเรื่องการศึกษา กับความอยากมีตัวตน | เดลินิวส์

    ‘ดร.ตฤณห์’ โพสต์ถึงใครกัน ปมด้อยเรื่องการศึกษา กับความอยากมีตัวตน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5056079/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bS9cc26B6x48nFwUKARo6