Blog

  • นักศึกษา 4 ส15 สถาบันพระปกเกล้า ลงพื้นที่โครงการเกาะสีชังพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ

    นักศึกษา 4 ส15 สถาบันพระปกเกล้า ลงพื้นที่โครงการเกาะสีชังพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ

    วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.07 น.

    Tag :

    ศาสตราจารย์ ดร. ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว กรรมการอำนวยการหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 15 สถาบันพระปกเกล้า โดยนักศึกษากลุ่ม Justice ลงพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ในโครงการสีชังพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ

    โดยนายสรสิทธิ์ เภตรา กำนันตำบลท่าเทววงษ์ จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศชายฝั่ง ประกอบด้วยการปล่อยลูกปูม้าระยะแรกฟัก ลูกปูม้าระยะวัยรุ่น กลับคืนสู่ทะเล รวมถึงการขยายพันธุ์ปะการังอ่อนหนังดอกเห็ด และปะการังอ่อนนิ้วมือ ของศูนย์เรียนธนาคารสัตว์ทะเลเกาะสีชัง

    โดยชุมชนเพื่อชุมชนยั่งยืน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  “ทะเลไทย หัวใจของชาติ” และกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคม “Food Loss Food Waste” และ “เบตเทอร์ฟลาย” (Betterfly) เลือกใช้วิธีจัดการขยะจากเศษอาหารด้วยการใช้หนอน ชนิดที่เรียกว่า “Black Soldier Fly” ชื่อย่อว่า “BSF” ชื่อไทยว่า “หนอนแมลงวันลาย” มาเป็นตัวช่วยในกระบวนการย่อยสลาย และแปรรูปขยะให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    โดยชาวบ้านและร้านค้าบนเกาะสีชังมีการคัดแยกขยะ และส่งขยะอินทรีย์มายังศูนย์เพื่อเป็นการร่วมกันกำจัดขยะโดยใช้หนอนแมลงวันลาย โดยปลอกดักแด้ ซากแมลง ดินดำ ปุ๋ยมูลหนอน น้ำยาไล่แมลงศรัตรูพืช หนอนแห้ง รวมถึงไข่หนอน สามารถนำไปใช้ๆด้และยังสามารถขายได้อีกด้วย เป้าหมายคือ เพื่อลดการฝังกลบและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในชุมชน เป็นความร่วมมือกัน 3 ฝ่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เกาะสีชังเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/922089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aZTM33imzi9LS3gU0UHGB

  • นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นยอดภูเรือชมทะเลหมอกรับลมหนาว 18 องศาฯ

    นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นยอดภูเรือชมทะเลหมอกรับลมหนาว 18 องศาฯ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    บรรยากาศบนยอดภูเรือ จังหวัดเลย คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นมาชม “ทะเลหมอกยามเช้า” และ “แสงแรกของวัน” ท่ามกลางอุณหภูมิเย็นสบาย 18 องศาเซลเซียส แสงทองสาดกระทบทะเลหมอกสีขาวท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อน สายหมอกค่อยๆ เคลื่อนผ่านยอดภูเรืออย่างอ่อนโยน นักท่องเที่ยวต่างเพลิดเพลินกับการชมหมอกแบบรอบทิศ 360 องศา โต้ลมหนาว พร้อมเก็บภาพความประทับใจอย่างตื่นเต้นและสนุกสนาน

    นางสาวเนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศบนภูเรือเหมาะแก่การท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่มีทะเลหมอกปกคลุมทั่วทั้งยอดเขาและร่องหุบเขา นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของธรรมชาติได้ต่อเนื่องไปจนสิ้นฤดูหนาว ทั้งนี้ หลังชมพระอาทิตย์ขึ้น นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะพักผ่อนจิบกาแฟที่ “ภูเรือคาเฟ่” ร้านค้าสวัสดิการของอุทยาน และร้านค้าชุมชนบริเวณด่านที่สอง ซึ่งมีบริการกาแฟสด อาหารและเครื่องดื่มครบครัน และทางอุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย และการให้บริการแก่นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000099785&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g8Dgdsvni-RCFz2ji1rWI

  • เลยหนาว 18 องศา! ภูกระดึงสุดฟิน ทะเลหมอกขาวโพลนรับแสงแรกวันใหม่

    เลยหนาว 18 องศา! ภูกระดึงสุดฟิน ทะเลหมอกขาวโพลนรับแสงแรกวันใหม่

    ภูมิภาค

    เลยหนาว 18 องศา! ภูกระดึงสุดฟิน ทะเลหมอกขาวโพลนรับแสงแรกวันใหม่

    วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในจังหวัดเลยช่วงเช้านี้มีอากาศเย็นและมีหมอกหนา โดยเฉพาะตามเทือกเขาและแหล่งท่องเที่ยวบนยอดภู ทำให้หลายพื้นที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสลมหนาวปลายฝนต้นหนาว

    โดยเฉพาะที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาลของหนุ่มสาวและนักเดินป่า ที่ต่างหลั่งไหลมาชมทะเลหมอกขาวโพลนสลับกับแสงอาทิตย์ยามเช้า

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า เช้าวันนี้อุณหภูมิบนยอดภูอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส หมอกลงจัดทั่วพื้นที่ นักท่องเที่ยวต่างประทับใจกับบรรยากาศสวยงาม โดยมีนักท่องเที่ยวพักค้างแรม 480 คน และลงทะเบียนขึ้นวันนี้อีก 660 คน รวมยอดสะสมกว่า 1,100 คน

    กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น, พระอาทิตย์ตกที่ ผาหล่มสัก, เดินชมใบเมเปิลบริเวณน้ำตกถ้ำใหญ่ (แม้ยังไม่เปลี่ยนสี) รวมถึงเที่ยวจุดชมวิวชื่อดังอย่าง ลานพระศรีนครินทร์, สระอโนดาต, ผาเหยียบเมฆ, ผาแดง, ผานาน้อย, ผาจำศีล, ผาหมากดูก และน้ำตกต่าง ๆ ที่กำลังสวยงามหลังธรรมชาติฟื้นตัวจากการปิดภู 4 เดือน

    ในปีนี้ อุทยานฯ มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร ของที่ระลึก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและหน่วยปฐมพยาบาลบนหลังแป พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา โดยยังคงจำกัดนักท่องเที่ยวไม่เกิน 3,500 คนต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/451011&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yCALuRTIlpWjG39RSxOi0

  • รมต.“ซาบีดา“ ลงพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา เตรียมความพร้อมเปิด พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน -หนุนพัฒนาเมืองโบราณยะรัง-โขนเยาวชนชายแดนใต้

    รมต.“ซาบีดา“ ลงพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา เตรียมความพร้อมเปิด พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน -หนุนพัฒนาเมืองโบราณยะรัง-โขนเยาวชนชายแดนใต้

    รมต.“ซาบีดา“ ลงพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา เตรียมความพร้อมเปิด พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน -หนุนพัฒนาเมืองโบราณยะรัง-โขนเยาวชนชายแดนใต้

    วันที่ 18 ตุลาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และสงขลา และเป็นประธานในพิธีเปิดงาน การกุศลเพื่อสมทบทุนชำระหนี้คงค้างและซ่อมแซมศูนย์อบรมศาสนาและจริยธรรมประจำมัสยิดอันซอรุลอิสลาม ณ มัสยิดอันซอรุลอิสลาม ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วม และได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการติดตามการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และสงขลา รวมถึงหารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมทางวัฒนธรรมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนงานตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรม “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” โดยเฉพาะส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม Unseen Thai Thai ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศ

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า จังหวัดแรกที่จังหวัดนราธิวาส ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน ณ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีกรมศิลปากร ดำเนินโครงการจัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน” ณ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับผู้รู้ด้านศาสนาอิสลามจากทุกภาคส่วนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอานคัดด้วยลายมือ ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดนราธิวาส สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นราธิวาส ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะจัดแสดงนิทรรศการหลัก 2 เรื่อง คือ “วิถีชีวิตมุสลิมถิ่นใต้” ถ่ายทอดหลักศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกาย สถาปัตยกรรม หัตถกรรม ศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ “ห้องคัมภีร์อัลกุรอาน” จัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอานสำคัญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ของจุฬาราชมนตรีคนแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ และคัมภีร์จากวังเจ้าเมืองปัตตานีและสายบุรี คาดพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมในเร็ว ๆ นี้

    จังหวัดที่สอง จังหวัดปัตตานี เยี่ยมชมเมืองโบราณยะรัง โบราณสถานที่สำคัญ มรดกสำคัญของชาติ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ร่วมกับจังหวัดปัตตานี และองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้เข้ามาทำการสำรวจและขุดแต่งบริเวณแห่งนี้ พบว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญว่าบริเวณแห่งนี้เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่มาก่อน และมีการติดต่อสัมพันธ์กับภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งจีน อินเดีย และอาหรับ โดยพบหลักฐานที่สำคัญ เช่น พระพิมพ์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และหลักฐานทางโบราณคดีอื่น ๆ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เดินหน้ารวบรวมโบราณวัตถุที่ขุดพบ

    เร่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ นับเป็นทุนสำคัญของพื้นที่ ในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน จากนั้นตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดแสดงโขนเยาวชนชายแดนใต้ ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อำเภอเมืองปัตตานี เป็นหนึ่งในโครงการของกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดปัตตานี ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยและส่งเสริมความสามัคคีในสังคมพหุวัฒนธรรม

    ซึ่งล่าสุดได้รับการคัดเลือกให้แสดงในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลการทดสอบ การอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2568 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2567 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568

    จังหวัดที่สาม ที่จังหวัดสงขลา ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การกุศลเพื่อสมทบทุนชำระหนี้คงค้างและซ่อมแซมศูนย์อบรมศาสนาและจริยธรรมประจำมัสยิดอันซอรุลอิสลาม” ณ มัสยิดอันซอรุลอิสลาม ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ภายใต้การดูแลของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ของเยาวชนในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมพื้นที่ให้เป็นศูนย์อบรมศาสนาที่สอดคล้องกับหลักคำสอน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของหลักศรัทธาของผู้นับถือศาสนาอิสลาม

    โดยกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชน โดยสนับสนุนการเปิดพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัย เป็นระบบ และเอื้อต่อการพัฒนาเยาวชนและชุมชนในระยะยาว การดำเนินงานของศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชน ที่มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้รับความรู้ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและเคารพในความแตกต่างของสังคมไทย

    ทั้งนี้ มัสยิดอันซอรุลอิสลามได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ประจำมัสยิด (ศอม.) ตามระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด พ.ศ. 2553 โดยได้รับอนุญาตจัดตั้งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบันดำเนินงานมากว่า 7 ปี ภายใต้การบริหารของ นายหมัดยูโส๊บ หรับจันทร์ ประธานศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดอันซอรุลอิสลาม และในปีการศึกษา 2567 ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด ยังได้รับเงินอุดหนุนจากกรมการศาสนาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/965219&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_UMJgJYOKneFAWfkF7-Ry

  • P

    P


    ขออภัยไม่พบข้อมูลดังกล่าว

    Btn

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.gsb.or.th/news/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%259C%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2590%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u4C3QZccsET6Un7xGgpZj

  • CPF ไล่ออก! ชายจอดกระบะขวางรถฉุกเฉิน พร้อมเผยเหตุผลทำไมต้องยุติการจ้าง | เดลินิวส์

    CPF ไล่ออก! ชายจอดกระบะขวางรถฉุกเฉิน พร้อมเผยเหตุผลทำไมต้องยุติการจ้าง | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5219179/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bh7ERzxm0f5lr9GxGE2Wj

  • เดือด! “อ.ตฤณ”จี้รัฐบุกทลายสแกมเมอร์-อายัดเงิน-เปิดชื่อ โทษประหาร หากเจ้าหน้าที่เอี่ยว | เดลินิวส์

    เดือด! “อ.ตฤณ”จี้รัฐบุกทลายสแกมเมอร์-อายัดเงิน-เปิดชื่อ โทษประหาร หากเจ้าหน้าที่เอี่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 19 ต.ค.อาจารย์ตฤณ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยา ได้โพสต์ข้อความถึงวิธีการดำเนินการกับแก๊งสแกมเมอร์ โดยระบุว่า

    ถ้าผมมีอำนาจสั่งการ เพื่อจัดการสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด

    ผมจะ

    1. สั่งหน่วยพิเศษทุกเหล่าบุกทลายและจับกุมแหล่งสแกมเมอร์ในไทยทันที (ยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นำส่งตรวจสอบแล็บ และไม่อนุญาตประกันตัว)

    เลื่อนชั้นยศหนึ่งขั้นทันทีที่ภารกิจสำเร็จ

    2. จับบัญชีม้า ภายใน 24 ชั่วโมง

    3. อายัดเงินทั้งหมดพร้อมขึ้นสถิติเงิน และทรัพย์สิน บนอินเตอร์เน็ต ให้ประชาชนตรวจสอบได้ 24 ชั่วโมงตลอดเวลา แบบ real time

    4. เปิดเผยหน้าตาและชื่อนามสกุล ของสแกมเมอร์ 

    5. ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองเกี่ยวข้อง ต้องได้รับโทษประหารชีวิต

    6.ต่างด้าวและชาวต่างชาติ ที่มากบดานในไทย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ ต้องได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต และประหารชีวิต (หากเคยโดนเนรเทศมาแล้วหนึ่งครั้ง และยังลักลอบกลับเข้ามาอีก)

    7. ทยอยเฉลี่ยคืนเงินให้ผู้เสียหาย เริ่มจากผู้เสียหายที่มีอายุมากที่สุด ตามด้วยผู้เสียหายที่มีจำนวนยอดหนี้สูง

    เดี๋ยวคิดออกเพิ่มจะมาเติม…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5218007/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HeV7ifpC9iZ2Hh8wsHxjF

  • MEDEZE ร่วม “งานประชุมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 3”

    MEDEZE ร่วม “งานประชุมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 3”


    MEDEZE ร่วม “งานประชุมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 3” ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมการแพทย์แห่งอนาคต

    นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “MEDEZE” เข้าร่วม “งานประชุมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 3” (The 3rd National Forum on Continuing Medical Education) จัดโดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ แพทยสภา ภายใต้แนวคิด “Care Revolution 2025: Power • Precision • Prosperity” ณ ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี และได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Stem Cells for Longevity: Scientific Promises and the Road to Regulatory Approval” เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการแพทย์เชิงลึก

    นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลากหลายสาขา ทั้งด้านเทคโนโลยีชีวการแพทย์ และนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของประชาชนไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่อย่างยั่งยืนการเข้าร่วมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ MEDEZE ที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพเชิงนวัตกรรมของภูมิภาค (HEALTH Economy)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/pr-news/36641&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lDwUrzQ498aPcv9KJednD

  • BYD ปัดแข่งลดราคา ชู “บริการหลังการขาย” สร้างความเชื่อมั่นตลาดไทย

    BYD ปัดแข่งลดราคา ชู “บริการหลังการขาย” สร้างความเชื่อมั่นตลาดไทย

    BYD ปัดแข่งลดราคา ชู “บริการหลังการขาย” สร้างความเชื่อมั่นตลาดไทย แจงปมเรียกรถคืนแสนคันไม่เกี่ยวไทย ยันดูแลลูกค้าแบตเสื่อมเต็มที่

    นาย เซียว ไห่ ผิง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักประธานกลุ่มบริษัทบีวาย เปิดเผยภายหลังจากคณะผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BYD ประเทศไทย โดยระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่โรงงานเปิดให้คณะสื่อฯ เข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสื่อสารเรื่องราวของ BYD ให้สาธารณชนได้รู้จักมากขึ้น  

    โดยนาย เซียว ไห่ ผิง กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 5,800 คน โดยมีผู้บริหารระดับสูงราว 40 คน และวิศวกรกว่า 300 คน ทั้งนี้ พนักงานในสายการผลิตทั้งหมดเป็นคนไทย 92% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 80% และคาดว่าปลายปีนี้จะขยับเป็น 95% ของทั้งหมด โดยมีหัวหน้าทีมเป็นคนไทยเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ BYD ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

    นาย เซียว ไห่ ผิง กล่าวต่อว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรและความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศ ปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 20 สถาบันเข้าฝึกงานที่ BYD และได้รับรางวัล “บริษัทดีเด่นด้านการอบรมเทคโนโลยี” จากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

    สำหรับความคืบหน้าในการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ขณะนี้ BYD มีสัดส่วนอยู่ที่ 54% เพิ่มขึ้นจากราว 40% เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีซัพพลายเออร์ท้องถิ่นกว่า 35 รายที่ร่วมผลิตชิ้นส่วนให้กับโรงงาน คิดเป็นกว่า 529 รายการ บริษัทมีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้การอบรมและพัฒนาซัพพลายเออร์ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน

    ด้านการส่งออก นาย เซียว ไห่ ผิง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ BYD ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศเวียดนาม และเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ขยายการส่งออกไปยุโรป 3 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เยอรมนี และเบลเยียม โดยปีนี้มียอดส่งออกกว่า 3,300 คัน และตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 10,000 คันภายในสิ้นปี พร้อมกันนี้ ตั้งแต่เริ่มดำเนินสายการผลิตในไทย มีกำลังการผลิตสะสมแล้วกว่า 55,000 คัน และคาดว่าทั้งปีจะผลิตได้กว่า 40,000 คัน หรือเกือบเต็มศักยภาพการผลิต โดยกำลังผลิตเฉลี่ยเดือนละ 5,000–6,000 คัน

    ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดรถยนต์ในไทยมียอดขายรวมประมาณ 600,000 คัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราว 100,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นราว 40% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดไทย ซึ่งยังคงรักษาสถานะการเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก

    อย่างไรก็ดี แม้ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายบางด้าน ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและกำลังซื้อในประเทศ แต่ก็ถือเป็น “โอกาสทอง” ที่จะต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

    ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ได้อย่างดีมาก หากสามารถต่อยอดไปสู่ EV4.0 หรือ 4.5 จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งระดับโลก

    ส่วนประเด็นเรื่อง “สงครามราคา” ผู้บริหาร BYD กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นทำตลาดด้วยการลดราคาหรือแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าการแข่งขันที่ยั่งยืนในระยะยาวต้องเกิดจาก “คุณภาพของสินค้า” และ “การบริการหลังการขาย” มากกว่าการลดราคาเพียงชั่วคราว ซึ่งการกำหนดราคาของ BYD จะพิจารณาจากต้นทุนจริงและสภาพตลาดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิต แต่จะไม่ลดราคาจนกระทบต่อภาพรวมของตลาดยานยนต์ไทย

    BYD ไม่ได้ตั้งใจจะลดราคามาแข่งกับใคร สิ่งที่เราทำคือสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเราให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายโชว์รูมที่มีคุณภาพทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งการทดลองขับ การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในอะไหล่และการซ่อมบำรุง เราเชื่อว่าลูกค้าจะเลือกเราเพราะคุณภาพและบริการ ไม่ใช่เพียงเพราะราคา

    ในส่วนของประเด็นเชิงลบเกี่ยวกับการเรียกรถคืน จำนวนกว่า 1 แสนคัน ผู้บริหาร BYD ชี้แจงว่า รถรุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นปี 2015 ที่ผลิตและจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีน ยังไม่เคยนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย จึงไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวไทย พร้อมย้ำว่า BYD ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถทุกคน และยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและลูกค้า

    ขณะเดียวกัน สำหรับกรณีแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนกำหนด บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบและให้การดูแลลูกค้าเป็นรายกรณีอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่า BYD จะรักษามาตรฐานคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว

    RELATED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/259523/amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BOeNWiAXlzjnW0WUa8HEO

  • “ผมอายุ 89 ปีแล้ว เคยเห็นบ้านเกิดถูกสร้างขึ้นใหม่มาก่อน – แต่ตอนนี้ผมไม่เชื่อว่ากาซาจะมีอนาคต” – BBC News ไทย

    “ผมอายุ 89 ปีแล้ว เคยเห็นบ้านเกิดถูกสร้างขึ้นใหม่มาก่อน – แต่ตอนนี้ผมไม่เชื่อว่ากาซาจะมีอนาคต” – BBC News ไทย

    กาซา

    ที่มาของภาพ, EPA

      • ทิม วีเวลล์

      • Author, ทิม วีเวลล์
      • Role, ผู้ดำเนินรายการประวัติศาสตร์ของประชาชนแห่งกาซา

    “ผมขี่อูฐไปกับยายตามถนนทราย แล้วผมก็ร้องไห้” อายิช ยูนิส พรรณาถึงช่วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาเมื่อ 77 ปีก่อน ซึ่งเขายังต้องเผชิญกับความเลวร้ายมากมายนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้

    ในปี 1948 สงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรกกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด อายิช เด็กชายวัย 12 ขวบ และสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดต้องหนีออกจากบ้านในหมู่บ้านบาร์บารา ซึ่งเลื่องชื่อเรื่องผลิตองุ่น ข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าวบาร์เลย์ และเคยเป็นดินแดนปาเลสไตน์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ

    “พวกเรากลัวจนตัวสั่นเลย” อายิชกล่าวและว่า “พวกเราไม่มีทางสู้กับชาวยิวได้ จึงเริ่มหนีออกมากันหมด”

    Two images, the first is a black and white image of Ayish as a younger man, and the second is a more recent picture

    ที่มาของภาพ, Ahmed Younis family archive/BBC

    คำบรรยายภาพ, “เรากลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง” อายิชทบทวนการใช้ชีวิตในเต็นท์อีกครั้ง

    อูฐพาอายิชและยายของเขาเดินทางจากบาร์บาราไปทางใต้ 7 ไมล์ สู่ดินแดนที่อียิปต์ยึดครอง ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อฉนวนกาซา ฉนวนนี้มีความยาวเพียง 25 ไมล์ กว้างไม่กี่ไมล์ และเพิ่งถูกกองทัพอียิปต์เข้ายึดครอง

    ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 700,000 คนต้องสูญเสียบ้านเรือนและกลายเป็นผู้ลี้ภัย ผลพวงของสงครามในปี 1948-1949 เชื่อกันว่ามีชาวปาเลสไตน์ประมาณ 200,000 คนอยู่อย่างแออัดบริเวณชายฝั่งเล็ก ๆ แห่งนี้

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • .

    • Alleged scam centre workers and victims sit on the ground during a crackdown operation by the Karen Border Guard Force (BGF) on illicit activity at the KK Park complex in Myanmar's eastern Myawaddy township on February 26, 2025. Hundreds of foreigners are being sent home from scam compounds in Myanmar that are run by criminal gangs, with many workers saying they were trafficked and forced to swindle people around the world in protracted internet scams. (Photo by AFP) (Photo by STR/AFP via Getty Images)

    • Brown hyena standing near the ruins of an abandoned diamond mining building in dusty light.

    • The three female animated stars from the pop group Huntr/x of KPop Demon Hunters

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “เรามีเศษไม้ที่เอามาพิงไว้กับผนังอาคาร เพื่อทำเป็นที่เพิงพักพิง” อายิชเล่า

    ต่อมา พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ในเต็นท์ขนาดใหญ่ภายในค่ายผู้อพยพแห่งหนึ่งที่จัดตั้งโดยสหประชาชาติ

    ถึงวันนี้ อายิชกลายเป็น “คุณปู่” วัย 89 ปีแล้ว ทว่าต้องอาศัยอยู่ที่เต็นท์ในเขตอัลมาวาซี ใกล้กับเมืองข่าน ยูนิส อีกครั้ง

    ในเดือน พ.ค. 2024 หรือ 7 เดือนหลังจากสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่กินเวลานาน 2 ปี อายิชถูกบังคับให้ออกจากบ้านของเขาในเมืองราฟาห์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ตามคำสั่งอพยพของกองทัพอิสราเอล

    บ้าน 4 ชั้น ซึ่งแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นหลายส่วน โดยเขาอยู่ร่วมกับลูก ๆ และครอบครัว ถูกทำลายด้วยสิ่งที่เขาเชื่อว่าอาจเป็นรถถังของอิสราเอล

    ตอนนี้บ้านของพวกเขาคือ เต็นท์ผ้าใบสีขาวเล็ก ๆ กว้างเพียงไม่กี่เมตร

    House destroyed by war

    Ayish's tent in the background, with a washing line hanging with some clothing in the forefront

    คำบรรยายภาพ, บ้านของครอบครัวอายิชถูกทำลายในช่วงความขัดแย้ง (ภาพด้านบน) เขากลับมาอาศัยอยู่ในเต็นท์อีกครั้ง (ภาพ) ปัจจุบันอยู่ในเขตอัลมาวาซี ใกล้กับเมืองข่าน ยูนิส

    สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวอาศัยอยู่ในเต็นท์ใกล้เคียงกัน พวกเขาต้องปรุงอาหารบนกองไฟกลางแจ้ง พวกเขาต้องล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำกระป๋องซึ่งหาได้ยากและมีราคาแพง เนื่องจากไม่มีน้ำประปา

    “พวกเรากลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง พวกเรากลับมาที่เต็นท์อีกครั้ง และพวกเราก็ยังไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน” เขากล่าวขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกบนพื้นทรายโล่ง ๆ นอกเต็นท์ โดยมีผ้าที่ซักไว้ตากอยู่บนราวใกล้ ๆ

    ข้างกายของชายชรามีไม้เท้าวางอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่เขาคว้ามันมาถือไว้ในมือ ออกเดินด้วยอาการเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก แต่เขาก็ยังคงพูดภาษาอาหรับที่ไพเราะและชัดเจนประดุจคริสตัล เหมือนกับคนที่ศึกษาวรรณกรรมและอ่านอัลกุรอานทุกวันในฐานะอิหม่ามของมัสยิดแห่งหนึ่ง

    เขาเล่าว่า หลังออกจากบาร์บาราและอาศัยอยู่ในเต็นท์ ในที่สุดเราก็สร้างบ้านได้สำเร็จ แต่ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าหายนะ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และพวกเราจะสามารถสร้างบ้านหลังใหม่ได้หรือไม่

    “ที่สุดแล้ว ผมแค่อยากกลับไปที่บาร์บาราพร้อมกับครอบครัวใหญ่ของผม และลิ้มรสผลไม้จากที่นั่นซึ่งผมยังจำรสชาติได้”

    Ayish sitting by a fire

    คำบรรยายภาพ, ความปรารถนาสูงสุดของอายิสคือ การกลับไปยังหมู่บ้านที่ปัจจุบันอยู่ในอิสราเอล ซึ่งเขาเห็นครั้งสุดท้ายเมื่ออายุ 12 ปี ถึงแม้ว่าจะไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้วก็ตาม

    เมื่อวันที่ 9 ต.ค. อิสราเอลและฮามาสได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันระยะแรก ตัวประกันที่เหลืออีก 20 คนที่ถูกฮามาสควบคุมตัวไว้ถูกส่งตัวกลับอิสราเอล และอิสราเอลได้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังและนักโทษชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน

    ถึงแม้มีเสียงชื่นชมยินดีอย่างกว้างขวางต่อการหยุดยิง แต่อายิชกลับมองไม่เห็นทิศทางบวกเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาวของฉนวนกาซา

    “ผมหวังว่าสันติภาพจะแผ่ขยายออกไปและจะสงบสุข” เขากล่าวและว่า “แต่ผมเชื่อว่าชาวอิสราเอลจะทำทุกอย่างตามที่พวกเขาต้องการ”

    ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงในระยะแรก อิสราเอลจะยังคงควบคุมพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของฉนวนกาซา รวมถึงราฟาห์ด้วย

    คำถามหนึ่งที่อายิช ครอบครัว และชาวกาซาทุกคนกำลังครุ่นคิดก็คือว่าบ้านเกิดของพวกเขาจะสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้สำเร็จหรือไม่

    ลูก ๆ 18 คน และหลาน ๆ อีก 79 คน

    ย้อนกลับไปในปี 1948 กองทัพอียิปต์เป็น 1 ใน 5 กองทัพอาหรับที่บุกโจมตีดินแดนปาเลสไตน์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ ในวันรุ่งขึ้นหลังจากการสถาปนารัฐอิสราเอล แต่ไม่นานพวกเขาก็ถอนกำลังออกจากบาร์บาราและพ่ายแพ้ ซึ่งเป็นเหตุให้อายิชตัดสินใจหลบหนี

    อายิชเริ่มเป็นครูเมื่ออายุได้ 19 ปี และได้รับปริญญาด้านวรรณกรรมในกรุงไคโรภายใต้โครงการทุนการศึกษา

    เขาเล่าว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาคือตอนที่เขาแต่งงานกับภรรยาชื่อ คอดีญะฮ์ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 18 คน ซึ่งจากบทความในหนังสือพิมพ์ที่เคยนำเสนอเรื่องราวของเขา นับเป็นสถิติใหม่ในหมู่ชาวปาเลสไตน์เกี่ยวกับจำนวนบุตรสุงที่สุดที่เกิดจากพ่อและแม่เดียวกัน

    ปัจจุบันเขามีหลาน 79 คน โดย 2 คนเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    ครอบครัวนี้จะย้ายจากเต็นท์แรกของพวกเขาไปยังบ้านซีเมนต์ 3 ห้องเรียบง่ายที่มีหลังคาใยหินในค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งต่อมาพวกเขาได้ขยายเพิ่มเป็น 9 ห้อง โดยส่วนหนึ่งต้องขอบคุณค่าจ้างที่ได้รับในอิสราเอล

    เมื่อพรมแดนระหว่างอิสราเอลและกาซาเปิดออก อาเหม็ด ลูกชายคนโตของอายิช เป็นหนึ่งในชาวปาเลสไตน์จำนวนมากที่ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ โดยทำงานในร้านอาหารอิสราเอลระหว่างวันหยุดของเขา ขณะเดียวกันก็ไปเรียนแพทย์ในอียิปต์

    “ช่วงเวลานั้นในอิสราเอล ผู้คนได้รับค่าจ้างดีมาก และนี่คือช่วงเวลาที่ชาวปาเลสไตน์หาเงินได้มากที่สุด” เขากล่าว

    ลูก ๆ ของอายิชเกือบทั้งหมดสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย พวกเขาเป็นวิศวกร พยาบาล และครู หลายคนย้ายไปอยู่ต่างประเทศ 5 คนอยู่ในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย และอาเหม็ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบาดเจ็บไขสันหลัง ปัจจุบันอาศัยอยู่ในลอนดอน สหราชอาณาจักร ครอบครัวชาวกาซาอีกหลายครอบครัวก็กระจัดกระจายกันในทำนองเดียวกัน

    Ayish in 2013 with his wife Khadija and children

    ที่มาของภาพ, Ahmed Younis family archive

    คำบรรยายภาพ, อายิชกับภรรยามีลูก 18 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนลูกที่เกิดจากแม่และพ่อเดียวกันมากที่สุดในครอบครัวชาวปาเลสไตน์ ตามบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง

    ครอบครัวอายิช เช่นเดียวกับชาวกาซาหลายคน ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง อายิชได้เป็นอิหม่ามประจำมัสยิดราฟาห์ และเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน (หรือมุคตาร์) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการยุติข้อพิพาท เช่นเดียวกับลุงของเขาที่เคยเป็นเมื่อหลายปีก่อนในหมู่บ้านบาร์บารา

    เขาไม่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล แต่เขากล่าวว่าทั้งฮามาสและขบวนการทางการเมืองฟาตาห์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลในดินแดนปาเลสไตน์ ให้ความเคารพเขา

    แต่นั่นหาได้ช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างการสู้รบบนท้องถนนในปี 2007 เมื่อฟาตาห์และฮามาสต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจในฉนวนกาซา ฟัดวา ลูกสาวของอายิช เสียชีวิตในการยิงปะทะกันขณะนั่งอยู่ในรถ

    ส่วนคนที่เหลือของครอบครัวรอดชีวิตจากสงครามระหว่างฮามาสและอิสราเอลในปี 2008, 2012 และ 2014 เช่นเดียวกับสงครามอันเลวร้ายที่เกิดจากการโจมตีอย่างร้ายแรงของกลุ่มฮามาสในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023

    Ahmed Younis

    คำบรรยายภาพ, อาห์เหม็ด ยูนิส บุตรชายของอายิช เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบาดเจ็บไขสันหลัง และปัจจุบันอาศัยอยู่ในลอนดอน

    จากนั้นกองทัพอิสราเอลก็ออกคำสั่งอพยพ โดยระบุว่ากำลังดำเนินการต่อต้านกลุ่มฮามาสในพื้นที่ ทำให้พวกเขาต้องออกจากบ้านที่ราฟาห์และต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวมานานกว่าหนึ่งปี

    ชีวิตของอายิชดำเนินมาครบวงจรตั้งแต่ปี 1948 แต่ความปรารถนาสูงสุดของเขาคือการย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้น กลับไปยังหมู่บ้านที่ปัจจุบันอยู่ในอิสราเอล ซึ่งเขามีโอกาสเห็นครั้งสุดท้ายตอนอายุ 12 ขวบ ถึงแม้ว่าหมู่บ้านนั้นจะไม่มีอยู่แล้วก็ตาม

    นอกจากเสื้อผ้า หม้อหุงหาอาหาร และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ อีกไม่กี่อย่างแล้ว สิ่งเดียวที่เขามีติดตัวไปในเต็นท์ก็คือโฉนดที่ดินบรรพบุรุษอันล้ำค่าของเขาในบาร์บารา

    “ผมไม่เชื่อว่ากาซาจะมีอนาคต”

    ในขณะที่หลายคนนึกถึงแผนฟื้นฟูฉนวนกาซา อายิชเชื่อว่าขอบเขตของการทำลายล้างดังกล่าว – ต่อโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียน และบริการด้านสุขภาพ – มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะซ่อมแซมได้หมด แม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนระหว่างประเทศก็ตาม

    “ผมไม่เชื่อว่ากาซาจะมีอนาคต” เขากล่าว

    เขาเชื่อว่า หลาน ๆ ของเขาสามารถมีบทบาทในการฟื้นฟูฉนวนกาซาได้ หากการหยุดยิงได้รับการปฏิบัติอย่างเต็มที่ แต่เขาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถหางานในดินแดนนั้นได้ดีเท่ากับที่พวกเขามีอยู่หรือสามารถไปทำงานในต่างประเทศได้

    ฮาริตา ลูกชายของเขา ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านภาษาอาหรับ มีลูกสาว 4 คนและลูกชายหนึ่งคน ก็อาศัยอยู่ในเต็นท์เช่นกัน “สงครามครั้งนี้ทำลายคนรุ่นหนึ่งไปหมดแล้ว

    “เราไม่สามารถเข้าใจมันได้” เขากล่าว

    Ayish and a colleague at a beach barbecue - black and white image

    ที่มาของภาพ, Ahmed Younis family archive

    คำบรรยายภาพ, อาห์เหม็ด (ด้านขวา ขณะกำลังปาร์ตี้บาร์บีคิวริมชายหาด) เป็นลูกคนโตในบรรดาลูก 18 คนของพ่อแม่

    เราเคยได้ยินจากพ่อและปู่ของเราเกี่ยวกับสงครามปี 1948 และความยากลำบากในการอพยพ แต่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบระหว่างปี 1948 กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามครั้งนี้ได้

    เราหวังว่าลูกหลานของเราจะมีบทบาทในการสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ แต่ในฐานะชาวปาเลสไตน์ เรามีความสามารถที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ได้เองหรือไม่? ประเทศผู้บริจาคจะมีบทบาทในเรื่องนี้หรือไม่?

    “ลูกสาวผมต้องทนทุกข์ทรมานจากสงคราม 2 ปีโดยไม่ได้เรียนหนังสือ และก่อนหน้านั้น 2 ปีโรงเรียนก็ปิดเพราะโควิด” เขากล่าวต่อ “ผมเคยทำงานในร้านเสื้อผ้า แต่ร้านนั้นถูกทำลายไปแล้ว

    “เราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร หรือเราจะมีแหล่งรายได้อย่างไร มีคำถามมากมายที่เราหาคำตอบไม่ได้ เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร” เขากล่าวทิ้งท้าย

    People walking through water and carrying luggage in the 1948 Palestinian exodus

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การอพยพของชาวปาเลสไตน์ในปี 1948: “เราเคยได้ยินจากพ่อและปู่ของเราเกี่ยวกับสงครามในปี 1948 และความยากลำบากในการอพยพ แต่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบระหว่างสงครามนั้นกับสงครามครั้งนี้”

    นีซาร์ บุตรชายอีกคนของอายิช ซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพ อาศัยอยู่ในเต็นท์ใกล้ ๆ เห็นด้วย เขาเชื่อว่าปัญหาของกาซานั้นใหญ่หลวงมากจนคนรุ่นใหม่ของครอบครัวจะไม่สามารถมีบทบาทมากนักถึงแม้จะมีการศึกษาสูงก็ตาม

    “สถานการณ์นี้เลวร้ายมาก” เขากล่าว “เราหวังว่าชีวิตจะกลับไปเป็นเหมือนก่อนสงคราม แต่ความเสียหายนั้นมหาศาล ทั้งอาคารและโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง ความหายนะทางจิตใจภายในชุมชน และการทำลายมหาวิทยาลัย”

    ขณะเดียวกัน อาห์เหม็ด บุตรชายคนโตของอายิช ซึ่งอยู่ในลอนดอน เล่าถึงการที่ครอบครัวใช้เวลากว่า 30 ปีในการสร้างบ้านเดิมให้เหมือนที่เคยเป็นมา โดยเขาอธิบายว่าเงินที่ประหยัดได้ตลอดหลายปีที่ขยายบ้านออกไปนั้นคุ้มค่า

    “ผมมีเวลาอีก 30 ปีในการทำงาน และพยายามช่วยเหลือและเลี้ยงดูครอบครัวหรือเปล่า สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ทุก ๆ 10 ถึง 15 ปี ผู้คนจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่”

    ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงฝันที่จะได้ใช้ชีวิตที่ราฟาห์อีกครั้งวัยเกษียณ “พี่น้องของผมในอ่าวเปอร์เซียซื้อที่ดินในราฟาห์เพื่อกลับมาตั้งรกรากเช่นกัน ลูกชาย หลานชายหลานสาว พวกเขาอยากกลับไป”

    เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนกล่าวเสริมว่า “โดยธรรมชาติแล้ว ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก เพราะผมรู้ว่าชาวกาซาของเรามุ่งมั่นแค่ไหน เชื่อผมเถอะ พวกเขาจะกลับไปและเริ่มต้นสร้างชีวิตใหม่อีกครั้ง

    “ความหวังในการสร้างชีวิตใหม่นั้นอยู่ในตัวคนรุ่นใหม่เสมอ”

    InDepth notifications banner

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c93d84jegp1o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Y3b4iuzFlLnTpugUEglul