Blog

  • ทลายแก๊งค้ายาย่านนานา รวบ 8 คนผิวสี 1 คนไทย พบพฤติกรรมอมยาไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้าก็คายออกมาให้

    ทลายแก๊งค้ายาย่านนานา รวบ 8 คนผิวสี 1 คนไทย พบพฤติกรรมอมยาไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้าก็คายออกมาให้

    นครบาลร่วมกับ บช.ปส. ทลายแก๊งค้ายาย่านนานา รวบ 8 คนผิวสี 1 คนไทย พบพฤติกรรมอมยาไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้าก็คายออกมาให้ ถ้าเจอตำรวจจะกลืนยาหนีความผิด

    จากกระทู้ในเพจดัง ThailandTourism คอมมูนิตี้สำหรับนักท่องเที่ยว มีสมาชิกทั่วโลก 430,000 คน โพสต์ใหม่เฉลี่ย 7,900 ครั้งต่อสัปดาห์ แจ้งเตือนถึง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” เป็นจำนวนมาก รายงานพฤติกรรม ขายยาเสพติด, หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋า ซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงอันทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ย่านนานา

    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้น “การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” นครบาลร่วมกับ บช.ปส.ปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” (Take Down Black-Shadow Nana)

    วันนี้ (26 ต.ค. 2568) เวลา 00.00 น. ตำรวจนครบาล และ บช.ปส.กว่า 40 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น 9 ราย ที่ริมถนนฟุทบาธ ซ.สุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา จ.กรุงเทพฯ ดังนี้

    1.Mr.ONYEKAMMA OBIOMA FRANKLINE อายุ 29 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    2. Mr.ONUOHA UGOCHUKWU DESMOND อายุ 34 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    3. Mr.NNAWUKE IZUCHUKWU LUCKYอายุ 29 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    4. Mr.ALAHIEOBI CHIMA FAVOUR อายุ 35 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    5. Mr.UBAMMADU EMMANUEL CHIBUZOR อายุ 32 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    6. Mr.AMAJIOYI CHINAEMEZE อายุ 23 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    7. Mr.UDEMGBA JEKWU INNOCENTอายุ 28 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    8. Mr.NWACHUKWU CHISOM อายุ 41 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย

    9.นายภาณุวัฒน์ ทานะเวช หรือปั้ม อายุ 36 ปี สัญชาติไทย

    ตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) บรรจุหีบห่อพันด้วยเทปสีดำ พบที่ตัวผู้ต้องหาเป็นจำนวน 2 ถุง นำหนักรวม 4 กรัม และอีกจำนวนมากอยู่ระหว่างรอผู้ต้องหาถ่ายท้องเพื่อพิสูจน์ทราบ และตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง (พบข้อมูลซื้อขายยาเสพติดจำนวนมาก)

    โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

    สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้น “การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) “จัดชุดลาดตระเวน Online”จนได้พบกับกระทู้ใน Reddit โดยหัวข้อใหญ่เรื่อง “ThailandTourism” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยว มีสมาชิกทั่วโลก 430,000 คน โพสต์ใหม่เฉลี่ย 7,900 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปรากฏการรีวิวแง่ลบแจ้งเตือนถึง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” เป็นจำนวนมาก โดยมักรายงานถึงรายงานพฤติกรรม ขายยาเสพติด, หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋าซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงอันทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ย่านนานา จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. บูรณาการร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำกำลัง ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ บก.ปส.1 แฝงตัวอำพลางลาดตระเวนเดินเท้าในพื้นที่ย่าน นานา-อโศก

    เจ้าหน้าที่ได้พบกับกลุ่มชายผิวสี ยืนจับกลุ่มจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา แต่ทว่าจากข้อมูลการสืบสวนปรากฏว่ากลุ่มชายผิวสีนี้มีทักษะการต่อต้านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี กล่าวคือ จะไม่สนทนากับคนไทย จะพูดคุยแค่กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น และหากพบคนไทยหรือคนต้องสงสัยว่าจะเป็นตำรวจจะวิ่งหนีทันที และมีทักษะพิเศษคือการอมยาเสพติดไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้ามาขอซื้อก็จะแอบคายออกจากปากแล้วส่งให้ลูกค้า (พบเห็นในกล้องวงจรปิด) และหากเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจะ “กลืนยาเสพติดลงท้อง” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบของกลาง

    บูรณาการกำลัง ชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.), บก.ปส.1 สยบไพรี และ สน.ลุมพินี กว่า 40 นาย แต่งกายเป็น “ช่างปูน” อัดขึ้นรถ 2 แถว ไปจอดบริเวณไซส์งานก่อสร้างกลางซอยสุขุมวิท 11 ใกล้กับจุดที่ชายผิวสีจับกลุ่มขายยาเสพติด ระหว่างที่ไปถึงตำรวจอำพลางในชุดช่างเทปูนกว่า 20 ชีวิต ต่างลุ้นไปด้วยกันว่ากลุ่มคนร้ายจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ปรากฏว่าใบหน้าของเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถแนบเนียนไปกับพื้นหลังไซส์งานก่อสร้างอย่างลงตัว กลุ่มคนร้ายตายใจเข้าใจว่า 20 ชีวิตบนรถ 2 แถว นั้นเป็นคนงานก่อสร้างจริง จึงยังจับกลุ่มขายยาเสพติดต่อไป ผ่านไปไม่นานได้มีชาวต่างชาติ 2 รายถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนพูดคุย ก่อนคายยาเสพติดออกจากปากแล้วส่งมอบสิ่งของบางอย่างกันต่อหน้าต่อตา

    ชุดสืบสวนที่อำพรางในชุดช่างก่อสร้าง จึงลงจากรถ 2 แถว ยืนล้อมกลุ่มคนร้ายอย่างแนบเนียน ทันใดนั้น พล.ต.ต.ธีรเดชจึงได้สั่งการ “เอาเลย” ชุดสืบสวนที่อำพรางในชุดช่างก่อสร้างที่ยืนรายล้อมกลุ่มคนร้าย ตะครุบตัวจนกลุ่มคนร้ายผึ้งแตกรัง” บงรายสามารถวิ่งหนี บางรายกลืนของกลางยาเสพติดลงท้อง แต่ทว่าไม่ทันการณ์ถูกชุดสืบสวนรวบตัวได้ทั้งหมด 9 คนพร้อมของกลางยาเสพติด หลังจับกุมตัวได้นำส่พนักงานสอบสวน บก.ปส.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

    พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. หัวหน้าศูนย์ปราบปรามยาเสพติด บช.น. / รองโฆษกฯ กล่าวว่า “จากแผนประทุษกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของกลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา มักลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยด้วยการ “กลืน” กล่าวคือจะนำยาเสพติดห่อในพลาสติกอย่างแน่นหนาและกลืนเข้าไปในท้องเป็นจำนวนมาก ก่อนจะนั่งเครื่องบินเข้ามายังประเทศไทย แล้วมาขับถ่ายนำยาเสพติดออกมาแล้วจะนำมาขายยังแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มประเภท โคเคน จากการขยายผลการจับกุมครั้งนี้พบว่าเป็นขบวนการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางเครื่องบิน และกลุ่มผู้ที่คอยจำหน่ายจะใช้ยุทธวิธีพิเศษ นำยาเสพติดพันเทปไว้แล้วซุกซ่อนไว้ในปาก เมื่อถูกจับกุมจะทำการกลืนยาเสพติดเข้าไปในท้องทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พบของกลาง ซึ่งคดีนี้เราใช้การอำพลางจนสามารถเข้าถึงตัวคนร้ายได้ไว แต่ยังมีอีกหลายรายที่สามารถกลืนยาเสพติดไปได้ทัน ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการให้ผู้ต้องหาดื่มนมและถ่ายท้องเพื่อพบของกลางเพิ่มเติม ซึ่งระหว่างการจับกุมในย่านนานาพบว่ามีชาวต่างชาติมากล่าวชื่นชมกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มคนผิวสีนี้มีการสร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อันเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะนี้ทั่วพื้นที่นครบาล และจะมีบูรณาการร่วมกับพล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/category/450313&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ho0jqyj6cpd5m0BzVbU1T

  • ออมสิน ชู “เกาะลิบง” ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐ – Quick Big Win

    ออมสิน ชู “เกาะลิบง” ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐ – Quick Big Win

    ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” โดยสร้างสรรค์การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น มุ่งพัฒนาเกาะลิบงให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีใหม่ใน 2 ด้าน คือ ด้านการยกระดับการท่องเที่ยวแบบชุมชน และ ด้านการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ พร้อมจับมือกับ 4 บล็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำโดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ช่อง Alex Rendell, พลอย Pigkaploy ช่อง Pigkaploy, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ช่อง Go Went Go และ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ช่อง โจโฉ เดินป่า ร่วมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ธรรมชาติแห่งอันดามัน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในมุมมองของตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน

    “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ที่วางเป้าหมายการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ โดยยกระดับผ่าน การท่องเที่ยวแบบชุมชน และ การส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ ทั้งในรูปแบบของการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน E-Book ยกระดับกิจการโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และสร้างผู้นำเที่ยวชุมชนโดยให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มอาชีพ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเกาะลิบงได้ที่เฟซบุ๊กเพจ GSB Society

    โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน ที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินโครงการลิบงสุขใจฯ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Island)” มีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ตามภารกิจของธนาคารเพื่อสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/252018&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LScWfFU3_oyMwfmogQZVi

  • “ฐานทัพ-ซาย” คว้าแชมป์คู่ ศึกแคล-คอมพ์ ไอทีเอฟ เวิลด์ ทัวร์ – INN News

    “ฐานทัพ-ซาย” คว้าแชมป์คู่ ศึกแคล-คอมพ์ ไอทีเอฟ เวิลด์ ทัวร์ – INN News

    “ฐานทัพ-ซาย” คู่เพื่อนอินเดียได้ครองแชมป์คู่หวด แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ ทัวร์ที่หัวหิน

    การแข่งขันเทนนิสชาย รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 516,000 บาท ที่ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ทาง อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับ ผู้จัดการแข่งขันเทนนิสชายนานาชาติ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เอ็ม15 หัวหิน รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้นำผู้ที่เกี่ยวข้องในการแข่งขันน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ส่วนปลการแข่งขันในประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ นักหวดหนุ่มไทย กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา หนุ่มอินเดีย ซึ่งเป็นคู่มือวาง 2 ของรายการ ผนึกกำลังช่วยกันหวดเอาชนะ ชินจิ ฮาซาวะ กับ ลีโอ วิฑูรย์เธียร จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ โดยคู่ของฐานทัพ ชนะ 2-1 เซต 6-3, 4-6 และซูเปอร์ไทเบรก 10-7

    ฐานทัพ กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลร่วมกัน จำนวน 930 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,992 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลก คนละ 15 คะแนน ส่วนคู่ญี่ปุ่นได้รองชนะเลิศ รับเงินรางวัลร่วมกัน จำนวน 540 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,576 บาท และคะแนน คนละ 8 คะแนน

    ขณะที่ประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ อาเธอร์ เวเบอร์ จากฝรั่งเศส มือวาง 1 และมือ 485 ของโลก เอาชนะ ไอแซค เบครอฟต์ จากนิวซีแลนด์ มือ 971 ของโลก ด้วยสกอร์ 6-1 ทั้งสองเซต ส่วนอีกคู่ อิกอร์ มาร์คอนเดส จากบราซิล มือวาง 2 และมือ 609 ของโลก ตัดเชือกชนะ หลุยส์ ลารู จากฝรั่งเศส มือ 1130 ของโลก ด้วยสกอร์ 6-3 ทั้งสองเซต

    คู่ชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว จะเป็นการพบกันระหว่าง อาเธอร์ เวเบอร์ จากฝรั่งเศส กับ อิกอร์ มาร์คอนเดส จากบราซิล

       

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_954169/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aOAjZcmWCeKdRriLavdek

  • กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ โดยธนาคารไทยพาณิชย์จับมือ NECTEC และ VISTEC

    กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ โดยธนาคารไทยพาณิชย์จับมือ NECTEC และ VISTEC

    กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมและดึงศักยภาพให้เยาวชนสายวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ในการจัดทำโครงงาน “นวัตกรรมสีเขียวสู่ความยั่งยืนในยุค AI” ภายใต้โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 20 เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนหรือสถานประกอบการ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมี นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศ.ดร.ปรเมษฐ์ มนูญพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) พร้อมทีมวิทยากรจาก SCB Academy นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. และ VISTEC ร่วมบ่มเพาะ ดึงศักยภาพของเยาวชน เปิดประสบการณ์ให้เยาวชนเห็นถึงผลงานนวัตกรรมที่หลากหลายของนักวิจัยจาก NECTEC และ VISTEC เช่น AI Robotics, IoT และ Kidbright พร้อมแนะนำแนวทางการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการทำโครงงานให้ประสบความสำเร็จ สามารถตอบโจทย์ชุมชนและสถานประกอบการได้อย่างยั่งยืน ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี
    ในปีนี้มีสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศส่งโครงงานเข้าร่วมแข่งขัน จำนวนทั้งสิ้น 473 โครงงาน ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ ฯ พร้อมรับทุนดำเนินโครงงาน จำนวน 20 โครงงาน (20 ทีม) จาก 18 สถาบัน ซึ่งเยาวชนจะได้รับการเสริมทักษะที่สำคัญสำหรับการนำไปดำเนินโครงงานในหัวข้อต่าง ๆ เช่น การจัดทำและพัฒนานวัตกรรม กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design thinking) ทักษะการนำเสนอโครงงานและการสื่อสาร (Storytelling & Communication Skills) การลดความสูญเปล่าและเพิ่มมูลค่าสูงสุด (Lean & Agile) เป็นต้น พร้อมจัดกิจกรรมเสริมในการปลูกฝังวินัยทางการเงินที่ดี (Financial Literacy) ให้รู้จักฝึกการตั้งเป้าหมายทางการเงิน และนำเสนอแนวทางในการสร้าง “ชีวิตสมดุล การเงินมั่นคง สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” พร้อมเรียนรู้การสร้างความมั่งคั่งทางการเงินผ่านการเล่นการด์เกม “รู้หน้า ไม่รู้หนี้“ ในโอกาสนี้ยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเยาวชนต้นแบบที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีที่ผ่านมา โครงงาน “แชทบอทวินิจฉัยโรคทุเรียน : Doo Durian” ซึ่งขณะนี้ได้มีการต่อยอดโดยร่วมกับ NECTEC พัฒนาผลงานเพื่อนำไปช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวสวนทุเรียน

    นอกจากนี้ยังได้จัดหลักสูตรให้แก่คุณครูที่ปรึกษาที่มาร่วมกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเสริมทักษะการเป็น “Facilitator” และ “Reflection” สะท้อนการเรียนรู้ “ครูแนะครู” สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณครูที่ปรึกษาโครงงาน ในการเป็นผู้ฟังที่ดี สามารถจุดประกาย สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ใหม่ ๆ เป็นที่ปรึกษาให้กับเยาวชนในการทำโครงงาน และนำไปเผยแพร่ในโรงเรียนได้ต่อไป

    ต่อจากนี้ แต่ละทีมจะต้องนำทักษะความรู้ที่ได้รับกลับไปพัฒนาและปรับปรุงโครงงานของตนเอง พร้อมลงพื้นที่ดำเนินการตามแผนโครงงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยสามารถขอคำแนะนำจากพี่เลี้ยงนักวิจัยได้ตลอดการทำโครงงาน และจะต้องกลับมานำเสนอต่อคณะกรรมการอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อคัดเลือกหา 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป
    ขอเชิญร่วมติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้เยาวชนในโครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 20 ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ได้ทาง Facebook : SCB Challenge “กล้าใหม่…ใฝ่รู้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/251949&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nBrXvyZMjIPM7j8oj-brA

  • สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ คาด ดาวตกชนิดระเบิด มากับฝนดาวตกโอไรออนิดส์ | TOPNEWS

    สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ คาด ดาวตกชนิดระเบิด มากับฝนดาวตกโอไรออนิดส์ | TOPNEWS

    เพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยแพร่ข้อมูล โดยพิสิฏฐ นิธิยานันท์ – เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สมาคมดาราศาสตร์ ระบุว่า หลังเกิดปรากฎการณ์ ลูกไฟเหนือท้องฟ้าภาคกลางและภาคตะวันออกของไทย ช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ช่วงเวลาประมาณ 00:28 น. เหนือบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้เกิดลูกไฟสว่างวาบตามด้วยเสียงดัง โดยไม่มีรายงานความเสียหายและเกิดอันตราย จากหลักฐานที่ปรากฏทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโออย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย เบื้องต้นคาดว่าเป็น “ดาวตกชนิดระเบิด” (Bolide) ที่อาจมากับฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (Orionids) ทั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับดาวหางเลมมอนแต่อย่างใด

    จากลักษณะของดาวตกที่ปรากฏในคลิปวิดีโอตามโซเชียลมีเดียเหล่านี้ คาดว่าเป็นดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) ที่มีความสว่างมากกว่าแมกนิจูดปรากฏ – 14.0 เป็นต้นไป (สว่างมากกว่าดวงจันทร์เต็มดวง) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีระดับความสูงอยู่ที่ 80 ถึง 120 กิโลเมตร จึงสามารถสังเกตเห็นได้หลายพื้นที่ในประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก

    ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 2 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายนของทุกปี จะเป็นช่วงที่มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ที่มีต้นกำเนิดจากดาวหางฮัลเลย์ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ดาวตกชนิดระเบิดดวงนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งของฝนดาวตกดังกล่าว ที่จะมีอัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 21 ถึงรุ่งเช้า 22 ตุลาคม 2568

    ในประเทศไทย เคยเกิดปรากฏการณ์ดาวตกชนิดระเบิดจากฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา https://narit.or.th/th/AstronomyNews-20250804

    อย่างไรก็ตาม วัตถุที่กลายเป็นดาวตกลูกนี้ ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล “วัตถุใกล้โลก” (Near-Earth Object : NEO) แต่อย่างใด ซึ่งในฐานข้อมูลของศูนย์การศึกษาวัตถุใกล้โลก ห้องปฏิบัติการเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไอพ่น (Jet Propulsion Laboratory หรือ JPL) ขององค์การนาซา สหรัฐอเมริกา ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2568 [1] ระบุว่ามีจำนวนดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่ตรวจพบแล้ว 39,771 ดวง แบ่งเป็น
    ☄️ ขนาดใหญ่กว่า 140 เมตร 11,466 ดวง
    ☄️ ใหญ่กว่า 1 กิโลเมตร 877 ดวง
    ☄️ ดาวหางใกล้โลก 123 ดวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1368619&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uj8xsPCNpow2rLs1NZhm6

  • เดือด! “เจี๊ยบ อมรัตน์”ฟาดคำสั่งกระทรวงศึกษาฯ สั่งโรงเรียนงดรื่นเริง 1 ปี  หลุดโลกเกินพอดี จี้ทบทวน

    เดือด! “เจี๊ยบ อมรัตน์”ฟาดคำสั่งกระทรวงศึกษาฯ สั่งโรงเรียนงดรื่นเริง 1 ปี หลุดโลกเกินพอดี จี้ทบทวน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/106173&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TITWWVOaXLYcozoaoM9Xr

  • “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “บันทึกเด็กหญิงวราภรณ์ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนแรงบันดานใจจากเรื่องจริงของตัวเอง

    พระองค์ท่านไม่เคยต้องออกสื่อหรือป่าวประกาศ เพราะพระองค์คิดเสมอประชาชนทุกหมู่เหล่า คือลูกๆของพระองค์

    จดหมายฉบับเล็ก…ถึงพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือน

    เราเป็นเด็กพิการคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างลำบากยากจนมีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง

    แต่มีความฝันเพียงหนึ่งเดียว อยากเรียนหนังสือให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร
    หลายคนบอกเราว่า “เพ้อฝัน” ไม่มีทางได้รับโอกาสนั้นหรอกแต่เรากลับเชื่อมั่นเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี คือกำลังใจของชีวิต

    เราจึงตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน
    ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม
    แต่เชื่อเพียงว่า ถ้าจดหมายฉบับนี้มีบุญถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์คงไม่ทอดทิ้งประชาชน

    ไม่นานหลังจากนั้น เราได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักพระราชวัง”
    ลงนามโดย “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”
    เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา
    พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เราระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี”
    และพระราชทาน ทุนการศึกษา ให้เราได้เรียนต่อ

    ความตื้นตันใจในวันนั้นไม่มีคำใดจะบรรยายได้
    มันคือวันที่เราได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงเห็นเราแล้วจริง ๆ
    และนี่ก็สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย
    ไม่ว่าประชาชนจะเกิดมาเป็นแบบไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร
    พระองค์ไม่เคยเลือกประชาชน แต่ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียมกัน

    ตั้งแต่นั้นมา เราสัญญากับตัวเองว่า
    สิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณได้
    คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
    เรียนให้สมกับที่พระองค์ทรงให้โอกาส
    ไม่ขาดเรียนแม้วันที่ป่วย เว้นแต่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ

    เราส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน
    และทุกครั้งที่มีจดหมายตอบกลับ ก็เต็มไปด้วยกำลังใจจากพระองค์
    พระองค์ตรัสผ่านเจ้าหน้าที่ว่า

    “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก หากมีปัญหาหรือติดอะไรให้แจ้งได้เลยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ”

    ในวันที่เราป่วยจนเกรดตกเล็กน้อย
    เรารายงานไป และคำตอบกลับจากพระองค์ก็อ่อนโยนยิ่งนัก
    พระเมตตานั้นทำให้เราลุกขึ้นสู้ต่อ และผลการเรียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง

    จนกระทั่งถึงวันที่เรากำลังเรียนปีสอง
    ข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง
    เราร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากทำอะไรเลย
    เพราะในใจของเราฝันไว้เสมอว่า อยากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมถวายแด่พระองค์ เราท้อและเศร้าเสียใจมากๆ
    แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ
    เราจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

    และในที่สุด…เราก็ทำได้จริง ๆ

    เราจบปริญญาตรี พร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้เกียรตินิยมเพราะเราหารายชื่อไม่เจอ

    ช่วงนั้นอาจจะเริ่มสายตาสั้นแล้ว แต่คนที่เห็นคือ แม่ของเรา
    แม่เห็นชื่อเราในใบทานสคริป แม่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจ เพราะเราทำสำเร็จ ด้วยเกียรตินิยมอย่างที่ตั้งใจ ถวายปริญญานี้แด่พระองค์ท่าน

    เมื่อถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร
    เรารู้สึกกังวลมาก แต่พระเมตตาก็ยังคงอยู่
    เราได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา (พระองค์ภา) พระองค์ผู้พระราชทานปริญญาบัตรตรัสว่า
    “ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย” ไม่ใช่แค่เพราะเราได้ “รับพระราชทานปริญญาบัตร”

    แต่เพราะ เราได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

    หลังจากนั้น เราได้เข้าทำงานที่ธนาคาร
    อาชีพมั่นคงที่เราใฝ่ฝัน ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้
    ทุกอย่างนี้ล้วนเกิดจากพระเมตตาและพระกรุณาของพระองค์ทุกพระองค์
    ที่ทรงเปิดประตูชีวิตให้เด็กพิการคนหนึ่งมีวันนี้ได้เพราะคำว่าการศึกษาและพระเมตตา

    อาชีพมั่นคงและสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีวิตเท่านั้น แต่เป็น หลักฐานของพลังแห่งความดี ความพยายาม และพระมหากรุณาธิคุณที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งจนเติบโตให้งดงามได้ด้วยพระเมตตา

    มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่อยากได้ยินหรือให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แค่ความฝันก็ไม่อยากให้เกิด วันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก พระพันปีหลวงจะเสด็จสวรรคต😢
    เราหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ

    เรามองดูจ่าหน้าซองจดหมายจาก

    “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

    ความซาบซึ้งนั้นยังคงเหมือนวันแรก
    ไม่มีพระเมตตาที่ใดในโลกจะเทียบเทียมได้เลย

    พระมหากรุณาธิคุณนี้จะสถิตอยู่ในหัวใจของเรา
    ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ และจะส่งต่อแรงบันดาลใจนี้
    ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า

    “เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู เราขอถวายความสำเร็จในชีวิตของเรา
    ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียนทุกย่างก้าว
    แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง
    ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของลูกหลานประชาชนทุกคน

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่เลือกใคร ไม่ว่าสภาพใด
    ได้หล่อหลอมชีวิตของเราให้กล้าเผชิญโลกด้วยความมั่นใจและความดี
    ให้เราได้มีโอกาสเรียนจบ มีอาชีพมั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ถ้าไม่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ก็คงไม่มี #บัณฑิตจิ๋ว ในวันนี้

    กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    และขอถวาย กำลังใจและความปรารถนาดี แด่
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยสวัสดิภาพและพระเกษมสำราญ
    เพื่อเป็นกำลังใจให้สืบสานพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกคน

    เราขอสัญญาว่าจะถือเอาพระเมตตานี้เป็นหลักชัยของชีวิต
    ตั้งใจทำความดี ตั้งใจให้เต็มกำลัง และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
    เพื่อสืบทอดความดี ความศรัทธา และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ให้คงอยู่ในใจของเรา และของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ตลอดไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1368443&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SiQa-K_B7JTIp17WagGzK

  • มาร์คอนเดส นักหวดบราซิล ผงาดคว้าแชมป์หวดแคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    มาร์คอนเดส นักหวดบราซิล ผงาดคว้าแชมป์หวดแคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    อิกอร์ มาร์คอนเดส นักเทนนิสหนุ่มจากบราซิล โชว์ฟอร์มแกร่งเฉือนชนะ อาเธอร์ เวเบอร์ มือหนึ่งของรายการจากฝรั่งเศส 2 เซตรวด ผงาดแชมป์ศึก แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ M15 หัวหิน 2025 พร้อมเปิดฉากสัปดาห์ที่สองด้วยชัยชนะของนักหวดไทย “เปน” จารุศร ในรอบคัดเลือก

    การแข่งขันเทนนิสชายนานาชาติ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เอ็ม15 หัวหิน รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 516,000 บาท) จัดขึ้นที่ อารีน่า หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568

    ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ อิกอร์ มาร์คอนเดส นักหวดหนุ่มชาวบราซิล มือวางอันดับ 2 ของรายการ และมือ 609 ของโลก ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เอาชนะ อาเธอร์ เวเบอร์ มือวางอันดับ 1 ของรายการ และมือ 485 ของโลกจากฝรั่งเศส ไปด้วยสกอร์ 7-5, 7-5

    มาร์คอนเดส คว้าแชมป์พร้อมรับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 74,304 บาท) และคะแนนสะสมโลก 15 คะแนน ส่วนเวเบอร์ รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,272 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 43,756 บาท) และ 8 คะแนน

    ในวันเดียวกัน ยังเปิดฉากการแข่งขัน สัปดาห์ที่ 2 ของรายการเดียวกัน โดยในประเภทชายเดี่ยว รอบคัดเลือก รอบแรก เป็นการพบกันเองของนักเทนนิสไทยระหว่าง “เปน” จารุศร มือวางอันดับ 10 ของรอบคัดเลือก กับ ณัฏฐญุตม์ นิธิธนนนต์ ผลปรากฏว่า “เปน” เอาชนะไป 2 เซตรวด 6-3, 6-2 ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก รอบสอง ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของการคัดเลือก โดยจะพบผู้ชนะระหว่าง เอเลียส ยูเลียน แวร์เนอร์ มือวาง 7 จากเยอรมนี กับ เรียว มินากาตะ จากญี่ปุ่น

    ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ ในรอบคัดเลือก รอบแรก มีดังนี้

    ชาร์ลส์ กล่ำสมบัติ แพ้ ดอเรียง เทรมเบลย์ (ฝรั่งเศส) 2-6, 2-6

    ปัญณ์ณวัชญ์ สุทธิสมบูรณ์ แพ้ คอร์บาน โครว์เธอร์ (นิวซีแลนด์) 1-6, 1-6

    สิทธวีร์ กุลพิศาลรัศม์ แพ้ แอนโทนี่ ซูซานโต (อินโดนีเซีย) 3-6, 1-6

    คงทรัพย์ คงคา แพ้ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา (อินเดีย) 3-6, 4-6

    พิชญะพงษ์ โสภณพิสุทธิ์ แพ้ ดานิล โบกาตอฟ 0-6, 0-6

    ปุญชัช สุนทรปกาสิต แพ้ เร็น นากามูระ (ญี่ปุ่น) 0-6, 0-6

    จูเลียน เดอ คุยแปร์ (มือ 1–ฝรั่งเศส) ชนะ วิโตริโอ สแตนคอฟ (บัลแกเรีย) 6-3, 6-0

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/92971/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FquDrD3ZzyIN34Ot4gPDz

  • คนใต้จ่ายหนัก ซื้อสินค้า Luxury สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า CPN ทุ่ม 4.5 พันล้าน ปั้น“เซ็นทรัล กระบี่”

    คนใต้จ่ายหนัก ซื้อสินค้า Luxury สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า CPN ทุ่ม 4.5 พันล้าน ปั้น“เซ็นทรัล กระบี่”

    ขึ้นชื่อเป็นหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว “กระเป๋าหนัก” จากทั่วโลก จังหวัดกระบี่มีรายได้และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม การมาถึงของ “เซ็นทรัล กระบี่” จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มความต้องการ แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บทความนี้จะพาเจาะลึกว่า แลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้จะเข้าไปปลุกเร้าเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวใต้ให้ “พร้อมรับ” คลื่นนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างไร?

    New Premium Market ของภาคใต้

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัล กระบี่” โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัดกระบี่ และแห่งที่ 6 ในภาคใต้ ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท เป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 44 ของเซ็นทรัลพัฒนา พื้นที่โครงการรวม 114 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าพื้นที่ 54 ไร่ พื้นที่อาคารรวม (GBA) 86,609 ตารางเมตร, โครงการที่อยู่อาศัย BAAN NINYA KRABI วิลล่าหรูวิวภูเขา Panoramic View, คอนโดมิเนียมหรูบรรยากาศรีสอร์ต PHYLL และ โรงแรม 

    โดยเซ็นทรัล กระบี่ พร้อมเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด “Made by Krabi” พร้อมเสริมทัพด้วยกว่า 300 แบรนด์ ตั้งเป้าทราฟฟิก 25,000 คน/วัน พร้อมทั้งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่มุ่งสู่การรับรองมาตรฐานสากล EDGE Zero Certification มาตรฐานอาคารสีเขียว ยกระดับจังหวัดกระบี่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก สอดรับยุทธศาสตร์จังหวัด “Krabi Prototype” ให้เป็นศูนย์กลาง Sustainable Tourism สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    5 เรื่องน่ารู้ของ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 

    1. Krabi – The City of Sustainable Tourism กระบี่คือหนึ่งในเมืองที่งดงามและสมดุลที่สุดของประเทศไทย ธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คน อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จนได้รับการยกให้เป็น “เมืองต้นแบบของการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism)” เซ็นทรัล กระบี่ จึงถูกพัฒนาให้เป็น ศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกของไทย ที่เติบโต “ไปพร้อมกับเมืองกระบี่” ด้วยแนวคิด Regenerative Design ที่ให้ธรรมชาติและธุรกิจอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล สถาปัตยกรรมของศูนย์ฯ ได้แรงบันดาลใจจาก หมู่เกาะกลางอันดามัน, สวนปาล์ม และเรือหัวโทง ใช้พื้นที่เปิดโล่งแบบ Semi-Outdoor เพื่อลดพลังงาน     พร้อมระบบโซลาร์เซลล์กว่า 14,400 ตร.ม. กำลังผลิต 3.2 เมกะวัตต์ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานสะอาดมากที่สุดในกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมนำวัสดุเหลือใช้อย่างพลาสติก Biochar และหินฝุ่น มาพัฒนาเป็นถนนคาร์บอนต่ำยาวเกือบ 500 เมตร นี่คือการเชื่อมโยงแนวคิดความยั่งยืนจากศูนย์การค้าไปสู่ชุมชน พิสูจน์ว่า “การพัฒนาเมือง” และ “การดูแลโลก” สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้จริง

    2. Made by Krabi – คิดและทำจากหัวใจของคนกระบี่ เพราะความยั่งยืนที่แท้จริง ต้องเริ่มจากรากของผู้คนในเมืองนั้น ทุกดีเทลของ เซ็นทรัล กระบี่ ถูกสร้างขึ้นแรงบันดาลใจของท้องถิ่น ศูนย์การค้าแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ “เกิดขึ้นจากกระบี่จริง ๆ”

    3. The Living Room of Krabi – ห้องรับแขกของเมือง พื้นที่แห่งการพบปะและชีวิต ที่รวมกว่า 300 แบรนด์ ไว้ในที่เดียว เซ็นทรัล กระบี่ ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่คือ “ศูนย์กลางชีวิตเมือง” ที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ครบทุกไลฟ์สไตล์ เช่น Tops, Power Buy, Supersports, B2S, Auto1 และร้านอาหารชื่อดังอย่าง BONCHON, Fuji, Salad Factory, Pepper Lunch พร้อมไฮไลต์ตอบโจทย์สายสปอร์ตอย่าง Jetts Fitness 24 ชั่วโมง, HarborLand แห่งแรกของภาคใต้, และ Starbucks วิวสวยที่สุดในอันดามัน

    4. When Sustainability Meets Creativity เพราะความยั่งยืนต้องมีชีวิต ต้องมีสีสัน และต้องร่วมสมัย เซ็นทรัล กระบี่ ยกระดับแนวคิดความยั่งยืนให้จับต้องได้และสนุกขึ้น ผ่านศิลปะและคาแรกเตอร์ที่คนกระบี่ภาคภูมิใจ พบกับ “น้องปูอันดา” มาสคอตแห่งความสุขของเมือง 

    และ “Krabi Man” มนุษย์โบราณแห่งอันดามันในเวอร์ชันร่วมสมัย ออกแบบร่วมกับคนกระบี่กว่า 11 ชุมชน เช่น ช่างผ้าบาติก กลุ่มแม่บ้านวัยเกษียณ ศิลปินรุ่นใหม่ และวงษ์พาณิชย์ กระบี่ ดีไซน์ออกมาเป็น 4 สไตล์แฟชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง จาก “Krabi Beach Vibe” ไปจนถึง “Krabi Sustainable Man” ทั้งหมดนี้คือการแสดงพลังของความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืน ที่เติบโตไปพร้อมกัน

    5. Celebrate the Opening – Made by Krabi Grand Opening ฉลองเปิดศูนย์การค้าสุดยิ่งใหญ่ 72 วันต่อเนื่อง ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษที่สะท้อนหัวใจแห่งความยั่งยืนของเมือง ทั้ง เต้ย–จรินทร์พร บิวกิ้น–พุฒิพงศ์, แอลลี่–อชิรญา

    คาดปี 68 รายได้จากการท่องเที่ยวกระบี่แตะ 1 แสนล้านบาท

    แล้วกระบี่มีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ? ดร.ณัฐกิตติ์ เผยว่า กระบี่มีราคาที่ดินที่จับต้องได้ และเป็นหนึ่งในจังหวัดศักยภาพสูงของภาคใต้ หากกล่าวว่าคือ “Tourism Powerhouse of Andaman” ก็คงไม่ผิดเพี้ยน ทั้งนี้ที่ผ่านมากระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2567 กว่า 91,000 ล้านบาท ติด Top 5 ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพฯ) และเป็น Top 3 ของภาคใต้ 

    รวมทั้งคาดว่าปี 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตแตะ 1 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.3 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป มาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์ รวมทั้งออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย ด้วยเช่นกัน 

    นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งของจังหวัดกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขยายท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เทอร์มินอลใหม่ ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคนต่อปี 3,000 คนต่อชั่วโมง โดยล่าสุดมีจำนวนเที่ยวบินในเดือนต.ค. 68 เฉลี่ย 900 เที่ยว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป สแกนดิเนเวีย อินเดีย ตะวันออกกลางและเชียที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางบินใหม่กว่า 40 เที่ยวต่อสัปดาห์ จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2567 

    พร้อมด้วยโครงการ ท่าเรือวงแหวนอันดามัน ที่เชื่อม กระบี่–ภูเก็ต–พังงา เป็น Triangle of Andaman รองรับเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง สร้าง Seamless Connectivity ครบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล 

    นอกจากนี้ ด้วยศักยภาพรอบด้านของกระบี่ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อากาศดี และคุณภาพชีวิตที่มี Work–Life Balance ลงตัว ประกอบกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ เซ็นทรัล กระบี่ จึงพร้อมร่วมผลักดันจังหวัดก้าวสู่การเป็น Digital Nomad Hub ของประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ

    ด้านประชากรในจังหวัดมีกำลังซื้อเติบโตต่อเนื่องจากทั้งคนในพื้นที่ และแรงหนุนของนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยกระบี่มีประชากรราว 480,000 คน แต่อยู่ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงของภาคใต้ โดยกว่า 70% เป็นคนวัยทำงาน วัยรุ่น และครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังใช้จ่ายและเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว นักลงทุนรุ่นใหม่ รวมถึง Expats และ Long-Stay Residents ที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของจังหวัดกระบี่

    “ข้อมูลจาก The 1 Insight คนกระบี่ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง ด้านภาพรวมการใช้จ่ายภาคใต้ พบมีการใช้จ่ายสูงสุด เฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อบิล ในกลุ่มสินค้า Luxury ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2 เท่า และเพิ่มขึ้นกว่า 22% ในช่วง High Season โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเกือบ 20,000 บาทต่อบิล สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มลูกค้าภาคใต้ที่มีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมในการจับจ่ายสินค้าพรีเมียม การเปิดศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่จึงช่วยตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวเสริม

    ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในเซ็กเมนต์ Premium ถึง Super Luxury มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Super Premium ซึ่งกว่า 80% เป็นคนไทย และอีก 20% เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศ สะท้อนศักยภาพของตลาดพรีเมียมที่กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วยสองแบรนด์หลัก ที่เตรียมเปิดพรีเซล 25–26 ตุลาคมนี้ ทั้ง Baan Ninya Krabi – ในสไตล์ Modern Tropical ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 100 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ ราคาเริ่มต้น 16–25 ล้านบาท และ Phyll Krabi คอนโด Low-rise 4 ชั้น 5 อาคาร รวม 160 ยูนิต ราคา 3.99–10 ล้านบาท

    จึงอาจกล่าวได้ว่า “เซ็นทรัล กระบี่” ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น ‘หัวใจ’ ดวงใหม่ของกระบี่ ที่ผสานความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเข้ากับความยั่งยืนของธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจ การลงทุนมหาศาล และการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Krabi Prototype สู่จุดหมายปลายทางระดับโลก 

    แลนด์มาร์กแห่งนี้จึงพร้อมแล้วที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตชาวใต้และต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก ให้กระบี่เติบโตอย่างสมดุลและมั่นคงในฐานะ ‘Tourism Powerhouse of Andaman’ อย่างแท้จริง

    ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2891123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KUCKZxSFpGA5gWPbmmJmw

  • รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239573/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03_gzmK2xL_tOdsOyMWFfD