Blog

  • สมัครงาน 2568 : กรมการจัดหางาน รับสมัครพนักงาน 5 ตำแหน่ง 81 อัตรา

    สมัครงาน 2568 : กรมการจัดหางาน รับสมัครพนักงาน 5 ตำแหน่ง 81 อัตรา

    กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครบุคคลคัดเลือกเป็นพนักงานในสังกัด ทั้งหมด 5 ตำแหน่ง 81 อัตรา ค่าตอบแทนรายเดือนระหว่าง 13,285 – 15,000 บาท ถึง 16 ต.ค. 68

    กรมการจัดหางาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทั้งหมด 5 ตำแหน่ง จำนวน 81 อัตรา ค่าตอบแทนระหว่าง 13,285 – 15,000 บาทต่อเดือน เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดการรับสมัคร ดังนี้

    ตำแหน่งที่เปิดรับ

    1. ตำแหน่ง นักวิชาการแรงงาน จำนวน 7 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท (เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศ)

    คุณสมบัติเฉพาะ

    กรมการจัดหางาน
    ประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว (เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศ)
    • ผู้สมัครคัดเลือกต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา

    2. ตำแหน่ง นักวิชาการแรงงาน จำนวน 7 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท (โครงการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว)

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ผู้สมัครคัดเลือกต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา

    3. ตําแหน่งเจ้าพนักงานแรงงาน จํานวน 54 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท ค่าครองชีพชั่วคราวเดือนละ 1,785 บาท (ปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลาง)

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ผู้สมัครคัดเลือกต้องเป็นผู้สําเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทุกสาขาวิชา

    4. ตําแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จํานวน 6 อัตรา เงินเดือน 11,500 บาท ค่าครองชีพชั่วคราว เดือนละ 1,785 บาท (ปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลาง)

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ผู้สมัครคัดเลือกต้องเป็นผู้สําเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทุกสาขาวิชา

    5. ตำแหน่ง นักวิชาการแรงงาน จำนวน 7 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท (เงินกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว)

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ผู้สมัครคัดเลือกต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา

    ผู้ที่สนใจ สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://doe.thaijobjob.com ได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/259118&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jPsmKqdHrJ74GXn6WLwEO

  • ตลาดคอนโดฯปี’69 ชะลอตัวต่อเนื่อง ลุ้นรัฐบาลใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อ

    ตลาดคอนโดฯปี’69 ชะลอตัวต่อเนื่อง ลุ้นรัฐบาลใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อ

    คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ประเมินสถานการณ์คอนโดมิเนียมปี 2569 ไม่ต่างจากปี 2568 ลุ้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืน คลี่คลายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ขณะที่ไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา มีคอนโดฯเปิดขายใหม่ประมาณ 6,618 ยูนิต โดยส่วนใหญ่เป็นทำเลตามแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ชี้ช่วงเวลาที่เหลือของปี 2568 กำลังซื้อยังอยู่ในระดับต่ำ จากความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หน้าที่การงาน รวมทั้งความเข้มงวดจากสถาบันการเงิน ลุ้นกำลังซื้อชาวจีน ปี 2569 ดีขึ้นระเทศไทยยังคงเป็น No.1 ในสายตาชาวจีนสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย

    สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ไม่มากนัก แต่ช่วงไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากขึ้น และที่น่าสนใจ คือ หลายโครงการเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายค่อนข้างสูง โดยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในไตรมาส 3/2568 ทั้งหมดประมาณ 6,618 ยูนิต  และพบว่าหลายโครงการเปิดขายโดยไม่ได้ประกาศขาย (Presale) แบบเป็นทางการ แต่เปิดขายในลักษณะให้จองบางชั้นก่อนเพื่อทดลองตลาดดูว่าได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงเปิดขายแบบเป็นทางการหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวไม่นาน นอกจากนี้มี หลายโครงการเปิดขายในเดือนกันยายน  ซึ่งอาจจะมีผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในไตรมาส 3 ดูไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะในช่วงเดือนกรกฎาคม และเดือน สิงหาคม มีโครงการเปิดขายใหม่จำนวนน้อย มีบางคอนโดมิเนียมบางโครงการเปิดขายในช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั่วไปและนักลงทุนมากกว่าโครงการอื่นๆ แบบชัดเจน เพราะด้วยทำเลที่ตั้งและราคาที่ไม่สูงเกินไป

    โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 3/2568 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว มีเพียง 11% เท่านั้น ที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ คือ สายสีชมพู และสายสีน้ำเงิน ซึ่งผู้ประกอบการเลือกที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่หรือทำเลที่มองเห็นศักยภาพในปัจจุบัน ไม่ใช่ทำเลตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างแบบที่ผ่านมา ดังนั้น ราคาขายคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่จึงสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าประมาณ 47% อาจเป็นเพราะคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาส 2/2568 มีราคาขายที่ไม่สูง เพราะอยู่ในทำเลนอกเส้นทางรถไฟฟ้า และพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบนอก แม้ว่าโครงการกว่า 89% ที่เปิดขายในไตรมาส 3/2568 นั้น จะอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในซอยที่แยกออกจากถนนเส้นทางหลักและอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้ามากกว่า 1 กิโลเมตร บางโครงการอยู่ในระยะที่มากกว่า 2 กิโลเมตร แต่กลับมีราคาขายสูงอยู่ เพราะอยู่ในทำเลที่ราคาที่ดินค่อนข้างสูง อย่างพื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิท และเจริญกรุง เป็นต้น

    แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว แม้ว่าจะมีโครงการเปิดขายใหม่ในไตรมาส 3/2568 ก็ตาม ปัจจัยลบหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่นในระยะยาวของคนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจ และการทำงานของตนเองยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้การใช้จ่ายเงินของคนไทยคงไม่แตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการสร้างหนี้สินระยะยาวจากการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะสมนัก สถาบันการเงินเองก็มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ แม้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะยังมีอยู่ก็ตาม ดังนั้น เรื่องของการเช่าที่อยู่อาศัยจึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง และแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่นาน แม้ผู้ประกอบการบางรายพยายามเข้ามาช่วยเหลือผู้ซื้อหากมีปัญหาเรื่องของสินเชื่อทั้งการให้คำปรึกษา ให้เช่าก่อน-ซื้อทีหลัง รวมไปถึงการมีความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อที่จะได้ผูกมัดหรือทำให้ผู้ที่สนใจโครงการ สามารถซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ หรือมีความเข้าใจในการเตรียมตัวเพื่อขอสินเชื่อมากขึ้น

    สำหรับแนวโน้มของตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 ไม่แตกต่างจากปี 2568 นี้มากนัก เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าจะเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง ดังนั้น ภาวะเศรษฐกิจหรือการลงทุนต่างๆ อาจจะยังต้องรอความชัดเจน ขณะที่สถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 คาดว่าคงไม่ดีกว่าปีนี้ทั้งในเรื่องของอุปทาน และอุปสงค์ในตลาดคอนโดมิเนียม เพราะรัฐบาลปัจจุบันนั้นค่อนข้างชัดเจนในช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งไม่สามารถอยู่ได้นาน และถ้าปีหน้ามีการยุบสภาเกิดขึ้น หรือ เหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ความเชื่อมั่นในการลงทุน และ การหยุดชะงักของนโยบายต่างๆ คงเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ประกอบการอาจจะรอดูสถานการณ์ก่อนในช่วงต้นปี 2569 ดังนั้นคาดการณ์ว่าถ้าหากการเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนรัฐบาลไม่มีปัญหาอะไร ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยคงดีขึ้น และกระตุ้นให้คนไทยมีความเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศด้วย

    สุรเชษฐ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมของกำลังซื้อชาวต่างชาติด้วยว่า การเข้าถึงกำลังซื้อต่างชาติเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการพยายามหาช่องทางเข้าถึงมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายมีการร่วมมือหรือจัดตั้งบริษัทร่วมกับบริษัทนายหน้า หรือตัวแทนนายหน้าต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ซื้อชาวจีนเพื่อเข้าถึงกำลังซื้อต่างชาติโดยตรง ไม่ผ่านคนกลางมาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนายหน้าสัญชาติอื่นๆ เช่น รัสเซีย และเมียนมาร์ เป็นต้น ที่เข้ามาทำงานหรือช่วยผู้ประกอบการขายคอนโดมิเนียมหรือที่อยู่อาศัยรูปแบบต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติสัญชาติเดียวกัน โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ซึ่งนายหน้ากลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ กำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนอาจจะมากขึ้นในปี 2569 เพราะสถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในประเทศไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากแล้ว แม้ว่าจะมีชาวจีนส่วนหนึ่งเลือกไปประเทศอื่นๆ มากกว่าประเทศไทยในปีนี้ แต่ถ้าพิจารณาจากความต้องซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว ประเทศไทยยังคงอยู่อันดับต้นๆ หรือ อันดับ 1 เสมอในความคิดของชาวจีนไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับโดยองค์กรหรือหน่วยงานใดก็ตาม เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาชาวจีนอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนเองยังไม่ฟื้นตัว แต่ค่อยๆ ดีขึ้นต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/860493/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ufodz4tZ4G9Zz6w6HtRi1

  • เอกนิติเผยครม.เศรษฐกิจนัดแรก 15 ต.ค.นี้ เน้นแนวทางขับเคลื่อน เศรษฐกิจ

    เอกนิติเผยครม.เศรษฐกิจนัดแรก 15 ต.ค.นี้ เน้นแนวทางขับเคลื่อน เศรษฐกิจ

    วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรกในวันที่ 15 ตุลาคมว่า เป็นวาระเพื่อให้เห็นแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจตามระยะเวลาที่มี

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการประชุม ครม.เศรษฐกิจ จะมีการตั้ง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจากรณีภาษีและการค้าสหรัฐอเมริกา เลยหรือไม่ เอกนิติ กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะชงชื่อหัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ และยังใช้กรอบเดิมที่ใช้เจรจาก่อนหน้านี้หรือไม่ เอกนิติ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเข้าห้องประชุม ครม.ทันที

    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ศุภจี เปิดเผยว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกกระทรวงพาณิชย์ จะมีการพูดคุยใน 2 เรื่อง คือเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯและเรื่องเจรจา FTA ในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/economic-cabinet-four-month-plan/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kPM-2FhdbR9QmRSWksHGI

  • “เอกนิติ” เผยถก “ครม.เศรษฐกิจ” นัดแรก 15 ต.ค.

    “เอกนิติ” เผยถก “ครม.เศรษฐกิจ” นัดแรก 15 ต.ค.

    วันนี้ (14 ต.ค.2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ และ รมว.คลัง กล่าวถึงวาระการประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจ วันที่ 15 ต.ค.นัดแรกว่า เป็นวาระเพื่อให้เห็นแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งก็มีระยะเวลาเพราะมีระยะเวลา

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวการประชุม ครม.เศรษฐกิจ จะมีการตั้งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจากรณีภาษีและการค้าสหรัฐอเมริกา เลยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้

    เมื่อถามย้ำว่า จะชงชื่อหัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ และยังใช้กรอบเดิมที่ใช้เจรจาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายเอกนิติ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเข้าห้องประชุม ครม.ทันที

    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นางศุภจี เปิดเผยว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกกระทรวงพาณิชย์ จะมีการพูดคุยใน 2 เรื่อง คือเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯและเรื่องเจรจา FTA ในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

    อ่านข่าว : ฟังเสียงผู้ประกอบการก่อนเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 

    สงครามการค้าระอุอีกรอบ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีจีนเพิ่ม 100% เริ่ม 1 พ.ย.นี้  

    กทพ.เตือน ! ไม่จ่ายค่าผ่านทางพิเศษ เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 2,000 บ.ต่อครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357556&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lGOBjpNH2Wph72LJMMPXx

  • ‘เอกนิติ’ เผย ถกครม.เศรษฐกิจนัดแรกพรุ่งนี้ เน้นขับเคลื่อนศก.รัฐบาล 4 เดือน

    ‘เอกนิติ’ เผย ถกครม.เศรษฐกิจนัดแรกพรุ่งนี้ เน้นขับเคลื่อนศก.รัฐบาล 4 เดือน

    14 ต.ค.2568- ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจในวันที่ 15 ต.ค.นัดแรกว่า เป็นวาระเพื่อให้เห็นแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งก็มีระยะเวลา

    ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการประชุมครม.เศรษฐกิจ จะมีการตั้งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจากรณีภาษีและการค้าสหรัฐอเมริกาเลยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่าจะชงชื่อหัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ และยังใช้กรอบเดิมที่ใช้เจรจาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายเอกนิติ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเข้าห้องประชุมครม.ทันที

    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นางศุภจี เปิดเผยว่า การประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรก กระทรวงพาณิชย์จะมีการพูดคุยใน 2 เรื่อง คือเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และเรื่องเจรจาเอฟทีเอ.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/878419/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wyL5G1J7i-457zqq-GFPE

  • 15 ต.ค. ถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก “เอกนิติ” อุบตั้ง “ศุภจี” หัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ

    15 ต.ค. ถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก “เอกนิติ” อุบตั้ง “ศุภจี” หัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ

    “เอกนิติ” เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 15 ต.ค. เน้นแนวทางขับเคลื่อนใน 4 เดือน อุบจ่อตั้ง “ศุภจี” รมว.พาณิชย์ นั่งหัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ

    เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวที่อาคารรัฐสภา ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 นัดแรก ว่า เป็นวาระเพื่อให้เห็นแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งก็มีระยะเวลารัฐบาล 4 เดือน

    ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวการประชุม ครม.เศรษฐกิจ จะมีการตั้ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจากรณีภาษีและการค้าสหรัฐอเมริกาเลยหรือไม่ นายเอกนิติ ตอบว่า ยังไม่มีเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่าจะชงชื่อหัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ และยังใช้กรอบเดิมที่ใช้เจรจาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายเอกนิติ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเข้าห้องประชุม ครม. ทันที

    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นางศุภจี เปิดเผยว่าการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก กระทรวงพาณิชย์จะมีการพูดคุยใน 2 เรื่อง คือเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และเรื่องเจรจา FTA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2888879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zUtDVniBEWSZ2yL5bTqW-

  • ‘เอกนิติ’ เผย ‘ครม.เศรษฐกิจ’ ถกนัดแรก 15 ต.ค.นี้ คาดตั้ง ‘ศุภจี’ นำทีมเจรจาสหรัฐ

    ‘เอกนิติ’ เผย ‘ครม.เศรษฐกิจ’ ถกนัดแรก 15 ต.ค.นี้ คาดตั้ง ‘ศุภจี’ นำทีมเจรจาสหรัฐ

    เศรษฐกิจ

    14 ต.ค. 2025 เวลา 11:34 น.

    “เอกนิติ” เผยประชุม “ครม.เศรษฐกิจ” นัดแรก 15 ต.ค. เน้นทิศทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คาดแต่งตั้ง “ศุภจี” นำทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจครั้งแรกในวันที่ 15 ตุลาคมว่า จะเป็นการหารือถึงแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 4 เดือน

    เมื่อมีการสอบถามเกี่ยวกับข่าวลือว่าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจจะมีการแต่งตั้งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นหัวหน้าทีมเจรจาการค้าและภาษีกับสหรัฐอเมริกา นายเอกนิติ ตอบว่า “ยังไม่มีเรื่องนี้”

    อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการถามซ้ำว่าจะมีการเสนอชื่อหัวหน้าทีมเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และจะใช้กรอบการเจรจาเดิมที่เคยใช้มาก่อนหรือไม่ นายเอกนิติเลือกที่จะไม่ให้คำตอบและรีบเข้าห้องประชุมคณะรัฐมนตรีทันที

    ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นางศุภจีได้เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งแรก กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา และการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1203004&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qojh6bf-BHX2fScSUIZ7f

  • ครม.ศก.ดีเดย์นัดแรกพรุ่งนี้ ถกแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย-เจรจาภาษีสหรัฐ : อินโฟเควสท์

    ครม.ศก.ดีเดย์นัดแรกพรุ่งนี้ ถกแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย-เจรจาภาษีสหรัฐ : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) จะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก ซึ่งจะมีการหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ในระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลช่วง 4 เดือนนี้

    ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีวาระการพิจารณาแต่งตั้งให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจากรณีภาษีและการค้าสหรัฐอเมริกา ในการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่นั้น รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวเพียงว่า “ยังไม่มีเรื่องนี้”

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ นางศุภจี เปิดเผยว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก กระทรวงพาณิชย์ จะมีการพูดคุยใน 2 เรื่อง คือ เรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และเรื่องการเจรจาข้อตกลงการเปิดเสรีการค้า (FTA)

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536888&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ya-8gUiehqsolyIuVpJb_

  • ขุนคลังสหรัฐฯ รับชัตดาวน์ลากยาว 13 วัน เริ่มกระทบเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    ขุนคลังสหรัฐฯ รับชัตดาวน์ลากยาว 13 วัน เริ่มกระทบเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 13 เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศแล้ว

    เบสเซนต์กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานี Fox Business เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ว่า สถานการณ์เริ่มน่ากังวล เพราะเริ่มกระทบต่อเศรษฐกิจที่แท้จริง พร้อมยอมรับว่า รัฐบาลจำเป็นต้องชะลอการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐบางส่วน รวมถึงบริการในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน และสวนสัตว์แห่งชาติ เพื่อให้สามารถจ่ายเงินเดือนแก่กำลังพลในกองทัพต่อไปได้

    “เราจำเป็นต้องปรับแผน และให้เจ้าหน้าที่บางส่วนในกรุงวอชิงตันดีซีและทั่วประเทศหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว” รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าว

    นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังย้ำถึงถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ที่ว่า ภาวะชัตดาวน์ส่งผลให้โครงการช่วยเหลือเกษตรกรของสหรัฐฯ ต้องหยุดชะงัก และข้อมูลเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังจะถูกเผยแพร่หลังจากที่หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการตามปกติอีกครั้ง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536873&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nbsiNJfE8NplJKmLiY90K