Blog

  • สีหนุลุกฮือ! แก๊งคนเทาโหดบุกสำนักงานจีน หลังไม่พอใจนายจ้าง

    สีหนุลุกฮือ! แก๊งคนเทาโหดบุกสำนักงานจีน หลังไม่พอใจนายจ้าง

    เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มังกร ซ่อนตัว ได้ออกมาโพสต์คลิปเดือดที่สีหนุวิลล์ เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจของชาวจีนในกัมพูชา โดยระบุข้อความว่า

    เมืองสีหนุเดือด!! แก๊งคนเทาลุกฮือทุบทำลายอาคาร

    เหตุปะทะชาวจีน-ชาวมุสลิม (จากประเทศอื่นในเอเชีย) ในสีหนุวิลล์ สะเทือนภาพ ไชน่าทาวน์กัมพูชา

    เมื่อคืนวันที่ 4 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 5 ตุลาคม 2025 เกิดเหตุความไม่สงบครั้งใหญ่ในจังหวัดสีหนุวิลล์ (Sihanoukville) เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจของชาวจีนในกัมพูชา วิดีโอที่เผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ทอน ลอง (Thorn Long) แสดงภาพกลุ่มชาวต่างชาติจำนวนมากก่อความวุ่นวายและทำลายทรัพย์สินภายในสำนักงานบริษัทที่บริหารโดยชาวจีน ในย่านไชน่าทาวน์ เขต 4 เมืองสีหนุวิลล์

    แหล่งข่าวระบุว่า เหตุการณ์เริ่มจากการชุมนุมประท้วงของกลุ่มชาวมุสลิม ซึ่งอ้างว่าถูกชาวจีนในพื้นที่ดูหมิ่นและเลือกปฏิบัติ จนเกิดการปะทะและทำลายทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องเรียกกำลังตำรวจเข้าระงับ ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสงบ

    ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมกัมพูชา เนื่องจากสีหนุวิลล์ถือเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจจีน ที่มีความขัดแย้งระหว่างคนท้องถิ่นกับกลุ่มทุนจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/world/29124&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qn_hUWfRJZ7mHPP_2mIPv

  • “รมว.สุชาติ” ร่วมหารือภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ เร่งสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ

    “รมว.สุชาติ” ร่วมหารือภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ เร่งสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ

    “รมว.สุชาติ” ร่วมหารือภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ เร่งสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ


    6/10/2568 | 132 |

    วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาใหญ่และกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ นำโดย คุณพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา หารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ ธุรกิจเอกชนด้านการท่องเที่ยว และกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่เขาใหญ่ รวมถึงการจัดระบบสวัสดิการและการเยียวยาให้กับจิตอาสาที่เข้ามาช่วยปฏิบัติงานและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเพียงพอและรวดเร็ว และการเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่เขาใหญ่ให้มีความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อพบสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ลิง กระทิง หมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยวเองและสัตว์ป่า

    นายสุชาติ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกัน ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำข้อห่วงกังวลจากกลุ่มเครือข่ายทั้งจากภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่ ไปกำหนดเป็นแนวทางร่วมกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ที่ได้มีการปรับปรุงพัฒนามาแล้วในระดับหนึ่งให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ในส่วนของจิตอาสาที่เข้าช่วยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยผลักดันช้างกลับเข้าพื้นที่ป่า หรือการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐในด้านต่าง ๆ ก็ได้ให้ทางกรมอุทยานฯ รวมถึงทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พิจารณาระเบียบกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มาพัฒนาปรับปรุงเป็นแนวทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าในระดับพื้นที่ อาศัยเพียงเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแต่ละพื้นที่จะเป็นส่วนช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสัตว์ป่าเกิดผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/429366&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GA83l2IXPQbpOCinySstF

  • ตลท.รับหุ้น ONSENS เริ่มเทรดวันแรก 7 ต.ค.ด้วยมาร์เก็ตแคป 615 ลบ. : อินโฟเควสท์

    ตลท.รับหุ้น ONSENS เริ่มเทรดวันแรก 7 ต.ค.ด้วยมาร์เก็ตแคป 615 ลบ. : อินโฟเควสท์

    นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับ บมจ. ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มบริการ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ONSENS” ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เพื่อใช้ประโยชน์จากการระดมทุนในการขยายธุรกิจลงทุนในโครงการ Social Wellness Space ตอบรับนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของภาครัฐเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพและการท่องเที่ยวระดับโลก

    ONSENS ประกอบธุรกิจให้บริการออนเซ็นและสปาเพื่อสุขภาพ ภายใต้ 2 แบรนด์ ได้แก่ “ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา” (Yunomori) และ “คลาย สปา” (KLAI) โดยแบรนด์ Yunomori ถือเป็นผู้ให้บริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้วยประเภทบ่อออนเซ็นที่มีความหลากหลาย ภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการด้านความสะอาดและระบบการหมุนเวียนน้ำที่มีประสิทธิภาพ และให้บริการโดยพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมด้านเทคนิคและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา แบ่งเป็น ในประเทศไทย 3 สาขา ได้แก่ สุขุมวิท 26, สาทร 10 และพัทยา และในประเทศสิงคโปร์ 1 สาขา สำหรับแบรนด์ KLAI มุ่งเน้นให้บริการนวดเพื่อสุขภาพด้วยศาสตร์การนวดแผนไทยโบราณ เปิดให้บริการสาขาแรกซึ่งเป็นสาขา Flagship Store ที่เยาวราชเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

    นอกจากธุรกิจหลักแล้ว ONSENS ยังต่อยอดไปยังธุรกิจอื่น ประกอบด้วย 1) ธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ชื่อร้าน “Happy Rice” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด ตั้งอยู่ในสาขาของ Yunomori ทุกสาขา และ 2) ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ประเภทของใช้ในชีวิตประจำวันที่ออกแบบร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์สวยงามและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ชุดยูกาตะ ผ้าพันคอ ร่ม แก้วกาแฟ เป็นต้น

    นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่หุ้น ONSENS จะได้เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเชื่อมั่นว่าจะสนับสนุนให้ ONSENS ก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจ Wellness & Spa แบบครบวงจร (Holistic Wellness) เพื่อรองรับเมกะเทรนด์ด้านการดูแลสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกระแสผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น การระดมทุนในครั้งนี้ จึงเป็นการเสริมความแข็งแรงด้านเงินทุนให้บริษัท ใช้สำหรับลงทุนในโครงการ Social Wellness Space สาขาทองหล่อ ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับให้บริการออนเซ็นและสปาและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมกับสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

    ONSENS มีทุนชำระแล้วหลัง IPO 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวน 80 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์และนักลงทุนสถาบัน ผู้มีอุปการคุณของบริษัท พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย และบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ในราคาหุ้นละ 2.05 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 164 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 615 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 29.21 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (Fully Diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.07 บาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

    ONSENS มีผู้ถือหุ้น 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1) กลุ่มนายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ถือหุ้น 23.05% 2) นายไตรรัตน์

    ธนารุ่งโรจน์ ถือหุ้น 13.43% และ 3) นายวรเวช ไตรกิศยเวช ถือหุ้น 10.72% โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เพื่อประโยชน์ของกิจการและผู้ถือหุ้นเป็นหลัก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR950IQ4P1DGDKBC60DKXW6YLFSA2NHL&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZSD6sAWiaM7Pu0Xhr3Wpa

  • รมช.ศึกษา เยือนรร.สระบุรีวิทยาคม มอบนโนบาย หารือรับฟังปัญหา | เดลินิวส์

    รมช.ศึกษา เยือนรร.สระบุรีวิทยาคม มอบนโนบาย หารือรับฟังปัญหา | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5176860/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PAIHkBaPjumu0hj0OAgLo

  • วิธีตรวจสอบเงินเพิ่ม 1,700 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน

    วิธีตรวจสอบเงินเพิ่ม 1,700 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน

    วิธีตรวจสอบเงินเพิ่ม 1,700 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รับเงินเพิ่มอีก 1,700 บาทต่อคน รวม 2 เดือน

    จากกรณีที่ประชุม ครม. เห็นชอบเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2568 ด้วยการแจกเงิน 1,700 บาท ให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.4 ล้านคน เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

    ระยะเวลาการโอนเงิน 1,700 บาท

    2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 68

    วิธีแจกเงิน 1,700 บาท เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ช่วยเหลือผู้มีบัตรฯ ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

    ผู้มีบัตรฯ จะได้รับวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 850 บาทต่อคนต่อเดือน (โดยเพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับเดิมจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน) รวม 2 เดือน (เดือนพ.ย.-ธ.ค. 68)(กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใดจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป)รวมทั้งสิ้น 1,700 บาทต่อคน

    วิธีตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงิน 1,700 บาท

    checktn

    1. คลิกเข้าไปที่ https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/home
    2. คลิกไปที่ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม
    3. กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก
    4. คลิก ตรวจสอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943736/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VbII3B2MHT-k6kqhQVfpI

  • Gen Z โมร็อกโก ประท้วงรัฐบาลสัปดาห์ที่ 2 เรียกร้องปฎิรูปการศึกษา |ทันโลก EXPRESS | 6 ต.ค. 68

    Gen Z โมร็อกโก ประท้วงรัฐบาลสัปดาห์ที่ 2 เรียกร้องปฎิรูปการศึกษา |ทันโลก EXPRESS | 6 ต.ค. 68

    กลุ่มผู้ประท้วง Gen Z ในโมร็อกโก เดินหน้าประท้วงอย่างต่อหน้าเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาและการสาธารณสุข รวมไปถึง การต่อต้านการคอร์รัปชั่นด้วย โดยพวกเขารวมตัวผ่านกลุ่มในแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีสมาชิกมากกว่า 180,000 คน
    #GenZ #โมร็อกโก #คอร์รัปชั่น #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันโลกEXPRESS
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/202425&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MMOa1dRMqgKd1ZqNnMIrZ

  • อุกอาจกลางเมือง สุไหงโก-ลก คนร้าย 8 คนบุก ปล้นร้านทอง ในบิ๊กซี ยิงเจ้าหน้าที่เจ็บ 1 ราย ก่อนวางตะปูเรือใบ-วัตถุต้องสงสัยขวางทางหลบหนี

    อุกอาจกลางเมือง สุไหงโก-ลก คนร้าย 8 คนบุก ปล้นร้านทอง ในบิ๊กซี ยิงเจ้าหน้าที่เจ็บ 1 ราย ก่อนวางตะปูเรือใบ-วัตถุต้องสงสัยขวางทางหลบหนี

    วานนี้ (5 ตุลาคม) เมื่อเวลา 18.30 น. เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 8 คน พร้อมอาวุธครบมือ บุกปล้นร้านทองภายใน ห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยระหว่างเกิดเหตุมีการ ยิงปะทะกับกำลังพลชุดเฉพาะกิจ รพศ.408 ส่งผลให้ ส.อ. บุริศวร์ ระดาชัย ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน

    หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายได้ กวาดทองรูปพรรณภายในร้านไปทั้งหมด ก่อนจะจี้ รปภ.ของห้าง และยึด วิทยุสื่อสาร เพื่อใช้ระหว่างการหลบหนี จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นรถกระบะออกจากพื้นที่ พร้อม วางตะปูเรือใบและวัตถุต้องสงสัย บริเวณ ยูเทิร์นหน้าห้างบิ๊กซี และ แยกอรกานต์ เพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่

    เจ้าหน้าที่ได้เร่ง นำกำลังพลที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ขณะที่ประชาชนและพนักงานจำนวนมากยังคง ติดอยู่ภายในห้าง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทำการ ปิดเส้นทางโดยรอบและตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เพื่อความปลอดภัย

    ฝ่ายความมั่นคงได้ประกาศ ปิดพื้นที่โดยรอบห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก ชั่วคราว ระหว่างดำเนินการเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยและตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังเร่ง ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด

    อ้างอิง:

    • สวท.สุไหงโก-ลก

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/gold-robbery-su-ngai-kolok/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2p0yc1_CTmbjG7zn_Knbi5

  • “ยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีวันที่ฉันรู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย” ROSÉ เปิดใจถึงการเติบโตในฐานะศิลปิน

    “ยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีวันที่ฉันรู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย” ROSÉ เปิดใจถึงการเติบโตในฐานะศิลปิน

    ศิลปินหญิงขวัญใจแฟนๆ อย่าง ROSÉ เพิ่งขึ้นปก The Hollywood Reporter พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเติบโต ความเปราะบาง การทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว ความกดดันที่ต้องเจอ ตลอดจนการสร้างผลงานที่มีความเป็นตัวเองและซื่อสัตย์กับตัวเอง

    ROSÉ เปิดใจว่า การเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมาสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องง่าย ในตอนที่เธอเป็นเด็กฝึก เธอคิดว่าตัวเองมีความมั่นใจและรู้สึกมีไฟมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอแทบไม่มีเวลาให้กับการทำผิดพลาดด้วยซ้ำไป เพราะเธอต้องเผชิญหน้ากับความกดดันและพยายามทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เธอพยายามที่จะสร้างสมดุลต่างๆ ให้กับชีวิตด้วยเหมือนกัน และสิ่งสำคัญที่เธอบอกตัวเองเสมอก็คือต้องทำงานให้มีความจริงใจ มีความเป็นตัวของตัวเองในแบบที่ไม่ปรุงแต่งเกินไป

    ส่วนหนึ่งในบทสัมภาษณ์นี้เธอกล่าวว่า “ตอนที่ฉันเป็นเด็กฝึกนี่ฉันเป็นตัวแรงเลยนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นฉันถึงมีไฟในตัวมากขนาดนั้น ฉันเต็มไปด้วยพลังมากๆ ตอนนี้เมื่อฉันมองย้อนกลับไปมองตัวเองในวันที่เป็นเด็กฝึก ฉันชื่นชมตัวเองมากเลย แต่เมื่อยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีวันที่ฉันรู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ฉันแค่ต้องต่อสู้กับปีศาจในใจแบบวันต่อวัน ตอนนั้นฉันแข็งแกร่งมากจริงๆ และฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำไปได้อย่างไร”

    เธออธิบายต่อไปว่า “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฉันรู้ตัวชัดเจนไหมว่าต้องการอะไร แต่ฉันรู้ว่าฉันอยากมีโลกที่เป็นฉันอย่างแท้จริงและไม่รู้สึกว่าจะต้องขอโทษใคร”

    สิ่งที่เธออยากทำให้ได้นั้นเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาผ่านอัลบั้มโซโล่ชุดแรกที่ชื่อว่า​ Rosie เพราะอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนไดอารีที่บันทึกเรื่องราวความเปราะบางของเธอไว้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเธอก็พูดถึงอัลบั้มนี้ในบทสัมภาษณ์นี้ว่า “ตอนนั้นฉันอายุ 27 และอยากให้อัลบั้มนี้เป็นตัวฉันอย่างแท้จริง เป็นทุกอย่างที่ฉันมีแบบไม่ต้องกลั่นกรองอะไรเลย บางวันฉันก็แค่ต้องเผชิญกับปัญหาของตัวเอง การเป็นตัวเอง และการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดีย รู้สึกอยากได้รับการยอมรับ และอยากให้ทุกคนรักและชื่นชมฉัน”

    ภาพ: roses_are_rosie / Instagram

    อ้างอิง:

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/rose-interview-rosie-album/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JgoyO09arxcfKq5uUhOy2

  • Gen Z โมร็อกโกประท้วงรัฐบาลสัปดาห์ที่ 2 เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา

    Gen Z โมร็อกโกประท้วงรัฐบาลสัปดาห์ที่ 2 เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา

    กลุ่มผู้ประท้วง Gen Z ในโมร็อกโก เดินหน้าประท้วงอย่างต่อหน้าเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา-สาธารณสุข และต่อต้านคอร์รัปชัน

    กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ของโมร็อกโกรวมตัวประท้วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำการปฏิรูปการศึกษาและระบบสาธารณสุขของประเทศ

    กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ใช้ชื่อว่ากลุ่มว่า Gen Z 212 ซึ่งรวมตัวกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ดิสคอร์ด (Discord) โดยมีผู้เข้าร่วมกลุ่มออนไลน์นี้มากกว่า 180,000 คน ก่อนออกมารวมตัวกันประท้วงด้วยสันติวิธี ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ของโมร็อกโกนี้ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายไม่คาดคิดมาก่อน ว่าพวกเขาจะมีความสนใจในปัญหาบ้านเมือง

    Reuters/Stringer
    ม็อบ Gen Z ในโมร็อกโก

    การประท้วงในเมืองเตโตอวน ทางตอนเหนือของโมร็อกโก ผู้ชุมนุม Gen Z หลายร้อยคนรวมตัวกันพร้อมตะโกนคำขวัญว่า “เสรีภาพ ศักดิ์ศรี และความยุติธรรมในสังคม” พร้อมทั้งต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

    ขณะที่ทางตะวันตกของเมืองคาซาบลังกา ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุม Gen Z ออกมารวมตัวกันพร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุข พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง

    และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุม Gen Z ออกมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่นในหลายเมืองทั่วประเทศ โดยทางนายกรัฐมนตรีของโมร็อกโก ออกมายอมรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม และพร้อมเจรจาหารือต่อไป

    การชุมนุมประท้วงของกลุ่ม Gen Z ในโมร็อกโกเกิดขึ้นภายหลังมีการประท้วงขนาดเล็กเกิดขึ้นในหลายเมือง จากกรณีที่หญิงตั้งครรภ์ 8 คนเสียชีวิตจากการผ่าคลอด ในโรงพยาบาลรัฐในเมืองอากาดีร์ ทำให้ผู้ชุมนุม Gen Z ใช้จังหวะดังกล่าวเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า สาธารณสุขของโมร็อกโกนั้นยํ่าแย่ มีความเหลื่อมลํ้าสูง ทำให้พวกคนรุ่นใหม่รวมตัวกันในออนไลน์ ก่อนออกมาประท้วง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/258543&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tMQwuOF5d0k1bLuONFTh5

  • อมรินทร์กรุ๊ป เดินหน้าลุยต่อ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ปลูกฝังเด็กไทยรักการอ่าน เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    อมรินทร์กรุ๊ป เดินหน้าลุยต่อ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ปลูกฝังเด็กไทยรักการอ่าน เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลา ปีอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานของ อมรินทร์กรุ๊ป โดยบริษัทอมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทอมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด  ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปลูกฝังสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เยาวชนไทยในโรงเรียน 261 แห่ง จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งมอบชั้นวางพร้อมหนังสือ 10 หมวดความรู้ให้แก่โรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 285,000 เล่ม และมีนักเรียนเข้าชมรมรักการอ่านกว่า 28,000 คน ไม่เพียงสร้างให้เยาวชนไทยเป็นผู้รักการอ่านแล้ว แต่ยังส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น และคุณครูผู้รับผิดชอบโครงการเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จของโครงการฯ พร้อมด้วย ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นประธานในงาน  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า “โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เป็นโครงการที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญ และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มโครงการปีที่ 1 จนถึงปีที่ 5  ด้วยเชื่อมั่นว่า “การอ่าน” เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่สามารถพัฒนาความรู้ ไปสู่การพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ นำไปสู่การสร้างสรรค์ และช่วยขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทุกระดับการศึกษาของประเทศจากผลของการอ่านออกเขียนได้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีขึ้น

    กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายการศึกษา “เรียนดี  มีความสุข” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น การส่งเสริมการอ่าน จึงเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ที่จะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษาและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัยภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค คุณภาพ และสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นตามบริบทของประเทศและสังคมโลก โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี  มีคุณธรรม” ด้วยหลักการขับเคลื่อนการศึกษาไทยด้วยทักษะการอ่าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคง มั่งคั่ง และพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน

    การดำเนินโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ” กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีแนวคิดที่จะร่วมสนับสนุนให้ “เด็กไทยอ่านออก เขียนได้ คุณครูก้าวไกล ชาติไทย พัฒนา”  ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนให้เป็นผู้ที่รู้หนังสือ สามารถอ่านออก เขียนได้ แต่ยังส่งเสริมให้ครูผู้รับผิดชอบโครงการ สามารถเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

    ไม่เพียงเท่านี้ โครงการดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาเสริมสร้างรากฐานการอ่านให้เด็กและเยาวชนไทย ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน และเห็นควรให้ภาคส่วนต่างๆ  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน กระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนา  ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้น จนกลายเป็นประโยชน์ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการศึกษาให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป”

    หม่อมหลวงลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เผยว่า “เพื่อเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่นักเรียนในโรงเรียนเป้าหมาย โดยสนับสนุนให้เป็นผู้รู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ เพราะเชื่อว่า การอ่าน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เรียน เพื่อแสวงหาความรู้ และข้อมูลต่างๆ ความถนัด และความสนใจ และเป็นทักษะที่จะติดตัวไปจนเป็นผู้ใหญ่ สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะสำคัญด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ทักษะด้านการสื่อสาร  ทั้งการพูด การเขียน การสรุปความ และทักษะการแก้ปัญหา เป็นต้น 

    โดยจัดให้มีกิจกรรมการอ่าน วันละ 15 นาที, ก่อตั้งชมรมรักการอ่าน, การลงบันทึกรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ และยัง  ต่อยอดกิจกรรมการประกวด “เด็กสุขสันต์ ยอดนักอ่าน” เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กๆ สนใจเข้าห้องสมุด, “เด็กสุขสร้างสรรค์ ขยันบันทึก” ต่อยอดความรู้จากการอ่านเก่ง คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และจับใจความสำคัญได้ และ “อ่านดัง ฟังเพลิน” ให้นักอ่านรุ่นใหม่อ่านแล้วบันทึกคลิปเสียงเพื่อส่งต่อสู่ผู้พิการทางสายตา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมชมรมรักการอ่านมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น  

    ในปีที่ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” มีโรงเรียนเข้าร่วม 52 แห่งจาก 29 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 7,632 คน ต่อมาปีที่ มีโรงเรียนเข้าร่วม 57 แห่งจาก 38 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 7,582 คน จากนั้นปีที่ มีโรงเรียนเข้าร่วม 51 แห่งจาก 24 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 3,910 คน ในปีที่ มีโรงเรียนเข้าร่วม 50 แห่งจาก 27 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 4,200 คน และปีที่ มีโรงเรียนเข้าร่วม 51 แห่งจาก 21 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 5,000 คน

    จากการดำเนินโครงการตลอด ปีที่ผ่านมา พบว่านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นโดยเฉพาะวิชาภาษาไทย โดยในปีที่  มีผลการเรียนดีขึ้น 64%  ปีที่ เพิ่มขึ้นเป็น 72%  ปีที่ เพิ่มขึ้นเป็น 75% ปีที่ 4 เพิ่มขึ้นเป็น 77%  และปีที่ เพิ่มขึ้น 75% จากกลุ่มตัวอย่างของสมาชิกชมรมรักการอ่าน 5,000 คน ถือเป็นการเติบโตด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการ

    ไม่เพียงเท่านี้ ยังส่งเสริมให้ครูผู้รับผิดชอบโครงการเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ด้านผู้บริหารโรงเรียนมีส่วนกำหนดนโยบายตามแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน และให้การสนับสนุนกิจกรรมการสร้างนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ศึกษานิเทศก์มีการกำหนดนโยบาย แนวทางส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับโรงเรียนในสังกัด ทั้งด้านกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียน และด้านการสอนของครูผู้ดูแลโครงการ เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านของนักเรียนให้ดีขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามให้คำแนะนำช่วยเหลือ

    นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน โดยมีพฤติกรรมชอบอ่านหนังสือเป็นประจำและสมํ่าเสมอนักเรียนมีความกระตือรือร้นต่อการเข้าห้องสมุด ได้เลือกอ่านหนังสือที่ตนสนใจมากขึ้น และมีความสุขจากการอ่านหนังสือ อีกทั้งการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่านอย่างเข้มแข็งเป็นประจำ นำไปสู่การต่อยอดสร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ ของนักเรียนในชมรมรักการอ่าน เพื่อแบ่งปันสาระความรู้ให้แก่นักเรียนคนอื่นๆ และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดและได้รับรางวัลในระดับต่างๆ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักเรียน คุณครู และผู้บริหารโรงเรียน และเกิดการส่งต่อความตั้งใจและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนรุ่นน้องต่อไป อันจะเป็นการพัฒนาสังคมในโรงเรียนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน และสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมไทยต่อไป”

    ด้าน คุณโสภณ ราชรักษา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไทยเบฟฯ มีความมุ่งมั่นและตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับเยาวชน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชน เพราะการอ่านคือรากฐานสำคัญ ของการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของเยาวชนในการดำรงชีวิต เป็นการเปิดโลกทัศน์ สร้างจินตนาการ อีกทั้งทำให้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและแนวคิดใหม่ๆ ที่ช่วยต่อยอดทั้งในด้านความรู้ ความคิด และก้าวทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กิจกรรมต่างๆ ของโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและรักการอ่านมากยิ่งขึ้น

    ภายใต้พันธกิจของไทยเบฟฯ ในการสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต (Creating and Sharing the Value of Growth) จึงให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (Connext ED) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ไทยเบฟฯ มุ่งพัฒนา  3 ทักษะหลัก คือ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการเป็นคนดี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ สามารถดูแลพึ่งพาตนเอง เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ การเรียนรู้เรื่อง Cyber Security อาชีพในยุคปัจจุบัน ทักษะการทำมาค้าขาย ที่สามารถเชื่อมโยงและสอดแทรกไปสู่เรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณครูและนักเรียนสามารถใช้หนังสือที่โครงการส่งความรู้ สร้างความสุขมอบให้ เป็นเครื่องมือหนึ่งในการต่อยอดและพัฒนาทักษะได้ในอนาคต

    หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” จะช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของชาติ”

    โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ยังคงเดินหน้าพร้อมวางเป้าหมายความสำเร็จของโครงการคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น โดยให้ความสำคัญเรื่องการอ่านเป็นพื้นฐาน เพราะการอ่านจะเป็นพื้นฐานของการรู้หนังสือของนักเรียน คุณครูเองยังได้พัฒนาด้านการเรียนการสอน และมีโอกาสพัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ ส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นสื่อประเภทหนังสือ คลิปวิดีโอการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีคุณภาพ หลากหลาย เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

    สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” รวมทั้งภาพกิจกรรมจากโครงการ บทความและเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการอ่าน ได้ทาง www.naiin.com

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/10/06/583848/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wZaro-vECFqSVk2glD0d-