Blog

  • ตร.ทท.ภูเก็ตแต่งชุดผี เพิ่มสีสันวันฮาโลวีน

    ตร.ทท.ภูเก็ตแต่งชุดผี เพิ่มสีสันวันฮาโลวีน

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Landslides,, Work On Phuket Cancer Treatment Centre Begins || Oct 31

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Landslides,, Work On Phuket Cancer Treatment Centre Begins || Oct 31

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599-13671.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r2JK-Ja7NIQU-UN9sMWyL

  • สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    วันที่ 31 ต.ค.68 ที่หน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ถ.เยาวชาช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต สายตรวจรถจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตร่วมเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวในวันฮาโลวีน 2025 ด้วยการแต่งหน้าและใส่หน้ากากผีในเครื่องแบบสายตรวจจักรยานที่ประจำการอยู่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ถ.ถลาง ถ.พังงา และสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ แลนด์มาร์กชื่อก้องโลกพร้อมกับหุ่นไล่กาติดไว้หน้าที่ทำการ

    จากนั้นสายตรวจรถจักรยาน 1 สาย 1 นายพร้อมรถจักรยานได้แต่งตัวตำรวจผีปั่นจักรยานประจำจุดบริการนักท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมถ่ายคลิปด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวในวันฮาโลวีน 2025 ได้เป็นอย่างดี

    เครดิต Phuket Hotnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/60261&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24othuOLVFEcJGcU1cYc3H

  • จีนเผยผลลัพธ์การเจรจา ‘เศรษฐกิจและการค้า’ ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในกัวลาลัมเปอร์

    จีนเผยผลลัพธ์การเจรจา ‘เศรษฐกิจและการค้า’ ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในกัวลาลัมเปอร์

    ปักกิ่ง, 30 ต.ค. (ซินหัว) — วันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) กระทรวงพาณิชย์ของจีนเผยผลลัพธ์ที่คณะผู้แทนจีนและสหรัฐฯ บรรลุร่วมกันระหว่างการหารือเศรษฐกิจและการค้าเมื่อไม่นานนี้ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย

    โฆษกของกระทรวงฯ ระบุว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะยกเลิก “ภาษีเฟนทานิล” (fentanyl tariffs) ร้อยละ 10 และระงับภาษีสินค้าจีน ร้อยละ 24 เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งรวมถึงสินค้าจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ขณะที่จีนจะปรับเปลี่ยนมาตรการด้านภาษีให้สอดคล้องกัน พร้อมชี้ว่าทั้งสองฝ่ายตกลงจะขยายระยะเวลาการใช้มาตรการยกเว้นภาษีบางประการอย่างต่อเนื่อง

    สหรัฐฯ จะระงับการบังคับใช้กฎใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 ก.ย. เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งกฎดังกล่าวขยายบัญชีรายชื่อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ต่อบริษัทใดก็ตามที่มีเจ้าของหนึ่งคนหรือมากกว่าในรายชื่อถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 50 ส่วนจีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกที่เกี่ยวข้องที่เคยประกาศไปเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นเวลา 1 ปี และจะศึกษาและปรับปรุงแผนงานที่เฉพาะเจาะจง

    ฝ่ายสหรัฐฯ จะระงับมาตรการภายใต้การสอบสวนตามมาตรา 301 (Section 301) ซึ่งพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมทางทะเล โลจิสติกส์ และการต่อเรือของจีนเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่จีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการตอบโต้ต่อฝ่ายสหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปี ทันทีที่มาตรการระงับของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้

    นอกจากนี้ จีนและสหรัฐฯ ยังได้บรรลุฉันทามติในประเด็นต่างๆ อาทิ ความร่วมมือต่อต้านยาเสพติดเกี่ยวกับเฟนทานิล การขยายการค้าผลิตภัณฑ์การเกษตร และการรับมือกับกรณีที่เชื่อมโยงกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันผลลัพธ์การหารือเศรษฐกิจและการค้าในกรุงมาดริดของสเปน โดยฝ่ายสหรัฐฯ ให้คำมั่นเชิงบวกในหลากหลายด้าน อาทิ การลงทุน และจีนจะแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับติ๊กต็อก (TikTok) ร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างเหมาะสม

    การหารือเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์นั้นบรรลุผลลัพธ์เชิงบวก สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถหาทางออกร่วมกันได้ด้วยการยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความเท่าเทียม ความเคารพ และผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนผ่านการเจรจาและความร่วมมือ
    โฆษกทิ้งท้ายว่าผลลัพธ์เหล่านี้ได้มาด้วยความยากลำบาก และจีนหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อร่วมกันรับรองการดำเนินการตามผลลัพธ์ และกระตุ้นความแน่นอนและเสถียรภาพให้กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี รวมถึงเศรษฐกิจโลก

    (แฟ้มภาพซินหัว : ท่าเทียบเรือตู้คอนเทนเนอร์ของท่าเรือเทียนจินในเทศบาลนครเทียนจินทางตอนเหนือของจีน วันที่ 22 ส.ค. 2025)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/around-the-world/3809741/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-q6fmZOChOICVG7tXANNg

  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หนุนใช้งาน eBL ยกระดับ “กระบวนการค้าไร้กระดาษ” มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หนุนใช้งาน eBL ยกระดับ “กระบวนการค้าไร้กระดาษ” มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หนุนใช้งาน eBL ยกระดับ “กระบวนการค้าไร้กระดาษ” มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

    วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Workshop on the Adoption of Electronic Bills of Lading (eBL) in Thailand: A Collaborative Approach”  ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA โดยมี Ms. Lin Yang รองเลขาธิการบริหาร ESCAP นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

    นายพชร กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมภาคี Framework Agreement on Facilitation of Cross-border Paperless Trade in Asia and the Pacific (CPTA) หรือ กรอบความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการค้าข้ามพรมแดนแบบไร้กระดาษในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศผ่านการใช้ระบบดิจิทัลแทนเอกสารกระดาษ ส่งเสริมการใช้ใบตราส่งสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bill of Lading: eBL) อำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้กระดาษ (Paperless Trade Facilitation) ทำให้กระบวนการทางการค้ามีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

    ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถกำหนดมาตรการเอกสารทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายรองรับที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกฎหมายและพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการค้าไร้กระดาษอย่างสมบูรณ์

    ทั้งนี้ eBL ถือเป็นกุญแจสำคัญผลักดันให้เกิดการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เชื่อมโยงผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ประกอบโลจิสติกส์ ธนาคาร และหน่วยงานของรัฐ ให้ทำงานร่วมกันในระบบดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้

    ดังนั้นบทบาทของกระทรวงดีอี จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงกรอบนโยบายที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการค้าดิจิทัลให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว กระทรวงดีอีจำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เปลี่ยนผ่านระบบการค้าแบบดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60260&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35PYzL4f1LVYwUWFxQ4CcH

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67559/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lFV2u2g4er2RDW68ftw8h

  • แม่ฮ่องสอนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” จุดเช็คอินสุดคิ้วท์รับไฮซีซั่น

    แม่ฮ่องสอนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” จุดเช็คอินสุดคิ้วท์รับไฮซีซั่น

    แม่ฮ่องสอนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” จุดเช็คอินสุดคิ้วท์รับไฮซีซั่น

    พร้อมรับลมหนาว จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ล่าสุด ที่จะทำให้ทริปปางอุ๋งของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกับ “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” ณ บ้านห้วยมะเขือส้ม ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

    เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายสมศักดิ์ ณ มาตคำ นายก อบต.หมอกจำแป่, หัวหน้าส่วนราชการ, อินฟลูเอนเซอร์ และนักท่องเที่ยว

    มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม ไม่ใช่แค่ฟาร์มธรรมดา แต่ตั้งเป้าไว้ว่าเป็นจุดหมายใหม่ของคนรักสัตว์และธรรมชาติใน จ.แม่ฮ่องสอน

    ไฮไลท์ดึงดูดนักท่องเที่ยว คือการได้ใกล้ชิดกับ “อัลปาก้า” สุดน่ารัก และ “ฝูงแกะ” ขนปุย ที่จะมาอวดโฉมโชว์ความน่ารักให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารและถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศทุ่งหญ้าที่สวยงาม

    นอกจากสัตว์น่ารักแล้ว ที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปสุดโรแมนติกอย่าง “วิวปราสาทดอกไม้” หนึ่งเดียวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ และสำหรับสายชิล ที่นี่ยังมีมี คาเฟ่เก๋ๆ ให้นั่งพักผ่อนไม่จำกัดเวลา เสิร์ฟเครื่องดื่มด้วย “เมล็ดกาแฟสายพันธุ์แม่ฮ่องสอน” แท้ๆ ให้คุณได้แวะพักรถ พักคน ก่อนเดินทางต่อ

    “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” ตั้งอยู่บนเส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่ “ปางอุ๋ง” (โครงการพระราชดำริปางตอง 2) โดยอยู่ ห่างจากปางอุ๋งเพียง 2 กิโลเมตรเศษ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักรถที่สมบูรณ์แบบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไกลหลายชั่วโมง

    การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มจุดหมายการท่องเที่ยวรับช่วง High Season แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ และเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าชุมชน ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

    ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้แวะมาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ ชมความน่ารักของอัลปาก้าและฝูงแกะ ณ “มะเขือส้ม อัลปาก้า ชีฟฟาร์ม” พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2892574&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GPVmVKPyIPsJtR9D0Gb78

  • ธปท.เผยภาพรวมเศรษฐกิจ Q3/68 ชะลอตัวแต่เริ่มฟื้นปลายไตรมาส ก.ย.ดีขึ้นตามการผลิตอุตฯ-บริการที่เกี่ยวข้อง

    ธปท.เผยภาพรวมเศรษฐกิจ Q3/68 ชะลอตัวแต่เริ่มฟื้นปลายไตรมาส ก.ย.ดีขึ้นตามการผลิตอุตฯ-บริการที่เกี่ยวข้อง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ต.ค. 68)

    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/68 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน แต่ปรับดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสโดยด้านอุปทานชะลอลง จากการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวในบางสินค้า ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับลดลง ส่วนด้านอุปสงค์ชะลอลงตามอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน ประกอบกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ขณะที่การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์

    • ภาพรวมเศรษฐกิจเดือนก.ย.68

    สำหรับเดือน ก.ย.68 เศรษฐกิจปรับดีขึ้น จากภาคการผลิตที่ทยอยกลับมาผลิต หลังจากการหยุดเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในช่วงก่อน ประกอบกับการส่งออกและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ในประเทศชะลอลง ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน

    – การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นจากกลุ่มปิโตรเลียมและเครื่องดื่มที่กลับมาผลิตหลังหยุดผลิตชั่วคราว และการผลิตรถยนต์กลับมาเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม EV ส่วนการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ที่ถูกเก็บ Reciprocal tariffs ชะลอลงหลายรายการ

    – จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และรายรับจากการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะมาเลเซียที่มีวันหยุดยาว และอินเดียที่มีการเพิ่มเส้นทางบินตรงใหม่ ด้านรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และพบว่าในระยะหลังมีการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวตามภูมิภาคต่างๆ ในไทยมากขึ้น

    – มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ในหลายหมวด อาทิ (1) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศไปสหรัฐฯ (2) ยานยนต์ ตามการส่งออกรถกระบะไปตะวันออกกลาง และชิ้นส่วนยานยนต์ไปอาเซียน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ และ (3) อัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในฮ่องกง

    อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรลดลงตามการส่งออกทุเรียนไปจีน และข้าวไปแอฟริกาใต้และอินโดนีเซีย และการส่งออกปิโตรเลียมลดลงตามการส่งออกไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ จากการเร่งส่งออกไปในเดือนก่อน สำหรับการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ที่ถูกเก็บ Reciprocal tariffs ชะลอลงหลายรายการมากขึ้น อาทิ สินค้าเกษตร ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และยานยนต์

    – มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน เพื่อผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม ประกอบกับการนำเข้าหมวดสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เพิ่มขึ้น ตามการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือจากจีนเป็นสำคัญ ขณะที่การนำเข้าเชื้อเพลิง และสินค้าทุน ไม่รวมเครื่องบินปรับลดลงจากเดือนก่อน

    • ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ

    – อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนก.ย. ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อน จากอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานที่ผลของฐานสูงในปีก่อนทยอยลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกในประเทศ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เป็นบวกลดลงจากเดือนก่อน ส่วนหนึ่งจากการทำโปรโมชันอาหารโทรสั่ง และของใช้ส่วนตัว

    – ภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อน ตามการจ้างงานในภาคบริการเป็นสำคัญ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตลดลงบ้าง โดยต้องติดตามการจ้างงานที่ยังคงลดลงในกลุ่มการผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า สำหรับสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรวม และรายใหม่ ต่อผู้ประกันตนทรงตัวจากเดือนก่อน

    – ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล จากดุลการค้าที่เกินดุลเป็นสำคัญ โดยในเดือนก.ย.68 ไทยเกินดุลการค้า 3.6 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากส่งออก ได้เป็นมูลค่า 30.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่นำเข้า มีมูลค่า 27 พันล้านดอลลาร์

    • ภาวะการเงิน

    – อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์ในเดือน ก.ย. ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ การเพิ่มคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด รวมถึงปัจจัยเฉพาะภายในประเทศ หลังสถานการณ์ทางการเมืองไทยมีความชัดเจนขึ้น

    สำหรับเดือน ต.ค. (ข้อมูลถึง 27 ต.ค.68) เงินบาทปรับอ่อนค่าจากปัจจัยความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลกที่ปรับแย่ลง ทั้งจากสงครามการค้าและสถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน ก.ย. จากปัจจัยเฉพาะของไทยทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศ และราคาทองคำ ขณะที่ดัชนีค่าเงินฯ ปรับอ่อนค่าลงในเดือน ต.ค.

    – การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากช่องทางสินเชื่อเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นตามการกู้ยืมเงินระหว่างบริษัทในเครือของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผลิตเครื่องดื่ม ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์และการโฆษณา ด้านการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ลดลง หลังจากที่เร่งไปในเดือนก่อนหน้า ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)

    ต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ก.ย. ถึง 27 ต.ค.68 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าจะมีการชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ประกอบกับนักลงทุนสถาบันมีการปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยเน้นถือพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวเพิ่มขึ้นมากกว่าระยะสั้น

    • เชื่อ “คนละครึ่งพลัส” เป็น upside ศก.ไทย Q4/68

    น.ส.ปราณี กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปว่า ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจาก 1.การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ทยอยกลับมาหลังจากหยุดผลิตไปชั่วคราวในก่อนหน้านี้ และส่งผลดีต่อภาคบริการที่เกี่ยวข้อง 2.การส่งออกสินค้า โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ 3.ภาคการท่องเที่ยว และอุปสงค์ในประเทศ มีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    โดยในระยะต่อไปยังต้องติดตาม 1.การฟื้นตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม 2. ผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ 3. พัฒนาการในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน และ 4.ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    น.ส.ปราณี กล่าวถึงแรงส่งต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 จากผลของมาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” ว่า ในเบื้องต้น ธปท.ได้รวมผลของมาตรการคนละครึ่งพลัส ไว้ในประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 ที่การขยายตัว 2.2% แล้ว แต่หากในทางปฏิบัติจริงพบว่าประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าที่คาดไว้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น upside กับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังต้องจับตาดูต่อไป

    อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผลทางเชิงจิตวิทยาในเชิงบวก ที่ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น

    โดย ธปฦ/กษมาพร กิตติสัมพันธ์/ศศิธร ซิมาภรณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR9U0IQCTFJSAIAX01BKYT2NXAN4UYI9&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pL9qfqC-2-qZFgzdFOrSm

  • สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    สายตรวจจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพิ่มสีสันแต่งหน้าผีรับวันฮาโลวีน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติย่านเมืองเก่า

    วันที่ 31 ต.ค.68 ที่หน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ถ.เยาวชาช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต สายตรวจรถจักรยานตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตร่วมเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวในวันฮาโลวีน 2025 ด้วยการแต่งหน้าและใส่หน้ากากผีในเครื่องแบบสายตรวจจักรยานที่ประจำการอยู่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ถ.ถลาง ถ.พังงา และสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ แลนด์มาร์กชื่อก้องโลกพร้อมกับหุ่นไล่กาติดไว้หน้าที่ทำการ

    จากนั้นสายตรวจรถจักรยาน 1 สาย 1 นายพร้อมรถจักรยานได้แต่งตัวตำรวจผีปั่นจักรยานประจำจุดบริการนักท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมถ่ายคลิปด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวในวันฮาโลวีน 2025 ได้เป็นอย่างดี

    เครดิต Phuket Hotnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60261&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IhO0_boqTFP4-Dx6-UHW1

  • แคปปิตอล เอ ประกาศการปรับโครงสร้างเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวต่อไป

    แคปปิตอล เอ ประกาศการปรับโครงสร้างเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวต่อไป

    แคปปิตอล เอ ประกาศการปรับโครงสร้างเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวต่อไป

    แคปปิตอล เอ ประกาศการปรับโครงสร้างเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย พร้อมเดินหน้าสู่ก้าวต่อไป

    ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็น “บทสรุปสุดท้าย” ของการรวมธุรกิจสายการบินทั้งหมดภายใต้กลุ่มสายการบินเดียว และเป็นจุดเริ่มต้นของ “การเดินทางครั้งใหม่” ของแคปปิตอล เอ ในฐานะกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและดิจิทัลแบบครบวงจร

    บริษัท แคปปิตอล เอ จำกัด (Capital A Berhad หรือ “แคปปิตอล เอ”) ประกาศว่าได้ดำเนินการครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้งหมดสำหรับการขายธุรกิจสายการบินให้แก่บริษัท แอร์เอเชีย เอ็กซ์ จำกัด (AirAsia X Berhad หรือ “แอร์เอเชีย เอ็กซ์”) 

    การบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับหนังสือยินยอมจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด และหนังสือรับรองการเสนอขายหุ้นให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) มูลค่า 1,000 ล้านริงกิตให้แก่แอร์เอเชีย เอ็กซ์ อีกทั้งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขอผ่อนผันข้อกำหนดด้านกฏระเบียบจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยแล้ว

    หลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าดำเนินการในขั้นตอนที่เหลือ ได้แก่ การลดทุนและจัดสรรหุ้น (Capital Reduction and Distribution) ของแคปปิตอล เอ การออกและจดทะเบียนหุ้นของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ รวมถึงขั้นตอนทางกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะตามมาด้วยการยื่นคำขอเพิกถอนสถานะ PN17 ในเดือนเดียวกัน

    นาย โทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแคปปิตอล เอ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม เพราะเราสามารถประกาศได้อย่างเป็นทางการว่าสัญญาทั้งหมดได้ผ่านเงื่อนไขครบถ้วน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้ฝ่าฟันอุปสรรคและการอนุมัติต่าง ๆ เพื่อให้ข้อตกลงนี้สำเร็จลุล่วง

    เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเดินทางที่ยาวนาน พร้อมกลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม ด้วยกลุ่มสายการบินที่มั่นคง และบริษัทในเครือใหม่ทั้ง 5 แห่งภายใต้แคปปิตอล เอ

    ต่อจากนี้ เราจะเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ด้วยบริษัท 2 กลุ่มที่มีความชัดเจน คือกลุ่มสายการบินภายใต้ชื่อ          แอร์เอเชีย กรุ๊ป ที่รวมสายการบินแอร์เอเชียทั้ง 7 สาย (ทั้งเส้นทางระยะกลางและระยะสั้น) ให้ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายเดียวทั่วภูมิภาค และกลุ่มแคปปิตอล เอ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจ 5 ประเภทในกลุ่มท่องเที่ยวและดิจิทัลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

    “ผมขอขอบคุณ Allstars ทุกคนที่ไม่ยอมแพ้ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่คอยสนับสนุนเรา ให้สามารถพลิกฟื้นกลับมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบากคือบทพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นและวินัยย่อมนำไปสู่เป้าหมายเสมอ”

    เมื่อการรวมธุรกิจสายการบินแล้วเสร็จ “แอร์เอเชีย กรุ๊ป” จะดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งสร้าง “เมกา ฮับ” หลายแห่งทั่วภูมิภาค แทนการพึ่งพาตลาดหลักเพียงแห่งเดียว พร้อมตั้งเป้าที่จะเป็น “สายการบินเครือข่ายราคาประหยัดเครื่องบินลำตัวแคบรายแรกของโลก” ซึ่งจะช่วยขยายเครือข่ายการบินให้กับผู้โดยสาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องบิน ลดต้นทุนต่อหน่วย และสร้างโอกาสในการเติบโต ผ่านการใช้เครื่องบินรุ่นแอร์บัส A321neo และ A321XLR ที่มีพิสัยบินไกลมากขึ้น

    ในขณะเดียวกัน บริษัทในเครืออีก 5 แห่งของแคปปิตอล เอ ถือเป็น “ก้าวต่อไป” ของการเติบโต นอกเหนือจากธุรกิจการบิน ได้แก่  ADE (ธุรกิจวิศวกรรมและซ่อมบำรุงอากาศยาน) Teleport (ธุรกิจโลจิสติกส์) AirAsia MOVE (แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล) Santan (ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม) และ Abc. (ธุรกิจการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา) ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น AirAsia NEXT โดยทั้ง 5 ธุรกิจนี้มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตน และสร้างนิยามใหม่ให้กับภูมิทัศน์ธุรกิจในอาเซียน เช่นเดียวกับที่แอร์เอเชียเคยปฏิวัติวงการการบินในภูมิภาคนี้

    ธุรกิจเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของข้อมูล เทคโนโลยี และฐานผู้ใช้งานของแคปปิตอล เอ เพื่อสร้างโอกาสอย่างเต็มที่ ด้วยกลุ่มผู้บริหารและความสำเร็จที่ผ่านมา รวมถึงวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม แคปปิตอล เอ มุ่งมั่นที่จะต่อยอดธุรกิจทั้ง 5 นี้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

    ประกาศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการปรับโครงสร้างของบริษัทได้เข้าสู่ “บทสุดท้าย” และแคปปิตอล เอ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับ “การเดินทางครั้งใหม่” หลังการเพิกถอนสถานะ PN17

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/pr-news/860515&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L1SL–rb3lRg1Pj1sCvbU

  • ผลักดัน (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ เสริมพัฒนาการคู่การเรียนรู้ | เดลินิวส์

    ผลักดัน (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ เสริมพัฒนาการคู่การเรียนรู้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยน.ส.อรัญญา พรไชยะ รองปลัด กทม. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต โดยมีวาระสำคัญในการรับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนการศึกษาปฐมวัย และพิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569-2570

    ที่ประชุมมีมติพิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569-2570 โดยการประชุมในครั้งนี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยในเขตกรุงเทพมหานคร และสำนักงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานผลการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2568 ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และสำนักการศึกษา กรมกิจการเด็กและเยาวชน สำนักอนามัย

    โดยประธานการประชุมฯ มีมติให้มีการบูรณาการแผนของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งเพิ่มแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันของข้อมูลเด็กปฐมวัย รวมถึงการวางกรอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ ให้สอดคล้องกับนโยบาย 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม ประกอบด้วย 3 เร่ง: เร่งให้ความรู้ผู้ปกครองและสังคม, เร่งจัดสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า, และเร่งเสริมศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน 3 ลด: ลดการใช้สื่อหน้าจอในเด็ก (งดก่อน 2 ขวบ), ลดความเครียดและคืนความสุขให้เด็ก, และลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก (ทั้งทางร่างกายและจิตใจ) 3 เพิ่ม: เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่นที่หลากหลาย, เพิ่มการเล่าหรืออ่านนิทานให้เด็กสม่ำเสมอ, และเพิ่มความรักความใส่ใจและเวลาคุณภาพของครอบครัว

    สำหรับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569-2570 จัดทําขึ้นเพื่อนํานโยบายระดับชาติและแผนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาเด็กปฐมวัยกรุงเทพมหานครตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และให้หน่วยงานทางการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ และเอกชน ดําเนินการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามยุทธศาสตร์และแผนการดําเนินงาน ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.64

    เพื่อพัฒนาการดําเนินงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศด้วยการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน เต็มตามศักยภาพ เป็นพื้นฐานของความเป็นพลเมืองคุณภาพ ภายใต้ปรัชญา “เด็กปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการดูแล พัฒนา และเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย อย่างมีคุณภาพ และเท่าเทียม ตามศักยภาพตามวัย และต่อเนื่องบนพื้นฐานของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดสอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพและความต้องการจําเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล

    โดยคํานึงถึงความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี การคุ้มครองสิทธิ และความต้องการพื้นฐานของเด็กปฐมวัย รวมทั้งการปฏิบัติต่อเด็กทุกคนโดยยึดหลักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วม การเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและการกระทําทั้งปวงเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสําคัญ” อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสําหรับเด็กปฐมวัยให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5258653/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lve3DiixitARpISE9XXd-