Blog

  • ‘เอกชน’ ยื่น 3 ข้อเสนอ ‘รัฐบาลอนุทิน’  เยียวยาผลกระทบแสนล้าน ปิดด่านไทย-กัมพูชา

    ‘เอกชน’ ยื่น 3 ข้อเสนอ ‘รัฐบาลอนุทิน’ เยียวยาผลกระทบแสนล้าน ปิดด่านไทย-กัมพูชา

    เศรษฐกิจ

    26 ต.ค. 2025 เวลา 6:26 น.

    ภาคเอกชนหารือกระทรวงการต่างประเทศ  ยื่น 3 ข้อเสนอ ถึงรัฐบาลอนุทินช่วยเยียวยาผลกระทบแสนปิดด่านไทย-กัมพูชา หลังเสียหายเดือนละ 1.5 หมื่นล้าน คาดปลายปีผลเสียหายถึง 1 แสนล้านบาท 

    • ภาคเอกชนหารือกระทรวงการต่างประเทศ  ยื่น 3 ข้อเสนอถึงรัฐบาลอนุทินช่วยเยียวยาผลกระทบแสนปิดด่านไทย-กัมพูชา หลังเสียหายเดือนละ 1.5 หมื่นล้าน คาดปลายปีผลเสียหายถึง 1 แสนล้านบาท 
    • ขอลดภาษี-ลดค่าสาธารณูปโภค-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
    • พร้อมเสนอเร่งเปิดท่าเรือตราดและนำเข้าสินค้าจำเป็นผ่านด่านทางบก
    • เผยข้อเสนอรับทราบใน ครม.เศรษฐกิจแล้ว เตรียมส่งต่อตรงถึงนายกฯ

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนเพื่อนำไปรายงานให้รัฐบาลทราบและพิจารณาต่อไป

    ทั้งนี้ผู้แทนภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้แก่ สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา สมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา หอการค้าไทย รวมทั้งภาคเอกชนจาก 13 อุตสาหกรรมซึ่งได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการปิดด่านไทย-กัมพูชา

    อย่างไรก็ตามแม้ภาคเอกชนจะมีความเข้าใจต่อนโยบาย และการดำเนินการของรัฐบาล โดยเฉพาะการให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไข 4 ข้อของรัฐบาลได้แก่ กัมพูชาต้องถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด  ปราบปรามสแกมเมอร์ และบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหา แต่ภาคเอกชนก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการนำเข้า-ส่งออกสินค้าประมาณเดือนละ 15,000 ล้านบาท คาดว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปถึงปลายปี 2568 อาจมีความเสียหายสูงถึง 1 แสนล้านบาท

    ภาคเอกชนจึงได้เสนอมาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือ 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย

    1. มาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน ขอให้รัฐบาลลดภาษี ลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค และออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจต่อไป

    2. มาตรการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ เมื่อสถานการณ์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ขอให้เปิดให้บริการท่าเรือและช่องทางเดินเรือที่จังหวัดตราด เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้า

    3. มาตรการพิเศษการนำเข้าสินค้าจำเป็น เปิดให้นำเข้าสินค้าจำเป็นเป็นกรณีพิเศษผ่านด่านทางบก เพื่อไม่ให้กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

    ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรับปากจะมีหนังสือเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอมาตรการช่วยเหลือทั้ง 3 ด้านในโอกาสแรกเพื่อให้เกิดการนำข้อเสนอของเอกชนไปดำเนินการต่อไป

    นอกจากนี้นางตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรายงานว่าผู้ประกอบการด้านการก่อสร้างและเกษตรกรรมได้รับผลกระทบหนักจากการที่แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาบางส่วนเดินทางกลับประเทศต้นทาง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานฉับพลันกระทรวงแรงงานจึงดำเนินมาตรการบรรเทาปัญหาโดยเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย (แรงงานนอกระบบ) มาทดแทน โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายวันแรกเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา

    ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความกังวลต่อความปลอดภัย จึงควรเร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าพื้นที่ท่องเที่ยวของไทยยังคงปลอดภัย สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ

    ขณะที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการฯ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาด้านภาษีศุลกากร (Tariff) กับสหรัฐอเมริกา จึงควรวางแผนการเจรจาอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการประสานงานในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกรอบการประชุม ASEAN Summit 2025 ที่จะมีขึ้นปลายเดือนต.ค. 2568 นี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204507&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iz_Mln-uDV68Kb1RLvqpe

  • โพลชี้ประชาชนชอบ ‘คนละครึ่ง’

    โพลชี้ประชาชนชอบ ‘คนละครึ่ง’

    26 ต.ค. 2568 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับนโยบายลดค่าครองชีพ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,216 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 ตุลาคม 2568  พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการของภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ คือ คนละครึ่ง (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์) ร้อยละ 76.43  และเห็นว่าโครงการเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าครองชีพได้ ร้อยละ 78.04  จากโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ โครงการที่ชอบมากที่สุด คือ คนละครึ่ง (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์) ร้อยละ 69.31  ในระยะยาวเพื่อลดภาระค่าครองชีพอยากให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าให้เหมาะสม ร้อยละ 61.92 ทั้งนี้หากมีการเลือกตั้งคิดว่าพรรคการเมืองที่มีนโยบายประชานิยมจะได้เปรียบ ร้อยละ 67.43

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ ของหลายรัฐบาล พบว่า “โครงการคนละครึ่ง” ยังคงครองใจ เพราะใช้ง่าย เข้าถึงจริง และเห็นผลชัดในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้น แต่ช่วยสร้างความรู้สึกว่ารัฐอยู่เคียงข้างประชาชน ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนคาดหวังทั้งความเร็วในการช่วยเหลือและความยั่งยืนของผลลัพธ์ไปพร้อมกัน

    รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาปากท้องในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงมากขึ้น เป็นนโยบายที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะการที่รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือประชาชนให้มีกำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคสินค้าและการบริการ ช่วยเหลือผู้ประกอบขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้พยุงกิจการให้ดำเนินต่อไปได้ เป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมามีความคึกคัก ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งที่ได้มีการริเริ่มในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคของประชาชนได้อย่างเห็นผลและโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยและคาดหวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาด้วยการควบคุมราคาสินค้าให้มีความเหมาะสม โดยเข้าไปตรวจสอบและควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างเช่นราคาพลังงาน น่าจะเป็นการลดปัญหาค่าครองชีพและทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพื่อการบริโภคได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าการใช้นโยบายประชานิยมที่ทุ่มงบประมาณในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ ได้เป็นครั้งคราว  

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/884872/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EebWI7wDDlhwhBcX8NwhX

  • ออมสิน ชู “เกาะลิบง” ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐ – Quick Big Win

    ออมสิน ชู “เกาะลิบง” ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐ – Quick Big Win

    ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” โดยสร้างสรรค์การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น มุ่งพัฒนาเกาะลิบงให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีใหม่ใน 2 ด้าน คือ ด้านการยกระดับการท่องเที่ยวแบบชุมชน และ ด้านการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ พร้อมจับมือกับ 4 บล็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำโดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ช่อง Alex Rendell, พลอย Pigkaploy ช่อง Pigkaploy, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ช่อง Go Went Go และ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ช่อง โจโฉ เดินป่า ร่วมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ธรรมชาติแห่งอันดามัน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในมุมมองของตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน

    “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ที่วางเป้าหมายการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ โดยยกระดับผ่าน การท่องเที่ยวแบบชุมชน และ การส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ ทั้งในรูปแบบของการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน E-Book ยกระดับกิจการโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และสร้างผู้นำเที่ยวชุมชนโดยให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มอาชีพ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเกาะลิบงได้ที่เฟซบุ๊กเพจ GSB Society

    โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน ที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินโครงการลิบงสุขใจฯ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Island)” มีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ตามภารกิจของธนาคารเพื่อสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/252018&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LScWfFU3_oyMwfmogQZVi

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) วีซ่า K แบบใหม่ของจีน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) วีซ่า K แบบใหม่ของจีน มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 26/10/2025 22:24

    ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จีนได้เปิดตัววีซ่า K แบบใหม่สำหรับบุคลากรที่มีคุณสมบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ

    เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีจีนได้ประกาศเปิดตัววีซ่า K แบบใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ชาวต่างชาติที่มีความสามารถในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วีซ่านี้จะให้บริการแก่บุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน
    .
    เมื่อเทียบกับวีซ่าทั่วไป 12 ประเภทที่มีอยู่ วีซ่า K มอบความสะดวกสบายที่มากกว่าสำหรับผู้ถือวีซ่า เช่น การเข้าเมืองได้หลายครั้ง ระยะเวลาพำนักที่นานขึ้น และความยืดหยุ่นการพำนักในจีน
    .
    หลังจากเดินทางเข้าประเทศจีนแล้ว ผู้ถือวีซ่า K สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ รวมถึงกิจกรรมทางธุรกิจและการประกอบการที่เกี่ยวข้องได้
    .
    นอกเหนือจากข้อกำหนดด้านอายุ การศึกษา และประสบการณ์การทำงานที่เฉพาะเจาะจงแล้ว การยื่นขอวีซ่า K ไม่จำเป็นต้องได้รับคำเชิญจากนายจ้างหรือสถาบันในประเทศ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีน ระบุว่า ขั้นตอนการสมัครจะมีความคล่องตัวมากขึ้นเช่นกัน
    .
    คลิปจาก China Media Group

    1

    SOCAIL 16-91 copy 2

    “ปลัด ศธ.” แจงไม่ห้าม โรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาสี-ลูกเสือ-ฟุตบอลจตุรมิตร

    รรท.นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ตรวจความพร้อม นศ.วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ และหน่วยแพทย์ ปฏิบัติหน้าที่ถวายงานในการส่งเสด็จพระบรมศพ

    พสกนิกรชาวกระบี่ร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    “นฤมล” แจงหนังสือศธ.แจ้งสถานศึกษางดงานรื่นเริง 1 ปี ไม่เกี่ยวกิจกรรมนักเรียน ย้ำไม่มีคำสั่งห้ามอย่าเข้าใจคลาดเคลื่อน

    พิธีอิ้วเก้ง ตะกั่วป่า แห่พระรอบเมืองสุดศรัทธา

    จังหวัดมุกดาหาร เปิดให้ประชาชน ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1368958&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0piDwwN8_AjR9MoNT3B5Uk

  • ‘กระทรวงศึกษาฯ’ แจง บอลจตุรมิตรฯ-กีฬาสี กิจกรรมเสริมหลักสูตร จัดได้

    ‘กระทรวงศึกษาฯ’ แจง บอลจตุรมิตรฯ-กีฬาสี กิจกรรมเสริมหลักสูตร จัดได้

    ข่าวทั่วไป

    ‘กระทรวงศึกษาฯ’ แจง บอลจตุรมิตรฯ-กีฬาสี กิจกรรมเสริมหลักสูตร จัดได้

    26 ต.ค. 2025 เวลา 20:35 น.

    “นฤมล” แจง คำสั่งงดกิจกรรมรื่นเริง ไม่กระทบกีฬาสี – กิจกรรมเสริมหลักสูตร ย้ำ ศธ.ไม่ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน กำชับ สถานศึกษาสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานในสังกัดงดจัดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัยว่า กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด คือ งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า หรืองานแสดงความยินดีรับ-ส่ง ส่วนกิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมเสริมในหลักสูตรของนักเรียน สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

    นางนฤมล กล่าวว่า ส่วนที่ผู้ปกครองบางส่วนอาจจะกังวลว่าหนังสือคำสั่งดังกล่าวอาจกระทบต่อกิจกรรมของนักเรียน เช่น กีฬาสี หรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ภายในโรงเรียน ตนจึงขอยืนยันให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กระทรวงศึกษาฯ ไม่ได้มีสั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนแต่อย่างใด รวมถึงประเพณีการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ก็ยังสามารถจัดได้ เพราะถือเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของผู้เรียน และถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ด้วย

    “ได้กำชับปลัดกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่า ให้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ถึงความหมายและขอบเขตของการจัดกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน พร้อมขอให้ผู้บริหารโรงเรียนสื่อสารกับครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน“ นางนฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/1204786&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w5ytO-kxK96wmL5I77VdL

  • ด่วน! รมว.นฤมล เคลียร์ชัด คำสั่งงดรื่นเริง 1 ปี ไม่กระทบ “กีฬาสี-จตุรมิตร” ย้ำศธ.ไม่ปิดกั้นการแสดงออก

    ด่วน! รมว.นฤมล เคลียร์ชัด คำสั่งงดรื่นเริง 1 ปี ไม่กระทบ “กีฬาสี-จตุรมิตร” ย้ำศธ.ไม่ปิดกั้นการแสดงออก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/106211&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S3UIL2hpAyaUdNy5U8hHY

  • ปลัด ศธ.ย้ำกิจกรรมการเรียนการสอน กีฬาไม่ถูกปิดกั้น “บอลจตุรมิตร” จัดได้ปกติ

    ปลัด ศธ.ย้ำกิจกรรมการเรียนการสอน กีฬาไม่ถูกปิดกั้น “บอลจตุรมิตร” จัดได้ปกติ

    ปลัด ศธ.ย้ำกิจกรรมการเรียนการสอน กีฬาไม่ถูกปิดกั้น “บอลจตุรมิตร” จัดได้ปกติ

    ศธ.เคลียร์ชัด! ปมงดกิจกรรมในโรงเรียนช่วงไว้ทุกข์ไม่ได้ปิดกั้นเด็ก ขอแค่เหมาะสม งานบอลจตุรมิตรจัดได้ปกติ

    เมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกหนังสือด่วนที่สุด แจ้งหน่วยงาน องค์กรในสังกัด ศธ. และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไว้ทุกข์ และงดจัดงานรื่นเริง สังสรรค์ เป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้เกิดดราม่าผู้ปกครองมองว่านานเกินไป ขอเป็น 30 วัน หากงดจัดจะทำให้เด็กขาดโอกาสเรียนรู้-สัมผัสวันสำคัญ  

    ช่างภาพพีพีทีวี
    ปลัด ศธ.ย้ำกิจกรรมการเรียนการสอน กีฬาไม่ถูกปิดกั้น “บอลจตุรมิตร” จัดได้ปกติ

    เช่น คริสมาสต์ ปีใหม่ สงกรานต์ ว่า ตามที่มีการขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมที่มีบรรยากาศรื่นเริงในสถานศึกษา เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติงาน จึงขอเรียนชี้แจงความหมาย และขอบเขตของกิจกรรมดังกล่าวดังนี้ 

    1. กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัดหมายถึง งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า, งานแสดงความยินดีในวาระต่าง ๆ, งานเลี้ยงรับ-ส่ง, หรือการแสดงดนตรี และคอนเสิร์ต เป็นต้น 2. กิจกรรมที่ยังคงดำเนินการได้ กิจกรรมที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จำเป็นต่อการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากร

    ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า ส่วน 3. แนวทางการปฏิบัติสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการต่อ ถึงแม้ว่ากิจกรรมตามข้อ 2 จะยังสามารถจัดได้ตามปกติ แต่เนื่องจากอยู่ในห้วงเวลาแห่งความอาลัย จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานโปรดใช้ดุลยพินิจพิจารณาถึงความเหมาะสมของรูปแบบและบรรยากาศในการจัดกิจกรรม โดยเน้นความเรียบร้อย สงบ และสำรวม เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

    “กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมเสริมทักษะทางวิชาการของนักเรียน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมลูกเสือสามารถทำได้ตามปกติ รวมถึงประเด็นการจัดประเพณีฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีของ 4 โรงเรียน ที่ประกอบไปด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็ยังจัดแข่งกีฬาประเภทดังกล่าวได้ตามปกติ เพราะถือเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของผู้เรียน ” ปลัด ศธ. กล่าว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/260081&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z9PqbQJP_isUOL5TZDwfz

  • “สว. นพดล”เข้าใจรัฐบาล ลงนามปฏิญญาสร้างสันติภาพกับกัมพูชา

    “สว. นพดล”เข้าใจรัฐบาล ลงนามปฏิญญาสร้างสันติภาพกับกัมพูชา


    “สว. นพดล”เข้าใจรัฐบาล ต้องลงนามปฏิญญาเพื่อสร้างสันติภาพ กับกัมพูชา เพราะสายตาชาวโลก จับจ้องอยู่

    นายนพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา กล่าวถึงความคืบหน้าในการศึกษา MOU 2543-2544 วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงนามสันติภาพกับกัมพูชา โดยมีนายโดนัล เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ว่า ประเทศไทยและกัมพูชามีชายแดนติดกันถึง 798 กิโลเมตร อย่างไรเสีย ไม่ว่าช้าหรือเร็วเราก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ เราจะย้ายประเทศก็ไม่ได้อยู่ดี ถ้าข้อตกลงนั้นที่เรายื่นไป 4 ข้อทางกัมพูชารับได้ ก็ถือว่าเราก็บรรลุเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องดูต่อไปว่าเมื่อลงนามแล้ว ทางกัมพูชาจะปฏิบัติตามที่เรายื่นข้อตกลง 4 ข้อหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน

    “รัฐบาลคงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพราะในอดีตที่ผ่านมาเราจะเห็นอยู่เหมือนกันว่าการปฎิบัติของกัมพูชามักจะไม่ตรงไปตรงมา อีกประการหนึ่งคือการลงนามรอบนี้มีทั้งสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย ถ้าเราไม่ลงนาม ก็จะดูเสมือนว่าเราไม่ให้ความร่วมมือในสายตาชาวโลกในการได้มาซึ่งสันติภาพ ซึ่งเราก็ประกาศมาโดยตลอดว่าเราต้องการสันติภาพต้องการความสงบสุข เราต้องดูด้วย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก” นายนพดล กล่าว

    นายนพดล ยังกล่าวว่า ความคืบหน้าของ กมธ.ศึกษา MOU 2543-2544 ตอนนี้คืบหน้ามากกว่า 50% แล้ว นอกจากเรื่องความเป็นมาเป็นไปของ MOU ยังมีข้อเท็จจริงที่ประชาชนยังไม่ได้รับรู้ทั้งฝั่งที่สนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งหาก กมธ. ได้รายงานให้ทราบแล้วจะทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น ถือเป็นการปูพื้นฐานให้เห็นถึงเนื้อหา โดยในวันที่ 28 ต.ค. นี้ ยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. แน่นอน ในช่วงบ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36878&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wI2W-IdMkz5iB_iv9BtNn

  • บช.น. แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรในเขตพื้นที่ 4 สน.

    บช.น. แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรในเขตพื้นที่ 4 สน.

    (26ต.ค.68) กองบัญชาการตำรวจนครบาล – บช.น. แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจร ในวันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 น. หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

    .

    1.สน.พญาไท

    หลีกเลี่ยง

    ถ.พญาไท (ขาออก) จากสะพานหัวช้าง–แยกพญาไท

    ถ.ศรีอยุธยา (ขาเข้า) จากทางขึ้นสะพานข้ามแยกพญาไท–แยกเสาวนี

    แนะนำใช้

    ถ.พระราม 6 / ถ.ราชปรารภ (ขาออก)

    ถ.ราชวิถี (ขาเข้า)

    .

    2.สน.ชนะสงคราม

    หลีกเลี่ยง

    ถ.หน้าพระลาน / ถ.ราชดำเนินใน / ถ.ราชดำเนินกลาง (ช่วงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย–ผ่านพิภพฯ)

    แนะนำใช้

    จากท่าช้าง–ท่าพระจันทร์ เลี้ยวซ้ายแยกพระจันทร์ เข้า ถ.พระอาทิตย์

    จากสะพานพระปิ่นฯ ถ.เจ้าฟ้า–พระอาทิตย์–พระสุเมรุ–ประชาธิปไตย

    .

    3.สน.ดุสิต

    หลีกเลี่ยง

    ถ.ศรีอยุธยา (แยกเสาวนี–แยกพล 1)

    ถ.ราชดำเนินนอก (แยกพระรูป–แยกมัฆวาน)

    แนะนำใช้

    จากสะพานกรุงธนฯ ไป ถ.ราชวิถี / ถ.สุโขทัย

    จากสนามหลวง / พระราม 8 / พระปิ่นเกล้า ไป ถ.พระราม 6 / ถ.พิษณุโลก / ถ.หลานหลวง

    .

    4.สน.นางเลิ้ง

    แนะนำใช้

    จากถ.เพชรบุรี / ทางลงด่วนยมราช ไป ถ.หลานหลวง–สะพานขาว–กรุงเกษม หรือถ.จักรพรรดิพงษ์–สะพานพระพุทธยอดฟ้า

    ไปขึ้นด่วนยมราช ไป ถ.นครสวรรค์–แยกนางเลิ้ง–ถ.พิษณุโลก

    .

    ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามการจราจรเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1997

    .

    ที่มา : กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/special-report/NRrW6cJ2X&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39wy8JdJhFO6JiO9V7PBa7

  • “Google” บริษัทยักษ์ไอทีระดับโลก ร่วมถวายความอาลัย  “สมเด็จพระพันปีหลวง” | เดลินิวส์

    “Google” บริษัทยักษ์ไอทีระดับโลก ร่วมถวายความอาลัย  “สมเด็จพระพันปีหลวง” | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5241550/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MJYejCZQYF4r9i3NMPALG