Blog

  • รู้จัก ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่ รมว.พลังงานคนใหม่ ครม.อนุทิน 1

    รู้จัก ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ว่าที่ รมว.พลังงานคนใหม่ ครม.อนุทิน 1

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” กำลังจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 

    หลังจากปรากฎภาพนั่งรับประทานกาแฟและทานเค้กส้มร่วมกับนายอนุทินภายในร้านกาแฟใต้ตึกที่ทำการพรรคภูมิใจไทยล่าสุด โดยมีการคาดการณ์ว่าถูกทาบทามให้รับตำแหน่ง รมว.พลังงานในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ตามโควตาคนนอก

    ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปทำความรู้จัก “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ว่าที่ รมว. พลังงานคนใหม่ให้เพิ่มมากขึ้น

    ประวัติ

    วันเกิด

    • 19 กรกฎาคม 2508

    ชื่อเล่น

    • โด่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/638154&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2A8QRajbPM-Yo9zd-Jii0E

  • คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    การเมือง

    คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    วันเสาร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.19 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568  นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย จากที่ผ่านมาทางชมรมได้เรียกร้องรัฐบาลชุดก่อนหน้ามาโดยตลอด 2 ปี ให้เร่งออกมาตราการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะ ให้ช่วยทำโครงการคนละครึ่งแต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆจน ณ วันนี้เศรษฐกิจรากหญ้าเน่ากันหมดแล้ว  โครงการคนละครึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เกือบทั้งระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ขายร้านระดับล่างข้างทางไปจนถึงร้านระดับ SMEs ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายอาหารให้กับพนักงานที่ทำงานออฟฟิศและบุคคลทั่วไปที่ทำงานเงินเดือนไม่สูงด้วย 

    โครงการคนละครึ่งจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กและข้างทางได้อย่างน้อย  1.8 – 2.5 เท่าจากครั้งที่แล้วที่เคยออกมา และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของประชาชนทั่วไปได้อย่างน้อย 15-20% และยังกระจายไปสู่ห่วงโซ่ซัพพลายที่มาต่อธุรกิจร้านอาหารอีกทางด้วยไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ขายในตลาดสดจนไปถึงภาคเกษตกร

    หวังว่านายกท่านใหม่ นายอนุทินจะเร่งทำในทันทีหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เพราะท่านทราบดีอยู่แล้วว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยเหลือธุรกิจรากหญ้าได้เป็นอย่างดีจากการที่ท่านเคยร่วมอยู่ในรัฐบาลที่เคยทำและอนุมัติโครงการนี้มาก่อน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/445446&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00qRJIueIewk4qzLvogTit

  • ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย

    • บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
    • ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
    • เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
    • ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ โดยมีวาระการทำงาน 4 เดือนนั้น ทำให้ประเทศไทยมีความชัดเจนด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมืองมีความไม่แน่นอนมาระยะหนึ่ง 

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    อย่างไรก็ตาม หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที

    “ต้องยอมรับว่าระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี”

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ wait and see ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    อย่างไรก็ดี แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638083&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oAFG4F_9rpS_AzL0n2YOi

  • “ตติยภัทร์” เชื่อประเมินคุณภาพภายนอกสมศ. เน้นประโยชน์ ไม่สร้างภาระครู | เดลินิวส์

    “ตติยภัทร์” เชื่อประเมินคุณภาพภายนอกสมศ. เน้นประโยชน์ ไม่สร้างภาระครู | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5089459/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JxilX-v8AP2VrDP67Oy4W

  • สพฐ. จับมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยช่วยแก้ไขหนี้สินครูบำนาญทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนคน ยิ้มได้ | เดลินิวส์

    สพฐ. จับมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยช่วยแก้ไขหนี้สินครูบำนาญทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนคน ยิ้มได้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้พบปะทักทาย และส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการบำนาญ จ.อุดรธานี ณ หอประชุมโรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา จังหวัดอุดรธานี ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย และประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้เงินกู้สวัสดิการข้าราชการและพนักงานของรัฐ ดร.ยลพรรษ์ ศิริรัตน์ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินเงินกู้สวัสดิการข้าราชการและพนักงานของรัฐ นางลาวัลย์ ช่วงชัย คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินเงินกู้สวัสดิการข้าราชการและพนักงานของรัฐ นายกฤษฎา การีชุม ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหนองบัวลำภู จำกัด นายเจริญ สอนคำหาญ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหนองคาย จำกัด นายสวัสดิ์ พรมโสภณ ประธานสมาพันธ์ข้าราชการครูบำนาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดร.พลพิพัฒน์ วัฒนเศรษฐานุกุล รองผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เจ้าหน้าที่สถานีแก้หนี้ครู ข้าราชการบำนาญ (ครู) จากจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดสกลนคร รวมจำนวน 150 คน เข้าร่วม
    .
    สำหรับการประชุมดังกล่าว จัดโดยเครือข่ายภาคประชาสังคมแก้หนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมกับคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย และศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมประชุม ทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการบำนาญในพื้นที่ให้สามารถดำรงชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีความมั่นคงและศักดิ์ศรี ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เพื่อไปแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการบำนาญ เช่น จังหวัดมหาสารคาม มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน จังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 100 คน จังหวัดเลย ประมาณ 50 คน จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 80 คน จังหวัดอุดรธานี ประมาณ 150 คน รวมกว่า 480 คน
    .
    โดยสถานีแก้หนี้ครู (ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) มีการประสานกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินอื่น ๆ ในพื้นที่ เพื่อเจรจา/สนับสนุน/ช่วยเหลือ เช่น การขอลดอัตราดอกเบี้ย การปรับโครงสร้างหนี้ การรวมหนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทำให้ผู้ประสบปัญหามีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น ซึ่งมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทยอยให้ความร่วมมือลดอัตราดอกเบี้ย ประมาณ 44 แห่ง ส่งผลให้ครูบำนาญ ประมาณ 150,000 ราย มีสภาพคล่องดีขึ้นและหนี้หมดเร็ว โดยในปี 2568 จากการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ครูและบุคลากรฯที่มีปัญหาหนี้สิน ในกลุ่มสีแดง ที่มีสถานะถูกฟ้อง ลดลง 1,661 ราย คิดเป็นร้อยละ -37.86, มีสถานะไม่ถูกฟ้อง ดีเพิ่มขึ้น 1,559 ราย คิดเป็นร้อยละ +46.65 และกลุ่มสีเหลือง ดีเพิ่มขึ้น 102 ราย คิดเป็นร้อยละ +7.62 นับว่าเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง สะท้อนถึงการฟื้นตัวฐานะการเงินครูบางกลุ่ม ซึ่งเคยอยู่ในกลุ่มสีแดงมาก่อน และสามารถเลื่อนสถานะขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ยังได้มีการส่งเสริมวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องผ่าน e-learning หลักสูตร Money coach โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเรียนออนไลน์ทั้งสิ้น 135,513 ราย และผ่านการอบรมแล้ว 101,332 ราย
    .
    นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า สพฐ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง ตามที่พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวและสั่งการผู้ที่รับผิดชอบว่า “ข้าราชการบำนาญเป็นปูชนียบุคคล ผู้ที่ได้สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการมาตลอดชีวิตราชการ ควรได้รับการดูแลและช่วยเหลือ เพื่อให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งครอบครัว“ ขณะที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็น “จุดเน้นสำคัญ” พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง
    ฉะนั้น ขอให้ข้าราชการบำนาญเปิดใจและพร้อมปรับตัว เพื่อก้าวสู่แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ขณะที่สถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทำงานร่วมกัน เสริมสร้างความเข้มแข็ง และช่วยเหลือสมาชิก โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อน ส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ในระดับจังหวัดมีการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่และภายใต้กรอบกฎหมาย ที่ผ่านมามีการแก้ไขได้อย่างยั่งยืน
    .
    “เมื่อได้รับการช่วยเหลือดูแลแบ่งเบาภาระของครู ทำให้ครูมีกำลังใจในการกล่อมเกลาบ่มเพาะเด็กให้มีคุณภาพ เป็นการเพิ่มคุณภาพให้แก่ผู้เรียน ในส่วนข้าราชการที่เกษียณแล้วเมื่อได้รับการช่วยเหลือเป็นการลดภาระหนี้สิน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอเป็นกำลังใจแด่ผู้ปฏิบัติ งานผู้เสียสละ รวมถึงข้าราชการบำนาญทุกคน ให้ก้าวข้ามปัญหาไปได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ตนเองและครอบครัวต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5088603/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qvGCOWX3rdjk8AmP6ANIV

  • เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

    เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

    เปิดประวัติ “ธนกร วังบุญคงชนะ” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์” มีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1 นั่งว่าที่ รมช.มหาดไทย

    ประวัติ ธนกร วังบุญคงชนะ

    นายธนกร วังบุญคงชนะ มีชื่อเล่นว่า แด๊ก เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช การศึกษาสูงสุด ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งมีข่าวเข้าพิธีมงคลสมรสกับ “แคทตี้” ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) หลังจากเป็นเพื่อนกัน 5 ปี และดูใจกันอีก 5 ปี ก่อนจะตกลงใช้ชีวิตคู่

    นายธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนจะถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย และลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในพื้นที่ กทม. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยชีวิตการทำงานเคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข

    และเมื่อ 18 พ.ย. 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ เมื่อนายอุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนได้เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องจาก นางวทันยา บุนนาค ลาออกจากการเป็น สส. 

    นอกจากนี้ ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าเป็นลูกรักนายกรัฐมนตรี คอยเป็นกำลังสำคัญตอบโต้ฝ่ายค้าน และแก้ข่าวให้นายกฯทุกรอบ 

    ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ 

    และล่าสุด ใน ครม.อนุทิน 1 ปรากฏชื่อ นายธนกร เป็นว่าที่ รมช.มหาดไทย 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881224&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bgEivH_jR4U-sV7_om1tv

  • “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง

    “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง

    (6 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้ม หลังหารือร่วมกันที่ชั้นบน

    ทั้งนี้คาดว่า นายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ขณะที่ นายเอกนิติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ด้านนายสันติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่า จะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน

    นายอนุทิน ได้แนะนำทั้งหมดให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์ จะมาเป็น รมว.ต่างประเทศ , นายเอกนิติ จะมาเป็น รมว.คลัง พร้อมระบุว่า เลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจน จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย 

    “รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้ประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือ กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ”

    เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น? นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่ รมว.คลัง อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์การทำงาน ทั้งต่างประเทศ และในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร มีความรู้ความสามารถที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    การฟื้นโครงการคนละครึ่ง? นายอนุทิน ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่ รมว.คลัง เร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไป เพราะเวลามีน้อย 

    ส่วนจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า “อะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ”

    รมว.ต่างประเทศ ข้อพิพาทไทยกัมพูชาแก้ไข MOU 43 และ 44 ? นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว 

    เมื่อถามว่า ในส่วนรัฐมนตรีฯ มั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

    นายอนุทิน ยังยอมรับว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควต้าคนนอกจะตอบรับ ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติ มีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ก็เสียสละ เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติมีความสำคัญ ใช้เวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน

    หน้าตา ครม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม.ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตน ก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานอยู่ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆทางการเมือง และมีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภาฯ ดังนั้น ต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    ทั้งนี้ ระหว่างที่นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอรรถพล ได้เดินเข้ามาสมทบ ทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า “ท่านมาแล้ว ความลับแตกหมดเลย” ก่อนจะหัวเราะ จากนั้น นายอรรถพล ก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท.“ทำแน่นอน” ก่อนที่นายอนุทิน จะแซวขึ้นมาว่า “ไม่ได้เอามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน”

    เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหม ควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีหรือไม่? นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้น การที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็นพลเอกประวิตรหรือไม่? นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัวต่อประชาชนทุกคน ให้รับรู้รับทราบว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด 

    เมื่อถามว่าภาพของ ครม.อนุทิน จะออกมาเป็นแบบใด? นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คน (ครม.) มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจาก ทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจภารกิจที่มีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข นายอนุชิน รีบปัดตอบว่า “ฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน” – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/slide/politics/N6AX1MUUy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kwwvEwISf8XlhF2TFNFZb

  • สพฐ. จับมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยช่วยแก้ไขหนี้สินครูบำนาญทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนคน ยิ้มได้ | TOPNEWS

    สพฐ. จับมือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลุยช่วยแก้ไขหนี้สินครูบำนาญทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนคน ยิ้มได้ | TOPNEWS

    โดยสถานีแก้หนี้ครู (ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) มีการประสานกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินอื่น ๆ ในพื้นที่ เพื่อเจรจา/สนับสนุน/ช่วยเหลือ เช่น การขอลดอัตราดอกเบี้ย การปรับโครงสร้างหนี้ การรวมหนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทำให้ผู้ประสบปัญหามีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น ซึ่งมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทยอยให้ความร่วมมือลดอัตราดอกเบี้ย ประมาณ 44 แห่ง ส่งผลให้ครูบำนาญ ประมาณ 150,000 ราย มีสภาพคล่องดีขึ้นและหนี้หมดเร็ว โดยในปี 2568 จากการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ครูและบุคลากรฯที่มีปัญหาหนี้สิน ในกลุ่มสีแดง ที่มีสถานะถูกฟ้อง ลดลง 1,661 ราย คิดเป็นร้อยละ -37.86, มีสถานะไม่ถูกฟ้อง ดีเพิ่มขึ้น 1,559 ราย คิดเป็นร้อยละ +46.65 และกลุ่มสีเหลือง ดีเพิ่มขึ้น 102 ราย คิดเป็นร้อยละ +7.62 นับว่าเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง สะท้อนถึงการฟื้นตัวฐานะการเงินครูบางกลุ่ม ซึ่งเคยอยู่ในกลุ่มสีแดงมาก่อน และสามารถเลื่อนสถานะขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ยังได้มีการส่งเสริมวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องผ่าน e-learning หลักสูตร Money coach โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเรียนออนไลน์ทั้งสิ้น 135,513 ราย และผ่านการอบรมแล้ว 101,332 ราย

    นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า สพฐ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างต่อเนื่อง ตามที่พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวและสั่งการผู้ที่รับผิดชอบว่า “ข้าราชการบำนาญเป็นปูชนียบุคคล ผู้ที่ได้สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการมาตลอดชีวิตราชการ ควรได้รับการดูแลและช่วยเหลือ เพื่อให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งครอบครัว“ ขณะที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็น “จุดเน้นสำคัญ” พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง
    ฉะนั้น ขอให้ข้าราชการบำนาญเปิดใจและพร้อมปรับตัว เพื่อก้าวสู่แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ขณะที่สถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทำงานร่วมกัน เสริมสร้างความเข้มแข็ง และช่วยเหลือสมาชิก โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อน ส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ในระดับจังหวัดมีการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่และภายใต้กรอบกฎหมาย ที่ผ่านมามีการแก้ไขได้อย่างยั่งยืน
    “เมื่อได้รับการช่วยเหลือดูแลแบ่งเบาภาระของครู ทำให้ครูมีกำลังใจในการกล่อมเกลาบ่มเพาะเด็กให้มีคุณภาพ เป็นการเพิ่มคุณภาพให้แก่ผู้เรียน ในส่วนข้าราชการที่เกษียณแล้วเมื่อได้รับการช่วยเหลือเป็นการลดภาระหนี้สิน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอเป็นกำลังใจแด่ผู้ปฏิบัติ งานผู้เสียสละ รวมถึงข้าราชการบำนาญทุกคน ให้ก้าวข้ามปัญหาไปได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ตนเองและครอบครัวต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1303223&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XWfR7BIEDc5UCbg9ejkXP

  • มูลนิธิรพ.สวนดอก ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ลุยแจกของผู้ประสบภัยน้ำป่าทำบ้านพังยับ 12 หลัง

    มูลนิธิรพ.สวนดอก ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ลุยแจกของผู้ประสบภัยน้ำป่าทำบ้านพังยับ 12 หลัง

    6 กันยายน 2568 19:31 น. ทศพล บุญพัฒน์ ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 6 กันยายน 2568 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำคณะ มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก นำโดยคุณหมอกวาง และ ชมรมจิตอาสาแทนคุณแผ่นดิน โดยคุณเชาวลิต ศรีธเนศสกุล ประธานชมรมจิตอาสาแทนคุณแผ่นดินและคณะ ทหารพราน กรม ทพ.36 และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยคุณ ธนกฤต ได้นำสิ่งของเครื่องใช้เครื่องอุปโภค บริโภคจำนวนกว่า สองลำรถ ขึ้นไปบริจาค หมู่บ้าน ห้วยหมากลาง บ้านใหม่ห้วยหวาย อำเภอขุนยวม บ้านหนองเขียว อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ห่างไกลอยู่บนภูเขาการเดินทางยากลำบากต้องอาศัยรถโฟรว์วิวล์ ที่ได้รับผลกระทบจาก พายุ คาจิก เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งบางหมู่บ้าน บ้านเรือราษฎรได้ถูกน้ำป่าพัดหายไปทั้งหลังเช่นหมู่บ้านห้วยหมากลางจุดเกิดเหตุมีบ้านรวมกัน 17 หลังคาเรือ ถูกน้ำพัดพังเสียหายไม่สามารถจะอาศัยอยู่ได้จำนวนกว่า 12 หลังคาเรือน และ มีชาวบ้านเสียชีวิต1รายไม่สามารถหนีออกมาได้ทันและได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย 

     ทางด้านคุณหมอกวาง จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก กล่าวว่า ทางมูลนิธิได้รับสิ่งขอบริจาคมาก็เลยเดินทางมาร่วมบริจาคให้กับหมู่บ้านในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับผลกระทบจากพายุคาจิกิที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าใส่บ้านเรือราษฎรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลายหมู่บ้านอย่างน้อยก็ได้บรรเทาได้ในบางส่วน ส่วนใหญ่ก็ก็เป็นน้ำ รวมถึงที่นอน และเครื่องครัว อาหารกะป๋อง รวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็น หลายรายการ มามอบให้กับชาวบ้าน

     อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้ จำนวน 12 หลังคาเรือน อยากได้รับการช่วยเหลือสร้างบ้านให้ใหม่และไม่ขออยู่ที่เดิม ซึ่งขณะนี้ทางผู้ใหญ่บ้านกำลังเจรจากับทางป่าไม้เพื่อขอพื้นที่ในการสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ และในวันพรุ่งนี้ทางคณะก็จะไปชื้อข้าวสารอาหารแห้งไปบริจาคให้กับหมู่บ้าน ห้วยปูแกง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649529&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11rqnbIS51D1eZSqfci0mu

  • เปิดหน้าว่าที่รมต.เศรษฐกิจป้ายแดง “คลัง-กต.-พลังงาน” ดึงมืออาชีพร่วมครม.”อนุทิน 1″ จ่อทยอยเปิดเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    เปิดหน้าว่าที่รมต.เศรษฐกิจป้ายแดง “คลัง-กต.-พลังงาน” ดึงมืออาชีพร่วมครม.”อนุทิน 1″ จ่อทยอยเปิดเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี นำทีมโชว์ตัว 3 ว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงดื่มกาแฟทานเค้กส้ม ที่พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นั่งเก้าอี้รมว.ต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ว่าที่รมว.คลัง และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. (PTT) คาดว่าจะมานั่งรมว.พลังงาน โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมวงด้วย คาดว่าจะได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข

    พร้อมระบุว่า สัดส่วนรัฐมนตรีคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้ประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าเลือกจากคุณสมบัติ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อให้สามารถทำงานได้ทันทีหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

    นายอนุทิน ยืนยันว่าหน้าตาครม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็นครม. ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยัง ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล จะให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด โดยต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    ด้านนโยบายเร่งด่วน นายอนุทินระบุว่า ว่าที่รมว.คลังมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำโครงการ “คนละครึ่ง” มีโอกาสฟื้นหากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

    ขณะที่ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา นายสีหศักดิ์ ถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เชื่อว่าคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจน่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

    ในส่วนกระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ ส่วนจะเป็นร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจนก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พามาแสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    “รัฐบาลนี้จะทำงานเชิงรุก ไม่เสียเวลาเรียนรู้งาน เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก่อน และยืนยันว่าหน้าตาคณะรัฐมนตรีจะเป็นทีมมืออาชีพ ทำงานร่วมกันอย่างสมัครสมานสามัคคี เพื่อตอบโจทย์ประเทศและประชาชน ภายในกรอบเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา”

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527493&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tiT1QuO3WBv7tQirLmZnZ