Blog

  • ครม.เศรษฐกิจเคาะแผนกระตุ้นท่องเที่ยวเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

    ครม.เศรษฐกิจเคาะแผนกระตุ้นท่องเที่ยวเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

    ครม.เศรษฐกิจเคาะแผนกระตุ้น ศก.เข้าครม.ใหญ่สัปดาห์หน้า เน้นดันภาคการท่องเที่ยว

    15 ต.ค.2568 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญใน 3-4 ประเด็น โดยได้เชิญภาคเอกชนเข้ามาให้ข้อเสนอแนะในการทำแอกชั่นแพลน ซึ่งในสัปดาห์นี้เริ่มจากกระทรวงการคลัง ส่วนวันจันทร์ที่ 20 ต.ค.เป็นของกระทรวงพลังงาน จากนั้นสัปดาห์ถัดไปจะเป็นของกระทรวงพาณิชย์ และทุกนโยบายต่อจากนี้ที่จะใช้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกฯเน้นย้ำว่าจะต้องมีการทำ Course Benefit เข้าไปด้วยว่าแต่ละนโยบายใช้งบประมาณเท่าไหร่ รายได้ของรัฐจะได้ผลดีผลเสียเท่าไหร่ และสิ่งที่จะได้ต่อประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งนี้ กระทรวงการคลังทำเป็นกระทรวงแรก

    นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังเห็นด้วยในการใช้นโยบายโครงการดอกเบี้ยต่ำในการกระตุ้นให้โรงแรมมีการรีโนเวท คาดว่าจะใช้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมในมาตรการทั้งหมดในระยะนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 0.4 ของจีดีพี

    นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.กระทรวงการคลังจะเสนอประเด็นนโยบายการท่องเที่ยวเข้าสู่ที่ประชุม ทั้งการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง โดยในเมืองรองประชาชนสามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ส่วนในเมืองหลักจะได้ 1 เท่า หรือประมาณ 20,000 บาท ส่วนวันจันทร์ที่ 27 ต.ค.จะไม่มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/879130/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34ThjSs57i_Qs_Ukdk51_g

  • ครม.ศก.เห็นชอบ 3 มาตรการฟื้นท่องเที่ยว : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 15 ต.ค.68

    ครม.ศก.เห็นชอบ 3 มาตรการฟื้นท่องเที่ยว : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 15 ต.ค.68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/lg_4dHYh4r0&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jWALNuJdVGuMPkUNMLzfM

  • TikTok Shop สร้างการเติบโตแบรนด์ไทย ด้วย Discovery-driven Community

    TikTok Shop สร้างการเติบโตแบรนด์ไทย ด้วย Discovery-driven Community

    ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว TikTok Shop ได้พิสูจน์ตัวเองให้เป็น Ecosystem ที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วยกลไกสำคัญระหว่างการสร้าง Awareness ไปสู่ยอดขายที่เป็นรูปธรรม

    จากการศึกษาล่าสุดของ ThaiRisers ที่รวบรวมข้อมูลจาก 50 แบรนด์ชั้นนำที่ได้รับคัดเลือก พบว่าในเวลาเพียง 6 เดือน แบรนด์ครึ่งหนึ่งสามารถสร้างยอด GMV เติบโตก้าวกระโดด 5-10 เท่า ขณะที่ 1 ใน 5 ของแบรนด์เติบโตพุ่งทะยานมากกว่า 1,000%

    5 ฟีเจอร์เด่น เปลี่ยน Awareness สู่ยอดขายจริง

    1. TikTok Shop Creators หัวใจของการเล่าเรื่อง ถือเป็นจุดแข็งหลักที่ทำให้สินค้ามีชีวิตชีวาผ่านการเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่ายและสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับลูกค้า จากการสำรวจพบว่า 9 ใน 10 (92%) ของแบรนด์ ThaiRisers เคยทำงานร่วมกับ TikTok Shop Creators และยังคงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้รับ

    2. TikTok Shop LIVE การมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ เครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ได้รับฟีดแบ็กจากผู้บริโภคทันทีและเห็นข้อมูลยอดขายได้แบบสดๆ โดย 9 ใน 10 (92%) ของแบรนด์ ThaiRisers ใช้แคมเปญ LIVE Flash Sales เป็นกลยุทธ์หลัก

    3. TikTok Shop Ads ระบบโฆษณาแบบ Full-funnel เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายโฆษณา GMV Max ระบบโฆษณาของ TikTok Shop ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง Awareness – Engagement – Conversion ในที่เดียว จุดเด่นคือการมี เครื่องมืออย่าง GMV Max ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และปรับการยิงโฆษณาแบบเรียลไทม์ เพื่อให้แบรนด์ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ทั้งการเพิ่ม GMV และการใช้เม็ดเงินโฆษณาอย่างคุ้มค่า ทำให้ผู้ชมเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้เร็วและแม่นยำกว่าเดิม

    4. Marketing Campaigns เร่งการเติบโตของ GMV แคมเปญการตลาดต่างๆ ช่วยเพิ่มการมองเห็นและเร่งการเติบโตของยอดขายรวมได้อย่างก้าวกระโดด อย่าง 9.9 หรือ 11.11 ซึ่งเป็นเทศกาลช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์ม โดยในช่วงแคมเปญเหล่านี้หลายแบรนด์สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 200% และเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์อย่างก้าวกระโดด

    5. TikTok Shop Mall ยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ด้วยสินค้าแท้ การันตีคุณภาพ พร้อมสิทธิพิเศษและการโปรโมทบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ช่วยผลักดันยอดขายให้ร้านค้า อย่าง Seller Academy ที่ช่วยผู้ค้าเรียนรู้และพัฒนากลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง และ TikTok Shop Seller Center ระบบหลังบ้านสำหรับผู้ขาย เปรียบเสมือนผู้ช่วยร้านค้า ช่วยวิเคราะห์ แนะนำการดำเนินงาน และจัดการร้านค้าได้ทุกที่ทุกเวลา

    TikTok Shop อีโคซิสเต็มที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน

    สิ่งที่ทำให้ TikTok Shop แตกต่างจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ไม่ใช่แค่เครื่องมือด้านการขาย แต่คือการ เป็น “Discovery-driven Community” ผู้บริโภคไม่ได้เพียงแค่ซื้อสินค้าแล้วจบ แต่การซื้อคือจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางร่วมกับแบรนด์” ไม่ว่าจะเป็นการติดตามคอนเทนต์ใหม่ๆ จากครีเอเตอร์ การเข้าชม LIVE ที่โต้ตอบกันได้แบบเรียลไทม์ หรือการมีส่วนร่วมกับแคมเปญที่เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค

    สำหรับแบรนด์ที่มองหาแพลตฟอร์มเพื่อมากกว่าการขายสินค้า แต่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและเติบโตอย่างยั่งยืน TikTok Shop คือ “กุญแจสำคัญสู่การเติบโต” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปี 2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2888989&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EDtVE9rVTiXjkXX71tKhy

  • รพ.ตำรวจ ต้อนรับคณะหลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) รุ่นที่ 13 | TOPNEWS

    รพ.ตำรวจ ต้อนรับคณะหลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) รุ่นที่ 13 | TOPNEWS

    รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ให้การต้อนรับคณะหลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) รุ่นที่ 13 ในโอกาสมาศึกษาดูงานด้าน “นิติวิทยาศาสตร์”

    วันที่ 15 ต.ค.68 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์, พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ และ พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) รวมทั้งคณะผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ ได้ให้การต้อนรับ คุณนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย คุณอุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, คุณอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) รุ่นที่ 13 และในโอกาสเดียวกันนี้คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของโรงพยาบาลตำรวจ ยังได้เข้าร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมการศึกษาดูงาน ของผู้เข้ารับการอบรมฯ

    สำหรับ หลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) รุ่นที่ 13 เป็นหลักสูตรการอบรมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทัศนคติด้านหลักนิติธรรม หลักประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน สำหรับผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งพัฒนากระบวนทัศน์ของผู้บริหารให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและการตัดสินใจในสังคมประชาธิปไตย

    เพื่อให้การอบรมครอบคลุมการปฏิบัติจริง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้จัดการบรรยายสรุปและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจภาพรวมการทำงานของสถาบันนิติเวชวิทยาอย่างชัดเจน และสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านหลักนิติธรรมกับการปฏิบัติในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ โรงพยาบาลตำรวจ โดย สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน โดยได้บรรยายสรุปและเยี่ยมชมสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้กระบวนการปฏิบัติงานด้านนิติเวชอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การสนับสนุนการสืบสวนคดี และบทบาทสำคัญของสถาบันในการสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม

    กองบรรณาธิการข่าวTopNewsทั่วไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1357867&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v0Fw3mOz0GmYnlNW9Zm_i

  • การประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา (กบส.) ครั้งที่ 84 (5/ปีการศึกษา 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา (กบส.) ครั้งที่ 84 (5/ปีการศึกษา 2568) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115944/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Amqz3X80a5Hr7gFZRFgvO

  • กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม


    15/10/2568 | 15 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม

    วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น ณ ห้องประชุม ชั้น 7 กระทรวงวัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบให้นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุม

    การประชุมดังกล่าวได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการชุดไทยพระราชนิยม เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และสวมใส่ผ้าไทย ด้วยการรณรงค์ให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกกลุ่มวัย เห็นความสำคัญของการสวมใส่ผ้าไทยและชุดไทย สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้เสนอรายการ ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกาย ชุดไทยประจำชาติ ที่ได้รับการยืนยันจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า ได้บรรจุรายการชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ สมัยที่ 21 ในปี 2569

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    รูปภาพ

    ” id=”lightGallery”>


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/275875&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VhcgrxRjU6oXezdVUyqng

  • ออสเตรเลียลุยติดตามผล ‘แบนโซเชียล’ ในกลุ่มวัยรุ่น ครั้งแรกของโลก

    ออสเตรเลียลุยติดตามผล ‘แบนโซเชียล’ ในกลุ่มวัยรุ่น ครั้งแรกของโลก

    เมลเบิร์น, 15 ต.ค. ซินหัว รายงาน — เมื่อวันอังคาร (14 ต.ค.) สถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อก (MCRI) ในเมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย เปิดเผยว่านักวิจัยชาวออสเตรเลียกำลังเริ่มต้นการศึกษาเพื่อติดตามผลลัพธ์จากมาตรการห้ามใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ธ.ค. นี้ โดยจะเน้นศึกษาผลลัพธ์ที่มีต่อการใช้โทรศัพท์ เวลาหน้าจอ สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดีของวัยรุ่น

    การศึกษาเรื่อง “จิตใจที่เชื่อมโยงกัน” ที่ดำเนินการโดยสถาบันฯ และมหาวิทยาลัยดีคิน กำลังเสาะหากลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-16 ปีที่ใช้แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ และผู้ปกครองของพวกเขา เพื่อเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์ก่อนและหลังมาตรการมีผลในเดือนธันวาคม

    ภายใต้กฎหมายห้ามดังกล่าว ซึ่งผ่านรัฐสภาออสเตรเลียในเดือนธันวาคม 2024 แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่จำกัดอายุ ต้องป้องกันไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีในออสเตรเลียสร้างหรือเก็บบัญชีผู้ใช้เอาไว้ และบริษัทที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว อาจถูกปรับสูงสุด 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.05 พันล้านบาท)

    ศาสตราจารย์ซูซาน ซอว์เยอร์ จากสถาบันฯ กล่าวว่ามีหลักฐานบางส่วนที่เชื่อมโยงการใช้สื่อสังคมออนไลน์กับสุขภาพกายและใจของวัยรุ่น แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ชัดเจนถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล โดยการศึกษานี้จะช่วยยืนยันว่าการห้ามใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการใช้โทรศัพท์ของวัยรุ่นและช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตหรือไม่ โดยจะอ้างอิงจากความคิดเห็นของเด็กและครอบครัว

    รายงาน ระบุว่า ผู้เข้าร่วมจะต้องทำแบบสอบถามทั้งก่อนและหลังการห้ามใช้งานดังกล่าว พร้อมมีทางเลือกเข้าร่วมการติดตามผ่านแอปพลิเคชัน 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การนอนหลับ กิจกรรมทางกาย และความรู้สึกด้านความเชื่อมโยงทางสังคม

    ซอว์เยอร์ ระบุว่าจุดเด่นของการศึกษานี้คือการวัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์จากข้อมูลจริง มากกว่าการอ้างอิงเพียงข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมรายงานด้วยตนเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59197&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FxRVobOO3QUe9pf73N63O

  • อาคารท่องเที่ยวร้าง งบเกือบ 20 ล้านไร้ค่า | TOPNEWS

    อาคารท่องเที่ยวร้าง งบเกือบ 20 ล้านไร้ค่า | TOPNEWS

    วันที่ 15 ต.ค. 2568 ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวริมถนนสายสะพลี–หาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร ที่ใช้งบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมืองกว่า 19 ล้านบาท สร้างแล้วเสร็จมาเพียงไม่กี่เดือน ปัจจุบันกลับถูกปล่อยทิ้งร้างไร้การใช้งาน โดยอาคารทั้ง 4 หลัง เริ่มทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน พื้นที่ลานคอนกรีตก็กลายเป็นสนามเบิร์นยางของกลุ่มวัยรุ่นช่วงค่ำคืน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยคราบไหม้จากยางรถ กลิ่นควัน เสียงเครื่องยนต์ดัง และเศษขยะจำพวกขวดเหล้า ขวดเบียร์

    จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว พบว่า พื้นที่ทั้งหมดมีร่องรอยทรุดตัวของดินลูกรังอย่างชัดเจน ช่องว่างระหว่างพื้นคอนกรีตกับฐานอาคารกว้างถึงหนึ่งฟุตในบางจุด และพื้นลานยังแตกร้าวเป็นแนวยาวตลอดแนว อีกทั้งท่าเทียบเรือด้านหลังอาคารที่ควรเป็นจุดขายด้านท่องเที่ยวในชุมชน กลับมีสภาพก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โครงสร้างกันดินชำรุดจากการถูกน้ำเซาะ โดยไม่มีการซ่อมแซมหรือดำเนินการใด ๆ ต่อเนื่อง ทำให้โครงการมูลค่าสูงนี้สูญเปล่าโดยไร้ประโยชน์

    นายสมบูรณ์ หนูนวล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็นชาวชุมพร กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามการร้องเรียน และพบว่าสภาพการก่อสร้างไม่เรียบร้อยหลายจุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “เหตุใดจึงสามารถตรวจรับงานได้” และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ด้านเทศบาลตำบลสะพลีซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะรับโอนพื้นที่ ยังปฏิเสธการรับโอน โดยระบุว่าสภาพปัจจุบันยังไม่พร้อมใช้งาน และต้องให้สภาท้องถิ่นมีมติชัดเจนก่อนเท่านั้นจึงจะรับมอบได้ ขณะที่หน่วยงานต้นสังกัดยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงถูกปล่อยร้างอย่างไร้ทิศทางต่อไป

    เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชุมพร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1358034&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rsu5AFb49KGp1DMpgqYD2

  • ปังไม่ไหว! “สิมิลัน” สร้างสถิติ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยววันแรกกวาดรายได้ทะลุล้านบาท

    ปังไม่ไหว! “สิมิลัน” สร้างสถิติ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยววันแรกกวาดรายได้ทะลุล้านบาท

    สิมิลันสร้างสถิติ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยววันแรกกวาดรายได้ทะลุล้านบาท ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 2,027 คน ตอกย้ำแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก

    วันที่ 15 ต.ค. 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ประจำปี 2568-2569 ด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม โดยในวันแรกสามารถสร้างรายได้สูงถึง 1,000,650 บาท พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 2,027 คน ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 1,831 คน และชาวไทย 196 คน สะท้อนถึงศักยภาพและชื่อเสียงในระดับนานาชาติของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลชั้นนำของประเทศ

    นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ทุกปีอุทยานฯ จะปิดให้ธรรมชาติพักฟื้นเป็นระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 ตุลาคม เพื่อให้ระบบนิเวศได้ฟื้นตัวและป้องกันอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงฤดูมรสุม ส่งผลให้ในปีนี้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับทะเลที่งดงามสมบูรณ์แบบ ทั้งน้ำทะเลใสราวคริสตัลที่สามารถมองเห็นพื้นทะเลลึกกว่า 30 เมตรด้วยสายตาเปล่า ความใสสะอาดของน้ำทะเลทำให้การดำน้ำดูปะการังและสัตว์ทะเลเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ หาดทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งที่นุ่มนวลใต้ฝ่าเท้า โดยเฉพาะที่หาดเจ้าหญิงบนเกาะเมียงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหาดทรายที่สวยที่สุดในเอเชีย ทอดยาวเป็นเส้นโค้งสวยงามท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าใสและหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงแนวปะการังสีสันสดใสที่กลับมามีชีวิตชีวาเต็มพลัง ปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากชนิดเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ สร้างบ้านให้กับปลาหลายพันชนิด ตั้งแต่ปลาการ์ตูนน้อยใหญ่ ปลาผีเสื้อหลากสี ปลากระเบน ไปจนถึงเต่าทะเลที่แหวกว่ายผ่านไปมา

    หมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วย 9 เกาะ แต่ละเกาะมีความงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเกาะ 4 หรือเกาะเมียง เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีที่พักนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร และเป็นที่ตั้งของหาดเจ้าหญิง หาดทรายขาวสวยที่สุด พร้อมลานข้าหลวง จุดชมวิวบนยอดเขาที่มองเห็นทิวทัศน์ทะเลอันดามันแบบ 360 องศา และหาดเล็ก อ่าวสวยเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อน ส่วนเกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน เป็นเกาะใหญ่ที่สุด มีหินเรือใบ สัญลักษณ์สำคัญของหมู่เกาะสิมิลัน เป็นหินแกรนิตขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านริมทะเล เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปชมวิวทะเลและหมู่เกาะได้อย่างสวยงาม และเกาะ 9 หรือเกาะบางู ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ มีแนวปะการังที่สมบูรณ์ที่สุด ความหลากหลายของสัตว์ทะเลมากที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน มีโอกาสพบปลาทูน่า ฉลามหูดำ และเต่าทะเลขนาดใหญ่

    หมู่เกาะสิมิลันถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในโลก โดยนิตยสารดำน้ำชื่อดังระดับโลก มีจุดดำน้ำยอดนิยมมากกว่า 20 จุด อาทิ Christmas Point จุดดำน้ำที่มีปะการังอ่อนสีสันสดใส ปลาหลากชนิดแหวกว่ายรอบตัวเหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ, East of Eden แนวปะการังที่สวยงามติดอันดับโลก มีปะการังแข็งขนาดใหญ่อายุกว่าร้อยปี ปลาฝูงใหญ่แหวกว่ายผ่านแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่และนักดำน้ำขั้นสูง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจการถ่ายภาพมาโครและ Wide Angle เนื่องจากสามารถพบสิ่งมีชีวิตได้ในทุกระดับ

    สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ หมู่เกาะสิมิลันมีความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้จัดเตรียมมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ภายใต้นโยบาย “ท่องเที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    นายศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุทยานฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกจุด ทั้งห้องน้ำ ทางเดิน ที่พัก การติดตั้งทุ่นไข่ปลาเพื่อกำหนดโซนกิจกรรมป้องกันเรือเข้าทำลายแนวปะการัง การซ่อมบำรุงทุ่นจอดเรือให้พร้อมใช้งานทุกจุดจอดเรือมีความปลอดภัย เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดไว้ที่ 3,850 คนต่อวัน มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำตลอดเวลา พร้อมกำหนดเขตห้ามดำน้ำในบริเวศที่เป็นแหล่งวางไข่ของสัตว์ทะเล และเน้นย้ำให้ทุกคนร่วมกันรักษาความสะอาดและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้หมู่เกาะสิมิลันคงความสวยงามอย่างยั่งยืนสืบไป ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    “หมู่เกาะสิมิลันเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 การเดินทางจากท่าเรือทับละมุ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ใช้เวลาโดยเรือเร็วประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง ทั้งนี้อุทยานฯ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเหยียบย่ำปะการัง ไม่ให้อาหารสัตว์ทะเล นำขยะกลับมาทิ้งบนเรือหรือบนฝั่ง ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Reef Safe) และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันรักษาความงดงามของหมู่เกาะสิมิลัน แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ให้คงอยู่สืบไป” นายศิริวัฒน์ กล่าวย้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/449712&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iTwt89IC6k_QxVFw-keiC

  • ลอนเทนนิสได้ “ธนาคารออมสิน” หนุนจัดศึกเยาวชนนานาชาติเก็บคะแนนโลก

    ลอนเทนนิสได้ “ธนาคารออมสิน” หนุนจัดศึกเยาวชนนานาชาติเก็บคะแนนโลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/103955&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wgq2PX25bA7tjk2t-2NVF