Blog

  • กทม.-นนท์ ไม่ปล่อยผ่าน! เดินหน้าอาหารปลอดภัย ทั้งเฝ้าระวัง-แก้ปัญหาเต็มสูบ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    กทม.-นนท์ ไม่ปล่อยผ่าน! เดินหน้าอาหารปลอดภัย ทั้งเฝ้าระวัง-แก้ปัญหาเต็มสูบ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เรื่องเล่าจากพื้นที่ครั้งนี้พาไปติดตามภารกิจอาหารปลอดภัยในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี ตั้งแต่เวทีประชุมที่รวมหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายผู้บริโภค จนถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้า ตลาดสด และผู้ประกอบการ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ภารกิจนี้ไม่ได้จำกัดเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างระบบป้องกันเชิงรุกให้ประชาชนมั่นใจในสิทธิของตนเอง รวมถึงติดตามเคสร้องเรียนในกรุงเทพฯ ที่ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบการร้านอาหารจนส่งผลต่อสุขภาพ

    ย้ำความสำคัญของอาหารปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

    นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

    เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมมหาเจษฎาบดินทร์ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี คึกคักด้วยผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง ผู้แทนองค์กรผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาชนที่ตั้งใจมาร่วมแลกเปลี่ยน “เฝ้าระวังอาหารปลอดภัย” นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดงานด้วยการย้ำว่าการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี และเป็นหน้าที่ของทั้งภาครัฐและประชาชนในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ การส่งเสริมมาตรฐานอาหาร ตั้งแต่การผลิต แปรรูป ขนส่ง ไปจนถึงการจำหน่ายในตลาดและร้านอาหาร นอกจากมาตรการ “น้ำแข็งโอเค” ที่จังหวัดนำมาใช้ตรวจคุณภาพน้ำแข็งและมอบตรารับรองแก่ผู้ประกอบการแล้ว

    รองผู้ว่าฯ ยังกล่าวถึงการตรวจสอบโรงงานอาหารขนาดใหญ่ในจังหวัด เช่น โรงงานหมูปิ้ง ที่ถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญซึ่งกระจายสินค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียง เน้นย้ำว่าการกำกับดูแลแหล่งอาหารเชิงอุตสาหกรรมเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

    และยังกล่าวถึงความจำเป็นในการให้ความรู้แก่ภาคประชาชน เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารที่บริโภคได้ด้วยตนเอง พร้อมทิ้งท้ายว่า “การดูแลป้องกันควรเริ่มจากอาหารเป็นเรื่องแรก” โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรีซึ่งมีประชากรหนาแน่น และกว่า 20% ของประชากรเป็นผู้สูงอายุ กลุ่มนี้จึงต้องได้รับการคุ้มครองและเฝ้าระวังด้านอาหารที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

    เสียงจากสภาองค์กรผู้บริโภค ขับเคลื่อนกฎหมายและสิทธิ

    นางสาวสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค

    นางสาวสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงบทบาทของสภาผู้บริโภคที่ทำงานแตกต่างจาก สคบ. โดยสภาสามารถฟ้องคดีแทนผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ พร้อมเล่าถึงผลงานที่ผ่านมา เช่น การช่วยเหลือผู้บริโภคกว่า 280 คดี มูลค่าเยียวยากว่า 66 ล้านบาท รองเลขาธิการฯ ชี้ว่า ปัญหาผู้บริโภคอันดับต้น ๆ ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การซื้อสินค้าออนไลน์ แอปเงินกู้ และ SMS หลอกลวง พร้อมเผยโครงการใหม่ “เปิดกล่องก่อนจ่าย COD” ที่เริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2567 สะท้อนพลังการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย และแนวคิดที่จะผลักดันกฎหมายใหม่ เช่น กฎหมายอาหาร กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายเลมอนลอว์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองให้ทันต่อสถานการณ์

    ต่อจากนั้นเข้าสู่ช่วง เสวนาเข้มข้น จากเคมีในอาหารถึงตลาดเขียว กล่าวถึงบทบาทของสภาผู้บริโภคที่ทำงานแตกต่างจาก สคบ. โดยสภาสามารถฟ้องคดีแทนผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ พร้อมเล่าถึงผลงานที่ผ่านมา เช่น การช่วยเหลือผู้บริโภคกว่า 280 คดี มูลค่าเยียวยากว่า 66 ล้านบาท คุณพงศ์ธร จันทรัศมี หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนสมาชิกและองค์กรของผู้บริโภค ผู้ดำเนินการเสวนา และได้ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านสะท้อนประเด็นที่หลากหลายร่วมกัน

    • ด้านความปลอดภัยอาหาร นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ อนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เล่าถึงสถิติร้องเรียนอาหารที่พบบ่อย เช่น อาหารหมดอายุ อาหารไม่ตรงปก หรือปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอม พร้อมแนะระบบเฝ้าระวังเชิงรุกและการใช้ Thai-RASFS (ระบบแจ้งเตือนภัยอาหารแบบเปิด) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานอีกด้วย และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ได้ร่วมพูดคุยในงานเสวนา “ระบบอาหารปลอดภัย จากรัฐสภาไทยสู่ประชาชน” สามารถรับชมย้อนหลังได้ ที่นี่
    • ด้านการขับเคลื่อนท้องถิ่น นางสาววิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา เลขานุการ อบจ.นนทบุรี เสนอแนวคิดสร้างช่องทางออนไลน์ระดับจังหวัด เช่น ไลน์หรือเพจเฉพาะ เพื่อให้ผู้บริโภคแจ้งปัญหาได้ง่ายขึ้น พร้อมเล่าถึงบทบาทอบจ.ที่สนับสนุนเกษตรกรให้ผลิตอาหารปลอดภัย เช่น การช่วยเรื่องปุ๋ยอินทรีย์และตลาดจำหน่าย
    • เสียงจากสภานโยบายอาหาร คุณวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด สภานโยบายอาหาร จังหวัดนนทบุรี เสนอแนวทางยกระดับ “ตลาดเขียว” และเครือข่ายโรงเรียนอาหารสุขภาวะ โดยอ้างอิงโมเดลต่างประเทศ เช่น เมืองมิลานและอัมสเตอร์ดัม ที่เชื่อมโยงนโยบายอาหารกับการสร้างอาชีพและสุขภาพของประชาชน
    • นักวิชาการสาธารณสุข นางสุภัชญา ยศประกอบ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข ชี้ว่าการสื่อสารความเสี่ยงและปรับพฤติกรรมการกิน คือหัวใจของการป้องกัน เธอเตือนถึงการบริโภคหวาน มัน เค็ม เนื้อสัตว์ดิบ และการกินหมูกระทะในวัยรุ่น ซึ่งล้วนต้องอาศัยการรณรงค์และเครื่องมือสื่อสารใหม่ ๆ เช่น อินโฟกราฟิกที่เข้าถึงได้ง่าย
    • เสียงจากองค์กรผู้บริโภคในพื้นที่ นางจินตนา กวาวปัญญา ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคประชาชนจังหวัดนนทบุรี (องค์กรสมาชิกสภาผู้บริโภค ลำดับที่ 17) เล่าประสบการณ์รับร้องเรียนด้านอาหารที่สะท้อนปัญหาจริง เช่น อาหารปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอม อาหารหมดอายุใกล้วันหมดอายุ หรือการขายสินค้าลดราคาที่ไม่โปร่งใส ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคยังขาดความรู้เรื่องการเก็บหลักฐานร้องเรียน

    แลกเปลี่ยนอย่างมีพลัง เครือข่ายร่วมออกแบบกลไก

    ช่วงบ่าย เวทีแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานและตั้งใจ เครือข่ายองค์กรของผู้บริโภคร่วมกันออกแบบ “กลไกคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดนนทบุรี” ข้อเสนอที่เด่นชัด โดยมีหัวข้อประเด็นหลัก ๆ ดังนี้

    • สร้างเครือข่ายตลาดอาหารปลอดภัย
    • กำหนดมาตรฐานร้านอาหารรายย่อย
    • เพิ่มช่องทางร้องเรียนและการสื่อสารที่เข้าถึงง่าย
    • ส่งเสริมการปลูกและบริโภคผักปลอดสารในครัวเรือน

    งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ได้หยุดอยู่ที่การรับแจ้งเรื่องร้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปถึงการทำงานเชิงรุกในหลายด้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างเกราะคุ้มกันให้ผู้บริโภคอย่างรอบด้าน

    1. การลงพื้นที่สำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยงานประจำจังหวัดและเครือข่ายทำหน้าที่เสมือน “ด่านหน้า” ในการเฝ้าระวัง โดยมีการออกตรวจตลาด ร้านขายของชำ และสถานที่จำหน่ายอาหารในชุมชนเป็นประจำ จุดมุ่งหมายคือการตรวจสอบว่าสินค้าที่จำหน่ายยังคงคุณภาพ ไม่หมดอายุ ไม่เสื่อมสภาพ และแวดล้อมสถานที่สะอาดถูกสุขลักษณะ หากพบปัญหา เช่น น้ำดื่มที่ไม่มีเลข อย. ทั้งบนฉลากและในระบบการผลิต หน่วยงานจะไม่เพียงแต่บันทึกข้อเท็จจริง แต่ยังรวบรวมหลักฐานส่งต่อไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อประสานผู้ผลิตให้ดำเนินการแก้ไขโดยทันที กระบวนการนี้ไม่เพียงคุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังเป็นแรงกดดันเชิงบวกให้ผู้ประกอบการรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

    2. การให้ความรู้และการประชาสัมพันธ์ ภารกิจอีกด้านที่สำคัญไม่แพ้การตรวจสอบคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความรู้” ให้กับประชาชน หน่วยงานได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อแจ้งเตือนภัยในหลายรูปแบบ ตั้งแต่แผ่นพับ อินโฟกราฟิก ไปจนถึงการสื่อสารผ่านออนไลน์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีประชุมและอบรมในพื้นที่ เพื่อสอนเทคนิคพื้นฐานที่ช่วยป้องกันความเสี่ยง เช่น การอ่านฉลากสินค้า การตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ ตลอดจนการคิดให้รอบคอบก่อนเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่ผู้บริโภคจำนวนมากมักถูกเอาเปรียบ การให้ความรู้ในเชิงรุกเช่นนี้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถปกป้องตัวเองได้ในระดับครัวเรือนและชุมชน

    3. การรับเรื่องร้องเรียนและการไกล่เกลี่ย หัวใจสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคคือการเป็นที่พึ่งในยามเดือดร้อน หน่วยงานไม่เพียงเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคส่งเรื่องร้องเรียน แต่ยังดำเนินบทบาท “คนกลาง” ในการไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ร้องกับผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมและการเยียวยาที่เหมาะสมแก่ผู้เสียหาย การทำงานในลักษณะนี้ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการตระหนักและเพิ่มความระมัดระวังในการผลิตและจำหน่ายสินค้า เพราะทุกเคสการร้องเรียนคือบทเรียนที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคม

    ภารกิจดังกล่าวนี้ไม่ได้มีอยู่เพียงในเอกสารหรือเวทีประชุม แต่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และบางครั้งก็สะท้อนออกมาเป็นกรณีศึกษาที่สะเทือนใจ

    เมื่อเดือนมีนาคม 2568 มีผู้ร้องเรียนรายหนึ่งต้องเผชิญปัญหาสุขภาพจาก ละอองน้ำมัน ที่กระเด็นออกมาจากร้านอาหารฝั่งตรงข้ามบ้านทุกวันจนเกิดการสะสมในระยะยาว สภาพบ้านเต็มไปด้วยคราบเหนียวเกาะตามผนังและเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ผู้ร้องมีอาการเจ็บคอ หายใจไม่สะดวก และผื่นแพ้ผิวหนังรบกวนการใช้ชีวิต ความน่าเห็นใจคือ ผู้ร้องไม่กล้าแจ้งความด้วยตนเองเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวที่มีเพียงผู้สูงอายุอยู่ร่วมด้วย

    เพื่อยืนยันความเดือดร้อน ผู้ร้องจึงไปพบแพทย์ ตรวจสุขภาพ และได้รับ ใบรับรองแพทย์ ซึ่งกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบการร้องเรียนต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและหน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร สภาผู้บริโภค จากนั้นหน่วยงานจึงเข้ามาเป็นตัวกลาง ประสานทั้งร้านอาหารและสำนักงานเขต แม้จะพบอุปสรรคในขั้นตอนการติดต่อและการตอบสนอง แต่สุดท้ายสามารถผลักดันให้เกิดการนัดเจรจาไกล่เกลี่ย จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ร้านค้าดำเนินการปรับปล่องควันให้สูงขึ้น ลดการกระเด็นของละอองน้ำมันลงได้

    แม้กรณีนี้ยังคงต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ตอกย้ำให้เห็นว่า ภารกิจทั้งสามด้านของงานคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด หากแต่เป็นการทำงานจริงที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชน ผู้ร้องได้รับทั้งความยุติธรรมและโอกาสในการกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ทุกคนต้องกิน ต้องใช้ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น “ผู้บริโภค” ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ผู้บริโภคทั่วไป ผู้ขายรายย่อย ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ผลิต ล้วนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย คุณภาพ และสิทธิของผู้บริโภค เพราะสิ่งที่เรากินเข้าไปวันนี้มีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในวันข้างหน้า

    บทเรียนจากการตรวจสอบเชิงพื้นที่ ไปจนถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของผู้ร้องเรียน สะท้อนว่า “การคุ้มครองผู้บริโภค” ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่คือภารกิจที่ทำให้ประชาชนมีที่พึ่ง มีเสียง และมีความมั่นใจในสิทธิของตนเอง การที่หน่วยงานต่าง ๆ ลงมาร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ องค์กรภาคประชาชน หรือเครือข่ายท้องถิ่น จึงเปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันที่ช่วยสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยและความเป็นธรรม

    ท้ายที่สุด ผู้บริโภคทุกคนคือพลังสำคัญ ที่จะทำให้ระบบนี้ยั่งยืนได้ การรู้เท่าทันสิทธิของตนเอง การเลือกบริโภคอย่างรอบคอบ และการกล้าแจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ล้วนเป็นการร่วมสร้าง สังคมที่ยั่งยื่นสำหรับทุกคน

    หากผู้บริโภคพบปัญหาติดต่อร้องเรียนได้ที่
    สภาองค์กรของผู้บริโภค โทร. 1502
    หรือร้องเรียนออนไลน์ได้ที่ complaint.tcc.or.th

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/bkk-nonthaburi-foodsafe/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aZ7j1hDEPN4LWK48CkHca

  • นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร คนไม่ปลื้มเห็นแล้วผวา

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร คนไม่ปลื้มเห็นแล้วผวา

     
               นทท. ช็อก ! เจอหัวงูยักษ์โผล่กลางแม่น้ำ แหล่งเที่ยวชมธรรมชาติ เฉลยแล้วไอเดียใคร คนชี้สมจริงจนสะพรึง พบเป็นหินแม่น้ำโบราณ อายุกว่า 100 ล้านปี 

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร
    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

                เป็นประเด็นฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่อเหล่านักท่องเที่ยวที่ไปชมวิวธรรมชาติต่างช็อกเมื่อได้พบเห็น “หัวงูเหลือมทอง” โผล่มาจากกลางแม่น้ำ ภายในจุดท่องเที่ยวอวี้หวงโกว ของภูเขาซงซาน ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน หลังมีมือดีนำสีมาเพนท์ไว้บนก้อนหิน เป็นภาพที่ดึงดูดสายตาแต่ก็ทำให้ผู้คนหวาดผวาไปตาม ๆ กัน 

                จากรายงานของเว็บไซต์ ETtoday วันที่ 22 กันยายน 2568 พบว่า หินก้อนยักษ์รูปร่างประหลาดนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน โดยจากภาพที่มีคนถ่ายไว้ได้ พบว่าลวดลายที่อยู่บนหินก้อนนี้ มีทั้งตาที่คมกริบ เกล็ดงู รวมถึงลักษณะอื่น ๆ ที่มีความสมจริง ดูราวกับหัวงูยักษ์ที่โผล่ออกมาพ้นน้ำ สร้างภาพอันตราตรึง ดึงดูดทุกสายตา 

                แต่ในขณะที่นักท่องเที่ยวบางคนมองว่าหินดังกล่าว สร้างภาพที่เหนือจินตนาการแก่แหล่งท่องเที่ยวนี้ แต่คนส่วนใหญ่กลับรู้สึกไม่สบายใจนัก มองว่าน่ากลัวมากกว่าจะดูสวยงาม 

                กระทั่งวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา มีคนผ่านไปพบว่าหินเจ้าปัญหาก้อนนี้ ถูกคนนำวัสดุสีเขียวมาคลุมทับเพื่อบดบังสายตาไว้แล้ว ซึ่งก็ทำให้เกิดการแสดงความเห็นที่หลากหลาย โดยมีทั้งคนที่เชื่อว่าการคลุมหินงูเหลือมยักษ์ไว้ จะช่วยลดความน่าสะพรึงกลัวได้ ขณะที่บางส่วนมองว่าไม่เห็นจำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ 
     

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร
    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

                ต่อมาวันที่ 20 กันยายน เจ้าหน้าที่ประจำแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วหินงูก้อนดังกล่าวเป็นหินโบราณ อายุกว่า 100 ล้านปี เดิมอยู่ที่ก้นแม่น้ำ การทาสีดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญตามที่ได้รับมอบหมายจากแหล่งท่องเที่ยว แต่เนื่องจากได้รับคำร้องเรียนเข้ามาจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ว่าแม้หินรูปงูจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็ทำให้ตกใจกลัวได้ง่าย ๆ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหาอะไรมาปิดลวดลายของหินไว้ก่อนชั่วคราว และจะพิจารณาทาสีเป็นลวดลายอื่นในภายหลัง 

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร

    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

    นทท. เจอหัวงูยักษ์โผล่พ้นน้ำ ภูเขาจีน เฉลยแล้วไอเดียใคร

    ภาพจาก Douyin 掌上驻马店

    ขอบคุณข้อมูลจาก ETtoday 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13K7Kq8jD7IMYE-Ug1upQ6

  • G

    G

    GO HOTEL โรงแรมภายใต้การบริหารในเครือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนแสนสบาย บนทำเลที่เดินทางสะดวก พร้อมราคาและโปรโมชั่นสุดคุ้มที่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือติดต่อธุรกิจ ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนแบบพรีเมียมในราคาสุดคุ้มและทริปท่องเที่ยวสุดประทับใจกับแพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร” ณ GO HOTEL ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี เมื่อจองห้องพักแถมทริปดำน้ำฟรี ดำน้ำที่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี พร้อมถ่ายรูปใต้น้ำฟรี เมื่อจองตรงผ่าน Line Official เท่านั้น

    GO HOTEL ร่วมกับ AIS, Metro Mall และกลุ่ม ปตท. blueplus+ ชวนออกทริปดำน้ำตื้นชมปะการัง กับแพ็กเกจสุดคุ้ม

    GO HOTEL ทั้ง 4 สาขา ประสบการณ์พักผ่อนแบบพรีเมียมในราคาสุดคุ้ม สามารถเดินทางสะดวกด้วยทำเลที่ตั้งในโซนใจกลางเมืองและอยู่ใกล้ศูนย์การค้า ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก โดยมีห้องพัก 2 รูปแบบคือ GO! Double มาพร้อมเตียงคิงไซส์ และ GO! Twin ห้องเตียงคู่และพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง ทั้ง CO-Working Space และห้องประชุมส่วนตัว อีกทั้งยังยินดีต้อนรับเพื่อนรักสี่ขา ด้วยห้องพักแบบ Pet Friendly!

    สำหรับแพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร” GO HOTEL ทั้ง 4 สาขาภาคตะวันออกจัดขึ้นภายใต้โครงการ GO Local Eat Local ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหารชุมชน เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจและไม่ซ้ำใคร ทั้งพักผ่อนในโรงแรมคุณภาพ สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม และร่วมค้นพบความงามของธรรมชาติในท้องทะเลไทย กับกิจกรรมดำน้ำตื้นชมปะการังและฝูงปลาหลากสีสัน ณ หาดแสมสาร จังหวัดชลบุรี

    แพ็กเกจ “พักผ่อนสบาย ทริปดำน้ำฟรี! ที่แสมสาร”

    เมื่อจองห้องพักระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568 รับฟรี! แพ็กเกจทริปดำน้ำที่แสมสาร จังหวัดชลบุรี พร้อมถ่ายรูปใต้น้ำฟรี ให้คุณเพลิดเพลินกับการดำน้ำชมปะการัง ถ่ายรูปฝูงปลาที่เกาะจาน ถ่ายรูปปลานีโม่ที่เกาะหินหมู พร้อมเดินเล่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะแรด

    1 สิทธิ์ / 1 การจอง (ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ทริปดำน้ำเพิ่มได้ในราคาท่านละ 690 บาท)

    โปรโมชั่นราคาพิเศษ!!

    สาขา สำหรับลูกค้าทั่วไป สำหรับลูกค้า AIS สำหรับลูกค้า blueplus+
    (ใช้เอไอเอส พอยท์ 1 คะแนนแลก) (ใช้คะแนนบลูพลัส 1 คะแนนแลก)
    โก โฮเทล บ่อวิน ราคา 1,250 บาท ราคา 1,050 บาท ราคา 1,050 บาท
    โก โฮเทล บ้านฉาง ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท
    โก โฮเทล ศรีราชา ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท
    โก โฮเทล ชลบุรี ราคา 1,050 บาท ราคา 899 บาท ราคา 899 บาท

    สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน

    เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จองห้องพักรับแพ็กเกจทริปดำน้ำที่แสมสาร พร้อมรับเครดิตเงินคืน 5%* โดยไม่ต้องแลกคะแนน และ รับคะแนนเดอะวันสูงสุด x4

    (*จำกัดรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 250 บาทต่อเซลส์สลิป และสูงสุด 1,000 บาทต่อหมายเลขบัญชีบัตรหลัก ตลอดรายการ, เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทบัตรเครดิตกำหนด)

    รีบจองก่อนเต็ม แล้วไปดำน้ำชมโลกใต้น้ำกัน!

    เงื่อนไขการเข้าพักและการจอง

    • จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมเท่านั้น
    • ระยะเวลาการจองและการเข้าพัก : วันที่ 19 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568
    • เงื่อนไขการจอง : LINE: @gohotel ผ่านแชตกับแอดมินเท่านั้น!
    • โทรศัพท์ : 02 018 8656
    • หลังจากลูกค้าทำการจองห้องพักเสร็จสิ้น ทางโรงแรมจะส่ง E-Voucher ทริปดำน้ำแสมสาร มูลค่า 690 บาท ทาง e-mail ที่ลูกค้าแจ้งไว้ โดยลูกค้าจะต้องแจ้งการจองใช้สิทธิ์ดำน้ำล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ที่โทรศัพท์ 099-426-2259 (Summer Tour)
    • ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม ได้ที่ Website: https://letzzzgo.co/

    เงื่อนไขรอบเรือและการจองกับ Summer Tour

    • รอบเรือให้บริการเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 15.00 – 18.00 น.
    • ทำการจองผ่านทาง LINE ที่หมายเลข 099-426-2259 ติดต่อ คุณเนส – พิพัฒน์ ยอดชมภู
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 099-426-2259 (คุณเนส)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/if014jsbqg0xbprdfsmje0cc66399uts&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2weDDqhEfP8EH38t_QFxm4

  • CENTEL อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น ดันรายได้ช่วงไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CENTEL อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น ดันรายได้ช่วงไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – CENTEL หรือ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา โดย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โรงแรมมัลดีฟส์ คาดได้แรงหนุนจาก High Season ใน Q4/68 และธุรกิจร้านอาหารในไทย (สัดส่วน52% ของรายได้ใน 1H68) มีโอกาสได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล Valuation ไม่แพง เทรดต่ำกว่า -0.5SD ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 34 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/22/579785/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e41H0MtatF2RV37o7LoWL

  • เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เพลิดเพลินกับคืนพิเศษในห้องสวีทที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท

    ขยายเวลาการเข้าพัก และให้เวลาตัวเองได้ผ่อนคลายมากขึ้น กับข้อเสนอ “Stay a Little Longer” จอง 3 คืน จ่ายเพียง 2 คืน ข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้คุณได้รับคืนเข้าพักเพิ่มอีกหนึ่งคืน ให้คุณได้พักผ่อน สำรวจ และสนุกกับทุกสิ่ง ที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิทมอบให้ ตั้งแต่ ห้องสวีทกว้างขวางมาพร้อมครัวอุปกรณ์ครบครัน เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในห้อง และพื้นที่นั่งเล่นที่สะดวกสบาย เหมาะทั้งทำงานและพักผ่อน

    สิทธิประโยชน์ระหว่างการเข้าพัก

    • อาหารเช้าฟรีสำหรับ 2 ท่านต่อวัน
    • เข้าใช้บริการออนเซ็นญี่ปุ่น ซาวน่า และสระว่ายน้ำ
    • กาแฟและชาฟรีที่ The Den
    • ฟรี Wi-Fi ความเร็วสูง
    • Social Night สำหรับแขกทุกท่าน ทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ เวลา 17:30-18:30 น.

    ระยะเวลาการจอง: วันนี้ – 30 กันยายน 2568

    ระยะเวลาการเข้าพัก: วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568

    จองตอนนี้และรับคืนพิเศษ พร้อมสะสมคะแนน IHG One Rewards ที่เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์และรางวัลพิเศษสำหรับสมาชิกของเรา

    สอบถามข้อมูลหรือสำรองห้องพัก โทร: +66 (0)2 779 8999 อีเมล: [email protected] เว็บไซต์: https://bit.ly/bkkpp-SuiteDeal


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12749464&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2T0x17k692pOGHL3fKQh5T

  • ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    ภูมิภาค

    ภูกระดึงเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 2569 ปลายฝนต้นหนาว 1 ต.ค. นี้

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง  กล่าวว่า ก่อนเปิดภูกระดึงทางอุทยานฯได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และปรับปรุงที่พัก ร้านอาหาร หลังปิดมากว่า 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้กลับฟื้นฟู ทุ่งหญ้า ป่าไม้กลับมาเขียวขจี รอรับนักท่องเที่ยวเปิดให้พักในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ทางอุทยานฯ ได้ปรับปรุงร้านค้าบนอุทยานฯภูกระดึงให้มีสภาพเรียบร้อย เป็นระเบียบ กลมกลืนกับธรรมชาติ และสะอาดถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว
        
    นายภูวนัย กล่าวต่ออีกว่า ในขณะนี้เราได้เตรียมความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งมีการซักซ้อมการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ และได้มีการประชุมผู้ประกอบร้านค้าที่มีจำนวน 100 กว่าคน เพื่อให้เขาได้จัดเตรียมของ ทางเราจะเน้นในเรื่องให้นักท่องเที่ยวช่วยรักษาความสะอาด และให้นักท่องเที่ยวได้เข้าโครงการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และการนำถุงพลาสติกเข้ามา เราก็จะมีถุงผ้าให้เปลี่ยน เราก็ยังมีนำขยะลงมาจากยอดภูและมีใบประกาศให้เช่นเดิมเหมือนทุกปี   

    ทางอุทยานฯมีมาตรการในการปฏิบัติงาน และมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการแพทย์ฉุกเฉิน โครงการของหายได้คืน lost and found  โดยในปีที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้จัดทำกิจกรรมดีๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นการส่งของที่ตกหล่น/หล่นหายในระหว่างเส้นทางท่องเที่ยว และในบริเวณต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คืนให้แก่เจ้าของ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีและได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจอุทยานแห่งชาติภูกระดึง – Phu Kradueng National Park หรือ โทร. 042-810833, 042-810834
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447300&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YNoOPEsNHLZqJErQ-Yq3Y

  • ยกระดับสตรีทฟู้ดไทย! การแข่งขันเฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ในปฐพี

    ยกระดับสตรีทฟู้ดไทย! การแข่งขันเฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ในปฐพี

    ททท. สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร จับมือจัดการแข่งขัน “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” เฟ้นหา “ข้าวแกง” อันดับ 1 ของแผ่นดินไทย!

    “ข้าวแกง” เมนูใกล้ตัวที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยแบบแยกไม่ออก วันที่ไม่รู้จะกินอะไร ร้านข้าวแกงอาจเป็นคำตอบ ด้วยความง่ายในการตามหา เพราะมีอยู่แทบทุกซอยหรือหัวมุมถนน ตัวเลือกที่หลากหลายเป็นสิบเป็นร้อยอย่าง สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจ และราคาที่จับต้องได้ ในยุคนี้ข้าวแกงราด 1 อย่างราคา 20-30 บาทยังคงมีให้เห็นอยู่ ทำให้เราสามารถอิ่มท้องได้แบบสบายกระเป๋า

    ในขณะเดียวกัน ข้าวแกงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย และควรค่าอย่างยิ่งแต่การส่งเสริมให้ไปสู่สายตาชาวโลก

    ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร จึงจัดการแข่งขัน “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” ขึ้น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดข้าวแกงอันดับ 1 ในปฐพี

    จึงขอเชิญชวนร้านข้าวแกงทั่วไทย มาร่วมประกวด “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” (Thai Curry Rice Championship 2025) ชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรับการอัดฉีดร้านค้าเต็มพิกัดจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารยอดนิยม อาทิ LineMan, Grab และ Robinhood

    ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 ต.ค. 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้

    รางวัล

    • รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทย
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 4 เงินรางวัล 10,000 บาท
    • รองชนะเลิศทุกอันดับได้รับโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทย
    • รางวัลพิเศษจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ต่าง ๆ

    การแข่งขันจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17 – 19 ต.ค. 2568 ณ ศูนย์การค้า Phoenix ประตูน้ำ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร

    โจทย์

    เมนูที่เปิดให้ส่งเข้าประกวด มีจำนวน 5 เมนู โดยเปิดรับสมัครและประชาสัมพันธ์ในช่องทาง Facebook : สมาคมภัตตาคารไทย และ Facebook : Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship 2025 ได้แก่

    1. แกงเขียวหวานไก่
    2. ต้มข่าไก่
    3. พะแนงเนื้อ
    4. ไข่พะโล้
    5. น้ำพริกกะปิ

    โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็นรอบคัดเลือก จาก 30 ทีมเหลือ 12 ทีม และรอบชิงชนะเลิศ

    ในรอบคัดเลือก ระยะเวลาการแข่งขัน 30 นาที จัดเตรียมอาหาร 5 อย่าง ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ ต้มข่าไก่ พะแนงเนื้อ ไข่พะโล้ และน้ำพริกกะปิ

    ส่วนรอบชิงชนะเลิศ ร้านค้านำวัตถุดิบมาประกอบอาหาร โดยทั้งหมดต้องมาเตรียมและปรุงที่งานเท่านั้น จำนวน 6 เมนู ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ และน้ำพริกกะปิ โดยเมนูที่ 4-6 ให้ร้านคิดสร้างสรรค์ โดยต้องเป็นเมนูที่เข้ากันได้กับอาหารที่จัดไว้ 3 เมนู

    ร้านข้าวแกงที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดกติกาเพิ่มเติมและลงสมัครได้ ที่นี่

    ตั้งตารอไม่ไหวแล้วว่า ร้านข้าวแกงเจ้าใด จะคว้ารางวัล “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทยสู่สากล” มาครอง และเป็นสุดยอดข้าวแกงอันดับ 1 ของแผ่นดินไทย!

    RELATED

    TOP สังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/257535/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w89EcgC1PwWkpuLY8Eyuc

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 475.16 จุด หุ้นไอทีดิ่งหนักหลังสหรัฐฯ ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 475.16 จุด หุ้นไอทีดิ่งหนักหลังสหรัฐฯ ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.ย. 68)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดลบในวันนี้ (22 ก.ย.) โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มไอทีที่ดิ่งหนัก หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าทำงานประเภท H-1B เป็น 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากวีซ่าประเภทนี้ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 82,151.07 จุด ลดลง 475.16 จุด หรือ -0.58%

    หุ้น 11 จาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มไอทีที่ร่วงหนักสุด 3.1% ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางเปิดตลาดแทบไม่ขยับ

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมที่บริษัทต่าง ๆ ต้องจ่ายเพื่อสนับสนุนผู้สมัครวีซ่า H-1B จากเดิมหลักพันดอลลาร์เป็น 100,000 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันการใช้โครงการนี้แทนที่แรงงานอเมริกัน และเพื่อคัดเลือกเฉพาะบุคลากรทักษะสูงที่มีความจำเป็นจริง ๆ

    ทั้งนี้ ข้อมูลในปีที่แล้วชี้ว่า ผู้ที่ได้รับวีซ่าประเภทนี้ถึง 71% เป็นชาวอินเดีย

    ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไอทีของอินเดียซึ่งมีมูลค่ามหาศาลถึง 2.83 แสนล้านดอลลาร์ พึ่งพารายได้จากสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 57% ของรายได้ทั้งหมด บริษัทเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากโครงการวีซ่าทำงานและการจ้างงานเอาท์ซอร์สด้านซอฟต์แวร์และบริการธุรกิจจากสหรัฐฯ มาโดยตลอด

    บริษัทหลักทรัพย์ Jefferies วิเคราะห์ว่า บริษัทไอทีต่าง ๆ ในอินเดียน่าจะหาทางเลิกพึ่งพาวีซ่า H-1B มากขึ้น เพราะค่าธรรมเนียมใหม่ที่สูงถึง 100,000 ดอลลาร์ อาจทำให้กำไรที่ควรจะได้รับจากพนักงานหนึ่งคนตลอดระยะเวลา 5-6 ปี หดหายไปหมด

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR8L0IQ9RK6WWW0QL5QVWWVCO11FBZ9J&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3elsXcUjZNL0ZQKKBtdoY0

  • ททท.ตราด – เวลเนสจังหวัด ประกาศทิศทางหนุนท่องเที่ยว

    ททท.ตราด – เวลเนสจังหวัด ประกาศทิศทางหนุนท่องเที่ยว

    ททท.ตราด – เวลเนสจังหวัด ประกาศทิศทางหนุนท่องเที่ยว

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า ในฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ในปี 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ได้หารือกับสมาคมเวลเนสจังหวัดตราด เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวแบบหรูหราที่เน้นศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตราดที่มีโดดเด่นใน 5 ประเด็นหลัก โดยมุ่งเน้นในเรื่องความมีความสวยงามทางธรรมชาติของทะเล หมู่เกาะ ที่เป็นแบบหรูหราหรือ LUXURYของธรรมชาติในจังหวัดตราดและหมู่เกาะ ที่ทะเลสวยงาม และสงบ ซึ่งเป็นความโดดเด่นแรกที่ ททท.ตราด และสมาคมเวลเนสจังหวัดตราดต้องการชูขึ้นมาขาย หรือในความโดดเด่นประการที่ 2 คือ อาหารของจังหวัดตราดที่มีความสดและใหม่พร้อมจับโดยชาวประมงพื้นบ้านที่ไม่มีการใส่สารกันเน่าเสีย ซึ่งกินตามฤดูกาล หรือ “กินตามลม”ซึ่งปลาหลายชนิด คือ ปลาย่ำสวาท ที่จะต้องกินในฤดูของเขา เพราะจะมีรสชาติที่อร่อยมีประโยชน์ต่อสุขภาพและปลาชนิดนี้เป็นปลาที่หายากแบบที่เรียกว่า Wellness Food หรือ LUXURY DISHES ความโดดเด่นประการที่ 3 คือ กิจกรรม ท่องเที่ยว ที่โดดเด่นเฉพาะตัวที่หากยากในแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ หรือมีเฉพาะที่จังหวัดตราด อย่างกิจกรรม Marinetime travel การดำน้ำปะการังที่มีความสมบูรณ์ติด 1 ใน 5 ของประเทศ หรือการดำน้ำลึกแบบ diving เรือช้างที่นักดำน้ำทั่วโลกต้องการมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต หรือ ท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลตราดที่มีน้ำทะเลสวยใสดั่งมรกต ชายหาดสะอาด สวยงาม ทรายละเอียด รวมทั้งกิจกรรม wellness :nature therapy เช่น อาบป่า อาบทะเล หรือ Forest bathingที่มีในเกาะช้าง และเกาะกูด

    ขณะเดียวกันทาง ททท.สำนักงานตราด เพิ่มท่องเที่ยวชุมชนบนฝั่งเพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวตราดทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งการท่องเที่ยวเชื่อมโยง เพื่อให้ เพิ่มวันเที่ยวในตัวเมืองจังหวัดตราด อาทิ ชุมชนตราด และชุมชนจันทบุรี ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวว่า มั่นใจว่าทิศทางการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในปี 2569 จะสร้างความประทับใจและสร้างเสริมสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาสัมผัสและเห็นผลต่อสุขภาพ ซึ่งสมาคมเวลเนสจังหวัดตราดได้รับการยอมรับและมี 9 ชุมชนที่ได้รับรางวัลจาก ประจำปีงบประมาณ 2568 ให้เป็นชุมชนเวลเนส ของจังหวัดตราดที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเร็วๆนี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915769&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1caVz2QNMo5VAF2DuHDfCL

  • ให้อำนาจทหารตัดสินใจ รัฐบาลพร้อมหนุนเต็มที่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ให้อำนาจทหารตัดสินใจ รัฐบาลพร้อมหนุนเต็มที่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109374&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qGWbyru2tK22-jN6xQnxc