Blog

  • หอการค้าชี้ ‘คนละครึ่ง – กระตุ้นท่องเที่ยว’ ทำเงินสะพัดแสนล้าน

    หอการค้าชี้ ‘คนละครึ่ง – กระตุ้นท่องเที่ยว’ ทำเงินสะพัดแสนล้าน

    หอการค้าชี้ ‘คนละครึ่ง – กระตุ้นท่องเที่ยว’ ทำเงินสะพัดแสนล้าน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.8-1.1% และทำให้ตัวเลขจีดีพีทั้งปีนี้อาจโตได้ 2.0-2.2%

    ทั้งนี้ มีปัจจัยจากเศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ย.จะเริ่มคึกคักมากขึ้นโดยจะมีเม็ดเงินจากหลายโครงการเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่โครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว รวมทั้งมาตรการเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐจะเข้ามาช่วยกระตุ้น

    “คาดว่าในช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินจากโครงการคนละครึ่งพลัสเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ 59,080 ล้านบาท โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 22,780 ล้านบาท และโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวด้วยการลดหย่อนภาษีอีก 35,000 ล้านบาท รวมเป็น 1.0-1.5 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยผลักในจีดีพีไทยในไตรมาส 4 โตเพิ่มขึ้นอีก 0.5-0.8% และดันให้จีดีพีทั้งปีนี้ของไทยโตได้เกิน2%”

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องเร่งวางโครงสร้างและมาตรการด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจไทยโดยเร็ว เพื่อเร่งอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ  เนื่องจากขณะนี้ไทยมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำสุดในอาเซียน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ คาดว่าปีนี้ไทยจะเติบโตได้ 2% ส่วนปี 2569 จะเติบโตลดต่ำลงเหลือ 1.6%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378968186&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_JV0OpdbtENLrBtqlgGju

  • สุราษฎร์ฯ ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากหาดใหญ่ของสายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ อย่างอบอุ่น! | TOPNEWS

    สุราษฎร์ฯ ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากหาดใหญ่ของสายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ อย่างอบอุ่น! | TOPNEWS

    สุราษฎร์ฯ ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากหาดใหญ่ของสายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ อย่างอบอุ่น!

    • เผยแพร่ : 17/10/2025 18:08

    เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 คุณจิราลักษณ์ ผดุงภักดีวงศ์ ประธานภาค (President Chapter) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ : TTAA) ภาคใต้ตอนล่าง (Lower Southern Chapter) เป็นผู้นำนักท่องเที่ยว จำนวน 5 คน เดินทางมากับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ส (Ezy Airlines) เที่ยวบิน EZT2111 จากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ถึงท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เวลา 09.20 น. โดยมีผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารบริเวณโถงรับผู้โดยสารขาเข้า

    นางสาวมัณฑนา ภูธรารักษ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นฤกษ์ดีที่เรามีสายการบินอีซีแอร์ไลน์ เป็นทางเลือกหนึ่งให้เลือกหนึ่งให้กับผู้โดยสารในการเดินทางในภูมิภาคดูเดียวกัน จากสุราษฎร์-หาดใหญ่ และคงจะมีการเชื่อมโยงในพื้นที่ภาคใต้อีกหลายเส้นทาง ทำให้นักท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัดเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานี สะดวกและรวดเร็วขึ้น เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ททท.ในฐานะที่เป็นส่งเสริมการตลาดก็จะขับเคลื่อน พร้อมกับร่วมกันจัดโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มแรงจุงใจให้กับนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมากขึ้น ให้เหมาะสมกับความต้องการเดินทางมาเป็นหมู่คณะ และในอนาคตข้างหน้าเราจะทำเส้นทางเชื่อมโยงกับ ททท.ในภูมิภาคใต้หลายแห่งเช่นกัน

    ด้าน นางปรีดา ช่วยคง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าด้วยขีดความสามารถของสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความพร้อมที่จะรองรับสายการบินในประเทศ และต่างประเทศ ทางกรมท่าอากายานเองมีความต้องการเพิ่มสายการบินเชื่อมต่อในระดับจังหวัด ในภูมิภาคเดียวกัน สายการบินอีซีแอร์ไลน์ เป็นการตอบโจทย์ตามนโยบายดังกล่าว การเชื่อมต่อในปัจจุบันก็จะเชื่อมต่อไปยังจังหวัดต่างๆในพื้นที่เดียวกัน เช่น สุราษฎร์ธานี ไปหาดใหญ่ -เบตง ในอนาคตถ้าขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวของจังหวัด มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมากขึ้น สายการบินอีซีแอร์ไลน์ก็จะตอบโจทย์การเดินทางในภูมิภาคได้

    นายศักดิ์ศรันย์ นาคราช ผู้อำนวยการการตลาด กล่าวว่า สายการบินอีซี่ แอร์ไลน์ส ดำเนินงานโดยบริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด (M-Landarch Company Limited) ซึ่งได้รับใบรับรองผู้ดำเนินอากาศ (AOC) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ให้บริการเที่ยวบินแบบประจำ (Schedule Flight) เส้นทางหาดใหญ่–สุราษฎร์ธานี และเที่ยวกลับ รวมสัปดาห์ละ 4 เที่ยว คือทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ โดยใช้เครื่องบินรุ่น เซสนา 208 บี แกรนด์ คาราวาน อีเอ็กซ์ (Cessna 208B Grand Caravan Ex) รองรับผู้โดยสารได้ไม่เกิน12 ที่นั่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที การเปิดเส้นทางบินตรงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ กระจายนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ท้องถิ่น รวมถึงสร้างการเชื่อมต่อการเดินทางให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคภาคใต้ พร้อมกันนี้ สายการบินยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้น 1,900 บาทต่อเที่ยว (ไม่รวมภาษี) จองได้ผ่านเว็บไซต์ www.ezyairlines.com หรือทางไลน์ออฟฟิเชียล (LINE Official) @EzyAirlines

    นายสันทัด เจ็ดเสมียนใหม่  ผู้สื่อข่าวท็อปนิวส์ทั่วไทย จ.สุราษฎร์ธานี

    SOCAIL 16-9 copy

    01

    “ซาบีดา” ตอบกระทู้ ชูนโยบาย “ทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้” ลุยปรับโครงสร้างงบให้เข้ากับนโยบายปัจจุบัน เร่งพัฒนาหอศิลป์แห่งชาติ-หอสมุดดิจิทัล

    เจอตัวแล้ว! ลุงหลาน หาของป่า หลงป่าเทือกเขาหลวง

    ชื่นชม! เทคนิคระยอง รับรางวัลยกย่องเป็น ‘สถานศึกษาที่กำกับติดตามและดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ปรากฏผลงานเป็นรูปธรรมเป็นตัวอย่างที่ดี’

    DSI อัพเดทคดีฮั้วเลือกสว. เร่งไล่ตรวจเส้นเงินหาความเชื่อมโยง เผยยังไม่รับปมเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ

    สืบภาค 2 – สสจ. บุกทลายคลีนิกตรวจโรคเถื่อนทำผิดซ้ำซาก

    ตรังจำหน่ายชุดขาวช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1360341&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gIPDMDiRdXOKFL251XFXw

  • “อรรถกร” บุกปักกิ่ง เจาะตลาดท่องเที่ยวจีนเชิงรุก

    “อรรถกร” บุกปักกิ่ง เจาะตลาดท่องเที่ยวจีนเชิงรุก

    “อรรถกร” บุกปักกิ่ง เจาะตลาดท่องเที่ยวจีนเชิงรุก ดันไทยขึ้นแท่นจุดหมายคุณภาพระดับโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่น นทท.จีน “ไทยปลอดภัย เที่ยวง่าย มั่นใจได้”

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรม “Amazing Thailand, Networking Dinner”

    เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีนเดินทางเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Networking Dinner ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้พบปะและหารือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีน ในการขับเคลื่อนตลาด outbound ของจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูง

    โดยนายอรรถกร ได้กล่าวกับทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนช่วงหนึ่งว่า ในนามของรัฐบาลไทย เรามาเพื่อขอคำแนะนำจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนว่า อยากจะให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะการทำงานของตนยึดมั่นว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องมารับฟังจากผู้รู้ วันนี้เราต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กระชับความสัมพันธ์

    และผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็น จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก การพบปะครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แต่ยังมาแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

    โดยการหารือครั้งนี้ ไม่เพียงเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยประเทศไทย ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และการคุ้มครองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านการเดินทาง การบริการ การดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกท่านเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยทุกก้าว

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_949897/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KUi4u3K8FBR8vwMnvPkuV

  • “อรรถกร” บุกปักกิ่ง เจาะตลาดท่องเที่ยวจีนเชิงรุก ดันไทยขึ้นแท่นจุดหมายคุณภาพระดับโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่น นทท.จีน “ไทยปลอดภัย เที่ยวง่าย มั่นใจได้”

    “อรรถกร” บุกปักกิ่ง เจาะตลาดท่องเที่ยวจีนเชิงรุก ดันไทยขึ้นแท่นจุดหมายคุณภาพระดับโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่น นทท.จีน “ไทยปลอดภัย เที่ยวง่าย มั่นใจได้”

    กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, วันที่ 17 ต.ค. – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) พร้อมด้วย น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัด กก. น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางไปร่วมกิจกรรม “Amazing Thailand, Networking Dinner” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีน โดยได้พบปะและหารือกับบริษัทต่าง ๆ  ได้แก่ UTour, Caissa, Qunar, Tongcheng, China Comfort Tourism (CCT), China Travel Group (CTG), 6renyou, ZX-Tour, Hainan Airlines และ Air China ซึ่งต่างเป็นพันธมิตรหลักในการขับเคลื่อนตลาด outbound ของจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูง

    โดยนายอรรถกร ได้กล่าวกับทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนช่วงหนึ่งว่า ในนามของรัฐบาลไทย เรามาเพื่อขอคำแนะนำจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนว่า อยากจะให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะการทำงานของตนยึดมั่นว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องมารับฟังจากผู้รู้ วันนี้เราต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กระชับความสัมพันธ์ และผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก การพบปะครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แต่ยังมาแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

    “การหารือครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และการคุ้มครองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านการเดินทาง การบริการ การดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกท่านเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยทุกก้าว” รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าว

    ทั้งนี้ การเดินทางพบปะพันธมิตรจีนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเชิงรุกภายใต้นโยบาย “Big Impact, Act Fast” ซึ่งมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการกับพันธมิตรสำคัญของจีนในทุกมิติ ทั้งสายการบิน แพลตฟอร์มออนไลน์ และบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูและยกระดับตลาดนักท่องเที่ยวจีนสู่ประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง “Strategic Connectivity” ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจีน พร้อมผลักดันให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพลัง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/249544&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Q-3pDyR8ynw7OSpAu7GvW

  • เรื่องน่ารู้ก่อนไปชิงเต่า ประเทศจีน เมืองพักผ่อนริมทะเลสุดชิล

    เรื่องน่ารู้ก่อนไปชิงเต่า ประเทศจีน เมืองพักผ่อนริมทะเลสุดชิล

              เที่ยวชิงเต่า (Qingdao) เมืองชายทะเลสุดโรแมนติกแห่งแดนมังกร กับเรื่องน่ารู้ต่าง ๆ พร้อมสัมผัสเสน่ห์สถาปัตยกรรมยุโรปริมทะเล เบียร์ชื่อดัง และวิวทะเลสวยสุดสายตา

              ชวนออกเดินทางสู่เมืองชายทะเลสุดมีเสน่ห์อย่างชิงเต่า (Qingdao) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจีน ที่ผสมผสานความทันสมัยกับกลิ่นอายยุโรปได้อย่างลงตัว เมืองนี้ขึ้นชื่อทั้งเรื่องทิวทัศน์ทะเลสวย เหมาะกับการพักผ่อนในทุกฤดูกาล ก่อนจะออกเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง มาทำความรู้จักเรื่องน่ารู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับชิงเต่ากันก่อนดีกว่า เมืองที่ใครไปเยือนแล้วต้องหลงรักแน่นอน

    ชิงเต่า ประเทศจีน

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ชิงเต่า อยู่ตรงไหนของจีน

              ชิงเต่า (Qingdao) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศจีน ในมณฑลซานตง (Shandong) ถ้ามองจากแผนที่จะเห็นว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสะอาด สงบ และมีวิวทะเลสวย ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งวัน เหมาะกับคนที่อยากไปพักผ่อนชิล ๆ ไม่วุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่ แต่ก็ยังมีครบทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ช้อป เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ชิงเต่า เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม

              หลัง ๆ มานี้กระแสการท่องเที่ยวเมืองชิงเต่าเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน เพราะที่นี่มีครบทุกฟีล ทั้งบรรยากาศทะเลสวย ๆ สงบแต่ไม่เงียบเกินไป แถมยังมีกลิ่นอายยุโรป เดินเล่นในเมืองก็เจอบ้านสไตล์ยุโรปเก๋ ๆ คาเฟ่น่ารัก วิวทะเลสุดปัง แล้วก็มี “เบียร์ชิงเต่า” เจ้าดังที่หลายคนตั้งใจไปลองถึงถิ่น ที่สำคัญเมืองนี้อากาศดีตลอดปี ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนหลายเมืองในจีน

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Kapi Ng / shutterstock.com

    ชิงเต่า เมืองแห่งเบียร์

              ถ้าจะพูดว่าชิงเต่าได้ฉายาว่า “เมืองแห่งเบียร์” ก็ไม่เกินจริง นั่นเพราะที่นี่คือบ้านเกิดของเบียร์ชิงเต่า (Tsingtao Beer) เบียร์ชื่อดังที่ส่งออกไปทั่วโลก เดิมทีเมืองนี้เคยเป็นอาณานิคมของเยอรมนี เลยรับวัฒนธรรมการต้มเบียร์มาด้วยเต็ม ๆ

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Eddie5 / shutterstock.com

              ปัจจุบัน ยังมีโรงงานเบียร์ชิงเต่า ให้เข้าไปเที่ยวชมและชิมเบียร์สดจากถังได้เลย แถมทุกปีช่วงเดือนสิงหาคมก็จะมีเทศกาลเบียร์นานาชาติชิงเต่า บรรยากาศคึกคักสุด ๆ เหมือนงาน Oktoberfest เวอร์ชันจีน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ใครอยากเปิดประสบการณ์เที่ยวงานเทศกาลใหม่ ๆ งานนี้บอกเลยว่าน่าเช็กอินใช่เล่น

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : QINQIE99 / shutterstock.com

    ชิงเต่า ที่เที่ยว

              บอกเลยว่าชิงเต่ามีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายแห่ง ได้แก่ 

    • สะพานจ้านเฉียว แลนด์มาร์กสำคัญของชิงเต่า ตั้งอยู่ริมทะเลเหลือง เป็นสะพานยาวที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้ได้วิวทะเลกว้างสุดสายตา เวลาเดินบนสะพานจะรู้สึกชิลมาก ๆ ลมทะเลเย็นพัดมาตลอด ฟีลเหมือนพักผ่อนริมทะเลจริง ๆ

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    • หาด Number 1 Bathing ชายหาดชื่อดังและเป็นที่นิยมที่สุดของชิงเต่า อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง รอบ ๆ ชายหาดมีร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดให้เช่าเตียงผ้าใบ อีกจุดเด่นอีกอย่าง คือ บรรยากาศช่วงเย็นและพระอาทิตย์ตก ฟีลโรแมนติกสุด ๆ ถ้าอยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ บอกเลยว่าห้ามพลาด

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Zyra Lee Zhang / shutterstock.com

    • พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ภายในเดินชมขั้นตอนการผลิตเบียร์ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการบรรจุขวด ทำให้เห็นเบื้องหลังของเบียร์ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมี โซนชิมเบียร์สดจากถังให้ลองชิมกันอีกด้วย

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : QINQIE99 / shutterstock.com

    • ย่านบาดาเกวาน ย่านขึ้นชื่อเรื่องบ้านสวยสไตล์ยุโรป เหมาะกับการเดินเล่นชิล ๆ ผ่านถนนเรียงรายด้วยต้นไม้สวย ๆ สายถ่ายรูปจะชอบมาก เพราะทุกมุมมีมุมเก๋ ๆ ให้ถ่ายได้ตลอดทาง หรือมานั่งจิบกาแฟ คาเฟ่เล็ก ๆ รอบ ๆ ก็มีให้เลือกเพียบ

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    • ภูเขาเหลาซาน ใครชอบธรรมชาติ ชอบวิวสวย ๆ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ ที่นี่จะมองเห็นวิวทะเลจากยอดเขากว้างสุดสายตา นอกจากนี้ ยังมีวัดเก่าแก่และสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม ให้แวะชมระหว่างทางขึ้นเขา เดินไม่ยาก ใช้เวลาเที่ยวครึ่งวันถึงเต็มวันก็เพลิน ๆ แล้ว

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    • ถนนคนเดินไท่ตง ย่านช้อปปิ้งและอาหารขึ้นชื่อของชิงเต่า อยู่ใจกลางเมือง ที่นี่มีของกินทะเลสด ๆ และอาหารท้องถิ่นเพียบ ทั้งหมึกย่าง หอยทอด ข้าวโพดอบเบียร์ หรืออาหารจีนแบบพื้นบ้าน เดินไปชิมไป เพลินสุด ๆ

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Giusparta / shutterstock.com

    ชิงเต่า ของกิน

              ชิงเต่าเป็นเมืองชายทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด ๆ เพราะสามารถจับของทะเลสดจากทะเลเหลืองมาปรุงได้ทันที ทำให้รสชาติหวาน สด อร่อยเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หมึก ปู หรือปลาต่าง ๆ หนึ่งในเมนูยอดนิยมของที่นี่คือ หมึกย่างเสียบไม้ กลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม กินเพลิน ๆ ระหว่างเดินเล่นริมทะเล และ หอยทอดแบบจีน ที่ผสมแป้งกรอบ ๆ กับหอยสด ๆ กินคู่กับซอส นอกจากนี้ยังมีอาหารสตรีตฟู้ดและของกินท้องถิ่นอีกหลายอย่างให้ได้ลิ้มลอง

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Kapi Ng / shutterstock.com

              ถ้าอยากไปสัมผัสของกินชิงเต่าแบบครบ ๆ แนะนำไปที่ถนนคนเดินไท่ตง หรือร้านอาหารริมทะเล ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดและของกินท้องถิ่น บอกเลยว่ามาแล้ว อิ่ม อร่อย และฟีลชิลสุด ๆ

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ชิงเต่า เที่ยวช่วงไหนดี

              ถ้าจะให้แนะนำว่าจะไปเที่ยวชิงเต่าช่วงไหนดี แนะนำว่าให้มาสักช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เพราะช่วงนี้อากาศกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป แดดไม่แรงมาก หรือถ้าอยากสนุกกับเทศกาลเบียร์นานาชาติ ต้องไปช่วงเดือนสิงหาคม รับรองว่าคึกคักสุด ๆ แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศสงบ ๆ เดินเล่นริมทะเล ชมวิวภูเขา ก็ไปช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงอย่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ก็ฟินเหมือนกัน แถมคนไม่เยอะออีกด้วย

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : terimma / shutterstock.com

    การเดินทางไปชิงเต่า

              ถ้าอยากไปเที่ยวชิงเต่า บอกเลยว่าตอนนี้สะดวกมาก ๆ เพราะจากไทยมีไฟลต์ตรงไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติชิงเต่า เจียวตง ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว สบายๆ ไม่ต้องต่อเครื่องให้ยุ่งยาก

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : QINQIE99 / shutterstock.com

              ถ้าใครอยู่เมืองอื่นในจีน เช่น ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ ก็สามารต่อเครื่องไปชิงเต่าได้ง่ายมาก ใช้เวลาบินแค่ 1-2 ชั่วโมงเอง ส่วนในเมืองก็มี รถไฟใต้ดิน รถบัส และแท็กซี่ ให้เดินทางไปยังที่เที่ยวต่าง ๆ สะดวกสุด ๆ พูดง่าย ๆ คือมาเที่ยวชิงเต่าไม่ยาก ถึงเร็ว เดินทางง่าย แล้วก็มีทั้งวิวทะเล สถานที่ถ่ายรูป และอาหารอร่อยรออยู่เพียบ

    ชิงเต่า การเดินทางในเมือง

              พอไปถึงเมืองชิงเต่าแล้ว การเดินทางในเมืองก็ง่ายมาก และมีวิธีเดินทางหลากหลาย เช่น 

    • รถไฟใต้ดิน มีหลายสาย ครอบคลุมทั้งย่านท่องเที่ยวและย่านช้อปปิ้ง เดินทางสะดวก ไม่หลงแน่นอน

    • รถบัส ราคาถูกและครอบคลุมแทบทุกมุมเมือง เหมาะกับคนที่อยากประหยัด

    ชิงเต่า Qingdao จีน

    ภาพจาก : Pataporn Kuanui / shutterstock.com

    • แท็กซี่/เรียกรถผ่านแอป เป็นอีกวิธีที่สะดวก แต่แนะนำให้มีแอปแปลภาษาจีน เพราะคนขับบางคนพูดอังกฤษไม่ค่อยได้

    *** สำหรับคนอยากเที่ยวแบบชิล ๆ บางย่านเดินไปก็ถึง หรือจะปั่นจักรยาน/สกู๊ตเตอร์ก็สนุกดีไม่แพ้กัน

    ชิงเต่า มีอะไรที่ควรรู้ก่อนไปไหม

              ใครที่มีแผนจะไปเที่ยวชิงเต่า เรามีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก ได้แก่ 

    • ภาษา คนชิงเต่าส่วนใหญ่พูดภาษาจีนกลาง ภาษาอังกฤษอาจไม่แพร่หลายมาก วิธีแก้แนะนำโหลดแอปแปลภาษาจีน ไว้ หรือจดชื่อสถานที่/อาหารเป็นตัวอักษรจีนไว้ จะสะดวกเวลาสื่อสารกับคนท้องถิ่น

    • การชำระเงิน คนจีนส่วนใหญ่ใช้ Alipay หรือ WeChat Pay มากกว่าบัตรเครดิต เราจึงควรเตรียม เงินสดหยวน หรือโหลดแอปสำหรับจ่ายเงินต่างประเทศก็สะดวก

    • อากาศ ชิงเต่าอยู่ชายทะเล อากาศค่อนข้างเย็นลมแรง แนะนำเตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ หรือแจ็กเก็ตเอไปเผื่อด้วย 

    • การจองที่พักและท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลเบียร์นานาชาติ (สิงหาคม) คนเยอะมาก แนะนำควรจองที่พักล่วงหน้า และหากอยากเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่แออัด เควรลือกเที่ยวช่วงหน้าร้อนต้นหรือใบไม้ร่วง

    • การเดินทางในเมือง เมืองชิงเต่ามีรถไฟใต้ดิน รถบัส และแท็กซี่ให้บริการ ครอบคลุมหลายจุดเที่ยว

    ชิงเต่า Qingdao จีน

              ถ้าอยากเที่ยวทะเล ฟีลยุโรป และอาหารทะเลสด ๆ ชิงเต่า คือคำตอบ เมืองชายทะเลสุดชิล เก็บกระเป๋าแล้วไปเดินเล่น ชิมอาหาร ชมทะเล และฟีลชิล แบบเต็ม ๆ กัน ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวจีน เที่ยวจีน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ thatsqingdao.com, เว็บไซต์ travelchinaguide.com, เว็บไซต์ viator.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295825.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2caZG9T_jmS3-6D0Csn1IY

  • ต้องสูญอีกกี่ชีวิต? ยื่นสอบ 50 อาคารสูง หลังเหตุ ไฟไหม้คอนโด – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ต้องสูญอีกกี่ชีวิต? ยื่นสอบ 50 อาคารสูง หลังเหตุ ไฟไหม้คอนโด – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ต้องสูญอีกกี่ชีวิต? ยื่นสอบ 50 อาคารสูง หลังเหตุ ไฟไหม้คอนโด

    เหตุการณ์ ‘ไฟไหม้คอนโด’ แห่งหนึ่งตรงข้ามห้างพาต้า ปิ่นเกล้า กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สังคมไทยต้องตั้งคำถามอีกครั้ง ถึงมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสูงในกทม. อนุกรรมการฯ สภาผู้บริโภคยื่นกทม.เร่งสอบ 50 อาคารสูงไม่ได้มาตรฐาน

    เหตุการณ์ ไฟไหม้คอนโด ย่านปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 กลายเป็นโศกนาฎกรรมอีกครั้ง เมื่อต้องสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง ที่ต้องเสียชีวิตจากการ “สำลักควันไฟ” ขณะหนีออกทางบันไดหนีไฟในอาคารที่มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน แต่กลับไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบ ที่สำคัญมีอาคารสูงที่ไม่ได้มาตรฐานอีกอย่างน้อย 50 แห่ง ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อาศัยและชุมชนรอบข้างที่รอการตรวจสอบ

    ยื่นกทม.สอบ 50 อาคารสูง

    ต้องสูญอีกกี่ชีวิต? ยื่นสอบ 50 อาคารสูง หลังเหตุ ไฟไหม้คอนโด : ก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี

    ก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้ตรวจสอบอาคารสูงเพิ่มเติมอีก 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นตรวจสอบไปแล้ว 38 แห่ง หลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 จากการสำรวจของสภาผู้บริโภคพบว่ามีอาคารสูงจำนวนมากในกทม.ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และชุมชนรอบข้าง โดยเฉพาะประเด็นถนนรอบโครงการต้องมีความกว้าง 6 เมตร เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าไปได้เมื่อเกิดอัคคีภัย

    กรณีล่าสุดไฟไหม้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านปิ่นเกล้า จนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่าเกิดจากอะไร แต่สิ่งที่เห็นชัดเจน คือถนนรอบอาคารไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คือต้องมีความกว้าง 6 เมตร ทำให้รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าได้ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้

    “ถึงเวลาที่กทม.ต้องดำเนินการตรวจสอบอาคารสูงที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างอย่างจริงจัง และแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ทุกเรื่องสามารถแก้ไขได้หมด ถ้าจะแก้ ถ้าเจ้าของอาคารไม่แก้ไข ก็ต้องลงโทษอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อชีวิตของผู้อยู่อาศัย อย่ารอให้เกิดศพต่อไป ผู้บริโภคต้องตระหนักถึงสิทธิของตัวเองและลุกขึ้นมาตรวจสอบ ร้องเรียน ถ้านิติไม่ดำเนินการแก้ไข ก็ต้องแจ้งความ” ก้องศักดิ์ กล่าว

    กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาใหญ่ที่ถูกมองข้ามมานานในอาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องการละเลยตรวจสอบระบบป้องกันไฟ การขวางประตูหนีไฟเพื่อความสะดวก และการออกแบบพื้นที่ที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดความปลอดภัยของกฎหมายอาคาร

    ต้นตอปัญหา คือการทุจริต

    สภาผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2568 พบว่า มีอาคารสูงอย่างน้อย 37 แห่งในกรุงเทพฯ ที่เข้าข่ายก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น ถนนรอบโครงการกว้างไม่ถึง 6 เมตร การเว้นระยะร่นอาคารไม่ถูกต้อง กีดขวางทางสาธารณะ ระบบป้องกันอัคคีภัยไม่ได้รับการตรวจเช็กตามรอบ และหลายกรณีโยงถึงข้อสงสัยเรื่อง “การทุจริตในการออกใบอนุญาตก่อสร้าง” และการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ

    ปัจจุบัน ในกทม. มีอาคารสูงแทรกอยู่ตามชุมชนจำนวนมาก และไม่เป็นระเบียบ ซึ่งสภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการก่อสร้างไม่ถูกต้อง การก่อสร้างที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงอาคารสูงจำนวนมากเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน มีต้นตอปัญหาเดียวกัน คือการทุจริตในกระบวนการก่อสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง การตรวจสอบ

    “ปัญหาความปลอดภัยอาคารสูงในกทม. เกิดจากผู้ปฏิบัติงานในวงจรการก่อสร้างทั้งหมด เป็นต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหา และสุดท้ายทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต ที่ต้องพูดวันนี้เพื่อไม่ให้มีการตายเกิดขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันตรวจสอบ ตรงไหนที่ผิดกฎหมายก็อย่าทำ” ก้องศักดิ์ กล่าว

    ยกเครื่องการตรวจสอบทั้งระบบ

    กรณีล่าสุดเหตุ ไฟไหม้คอนโด ย่านปิ่นเกล้า โพสต์ของเพจ “ประชาคมแพทย์” ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้ ว่า แม้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) และพัดลมอัดอากาศ (Pressurized Fan) จะทำงานตามหน้าที่ แต่สาเหตุที่ระบบล้มเหลวอาจมาจาก “ประตูหนีไฟที่มีคนเปิดค้างไว้” ทำให้ควันไฟไหลย้อนเข้ามาในช่องบันไดหนีไฟ จากทางหนีชีวิต กลายเป็น “ปล่องควันมรณะ”

    สำหรับสาเหตุของผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ มากกว่า 90% เกิดจากการขาดอากาศหายใจ แต่สำหรับการเสียชีวิตของคุณหมอท่านนี้ ยังต้องรอการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่นอนต่อไปว่าการขาดอากาศหายใจ เป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตใช่หรือไม่ และเกิดที่ใด ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญในการวางแนวทางการป้องกันต่อไป

    เพจประชาคมแพทย์เสนอ 4 แนวทางการแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย เพื่อไม่ให้ “บันไดหนีไฟ” กลายเป็น “ทางตันของชีวิต” ดังนี้

    1. ตรวจสอบระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Proactive Audit) บังคับให้อาคารสูงทุกแห่งต้องตรวจสอบระบบพัดลมอัดอากาศ ประตูหนีไฟ และระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ ทุก 6 เดือนและเผยแพร่ผลตรวจสอบบนเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้

    2. เพิ่มโทษผู้ละเลยหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หากนิติบุคคล หรือผู้จัดการอาคารละเลยการดูแลระบบป้องกันอัคคีภัยจนเกิดความเสียหายแก่ชีวิตให้ถือว่าเป็น “การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

    3. สร้างช่องทางร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ (FireCheck Platform) จัดตั้งระบบร้องเรียนออนไลน์สำหรับประชาชน แจ้ง “ประตูหนีไฟเปิดค้าง” หรือ “ระบบอัดอากาศไม่ทำงาน” ได้โดยตรง มีทีมตรวจสอบเฉพาะกิจในแต่ละเขต เพื่อเข้าตรวจภายใน 48 ชั่วโมง

    4. รวมข้อมูลระบบหนีไฟไว้ในทะเบียนกลางอาคาร (Building Safety Registry) โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นบันทึกข้อมูลระบบความปลอดภัยของอาคารทุกแห่ง และเปิดให้ตรวจสอบผ่านคิวอาร์ โค้ด บริเวณทางเข้าอาคาร


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ไฟไหม้คอนโดชั้น 16 ตรงข้ามห้างดังย่านปิ่นเกล้า จนท. เร่งอพยพประชาชน

    เรียกร้อง ”ชัชชาติ” ตรวจความปลอดภัย อาคารสูง 50 เขต ใน 30 วัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/17102568_condo-on-fire_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LiqBa8ATWq_ZXVscWmmvj

  • เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง Up Skill สายบัญชีให้ทันยุคดิจิทัล ด้วย Excel & Power BI – คณะบัญชี

    เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง Up Skill สายบัญชีให้ทันยุคดิจิทัล ด้วย Excel & Power BI – คณะบัญชี

    คณะบัญชี ม.ศรีปทุม จัดโครงการ Smart Skills for Accountants – Upgrade Excel อัพลุคให้พร้อมทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสหกิจศึกษา เสริมทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อสายอาชีพบัญชีในยุค AI และ Data Analytics โดยมุ่งเน้นการใช้งาน Microsoft Excel ขั้นสูง และ Power BI เพื่อการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลทางบัญชีอย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายในกิจกรรม นักศึกษาได้เรียนรู้จาก วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจจริง ได้แก่

    คุณนพสิทธิ์ เพ็ชรพันธ์งาม และคุณนริทธิ บุญศักดิ์ หัวหน้าแผนกฝ่ายบัญชี บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และทีมงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/account/78978&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IR9lzM8E37mMCR7098_02

  • รมว.ศธ. “นฤมล” ถกปัญหาอาชีวะเอกชน หนุนเพิ่มความคล่องตัวการบริหาร ย้ำพร้อมผลักดันสร้างฝีมือชน คนสร้างชาติ – กระทรวงศึกษาธิการ

    รมว.ศธ. “นฤมล” ถกปัญหาอาชีวะเอกชน หนุนเพิ่มความคล่องตัวการบริหาร ย้ำพร้อมผลักดันสร้างฝีมือชน คนสร้างชาติ – กระทรวงศึกษาธิการ

    16 ตุลาคม 2568 – ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้แทนสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้ มีผู้แทนสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้าร่วมด้วย ณ ห้องประชุมวชิราวุธ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

    ศาสตราจารย์นฤมล กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องการรับฟังปัญหาของหน่วยงานและผู้ปฏิบัติ ก่อนที่จะกำหนดนโยบายด้านการศึกษาอะไรออกไป และที่ผ่านมา ก็ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่ ศธ. ซึ่งก็พบว่ายังมีสิ่งที่ต้องการจะผลักดันให้สำเร็จหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้ไขพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการศึกษาในระดับชาติ, การส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ โดยผลักดันการจัดตั้งสหกรณ์กลาง เพื่อรวมหนี้ครูไว้ที่เดียว และให้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ การปรับหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อขอมี/เลื่อนวิทยฐานะอย่างเหมาะสม การปรับปรุงบ้านพักครู เป็นต้น

    “วันนี้ได้มีการหารือร่วมกันถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของสมาคมฯ หลายประเด็น เช่น ด้านรายได้ของโรงเรียน/วิทยาลัยของอาชีวะเอกชน ในส่วนที่มาจากเงินบริจาคของสถานประกอบการ ตามพระราชกฤษฎีกา (พรก.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ที่ระบุให้นิติบุคคลได้รับการลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาคให้แก่สถานศึกษา ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ส่งผลให้สถานประกอบการบริจาคน้อยลง รวมทั้งปัญหาผู้เรียนลดลง และด้านกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดของวิทยาลัย/โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน เปิดการเรียนการสอนในระดับ ปวช. และ ปวส. ด้วยแผนจัดการเรียนการสอนได้ไม่หลากหลายเหมือนสถานศึกษาอาชีวะของรัฐ เช่น หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะ การจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาทางไกลออนไลน์ และการใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit bank)” ศาสตราจารย์นฤมล กล่าว

    ศาสตราจารย์นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาแก่สถานศึกษาเอกชนโดยเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องข้อจำกัดด้านการเปิดหลักสูตร/แผนจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาอาชีวะเอกชน สามารถดำเนินการได้ก่อน โดยมอบหมายให้ สอศ. พิจารณาระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับสถานศึกษาอาชีวะเอกชน จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนร่วมด้วย

    ธรรมนารี ชดช้อย / เรียบเรียง, กราฟิก
    สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ/ภาพ, ข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/moe-sema1-ovec-2/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ydxXzdI5UcDsZ4aiX7BV0

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เข้าร่วมเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติด้านนวัตกรรม เพื่อผลักดันการพัฒนาการศึกษาและสร้างโอกาสระดับโลกแก่นักศึกษาไทย

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เข้าร่วมเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติด้านนวัตกรรม เพื่อผลักดันการพัฒนาการศึกษาและสร้างโอกาสระดับโลกแก่นักศึกษาไทย

    Home / TECH / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เข้าร่วมเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติด้านนวัตกรรม เพื่อผลักดันการพัฒนาการศึกษาและสร้างโอกาสระดับโลกแก่นักศึกษาไทย

    Powered by Arizona State University® MUT จะยกระดับขีดความสามารถด้านบุคลากรและนวัตกรรมของประเทศไทย

    กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – วันที่ 17 ตุลาคม 2025 – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Arizona State University (ASU) มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น มหาวิทยาลัยที่มีนวัตกรรมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา 11 ปี ติดต่อกัน (2016–2026) โดย U.S. News & World Report ความร่วมมือนี้ทำให้ MUT ก้าวสู่การเป็นสถาบัน “Powered by ASU” และเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย ASU-Cintana Alliance เครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ร่วมมือกันเพื่อขยายการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ

    ASU ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 1% แรกของมหาวิทยาลัยโลก โดย Center for World University Rankings 2024 และได้รับการยอมรับด้านการจ้างงานบัณฑิต โดยอยู่ในอันดับที่ 2 ในบรรดามหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ จากการจัดอันดับของ Global Employability University Ranking and Survey 2025

    ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การอุดมศึกษาของประเทศไทย ที่มุ่งพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสูง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับนโยบายการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ระบุถึงความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงและผสมผสานความรู้จากหลายสาขาวิชา และเชื่อมโยงกับนานาชาติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

    “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนา MUT ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษานวัตกรรมระดับโลก ที่สามารถสร้างทักษะอนาคตแก่นักศึกษาและบุคลากร” รองศาสตราจารย์ ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าว เเละเสริมต่อว่า

    “ด้วยโมเดล Powered by ASU เรากำลังเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้เข้าถึงหลักสูตร คณาจารย์ และเทคโนโลยีการเรียนรู้ระดับโลก ซึ่งเท่ากับเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาไทยประสบความสำเร็จในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น”

    Prof. Michael M. Crow อธิการบดี Arizona State University กล่าวว่า “พันธกิจของ Arizona State University คือการสร้างโอกาสทางการศึกษา ความเป็นเลิศ และผลลัพธ์เชิงบวกในระดับโลก เราภาคภูมิใจที่ได้ต้อนรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเข้าสู่เครือข่าย Powered by ASU” เเละกล่าวคำมั่นว่า “เราจะร่วมกันมอบองค์ความรู้และการเรียนรู้ระดับโลกแก่นักศึกษาและบุคลากร ซึ่ง MUT เป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

    ในฐานะสถาบัน Powered by ASU นักศึกษา MUT จะได้รับประโยชน์จากหลักสูตรที่คัดสรรเเล้วโดย ASU การเรียนรู้จากคณาจารย์ผ่าน Masterclass การมีส่วนในโครงการวิจัยร่วม และการได้รับประกาศนียบัตรพิเศษของ ASU ระหว่างการศึกษา อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์และห้องเรียนเสมือนจริงของ ASU เพื่อเรียนรู้จากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกโดยไม่ถูกจำกัดด้วยอุปสรรคของภูมิศาสตร์

    นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเพิ่มโอกาสในการเคลื่อนย้ายนักศึกษาสู่เวทีนานาชาติ ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนและ Immersion Programs และในอนาคตอันใกล้ นักศึกษา MUT จะสามารถศึกษาต่อที่ Arizona State University ได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือที่วิทยาเขตในสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ Pathways ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อโอกาสในการรับปริญญาจาก ASU ซึ่งเป็นการจะมอบประสบการณ์การศึกษาระดับสากลอย่างแท้จริง นั่นหมายถึงนักศึกษา MUT จะมีวุฒิการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก และมีโอกาสทางอาชีพที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อตกลงทางวิชาการ แต่ยังเป็นพันธสัญญาที่จะเปิดโอกาสใหม่แก่นักศึกษาไทย โดยขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในระดับสากล เพื่อเสริมสร้างทักษะ เครือข่ายมนุษย์ และมุมมองที่จำเป็นต่อการก้าวสู่ความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทย ขณะเดียวกันยังทำให้การศึกษานักศึกษาไทยสามารถเข้าถึงระดับโลกด้วยต้นทุนที่เหมาะสม MUT เองก็ภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ล่าสุดของเครือข่าย ASU-Cintana Alliance เครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างอนาคตแห่งการศึกษา

    “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการศึกษาระดับโลกของ ASU ผ่าน ASU-Cintana Alliance นักศึกษาและคณาจารย์ของ MUT จะสามารถเชื่อมโยง ร่วมมือ และมีส่วนร่วมกับชุมชนวิชาการนานาชาติที่มุ่งแก้ไขความท้าทายระดับโลก” Dr. Rick Shangraw ประธานบริหาร Cintana Education กล่าว

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร Powered by Arizona State University กรุณาเยี่ยมชม [www.mut.ac.th]

    เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT):
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเอกชนชั้นนำของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และมุ่งเน้นที่ขับเคลื่อนการศึกษาด้วยงานวิจัย ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจหลักในการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดย MUT เปิดสอนหลากหลายหลักสูตรที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์เชิงปฏิบัติ

    ในฐานะ ศูนย์ฝึกอบรมด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของประเทศไทย (National Semiconductor Training Center) MUT มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเเห่งอนาคตของประเทศ มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะทำให้นักศึกษาไทยเข้าถึงการศึกษาระดับมาตรฐานสากลได้ในระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อขจัดอุปสรรคทางด้านการเงินของผู้เรียนเเละผู้ปกครอง อีกทั้งด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งกับ

    ภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยจึงยืนหยัดขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคนให้สอดรับกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง”

    เกี่ยวกับ Arizona State University (ASU):
    ASU ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัย “ที่มีนวัตกรรมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา” ต่อเนื่อง 11 ปี โดย U.S. News & World Report และได้พัฒนารูปแบบ New American University ภายใต้หลักการที่ว่า การเรียนรู้คือเส้นทางที่ทุกคนต้องค้นพบด้วยตัวเองนักศึกษาจะเติบโตได้จากประสบการณ์ และกระบวนการเฉพาะบุคคลไม่ควรถูกจำกัดด้วยสาขาวิชาการเเละวิธีสอนแบบดั้งเดิม ด้วยความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและการเข้าถึง ASU ได้ดึงดูดนักวิจัยชั้นนำเข้าสู่การเป็นคณาจารย์ ขณะเดียวกันก็ขยายโอกาสให้แก่นักศึกษาที่มีคุณสมบัติการเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย นักนวัตกรรม อย่างต่อเนื่อง

    เกี่ยวกับ Cintana Education:
    Cintana Education ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกเพื่อสร้างและพัฒนาโปรแกรมการศึกษาที่มีคุณภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือกับ Arizona State University โดยเครือข่าย ASU-Cintana Alliance เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ทางการศึกษาที่มีคุณค่าต่อการเปลี่ยนแปลง ณ นาทีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mthai.com/tech/399502.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06jvEyPOM4MVcZ5UOoTmdB

  • วิทยาลัยชุมชนระนอง ประชุมคณะอนุฯ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษา | เดลินิวส์

    วิทยาลัยชุมชนระนอง ประชุมคณะอนุฯ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษา | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่ห้องประชุมไข่มุก วิทยาลัยชุมชนระนอง ว่าที่ร.ต.กฤษฎา ฉิมพลีวัฒน์ ผอ.วิทยาลัยชุมชนระนอง ประชุมคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ครั้งที่ 10/2568 โดยมีนายสมโชค วงศ์ภิวัฒนา อนุกรรมการวิชาการวิทยาลัยชุมชนระนอง เข้าร่วม โดยการประชุมในครั้งนี้ มีการพิจารณาหลายประเด็นสำคัญเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา อาทิ ขอความเห็นชอบจัดตั้งห้องเรียนและตารางการจัดการเรียนการสอน ระดับอนุปริญญา ประจำภาคการศึกษาที่ 2/2568 สำหรับนักศึกษาอนุปริญญา รหัสขึ้นต้น 67 และ 68 ขอความเห็นชอบอนุมัติอาจารย์ผู้สอนระดับอนุปริญญา ประจำภาคการศึกษาที่ 2/2568 สำหรับนักศึกษาอนุปริญญา รหัสขึ้นต้น 68 (วิเคราะห์ศักยภาพ และความสอดคล้องกับเกณฑ์คุณสมบัติ) พิจารณากลั่นกรองผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญาของวิทยาลัยชุมชนระนอง ประจำปีการศึกษา 2567 (ภาคการศึกษาที่ 2/2567) พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานรองรับการรับนักศึกษาอนุปริญญา ปีงบประมาณ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5214234/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VpeEhq3IeLKlnO3PSsu8D